Mygazine : เก็บทุกสิ่งที่สนใจ

ความซวยส่วนบุคคล

ต้องออกตัวก่อนว่า ครอบครัวจขบ.อันประกอบด้วย จขบ.และสามีเป็นคนนอกเมือง นานๆจะได้เข้าเมืองกรุงทีก็จะตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษกับเส้นทางการขับรถในกรุงเทพ

โดยเฉพาะจขบ.ที่ต้องคอยเป็นนาวิเกเตอร์ให้กับสามี ที่ขับรถในเมืองไทยมาจะ 4 ปีแล้ว แต่ไม่ยอมจำถนนหนทางในกรุงเทพ ไปกี่ทีก็ต้องบอกกันตลอด และถ้าจะถามว่าทำไมจขบ.เป็นได้แค่นาวิเกเตอร์ ก็เพราะจขบ.ขับรถไม่เป็นค่ะ อนาถมั๊ยคะ แต่เป็นเรื่องจริง ที่คนขับไม่รู้ทาง คนนั่งรู้มั่งไม่รู้มั่งแต่เหมาเอาว่าต้องรู้ เลยมีเรื่องให้ลุ้นกันตลอด เมื่อครอบครัวนี้ต้องเข้าเมือง

ล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว ต้องพาพ่อไปหาหมอที่รพ.รามาธิบดี ก็ขับรถจากพัทยาเข้าเมืองกัน โดยเลือกขึ้นทางด่วนที่เชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์และลงที่พระรามเก้า ตามแผนพอลงทางด่วนที่พระรามเก้า เราจะเบี่ยงซ้ายเข้าทางคู่ขนานเพื่อไปขึ้นทางเบี่ยงไปเข้าถ.ศรีอยุธยา แต่ที่ไม่ได้วางแผนไว้ คือ พอลงทางด่วนปุ๊บ ตำรวจจราจรสน.ทางด่วน 2 ซึ่งยืนอยู่ที่เกาะระหว่างทางเบี่ยงซ้าย-ขวา ก็กวักมือชี้ให้สามีจอด และแจ้งข้อหาว่า "ไม่เปิดไฟเลี้ยว" พอถามหาใบขับขี่ก็ไม่มี เพราะยังไม่ได้ทำ แป่ว อันนี้ เราผิดจริงๆ เพราะว่าจะ ว่าจะ แต่ก็ไม่เคยไปทำกัน

สรุปเลยโดนไป 2 ข้อหา จขบ. ซึ่งขับรถไม่เป็นก็ไม่รู้จะแก้ตัวได้อย่างไร ก็เลยบอกตำรวจไปว่า จะเขียนใบสั่งกี่ข้อหาก็เขียนมา เดี๋ยวไปจ่ายค่าปรับเอง เพราะต้องรีบพาพ่อไปหาหมอที่รพ.รามาธิบดี

ขณะที่สามีก็เซ็งสุดขีด เพราะเค้าเชื่อของเค้าว่า ดวงไม่ดีเรื่องขับรถในเมืองไทย คนอื่นขับรถฉวัดเฉวียน ปาดหน้า แซงซ้าย เปลี่ยนเลนไม่เปิดไฟเลี้ยว มิเคยต้องโดนจับปรับ แต่เค้าว่าเค้าปฏิบัติตามกฏจราจรของประเทศนี้อย่างเต็มที่ แต่โดนตำรวจจราจร (โดยเฉพาะในกทม.เรียกตลอด) และคราวนี้ก็เช่นกัน

พอตำรวจเขียนใบสั่ง ขับรถออกมาได้สักพัก เธอ (สามี) ก็พูดว่า ที่เค้าไม่เปิดไฟเลี้ยว เพราะเข้าใจว่าการเข้าทางคู่ขนานเป็นทางตรง (ถ้าจะเข้าถ.พระรามเก้า ก็ต้องเปิดไฟเลี้ยวขวา) จขบ. ได้ฟังดังนั้น ก็เซ็งด้วยซิคะ แล้วทำไมเพิ่งมาพูดเอาตอนนี้ ถ้าอยู่ต่อหน้าตำรวจ จะได้ถามกันตรงๆ (หรือจะพูดว่าแก้ตัวก็ได้หล่ะค่ะ แม้ว่าจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่ขอซักนิดก็ยังดี)

อันนี้เป็นความซวยส่วนบุคคลอันดับแรกของครอบครัวนี้ในวันนั้น ยังไม่จบวันค่ะ หลังหาหมอเสร็จพวกเราแวะไปกินข้าวเย็นกันที่พารากอน ขากลับก็วางแผนว่าจะขับเข้าเส้นสุขุมวิทผ่านเซ็นทรัลชิดลมเพื่อไปขึ้นทางด่วนตรงเพลินจิต

