The wall is just the wall. It can't be taller than heaven.
Group Blog
 
All blogs
 

Coffee Prince : หญิง ชาย รัก ไม่รัก



หนมปังดูซีรี่ส์เรื่องนี้จบไปหลายสัปดาห์แล้ว ความประทับใจกลางๆ ไม่เยอะ ดีที่นักแสดงทุกคนเล่นกันดีมาก

แต่พอเข้าไปดูที่พันทิพย์ มีคนตั้งกระทู้ถามหลายคนทำนองว่า ตกลงพระเอกเป็นเกย์หรือเปล่า? ถ้านางเอกเป็นผู้ชายจริงๆจะชอบมั้ย?

ประกอบกับพักนี้กระแสเกย์แอบ เกย์โต้งๆ เกย์โชว์ เยอะเหลือเกิน อะไรๆก็เลยพาลให้ประชาชนระแวดระแวงไปหมดว่า เฮ้ย นี่ส่อเจตนาอะไร เบี่ยงเบนรึเปล่า?

หนมปังก็เลยอยากคุยถึงเรื่องนี้ เกาะกระแสซะหน่อย

*****เล่าล่ะ******

เรื่องนี้เปิดฉากด้วยการทำความรู้จักกับแม่หนู โก อึน ชาน ที่เป็นหญิงแท้ผมสั้น แต่เพราะบุคลิกและการแต่งตัวจึงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นหนุ่มน้อยอยู่เสมอ

พระเอกลูกคนรวยไฮโซ(ตามระเบียบ) เพิ่งกลับจากนอก เป็นไอ้หนุ่มลอยชาย หน้าตาพอใช้เงินเยอะสาวเลยติดตรึม แต่ดันผ่าไปถูกใจแฟนพี่ชายซะนี่ แต่ก็นะ ตามประสาคนขี้ปลื้ม ไม่ได้ลึกซึ้งอะไรมากมาย

แล้วทั้งสองก็มาเจอะกัน พระเอกว่าจ้างนางเอกให้มาเป็นคู่เกย์กำมะลอเพื่อหนีการดูตัวแบบคอมโบที่แม่กะย่าส่งมาให้ไม่ขาดสาย

พระเอกรู้สึกเอ็นดูนางเอกในฐานะเด็กหนุ่มที่ทำงานเลี้ยงครอบครัว และความร่าเริง หลุดรั่ว บ้า มุทะลุ จึงเอ็นดูเหมือนน้องชาย

ส่วนนางเอกก็เป็นทอมแค่ภายนอก ภายในยังหญิงจ๋า100% ก็เห็นว่าพระเอกหล่อดี(ชอบตี๋)

พระเอกถูกย่าบังคับให้เปิดร้านกาแฟ เขาใช้คอนเซป"เจ้าชาย" และรับพนักงานชายซึ่งบังเอิญหน้าตาดีมาเป็นบริกร และแน่นอนต้องรวมน้องชายกำมะลอตัวดีของเขาด้วย

และบลาๆๆ พระเอกก็รักนางเอกทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่านางเอกเป็น ญ และพอรู้ก็โกรธ และ บลาๆๆ ก็แฮปปี้เอนดิ้ง จบ

เอาล่ะ ประเด็นคือ ไอ่พระเอกมันรักนางเอกตั้งแต่ยังไม่รู้ว่านางเอกเป็นหญิง อย่างนี้เรียกว่าในรถไฟ(อินเทรน) ตามตำรา Y หรือไม่

ประเด็นนี้ เราลองมาดูสภาพจิตใจนายชอยฮานกยุลชัดๆตั้งกะเริ่ม

First Met
สองคนนี้เจอกันในโรงแรม ใครดูแล้วคงจำได้ว่ามีฉากเซอร์วิสแฟนตั้งกะต้นม้วน ที่สองคนนี้ล้มลงไปทับกันโดยพระเอกอยู่ในชุดผ้าคลุมขนหนู

เห็นกันชัดๆนายชอยไม่ได้คิดอันใดทั้งสิ้น ไม่อาย ไม่เคอะเขิน บอกเจตนาบริสุทธิ์อย่างดี ไม่มีเบี่ยงเบน

