Photobucket
Photobucket Photobucket ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้ Photobucket Google Search : เมืองนาม......( หนึ่งคำ )........ข้าถึงอย่างง่ายดาย.............ขอเชิญเสนอแนะ...ความคิด...หาทางออกให้กับการเมืองไทย.... ได้ใน.. ...xxxXการเมือง กับเมืองนามXxxx... ในส่วนด้านล่างขวาสุดของ blog ครับ. !. คลิกลิงค์....comment การเมือง กับเมืองนาม .....xxxXการเมือง กับเมืองนามXxxx....

เครื่องมือสนับสนุนโครงการ

เครื่องมือ (Tools )สนับสนุนโครงการ

บริษัท ..............จำกัด

การควบคุมคุณภาพ Quality Control
ความหมายของคุณภาพ:
- คุณลักษณะที่สำคัญโดยรวมและคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์หรือบริการซึ่งแสดงถึงความสามารถในการสนองความต้องการที่กำหนดและความต้องการโดยนัย (ISO 8402:1994)
- ความเหมาะสมในการใช้งาน
- เป็นไปตามความต้องการ
- ความพึงพอใจของลูกค้า
- เป็นไปตามมาตรฐานที่ต้องการและคาดหมายไว้

คุณภาพ หมายถึง การมอบสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ให้ลูกค้าในราคาที่ถูกและประหยัดที่ลูกค้ายินดีจะจ่าย ด้วยต้นทุนที่เราสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอ และมอบสิ่งที่ดีกว่านี้ให้ลูกค้าในอนาคต
คุณภาพไม่ได้หมายถึง "ดีเลิศ" แต่คุณภาพหมายถึง เป็นไปตามความต้องการของลูกค้า

การควบคุมคุณภาพ (Quality Control) ในเอกสาร ISO 8402:1994 ได้ให้คำจำกัดความไว้ดังนี้ :-"Operation techniques and activities that are used to fulfil requirements for quality"แปลความหมายเป็นภาษาไทยได้ว่า "เป็นเทคนิคการดำเนินงานและกิจกรรมที่ใช้เพื่อสนองความต้องการของคุณภาพ"
ความจำเป็นของการควบคุมคุณภาพ
ความสำคัญของการการควบคุมคุณภาพ (QUALITY CONTROL) - QC
เนื่องจาก
- เป็นส่วนหนี่งของการบริหารการผลิต
- เป็นสิ่งที่ตลาดผู้บริโภคต้องการ
ลูกค้าต้องการสินค้าที่มีคุณภาพตลาดในปัจจุบันเป็นการตลาดแบบไร้พรมแดน (Global Market) และผู้บริโภคสินค้าทั่วโลกต้องการแต่สินค้าที่มีคุณภาพ (World quest for quality)
ความหมายของคุณภาพ
คุณภาพ คือ
-คุณลักษณะและประโยชน์ของการใช้งานโดยรวมของผลิตภัณฑ์ ที่จะทำให้สามารถตอบสนองการใช้งานได้

-เหมาะสมสำหรับการใช้งาน

-สอดคล้องเหมาะสมกับความต้องการ

-ส่วนประกอบทั้งหมดของผลิตภัณฑ์หรือบริการ ทั้งด้านการตลาด

วิศวกรรม การผลิต และการซ่อมบำรุง ที่ตรงกับความคาดหวัง และความต้องการของลูกค้า

- สอดคล้องกับมาตรฐานซึ่งเป็นที่ต้องการและคาดหวัง (ของลูกค้า)

มาตรฐานสินค้าในประเทศ ใครเป็นผู้กำหนด ?
สำหรับในประเทศไทย ได้กำหนดมาตรฐานแห่งชาติ โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)
Hays และRomig ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมคุณภาพ ได้จำแนกชนิดของคุณภาพออกเป็น 4 ชนิด คือ
คุณภาพบ่งกล่าว (Stated Quality) เป็นคุณภาพที่กำหนดในสัญญาซื้อขาย ระดับคุณภาพจะถูกกำหนดขึ้นโดยการคาดหมายของผู้ซื้อ (Specification)
คุณภาพแท้จริง (Real Quality) คือคุณภาพที่แน่นอนของผลิตภัณฑ์ เริ่มจากการผลิต จนกระทั่งสินค้าหมดอายุ
คุณภาพโฆษณา (Advertised Quality) คุณลักษณะต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์ที่ถูกกำหนดโดยผู้ผลิต หรือผู้ขายเป็นผู้กล่าวถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อกล่าวอ้างสรรพคุณ หรือรับประกันคุณภาพกับลูกค้าเชิงการค้า
คุณภาพจากประสบการณ์ (Experience Quality) คุณภาพที่เกิดจากประสบการณ์ของผุ้ใช้เอง คุณภาพจะมีอายุยาวนานหรือไมขึ้นอยู่กับผู้ใช้ ถ้าผู้ใช้ลิตภัณฑ์นั้นได้ยาวนานกว่าคุณภาพที่ประกันคุณภาพไว้ ผู้ใช้ก็จะมีการบอกต่อไป

ผู้กำหนดข้อจำกัดที่เป็นมาตรฐาน
แบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย คือ
รัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐบาล สำหรับกรณีของประเทศไทย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนดมาตรฐานเป็น มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม- มอก. เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค โดยการกำหนดคุณภาพของตัวสินค้าชนิดเดียวกันให้เป็นคุณลักษณะ (Specification) เดียวกัน
ผู้ผลิต จะกำหนดข้อกำหนดสรรพคุณ การใช้ (Function) สำหรับเป็นมาตรฐานสินค้า เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อถือในสินค้าที่ผลิตขึ้นมาได้
ผู้บริโภค จะกำหนดข้อกำหนดของสินค้าให้กับผู้ผลิต เพื่อให้ผู้ผลิตกำหนดมาตรฐานการผลิตให้ผู้บริโภคเกิดความพอใจในสินค้านั้น และซื้อมาใช้ด้วยความมั่นใจ

กรณีผู้กำหนดมาตรฐานสินค้าระดับสากล ผู้กำหนดมาตรฐานสินค้าที่เพิ่มขึ้น คือ

- องค์การเกี่ยวกับมาตรฐานสากล เช่น ISO และหน่วยงานของแต่ละประเทศในโลก ทั้งนี้เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศนั้น ๆ ตลอดจนมีวัตถุประสงค์ให้สินค้าที่มีจำหน่ายได้มาตรฐานเดียวกัน

- หน่วยงานที่จัดการแข่งขันรางวัลด้านคุณภาพที่เรียกว่า QC Prize, Malcolm Bridge และASQC (ของ อเมริกา) เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการแข่งขันด้านการพัฒนาคุณภาพให้ดียิ่งขึ้น
เหตุผลและความจำเป็นสำหรับการควบคุมคุณภาพ
ในกระบวนการผลิตสินค้าใด ๆ
ส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดผลผลิตที่ดี คือ

- คน (MAN) เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการผลิต ที่ทำให้เกิดความผันแปรในการผลิต การผันแปรเนื่องมาจากแรงงาน และการจัดการ
- การผันแปรด้านแรงงาน เกิดจากการขาดความชำนาญ ความเบื่อหน่ายในการผลิต ขาดการอบรมอย่างถูกต้อง สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ขาดคุณภาพที่แน่นอน
- การผันแปรด้านการจัดการ เป็นความผันแปรหนึ่งเนื่องมาจากคน ถ้าการจัดการขาดการวางแผนที่ดีทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการจัดการอยู่เสมอ ผู้ปฎิบัติก็ไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับระบบงานได้ ส่งผลให้การผลิตขาดความแน่นอน

- เครื่องจักร (MACHINES) เป็นส่วนประกอบของการผลิต ที่ทำให้เกิดความผันแปรในการผลิตได้ เพราะในขณะที่เครื่องจักรที่ใช้ไปนานจะเกิดการสึกหรอ ถ้ามีการชำรุดมากจะเกิดผลให้ต้องหยุดผลิตที่เรียกว่า Machines run down หรือถ้าเครื่องจักรเพียงเกิดการคลาดเคลื่อน จะมีผลต่อผลิตภัณฑ์การควบคุมการผลิตในส่วนของเครื่องจักรนี้ จะต้องหมั่นตรวจสอบสภาพเครื่องจักร แกัไข และซ่อมบำรุงให้ดีอยู่เสมอ ซึ่งวิธีการที่ดีที่สุดคือหลักการ Preventive Maintenance หรือการบำรุงรักาาเชิงป้องกัน

-วัตถุดิบ (Raw Materials) เป็นองค์ประกอบของการผลิต ถ้าวัตถุดิบขาดคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ที่ได้อาจจะขาดคุณภาพด้วย การควบคุมคุณภาพอาจจะต้องควบคุมคุณภาพวัตถุดิบด้วย และต้องตรวจสอบความผันแปรของวัตถุดิบ (โดยเฉพาะวัตถุดิบที่เป็นสินแร่) เช่น ความชื้นมาตรฐาน การปะปนของส่วนประกอบอื่น

สรุป : การควบคุมส่วนต่าง ๆ ที่เป็นตัวแปร (Variable) ข้างต้น ควรประกอบด้วยการวางแผนที่ดี ปฏิบัติตามแผนที่กำหนด พร้อมที่จะตรวจสอบปรับปรุงแก้ไข องค์ประกอบหรือตัวแปรทั้ง 3 ส่วน ถ้าควบคุมได้จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพที่ดี



