The wall is just the wall. It can't be taller than heaven.
Group Blog
 
All blogs
 

CHERUB:The Recruit >> รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา




นานมาแล้วหนมปังครั้งยังละอ่อนได้ถามคุณนายผู้เป็นแม่ไปด้วยความสงสัย

"คุณนาย รักดีหามจั่วรักชั่วหามเสา มันหมายความว่ายังไงอ่ะ"

คุณนายของหนมปังที่วุฒิทางการศึกษาไม่ได้มากมาย แต่ตอบอย่างเฉียบคมประเภทที่หนมปังฟังแล้วยังทึ่งว่า

"ก็ความดีมันทำยาก แต่ทำแล้วเบา เหมือนเราหามจั่ว หามยาก แต่เบา
ส่วนความชั่วมันทำง่าย แต่ทำแล้วหนัก เหมือนเราหามเสา รูปร่างมันหามง่าย แต่หนัก"

จนถึงตอนนี้หนมปังยังไม่เคยได้คำแปลของสำนวนไทยสำนวนนี้ได้โดนแบบนี้อีกเลย

และแล้ววันหนึ่ง ที่หนมปังครึ้มใจยิ่งนัก อยากอ่านนิยายแปล แต่ด้วยร้านการ์ตูนมีตัวเลือกไม่มาก และร้านเค้ากำลังจะปิดละ หมดเวลาทำการ เลยฉวยเอาเล่มนี้ออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจนัก

เล่าล่ะ

CHERUB: The Recruit เป็นวรรณกรรมเยาวชนจากประเทศอังกฤษ ดินแดนที่ให้กำเนิด Harry Potter พ่อมดหนุ่มแว่นขี้โมโหจนฮิตติดลมบนมาแล้ว จาปลายปากกาของนักเขียนชื่อ Robert Muchamore (นามสกุลอ่านว่าอะไรหนอ) กับรางวัลการันตีหลายรางวัล

เปิดเรื่องมาด้วยชีวิตบัดซบของหนุ่มน้อยอายุสิบเอ็ด นามว่า เจมส์ โช้ค(เข้าใจว่าอารมณ์เทือกๆ เจมส์ บอนด์) ที่มีแม่ติดเหล้า กับพ่อเลี้ยงมือหนัก อาจารย์ไม่รัก เพื่อนไม่คบ โดนเด็กที่เกเรกว่ารังแก(เพราะตัวหมอนี่เองก็เลือดเดือดใช่ย่อย) และกำลังถูกพักการเรียนเพราะพลั้งมือเอาหน้าเด็กผู้หญิงในห้องไปไถกะตะปู

เจมส์ โช้ค ไม่ใช่เด็กดี และดูจะเกเรมากในสายตาผู้ใหญ่ เพราะเค้าทั้งโขมยของ รังแกผู้หญิง ชกต่อย แต่ก็เหมือนเด็กเกทั่วไป เจมส์หงอหงิกต่อหน้าพวกเก๋ากว่าเสมอ

อ่านไปสักพัก หนมปังรู้สึกเกลียดหมอนี่ขึ้นมาติดหมัด แต่ก็กลับสงสารจับใจ

เจมส์ รู้ตัวเองดีว่าตัวเองเป็นเด็กเกเร รู้และสำนึกผิดอยู่ทุกวินาที แต่ก็มีอีกมุมหนึ่งที่ต้องการการยอมรับจากสังคมวัยรุ่น ต้องการ"ที่" ที่สามารถจะอยู่รอด อย่างที่คนอื่นๆยอมรับตัวเขา สองด้านของเจมส์ตีกันเกือบทุกตอน จนถึงเวลาหนึ่ง

มันถึงจุดที่เค้าหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้อีกแล้ว หากจะอยู่รอดถูกยอมรับ เค้าต้องเป็นแบบนี้ต่อไป หรือจะยอมกลายเป็นคนดีที่ไม่มีที่อยู่

"พระเจ้าครับ ผมไม่เคยเป็นเด็กดี แต่โปรดช่วยให้ผมเป็นคนดีด้วยเถอะ"

