The wall is just the wall. It can't be taller than heaven.
Group Blog
 
All blogs
 
I am legend : ไม่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ได้กล้าหาญที่สุด แต่ผมเป็นตำนาน


หนมปังอยากปรบมือ พร้อมกับยกนิ้วให้หนังเรื่องนี้จริงๆ

ไม่ใช่เพราะเป็นหนังที่ดีที่สุดในรอบปี ไม่ใช่เพราะเป็นหนังที่สนุกตื่นเต้นสะใจที่สุดในรอบปี ไม่ใช่เพราะดาราที่แสดงดีจนน่าได้ออสกา

แต่เพราะแนวคิด พล็อตเรื่อง ที่ทำให้หนมปังได้อะไรนอกจากความสนุกเมื่อเดินออกมาจากโรงหนัง

รู้กันแล้วนะว่าสปอย

หนมปังเดินเข้าไปดูเรื่องนี้แบบงงๆ ไม่ค่อยตั้งใจ หลังจากทำธุระเสร็จ จู่ๆก็อยากดูหนัง จู่ๆก็ซื้อตั๋ว จู่ๆก็พบว่าตัวเองไปนั่งอยู่ในโรงหนัง

เป็นการใช้เงินที่ไม่แนะนำให้เลียนแบบ

แต่มันก็คุ้มค่าตั๋วจริงๆ....

เปิดเรื่องมาด้วยการแนะนำให้เรารู้จักกับแพทย์ทหารคนหนึ่ง ด็อกเตอร์ เนวิล ผู้มีชีวิตอยู่อย่างเดียวดายในเมืองใหญ่เป็นเวลานานกว่า2ปี มีเพียงสุนัขตัวหนึ่งที่เป็นเหมือนทั้งเพื่อน และตัวแทนครอบครัวที่เขาสูญเสียไปในการระบาดของไวรัสคริปปิน

ไวรัสที่เดิม ผลิตขึ้นมาเพื่อต่อต้านโรคร้ายที่รักษาไม่หาย รักษาได้แม้แต่มะเร็ง แต่กลับมี Side Effect ที่ไม่มีใครคาดคิด มันเปลี่ยนมนุษย์ ให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตไร้จิตสำนึก เปลี่ยนให้กลายเป็นสัตว์ร้าย ที่ออกล่าเหยื่อตอนกลางคืน แพ้แสงแดดอย่างรุนแรง และกินมนุษย์เป้นอาหาร

ไวรัสที่เคยได้แต่ฉีดผ่านเส้นเลือด ปรับตัวจนสามารถติดได้ผ่านการสัมผัส แพร่กระจายในอากาศได้ คร่าชีวิตประชากรส่วนใหญ่ของโลก ทั้งทางตรงและทางรอด ไปกว่าหลายพันล้านคน

อย่างไม่ทราบเหตุผล ดร.เนวิล มีภูมิคุ้มกันโรคประหลาดนี้ และสุนัขของเขาก็ด้วย

เนวิล มีชีวิตอยู่ลำพังในนิวยอร์ค ใกล้เสียสติเต็มทีกับการหลบหนีผู้ติดไวรัสที่บ้าคลั่ง และการมีชีวิตอยู่อย่างเดียวดาย ถึงขนาดเอาหุ่นโชว์เสื้อมาเป็นเพื่อนบ้านอุปโลก

และความหวังที่จะรักษาโรคร้ายนี้ ที่เลือนลางเต็มที แม้ว่าหลายครั้งที่ดูเหมือนยังมีหวังอยู่บ้าง(เพลง don't worried) แต่มันก็ป้อแป้เต็มทีจนหยิบจับอะไรไม่ติด

เพราะลึกๆแล้ว เนวิล ไม่เชื่อเลยว่าเขาจะทำสำเร็จ ไม่เชื่อเลยว่าเขาจะหยุดสิ่งนี้ได้