ส่วนน้องชานก็เอียงอายแต่ก็เก็บเงียบ เนียน หวั่นไหวกับอกอุ่นๆเล็กน้อย

ช่วงคู่เกย์กำมะลอ
ไม่มีอะไรในกอไผ่คั่กๆ พระเอกยังจูบได้ไม่คิดเกินเลย คงจะเอ็นดูที่เจ้าชานมันคล้ายผู้หญิงจริงๆพับเผื่อย เลยแกล้งจุ๊บไปให้มันกระอักกระอ่วนเล่น เหอๆ ช่างไม่เห็นหัวใจสาวน้อยอึนชานซะเรย

ช่วงช่วยกันทำมาหากิน
ตรงนี้แหละที่มันเริ่ม เราเห็นกันครั้งแรกที่ฟันธงได้ว่าเฮียกยุลตกหลุมรักซะแล้วคือตอนที่เจ้าชานนอนหลับสนิทในห้องของเล่นและเฮียก็เกือบกินเด็ก

ซึ่งก่อนหน้านั้น ถ้าเราจะพิจารณาว่าเฮียกยุลมีประเด็นเรื่องครอบครัวอยู่ กำลังต้องการที่พึ่งพา ต้องการคนที่จะปลอบโยนเอย่างบริสุทธิ์ใจ และบังเอิญน้องชานอยู่ในตำแหน่งนั้นพอดิบพอดี

เมื่อใกล้กันมากขึ้น จิตใจเฮียก็เริ่มรู้จักน้องชานในมุมผู้หญิงมากขึ้นจากการปลอบโยน แต่ในความคิดก็ยังคิดว่าน้องชานเป็น ช

จึงบอกว่าอีตาคนนี้จิตใจกับความคิดไม่ได้โยงกัน ใจเริ่มปักหัวลงไปแล้วว่าอึนชานเป็นผู้หญิง แต่ความคิดยังเห็นอึนชานเป็นผู้ชาย

เช่นเดียวกับทุกคนในร้าน แต่คนอื่นๆเค้าไม่ต้องคิดมากเพราะเขาไม่บังเอิญตกหลุมรักอึนชาน

ฉับฉน
และความสับสนอลหม่านก็มาเยือนเฮีย เมื่อใจที่หลงรักหญิงสาวที่ฉาบเคลือบด้วยบุคลิกหนุ่มน้อย กับความคิดที่มองภายนอกว่าเจ้านี่มันผู้ชาย ผลก็คือ

"อึนชาน แกเป็นเกย์ใช่มั้ย?"

ซะงั้น

และแทนที่เฮียจะลองหยุดคิด เอ๊า.. ดันยิ่งสับสนคิดว่ตัวเองจะเบี่ยงเบน ผลก็คือ

"อึนชาน มากอดกันทีนึง"

เอาก๊ะเค้าดิ คนมันชอบมันรัก กอดกันก็ชื่นใจเป็นทำมะดา เฮียก็กลับเอาไปคิดเป็นคุ้งเป็นแคว นึกว่าตัวเองเป็น Y เฮ้อ....

โกรธวุ้ย
น่านหล่ะ พอนางเอกเป๋ยเผิดเลยโกรธ เฮียไม่ได้โกรธอะไรหรอก เฮียโกรธที่ตัวเองดันฉับฉนตั้งนาน ซึ่งถ้าคิดกันจริงๆแล้วเฮียแกทำตัวเองเกือบทั้งน้าน เพราะความคิดจิตใจไม่ต่อกัน ผลก็เป็นดังนี้แล

สรุปคือ เฮียฮานกยุลแกรู้มาตั้งนานแล้วว่านางเอกเป็นหญิง แต่ไม่ยอมรับเพราะภาพลักษณ์ภายนอก

อึนชานเองถึงแม้ว่าจะมีการแสดงออก บุคลิกห้าวหาญ ผมสั้น และเหมือนเด็กผู้ชายแค่ไหน แต่นั่นก็แค่ภายนอก หากดูมาตลอดจะเห็นว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนมั่นคงในรัก ช่างฝัน ขี้อ้อน และโรแมนติคเอามากพอๆสาวน้อยกอดตุ๊กตาหมี

ก็ไม่แปลกถ้าจะมีผู้ชายคนไหนมองทะลุเข้าไปถึงตัวจริงของเธอ และหลงรักเธอที่ตรงนั้น

หนมปังเห็นว่าทั้งคู่เป็นชายจริง หญิงแท้ ไม่มีเบี่ยงเบนแน่นอน หนมปังฟันธง




 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2550 13:32:58 น.
Counter : 253 Pageviews.  