การควบคุมคุณภาพในการผลิต
การเริ่มต้นกระบวนการควบคุมคุณภาพ
การจัดทำระบบคุณภาพ
มีขั้นตอนสำคัญ 4 ขั้นตอนคือ
การทบทวนสถานภาพกิจการปัจจุบัน การจัดทำแผนการดำเนินงานและระบบเอกสาร การนำเอกสารระบบบริหารงานคุณภาพไปปฏิบัติ และการตรวจสอบระบบบริหารงานคุณภาพ ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีสาระสำคัญที่จะต้องปฏิบัติ ดังนี้
1. การทบทวนสถานภาพกิจการปัจจุบัน
ต้องมีการศึกษาอนุกรมมาตรฐาน ISO 9000 ก่อน แล้วพิจารณาดูว่ากิจการมีความเหมาะสมที่จะนำ ISO 9001, ISO 9002 หรือ ISO 9003 มาใช้ จากนั้นผู้บริหารระดับสูงจึงกำหนดนโยบายคุณภาพ และจัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาเปรียบเทียบสถาณภาพปัจจุบันกับข้อกำหนดว่ามีสิ่งใด หรือข้อกำหนดใดที่ไม่สอดคล้องกัน
2. การจัดทำแผนการดำเนินงานและระบบเอกสาร
คณะทำงานต้องจัดทำแผนการดำเนินงานจัดทำระบบเอกสาร ซึ่งประกอบไปด้วยคู่มือในการทำงานในขั้นตอนต่าง ๆ รวมทั้งคู่มือคุณภาพ จุดสำคัญของการจัดทำเอกสารคือเขียนตามที่ทำและทำตามที่เขียน แล้วฝึกอบรมทำตามความเข้าใจกับพนักงาน เจ้าหน้าที่ทุกระดับที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจตรงกัน อาจต้องทบทวนปรับปรุงแก้ไขเอกสารที่จัดทำขึ้นเพื่อให้กระทัดรัดชัดเจน เข้าใจได้ง่าย และสามารถนำไปปฏิบัติได้
3. การนำเอกสารระบบบริหารงานคุณภาพไปปฏิบัติ
การนำเอกสารตามขั้นตอนที่ 2 ไปปฏิบัติ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นการทดสอบว่าเอกสารที่จัดทำขึ้นใช้ได้หรือไม่เพียงไร ในกรณีที่เอกสารยังไม่สมบูรณ์หรือนำไปปฏิบัติไม่ได้ก็ต้องปรับปรุงแก้ไข และหากพิจารณาแล้วเห็นว่าการปฏิบัติยังไม่ดีพอก็ต้องทำความเข้าใจกับพนักงาน ซึ่งอาจต้องฝึกอบรมและปรับปรุงให้ดีขึ้น
4. การตรวจสอบระบบบริหารงานคุณภาพ
เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการจัดทำระบบคุณภาพ เป็นขั้นตอนการตรวจสอบระบบทั้งหมด ว่าระบบคุณภาพที่จัดทำขึ้นเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร หากพบว่ามีข้อบกพร่องต้องปรับปรุงแก้ไข ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าระบบขององค์กรถูกต้องเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ


วิธีการ 5 ส.
วิธีการ 5 ส. เพื่อการพัฒนาคุณภาพ
ความหมายของ 5ส
- สะสาง คือ การแยกให้ชัดระหว่างของที่จำเป็นกับของที่ไม่จำเป็น ของที่ไม่จำ เป็นให้ขจัดออกไป
- สะดวก คือ การจัดวางของที่จำเป็นให้ง่ายต่อการนำไปใช้ ทุกคนดูแล้วก็รู้ว่าเป็นอะไร
- สะอาด คือ การทำความสะอาดสถานที่ อุปกรณ์ สิ่งของ เครื่องใช้ ให้น่าดูอยู่เป็นนิจ
- สุขลักษณะ คือ สภาพหมดจด สะอาดตา โดยรักษา 3ส แรก ให้คงสภาพ หรือ ทำให้ดีขึ้นอยู่เสมอ
- สร้างนิสัย คือ การปฏิบัติให้ถูกต้อง และติดเป็นนิสัย

สะสาง ( SEIRI )ในการสะสาง เราควรพิจารณาดังนี้
ของไม่ใช้ ไม่มีค่า ถ้าทิ้งได้ก็ควรทิ้งไปเลย
ของไม่ใช้แต่มีค่า ขายโดยทำให้ถูกขั้นตอน
ของที่จะเก็บ หรือของที่ใช้ เก็บแบบมีป้ายบอก
ขั้นตอนการสะสาง
ในขั้นตอนที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ ทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน โรงงาน คลังพัสดุ ฯลฯ ใช้ได้เหมือนกันหมดแต่ต้องระลึกไว้เสมอว่า การที่จะสะสางอะไรจากหน่วยงาน ขอให้แน่ใจเสียก่อน ไม่ขัดต่อกฎระเบียบ ข้อบังคับของหน่วยงานนั้น ๆ ซึ่งเมื่อแน่ใจว่าสามารถสะสางได้ ก็ลงมือตามขั้นตอนดังนี้

1. สำรวจ สิ่งของต่างๆ ในหน่วยงาน โดยเฉพาะอาณาบริเวณที่อยู่ในความรับผิดชอบ

2. แยก ต้องเริ่มแยกแยะของที่ต้องการใช้กับของที่ไม่ต้องการใช้งานออกจากกัน

3. ขจัด ของที่ไม่ต้องการ หรือของที่มากเกินความจำเป็น
จุดที่ควรให้ความสนใจ ในการสะสาง " ทุกจุดบริเวณที่ทำงาน "

ประโยชน์ที่ได้จาการสะสาง
• ขจัดความสิ้นเปลืองของทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นคน เงินทุน วัตถุดิบ ฯลฯ
• ลดปริมาณสินค้าคงคลังให้มีเท่าที่จำเป็นจริงๆ
• ขจัดการใช้วัสดุอุปกรณ์ ชั้นวางของ ตู้เก็บเอกสารอย่างเปล่าประโยชน์
• เหลือเนื้อที่ใช้สอยไปทำอย่างอื่นได้
• ที่ทำงานดูกว้าง และโล่งขึ้น สะอาดตามากขึ้น พนักงานมีสุขภาพจิตที่ดี
• ลดเวลาในการเช็คสต็อค
• เงินที่ได้จาการขายของเก่าเก็บ
• ลดการเก็บเอกสารซ้ำซ้อน
• ขจัดความผิดพลาดจากการทำงาน
• ขจัดสภาพแวดล้อมไม่ดี ฯลฯ

สะดวก ( SEITON )การทำ " สะดวก " นั้นไม่ยาก เพียงแต่เรานำของที่ได้จากการสะสางในส่วนของของที่ต้องการเก็บ มาจัดเก็บให้เป็นระเบียบ สะดวกในการหยิบใช้สอย ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องการศึกษาหาวิธีเก็บวางสิ่งของ โดยคำนึงถึง
• คุณภาพ
• ประสิทธิภาพ
• ความปลอดภัย
สำหรับหลักการสามารถแยกเป็นหัวข้อดังนี้
1. วางของที่ใช้งานให้เป็นที่ มีป้ายบอก
2. การนำของไปใช้งาน ให้เน้นการนำมาเก็บที่เดิม
3. ของที่ต้องใช้อยู่เป็นประจำ ควรวางใกล้ตัว
4. ของที่ใช้งานให้จัดเป็นหมวดหมู่ เหมือนการจัดเก็บหนังสือในห้องสมุด
ทำไมต้องทำให้สะดวก
การปฏิบัติเพื่อความสะดวกนั้น จะช่วยขจัดการค้นหาต่างๆ ให้หมดสิ้นไปแน่นอน เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมีป้ายชื่อบอก และมีป้ายบอกว่าวางที่ไหน รับรองคุณจะหามันได้ในเวลาไม่นานเลย
"เพราะอะไรเราจึงต้องค้นหา" คำตอบง่ายมากคือ
• มีของที่เราไม่ต้องการปะปนอยู่มาก
• วางไม่เป็นที่เป็นทาง
• ไม่ได้แสดงบอกไว้ว่าสิ่งของนั้นอยู่ตรงไหน
• ใช้แล้วไม่เก็บไว้ที่เดิม
• และอีกหลายๆ เหตุผล
ในสำนักงานทำ " สะดวก " กันอย่างไร
• กำหนดมาตรฐานจำนวนอุปกรณ์สำนักงานที่ควรมีประจำโต๊ะทำงานของแต่ละคน ซึ่งแต่ละพื้นที่มีความต้องการแตกต่างกัน เช่น แผนกเขียนแบบ อาจต้องการมีดินสอเป็นจำนวนมากกว่าแผนกอื่น ซึ่งในพื้นที่จะต้องตกลงกันเอง แล้วให้ยึดเป็นมาตรฐานที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม
• อุปกรณ์สำนักงานดังกล่าวมักหายประจำ ให้เขียนชื่อผู้เป็นเจ้าของติดที่อุปกรณ์เหล่านั้นทุกชิ้น
• ตู้เอกสาร ชั้นวางของในพื้นที่ หรืออาณาบริเวณในความรับผิดชอบของกลุ่ม ให้ติดชื่อผู้รับผิดชอบตู้ ชั้นวางของ กระถางต้นไม้ ฯลฯ เหล่านั้น
ในโรงงาน คลังพัสดุ ทำ " สะดวก " กันอย่างไร
• เน้นการใช้ป้ายต่างๆ เข้าควบคุม สร้างการบริหารด้วยตา
• วัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักร รถยก ต้องติดชื่อผู้รับผิดชอบ
• แบ่งเขต ทาสี ตีเส้นแบ่งช่องทางเดินของรถยกและคนแยกจากบริเวณพื้นที่การผลิตหรือพื้นที่เก็บของ
ประโยชน์ที่ได้จากเรื่องสะดวก
• ขจัดการค้นหาที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ
• ลดเวลาในการทำงาน
• เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
• ตรวจสอบสิ่งต่างๆ ง่ายขึ้น หายก็รู้ ดูก็งามตา
• เพิ่มคุณภาพสินค้า เกิดภาพพจน์ที่ดีขององค์การต่อสายตาคนทั่วไป
• สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี
• สร้างสภาพการบริหารงานด้วยตา
• ขจัดอุบัติเหตุ

สะอาด ( SEISO ) สภาพของความสะอาดในที่ทำงานมีส่วนช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ปกติแล้วเราทำงานอยู่ในที่ทำงานของเรา ความคุ้นเคยกับสภาพที่เป็นอยู่ ความจำเจที่เห็นสภาพที่ทำงานของเราอยู่ทุกวันๆ จะเป็นตัวสร้างกำแพงหรือเกราะกำบังอย่างหนึ่งขึ้นมา ทำให้เรามองข้ามปัญหาที่พบอยู่บ่อยๆ นั่นก็คือ ปัญหาความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของทีทำงานของเราเอง บางครั่งมีหน่วยงานภายนอกมาติดต่อราชการเขาอาจกลบไปพูดได้ว่า " ที่นั่นสำนักงานรกจัง " แต่ถ้าเราลองตามไปที่ทำงานของเขา บางครั้งอาจจะพบว่า ที่ทำงานของเขารกรุงรังกว่าเราหลายเท่าก็เป็นได้
ขั้นตอนการทำความสะอาด
จุดที่ให้ความสนใจในเรื่องความสะอาด
• ตามพื้น ฝาผนัง บริเวณมุมอับของห้อง
• ด้านบนและใต้โต๊ะทำงาน ชั้นวางของ ตู้เอกสาร
• บริเวณเครื่องจักรอุปกรณ์ และที่ตัวเครื่องจักร
• เพดาน มุมเพดาน
• หลอดไฟ ฝาครอบหลอด
• ทุกๆ อย่าง รอบๆ ตัวเรา
ประโยชน์ทีได้รับจาการทำความสะอาด
• เกิดสภาพแวดล้อมที่ดี น่าทำงาน
• ขจัดความสิ้นเปลืองของทรัพยากร
• เพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร อุปกรณ์ ลดปัญหาเครื่องจักรเสียบ่อย ๆ
• เพิ่มคุณภาพสินค้า
ประเด็นสำคัญในการที่รณรงค์ให้ทุกคนรักษาความสะอาด คือ หัวหน้าต้องลงมือทำก่อน