เส้นนี้ก็ขับกันหลายครั้งแล้ว ก็พยายามดูกันตลอด ปรากฏว่า สามีขับเลยทางขึ้นค่ะ จะรอดเหรอคะ ตำรวจตรงจุดนั้นยืนกันหน้าสลอนค่ะ อันนี้เรายอมรับว่าเราผิดจริง แต่เราพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า เราไม่ได้ตั้งใจ คราวนี้จขบ.หัวเสียเลยค่ะ เพราะต้องไปส่งพ่อแม่ที่บ้านพี่ชาย และตัวเองต้องขับรถกลับพัทยา ณ เวลานั้นเกือบ 3 ทุ่มแล้ว และรถก็ติดนรกมาก

แต่เนื่องจากเราผิดจริง จขบ.ก็เลยคุยกับตำรวจว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่จะจ่ายค่าปรับทางธนาณัติ เพราะเท่าที่ดูในใบสั่งเมื่อตอนเช้าที่ได้มา เค้าให้ส่งค่าปรับมาทางธนาณัติได้ แต่ตำรวจบอกว่าทางตำรวจไม่มีนโยบายส่งใบขับขี่กลับไปให้ คุยไปคุยมาสรุปว่าจขบ.จ่ายใต้โต๊ะให้เค้า เพื่อแลกกับการไม่ต้องโดนใบสั่ง เพราะเราไม่อยากเสียเวลากลับเข้ามากทม.อีก

บทเรียนจากประสบการณ์ซวยส่วนบุคคลหนนี้สอนให้รู้ว่า
1. บางครั้งเราก็ต้องทำอะไรที่ฝืนความรู้สึกตัวเองบ้าง เพื่อแลกกับการไม่ต้องเสียเวลา
2. พูดคุยกับตำรวจเยอะๆ คุย คุย และคุย คุยจนตำรวจรำคาญ ซึ่งจขบ.คิดว่า มีผล 2 ทาง คือ ถ้าตำรวจใจดี ก็อาจไม่ต้องโดนใบสั่ง (ซึ่งจริงๆแล้วส่วนใหญ่คิดว่าตำรวจไม่ได้อยากเขียนใบสั่งมั๊ง) แต่ต้องจ่ายใต้โต๊ะ หรือถ้าตำรวจอยู่ในโหมดอารมณ์บ่จอย ก็อาจซวยทวีคูณได้
3. ตรงข้ามกับข้อ 2 คือ สงบปากสงบคำ ทำให้บรรยากาศเป็นสูญญากาศ ข้อนี้ถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงของหลานสาวของจขบ. เธอเล่าว่า เคยโดนตำรวจเรียก และถามหาใบขับขี่ ที่เธอไม่เคยมี ไปสอบแล้วแต่ตกอะไรทำนองนั้น และไม่ได้ไปสอบต่อ เธอตอบตำรวจว่า ไม่มีค่ะ และไม่พูดอะไรต่อ ตำรวจคนเดิมก็เดินสำรวจทั่วรถเธอ พบว่า ภาษีไม่ได้จ่าย ประกันไม่ได้ต่อ พรบ.ไม่มี เพราะทำงานยุ่งจนลืม ตำรวจเลยพูดว่า ไม่มีอะไรซักอย่าง คุณจะให้ผมปล่อยคุณไปได้อย่างไรโดยที่ไม่มีใบสั่ง หลานสาวจขบ.ก็ยังคงเงียบ ไม่ต่อปากต่อคำ เธอปล่อยให้ตำรวจพูดต่อไปเรื่อยๆ จนตำรวจออกอาการอ่อนใจ (แต่คิดว่าคงไม่ใจอ่อน) และอาศัยจังหวะนั้น ยกมือไหว้ตำรวจ 1 ครั้งและขับรถออกไปเลย โดยที่ตำรวจก็ไม่ได้ตาม หรือวิทยุให้ตำรวจที่อยู่ข้างหน้าหยุดเธอแต่อย่างใด
3. รุ่นพี่ที่นับถือกันแนะนำว่า เวลาโดนเรียก ถ้าเป็นกลางวันให้ไปจอดในที่ที่ร้อน อย่าให้มีกำบังแดดให้กับตำรวจ และก็เปิดกระจกนิดเดียวเพื่อคุยกับตำรวจ และอย่ารีบให้ใบขับขี่กับตำรวจโดยเด็ดขาด และที่เหลือก็ใช้การเจรจา ผนวกกับอากาศที่ร้อนตำรวจอาจหงุดหงิด และปล่อยเราไปในที่สุด
4. รุ่นพี่คนเดิมแนะนำเพิ่มเติมว่าให้รีบมีลูก และใช้ลูกเป็นข้ออ้าง ว่าลูกปวดฉี่ ปวดอึ ปวดท้อง ต้องรีบไป ซึ่งเค้าคอนเฟิร์มว่าใช้ได้ผลมาแล้วหลายครั้ง

