โรงเรียนการอาหารนานาชาติสวนดุสิต:หลักสูตรการฝึกอบรมช่างผีมืออาหารไทยรุ่นที่ 81 สัปดาห์ที่ 1



คอร์สนี้เรียกได้ว่าเหมือนจุดไต้ตำตอ รู้จักสวนดุสิตมาตั้งแต่มาเข้าค่ายซัมเมอร์ที่สวนสุนันฯเมื่อตอนประถม รู้ว่าขนมอร่อยเมื่อตอนเรียนอยู่ท่าพระจันทร์ แต่ถึงเวลาอยากเรียนเป็นเรื่องเป็นราว กลับไปค้นหาที่เกษตรฯบ้าง โรงแรมดุสิตธานีบ้าง หรือโรงเรียนอาจารย์ยิ่งศักดิ์ ซึ่งก็ไม่ค่อยตอบโจทย์เท่าไหร่

โจทย์คือว่า อยากหาคอร์สทำอาหารไทยที่สอนตั้งแต่พื้นฐานอย่างเป็นวิชาการให้เหมือนอาหารฝรั่ง เรียนแล้วได้ใบประกาศ เผื่อเอาไว้ตกทุกได้ยาก ยังพอมีวิชาติดตัว

คอร์สอื่นๆที่เจอมา จะชอบบอกว่า คอร์สอาหารไทย 5 อย่าง หรือว่าคอร์สอาหารจานเดียว 10 อย่าง จบแล้วไปประกอบอาชีพได้เลย ซึ่งแบบนี้ ก็เคยไปเรียนเล่นๆมาอยู่บ้าง ก็จะได้สูตรมาอันหนึ่ง แล้วก็จะให้ลองทำกันเป็นกลุ่มๆ อาศัยจำ จำ จำ ไม่บอกเหตุผล ที่มาที่ไป ซึ่งไม่ถูกจริตเราอย่างแรง

จนมาได้่อ่านบล๊อคอันนี้ //www.bloggang.com/viewdiary.php?id=magicapple&month=06-2009&date=08&group=13&gblog=41 จึงได้ทราบว่าที่สวนดุสิตนี่มันช่างตอบโจทย์เรา ในราคาที่จ่ายได้ (15,000 บาท)

....

วันนี้จะคุยถึงขั้นตอนการสมัคร เพราะความยากลำบากในการสมัครของเราเอง ทำให้คิดว่า เขียนบล๊อคนี้ขึ้นมา คนที่อยากเรียนรุ่นต่อๆไป ชีวิตจะได้ง่ายขึ้น

ก่อนอื่น ก็ต้องให้รายละเอียดโรงเรียนก่อน

โรงเรียนการอาหารนานาชาติสวนดุสิต

โทร 02-244-5391 - 3
แฟ็กซ์ 02-244-5390
อีเมล์ chefschool@dusit.ac.th
www.chefschool.dusit.ac.th
โรงเรียนเปิดทุกวัน ดังนั้น เสาร์อาทิตย์ก็สามารถโทรสอบถามได้ค่ะ


ในตอนแรก เราก็เข้าเว็บที่เค้าให้ไว้ แต่ขอโทษค่ะ เว็บไม่ได้อัพเดทมาแต่เดือนหกแล้ว ขั้นตอนการสมัคร หรือใบสมัครก็ไม่เห็นมี เราก็เลยโทรไปสอบถามที่โรงเรียน (เห็นเว็บแบบนี้แล้วไม่กล้าอีเมล์จริงๆค่ะ) เจอจนท.ผู้หญิง ซึ่งก็บอกเราแค่ว่า การสมัครนั้นก็แค่ให้ไปกรอกใบสมัครที่โรงเรียนได้เลย ฟังดูง่ายจัง แต่บ้านอยู่ลาดพร้าวนะ จะไปในเมืองก็ต้องเตรียมตัวหน่อย เลยโทรไปถามอีกรอบ คราวนี้เสียงเป็นจนท.ผู้ชาย คนนี้พูดให้ข้อมูลดีมาก ขอชมเลย กลายเป็นว่าอิชั้นไม่ต้องถ่อไปโรงเรียนก็ได้ แค่จ่ายเงินโดยการโอนผ่านบัญชี แล้วแฟ็กซ์สลิปการโอนพร้อมชื่อ และหลักสูตรที่จะเรียน และผลการตรวจไวรัสตับบีและอุจจาระ(พยาธิ) หากไม่มีใบตรวจโรค เค้าจะไม่ลงชื่อเราให้ แล้วคอร์สก็เต็มค่อนข้างเร็ว สมัครเมื่อเดือนกรกฏา แต่ได้คอร์สเดือนพฤศจิกายน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ไม่เยอะเลย แต่จนท.หญิงไม่บอกซักคำ แล้วถ้าเราไม่ได้ตรวจร่างกายไป เค้าจะให้เราสมัครหรือเปล่า? หรือให้สมัครจ่ายเงิน แต่ถ้าเราตรวจโรคไม่ผ่าน เราต้องมาเอาเงินคืนสินะ ?