นี่คือคำอธิษฐานของเด็กชายคนหนึ่งระหว่างที่กำลังอาบน้ำล้างเลือดออกจากตัวเอง

หลังจากที่หามเสากันมานาน เด็กชาย เจมส์ โช้ค ก็หันมาหามจั่ว และชีวิตของเขาก็ยากขึ้นอีกหลายเท่า

เริ่มจาก แม่เสียชีวิตเกือบทันทีที่เขาออกมาจากห้องน้ำ เขาต้องไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า น้องสาวถูกพรากไปอยู่กับพ่อเลี้ยง เขากลายเป็นอันธพาลเกือบเต็มรูปแบบ ถ้าไม่เพราะ

CHERUB องค์กรลับที่เห็นแววความบ้าและฉลาดของเขาไปเจอเข้าและรับเข้าทำงานในหน่วยสืบราชการลับที่มีแต่เด็กทำงาน

หลังจากนี้ก็เป็นเรื่องราวคล้ายกับ Hogwart ฉบับทหารพราน กับการฝึกเด็กอายุสิบเอ็ดเป็นสายลับและปฏิบัติภารกิจ

หากจะอ่านเอามัน ก็พอใช้อ่ะนะ เป็นเล่มแรกเลยไม่มีแอคชั่นอะไรนัก แต่ที่ชอบคือวิธีผูกเรื่อง วิธีให้ความขัดแย้ง สถาณการณ์และจุดยืน ที่ไม่น่าเชื่อว่าวรรณกรรมเยาวขนจะสามารถให้ได้ และแนบเนียนซะด้วย

หนมปังชอบตอนแบบทดสอบ ครูฝึกบอกให้เจมส์ฆ่าไก่ พร้อมกับยื่นปากกาลูกลื่นให้หนึ่งด้าม หลังจากที่ถูกกดดันด้วยเงื่อนไขการรับเข้าของโรงเรียน เจมส์จึงตัดสินใจฆ่า ผลคือเจมส์สอบผ่านแบบเกือบตก

"หากคุณไม่ฆ่าไก่โดยยืนยันว่าคุณเป็นมังสวิรัติ หรือคุณรีบคว้าปากกาเข้าไปฆ่าไก่อย่างไม่ลังเล คุณจะผ่านอย่างสวยงาม แต่นี่คุณยอมให้ผมกดดันคุณ คุณจึงถูกหักคะแนน"

หลักการคือ ไม่ใช่การผ่านแบบทดสอบ แต่เป็นการยืนยันในจุดยืนที่ถูกต้องของตัวเองจนท้ายสุด ไม่โอนอ่อนตามสถานการณ์ ตามผลประโยชน์ นี่เป็นเป็นบททดสอบของพวกหามจั่วทุกคนต้องเจอ

อีกตอน คือตอนท้ายที่เจมส์สามารถหยุดยั้งผู้ก่อการร้ายไม่ให้ปล่อยอาวุธเชื้อโรค แต่ผลที่ตามมาคือ ทำให้ผู้บริสุทธิ์กว่าหลายร้อยชีวิตถูกไล่ออกจากที่ดินที่พวกเขาเกิดและโตภายในคืนเดียว

นี่คือสิ่งที่คนหามจั่วต้องเจอ การจ่ายราคา การลงทุน ในสิ่งที่ถูกต้องอาจมีสิ่งที่ถูกต้องกว่า มีคนเคยบอกหนมปังว่า "ไม่มีความดีใดที่ไม่ต้องจ่ายราคาแลกมา ขึ้นกับว่าเราจะจ่ายด้วยอะไร"

หนมปังเห็นด้วย

แล้วคุณล่ะ ชอบหามเสา หรืออยากจะหามจั่วบ้าง

ส่วนหนมปังน่ะ ชอบของยากเสมอ เหอๆๆ




 

Create Date : 05 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2550 17:04:10 น.
Counter : 396 Pageviews.  