จนถึงวันนี้สามีจขบ.ยังไม่เลิกหวาดระแวงตำรวจ วันนี้ขับรถไปต่อภาษีรถยนต์ที่พัทยา ระหว่างเจอตำรวจตั้งด่าน ถึงกับผงะเพราะคิดว่าด้วยความซวยส่วนตัวของเค้าอาจจะโดนตำรวจเรียกอีกทีก็เป็นได้ แต่ก็รอดมาได้ เพราะระวังเรื่องความเร็วไม่ให้เกิน 90 กม.เป็นพิเศษ




 

Create Date : 04 กันยายน 2552    
Last Update : 4 กันยายน 2552 0:30:09 น.
Counter : 288 Pageviews.  

วิกฤตน้องงู

ตอนบ่ายแก่จัดๆของวันอังคาร (16.6.09) ที่ผ่านมา อากาศร้อนแทบละลาย ทั้งคนทั้งแมวหายใจรวยริน พะงาบๆกันเป็นทิวแถบ ไม่พ้นแม้แต่น้องงูที่ออกมานอนหายใจรวยรินกับเค้าด้วย (กลัวไม่อินเทรนด์) แต่มันจะไม่โกลาหลหากน้องงูไปหลบนอนหายใจพะงาบๆแบบไม่ให้คนเห็น นี้คุณน้องเล่นมานอนเอกเขนกอยู่หน้าประตูบ้านของจขบ.

โอ้วมายกู๊ดเนส มีกรี๊ดซิค่ะงานนี้ จขบ.เข่าอ่อน ไม่มีแรง ทำอะไรไม่ถูก กว่าจะเรียกสติกลับมาได้ คนที่บ้านก็จัดการเอาสเปรย์ฉีดมดมาไล่คุณน้องไปเรียบร้อยแล้ว

จขบ.ก็ได้แต่แผ่เมตตาบอกน้องงูไปว่า ต่างคนต่างอยู่เถิดนะ บ้านนี้มีลูกคางคกเยอะ (อาหารสุดโปรดของน้องงูเค้าหล่ะ) ต้นไม้ร่มรื่นก็จริง แต่มีคนและเจ้าเหมียว 2 ตัวอาศัยอยู่ด้วย จึงไม่เป็นการเหมาะสมอย่างยิ่งที่น้องงูจะมานอนอาบแดดเล่น ให้เห็นเป็นตัวแบบนี้ มันเขย่าประสาทคนอยู่นะจ๊ะ

ยังไม่แค่นั้นนะคะ ผลพวงมันลากยาวอยู่หลายวัน ผลพวงที่ว่านี้ คือ ความหลอนที่เกาะกินใจจขบ.ค่ะ เห็นวัตถุต้องสงสัยอะไรเป็นไม่ได้ สันนิษฐานเป็นงูตลอด และทำให้จขบ.มีแอคเซสเซอรี่ใหม่สุดล้ำประจำกาย นั่นคือ ไม้ค่ะ เอาไว้เคาะพื้นหรือเหวี่ยงๆเผื่อน้องงูอยู่แถวนั้นจะได้ล่าถอย ไม่ออกมาป๊ะกะคน

อกสั่นขวัญแขวนกันพอแล้ว มาดูว่าจขบ.ไปคว้าอะไรที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับงูมาจากกูเกิลได้บ้าง

คุณหมออลงกรณ์ มหรรณพ นายสัตวแพทย์ช่วยราชการสำนักพระราชวัง ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ทุกประเภท ให้รายละเอียดภูมิหลังว่า ปัจจัยที่จะทำให้งูเข้าไปอาศัยอยู่ภายในบ้าน จนทำให้บ้านกลายเป็นรังงูไปโดยปริยายนั้น แสดงว่าที่บ้านหลังดังกล่าวจะต้องมีแหล่งอาหารของงูเพียงพอ จึงเป็นแรงดึงดูดให้งูเข้าไปหาอาหารภายในบ้าน