Nodame Cantabile : ความตระการตาที่จับต้องได้



มีคนเคยว่าไว้ว่า ดนตรี คือสิ่งที่เข้าถึงมนุษย์ได้ง่ายที่สุด

เมื่อปีก่อนหนมปังที่ชอบอ่านการ์ตูนได้รู้จักกับ Nodame เป็นครั้งแรก

ตอนนั้นออกมาเล่มเดียวเอง อ่านแล้วก็ไม่ได้ประทับใจอะไร พอหาเล่มสองที่วางต่อกันไม่เจอก็ถอดใจ ไม่ตามหาอีก

ไม่นึกว่า น้องโนะ จะตามมาหลอกหลอนในรูปแบบใหม่ คือ ซีรี่ส์คนแสดง

คราวนี้ได้รับเสียงเชียร์เกรียวกราวจากหลายท่าน จนหนมปังต้องมองกลับไปที่หน่วยความจำเก่าเก็บ และแสวงหาเล่มสอง สาม และต่อๆมา ในฉบับการ์ตูนมาอ่าน

และได้พบว่า Nodame มีเนื้อเรื่องตรึงใจในความง่าย และแปลกใหม่ เล่นกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในนักดนตรีทุกคน ความหยิ่ง ภูมิใจ ความอาย ความกลัว ลูกฮึด เรื่องเล่าผ่านสายตาและชีวิตของนายจิอากิ

ดังนั้นหนมปังจึงหาซีรี่ส์เจ้าปัญหาเรื่องนี้มาดู

ดูจบแหลว ผู้ Sensitive ทั้งหลาย สะปอย อเลิด ปี๊ป่อๆๆ!

เนื่องจากหนมปังค่อข้างผิดหวังกับซีรี่ส์ญี่ปุ่นหลายเรื่อง ที่ยุรยาดเรื่อง เนือย~ จนน่าเวียนหัว กับบทพูดที่เว้นช่อง เนือย~ จนอึดอัด การตัดสินใจกับซีรี่ส์เรื่องนี้จึงค่อนข้างจะเป็นการหักดิบกับอคติของตัวเองพอสมควร แต่เอาเหอะ หากซีรี่ส์ญี่ปุ่นเรื่องไหนจะทำให้หายโรคอคตินี้ไปได้ก็น่าจะเป็นเรื่องเนี้ยะ

แรกเปิดตัวนายจิอากิกับบรรยากาศแสงแบบที่เราเคยคุ้น อืม.. กล้องตัดผ่านมาที่หน้าตาพระเอก หนมปังก็ หงะ...หงะ... นี่อ่ะนะ ที่เค้าว่าหล่อ เอ่อ.. เอาเถอะ อภัย โผล่มาแค่หน้า ฝีมือการแสดงอาจโอก็ด้าย แล้วก็จริงๆล่วย บทหยิ่งเริ่ดเชิดแมน หมอนี่ทำได้ยียวนกวนโอ้ยมั่ก แม้พลังอาจจะน้อยไปนิดสำหรับความเป็นจิอากิ (แต่ฉากสุดท้ายนี่ยกเว้น พลังมหาศาลเลย) ทั้งฉากหลุดๆของนายจิอากิก็ทำได้กวนดีแท้ โดยรวมๆแล้วสอบผ่านอย่างสวยงามทีเดียว



ตัวบทแนะนำให้เรารู้จักจิอากิ พื้นเพ ประวัติ และโฟกัสไปที่ทัศนคติในการมองคน มองดนตรี ซึ่งดูแล้วจับต้องได้ (ก็มันเป็นนิสัยปกติของนักดนตรีอ่ะนะ) และยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถอย่างเทพของหมอนี่อีกด้วย

เรื่องเริ่มเล่าถึงสถานการณ์ ที่แม้จะเก่ง แต่ด้วยความทะนง จึงหาคนสนับสนุนยาก



จนมาได้เจอสาวน้อยจอมซกมก และติงต๊องที่สุดซึ่งชีวิตสิ่งที่สำคัญที่สุดของเธอคือการกิน นามกรว่า โนดะ เมงุมิ หรือเรียกกันว่าโนดาเมะ และบังเอิ้น บังเอิญ เธอก็เป็นอัจฉริยะทางเปียโนด้วยเช่นกัน