พฤกษาสวาท : โศกนาฏกรรมบนความสัมพันธ์

หนมปังไม่ค่อยมีเวลาอ่านหนังสือนิยายไทย นอกจากเป็นโอกาสพิเศษจริงๆ หรือบางช่วงที่ความเบื่อละครพีคถึงขีดสุด อยากเสพความน้ำเน่าแบบโลดแล่นในจินตนาการแทน

แต่คราวนี้ไม่เหมือนกัน

หนมปังรู้ข่าวว่า คุณฉัตรชัย เปล่งพานิช (ดาราคนโปรด)รับเล่นละครเรื่อง พฤกษาสวาท (ชื่อเรื่องนี่) เอ๋! ชื่อเรื่องคุ้นๆ พอลองนึกย้อนไปตอนเด็กๆเคยดูสองสามตอนนี่นา ตอนนั้นคุณนพพล โกมารชุน(ดาราคนโปรดอีกคน)เป็นพระเอก แสดงดีมาก นางเอกหน้าเศร้าจำชื่อไม่ได้แล้ว เนื้อเรื่องก็สนุกใช้ได้นี่นะ

หนมปังค้นๆต่อไปก็พบว่าเป็นบทประพันธ์ของ กฤษณา อโศกสิน อืมมมม น่าสน

เย็นแก่ๆวันหนึ่งไม่นานมานี้ หนมปังเลยกำตังสองร้อยไปที่ร้านหนังสือใกล้บ้าน ตัดสินใจในวินาทีสุดท้ายอยู่นานเหมือนกัน ก่อนจะจ่ายตังซื้อไป

พอถึงบ้านก็เริ่มแกะพลาสติกเปิดอ่าน

อ่านจบแย้ว จะเล่าล่ะนะ

เปิดมาบทแรกหนมปังก็มึนซะละ เค้าเล่นบรรยายว่าพระเอกตัวสั้นเตี้ย จมูกโต ปากหนา เข้าขั้นขี้ริ้วขี้เหร่ทีเดียว

มันตรงกับพี่นกหรือพี่ตู่ตรงไหนฟะ(ยิ่งพี่ตู่ออกจะสลิม)

ยิ่งอ่านๆไปยิ่งรังเกียจตัวละครตัวนี้เกินกว่าจะรับได้ว่าเป็นพระเอก แถมกับนางเอกน่ารักใสซื่ออย่างนี้ด้วยแล้ว โอ้ย! มันไม่ได้ดั่งใจจริงๆ

พออ่านไปกลางเรื่องก็ค้นพบสัจธรรม (เพราะเพิ่งมาอ่านคำนำตอนนั้น)

ข้อหนึ่ง นี่ไม่ใช่นิยายรักข้ามรุ่นจี๋จ๋าหวานจ๋อย นี่คือโศกนาฏกรรมของเด็กสาวคนหนึ่งที่ไม่มีโอกาสเรียน ไม่มีโอกาสได้เล่นสนุกกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน ไม่มีโอกาสได้อยู่กับคนที่ตัวเองรัก

ในหนังสือเปรียบเธอเป็นต้นไม้ที่พระเอกปลูก และหวังจะได้กินผล แต่เธอไม่ใช่ต้นไม้ที่ถ฿กพรวนด้วยความรัก แต่ถูกพรวนด้วยความลุ่มหลงมัวเมาของผู้ชายคนหนึ่ง และนั่นคือที่มาของชื่อเรื่อง

เข้าใจว่าคุณกฤษณา อโศกสิน ตั้งใจให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์กับเด็กสาวที่ชิงสุกก่อนห่าม หรือเอาตัวเข้าแลกเงินตามสมัยนิยมโดยไม่คำนึงถึงผลตามมา เพราะฉากเข้าพระเข้านาง ทำเอาหนมปังกินข้าวไม่ลงเลย