ก็ได้โทรไปสอบถามอีกหลายครั้งแหละค่ะ ขอบอกว่าทุกครั้งที่โทร จะภาวนาว่า "ขออย่าให้เป็นเสียงผู้หญิงเลย เพี๊ยงๆๆๆๆ" เพราะจะได้คำตอบอะไรกลับมาประโยคเดียว แบบที่เรียกว่าไม่มี service mind ทุกครั้ง แล้วเราจะไม่แน่ใจในข้อมูลที่เค้าให้มาเลย อันนี้กลัวจริงๆนะ

เอ้าๆ สรุปก่อนว่าถ้าอยากสมัครต้องทำดังนี้
1.โทรสอบถามราคา และคอร์สเรียนที่เปิดอยู่ (เพราะเว็บไซต์ช่วยท่านไม่ได้)
2. ตรวจเลือดหาไวรัสตับอักเสบบี และตรวจอุจจาระหาพยาธิ และขอใบรับรองแพทย์ว่าไม่เป็นโรคเรื้อน โรคเท้าช้าง วัณโรค และพิษสุราเรื้อรัง
3. ไปโอนเงินค่ะ
4.  แฟ็กซ์สลิป ใบตรวจโรค พร้อมชื่อนามสกุลและคอร์สที่ต้องการเรียน สามารถระบุเพิ่มขอ waiting list ในคอร์สที่เต็มไปแล้วแต่ยังไม่เปิดก็ได้ด้วย


จากนั้นก็รอ รอ รอ
...

จนถึงวันเรียน เราก็ไม่ได้รายละเอียด หรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องไปที่ไหน เปิดเน็ตอ่านบล๊อคด้านบน ก็เดาๆเอาว่าเค้าเริ่มเรียนกัน 9 โมง ส่วนโรงเรียนก็อาคาร 12 ชั้น 6

คนอาจจะถามว่าทำไมถึงไม่โทรไปถาม ก็ต้องบอกว่าเราผิดเองที่อนุมานว่าจะต้องเรียนที่โรงเรียน และก่อนหน้านั้นได้โทรสอบถามอาจารย์ท่านหนึ่งเรื่องอื่น ก็ได้ถามอาจารย์ไปว่า เริ่มเรียน 9 โมงใช่ไหมคะ ซึ่งอาจารย์ก็ตอบว่าใช่ครับ

มาถึงวันจริง พอเดินเข้าไปที่โรงเรียน ก็กะจะไปลงทะเบียน กรอกใบสมัครแหละค่ะ ก็เค้าบอกเรามาอย่างนั้นนี่คะ แต่ทางโรงเรียนไม่มีป้ายอะไรบอกเลยว่าหลักสูตรนี้ ลงทะเบียนที่ไหน เริ่มเรียนวันไหน ฯลฯ ก็เดินเอ๋อๆไปโต๊ะลงทะเบียนอันหนึ่ง แต่ปรากฏว่าเป็นของอีกหลักสูตร เลยต้องเดินกลับไปถามเคานเตอร์ประชาสัมพันธ์ กะเต็มที่ว่าจะกรอกใบสมัคร แต่เปล่าเลย จนท.บอกว่าคอร์สของเราเรียนที่ "โรงแรมสวนดุสิตเพลส ห้องลิขิต 1"

เราก็เอ๋อได้อีก จนท.ก็ย้ำแค่เนี๊ยะ ว่าเรียนที่โรงแรม... แต่ไม่บอกหรอกนะว่าไปยังไง ต้องให้ถามค่ะ (แสดงดีกรีความ proactive เป็น 0 มากๆ) คำตอบคือ เดินลงไปข้างล่างแล้วถามรปภ.  
<img src=//www.bloggang.com/emo/emo9.gif>

...

สรุปอีกรอบนะคะ วันแรกที่ไปเรียนให้ไปตอน 8.30 น. เพื่อลงทะเบียนหรืออะไรก็ตาม แล้วลองโทรสอบถามดูว่าเรียนที่ไหนด้วยค่ะ เผื่อเค้าเปลี่ยนที่เรียนอีก อ้อ แล้วติดรูปถ่ายติดบัตรไปหนึ่งใบด้วยนะคะ

รูปนี่เค้าจะเอาไปทำบัตรนักเีรียนค่ะ อันนี้อ่านเจอเอาเองในแผ่นพับคู่มือผู้อบรมที่ได้รับแจกตอนเข้าเรียน แต่ไม่เห็นมีใครทวง ถามเพื่อนข้างๆ เพื่อนบอกว่า เค้าได้ให้ไปแล้วในวันมากรอกใบสมัคร (โอ พระเจ้าช่วย ถ้าวันนั้นดิชั้นเชื่อจนท.ผู้หญิงแล้วมาตัวเปล่า ใบตรวจโรคไม่มี รูปก็ไม่ได้ถ่าย ดิชั้นคงจะเสียความรู้สึกอย่างแรงแน่ๆ เพราะบ้านไม่ได้อยู่เขาดิน จะได้เดินไปเดินมาได้บ่อยๆ)

...

