ให้ MISA เป็นของขวัญ วันแม่ในปีนี้ รับBalancing oil อีก1ขวด


รักแม่ มอบสิ่งที่พีที่สุดให้คุณแม่ 🌸
ให้แม่รู้ ว่าเรารักด้วย MISA 1,199 บาท แถม balancing oil 1ขวด
Set นี้ ประกอบด้วย
1. Boost my face เพื่อผิวหน้าเนียนนุ่มของคุณแม่
2. Shine on me เพื่อผิวกายที่เปล่งปลั่ง สดใส
3. Premium Spa Set ให้คุณแม่ได้ผ่อนคลาย จากกลิ่นหอมๆ ของกุหลาบ
สั่งซื้อได้ที่ LineID: sichanista หรือ 0918898745



Create Date : 08 สิงหาคม 2560
Last Update : 8 สิงหาคม 2560 17:23:58 น.
Counter : 104 Pageviews.

0 comment
[[Review]] Tazu สุกี้ยากี้ แบบ a la cart

  Tazu

ร้าน ชาบู ชาบู และสุกี้ยากี้น้ำดำ สไตล์ญี่ปุ่น ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของ วิลล่า อารีย์ ร้านจะอยู่ด้านในสุด ติดกับร้าน Yuu ตรงข้ามลิฟต์

บรรยากาศภายในร้าน อบอวลไปด้วยกลิ่นไอ ของชาบู ชาบู อาหาร มีทั้งแบบบุฟเฟ่ และ a la cart
สำหรับบุฟเฟ่ ราคาอยู่ที่ 399++ แต่วันนี้เราจะสั่งแบบ a la cart กัน

[[อายุไม่น้อยแล้วกินมา ย่อยไม่ทัน อึดอัด ทรมาน]]

ชุดที่สั่งวันนี้ คือ set หมูปลอดสาร ซึ่งประกอบด้วย หมู 1 จานม ผักรวมสุกี้ยากี้ 1 จาน ข้าวเปล่า 1 ถ้วย และ ไข่ไก้สด 1 ฟอง

1 ชุด ขนาด 1 คนทานไม่หมด เอ๊ะ หรือเราคนเดียวที่ทานไม่หมดนะ

น้ำดื่มแบบรีฟิว ก็มีชาเขียวร้อน และเย็น เลือกตามอัธยาศัย

จานต่อมาคือ ซูชิปูนิ่ม ไม่ค่อยติดตราตรึงใจสักเท่าไหร่ คราวหน้าจะลองจานอื่นดู

ค่าเสียหายในวันนี้ เฉลี่ย คนละ 380 บาท โดยประมาณ




Create Date : 04 ธันวาคม 2556
Last Update : 4 ธันวาคม 2556 13:30:10 น.
Counter : 677 Pageviews.

3 comment
Japan Trip ตอน ขอวีซ่าญี่ปุ่น
วีซ่าญี่ปุ่น..ได้มาแล้ว

ประเทศญี่ปุ่น ใฝ่ฝันมานานแล้วว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตนี้ต้องไปเหยียบแผ่นนี้สักครั้งให้ได้
ไอ้ครั้นจะไปคนเดียวมันก็ยังไงๆอยู่ แต่เที่ยวต่างประเทศจะให้นัดกันเหมือนไปหัวหินก้คงไม่ใช่

โอกาสก้าวเข้ามาเยือน เมื่อเพื่อนเลิฟ เอ่ยว่านางจะไปดูคอนเสริตที่ญี่ปุ่น งานนี้อิชั้นก็ไม่พลาด ต้องติดสอยห้อยตามไปด้วยอย่างแน่นอน

เมื่อตกลงกันเสร็จสรรพ ก็ต้องขอวีซ่ากันก่อน (วีซ่าญี่ปุ่นมีอายุ 3เดือนนับจากวันที่ขอนะ)

ก่อนอื่นใดต้องการข้อมูลกันก่อน
แหล่งข้อมูลอ้างอิงที่ดีที่สุดก็คือ //www.jp-vfsglobal-th.com/thai/index.html เป็นเว็บของศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่นในประเทศไทย
การขอวีซ่าเข่าญี่ปุ่นนั้นไม่ต้องไปยื่นที่สถานทูตแล้วนะคะคุณขา (อันนั้นโบราณไปแล้ว) จากเว็บข้างต้น มีครบทุกสิ่งให้เลือกสรร