อาหารของงู ก็คือ สัตว์ขนาดเล็ก เช่น หนูและแมลงบางชนิด รวมถึงลูกคางคก หากบ้านไหนมีขยะจำนวนมาก ไม่มีการจัดการเรื่องขยะภายในบ้านได้ดีพอ ขยะเหล่านี้ก็จะทำให้ปริมาณของหนูและแมลงต่างๆ เพิ่มมากขึ้น นั่นก็คือการเพิ่มปริมาณอาหารให้กับงูดีๆ นี่เอง

นอกจากนี้ หากบ้านไหนที่เงียบสงบผิดปกติ เจ้าของบ้านไม่ค่อยอยู่บ้าน ก็จะมีโอกาสสูงที่สัตว์เลื้อยคลานเหล่านี้จะเข้าไปหลบอาศัย เพราะหากอยู่ในป่าธรรมชาติอาจถูกก่อกวน

"การแก้ปัญหาเรื่องนี้ อันดับแรกเราจะต้องทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อยเสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้บ้านเป็นแหล่งอาหารของงู เมื่อทำความสะอาดบ้านเสร็จ ให้ใช้น้ำมันก๊าดชุบสำลีหรือลูกเหม็น นำไปวางตามมุมอับ หรือตามจุดที่คาดว่างูจะเลื้อยผ่าน ก็จะสามารถไล่งูไม่ให้มาก่อกวนได้ นอกจากนั้น ต้องทำลายจุดที่รกรุงรังและแหล่งอับชื้น รวมทั้งขจัดเศษซากกิ่งไม้แห้งเพื่อไม่ให้มีการสะสมมาก พอที่งูจะเข้ามาหลบอาศัย หากทำได้บ้านนั้นๆ ก็จะไม่มีสัตว์เลื้อยคลานเข้ามาก่อกวนแน่นอน" คุณหมออลงกรณ์แนะนำ



สรุปวิธีป้องกันไม่ให้น้องงูเข้ามามีส่วนร่วมอยู่ในบริเวณบ้าน เท่าที่จขบ.พอจะรวบรวมมาได้จากเวบต่างๆ คือ

1. ใช้ลูกเหม็นหยอดตามโพรง ตามร่องดินที่ทรุด ตามกองไม้

2. ใช้ปูนขาว หรือกำมะถัน หรือสารส้มชนิดผงโรยรอบๆรั้วบ้านหรือ ปากโพรงที่สงสัยว่าจะเป็นทางเข้าออกของงู

3. สำหรับคนเดินทาง เด็ดลูกมะนาวใส่กระเป๋าไปเป็นเคล็ดแก้ทางงู

4. เลี้ยงห่านซัก 5 ตัว (ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่) เพราะห่านจะช่วยกำจัดได้ทั้งงู และหนู

5. ซื้อข่ายดักนกขนาดตา2-3ซม. (ลักษณะคล้ายอวน สีดำกว้างประมาน3เมตรยาว12เมตร ผืนละ80บาท) ตัดสูงประมาณ1ฟุตขึงให้รอบรั้วบ้าน ที่ขึงใช้ไม้ไผ่ปักยึดให้ตึง เว้นช่วงปักไม้ประมาณ1เมตร ให้ตึงตลอดและแนบกับพื้นดิน ไม่ว่างูอะไรเข้ามาติดไม่เกิน1วันตายเรียบ

6. เลี้ยงสุนัขไว้ซัก 2 ตัว ถ้าเป็นหมาไทยลิ้นดำด้วยก็จะดี น้องหมาจะเห่าส่งสัญญาณเตือนเจ้าของบ้าน แต่บางตัวจะเข้าเล่นงานเลย

7. เอาหินกรวดโรยรอบตัวบ้าน เพราะลักษณะการเลื้อยของงู จะเป็นการยืด-หดกล้ามเนื้อเพื่อให้สามารถเคลื่อนที่ไปได้ ถ้าเป็นพื้นเรียบๆ แต่ถ้าเป็นก้อนกรวดจะทำให้ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ ยกตัวอย่างเช่น ตามสถานีไฟฟ้าย่อยที่มีหม้อแปลงไฟฟ้าลูกใหญ่ๆวางบนพื้นก็โรยกรวด เหตุผลหนึ่งก็เพื่อกันงู

หลังวิกฤตน้องงูผ่านพ้นไป จขบ.ร้องขอให้มีการตัดพุ่มไม้บางส่วนในบ้าน กันการเป็นที่หลบซ่อนของน้องงู จขบ.ซื้อกำมะถันมาโรยซะเหม็นโชยไปทั่วบ้าน และขั้นตอนต่อไป คือ กล่อมให้สามีอนุญาตให้ตัดต้นไม้ใบหญ้าที่เธอรักนักห่วงหนายิ่งกว่าภรรยาออกไปบางส่วน ซึ่งจขบ.หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คุณสามีจะยอม เพี้ยง!!!