สุขลักษณะ ( SEIKETSU )สุขลักษณะที่ดี จะเกิดขึ้นได้เมื่อเราทำ 3ส แรก อย่างต่อเนื่อง และพยายามปรับปรุงให้ดียิ่งๆขึ้นไป
เพื่อที่จะตรวจสอบว่าได้มีการทำ 3ส แรกอย่างต่อเนื่องหรือไม่ เราใช้การตรวจเช็คพื้นที่อย่างสม่ำเสมอโดยผู้บังคับบัญชาสูงสุดรวมทั้งอนุกรรมการ 5ส ของพื้นที่นั้นๆ
ประโยชน์ที่ได้รับจาการทำสุขลักษณะ
• สุขภาพที่ดีของพนักงานทั้งร่างกายและจิตใจ
• ความภาคภูมิใจในความมีชื่อเสียงของหน่วยงาน ซึ่งเป็นผลจากการมีส่วนร่วมในการปรับปรุงของพนักงาน
• สถานที่ทำงาน เป็นระเบียบ สะอาด น่าทำงาน
• ความปลอดภัยในการทำงาน
• คุณภาพที่ดีของผลิตภัณฑ์

สร้างนิสัย ( SHITSUKE )
ส ที่ 5 นี้มีจุดสำคัญที่สุดของ กิจกรรม 5ส เพราะกิจกรรมนี้จะไปได้ดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับคนที่นำกิจกรรมนี้ไปใช้ ซึ่งความสำเร็จของกิจกรรมเกิดจากทัศนคติที่ดีของพนักงานต่อการปรับปรุงให่ดีขึ้นอยู่เสมอ แน่ใจได้เลยว่าหน่วยงานใดนำกิจกรรม 5ส ไปใช้เพื่อปรับปรุงระบบงาน และสามารถดำเนินกิจกรรมไปได้อย่างต่อเนื่องนั้นจะเป็นหน่วยงานทีมีประสิทธิภาพเต็มไปด้วยพนักงานที่มีคุณภาพ ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือ ภาพพจน์ที่ดีของหน่วยงานต่อสายตาคนภายนอก
กิจกรรมนี้ สิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้ดำเนินต่อไปก็คือ ตัวหัวหน้านั่นเอง อย่ากลัวว่าปากจะฉีกถึงใบหู ขอให้หัวหน้าจ้ำจี้จ้ำไชลูกน้องให้คำนึงถึงหลัก 5ส อยู่ตลอด เมื่อเห็นว่าเริ่มจะหย่อนต่อกฏระเบียบ
ประโยชน์ที่ได้จากการสร้างนิสัย
• พนักงานที่มีคุณภาพ มีทัศนคติที่ดีในการทำงาน
• สินค้าที่มีคุณภาพ
• ความเป็นเลิศ
• ภาพพจน์ที่ดีของหน่วยงาน

________________________________________

<font color='#CC9900'>QC Circle เบื้องต้น

วิธีการ Quality Control Circle-QCC

การพัฒนา QCC ในประเทศญี่ปุ่น
1. วิธีการคิด และปฎิบัติการ QCC
- QCC เป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับบุคลิกของคนที่การพัฒนาความสามารถของมนุษย์ และความเคารพต่อผู้อื่น
- QCC คือกิจกรรมของทุก ๆ คนทั้งบริษัท
- ผู้บริหารเข้าใจ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

2. การจัดการของ QCC

2.1 มีหนังสือเอกสารเกี่ยวกับ QCC มากมาย อย่างเช่น Basic QCC Management ตีพิมพ์ในปี1972

2.2 มีระบบการทำงานร่วมกันอย่างดีระหว่างกลุ่ม QCC ด้วยกัน เช่นการประชุม QCC , QCC สังสรร, QCC สัมมนา, การประชุม QCC สำหรับผู้บริหาร

2.3 มีระบบองค์กรของ QCC ในแต่ละภาคและจังหวัด ตลอดจนความร่วมมือเป็นอย่างดีจากบริษัทที่มีชื่อเสียง

2.4 ผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยต่าง ๆ ของแต่ละภาคและจังหวัดมีความตั้งใจทำงานด้านนี้มาก

3. ปัญหาการส่งเสริมกิจกรรม QCC ในประเทศญี่ปุ่น
- คุณภาพของกลุ่ม QC ตกต่ำลง เนื่องจาก
- มีการประชุมและรายงานมากเกินไป
- กิจกรรมที่จะปรับปรุงมีมากเกินไป
- มองในแง่เศรษฐกิจมากเกินไป
- มี Activity ไม่เกี่ยวกับ TQC มากเกินไป
- ผู้บริหารไม่เข้าใจในความคิดพื้นฐานของ QCC

3.1 การส่งเสริมกิจกรรม QCC จริงจังเกินไป เป็นผลให้กิจกรรมไม่สนุก การเล่าประสบการณ์มีการตกแต่งเรื่องมากเกินไป หรือคาดหวังจำนวนการแก้ปัญหามาก และจำนวนเรื่องในการปรับปรุงมีมากเกินไป

3.2ในส่วนของสำนักงาน ฝ่ายขาย ฝ่ายบริการ ฝายพัฒนาและวางแผน ปฏิบัติคล้ายคลึงกันในกิจกรรมของ QCC จึงมีลักษณะไม่เข้ากับ Job site ที่แท้จริง
3.3 ผู้บริหารที่ดูแลในแต่ละสาขา งานหนักมากเกินไป

3.4 ความร่วมมือ และการสอนให้กับต่างประเทศน้อยเกินไป
เนื่องจากหนังสือ เอกสาร และบุคลากรไม่เพียงพอ ควรจะวิเคราะห์ส่วนประกอบที่พัฒนาระบบ QCC ในญี่ปุ่น และควรจะปรับปรุงให้เข้ากับวัฒนธรรมของประเทศอื่น ๆ เพระว่าบางคนคิดว่าสำเร็จเพราะเป็นประเทศญี่ปุ่น

4. การพัฒนาและส่งเสริมกิจกรรม QCC ในประเทศไทย

4.1 เพิ่มจำนวนบริษัทที่มีกิจกรรมเหล่านี้ให้มีมากขึ้น

4.2 ควรวางแผนการส่งเสริมให้มากขึ้นโดยบริษัทหรือองค์กรที่มีกิจกรรมตามข้อ 4.1

4.3. ยกระดับโดยการร่วมมือกันของบริษัทต่าง ๆ โดยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

4.4 การส่งเสริมต้องมีต้นทุนการจัดการ การจัดตั้งหน่วยต้องมีบริษัทมาสนับสนุน ซึ่งต้องสร้างความเข้าใจทางด้าน QC เป็นอย่างดีให้กับผู้บริหารระดับสูง

5. TQC หรือ QC นั้นก็แล้วแต่ผู้บริหารระดับสูงว่าคุณภาพของเขานั้นคืออะไร

6. ควรมีการจัดการที่คำนึงถึงด้านคุณภาพอย่างจริงจังให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นทั้งคุณภาพของสินค้า งาน การบริการ โดยกำหนดเป้าหมายให้ดีขึ้นอย่างไร

7. การส่งเสริมให้มีกิจกรรม QCC ในบริษัท

7.1 สนับสนุนให้มีกลุ่มกิจกรรม QCC ให้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีระบบความคิดเห็นขึ้นในบริษัท

7.2 จัดให้มีเจ้าหน้าที่และหน่วยส่งเสริมกิจกรรม QCC

7.3 ส่งเสริมให้สัมมนาและเรียนเกี่ยวกับกิจกรรม QCC บ่อย ๆ

7.4 ให้มีการประชุม และมีโอกาสพูดคุย

7.5 ให้มี Pilot QC Circle เพื่อให้พนักงานรู้ว่า QCC เป็นกิจกรรมที่ให้ความสนุกและน่าทำ

7.6 สร้างผู้นำกลุ่ม QCC Leader ที่มีคุณภาพ

7.7วางแผนระยะยาวทุก 5 ปีข้างหน้า

7.8 พยายามทำให้พนักงานทุกคนเข้าใจว่าเขาทุกคนเป็นผู้จัดการที่คิดถึงคุณภาพเป็นสำคัญ


QC. Tools เครื่องมือ 7 ชนิด สำหรับควบคุมคุณภาพ (QC 7 Tools)

ความเป็นมา

ในปี ค.ศ. 1946 JUSE หรือ Union of Japanese Scientists and Engineers ได้ถูกก่อตั้งขึ้นพร้อม ๆ กับการจัดตั้งกลุ่ม Quality Control Research Group ขึ้นเพื่อค้นคว้าให้การศึกษาและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในเรื่องระบบการควบคุมคุณภาพทั่วทั้งประเทศ โดยมีจุดหมายเพื่อลบภาพพจน์สินค้าคุณภาพต่ำ ราคาถูก ออกจากสินค้าที่ "Made in Japan" และเพิ่มพลังการส่งออกไปพร้อม ๆ กัน
หลังจากนั้นมาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็คือ Japanese Industrial Standards (JIS) marking system ได้ถูกกำหนดเป็นกฏหมายในปี ค.ศ. 1950 พร้อม ๆ กับการเชื้อเชิญ Dr. W. E. Deming มาเปิดสัมมนาทาง QC ให้แก่ผู้บริหารระดับต่าง ๆ และวิศวกรในประเทศ นับเป็นการจุดประกายของการตระหนักถึงการพัฒนาคุณภาพ อันตามมาด้วยการก่อตั้งรางวัล Deming Prize อันมีชื่อเสียง เพื่อมอบให้แก่โรงงานซึ่งมีความก้าวหน้าในการพัฒนาคุณภาพดีเด่นของประเทศ
ต่อมาในปี ค.ศ. 1954 Dr. J. M. Juran ได้ถูกเชิญมายังประเทศญี่ปุ่น เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริหารระดับสูงภายในองค์กรในการนำเทคนิคเหล่านี้มาใช้งาน โดยได้รับความร่วมมือจากพนักงานทุก ๆ คน นับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาและรวบรวมเครื่องมือที่ใช้ในการควบคุมคุรภาพรวม 7 ชนิด ที่เรียกว่า QC 7 Tools มาใช้
เครื่องมือควบคุมคุณภาพทั้ง 7 ชนิดนี้ ตั้งชื่อตามนักรบในตำนานของชาวญี่ปุ่นที่ชื่อ "บงเค " (Ben-ke) ผู้ซึ่งมีอาวุธอันร้ายกาจแตกต่างกัน 7 ชนิด พกอยู่ที่หลัง และสามารถเลือกดึงมาใช้สยบคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือร้ายกาจคนแล้วคนเล่า สำหรับเครื่องมือทั้ง 7 ชนิด สามารถแจกแจงได้ดังนี้

1. ผังแสดงเหตุและผล (Cause-and-Effect Diagram) หรือผังก้างปลา (Fishbone Diagram) บางครั้งเรียกว่า Ishikawa Diagram ซึ่งเรียกตามชื่อของ Dr.Kaoru Ishikawa ผู้ซึ่งเริ่มนำผังนี้มาใช้ในปี ค.ศ. 1953 เป็นผังที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะ ทางคุณภาพกับปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องรายละเอียดผังก้างปลา