พอเราตะกายไปถึงโรงแรมได้ (พอดีทางเดินระหว่างตึกปิดซ่อม ต้องเดินข้ามสิ่งกีดขวาง และย่ำทราย ย่ำปูนกันเล็กน้อย) เค้าก็เริ่มไปแล้วหน่อยนึง อาจารย์น่ารักค่ะ ให้แนะนำตัวเองก่อน บอกว่ารู้จักกัน เป็นเพื่อนกันแล้ว จะได้ช่วยเหลือกัน เพราะมาเรียนทำอาหารเหมือนกันแสดงว่าต้องมีอะไรที่คล้ายๆกัน เพื่อนในห้องส่วนมาก ก็มาเรียนเพราะอยากเปิดร้านอาหาร ทั้งไทยและตปท. บางคนก็จะเป็นแม่ครัวพ่อครัวตปท. มีบางคนมาเรียนเพราะอยากทำอาหารเป็น (เหมือนอิชั้น)

สัปดาห์แรกเนื้อหาเป็นเรื่องความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอาหารไทย แต่อาจารย์สอนไม่น่าเบื่อเลย มีเกร็ดสอดแทรกเรื่องอาหารการกิน และประสบการณ์การประยุกต์อาหารไทยในต่างประเทศ เรียกว่า อาจารย์โซโล่ทั้งวัน นักเรียนก็ไม่ง่วงซักคน

ที่ชอบมากอย่างนึงคือ เวลาอาจารย์สอนอะไรก็จะมีเหตุผลประกอบเสมอ เช่นอาหารชนิดนี้ทำไมถึงควรใส่เครื่องปรุงแบบไหน หรือเวลาดัดแปลง ทำไมใช้ของบางอย่างแทนได้ ของบางอย่างแทนไม่ได้

ยกตัวอย่างที่เห็นชัดๆคือการทำให้ผักผลไม้ที่ปอกหรือหั่นไม่เป็นสีดำ เหตุผลที่ผลไม้ดำเพราะโดนอากาศ วิธีการนั้นมีหลายวิธี คือการจุ่มในน้ำเชื่อมใส การจุ่มในน้ำเกลือ และการจุ่มในน้ำที่มีฤทธิ์เป็นกรดเช่นน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชู ซึ่งวิธีไหนก็ทำให้ผลไม้ไม่ดำเหมือนกัน แต่การเลือกใช้แต่ละอย่าง ก็ต้องดูจุดประสงค์ของการนำวัตถุดิบมาใช้ เช่นการปอกผลไม้เป็นของหวาน ก็น่าจะใช้น้ำเชื่อมใส เพราะทำให้ผลไม้ไม่เสียรส และเพิ่มความหวานให้ผลไม้ ส่วนการนำผลไม้จุ่มน้ำเกลือหรือน้ำมะนาวนั้น จะทำเมื่อแกะสลักผลไม้โชว์ เพราะเอามากินแล้วคงไม่อร่อย  อีกอย่าง อาจารย์บอกว่า มะนาวแพงจะตาย จะใช้ทำไมในเมื่อใช้เกลือก็เหมือนกัน แถมถูกกว่า <img src=//www.bloggang.com/emo/emo23.gif>

ขอสรุปเรื่องเนื้อหาว่า เป็นการเรียนประวัติอาหารไทย ว่าในสมัยไหนมีลักษณะอย่างไร โดยอ้างอิงจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์จริงๆ นอกนั้นก็เรียนเรื่องลักษณะของอาหารสี่ภาค โดยดูจากสภาพแวดล้อม ภูมิศาสตร์ สังคมศาสตร์ มีการบอกเอกลักษณ์ของอาหารชาตินั้นๆอย่างชัดเจน สุดท้ายเรียนเรื่องลักษณะอาหารไทยว่ามีต้มผัดแกงทอด แต่ละแบบแบ่งย่อยเช่น แกงใส แกงกะทิ น้ำพริกสด น้ำพริกแห้ง โดยแต่ละอย่าง อาจารย์ก็จะเล่าอย่างละเอียด เรียกว่ามาเรียนวันนี้ก็รู้สึกว่าคุ้มมากแล้ว ชอบเรียนอะไรที่มัน "ครบๆ" แบบนี้

....