ขอบคุณข้อมูลมากมายหลายเวบ
ซึ่งแน่นอนว่าจขบ.ลืมจดลิงค์ไว้
ต้องขออภัยที่ไม่สามารถระบุชื่อเวบได้ค่ะ




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2552    
Last Update : 20 มิถุนายน 2552 1:40:30 น.
Counter : 1519 Pageviews.  

เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก

โปรยหัวได้ลิ๊เก๊ ลิเก แต่ก็เป็นเรื่องจริง เพราะปัจจุบันมีโรคภัยไข้เจ็บจ้องจะเข้ามาทำลายร่างกายผู้หญิงอยู่มากมาย

ล่าสุดจขบ.ได้ผ่านประสบการณ์เฉียดเป็นโรคยอดฮิตของผู้หญิงมาแล้ว

เริ่มจากรู้ผลตรวจสุขภาพประจำปีเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้จขบ.เป็นกังวลอยู่ 2 เดือนเต็มๆ เพราะผลเมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ระบุว่า พบก้อนเนื้อไม่ระบุสัญชาติขนาด 1.7 ซม.ที่หน้าอกด้านซ้าย ซึ่งทางการแพทย์แล้ว ระบุว่าเป็นก้อนเนื้อที่ใหญ่ในระดับ 4a ซึ่งหมายความว่า มีโอกาสเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็งถึง 5 เปอร์เซ็นต์

แต่เนื่องจากเดือนมีนาคม และเมษายนที่ผ่านมา จขบ.งานเข้ามาโดยตลอด ไม่สามารถย่องไปพบหมอรพ.อื่นเพื่อเช็คซ้ำได้ ประกอบกับการทำเมมโมแกรมต้องรอหลังมีรอบเดือนไปแล้วอย่างน้อย 7 วัน เพราะช่วงก่อน-ระหว่างมีรอบเดือนหน้าอกขยาย การทำเมมโมแกรมจะทำให้หน้าอกเจ็บปวดมากถึงมากที่สุด

ช่วงระหว่างรอจขบ.ก็เข้าหาอาจารย์กู (กูเกิล) ค้นข้อมูลตลอด และในท้ายที่สุดได้ข้อสรุปว่า จะไปพบคุณหมอศัลยกรรมที่เชี่ยวชาญเรื่องมะเร็งเต้านมโดยเฉพาะ ในโรงพยาบาลที่มีคณะแพทย์ และมีศูนย์เกี่ยวกับการรักษามะเร็งเต้านม ซึ่งมีอยู่ 2 รพ. คือ ศิริราช และจุฬา

แต่จขบ.ตัดศิริราชออกไป เพราะอยู่ไกลเกินเอื้อม ตัวเลือกสุดท้ายจึงเป็นจุฬา ได้ความดังนั้น เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมาจขบ.โทรนัดคิวและมุ่งหน้าสู่จุฬา โดยไปพบคุณหมอศัลยกรรมที่คลีนิกนอกเวลา แต่เนื่องจากการทำเมมโมแกรมที่จุฬาต้องรอคิวนาน ประกอบกับจขบ.ใจร้อน อยากรู้ผลเร็วๆ ดังนั้น คุณหมอจึงแนะนำให้ไปทำเมมโมแกรมที่สมิติเวช โดยนัดกันเป็นวันที่ 5 พ.ค. ที่ผ่านมา

ที่สมิติเวช จขบ.ต้องเข้าไปทำเมมโมแกรม 2 รอบ เพราะผลรอบแรกไม่เป็นที่พอใจของคุณหมอผู้ทำอัลตราซาวด์ (ประมาณภาพไม่ชัด ไม่ครอบคลุมสิ่งที่อัลตราซาวด์เห็น เลยต้องเจ็บหน้าอก 2 รอบ แต่เพื่อสุขภาพศรีทนได้ค่ะ) และในท้ายที่สุด คุณหมอจากจุฬาก็แจ้งผลการตรวจว่า ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เจอซีสต์หลายก้อนทั้งหน้าอกซ้าย-ขวา โดยมีความเสี่ยงว่าจะเป็นเนื้อร้ายอยู่ 2 เปอร์เซ็นต์ และให้มาตรวจซ้ำอีกครั้งใน 6 เดือนข้างหน้า จขบ.ไม่อยากจะบอกเลยว่า ทั้งตัวเองและสามีโล่งใจเป็นที่สุด โดยเฉพาะสามีที่ออกอาการโล่งใจได้พอๆกับจขบ.