ข้อสอง เรื่องนี้ไม่มีพระเอก ที่อยู่กับนางเอกตอนท้ายนั้นเราอาจจะเรียกว่าพระเอก แต่เมื่อหนมปังทบทวนสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดแล้ว ตาลุงนี่ไม่สมควรถูกเรียกว่าพระเอกอย่างยิ่ง เป็นตัวร้ายที่น่ายิงทิ้งซะมากกว่า เพราะเฝ้าพูดถึงแต่ผลประโยชน์ตัวเองฝ่ายเดียวทั้งเรื่อง กรอกหูนางเอกว่าเค้าเป็นคนเลี้ยง เค้าทุ่มกายทุ่มใจเลี้ยงมา เค้าจึงสมควรได้รับการตอบแทน

แมนนนนน! จนจบเรื่องมันยังไม่สำนึก

ดูๆไปตาลุงนี่น่าจะเป็นตัวแทนของความมัวเมาได้อย่างดี ไม่มองซ้ายขวา ไม่ลืมหูลืมตา ไม่คิดถึงเหตุถึงผล ตะบี้ตะบันจะเอาชนะท่าเดียว คิดอย่างเดียวว่านี่ของช้านนะเฟ้ย น่านแหละ ค.รัก(รึป่าว)ทำให้คนตาบอด

นางเอกในเรื่องก็หัวอ่อนจนไม่สามารถชักจูงใครได้สักคน ไม่สามารถให้เหตุผลที่หนักแน่นกับใครได้สักคน พูดกันตามตรงว่าเธอเองก็มีส่วนทำให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพแบบนี้เหมือนกัน เพราะความประมาท และการมองปัญหาและคนไม่ทะลุ

สุดท้ายเจ้าหล่อนจึงต้องมีความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เย็นชาตลอดชีวิต เพราะลูกที่เป็นเหมือนห่วงผูกคอ

เรื่องนี้แม้จะเก่า แต่สะท้อนสังคมในปัจจุบันได้หลายๆแง่มาก ตั้งแต่วัยรุ่น จนถึงสถาบันครอบครัว

หากความรักเป็นเหมือนต้นไม้ เราบำรุงพรวนดินต้นไม้ของเราด้วยอะไร ความหลง ความมัวเมา ความห่วงใยที่เกินพอดี ความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ความเร่งรัด การตามใจ หลับหูหลับตาตัดกิ่งก้านใบตามต้องการโดยไม่คำนึงว่าต้นไม้จะขาดวิ่นแหว่งตรงไหนบ้าง

หากแต่เราลืมไปบางอย่างว่า ความรักนั้นคือความเชื่อ และความหวังอยู่เสมอ ความรักไม่ได้มีจุดศูนย์กลางที่ตัวเอง แต่อยู่ที่คนที่เรารัก และความรัก ก็ให้อภัยได้เสมอ

เมื่อหนมปังอ่านหนังสือเล่มนี้จบ ก็พบว่าหนมปังผิดหวังที่จะได้อ่านนิยายรักหวานซึ้งข้ามรุ่น(เหมือนที่ตัวละครทีวีนำเสนอ) แต่กลายเป็นได้อ่านภาพสะท้อนการบิดเบี้ยวในความรักที่วนเวียนในสังคมปัจจุบันแทน

ใครนึกอยากอ่านนิยายรักวีดวิ้ว ขอเตือนว่าอย่าหยิบเรื่องนี้มาอ่านเลย แต่ถ้าคุณพร้อมสำหรับโศกนาฏกรรมสะท้อนสังคมในด้านความสัมพันธ์ ก็อ่านเถอะ ขอแนะนำว่าอย่ากินอะไรไปด้วยเวลาอ่านฉากเข้าพระเข้านาง เพราะคุณอาจเบื่ออาหารกะทันหันได้(หมายเหตุ ขึ้นอยู่กับพลังจินตนาการของคุณ)

ปล. หนมปังยังอยากดูฉบับพระเอกหล่ออยู่ดี และก็ยังชอบเวอร์ชั่นพี่ตู่เหมือนเดิม





 

Create Date : 22 สิงหาคม 2550    
Last Update : 22 สิงหาคม 2550 17:32:09 น.
Counter : 657 Pageviews.  


Valentine's Month


 
รถขนมปังกรอบ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add รถขนมปังกรอบ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.