ll .... จำครั้งแรกที่เราเจอกันได้ไหม .... ll
Group Blog
 
All Blogs
 
Welcome Home!!

Welcome Home!!

.....ฉันกลับบ้านอีกครั้งหลังจากย้ายไปสิบปี โชคดีที่ไม่แย่เท่าใดนัก ฉันไม่ได้กลับมา
เนื้อตัวเปียกมอมแมมแบบหมดสภาพ!
หลังจากเรียนจบฉันก็ออกไปทำงาน และยาวล่วงเลย จนกระทั่งมีแฟน
นานครั้งหรือตามแต่มีโอกาส จะกลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่ที่บ้าน
แต่ก็ส่งเสียดูแลท่านไม่เคยขาดตกบกพร่องอย่างดีมาเสมอ
ห้องที่ฉันเคยเป็นเจ้าของ ลูกของอา ซึ่งเป็นน้องที่โตมาด้วยกันย้ายเข้ามาอยู่นานหลายปี
ก่อน อา จะกลับมาจากต่างประเทศน้องจึงย้ายกลับไปอยู่กับ อา

.....ดังนั้นห้องนอนนี้จึงกลายๆ เป็นห้องเก็บของที่สามารถหยิบใช้ง่าย
เช่นผ้าห่ม ที่นอน หมอนมุ้ง ยามมีญาติๆ ของแม่แวะมาเยี่ยมเยือน


.....หลายเดือนก่อนหน้านี้ ฉันเพียงเกริ่น ๆ กับแม่ หลังจากกลับจากต่างประเทศ
แต่ไม่กล้าเอ่ยอย่างเต็มปากนัก แม่เพียงแค่มองตาฉัน
"ไม่เป็นไรลูก... กลับบ้าน... มาอยู่ด้วยกัน" จากนั้นเราเพียงนั่งใกล้ ๆ กัน
ไม่มีคำพูดใด ๆ หลุดจากปากเราทั้งสองอีก
ความกังวลใด ๆ ที่ฉันมีในใจ คลายไปได้อย่างหมดสิ้น


.....ฉันตกแต่งบ้านใหม่หลายอย่าง ตามเท่าที่เงินในกระเป๋าเหลือ
พอจะสามารถสร้างความสะดวกสบายขึ้นมาได้บ้าง
เดือนที่แล้วเราต้องย้ายของออกจากบ้านหลังเดิม ไปอีกหลังที่อยู่ติดกัน
ซึ่งเดิมทีเป็นที่ดินและบ้านของอา และฉันก็ซื้อไว้เพราะอยากให้ที่ดินผืนนี้
ยังคงเป็นของคนในตระกูลของเรา เพราะในความทรงจำตอนเด็ก ๆ ฉันเห็นปู่และย่า
นั่งที่ใต้ถุนบ้านหลังนั้นเสมอ ความทรงจำที่แสนงดงามที่ฉันหลงเหลือให้คิดถึง
ฉันกัดฟันซื้อด้วยเงินเก็บเกือบทั้งปีที่ฉันไปลำบากขายแรงงานมา
ซึ่งเดิมทีหวังไว้ว่ากลับเอาไปเป็นต้นทุนในการตั้งหลักชีวิต
สำหรับผู้หญิงหลักสามต้นๆ ภาระจำยอม! ฉันจำเป็นต้องซื้อที่ดินผืนนั้นอย่างเสียมิได้

.....วันนี้หลังจากบ้านเดิมตกแต่งใหม่เสร็จ เราทั้งครอบครัวช่วยกันขนของ
กลับเข้าบ้านหลังเดิม ของหลายชิ้นที่เห็น ย้อนความทรงจำกลับมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
เสื้อบางตัวนำมาซึ่งความทรงจำเก่าๆ กลิ่นอายของตู้เสื้อผ้าที่ฉันจากไปสิบปี
ยังเป็นกลิ่นคุ้นเคย เหมือนฉันจากไปเพียงเมื่อวาน
ฉันมองเห็นภาพปักใส่กรอบที่ฉันตั้งใจทำให้ใครสักคน ที่มีความรู้สึกดี ๆ ด้วย
ตอนวัยยี่สิบ ป้าบ!! ,มันเตะความรู้สึกในก้นบึ้งฉันอย่างจัง