จะว่าไปแล้ว มนุษย์ทุกคนได้ร่างกายมาตอนคลอดออกจากท้องแม่เหมือนๆกัน ยกเว้นบางคนที่โชคร้ายหน่อยได้โรคบางชนิดที่มากับพันธุกรรมโดยตรง แต่อีกหลายคนก็โชคร้ายยิ่งกว่า เพราะเป็นคนพาโรคร้ายเข้ามาสู่ตัวเอง จากพฤติกรรมการกิน การอยู่ในชีวิตประจำวันที่ไม่ถูกไม่ควร อย่างเช่นกรณีของจขบ. ซึ่งไม่เคยมีประวัติคนในครอบครัวป่วยหรือเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง แต่เจอซีสต์หลายก้อนที่หน้าอก โดยจขบ.คาดเอาเอง (หมอไม่ได้บอก) ว่า เกิดจากฮอร์โมนที่ได้จากยาคุม ประกอบกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตัวเองที่ส่งเสริมให้เซลล์ในร่างกายแตกตัวออกมาเป็นเยี่ยงนี้

แต่ถึงกระนั้น ด้วยกระแสการหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพของทั้งผู้หญิงผู้ชายในปัจจุบัน บวกกับเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ ทำให้หลายต่อหลายคนพบสัญญาณเตือนของโรคร้ายและสกัดได้เสียก่อนที่จะเปิดโอกาสให้มัจจุราชเงียบเหล่านี้เข้ามารุมทำร้ายตัวเองจนเกินจะเยียวยาได้

ดังนั้น ควรหมั่นสังเกตสุขภาพร่างกายของตัวเอง และถ้าเป็นไปได้ควรตรวจสุขภาพประจำปี ถ้าได้ทุกปีก็ดี หรือทุก 2 ปีก็ว่าไป เผื่อว่า ถ้าเจอสัญญาณเตือนภัยใดจะได้เข้าสกัดจุดได้ทันค่ะ




 

Create Date : 06 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 6 พฤษภาคม 2552 21:52:59 น.
Counter : 334 Pageviews.  

แม่ค้าออนไลน์ : ไม่เนียน

นอกจากจขบ.จะเป็นแม่ค้าออนไลน์อยู่บนอีเบย์แล้ว ตอนนี้ยังขยับมาเป็นแม่ค้าออนไลน์บนเวบชอปปิ้งดอทซีโอดอททีเอชกะเค้าด้วย (ว่ากันว่าเวบนี้เป็นกลยุทธ์กระตุ้นคนไทยให้คุ้นกับระบบประมูลแบบอีเบย์)

หลังจากผลุบๆโผล่ๆอยู่ที่เวบนี้อยู่นานวัน ว่าแล้วก็ถึงเวลางานเข้าค่า มีลูกค้าคนหนึ่งเธออยากได้เครื่องสำอางของแท้ที่จขบ.เอามาปล่อยแบบราคาถูก
แต่เนื่องจากว่าเธอถูกลูกค้าอีกคนหนึ่งตัดหน้าโดยให้ราคาสูงกว่า เธอคนนี้ก็สู้นะคะ ไล่ให้ราคาสูงกว่าคนนั้น

สู้กันไปสู้กันมา จนราคาไต่ไปถึงระดับหนึ่ง เธอจึงเริ่มรู้สึกตัวว่า ไม่อยากจ่ายเงินขนาดนั้นเพื่อซื้อสินค้า ที่สำคัญเธอไม่ได้ประมูลสินค้าของจขบ.ตัวเดียวนะคะ 4 ตัวค่ะ บวกลบคูณหารแล้วก็หลายตังค์อยู่

สรุป ก็คือ เธอเลือกเก็บไว้ตัวเดียว และเป็นตัวที่ราคาไม่สูงนัก ส่วนอีก 3 ตัวที่เหลือ เธอไปเปิดล็อกอินใหม่อีก 2 บัญชี แล้วก็เข้ามาให้ราคาสูงกว่าราคาที่เธอให้ไว้

