Song Code Reads Graphic1 Graphic2 Graphic3
โรคลำไส้อักเสบติดต่อ

โรคลำไส้อักเสบติดต่อ


รคลำไส้อักเสบติดต่อ

หรือการติดเชื้อพาโวไวรัสในสุนัขคืออะไร

ตั้งแต่ปี 2521 หรือปี ค.ศ.1978

มีรายงานพบว่าสุนัขทุกอายุ ทุกเพศและทุกพันธุ์

สามารถเป็นไวรัสที่สามารถติดต่อที่รุนแรง

ที่ทำลายระบบทางเดินอาหาร เม็ดเลือดขาว

และในสุนัขบางตัวจะมีผลต่อกล้ามเนื้อหัวใจ

เกิดจากการติดเชื้อพาโวไวรัส (parvovirus: CPV)

ปัจจุบันเรียกโรคนี้ว่า

โรคติดเชื้อพาโวไวรัสในสุนัข

หรือโรคลำไส้อักเสบติดต่อ (canine parvoviral infection)

ซึ่งมีการระบาดทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย

การติดเชื้อพาโวไวรัส

สามารถแพร่กระจายจากสุนัขตัวหนึ่งไปอีกตัวหนึ่ง

การติดต่อมีโอกาสมากขึ้นเมื่อสุนัขไปอยู่รวมกันมาก

เช่น ในงานประกวดสุนัข โรงเรียนฝึกสุนัข

คอกผสม หรือร้านขายผลิตภัณฑ์ของสุนัข

สนามเด็กเล่น หรือบริเวณอื่นๆ ที่เป์นที่อยู่ที่เล่น

หรือแหล่งรวมสุนัข ก็จะเป็นแหล่งที่ทำให้สุนัขปกติ

ไปรับเชื้อมาจากการสัมผัสได้

สุนัขที่เลี้ยงไว้ในบ้าน หรือไว้ในคอก ในสวน

มีโอกาสที่จะสัมผัส หรือเล่นกับสุนัขตัวอื่นได้ยาก

จะมีโอกาสที่จะสัมผัสติดเชื้อไวรัสได้ยาก

การติดเชื้อพาโวไวรัสสามารถติดต่อได้กับสุนัขด้วยกัน

หรือสัตว์ในตระกูลสุนัข

โรคลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อพาโวไวรัส

จะเกิดขึ้นเฉพาะแต่สุนัข หรือสัตว์ในตระกูลสุนัขเท่านั้น

จะไม่ก่อให้เกิดโรคลำไส้ใน สัตว์ชนิดอื่นๆ หรือคน

แต่สัตว์ชนิดอื่นๆ หรือคน

สามารถที่จะเป็นพาหะนำเชื้อพาโวไวรัส

มาติดกับสุนัขของตนเองได้

สุนัขสามารถติดเชื้อได้

จากอุจจาระของสุนัขที่ป่วยเป็นโรค

หรือของเหลวที่สุนัขป่วยอาเจียนออกมา

ในอุจจาระของสัตว์ป่วยจะพบมีเชื้ออยู่จำนวนมาก

พาโวไวรัสเป็นไวรัสที่มีความทนทานต่อสิ่งแวดล้อมมาก

ไวรัสสามารถ มีชีวิตอยู่นอกตัวสัตว์

หรือในสิ่งแวดล้อมได้เป็นระยะเวลานาน

ไวรัสสามารถแพร่กระจาย

จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้ ด้วยการติดไปกับขน ผม

หรือเท้าของสุนัขที่ป่วย หรือติดเชื้อ

หรือเชื้อไวรัสอาจจะปนเปื้อนไปกับกรง

รองเท้า หรือวัตถุสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ


เราจะทราบได้อย่างไร ว่าสุนัขติดเชื้อพาโวไวรัส

อาการเริ่มแรกของสุนัขที่ติดเชื้อพาโวไวรัส

คือ ซึม เบื่ออาหาร อาเจียนและท้องเสีย อย่างรุนแรง

อุณหภูมิของร่างกายอาจจะสูงขึ้น

อุณหภูมิของร่างกายที่วัดจากทวารหนักของสุนัข

มีค่าประมาณ 101º - 102ºF

อาการป่วยดังกล่าวมักจะปรากฎขึ้น

ภายหลังจากที่สุนัขได้รับเชื้อ ไวรัสได้ประมาณ 5-7 วัน

ในระยะแรกของการติดเชื้อ(แสดงอาการแล้ว)

อุจจาระของสุนัขจะมีลักษณะเหลวมีสีออกเทา

หรือเหลืองเทา (yellow-gray)