ย่อๆมาให้ดูสักน้อยล่ะกัน
เริ่มด้วย เอกสาร
1.Applicatiom form >> โหลดจากเว็บ พิมพ์เสร็จค่อยปริ้นได้เลยนะตัวเธอ ลดกระดาษ
2.แบบสอบถาม >>ไม่อยากปริ้นเอง แนะนำให้ไปหยิบที่ศูนย์ วันที่ไปยื่นเอกสาร กรอกเพลินๆรอคิว
3.ใบรับรองจากที่ทำงาน >> ใช้ตัวจริงเท่านั้นจ้า
4.สำเนาบัญชีธนาคาร (เล่มจริง วันยื่นด้วย)
5.สำเนาทะเบียนบ้าน (ตัวจริง วันยื่นด้วยล่ะ)

เตรียมพร้อมแล้วก็ไปยื่นกันเลย

ศูนย์รับยื่นขอวีซ่าญี่ปุ่น ตั้งอยู่ ณ อาคารสำนักงาน สีลมคอมเพลค ชั้น 15 
(ไปสะดวกสุดๆ ลงBTS ถึงเลยค่ะคุณขา) กดลิฟต์ low zone (ในๆหน่อย) ชั้น15 ออกลิฟต์ก็เจอเลย

เนื่องจากข้าพเจ้าเป็นพนักงานออฟฟิตตัวน้อย จำต้องลางานไปขอวีซ่า จึงเลือกที่จะไปแต่เช้าตรู่ จะได้กลับมาทำงานต่อเลย
เดินทางไปถึงศูนย์เวลา6:50 นาที แถวเริ่มยาวแล้วค่ะคุณขา (คุณพี่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ใกล้สงกรานต์คนเลยเยอะ อื้อๆ คิวเราไม่ยาวมาก โอเคๆ)

เวลาทำการจริงของศูนย์นี้คือเวลา8:30 แต่เปิดให้รับบัตรดิวเวลา8:00 ตามแถวที่รอนั่นแล

ข้าพเจ้าได้คิวที่24 นั่งตรวจเอกสารพลางๆดูข่าวไปพลางๆ ก็ถึงเวลาเริ่มทำการ

อ้อเกือบลืม 1คิวคือ1คณะ (ยื่นพร้อมกันรับ1คิวนะคะ)

เมื่อยื่นเอกสารเจ้าหน้าที่ก็ตรวจเอกสาร+ถามข้อมูลต่างๆ แล้วก็คืนเอกสารตัวจริงให้เรา
ครบคนแล้วเจ้าหน้าที่ให้ใบนัดฟังผลมารอจ่ายตังค์ โดยรอเรียกคิว(คิวเดิมนั่นแหละ)
จ่ายต้งค์เสร็จ จากนั้น ก็ รอ ร๊อ รอ ตามวันนัดรับฟังผล
ระหว่างรอเราก็แอบ track ดูว่าอยู่ขั้นไหนแล้วน้า

ผ่านไป5วัน

วันนัดฟังผลก็มาถึง ไปถึงศูนย์ รับบัตรคิวรับหนังสือเดินทาง รอคิว (คิวเร็วนะ แป๊บเดียวเอง)
เจ้าหน้าที่จะถามว่าเจ้าของพาสสปอตมีใครบ้าง บอกชื่อ-นามสกุล ให้ถูกต้อง แล้วก็รับคืนมา
ตรวจความถูกต้องของวีซ่า ก็ได้วีซ่ามาครอบครอง อย่างนี้นี่เองงงงง













Create Date : 26 มีนาคม 2556
Last Update : 8 มิถุนายน 2556 11:40:06 น.
Counter : 819 Pageviews.