ทำไมจขบ.คิดว่าเป็นเธอที่มาในชื่อล็อกอินใหม่ถึง 2 ล็อกอิน
1. ทั้ง 2 ล็อกอิน เป็นบัญชีใหม่ถอดด้าม เพิ่งสมัครสดๆร้อนๆก่อนจะเข้ามาประมูลสินค้าในร้านของจขบ.
2. หนึ่งในสองบัญชีที่เธอสมัครมาใหม่ เธอใช้เบอร์บ้านที่เป็นเบอร์เดียวกับเบอร์ที่อยู่ในล็อกอินจริงอันที่เธอใช้ค้าขายบนเวบไซต์นี้
3. จขบ.โทรไปเบอร์มือถือของล็อกอินที่เธอสมัครมาใหม่นี้ สอบถามได้ความว่า เจ้าของมือถือไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับการซื้อของบนเวบไซต์นี้เลย
4. ส่วนอีกหนึ่งบัญชี เธอใช้เบอร์มือถือที่ไม่ซ้ำกันกะเบอร์ในล็อกอินของเธอ (ที่เปิดร้านขายของอยู่บนเวบไซต์นี้เหมือนกัน) และบัญชีข้างบน แต่เธอเลือกชื่อล็อกอินที่ยังอิงกับชื่อล็อกอินจริงของเธอ และชื่อเล่นจริงๆของเธอด้วย

จขบ.ไม่สามารถคาดคะเนเหตุการณ์ได้ว่า เธอทำแบบนี้ทำไม เพื่อความสนุก เพื่อความมันส์ เพื่อความสะใจ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่อย่างหนึ่งที่จขบ.ตอบได้เต็มปากเต็มคำ ก็คือ ทำแบบนี้มันไม่เนียนค่ะ ถ้าไม่อยากได้สินค้าที่เข้ามาประมูล ก็สามารถบอกยกเลิกกับจขบ.ได้โดยตรง จะได้ไม่ต้องเสียความรู้สึกกันแบบนี้

ปล.โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เนื่องจากเป็นประสบการณ์ตรงของจขบ. ดังนั้น การแสดงความคิดเห็นอาจมีอคติ




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2552 11:01:41 น.
Counter : 207 Pageviews.  

อย่าไปค้ำประกันใคร ถ้าไม่อยากได้หนี้กองโตโดยไม่รู้ตัว

เมื่อตอนเป็นเด็กได้ยินพ่อแม่ ผู้ใหญ่คุยกันว่า อย่าเผลอไปค้ำประกันใครเข้าหล่ะ เดี๋ยวจะได้หนี้กองโตโดยไม่รู้ตัว ตอนนั้นไม่เข้าใจ ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ใส่ใจเพราะยังเป็นเด็ก

แต่ตอนนี้แก่เป็นผู้ใหญ่เองแล้ว ก็ยังไม่ค่อยรู้สึกรู้สาอะไรกับประโยคที่ว่าไว้ข้างบน อาจจะเพราะไม่เคยหลวมตัวไปเซ็นค้ำประกันอะไรให้ใคร จนกระทั่งวันหนึ่งได้รับข่าวมิสู้ดีจากญาติสนิทมิตรสหายว่า ต้องเข้าไปรับผิดชอบหนี้ที่เกิดขึ้นจากการไปค้ำประกันการซื้อรถกระบะให้กับญาติๆกัน แล้วตัวการก็หนีหายเข้ากลีบเมฆ เพราะรับภาระหาเงินมาผ่อนไฟแนนซ์ไม่ไหว บริษัทไฟแนนซ์ก็เลยมาตามเอากับคนค้ำประกันแทน

จขบ.อยากจะช่วยญาติ เลยลองหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตดู และได้รู้ว่า

1. เมื่อไปจรดปลายปากกาลงนามค้ำประกันการทำสัญญาเช่าซื้อ หรืออะไรก็แล้วแต่ นั่นหมายความว่า คุณยินยอมพร้อมใจจะรับผิดชอบในหนี้ที่คนอื่นก่อโดยไม่มีข้อแม้

คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ อธิบายความหมายของการค้ำประกันสั้นๆแต่ได้ใจความไว้ในเวบไซต์ของท่าน //www.meechaithailand.com ว่า "การค้ำประกันคนนั้น ก็คือ การยอมตัวเข้ารับชำระหนี้แทนคนอื่นในกรณีที่คนที่เป็นลูกหนี้เขาไม่ชำระ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเขาไม่มีชำระ ตายไปแล้ว หรือเพราะไม่อยากชำระ และทันทีที่เขาไม่ชำระไม่ว่าเขาจะยังมีทรัพย์สินเงินทองมากมายเพียงไร มีฐานะดีอย่างไร เจ้าหนี้เขาก็มีสิทธิมาเอาจากผู้ค้ำประกันได้ทันที"