ทิ้งท้ายไว้ว่า มาเรียนกันเถอะค่ะ วิชาการเต็มร้อยจริงๆ ถึงแม้ว่าการจัดการนี่เรียกได้ว่าเกือบศูนย์ แต่การสมัครก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถพวกเราหรอกค่ะ Smiley

เท่าที่สอบถามเพื่อน ก็เห็นว่าไม่มีใครรู้มากไปกว่าเราเท่าไหร่ เข้าใจว่าทุกคนก็หลงเดินไปชั้น 6 แต่แรกเหมือนกัน เพราะไม่มีใครแจ้งว่าเรียนที่ไหน เพื่อนคนหนึ่งบอกว่า ใกล้ๆวันเรียนจะมีการโทรแจ้งรายละเอียด แต่ก็ไม่เห็นมี อีกอย่าง พอท้ายชั่วโมง เพื่อนก็เริ่มสับสนอีกแล้ว เพราะไม่รู้ว่าคราวหน้า จะเรียนที่ไหนกี่โมง เพราะไม่มีการแจกตารางสอนค่ะ <img src=//www.bloggang.com/emo/emo34.gif>

ส่วนตัวเรา ตอนนี้ยังไม่ได้กรอกใบสมัครเลย (ฮ่า) แถมรูปถ่ายนี่ก็ไม่รู้ว่าถึงมือคนทำบัตรหรือเปล่า เพราะตอนเลิกเรียน ผู้ประสานงานโครงการไม่ได้อยู่ในห้อง อาจารย์จึงให้เราหนีบรูปไว้กับคลิปบอร์ดเซ็นต์ชื่อค่ะ สงสัยอาทิตย์หน้าต้องรีบไปซักหน่อย ไม่งั้นอาจจะไม่ได้ใบประกาศเพราะไม่ได้กรอกใบสมัคร (ฮ่า ฮ่า ฮ่า)




Create Date : 16 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2552 9:04:39 น. 6 comments
Counter : 8856 Pageviews.
Share to Facebook

 
เรียนแบบ จันทร์ ถึง ศุกร์ เต็มวัน หรือเฉพาะเสาร์ - อาทิตย์คะ?
แล้วระยะเวลาที่เรียนกี่สัปดาห์คะ?

อยากไปเรียนบ้างจัง แต่บ้านอยู่ตั้งบางนา หนะค่ะ เลยต้องวางแผนดีๆ บางครั้งวางแผนมากไป ก็เลยไม่ได้ไปเลย


โดย: FatCatSlimDog - GG (<< FatCatSlimDog -GG >> ) วันที่: 16 พฤศจิกายน 2552 เวลา:12:59:45 น.  

 
อยากเรียนแบบวันธรรมดาจัง แต่ไม่ทราบว่ามีรึปล่าว
บ้านอยู่บางนาเหมือนเรปบนเลย แต่เดินทางไปที่นั่นชินแล้วเพราะส่วนตัวก็เรียนจบมาจากที่นั่น สนใจไปด้วยกันมั๊ยคะ อิอิวันพฤหัสนี้จะเข้าไปมหาลัยพอดีอิอิแวะไปดูบ้างดีกว่า น่าสนๆ


โดย: หนมปังปิ้งแยมส้ม วันที่: 16 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:36:15 น.  

 
ใครสนใจหลักสูตรอะไร สามารถเข้าไปดูคร่าวๆได้ที่เว็บไซต์นะคะ ถึงแม้จะไม่อัพเดต แต่เข้าไปดูพอเป็นแนว ตอนนี้เท่าที่เข้าใจ จะมีหลักสูตรทุกวันเสาร์, ทุกวันอาทิตย์ แล้วก็เหมือนว่ามีวันธรรมดาแต่ไม่ทุกวัน

สำหรับคนบ้านไกล ต้องลองอ่านบล๊อคที่เราแปะลิงค์ไว้นะคะ เจ้าของบล๊อคเค้านั่งรถตู้มาเรียนจากสระบุรีทุกอาทิตย์ไม่เคยขาดเลยน้า เก่งมากๆ


โดย: booklovers วันที่: 16 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:26:33 น.  

 
อยากเรียนมั่งจัง มีคอร์สเกี่ยวกับเบเกอรี่มั้ยค้า


โดย: BiBie IndyGirl วันที่: 16 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:20:44 น.  

 
รู้สึกว่ามีค่ะ เข้าไปดูในเว็บไซต์ได้เลยค่ะ


โดย: booklovers วันที่: 17 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:12:10 น.  

 
น่าสนใจค่ะ
กำลังหาที่เรียนทำอาหารอยู่เหมือนกัน


โดย: กางเกงยักษ์ลอยฟ้า วันที่: 26 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:24:56 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 
 

booklovers
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add booklovers's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com