นับจากวันนั้น จิอากิกับโนดาเมะได้กลายเป็นด้านตรงข้ามของกันและกัน

จิอากิที่ทะนงในพรสวรรค์ตนเอง ทะเยอทะยานแบ่งระดับ จนลืมว่าดนตรีนั้นเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาให้บรรเลงกับผู้อื่น

กับโนดาเมะที่เล่นดนตรีตามใจตนเองและมีความสุขไปวันๆ จนลืมไปว่าดนตรีนั้นมีไว้เล่นเพื่อคนอื่นไม่ใช่แค่ความสุขของตนเองอย่างเดียว



ตัวบทตัดตอนได้ชาญฉลาด เร็วได้ใจ กระชับ ชัดเจน ทั้งยังได้อารมณ์ครบถ้วน แม้บทพูดจะลอกการ์ตูนมาแป๊ะๆ แต่ก็ทำออกมาไม่เฝือ ฉากขำกลิ้งแบบซาดิสก์เป็นระยะๆ ทำได้น่ารักและเป็น"จิอากิกับโนดาเมะ"มากๆ มุมกล้องเวิร์คมากอ่ะ ดูสด(ไม่แช่อยู่มุมเดิมๆอย่างละครไทยบางเรื่อง) ให้รายละเอียด แม้จะไม่หวือหวาก็ตาม

ที่ต้องชมโปรดัคชั่นและดนตรีประกอบ เข้าใจหาสถานที่ถ่ายทำ เซ็ตฉากเซ็ตของได้แบบว่า ใช่เลย นี่แหละ มหาลัยดนตรี ไม่มากไม่น้อยไป และดนตรีประกอบที่บางฉากถึงขั้นจี๊ด แต่บางฉากเนือยไปหน่อย แต่รวมๆแล้วเวิร์คมอร์ โดยเฉพาะ Ending กับ Opening ฟังไม่เบื่อเลย

และ ต่าแล้นๆๆ ทีมนักแสดงโดยเฉพาะหัวหอกอย่างพระนาง โนดาเมะจัง เธอได้ใจจริงๆ แม้หน้าตาจะน่ารักถึงขั้นเก็บไปเพ้อได้สบายๆ แต่เธอเล่นแบบไม่ห่วงสวยกันเลย และจิอากิ กับบุคลิคเก๊กๆแต่รั่วๆบ่อย แสดงได้ดีถึงแม้หน้าไม่ให้ และตัวอื่นๆที่ Cast กันมาได้ลงล็อก ทั้งมาสึมิ(ขานี้หลุดมาจากการ์ตูนเลย) มิเนะ(น่านแหละ ทรงผมนั้นแหละได้อารมณ์ละ) คิโยระ(บุคลิกเธอทำให้ความเป็นคิโยระโดดขึ้นมาชัดเจนมาก) ตี๋แว่น(อ้อ ที่เจ้าชู้ได้เพราะหน้าตางี้นี่เอง) และอื่นๆ




และ.. บทสรุปซีซั่นด้วยฉากจบอันทรงพลังของบีโธเฟ่นนัมเบอร์เจ็ด บนคอนเสริตออเครสตร้าขนาดยักษ์ การแสดงไวโอลินยกล้อ หมุนเชลโล่ดับเบิ้ลเบสได้งดงามตระการตา และการแสดงทางสายตาของทามากิ ฮิโรชิผู้รับบทเป็นจิอากิ ที่ทำให้หนมปังได้รู้ว่า นักแสดงชายคนนี้ ก็ปล่อยพลังมหาศาลเช่นนี้ออกมาได้เหมือนกัน

สรุปว่า หากท่านคิดจะดูซีรี่ส์ดีๆ โปรดัคชั่นเนียนๆ ตัวบทเข้าใจง่าย เนื้อหาจับต้องได้ เพลงเพราะสะเด็ด และเฮฮาซาดิสก์ล่ะก็ หามาไว้ดูเถิด ไม่ผิดหวังหรอก



ปล. นางเอกเล่นเปียโนได้เท่จริงๆ พับเผื่อย








 

Create Date : 14 สิงหาคม 2550    
Last Update : 15 สิงหาคม 2550 14:31:14 น.
Counter : 261 Pageviews.  