2. ครั้นอยากจะยกเลิกการค้ำประกัน เมื่อได้กลิ่นตุๆ ว่าคนซื้อเริ่มเบี้ยวการผ่อนชำระ กม.ท่านบอกว่า ทำได้ถ้าหาคนค้ำใหม่ ที่เจ้าหนี้พอใจมาค้ำแทนแต่ความจริง คือ ไม่มีใครอยากเข้ามาค้ำสัญญาที่ส่งกลิ่นไม่ดี และแน่นอนเจ้าหนี้ก็ย่อมไม่ให้มีการเปลี่ยนคนค้ำประกันกันง่ายๆ

3. ถ้าคนซื้อไม่ผ่อนบริษัท ก็ปล่อยให้บริษัทยึดรถคืนไปนั้น ย่อมทำกันได้ แต่ช้าก่อน บริษัทไฟแนนซ์จะเอารถออกขายในราคาที่ถูกแสนถูก ได้มาเท่าไหร่ก็เอามาหักลบกลบหนี้ ซึ่งแน่นอนว่ายังเหลือหนี้ที่ต้องชดใช้บริษัทอีกจำนวนหนึ่ง และบริษัทไฟแนนซ์ในฐานะเจ้าหนี้ก็จะมารีดเอากับคนซื้อ รวมถึงคนค้ำประกันด้วยค่ะ และเผลอๆอาจต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 20 ให้กับมูลค่าหนี้ที่ค้างชำระ ระหว่างรอบริษัทไฟแนนซ์เอารถออกขายด้วย

4. และในที่สุด ถ้าหากยังไม่มีการชำระหนี้กันทั้งจากผู้ซื้อ หรือคนค้ำ บริษัทไฟแนนซ์ ก็จะส่งเรื่องฟ้องศาล คนซื้อ คนค้ำ ต้องเสียเวลาไปศาล เสียค่าทนาย และผลสุดท้าย เรื่องก็จะเป็นแบบข้อ 3 ค่ะ

5. การค้ำประกันนั้นจะสิ้นสุดลงเมื่อได้มีการชำระหนี้จนครบถ้วนแล้ว

สรุปสุดท้าย คือ การเป็นคนค้ำประกันนั้นมีแต่เสียกับเสียค่ะ ถ้าจะให้ดีมีลูกสอนลูก มีหลานสอนหลานว่า "ชีวิตนี้อย่าไปเผลอค้ำประกันอะไรให้ใครโดยเด็ดขาด"

เหมือนดังที่คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ไขข้อข้องใจเรื่องการค้ำประกันไว้ในเวบไซต์ของท่านว่า

"การค้ำประกันให้ใครนั้น เป็นเรื่องง่าย ๆ เหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก ทำแล้วก็ไม่ได้มีบุญคุณอะไร เพราะส่วนใหญ่เขาจะมาบอกว่า ช่วยเซ็นต์ให้หน่อย ซึ่งแปลว่าในความรู้สึกของเขา เป็นเรื่องหน่อยเดียวจริง ๆ แต่เมื่อค้ำประกันแล้วเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าภูเขาทับอก จะต้องนอนฝันผวาไปจนกว่าเขาจะชำระหนี้กันหมด คนไม่รู้เรื่องอะไรและไม่เห็นความสำคัญของตัวเองเท่านั้นแหละจึงจะนอนหลับได้ในระหว่างนั้น"

ส่วนจขบ. หลังจากนั้งหลังขดหลังแข็งหาข้อมูลด้วยหวังว่าจะช่วยอะไรญาติได้บ้าง ก็ได้ให้สัญญาไว้กับตัวเองว่า ชาตินี้ดิฉันจะไม่เซ็นค้ำประกันอะไรให้ใครโดยเด็ดขาดค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก //www.meechaithailand.com และอีกหลายเวบที่จขบ.เข้าไปฉกข้อมูลมาแต่จำไม่ได้เพราะเยอะมากกกกก




 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2552 14:37:13 น.
Counter : 549 Pageviews.  

1  2  3  4  

Never be Afraid to Dream
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]









หมายเหตุ :
1. ขอขอบคุณเจ้าของโค้ด รูป และของแต่งบล็อกที่รวมกันเป็นบล็อกนี้ทุกท่านและขออภัยที่ไม่สามารถเอ่ยชื่อได้ เนื่องจาก จขบ.เซฟมาเยอะจนไม่สามารถจำได้ว่าเอามาจากบล็อกของท่านใดบ้าง

2. ขอขอบคุณไว้ล่วงหน้า ณ ที่นี้ สำหรับทุกท่านที่แวะมาเยี่ยม มาแสดงความเห็นค่ะ และขออภัยหากไม่ได้กลับไปเยี่ยม
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Never be Afraid to Dream's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.