0 comment
ณ บางปู
สะพานปูนทอดยาวออกไป สุดปลายทางเป็นอาคารทรงโบราณ
นกอพยพมากมายบินไปมาขวักไขว่ ไม่ได้เกรงกลัวต่อผู้คนที่สัญจร และมาเยี่ยมเยือนพวกมันแต่อย่างใด

ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ใครหลายๆคนต่างก็ชื่นใจหายเหนื่อยกันไปมากมา
สถานที่แห่งนี้คือ สถานตากอากาศบางปู ถ้าเป็นซัก 30ปีก่อนที่นี่คงเป็นสถานที่พักผ่อนอันดับต้นๆเลยแหละ
เราก็คิดว่าที่นี่แอบมีความคลาสสิกหลงเหลืออยู่ตามจุดต่างๆนะ ไม่ว่าจะเป็น ตัวสะพาน ตัวอาคารร้านอาหาร
และสุดยอดความชิว ลมพัดเย็นๆ กับอากาศช่วงพระอาทิตย์ตก ช่างเหมาะแก่การพักผ่อนเสียนี่กระไร

นกอพยพนับพันตัว สร้างความตื่นตาตื่นใจ กิจกรรมที่สามารถทำร่วมกับนกเหล่านี้ได้คือให้อาหารมัน
อาหารที่มีขายอยู่นั่นคือ กากหมู (ตอนแรกก็แอบ อยากแย่งอาหารนกนะ น่ากินชะมัด) 
ส่วนวิธีการก็ง่าย แต่เสียวหน่อย โดยถือกากหมูไว้ที่ปลายนิ้วแล้วยกมือขึ้นสูงๆ
บรรดานกผู้หิวโหยก็จะบินมาโฉบ อาหารอันโอชะที่มือของเราเอง

แต่เนื่องด้วยไม่มีความกล้าพอ (เค้ากลัวนกจิก) ทำให้ค้นพบวิธีใหม่ และทำให้รู้ว่านกเหล่านี้มีควาทฉลาดทางโปรเจคไทล์สูงมาก
เราได้ทำการโยนกากหมู ขึ้นไปในอากาศ ทำมุม 45องศา (มุมนี้ทำให้ได้ระยะทางสูงสุดนะจ๊ะเด็กๆ)
นกอพยพ ได้ทำการคำนวนอย่างรวดเร็ว แล้วก็โฉบกากหมูที่อยู่กลางอากาศ เข้าปากไปอย่างสวยงาม ทำให้สนุกสนานกันเข้าไปอีก

เล่นกับนกกันอย่างเพลิดเพลินแล้ว ก็ต้องหาอะไรใส่ท้องกันบ้างล่ะ

ที่อาหารปลายสะพานนั้นเป็นร้านอาหารค่ะ แต่เราไม่รู้ว่าชื่ออะไร  ทุกๆวันเสาร์เค้าจะมีการเต้นลีลาศกันด้วยนะ (ไว้โอกาศเหมาะจะไปดู)
อิ่มตา อิ่มใจ ได้รูปพระอาทิตย์ตกอันงดงาม 
ก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ



Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2556 21:30:38 น.
Counter : 465 Pageviews.

1 comment
Sea servival Training


เริ่มด้วย "Training Sea survival" ไปเพื่ออะไร

การออกไปทำงาน Offshore จะต้องมีการเตรียมความพร้อมก่อน

หากว่าไม่เกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้น วิชาเหล่านี้ก็ไม่ได้ใช้หรอก แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นล่ะก็...หึหึหึ

วิชาพวกนี้จะช่วยให้ท่านสามารถรอดชีวิตเพื่อรอคอยความช่วยเหลือต่อไป
<เป็นวิชาที่เรียนแล้วไม่ควรมีโอกาสได้ใช้>

จะไปทำงาน Offshore ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนขึ้น BTS (แต่เท่กว่า!!) สามารถเดินทางได้โดยทางอากาศและทางน้ำ

- ทางอากาศ โดยการนั่ง Chopper ขนคนไปทำงาน ก่อนการเดินทางต้องมีการเทรน เพื่อวิธีการที่ถูกต้องและปลอดภัย

- ทางน้ำ โดยการนั่ง Cool boat ซึ่งใช้เวลานานกว่ามาก และถ้าเมาเรือด้วยนะ อ้วกแตก

ศูนย์ฝึกจะมีหลายส่วนอยู่ด้วยกัน สระน้ำ ที่เราจะได้ฝึก มีความสูงขนาดตึก2ชั้น ทำให้ลงน้ำแล้วยืนไม่ได้ เหมือนลอยคออยู่กลางทะเล (ต่างแค่ไม่เค็ม)

กลับมาที่ Training ระยะเวลา 3 วันที่นี่ เป็นประสบการณ์ที่สนุกมาก (อาจจะเพราะชอบอะไรแบบนี้ด้วยล่ะ)

วันแรก Training Helicopter safety and escape (HUET)