.....ท่อนนึงของผ้าที่ในกรอบ "จะเป็นไรไปหากเมล็ดพันธ์แห่งรักเรา ในใจใครคนนั้น
มันไม่เจริญเติบโตอย่างที่เราหวังไว้ ถึงจะผิดหวังแค่ไหน เจ็บปวดแค่ไหน
แต่ 'รัก' นั้นจะยังเติบโตต่อไป อย่างเงียบเชียบในใจเราเองเสมอ"
อ่านแล้วช่างเป็นความรู้สึก ที่งดงามปลอบประโลมหัวใจที่แห้งหยาบ
กลับพลันนุ่มละมุนละไมมีน้ำหล่อเลี้ยงขึ้นมา ในความใสของความรู้สึก
รักในอุดมคติ

.....เย็นย่ำข้าวของทุกอย่างเก็บเข้าที่อย่างเป็นระเบียบ จัดเตียงและตู้มุมใหม่
ดูดีในความรู้สึกและสามารถลบความทรงจำบางสิ่งออกได้เล็กน้อย
ของบางอย่างไม่ได้ใช้ ย้ายไปไว้บ้านข้างหลัง ฉันเห็นรูปการ์ตูนสีอัดลงบนแผ่นไม้อัด
ซึ่งฉันเคยใช้ตกแต่งร้านเช่าการ์ตูนที่ฉันและแฟน เคยทำเป็นธุรกิจแรกของชีวิต
"ใช่ จริงๆ ฉันก็เริ่มจากจุดเล็กๆ ตรงนั้นแล้วค่อย ๆ ต่อยอดเป็นอย่างอื่น"

.....วันนี้ฉันก็ไม่ต่างจากวันนั้นนัก นอกจากวัยที่เพิ่มขึ้น ประสบการณ์ที่มากขึ้น
แต่ฉันก็ไม่ได้กลับไปเริ่มจากศูนย์ ตอนนี้ฉันยืนอยู่สูงกว่าศูนย์มากมายนัก
ฉันควรมีความสุขกับสิ่งที่มีในตอนนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เคยผ่านมาในช่วงหลายปีหลัง
ความคิดนั้นตกตะกอนในใจฉันทันที.......

.....คืนก่อนฉันนั่งรถปรับอากาศชั้น 1 จากหมอชิต กลับบ้าน ชีวิตแบบนี้ที่ฉัน
ไม่คุ้นเคยมาสิบปีเช่นกัน ผู้คนบนรถไม่เยอะนัก ฉันเลือกเบาะไม่ไกลคนขับนัก
ฉันเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง มองเห็นเพียงแสงไฟโดดเด่น
ขณะรถวิ่งด้วยความเร็วประมาณ 100 กม. จิตใจฉันล่องลอยไปไกล
และเร็วกว่า ความเร็วรถที่ฉันนั่ง......


.....คำถามผุดขึ้นมากมายเกี่ยวกับชีวิตตัวเอง ฉันเริ่มไม่แน่ใจกับความต้องการ
ตัวเองสักเท่าไหร่.... หลายเดือนผ่านมา แรงบัลดาลใจฉันขาดวิ่น...
ความฝันฉันไกลเกินหยิบมาทำให้เป็นจริงได้....
ความหวังฉันเลือนลาง จนแทบจำไม่ได้
ฉันหยิบโทรศัพท์และกดหาเพื่อนคนนึง "เธอ" คนนี้ มีคำตอบดี ๆ ที่จริงแท้
เพียว ๆ ไม่มีสี ไม่มีควัน และ ไม่มีโซดาผสมให้เสมอๆ

.....หลังจากวางหู หัวใจและสมองฉัน อิสระและความหวังและแรงบัลดาลใจ
กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง ฉันยิ้มน้อย ๆที่มุมปากในความมืดของแสงราตรี......