2. แผนภูมิพาเรโต (Pareto Diagram) เป็นแผนภูมิที่ใช้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างสาเหตุของความบกพร่องกับปริมาณความสูญเสียที่เกิดขึ้น
ภาพ Slide จากต่างประเทศ เกี่ยวกับ Pareto Diagram

3. กราฟ (Graphs) คือภาพลายเส้น แท่ง วงกลม หรือจุดเพื่อใช้แสดงค่าของข้อมูลว่าความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล หรือแสดงองค์ประกอบต่าง ๆรายละเอียดกราฟเส้น

4. แผ่นตรวจสอบ (Checksheet) คือแบบฟอร์มที่มีการออกแบบช่องว่างต่าง ๆ ไว้เพื่อใช้บันทึกข้อมูลได้ง่าย และสะดวก

5. ฮีสโตแกรม (Histogram) เป็นกราฟแท่งที่ใช้สรุปการอนุมาน (Inference) ข้อมูลเพื่อที่จะใช้สรุปสถานภาพของกลุ่มข้อมูลนั้น

6. ผังการกระจาย (Scatter Diagram) คีอผังที่ใช้แสดงค่าของข้อมูลที่เกิดจากความสัมพันธ์ของตัวแปรสองตัวว่ามีแนวโน้มไปในทางใด เพื่อที่จะใช้หาความสัมพันธ์ที่แท้จริง

7. แผนภูมิควบคุม (Control Chart) คือแผนภูมิที่มีการเขียนขอบเขตที่ยอมรับได้ของคุณลักษณะตามข้อกำหนดทางเทคนิค (Specification) เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการควบคุมกระบวนการผลิต โดยการติดตามและตรวจจับข้อมูลที่ออกนอกขอบเขต (Control limit)

นับว่าในปัจจุบันนี้แนวความคิดของการควบคุมคุณภาพ ได้ถูกเผยแพร่และนิยมใช้กันอย่างกว้างขวางทั่วโลกในหลากหลายองค์กร ทุกระดับชั้นไม่ว่าจะเป็นหัวหน้างาน หรือคนงานระดับปฏิบัติการ ชายหรือหญิง พนักงานประจำหรือลูกจ้างชั่วคราว โดยมิจุดประสงค์เดียวกันเพื่อนำมาซึ่งคุณภาพของสินค้า และบริการอันเป็นที่พึงพอใจของลูกค้า (Customer satisfaction-CS) ซึ่งมิใช่วามพึงพอใจขององค์กร(Compny satisfaction) แต่เพียงอย่างเดียว


ผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram)ผังแสดงเหตุและผล อาจจะเรียกย่อ ๆ ว่า ผังก้างปลา หรือถ้าเรียกเป็นภาษาอังกฤษอาจจะใช้ตัวย่อว่า CE Diagram ซึ่งมีนิยามปรากฏในมาตรฐานของญี่ปุ่น หรือ JIS Standards ( Japanese Industrial Standards) ในมาตรฐาน JIS ได้ระบุนิยามของ CE Diagram ไว้ดังนี้
คือ ผังที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะทางคุณภาพ กับปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง


คำอธิบาย คุณสมบัติหรือคุณลักษณะทางคุณภาพ ( Quality Characteristics ) คือผลที่เกิดขึ้นจากเหตุ ซึ่งก็คือปัจจัยต่าง ๆ ที่เป็นต้นเหตุของคุณลักษณะอันนั้นหรืออาจจะกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า เป็นแผนผังที่ใช้ในการวิเคราะห์ค้นหาสาเหตุต่าง ๆว่า มีอะไรบ้างที่มาเกี่ยวข้องกัน สัมพันธ์ต่อเนื่องกันอย่างไรจึงทำให้ผลปรากฏตามมาในขั้นสุดท้าย โดยการระดมความคิดอย่างเป็นอิสระของทุกคนในกลุ่มกิจกรรมด้านการควบคุมคุณภาพ

ประโยชน์ของการใช้ผังก้างปลา
1.ใช้เป็นเครื่องมือในการระดมความคิดจากสมองของทุกคนที่เป็นสมาชิกกลุ่มคุณภาพอย่างเป็นหมวดหมู่ ซึ่งได้ผลมากที่สุด

2. แสดงให้เห็นสาเหตุต่าง ๆ ของปัญหา ของผลที่เกิดขึ้นที่มีมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปมสำคัญที่จะนำไปปรับปรุงแก้ไข

3. แผนผังนี้สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ ได้มากมาย ทั้งในหน้าที่การงาน สังคม แม้กระทั่งชิวิตประจำวัน

วิธีสร้างผังแสดงเหตุและผล
การสร้างผังแสดงเหตุและผลที่จะเอื้อประโยชน์ต่อการแก้ปญหาได้จริง ๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ที่สามารถสร้างผังก้างปลาได้อย่างถูกต้องคือผู้ที่มีโอกาสแก้ปัญหาทางคุณภาพได้อย่างถูกต้องเช่นกัน

โครงสร้างของผังก้างปลา
ผังก้างปลาหรือผังแสดงเหตุและผล ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน คือ ส่วนโครงกระดูกที่เป็นตัวปลา ซึ่งได้รวบรวมปัจจัย อันเป็นสาเหตุของปัญหา และส่วนหัวปลา ที่เป็นข้อสรุปของสาเหตุที่กลายเป็นตัวปัญหา โดยตามความนิยมจะเขียนหัวปลาอยู่ทางขวามือและตัวปลา (หางปลา) อยู่ทางซ้ายมือเสมอ

ขั้นตอนการสร้างผังก้างปลา

ขั้นที่ 1.
กำหนดลักษณะคุณภาพที่เป็นปัญหา (อาจจะมากกว่า 1 ลักษณะก็ได้)

ขั้นที่ 2. เลือกเอาคุณลักษณะที่เป็นปัญหามา 1 อัน แล้วเขียนลงทางขวามือของกระดาษพร้อมตีกรอบสี่เหลี่ยม

ขั้นที่ 3. เขียนก้างปลาจากซ้ายไปขวาโดยเริ่มจากกระดูกสันหลังก่อน

ขั้นที่ 4. เขียนสาเหตุหลัก ๆ เติมลงบนเส้นกระดูกสันหลังทั้งบนและล่าง
พร้อมกับตีกรอบสี่เหลี่ยมเพื่อระบุสาเหตุหลัก

ขั้นที่ 5. ในก้างใหญ่ที่เป็นสาเหตุหลักของปัญหา ให้ใส่ก้างรองลงไป ที่แต่ละปลายก้างรองให้ใส่ข้อความที่เป็นสาเหตุรอง ของแต่ละสาเหตุหลัก

ขั้นที่ 6. ในแต่ละก้างรองที่เป็นสาเหตุรอง ให้เขียนก้างย่อย ที่เข้าใจว่าจะเป็นสาเหตุย่อย ๆ ของสาเหตุรองอันนั้น

ขั้นที่ 7. พิจารณาทบทวนว่าการใส่สาเหตุต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันตามระดับชั้นถูกต้องหรือไม่ แล้วใส่ข้อมูลเพิ่มเติมให้ครบถ้วน

ข้อสังเกตุในการนำผังก้างปลาไปใช้
1. ก่อนสรุปปัญหาควรใส่น้ำหนักหรือคะแนนให้กับปัจจัยสาเหตุแต่ละตัว เพื่อจะได้ใช้ในการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา (Setting Priority) ก่อนนำไปปฏิบัติต่อไป ควรอาศัยข้อมูลสถิติหรือตัวเลขในการพิจารณาใส่น้ำหนักหรือให้คะแนนความสำคัญของปัจจัยสาเหตุ พยายามเลี่ยงการใช้ความรู้สึกของตนเอง (ยกเว้นกรณีไม่มีข้อมูลสนับสนุนก็อาจจะอาศัยประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ)

2. ขณะใช้ผังก้างปลา ก็ให้ทำการปรับปรุงแต่งเติมแก้ไขอย่างต่อเนื่องด้วย เพราะว่าผังก้างปลาที่เขียนครั้งแรกอาจจะไม่สมบูรณ์ แต่เมื่อนำไปใช้แก้ปัญหาแล้วอาจจะได้ข้อมูลและข้อเท็จจริงมากขึ้นมาอีกมาก และอาจจะไปหักล้างความเข้าใจแต่เดิมก้ได้ การปรับปรุงไปเรื่อย ๆ จึงเป็นการบันทึกผลการศึกษาค้นคว้าประกอบการแก้ไขปัญหาในการผลิตที่ดี
ภาพแสดงตัวอย่างผังแสดงเหตุ และผล (Cause and Effect Diagram) สำหรับการซ่อมบำรุง


การควบคุมคุณภาพในการผลิตแบบ TQC Total Quality Control

TOTAL QUALITY CONTROL- TQC
ความหมาย การบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์กร เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะเพิ่มยอดขาย และทำกำไรให้กับบริษัท/ องค์กร คือ การทำให้ผลิตภัณฑ์ และบริการสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้

ทุก ๆ ธุรกิจมีเป้าหมายคือ "เพื่อทำกำไร และสร้างความเจริญเติบโต (Profit Making and Growing Up) การบรรลุเป้าหมาย ต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องด้วยผลิตภัณฑ์ และบริการที่มีคุณภาพ
การควบคุมคุณภาพ ( Quality Control - QC )คือการตั้งเป้าหมายในเรื่องคุณภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า

คุณภาพที่กล่าวถึงนี้ ไม่ใช่คุณภาพตามข้อกำหนด (Specification ) เท่านั้น แต่คุณภาพตามความหมาย TQC
มีองค์ประกอบ 5 อย่างคือ

1. คุณภาพ (Quality = Q) หมายถึง คุณภาพของสินค้าและบริการ และคุณภาพของงานระหว่างทำ

2. ต้นทุน (Cost = C) หมายถึงค่าใช้จ่ายในการผลิต การให้บริการ และการทำงาน ซึ่งจะมีผลต่อราคาสินค้า และบริการนั้น

3. การส่งมอบ (Delivery = D) หมายถึงการส่งมอบสินค้า และบริการในจำนวนที่ถูกต้อง ไปในสถานที่ที่ถูกต้อง และตรงตามเวลาที่นัดหมาย

4. ความปลอดภัย (Safety=S) ความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ/ลูกค้า รวมถึงความปลอดภัยของพนักงาน ซึ่งมีผลต่อคุณภาพของสินค้าและบริการ