ในรถของเขา ขณะที่กำลังอพยพ ภรรยาเนวิลถามเขาว่า "คุณจะอยู่ที่นี่ แล้วหยุดมันได้ยังไง"

"ผมต้องหยุดมัน"

เขาไม่รู้ว่าจะทำยังไง รู้แต่เพียง เขาต้องไม่ยอมแพ้ ต้องไม่ยอมแพ้ จนถึงที่สุด แม้ว่ามันจะผ่านมาสองปีแล้วที่เขาไม่ได้คุยกับมนุษย์จริงๆ แม้ว่าผ่านมาเป็นพันวันแล้วที่เขายังไม่เห็นทางหยุดมัน แม้ว่าเขาจะไม่เชื่อเลยว่าตัวเองจะสำเร็จ แม้ว่าลึกๆแล้ว เขารอแค่ความตาย

เส้นด้ายสุดท้ายขาดผึงลง เมื่อเพื่อนและครอบครัวอุปโลกของเขาถูกไวรัสทำลาย แซม สุนัขของเขาติดโรค และเขาจำเป็นต้องฆ่ามัน

เขาตื่นมาแล้วพบว่า เขาไม่สามารถปลอบใจตัวเองด้วยเพลง Don't worried be happy ได้อีกแล้ว มันไม่มีความหมายและไม่ได้ช่วยอะไรเลยที่เขาจะพูดกับหุ่นโชว์เสื้อ เขาอยู่คนเดียวแล้วจริงๆ และความหวังที่จะหยุดไวรัสนี้มันดับสนิทมานานแล้ว

เขาต้องการตาย.....

แต่ในที่มืดที่สุด หลุมที่ลึกที่สุด ในช่วงที่เขาวางความหวังทุกอย่างลงแล้ว ผู้หญิงคนหนึ่งก็ปรากฎตัว

มันคงมหัศจรรย์อย่างมาก ที่เขาผู้ซึ่งไม่เคยคิดว่าจะมีคนรอด จะได้พบมนุษย์คนหนึ่ง ที่ยังปกติดี

เธอห้อยกางเขนไว้หน้ารถ เธอมีลูกชายคนหนึ่ง และพูดถึงอาณาจักรที่คนมีภูมิคุ้มกันไปอยู่รวมกัน และพร่ำพูดถึงแต่แผนการและความรักของพระเจ้า

เธอดูเหมือนโง่และพร่ำเพ้อ มีชีวิตอยู่ด้วยความเชื่อและความหวังที่น่าหัวเราะ เมื่อเทียบกับความมีเหตุผลอันหดหู่ของเนวิล แต่ความพร่ำเพ้อของเธอ ความไร้เหตุผลของเธอ ความหวังของเธอช่างน่าอิจฉาสำหรับเนวิล

"พระเจ้าเรียกฉันมาที่นี่ มาพบคุณ"
"ผมต่างหากเรียกคุณ ผมส่งวิทยุคลื่นสั้น"
"มันบังเอิญหรือไงที่ตอนที่คุณกำลังอยากจะตาย กำลังคิดจะตาย ฉันก็มาถึงแล้วช่วยคุณ"
"คนกว่าหลายพันล้านตายแล้วนะคุณผู้หญิง คุณยังคิดว่าพระเจ้ามีจริงอยู่อีกเหรอ"
"พระเจ้ามีแผนการ การมาที่นี่ของฉันเป็นแผนการพระเจ้า"

ระหว่างที่พวกเขากำลังทะเลาะกัน เหล่าผู้ติดไวรัสก็บุกเข้ามา ต้อนพวกเขาจนมุมในห้องแล็บ แล็บที่เนวิลใช้ในการคิดค้นยารักษาโรคร้ายนี้มาหลายพันวัน แล็บที่เนวิลเคยบีบคอแซม สุนัขเพื่อนรักของเขาให้ตายคามือ