เป็นวิธีการเอาตัวเองออกมาจาก Chopper ที่ตก หลากหลายสถานการณ์

  1. Dry evacuation
  2. Surface evacuation
  3. Partial submersion
  4. Capsize

ใน Class มีคนเรียนแบบใช้เครื่องช่วยหายใจ (EBS) ด้วย เลยโชคดีได้เรียนทั้ง 2 แบบ แต่ได้ฝึกแบบเดียวนะ

ก่อนเริ่มฝึกเปลี่ยน Cover all ก็คือชุดหมีที่เราเรียกๆกันนั่นแหละ สีส้มสะท้อนแสงเลย ใส่รองเท้ายาง แล้วครูฝึกก็จะแจก เสื้อชูชีพแบบที่เค้าพับเก็บไว้เป็นอันเล็ก ไม่เหมือนอันที่ใส่เล่น Banana boat ส่วนของเพื่อนที่เรียนแบบมี EBS จะใส่ชุดสีเหลืองๆอีกชั้น ดูท่าจะใส่ลำบากน่าดูเลย แล้วก็ชูชีพที่มีหน้ากากดำน้ำด้วย

ขั้นตอนการฝึก ก็ไม่มีอะไรมาก --> รอฟังสัญญาณ (Blass Blass Blass, Diching) –> ปลดเข็มขัด –> ออกจาก Chopper ตามทางออกที่ครูฝึกกำหนด
ทุกครั้งก่อนเครื่องออกผู้โดยสารทุกคนต้องคาดเข็มขัดนิรภัย(เหมือน ขึ้นรถเลย) เคล็ดลับคือ คาดแน่นเท่าไหร่ก็ออกง่ายเท่านั้น เพราะยิ่งแน่นยิ่งมีแรงที่จะดันหน้าต่างออกง่ายขึ้น

ส่วนที่สนุกที่สุด คือ Capsize ซึ่งของจริงคงอันตรายมาก (ตกใจ ตายก่อน)

แต่ตอนฝึกก็มันส์มากเช่นกัน ขั้นตอนเหมือนแบบอื่นๆ เพียงแต่แบบนี้เครื่องจะพลิกคว่ำด้วย

ครูฝึกบอกว่า สิ่งสำคัญคือ ต้องรอให้ทุกอย่างนิ่งก่อน แล้วค่อยออกไป (ที่ว่านิ่ง เนี่ย วินาทีเดียวเท่านั้นนะคะ ช้ากว่านั้นกลั้นหายใจม่ายไหว)

เมื่อChopper จำลองจมและพลิก กลั้นหายใจ ผลักหน้าต่าง ปลดเข็มขัด แล้วก็รอดตัวออกหน้าต่างไป

พี่บอกว่า เพิ่งรู้ว่าสถานการณ์เฉียดตายเป็นไง เค้าบอกว่า เค้าปลดเข็มขัดแล้วติดอะไรบางอย่าง ทีนี้ลนเลยคะ ลืมทุกอย่าง ลืมกลั้นหายใจด้วย

ส่วนเราหน่ะหรอ ออกมาสนุกสนานมาก ประมาณเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก
เมื่ออกมาแล้ว(รอบสุดท้าย) ก็ดึงชูชีพ อิชั้นก็ทำตาม ออกแรงดึง (อยากลองดึงมานานแล้ว) แต่ แต่ แต่
มันไม่กาง ครับพี่น้อง
ทีนี้ก็ได้ใช้สิ่งที่เห็นทุกครั้งที่ขึ้นเครื่องบิน นั่นก็คือ เป่าชูชีพ คะ แต่ไม่ได้เป่าสวยๆเหมือนแอร์นะคะ เป่าจริงจัง กางจริงจัง เหนื่อยจริงจัง เกือบหมดแรง
ประสบการณ์แบบนี้ ตอนฝึกก็สนุกดีหรอก แต่ชีวิตนี้ ไม่เจอเหตุการณ์จริงแบบนี้จะดีกว่า
วันแรก ก็จบเพียงเท่านี้ อาบน้ำ แต่งตัว แล้วก็ไม่ชิวกัน ^_^V
TBOSIT



Create Date : 31 มกราคม 2556
Last Update : 31 ตุลาคม 2556 9:56:03 น.
Counter : 541 Pageviews.

1 comment

blcharm
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]