.....ฉันเรียงหนังสือหลายเล่มบนหัวเตียง จู่ๆ ประโยคท่อนนึงจาก "คิดถึงทุกปี"
ของบินหลา สันกาลาคีรี ก็ลอยเข้ามาในหัว "ถ้ารู้ว่าแต่งแล้วต้องเลิกกัน
ยังจะแต่งอยู่ไหม" มันแว่บเข้ามาตอนที่ฉันหยิบกรอบรูปซึ่งฉันใส่ชุดเจ้าสาว
วางลงบนหัวเตียงที่ซึ่งมันเคยอยู่ ฉันตอบตัวเองในใจ

"ฉันก็ยังเลือกจะแต่ง เพราะระหว่างทางที่ผ่านมา มันมีความทรงจำ
และความผูกพันดีๆ ยังอยู่ในหัว และ อยู่ในใจเราเสมอ"

.......แม้ชีวิตคู่มันจะเดินต่อไปไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่รักกัน........


.....น้ำตาฉันเอ่อนิดหน่อย ฉันเอื้อมหยิบกรอบรูปอีกอันไปวางไว้บนตู้ นอกห้อง
ในรูปนั้นมีพ่อและแม่ขนาบอยู่ข้างๆ เรา ฉันมองเห็นรอยยิ้มของแม่ซึ่งเด่นและ
ดูมีความสุขมากที่สุดครั้งนึงในชีวิต คล้ายกับว่าเหมือนแม่เป็นเจ้าสาวเอง

"อย่างน้อยมันก็เคยมี" ฉันเอ่ยกับตัวเองเบา ๆ



.....ฉันยังเดาไม่ออกนัก ว่าจากนี้ชีวิตฉันจะเดินไปในเส้นทางไหน ซึ่งฉันก็พยายาม
ทำให้มันดีที่สุดตามแต่โอกาสในชีวิตที่เปิดให้

.....ความฝันฉันเล็กลง มันจับต้องได้และฉันสามารถเอื้อมถึง
ความฝันอยู่ในหัวฉัน ในขณะที่ฉันนั่งอยู่กับพ่อและแม่ที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้าน
ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ แม่กำลังง่วนกับการเตรียมอาหารขึ้นโต๊ะ เพื่อจะกินข้าวเย็น
สายลมโชยอ่อนๆ เย็นสบายๆ คล้ายกับฝนตกไกล ๆ

ก็เท่านี้ไม่ใช่หรือ ที่มนุษย์ตัวเล็ก ๆ อย่างเราจะมีความสุขได้
การได้นั่งกินข้าวด้วยกัน พูดคุย หัวเราะ กับครอบครัว
นี่เป็นความสุขที่แท้จริง ที่ชีวิตฉันเอง โหยหาตลอดหลายปีที่ผ่านมา "บ้าน"




Create Date : 17 มีนาคม 2553
Last Update : 17 มีนาคม 2553 13:38:11 น. 5 comments
Counter : 185 Pageviews.

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: Mama (Lady Korat ) วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:2:41:29 น.  

 
มาส่งกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆๆต่อไปนะคะ ชีวิตต้องสู้ค่ะ พรุ่งนี้ต้องดีกว่าเมื่อวานแน่นอนค่ะ


โดย: ดอกหญ้าในHouston วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:6:51:13 น.  

 
แวะมาอ่านค่ะ และขอเป็นกำลังใจให้ด้วยคนค่ะ ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสค่ะ


โดย: น้อยค่ะ (GLA_GAW ) วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:9:14:40 น.  

 
บ้านที่มีความรัก จะหลังเล็กหรือใหญ่ต่างก็น่าอยู่เหมือนกัน


โดย: deco_mom วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:15:06:54 น.  

 
แวะมาทักทายนะคะ


โดย: deedeedija วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:16:40:34 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ฟ้าฝนไม่เป็นใจ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




วันนี้ยังเห็นอยู่ พรุ่งนี้อาจว่างเปล่า
Friends' blogs
[Add ฟ้าฝนไม่เป็นใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.