ในบางครั้งอาการแรกเริ่ม

สุนัขอาจจะถ่ายเหลวโดยมีเลือดปนออกมาได้

เมื่อสุนัขมีการถ่ายเหลว หรืออาเจียนอย่างรุนแรง

ทำให้สุนัขสูญเสียน้ำและเกลือแร่

ออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว

สุนัขป่วยบางตัวจะมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง

และถ่ายอุจจาระเป็นน้ำสีน้ำตาล

จนถึงสีแดง(มีเลือดปน)พุ่งจนตายได้

ในสุนัขบางตัวอุจจาระอาจจะมีลักษณะเหลวเท่านั้น

และสามารถฟื้นตัวจากการป่วยได้

อาการป่วยมักพบว่า

ลูกสุนัขจะแสดงอาการป่วยรุนแรงกว่าสุนัขโต

สุนัขมักจะตายภายใน 48-72 ชั่วโมง

หลังจากที่เริ่มแสดงอาการ

ลูกสุนัขมักจะตายด้วยภาวะช๊อค

โดยมักจะเกิดขึ้นหลังการติดเชื้อประมาณ 1-2 วัน

ในอดีตพบว่าลูกสุนัขอายุน้อยกว่า 5 เดือน

มีอัตราการป่วยค่อนข้างสูงและประมาณ 2-3 เปอร์เซ็นต์

จะตายจากการติดเชื้อนี้

ปัจจุบันเนื่องจากมีการฉีดวัคซีนกันอย่างแพร่หลาย

อัตราการป่วยและอัตราการตายจากการติดเชื้อจึงลดลง

เว้นแต่เจ้าของสุนัข ไม่ค่อยสนใจฉีดวัคซีน

ป้องกันโรคให้กับสุนัขเป็นประจำ

โอกาสป่วยเป็นโรคจึงมีมากขึ้น

ลูกสุนัขช่วงระหว่างหย่านม (1 เดือน)ถึงอายุ 6 เดือน

เป็นช่วงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรค

มีรายงานการศึกษาพบว่า

สุนัขบางพันธุ์จะแสดงอาการป่วย

ที่มีความรุนแรงในบางสายพันธุ์

เช่น ร๊อตไวเลอร์ และโดเบอร์แมนพิ้นเชอร์

อาการป่วยของสุนัขที่ติดเชื้อพาโวไวรัสอีกรูปแบบหนึ่ง

นอกเหนือไปจากการแสดงอาการของลำไส้อักเสบ

คือ การเกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ(myocarditis)

ในลูกสุนัขที่มีอายุน้อยกว่า 3 เดือน

ลูกสุนัขที่ป่วยในรูปแบบนี้มักจะไม่ แสดงอาการท้องเสีย

เนื่องจากเชื้อไวรัสจะมีการเจริญ

หรือแบ่งตัวอย่างรวดเร็วในกล้ามเนื้อหัวใจของลูกสุนัข

ลูกสุนัขที่มีการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ

อันเนื่องมาจากการติดเชื้อพาโวไวรัสจะมีอาการซึม

ไม่ดูดนมเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะเสียชีวิต

ยังไม่มีการรักษาใดที่จำเพาะต่อการติดเชื้อในรูปแบบนี้

ลูกสุนัขที่รอดชีวิตจากการติดเชื้อ

จะพบว่ามีความเสียหายของหัวใจ

แต่ลูกสุนัขอาจจะจะตาย ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว

หลังรอดจากการติดเชื้อในเวลาต่อมา

(เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน)


โรคลำไส้อักเสบติดต่อในสุนัข

สามารถวินิจฉัยและรักษาได้อย่างไร

การวินิจฉัยจะอาศัยอาการทางคลินิก

แต่ทั้งนี้ต้องแยกโรคให้ได้

จากภาวะที่ทำให้สุนัข ท้องเสียและอาเจียนอื่นๆ

แต่สิ่งที่อาจจะแสดงให้เห็นว่าสุนัขติดเชื้อพาโวไวรัส

คือ การแพร่กระจายของโรคเป็นไปอย่างรวดเร็ว

การตรวจวินิจฉัยยีนยันสามารถทำได้

ด้วยการแยกเชื้อไวรัสจากอุจจาระ

อย่างไรก็ตามยังไม่ยาชนิดใดที่จำเพาะ

ที่ใช้ในการฆ่าเชื้อไวรัสชนิดนี้

การรักษาการโรคติดเชื้อพาโวไวรัส

ควรเริ่มทันทีเมื่อวินิจฉัยว่าสัตว์แสดงอาการป่วย

โดยเริ่มจากการให้สารน้ำ

เพื่อทดแทนภาวะการสูญเสียของเหลว

และเกลือแร่ของร่างกาย

ควบคุมอาการอาเจียนและท้องเสียของสุนัขป่วย

และป้องการติดเชื้อแทรกซ้อนด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ

ควรให้ความอบอุ่นกับร่างกายของสุนัขป่วย

และให้การดูแลอย่างใกล้ชิด.