หลายปีที่มองไม่เห็นวี่แววความสำเร็จ เมื่อเขาถูกต้อนจนมุมถึงที่นี่ กลับพบว่า เขาได้ทำสำเร็จเรียบร้อยแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ ยาที่เขาคิดว่าไม่ได้ผล กลับได้ผล เขาหยุดมันสำเร็จ

ดีนะ ที่เขาไม่ตายตอนนั้นที่เขาตัดสินใจตาย ดีนะที่ผู้หญิงคนนี้มาทันเวลาพอดี อาจจะเป็นความบังเอิญที่เรียกว่า "แผนการ" อย่างที่หล่อนพูดถึง

แต่วินาทีนี้ เขาไม่เห็นทางรอด.. พวกผู้ติดเชื้อกำลังบุกเข้ามา ไม่กี่นาทีเขาจะตาย พร้อมกับยาแก้

เขาหวนนึกถึงลูกสาว "พ่อคะ ดูผีเสื้อสิคะ" คำพูดสุดท้ายที่ลูกสาวตัวน้อยพูดกับเขา
บังเอิญรึเปล่าที่ผู้หญิงคนนี้มีรอยสักรูปผีเสื้อที่ต้นคอ บังเอิญรึเปล่า ที่กระจกกันกระสุน ปราการสุดท้ายที่จะยื้อชีวิตเขาแตกเป็นรูปผีเสื้อ

บังเอิญ หรือ แผนการ เนวิลไม่รู้ รู้แต่ว่าความหวังที่ดับสลายไปเมื่อนานมาแล้ว มันลุกโชนพร้อมกับความบังเอิญนี้ นี่คือคำตอบที่เขาต้องตอบภรรยาในรถเมื่อหลายปีก่อน

"คุณจะหยุดมันยังไงคะ"

เขาหยิบหลอดฉีดยามาเก็บตัวอย่างเลือดที่มียาแก้ไวรัส ส่งให้หญิงแปลกหน้า จัดแจงให้เธออยู่ในที่ปลอดภัย

"ผมกำลังทำตามแผนการ"

เขาตาย ระเบิดตัวเองไปพร้อมกับบ้าน ตายอย่างที่ต่างจากเจตนาครั้งแรกอย่างสิ้นเชิง ครั้งนั้นเขาสิ้นหวังพังทลาย แต่ครั้งนี้ เขาเต็มไปด้วยความหวัง

เขาไม่ใช่คนกล้าหาญที่สุด ไม่ช่คนเก่งที่สุด ไม่ใช่คนฉลาดที่สุด เป็นคนที่เคยคิดฆ่าตัวตาย เคยพูดกับหุ่นโชว์เสื้อเหมือนบ้า

แต่เขาก็กลายเป็นตำนานได้

ขอปรบมือให้หนังเรื่องนี้อีกครั้ง......


(วันหลังจะมาแปะรูป)








Create Date : 09 มกราคม 2551
Last Update : 9 มกราคม 2551 17:55:58 น. 3 comments
Counter : 255 Pageviews.

 
ที่เขาเป็นตำนาน เพราเขามีความหวังค่ะ .....ความหวังทำให้เขากล้าที่จะสละชีวิตในตอนท้าย ....


โดย: Michiru วันที่: 10 มกราคม 2551 เวลา:9:10:16 น.  

 
ยังบ่อ ได้ดูเลยอะครับ
เหอะๆๆ


โดย: haro_haro วันที่: 10 มกราคม 2551 เวลา:16:36:42 น.  

 
มันเป็นหนังที่ดีมากๆๆๆๆแต่ว่านะมีตอนที่สู่กันน้อยไป ว่าเปล่า น่าจะมากกว่านี้ และหมาของเขาไม่น่ามาตายเลยมันน่าเศร้าเกินไปใช่เปล่า รับไม่ได้จริงๆๆๆๆ


โดย: crv14 วันที่: 11 มกราคม 2551 เวลา:8:03:07 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

รถขนมปังกรอบ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add รถขนมปังกรอบ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.