5. ขวัญของพนักงาน (Morale = M) หมายถึงการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีความเชื่อว่าขวัญและกำลังใจของพนักงานมีผลกระทบโดยตรงต่อพฤติกรรมการทำงานของพนักงาน และการปรับปรุงงานเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ดังนั้น TQC = Q C D S Mการทำ QC จะสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ก็ต่อเมื่อ
สมาชิกทุกคนในองค์กร ตั้งแต่ระดับผู้บริหาร หัวหน้างาน และพนักงาน มีส่วนร่วมให้ความร่วมมือในทุกขั้นตอนของงาน ตั้งแต่การวิจัยตลาด วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การวางแผนผลิตภัณฑ์ การออกแบบ การวางแผนกำลังการผลิต การจัดซื้อ การดำเนินการผลิต การตรวจสอบ การควบคุมคุณภาพ การส่งมอบสินค้า การขาย การบริการหลังการขาย การเงิน การบริหารงานบุคคล การฝึกอบรม

ดังนั้นการดำเนินงาน QC ตามวิธีการข้างต้นจึงเป็นไปในทาง การดำเนินการทั้งองค์กร หรือที่เรียกว่า COMPANY-WIDE QUALITY CONTROL - CWQC หรือเรียกว่า Total Quality Control -TQC

โดยวิธีการ TQC จะมีองค์ประกอบหลักสองส่วน คือ
6. ต้องมีวัตถุประสงค์ โดยที่วัตถุประสงค์ของ TQC จะสร้างความมั่นใจในคุณภาพของสินค้าและบริการ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มวัตถุประสงค์ด้านการลดต้นทุน การเพิ่มยอดขาย เป็นต้น

7 ต้องมีวิธีการ การทำงานอยาง TQC ต้องมีวิธีการ ดังนี้ 7.1 ทำอย่างมีหลักการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific)
7.2 ทำอย่างมีระบบ (Systematic)
7.3 ทำอย่างทั่วถึง (Total Company-Wide) ทั้งองค์กร

องค์ประกอบของ TQC

Prof. Dr. Noriaki Kano ผู้เชี่ยวชาญด้าน TQC จาก Science University of Tokyo กล่าวว่า TQC เปรียบเสมือนการสร้างบ้าน ซึ่งมีองค์ประกอบ เช่น มีรากฐานที่มั่นคง มีพื้นที่แข็งแรง มีเสาบ้าน และมีหลังคาบ้าน
บ้าน TQC ของ Dr. Kano มีองค์ประกอบดังนี้


8. Intrinsic Technology

9. Motivation for Quality

10. QC Concepts

11. QC Techniques

12. Promotional Vehicles

13. Quality Assurance



QUALITY ASSURANCE - QA
ซึ่งเป็นองค์ประกอบสุดท้ายก็คือหลังคาบ้าน จะเกิดในช่วงสุดท้ายและส่งผลให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ แต่ก่อนอื่นจะต้องเริ่มสร้างบ้านด้วยฐานราก คือ ต้องมี Intrinsic Technology เสียก่อน

14. Intrinsic Technology - IT คือ เทคโนโลยีเฉพาะด้าน อุตสาหกรรมแต่ละอย่าง ย่อมมีเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน การที่จะชนะคู่แข่งขันได้ เราต้องมี IT ที่ดีกว่าคู่แข่งขัน ในกรณีนี้รวมถึง ความสามารถในการออกแบบสินค้าใหม่ ๆ ด้วย

15. Motivation for Quality คือ แนวทางผลักดันและจูงใจพนักงาน เนื่องจาก TQC เป็นการเปลี่ยนแปลงแนวคิด พฤติกรรม และวิธีการทำงานให้กับทุกคน ซึ่งถือเป็น Cultural Change (เปลี่ยนวัฒนธรรม) ซึ่งต้องใช้ความเพียรพยายามและความอดทนอย่างสูง ต้องใช้เวลามาก และต้องให้พนักงานมีใจสู้และเห็นพ้อง (Total Committment) อันเปรียบเสมือนพื้นคอนกรีตที่แข็งแรงของบ้าน

16. QC Concept คือความเข้าใจ หรือความคิดรวบยอด ในหลักการของการควบคุมคุณภาพ ต้องทราบว่า QC คืออะไร มีเป้าหมายและวัตถุประสงค์อย่างไร เป็นแนวคิดเพื่อให้พนักงานยึดถือเป็นแนวทางในการปรับปรุงงาน ซึ่งเปรียบเสมือนเสาหนึ่งของบ้าน บางแห่งเรียกว่า การคิดแบบควบคุมคุณภาพ (QC Thinking) หรือ QC Sense ซึ่งมีแนวคิดอยู่ 7 ประการ

17. QC Techniques คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์ในการปรับปรุงงาน เปรียบเสมือนเสาต้นที่ 2 ของบ้าน ซึ่งประกอบด้วยเทคนิคต่าง ๆ มากมาย เช่น
- ผังพาเรโต (Pareto Chart)
- ผังแสดงเหตุผล หรือผังก้างปลา (Cause and Effect)
- แผ่นตรวจสอบ (Check Sheet)
- ฮีสโตแกรม (Histogram)
- แผนภูมิควบคุม (Control Chart)
- ผังการกระจาย (Scatter Diagram)
- กราฟ (Graph)

18. Promotional Vehicles คือช่องทางในการปรับปรุงงานของพนักงาน

ภายในองค์กร ซึ่งแบ่งเป็น 4 ช่องทาง
1. Policy Management หรือ Management by Policy เป็นการบริหารตามนโยบายที่ตั้งไว้ ซึ่งภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Hoshin Kanri เป็นช่องทางที่ผู้บริหารใช้กำหนดทิศทางและเป้าหมายในเรื่องสำคัญ

2. Daily Management เป็นการบริหารงานประจำวัน ซึ่งเป็นงานขั้นพื้นฐานซึ่งมีความสำคัญ ที่พนักงานระดับล่างต้องกระทำมากกว่าผู้บริหาร

3. Cross Functional Management การปรับปรุงงานที่ต้องปฏิบัติร่วมกันระหว่างหน่วยงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร โดยขจัดความขัดแย้วระหว่างกัน และประสานงานระหว่างหน่วยงานให้ชัดเจน

4. Bottom Up Activities ช่องทางปรับปรุงงานของพนักงานระดับล่าง โดยอาศัยสติปัญญาของพนักงานที่ร่วมกันแก้ปัญหาด้วยตนเองหรือกลุ่ม ถ้าการปรับปรุงงานเป็นการกระทำโดยกลุ่มพนักงาน เรียกพนักงานกลุ่มนี้ว่า "กลุ่มคุณภาพ หรือ QC Circle" ในขณะที่พนักงานเพียงคนเดียวนำเสนอก็เรียกว่า "กิจกรรมเสนอแนะ หรือ Suggestion"

19. Quality Assurance คือการสร้างความมั่นใจในคุณภาพของสินค้าและบริการให่แก่ลูกค้า ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลัก หรือหัวใจสำคัญของ TQC ความมั่นใจของลูกค้าเกิดจากความเชื่อถือ และศรัทธาในบริษัทผู้ผลิต ซึ่งไม่ได้สร้างขึนมาในชั่วคืนเดียว แต่ใช้ระยะเวลานานและต้องต่อเนื่องกัน
เครื่องมือทางสถิติที่ใชัในการควบคุมคุณภาพ


วิธีการทางสถิติเพื่อการพัฒนาคุณภาพ
การตรวจสอบคุณภาพของสินค้า

การเปรียบเทียบมาตรฐาน เพื่อขอการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

ระบบบริหารคุณภาพ ISO 9000

ระบบบริหารคุณภาพ อนุกรม ISO 9000

ISO 9000 คืออะไร?
- มาตรฐานนานาชาติสำหรับระบบบริหารคุณภาพ
- กำหนดขึ้นโดยองค์กรมาตรฐานโลก International Organization for Standardization - ISO
- หลายประเทศนำไปใช้เป็นมาตรฐานแห่งชาติ
- สำหรับประเทศไทยคือมาตรฐาน มอก.9000
- ประยุกต์ใช้ทั้งภาคอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ

อนุกรมมาตรฐาน ISO 9000 ประกอบด้วย
-ISO 9000 แนวทางเลือกใช้
-ISO 9001 แบบการประกันคุณภาพในการออกแบบ ผลิต ติดตั้ง และการบริการ
-ISO 9002 แบบการประกันคุณภาพในการ ผลิต ติดตั้ง และการบริการ
-ISO 9003 แบบการประกันคุณภาพในการตรวจ และทดสอบขั้นสุดท้าย
-ISO 9004 แนวทางการบริหารคุณภาพ

ข้อกำหนดของระบบมาตรฐาน ISO 9000
1. ความรับผิดชอบด้านการบริหาร
- นโยบายคุณภาพ
- การจัดองค์กร
- อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ
- ทรัพยากรและบุคลากร
- ตัวแทนฝ่ายบริหาร
- การทบทวนของฝ่ายบริหาร

2. ระบบคุณภาพ
- จัดให้มีระบบคุณภาพที่จัดทำเป็นเอกสาร
- คงไว้ซึ่งระบบคุณภาพ
- คู่มือคุณภาพ
- ขั้นตอนการดำเนินงาน
- การวางแผนคุณภาพ

3. การทบทวนข้อตกลง
- ขั้นตอนการดำเนินงาน
- การทบทวนก่อนยอมรับข้อสัญญา/ข้อตกลง
- ข้อตกลงต้องสมบูรณ์และจัดทำเป็นเอกสาร
- ข้อขัดแย้งระหว่างสัญญากับข้อเสนอโครงการ หรือใบเสนอราคาได้รับการแก้ไขแล้ว
- ความสามารถที่จะทำได้ตามข้อตกลง
- การแก้ไขข้อตกลง
- บันทึกการทบทวนข้อตกลง

4. การควบคุมการออกแบบ
- ขั้นตอนการดำเนินงาน
- การวางแผนการออกแบบและพัฒนา
- บุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
- การประสานงานระหว่างกลุ่ม
- ข้อมูลการออกแบบ
- ผลการออกแบบ
- การทบทวนการออกแบบ
- การทวนสอบการออกแบบการรับรองการออกแบบ
- การเปลี่ยนแปลงการออกแบบ

5. การควบคุมเอกสารและข้อมูล
- เอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดของมาตรฐาน ISO 9000
- เอกสารจากแหล่งภายนอก
- เอกสารและข้อมูลอาจจะอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ ได้เช่น ข้อความในแผ่นกระดาษ หรือข้อมูลในแผ่น Diskett ที่เรียกว่า Soft Copy
- ขั้นตอนการดำเนินงาน (Documented Procedure) ในการควบคุมเอกสารข้อมูล
- การอนุมัติและแจกจ่ายเอกสารของข้อมูล
- การเปลี่ยนแปลงเอกสาร และข้อมูล
- บัญชีแม่บท (Master List)

6. การจัดซื้อ
- ขั้นตอนดำเนินงาน ว่าด้วยผลิตภัณฑ์ที่จัดซื้อ
- การประเมินและคัดเลือกผู้รับเหมาช่วง
- ข้อมูลการจัดซื้อ
- การทวนสอบผลิตภัณฑ์ที่จัดซื้อ ณ แหล่งผลิต

7. การควบคุมผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบโดยลูกค้า
- ขั้นตอนดำเนินงานสำหรับควบคุมกิจกรรมการทวนสอบ
- ผลิตภัณฑ์ที่เสียหาย
- การทวนสอบ
- การเก็บ
- การบำรุงรักษา

8. การชี้บ่งและสอบกลับได้ของผลิตภัณฑ์
- ขั้นตอนการดำเนินงาน สำหรับชี้บ่งได้ของผลิตภัณฑ์
- ชี้บ่ง ตั้งแต่การรับวัตถุดิบในกระบวนการผลิต จนถึงการส่งมอบและติดตั้ง
- กรณีที่มีการสอบกลับได้ จำเป็นต้องทำการชี้บ่งที่ไม่ซับซ้อน

9. การควบคุมกระบวนการ
- ต้องกำหนดและวางแผนกระบวนการ
- สภาวะที่อยู่ภายใต้การควบคุม
- กระบวนการพิเศษ
- ผู้ปฏิบัติที่มีคุณสมบัติถูกต้อง
- เฝ้าตรวจและควบคุมพารามิเตอร์อย่างต่อเนื่อง
- คุณสมบัติบังคับของกระบวนการ

10. การตรวจและการทดสอบ
- ขั้นตอนการดำเนินงาน
- การตรวจรับ
- การตรวจในกระบวนการ
- การตรวจขั้นสุดท้าย
- บันทึกผลการตรวจและการทดสอบ

11. การควบคุมเครื่องตรวจ เครื่องวัด และเครื่องทดสอบ
- ขั้นตอนการดำเนินงาน
- การควบคุม
- การปรับเทียบ
- การบำรุงรักษา
- ผู้ใช้ทราบค่าและความผิดพลาดของเครื่องมือวัด
- ค่าความผิดพลาดเป็นที่ยอมรับได้
- อุปกรณ์ช่วยการวัด
- บันทึกผลการปรับเทียบ (Calibration)

12. สถานะการตรวจ และการทดสอบ
- แสดงสถานะการตรวจ และการทดสอบที่เหมาะสม
- สถานะการตรวจ และการทดสอบปรากฏอยู่ตลอดกระบวนการ
- ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตรวจ และทดสอบแล้วเท่านั้นที่นำไปใช้งาน

13. การควบคุมผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
- ขั้นตอนการดำเนินงาน
- ป้องกันการนำไปใช้งานโดยไม่ตั้งใจ
- การชี้บ่ง
- การจัดทำเอกสาร
- การประเมิน
- การคัดแยก
- การทบทวน และการทำลาย
- การแจ้งเตือนผู้เกี่ยข้อง

14. การปฏิบัติการแก้ไข และการป้องกัน
- ขั้นตอนการดำเนินงาน
- การปฏิบัติการแก้ไข
- การปฏิบัติการป้องกัน

15. การเคลื่อนย้าย การเก็บ การบรรจุ การรักษา และการส่งมอบ
- ขั้นตอนการดำเนินงาน
- วิธีการในการเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์
- สถานที่เก็บที่ป้องกันความเสียหายและเสื่อมสภาพ
- วิธีการรับจ่ายที่เหมาะสม
- การตรวจหาการเสื่อมสภาพ
- ควบคุมการบรรจุและการชี้บ่ง
- วิธีการดูแลรักษาที่เหมาะสม
- ป้องกันความเสียหายในระหว่างการส่งมอบ
16. การควบคุมบันทึกคุณภาพ

- ขั้นตอนการดำเนินงาน
- การชี้บ่ง
- การรวบรวม
- การทำดัชนี
- การเก็บรักษา
- การเข้าถึงบันทึกคุณภาพ
- การดูแลรักษา
- การทำลายทิ้ง

17. การตรวจติดตามคุณภาพภายใน
- ขั้นตอนการดำเนินงาน
- การตรวจการปฏิบัติว่าเป็นไปตามที่กำหนดไว้หรือไม่
- ตรวจหาประสิทธิผลของการควบคุมคุณภาพ
- แผนการตรวจติดตามคุณภาพภายใน
- ผู้ตรวจติดตามที่มีความเป็นอิสระ
- บันทึกผลการตรวจติดตาม
- การแก้ไขข้อบกพร่อง
- การติดตามผลการแก้ไข
- ข้อมูลสำหรับการทบทวนของฝ่ายบริหาร

18. การฝึกอบรม
- ขั้นตอนการดำเนินงาน
- การกำหนดความจำเป็นในการฝึกอบรม
- การฝึกอบรมสำหรับผู้ที่ปฏิบัติงานอันมีผลต่อคุณภาพ
- บันทึกผลการฝึกอบรม
- บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่เฉพาะที่ต้องมีคุณสมบัติบังคับ
- การศึกษา
- การฝึกอบรม
- ประสบการณ์

19. การบริการ
- การบริการและบริการหลังการขาย
- ปฏิบัติตามข้อกำหนด/สัญญา การรับประกัน
- ขั้นตอนการดำเนินงานสำหรับ
- การให้บริการ
- การทวนสอบ
- การรายงานผลการให้บริการ

20. กลวิธีทางสถิติ
- ต้องระบุความจำเป็นในการใช้กลวิธีทางสถิติ
- ใช้สำหรับการควบคุม และการทวนสอบ
- ความสามารถของกระบวนการ (Process Capability)
- คุณลักษณะของผลิตภัณฑ์
- ขั้นตอนการดำเนินงาน สำหรับการนำไปใช้และควบคุมการใช้งานกลวิธีทางสถิติ





โหลดไฟล์ข้อมูลสนับสนุน




DOWN LOAD TRANING PDCA BY CHAKRIT
Smiley//momupload.com/files/108609/Training_By_Chakrit.swf.html




























 

Create Date : 16 ตุลาคม 2551    
Last Update : 9 กรกฎาคม 2552 8:46:54 น.
Counter : 895 Pageviews.  

การบริหารโครงการ

การบริหารโครงการ
บริษัท……….. และบริษัท.......................... จำกัด

การบริหารการผลิต Production Management

ผู้รับผิดชอบโครงการ Project Manager

ลักษณะและความสำคัญของการผลิต

บทบาทของผู้บริหารการผลิต
ในงานบริหารการผลิต ผู้บริหารการผลิตจะต้องเข้าใจลักษณะของธุรกิจที่มีบทบาทและเป็นปัจจัยสำคัญ และมีผลกระทบต่องานบริหารการผลิตอย่างมาก ปัจจัยสำคัญที่เป็นสภาพแวดล้อมทางธุรกิจประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลัก ๆ คือ

1. ปัจจัยภายนอกที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิต ประกอบไปด้วย - สภาพแวดล้อม (Environment) ได้แก่องค์ประกอบหรือปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และเป็นสิ่งที่เป็นสากล (International) ได้แก่ หลักการทางเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของโลก การตลาดไร้พรมแดน เป็นต้น

- การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Technological Change) ปัจจัยด้านนี้จะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว เช่น การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อีเล็คโทรนิกส์แบงค์กิ้ง เทคโนโลยีด้านอินเตอร์เน็ต การสื่อสารและโทรคมนาคม การบิน การขนส่ง เป็นต้น

- ชนชาติต่าง ๆ ที่มีอยู่ในโลก (Other Nations) ซึ่งจะเป็นตลาดระบายสินค้าจากประเทศผู้ผลิตไปยังประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก พฤติกรรมการบริโภคสินค้าที่แตกต่างกัน ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ยังรวมถึงการรวมกลุ่มเพื่อการค้าการลงทุนของภูมิภาคต่างในโลก อาทิเช่น NAFTA, AFTA, ASEAN, EUROPEAN COMMUNITY เป็นต้น ซึ่งการรวมกลุ่มการค้าดังกล่าวอาจจะมีผลในด้านการกีดกันทางการค้าก็ได้

- กฎหมาย (Legal) ได้แก่กฎหมายที่เป็นกฎระเบียบหรือข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิต กฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และมาตรฐานของสินค้าของประเทศต่าง ๆ

- รัฐบาล (Government) ของประเทศที่องค์กรธุรกิจเอกชนนั้นตั้งอยู่ ซึ่งรวมถึงนโยบายของรัฐบาลแต่ละสมัยว่าจะมีนโยบายหรือมาตรการใดบ้างที่จะส่งเสริมหรือสนับสนุนการลงทุนหรือส่งเสริมอุตสาหกรรมประเภทใด นอกจากนี้ยังรวมถึงนโยบายด้านการเงิน ภาษีศุลกากร เป็นต้น

- สังคม (Social) ของประเทศนั้น ๆ ว่ามีลักษณะเป็นเช่นไร ลักษณะการดำรงชีวิต พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอย ตลอดจนรสนิยมการบริโภคสินค้าของประชากรในสังคมนั้น เป็นต้น

- กฎระเบียบและกฎหมาย (Law) ที่มีใช้อยู่ในประเทศที่อาจจะมีผลต่อธุรกิจอุตสาหกรรมที่ดำเนินการอยู่ นอกจากนี้ยัรวมถึงกฎกระทรวง พระราชกำหนดที่อาจจะประกาศเพิ่มเติมได้ตลอดเวลาตามความเหมาะสม และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

ปัจจัยภายนอกดังกล่าวมาข้างต้นนี้เป็นปัจจัยที่องค์กรธุรกิจไม่สามารถควบคุมได้ (UncontrolableFactors)และอาจมีผลกระทบต่อธุรกิจทั้งโดยทางตรงหรือทางอ้อมก็ได้

2. ปัจจัยภายในองค์กรธุรกิจ (Internal Factors)

ภายในองค์กรธุรกิจ นอกจากการจัดองค์กรแล้วยังประกอบด้วยหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกิ่ยวข้องกัน เช่น ฝ่ายการตลาด ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี เป็นต้น ซึ่งฝ่ายงานต่าง ๆ เหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับฝ่ายผลิต/ปฏิบัติการโรงงานโดยตรง ฝ่ายผลิต/ปฏิบัติการจะต้องทราบข้อมูลการขายจากฝ่ายขายและการตลาดเพื่อนำข้อมูลนั้นมาประมาณการหรือพยากรณ์จำนวนหน่วยผลิต ให้สอดคล้องกับอุปสงค์ (DEMAND) ของตลาด ทั้งนี้เพื่อป้องกันการผลิตเกินปริมาณความต้องการ อันอาจจะเป็นปัญหาด้านสินค้าคงคลังในอนาคต
ปัจจัยภายในองค์กรนี้สามารถควบคุมได้โดยผู้บริหารจะต้องพิจารณาจุดอ่อน (Weakness) และจุดแข็ง (Strength) เพื่อนำมาปรับปรุงกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจต่อไป

ปรัชญาสำหรับการบริหารการผลิต

- ผู้บริหารการผลิตจะต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ชัดเจน คือ

- ผลิตอะไร (What is to produce ?)