การป้องกันโรคลำไส้อักเสบติดต่อในสุนัข

การป้องกันโรคลำไส้อักเสบ

จากการติดเชื้อพาโวไวรัสสามารถทำได้

ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกัน

โดยปกติในลูกสุนัขมักจะเริ่มต้นฉีด

เมื่ออายุประมาณ 6-8 สัปดาห์

หลังจากนั้นจะฉีดวัคซีน

กระตุ้นอีกครั้งที่อายุประมาร 10-12 สัปดาห์

(ห่างจากครั้งแรกประมาณ 1 เดือน)

เพื่อให้มีระดับภูมิคุ้มกันสูงเพียงพอ

สำหรับการป้องกันโรค วัคซีนป้องกันโรคนี้

มีทั้งแบบที่แยกเป็นวัคซีนชนิดนี้เพียงอย่างเดียว

หรือรวมอยู่กับวัคซีนชนิดอื่น

เช่น ไข้หัด ตับอักเสบ เลปโตสไปโรซิส หวัด เป็นต้น

ซึ่งเรียกวัคซีนประเภทนี้ว่า วัคซีนรวม

หลังจากนั้นจึงฉีดวัคซีนประจำทุกปี

ซึ่งควรสอบถามสัตวแพทย์

ถึงโปรแกรมการฉีดในลำดับต่อไปด้วย

กรณีที่สุนัขที่เลี้ยงเกิดป่วยติดเชื้อพาโวไวรัส

ต้องทำความสะอาดบริเวณกรง หรือคอก

หรือที่อยู่ของสุนัขป่วย

เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส

ด้วยยาฆ่าเชื้อ พวกสารละลายโซเดียมไฮโดรคลอไรต์

ซึ่งเป็นส่วนประกอบของยาฆ่าเชื้อ

ที่มีใช้อยู่ในบ้าน อยู่แล้ว(ยาทำความห้องน้ำ ครัว)

อย่าลืมว่าเชื้อพาโวไวรัสนี้

สามารถมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน เป็นเดือนๆ

เจ้าของสุนัขควรป้องกัน

ไม่ให้สุนัขไปสัมผัสกับสิ่งขับถ่ายของสุนัขอื่นๆ

เมื่อนำมันออกไปนอกบ้าน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขที่มีอายุไม่เกิน 6เดือน

ควรระมัดระวังอย่างยิ่ง

สิ่งปฏิกูล หรือสิ่งขับถ่ายของสุนัข

ควรกำจัดทิ้งให้เร็วที่สุด ไม่ควรกัก หมักหมมไว้

ถ้าเป็นไปได้ควรตรวจสอบ

ดูสิ่งขับถ่ายของสุนัขข้างบ้านด้วย

และควรแนะนำให้ปฏิบัติตาม

สุนัขจะได้ปลอดภัยไม่นำเชื้อมาให้กันและกัน

ถ้าไม่แน่ใจว่าสุนัขของเรากำลังจะป่วย

ด้วยการติดเชื้อพาโวไวรัส

หรือโรคลำไส้อักเสบหรือไม่

ควร ปรึกษาสัตวแพทย์

การลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อพาโวไวรัสที่ดีที่สุด

คือป้องกันสุนัขไม่ให้ไปสัมผัสกับสุนัขอื่นๆ

โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการแพร่ระบาดของโรคนี้

*****************




Create Date : 20 ธันวาคม 2549
Last Update : 20 ธันวาคม 2549 1:12:30 น. 0 comments
Counter : 354 Pageviews.

black shadow
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เก็บตกสารพันปัญหาของน้องหมา

จากคอลัมม์ คนรักหมา

โดย ท่านบัญชร ชวาลศิลป์

คอลัมม์ พิชิตปัญหาสัตว์

กับคุณหมอปานเทพ รัตนากร

จากน.ส.พ คม ชัด ลึก

และจากข้อมูล online

เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง "Pets"

กราบขอบพระคุณทุกท่าน

ที่ให้ความรู้ สาระประโยชน์

เพื่อคนรักสัตว์ และเพื่อนรักสี่ขา

ไว้ ณ. ที่นี้อย่างสูงค่ะ


Nome da música - Nome do cantor

" player=player+"" player=player+"" player=player+"" player=player+"" player=player+"" player=player+"

GRAPHIC SITE

visitors currently

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add black shadow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.