Hello Miss! ร้ายอย่างน่าสนใจ



เมื่อปลายปีที่แล้วเป็นช่วง Prime Time ของซีรี่ส์เกาหลีในชีวิตของหนมปัง เพราะมีช่องทางดาวโหลด(เค้าเลิกแล้วอย่าจับเค้าน้า) และแลกเปลี่ยน ประกอบกับความสด และละเอียดละออของละครแบบที่ไม่เคยเห็นในละครไทย

ซีรี่ส์ช่วงนั้นที่เข้ามาก็มี Princess Hours(Goong) , My lovely sam soon , sassy girl , sweet18 ,wonderful life และ My Girl

เห็นมะว่า Prime Time ดูกันเป็นล่ำเป็นสัน แต่ที่ถูกใจถูกตามีไม่กี่เรื่อง และแน่นอนต้องมี My Girl เพราะตัวบทที่เล่นยอกย้อนดีแท้ ตัวคนแสดงที่หลงรักกันไปเลยทั้งพระเอกนางเอก ภาพที่ออกมาเนียนตา เล่าเรื่องลื่น มุขตลกเข้าท่า และ เดจาวูที่น่ารัก

พอหลังจากช่วง Prime Time ไปแล้ว หนมปังจึงติดตามงานของนางเอก พระเอกคู่นี้อยู่เสมอ แบบว่าแม้จะไม่ได้ดูแต่ก็รู้ข่าวแหละ

และเมื่อ ลี ดา เฮ เธอรับเล่นเรื่องนี้ ก็เลยตัดสินใจหามาดูทั้งๆที่ไม่ได้ดูซีรี่ส์เกาหลีนานละ

ดูจบแล้วหละ เด๋วจะเล่าให้ฟัง

ละครเปิดตัวให้คนดูได้รู้จักธรรมชาติของตัวละครหลักสองตัวก่อนอื่น คือ แม่นาง ลี ซู อา คาดคะเนอายุจากบุคลิกการกระทำไม่น่าจะเกิน20(จริงๆแล้วประมาณ23) กับ ฮวาง ดอง กิว ตัวพระเอกที่อายุไม่น่าเกิน25(จริงๆประมาณ30) กับพระเอกที่แอ๊บโก๊ะ ขับรถชนจักรยานนางเอกที่กำลังร้องเพลงปลาไหลอย่างสบายอารมณ์ ละครใช้เวลาประมาณครึ่งตอนแนะนำทั้งสองคนให้เรารู้ว่า พื้นเพแตกต่างกันอย่างไร บุคลิกต่างกันอย่างไร และเกี่ยวข้องกันอย่างไร ก่อนที่จะเข้าสู่เรื่องรวดเร็วตามสไตล์ละครเกาหลี

เริ่มที่นางเอกมาพักอยู่ที่บ้านคุณพ่อเพื่อแสดงระบำกลอง แต่เจ๊ดันเข้ามางานผิด กลายเป็นงานรวมรุ่นยากุซ่า เราได้พบกับพระรอง(ชื่อไรฟร้า จำมะได้) ที่หน้าตาแป๋วแหววแอ๊บแบ๊ว แต่เจ้าชู้หัวงูอย่างยิ่ง และได้รู้จักนางร้ายที่เป็นนางสาวศัลยกรรมจ๋า

ละครดำเนินเรื่องโดยอาศัยเหตุบังเอิญ และเล่นกับบุคลิกที่แตกต่างระหว่างพระเอกกับนางเอก มีฉากพ่อแง่แม่งอนตามฟอร์ม และฉากน่ารักๆ โลกเป็นสีชมพู พระรองที่หลงรักนางเอก(ได้ยังไงก็ไม่รุ) ทุกอย่างดำเนินเกือบตามสูตรสำเร็จหนังเกาหลี

สำหรับซีนที่จัดว่าสะดุดใจสำหรับหนมปังกลับไม่ใช่ซีนหวีดหวาน แต่เป็นซีนเล็กๆ กับคำพูดไม่กี่ประโยค เมื่อพระเอกทะเลาะกับนางเอกจนนางเอกร้องไห้ พระเอกพูดคำว่า"ขอโทษ" ทั้งๆที่ยังเข้าใจกันผิดอยู่น่ะแหละ และนางเอกก็พูดกับมาทั้งน้ำตาว่า"ขอโทษ" เหมือนกัน ดูซีนนี้แล้วกลับรู้สึกถึงเคมีของทั้งคู่มากกว่าฉากหวีดหวานอีกนะเนี่ย

อีกตัวละครหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้หยิบเรื่องนี้มาเขียนบล็อคคือ แม่นางร้ายของเรา ชีสูงและหุ่นดี ไหล่กว้าง แต่ที่น่าสนใจคือ ชีกลายเป็นตัวละครที่มีมิติความเป็นมนุษย์มากที่สุดในเรื่อง เรียกว่า หากเรื่องนี้ไม่ทำออกมาเป็น ลีดาเฮซีรี่ส์ แต่เปลี่ยนมุมเป็นมุมของชี ก็กลายเป็นละครน่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งเลยหละ

ละครแนะนำให้เรารู้จักเจ้าหล่อนครั้งแรกเมื่อเจ้าหล่อนถ่ายแบบ และวีนเอากับนายแบบที่ถ่ายด้วย เพราะพ่อหนุ่มนั่นสายสนิท วีนเป็นภาษาเกาหลีก็กลัวรู้เรื่อง เจ้าหล่อนเลยกระทบไปเป็นอังกฤษ ละครหลอกคนดูให้สร้างภาพว่าหญิงคนนี้ไฮโซและมีระดับ ก่อนที่จะจบด้วยอาการเลิกวีนกะทันหันเพราะรู้ว่านายแบบคนนั้นเป็นกรรมการการประกวดพรีเซนเตอร์ที่เจ้าหล่อนเล็งอยู่ เรียกว่าเมื่อเห็นว่ามีผลประโยชน์ก็เลิกวีน น่ารักมั้ยล่ะ

ละครติดตามการกระทำของเธอในการประกวดนางแบบ มุมมองทัศนคติ ทุกอย่างทำให้เราเข้าใจว่า เธอคือสาวมั่น แม้ว่าเธอไปทำศัลยกรรมมา เธอก็ยังมั่น และที่เธอยืนเป็นสาวไฮโซอยู่นี่ไม่ได้พึ่งบารมีพ่อแม่ แต่เพราะเธอบู๊ล้างผลาญเหยียบโน่นป่ายนี่จนได้มา

จนเธอเจอกับคุณหนู(นางเอก) ละครเฉลยว่าเธอคือลูกสาวของคนรับใช้สติไม่เต็มเต็งในบ้านของคุณหนู เราจึงได้เห็นความหวั่นไหวในบุคลิกมาดมั่น จนเข้าใจว่า อ๋อ ที่แท้เจ๊ก็สร้างภาพมั่นๆให้ตัวเอง แท้จริงแล้วลึกๆเธอกลัวความเป็นตัวเองและมีปมด้อย จนต้องทำทุกอย่างเพื่อหนีตัวตนของตัวเอง ไม่ว่าจะเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนหน้า และทุกวันนี้เธอยังหนีอยู่

ละครดำเนินเรื่องต่อไปให้เห็นว่าเธอหนี หนี และหนี ในขณะที่ความจริงและอดีตตามไล่ล่าเธอไม่ลดละ ช่วงท้ายๆจะเห็นเธอเล่นกับอดีตอย่างที่เธอคิดว่าจะกลบแผลร้ายที่อยู่ในใจได้ แต่เห็นชัดๆว่าไม่สำเร็จ

สุดท้ายเรื่องจบที่เธอได้กลับมาอยู่ในจุดที่เธอเป็น และเริ่มเดินจากจุดนั้นจริงๆ ดังเช่นประโยคที่เธอขอแนะนำตัวกับพี่ชายอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มทั้งน้ำตาว่า "สวัสดีค่ะพี่ นี่คทบุนนะ จำได้มั้ย"

สำหรับละครเรื่องนี้ดูได้เพลินๆค่ะ สำหรับคอซีรี่ส์โรแมนติคคอมเมดี้ สไตล์เกาหลี ไม่แปลกใหม่มาก ดูจบแล้วก็ไม่ติดตาอะไรมาก แต่ที่หนมปังชอบคือนางร้ายนี่แหละ ประเด็นความคิดและปมของเธอน่าสนใจที่สุดในเรื่อง ส่วนองค์ประกอบอื่นๆกลางๆ แต่ถ้ารัก ลีดาเฮ ก็ดูเถิด เธอน่ารักแรงจัดทีเดียว

ปล. คนที่เล่นเป็นแม่สติไม่ดีของนางร้ายเล่นดีมาก




 

Create Date : 03 สิงหาคม 2550    
Last Update : 8 สิงหาคม 2550 14:04:02 น.
Counter : 286 Pageviews.  


รถขนมปังกรอบ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add รถขนมปังกรอบ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.