- ผลิตอย่างไร(How to produce ?)

- ผลิตเท่าใด (How many units to produce?)

- ผลิตให้ใคร(Produce for whom ?)


ปัจจัยเกี่ยวกับการตัดสินใจการผลิต

กระบวนการการตัดสินใจ(Decision Making Process)

การตัดสินใจ(DECISION MAKING)

การตัดสิน(Decision Making) เป็นกิจกรรมสำคัญที่กำหนดบทบาทของผู้บริหารออกต่างหากจากพนักงานทั่วไปของบริษัท การประสพกับอุปสรรคและปัญหาในการดำเนินงานต่าง ๆ ทำให้ผู้บริหารหรือผู้จัดการการผลิต ต้องทำการตัดสินใจภายใต้เวลาที่จำกัดอยู่เสมอ ในการช่วยผู้บริหารเหล่านี้ทำการตัดสินใจด้วยวิธีการต่าง ๆ และการวิเคราะห์ปัญหานั้นได้มีการดำเนินการมานานกว่า 60 -70 ปีแล้ว วิธีการที่ใช้ในการตัดสินใจเหล่านี้จะจำแนกการบริหารการผลิตและปฏิบัติการออกจากระบบย่อยขององค์กร การวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ อย่างถูกต้องจะสามารถช่วยผู้บริหารได้อย่างไร คำตอบจะเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อเราเข้าใจกระบวนการของการตัดสินใจต่อไปนี้
กระบวนการการตัดสินใจ (Decision Making Process)

โดยปกติแล้วการตัดสินใจจะเกี่ยวข้องกับตัวแปรที่สามารถแสดงขั้นตอนต่าง ๆ ที่แปลความหมายได้ กล่าวคือ ข้อแรกต้องเข้าใจลักษณะของปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่มีอยู่ได้ ข้อที่สองคือการกำหนดทางเลือกต่าง ๆ ทำการประเมินทางเลือก และเลือกทางเลือกทางใดทางหนึงที่ดีที่สุด และข้อสุดท้ายคือการนำทางเลือกนั้นไปปฏิบัติ อย่างไรก็ตามการตัดสินใจยังต้องพิจารณาตลอดทั้งกระบวนการที่จะทำการตัดสินใจ การวิเคราะห์เบื้องต้นจะใช้สำหรับความต่อเนื่องในการประเมินทางเลือกที่กำหนดแน่นอน ในขณะเดียวกันระหว่างทางเลือกต่าง ๆ อาจจะมีขั้นตอนต่าง ๆ ที่ต้องทำการพิจารณาว่าจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการการตัดสินใจ เช่น การประเมินประเด็นต่าง ๆ การวิเคราะห์ตัวแปรที่มีอยู่และเกี่ยวข้องกัน และการทดลอง การประเมินทางเลือกนั้นผ้บริหารต้องเลือกประเด็น และจำแนกระหว่าง “ดี” หรือ “เลว” และต้องทราบว่าทางเลือกต่าง ๆ ทั้งหมดนั้นมีผลกระทบอย่างไรบ้างต่อองค์กร ส่วนใดส่วนหนึ่งขององค์กรที่มีผลกระทบเรียกว่า “ตัวแปรที่มีความสัมพันธ์กัน” (Relevant Variables) ขั้นต่อไปก็คือ ผู้บริหารใช้การทดลองเพื่อหยั่งผลกระทบของทุกทางเลือกที่จะนำมาใช้ การทดลองนี้ อาจจะดำเนินการวิธิการที่ง่าย ๆ จนถึงรูปแบบที่ยุ่งยาก
การบริหารเพื่อการตัดสินใจ


การบริหารเพื่อการตัดสินใจนี้มีความเชื่อถือในวิธีการทางวิทยาศาสตร์ สำหรับวิธีการแก้ไขปัญหา และการใช้รูปแบบเชิงปริมาณทางคณิตศาสตร์ซึ่งจะแสดงสิ่งที่เป็นจริง นอกจากนี้ยังแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่าง ๆ (Variables) และยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการคาดการณ์ตลอดจนนำไปใช้ในการอธิบายได้

การนำวิธีการทางวิทยาศาสตร์และรูปแบบเชิงปริมาณมาประกอบเข้าด้วยกันจะทำให้เป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการวิเคราะห์ นักวิเคราะห์สามารถสร้างแบบจำลองของระบบปฏิบัติการทั้งระบบ หรือระบบย่อยส่วนใดส่วนหนึ่ง หลังจากนั้นนักวิเคราะห์สามารถทำการทดลองให้เห็นว่ารูปแบบจำลองที่ทำไว้นั้นแสดงให้เห็นผลเป็นประการใดบ้างภายใต้สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไป วิธีการนี้ถูกนำไปใช้เพื่อหาข้อสรุปและข้อเท็จจริงของระบบปฏิบัติการโดยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับระบบจริงในขณะที่ยังไม่ได้ข้อสรุป ที่จริงแล้วการเปลี่ยนแปลงระบบปฏิบัติการจริงเพื่อจะสังเกตุว่ามีการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานนั้นเป็นสิ่งที่อันตราย การเปลี่ยนระบบการผลิตสามารถทำให้เกิดค่าใช้จ่ายสูง และเมื่อทำการเปลี่ยนไปแล้วอาจจะเกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดหมายได้ซึ่งอาจไม่สามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นระบบเดิมได้ การคาดการณ์จะตอบสนองการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงระบบปฏิบัติการจริงนี้เป็นวัตถุประสงค์ของนักบริหารเชิงวิทยาศาสตร์

รูปแบบการทดลองจะเห็นว่าผลกระทบที่เปลี่ยนแปลงไปของการทดลองสามารถที่จะวัดผล และสังเกตุการเปลี่ยนแปลงและลงความเห็นได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนมีความเสี่ยงน้อยกว่าการดำเนินการกับระบบผลิตจริง ความยุ่งยากที่อาจจะเกิดกับการทดลองนี้คือในบางครั้งแบบอย่างการทดลองนี้อาจจะไม่สอดคล้องกับระบบจริง ถ้าแบบจำลองนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีอาจทำให้ไม่สมหวังเมื่อนำไปใช้ในงานจริง จะเป็นการดีถ้านักวิเคราะห์จะสร้างแบบจำลองโดยใช้เกณฑ์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสถาณการณ์จริงเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้กับสภาพที่เป็นจริง ขั้นตอนใดหรือทั้งหมดต่อไปนี้จะช่วยให้เกิดความมั่นใจว่าแบบจำลองมีความถูกต้องแม่นยำ

1. ผู้ที่มีความรับผิดชอบในระบบที่จำลองการผลิตควรจะตรวจสอบการทำงานของแบบจำลอง 2. ทั้งรูปแบบและระบบของแบบจำลองและระบบการดำเนินงานจริงควรจะทำงานพร้อม ๆ กันในบางครั้งเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการเดินของเครื่องเท่าเทียมกัน

ชนิดของแบบจำลองในการบริหารการผลิตและปฏิบัติการ
ในการบริหารการผลิตและปฏิบัติการ เราจะใช้แบบจำลองต่าง ๆ ตามระดับของความทันสมัยดังนี้

3. แบบใช้คำพูดหรือเขียนอธิบาย (VERBAL MODELS) เป็นแบบจำลองเชิงบรรยาย โดยแสดงในรูปของคำ หรือข้อเขียนแสดงความสัมพันธ์ของตัวแปรต่าง ๆ

4. แบบจำลองชนิดแผนภูมิ (SCHEMATIC MODELS) แบบจำลองชนิดนี้แสดงด้วยภาพ หรือแผนภูมิให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่าง ๆ

5. แบบรูปจำลองย่อส่วน (ICONIC MODELS) เป็นแบบจำลองที่ย่อส่วนจากขนาดของจริงของวัตถุ หรือกระบวนการ

6. แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ (MATHEMATICAL MODELS) เป็นแบบจำลองที่แสดงฟังก์ชั่นความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรโดยใช้สัญลักษณ์และสมการทางคณิตศาสตร์ การเลือกแบบจำลองที่เหมาะสม

การเลือกแบบจำลองว่าจะใช้แบบใดนั้นขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการวิเคราะห์และลักษณะของปัญหา การเลือกแบบจำลองและระดับของรายละเอียดจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาว่าผู้วิเคราะห์ต้องการตัดสินใจในเรื่องใด พิจารณารูปแบบการออกแบบของสำนักงานแห่งหนึ่งซี่งได้รับการออกแบบที่แตกต่างกัน 2 ลักษณะว่าแบบใดเป็นแบบที่ดีที่สุด ประการแรกเราอาจใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่จะใช้วัดว่าจะมีปริมาณงานมากเท่าใดระหว่างหน่วยงานต่าง ๆในสำนักงาน สิ่งนี้จะช่วยให้เราเกิดความคิดว่าจะดำเนินการเช่นไรจึงจะขจัดงานที่ไม่จำเป็นออกไป เราอาจจะใช้แบบจำลองชนิดแผนภูมิที่จะแสดงให้เห็นว่าจะวางเครื่องมือที่จะใช้ที่จุดใดในสำนักงานดังกล่าว แบบจำลองชนิดแผนภูมิจะเป็นแบบจำลองที่ง่ายคล้ายกับภาพสเก็ตหรือรายละเอียดต่าง ๆ รวมทั้งภาพจำลองของเครื่องมือเครื่องใช้ ผนัง และอาจจะรวมถึงแผนผังการเดินสายไฟ แบบจำลองทางคณิตศาสตร์สำหรับการบริหารการผลิตและปฏิบัติการ

การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน (Breakeven Analysis)
ในบางครั้งการวิเคราะห์ปัญหาด้วยแบบอย่างง่าย ๆ อาจช่วยให้เกิดความกระจ่างอย่างใดอย่างหนึ่งจากปัญหาเบิ้องต้นที่เกิดกับการบริหารการ ปฎิบัติการสำหรับการผลิต การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่ใช้ลักษณะของกร๊าฟ หรือวิธีการทางพีชคณิตเพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง ปริมาณ ค่าใช้จ่าย และรายได้ขององค์กร การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งที่จะช่วยให้ผู้บริหารการปฎิบัติการผลิตเข้าใจแนวคิดของความ สัมพันธ์ระหว่างตัวแปรดังกล่าว

เมื่อการผลิตของสินค้าจากสายการผลิตมีปริมาณเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนการผลิต และรายได้จากการขายสินค้าก็เพิ่มขึ้นด้วย ต้นทุนการผลิตจะจำแนกออกเป็นสองประการ คือต้นทุนคงที่ (FIXED COST) และต้นทุนแปรผัน (VARIABLE COST) ต้นทุนคงที่จะไม่คำนึงถึงปริมาณการผลิตสินค้าโดยตรง แต่จะรวมถึงค่าพลังงาน ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ซึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายในจำนวนที่เท่ากันไม่ว่าจะทำการผลิตสินค้าเพียงชิ้นเดียวหรือเป็นพันชิ้น ต้นทุนแปรผันเป็นค่าใช้จ่ายที่ขึ้นลงตามปริมาณการผลิตสินค้าและบริการ ถ้ามีการผลิตสินค้ามากต้นทุนแปรผันก็จะเกิดสูงมากด้วย แต่ถ้ามีการผลิตสินค้าจำนวนน้อยก็จะมีต้นทุนประเภทนี้น้อยลงตามปริมาณที่ทำการผลิตสินค้า โดยทั่วไปต้นทุนแปรผันจะเป็นค่าใช้จ่ายในด้านค่าแรงทางตรง ค่าวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เป็นต้น จากภาพ แสดงให้เห็นว่าต้นทุนรวม (TOTAL COST) และรายได้รวม (TOTAL REVENUE) จะมีความสัมพันธ์กันในลักษณะฟังก์ชั่นของสมการเส้นตรงของปริมาณการผลิตสินค้า

กล่าวคือค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนรวมจะสูงกว่ารายได้รวมในขณะที่ ปริมาณการผลิตน้อยกว่าปริมาณการผลิตที่จุด VBE ซึ่งที่จุดนี้จะเป็นจุดคุ้มทุน กล่าวคือเป็นระดับที่ปริมาณการผลิตเมื่อจำนวนต้นทุนรวมเท่ากับรายได้รวม ดังนั้นถ้าปริมาณการผลิตสูงกว่าจุด VBE รายได้ จะสูงกว่าต้นทุนรวม

ภาพแสดงโครงสร้างของจุดคุ้มทุน เมื่อ (ซ้าย) ต้นทุนคงที่สูงในขณะที่ต้นทุนแปรผันต่ำ และ(ขวา) ต้นทุนคงที่ต่ำแต่ต้นทุนแปรผันสูง

การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการบ่งชี้ว่าระดับของการปฏิบัติการผลิต(สินค้า)ถึงปริมาณที่รายได้รวมครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนจะขึ้นอยู่กับราคาขายสินค้าและโครงสร้างของต้นทุนในการดำเนินการซึ่งจะแตกต่างกันในแต่ละองค์กรขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้ในกระบวนการผลิต (Conversion Process)

โครงสร้างการบริหาร และนโยบายของบริษัท กระบวนการผลิตสินค้าบางประเภทอาจจะต้องใช้เงินลงทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารสูงแต่ใช้ต้นทุนแปรผันต่ำ ซึ่งทำให้ต้องทำการผลิตสินค้าจำนวนมากจึงจะบรรลุจุดคุ้มทุน ซึ่งเมื่อถึงจุดดังกล่าวแล้วจะทำให้มีกำไรมากอย่างรวดเร็ว ในขณะที่กระบวนการผลิตอีกลักษณะหนึ่งจะใช้ต้นทุนคงที่ต่ำ แต่ต้นทุนแปรผันต่อหน่วยสูง
แขนงการตัดสินใจ (DECISION TREES)


การวิเคราะห์ปัญหาที่มีขั้นตอนต้องทำการตัดสินใจอย่างน้อย 2 ทางเลือก คือใช้แขนงการตัดสินใจ ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในการเผชิญกับปัญหาที่เป็นลำดับขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อน ผลที่ได้จากการพิจารณาไม่เพียงแต่มีประโยชน์เท่านั้น แต่ตัวโครงสร้างของแขนงการตัดสินใจยังช่วยให้ง่ายในการพิจารณาปัญหาอีกด้วย ผู้บริหารต้องกำหนดทางเลือกต่าง ๆ เพื่อการตัดสินใจ ต้องกำหนดโอกาสที่จะเกิดสถานการณ์นั้น ๆ ซึ่งอาจจะมีอิทธิพล หรือผลกระทบต่อผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นมาในภายหลัง และประเมินโอกาสให้ชัดเจนว่าจะเกิดผลลัพธ์อะไรบ้าง กระบวนการในการไขปัญหาให้กระจ่างเหล่านี้จะนำไปสู่การเรียนรู้ที่ทำการตัดสินใจแม้ว่าการวิเคราะห์นี้จะไม่ได้กระทำให้เสร็จสมบูรณ์ก็ตาม โดยทั่วไปแล้วค่าคาดหวัง (Expected Value) จะนำมาใช้เพื่อการกำหนดการกระทำที่ดีที่สุด แขนงการตัดสินใจจะเป็นประโยชน์สูงสุดเมื่อนำไปใช้กับปัญหาที่มีคสามยุ่งยาก สลับซับซ้อน และมีขั้นตอนหลากหลายที่เกี่ยวข้องกับระยะเวลา การวิเคราะห์ด้วยแขนงการตัดสินใจจะมี 3 ขั้นตอนดังนี้

7. จัดทำแผนภูมิเป็นแบบแขนง (Tree Diagramming)

กำหนดจุดที่ต้องทำการตัดสินใจทั้งหมด (รวมถึงทางเลือกต่าง ๆ) ที่ต้องกระทำ ตลอดจนขั้นตอนที่ต้องกระทำต่อไป

- กำหนดโอกาสที่อาจจะเกิดสถานการณ์เหล่านั้นภายหลังการตัดสินใจไปแล้ว

- จัดทำแผนภูมิ (Tree Diagramming) แสดงขั้นตอนการตัดสินใจ และโอกาสที่จะเกิดขึ้น

8. ประมาณการค่าใช้จ่าย (Estimation)

- หาความเป็นไปได้ของโอกาสที่จะเกิดสำหรับแต่ละแขนงของผลลัพธ์

- ประมาณการผลทางการเงินที่จะติดตามมาของผลลัพธ์และการปฏิบัติของแต่ละแขนงขั้นสุดท้าย

9. ประเมินผลและเลือกทางเลือก (Evaluation and Selection)

- คำนวณค่าคาดหมาย (Expected Value) ของทุกกิจกรรมที่มีความเป็นไปได้

- เลือกการกระทำใด ๆ ที่มีค่าคาดหมายจูงใจที่สุด

การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน (Breakeven Analysis)

การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน
เป็นวิธีการรูปแบบหนึ่งที่ใช้แผนภูมิแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาใช้ในการตัดสินใจ เป็นการใช้กราฟเส้นตรง แสดงความสัมพันธ์ของตัวแปรบนแกน X และแกน Y หรืออาจะแสดงสมการทางพีชคณิต (สมการด้านซ้ายต้องเท่ากับสมการด้านขวาเสมอ) เช่น แสดงความสัมพันธ์ระหว่างผลิตภัณฑ์ ปริมาณการขาย ค่าใช้จ่ายซึ่งอยู่ในรูปของต้นทุน ดำเนินการ ยอดขาย จำนวนหน่วยขาย เป็นต้น

ในด้านต้นทุนที่จะนำมาใช้ในการพิจารณาจุดคุ้มทุน แบ่งออกเป็น
1. ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) FC

2. ต้นทุนแปรผัน (Variable Cost) VC


นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับยอดขายของผลิตภัณฑ์ หรือที่เรียกว่า รายได้จากการขาย (Revenue) ซึ่งจะเป็นตัวเลขที่ได้มาจากราคาขายต่อหน่วย คูณด้วยจำนวนหน่วยของผลิตภัณฑ์ที่ขายไป
การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนนี้ มีประโยชน์อย่างยิ่งที่จะช่วยให้ผู้บริหารการผลิตเข้าใจแนวคิดของความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่เกี่ยวข้อง และนำมาแสดงโดย แผนภูมิดังได้กล่าวแล้ว


แขนงตัดสินใจ(Decision Tree)


แขนงการตัดสินใจมีประโยชน์อย่างมากสำหรับการตัดสินใจปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน มีขั้นตอนมาก และเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนของเวลาที่ใช้ในการตัดสินใจ

การวิเคราะห์ด้วยวิธีการนี้ ประกอบด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. ทำแผนภูมิรากต้นไม้ (Tree Diagram)

- กำหนดสิ่งที่จะต้องทำการตัดสินใจทั้งหมด รวมทั้งทางเลือก กำหนดขั้นตอนต่าง ๆ

- กำหนดสถานการณ์หรือเหตุการณ์ (Event) ที่อาจจะเกิดขึ้นได้เพื่อใช้ตัดสินใจ

- เขียนแผนภูมิ แสดงลำดับขั้นตอนของการตัดสินใจ และสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น

2. ประมาณการ (estimated) ของทุก ๆ สถานการณ์

- กำหนดความน่าจะเป็น (Probability) ที่เหตุการณ์นั้น ๆ มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นของทุก ๆ ผลลัพธ์ (Outcome)

- ทำประมาณการของแต่ละสถานการณ์ว่าจะมีผลลัพธ์เป็นมูลค่าทางการเงินเท่าใด ของทุก ๆ เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น

3. ประเมินทางเลือกต่าง ๆ (Evaluation) และเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด

4. คำนวณมูลค่าคาดหมาย (Expected Value) ของทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

5. เลือกทางเลือกที่มีผลลัพธ์เป็นค่าคาดหมายที่ดีที่สุด โดยดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้

5.1 คำนวณค่าคาดหมาย (Expected Monetary Value) ของทุกกิจกรรมที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์เหล่านั้น
5.2 เลือกแขนงหรือกิจกรรม (Branch) ที่เป็นค่าคาดหมายที่จูงใจมากที่สุด โดย
- ถ้าเป็นรายได้/กำไร จะต้องเป็นมูลค่าสูงที่สุด (Maximized Profit)
-ถ้าเป็นค่าใช้จ่าย/ต้นทุน จะต้องเป็นมูลค่าต่ำที่สุด (Minimized Cost)

6. นำผลการตัดสินใจไปใช้ดำเนินโครงการ


การวางแผนและออกแบบกระบวนการผลิต

การวางแผนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และการผลิต

การพยากรณ์ (Forecasting)
ลักษณะของการพยากรณ์ เกี่ยวข้องกับขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. กำหนดวัตถุประสงค์ (Objectives) ของการพยากรณ์ เช่น พยากรณ์ปริมาณความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่มีผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคขั้นสุดท้าย ทั้งนี้เพื่อทำการผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพตามมาตรฐาน และปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของตลาด

2. สร้างตัวแบบ (Model) สำหรับการพยากรณ์ โดยปกติในทางปฏิบัติจะใช้ computer software

3. ทดลองตัวแบบที่สร้างขึ้น เพื่อทดสอบความถูกต้องของวิธีการพยากรณ์ สมการที่ใช้ โดยใช้ข้อมูลในอดีต (เช่นยอดขาย จำนวนหน่วยผลิตสำหรับแต่ละช่วงเวลา) ทั้งนี้เพื่อตรวจสอบค่าที่ได้จากการพยากรณ์กับค่าที่เกิดขึ้นจริงว่าแตกต่างกันอย่างไร ส่วนใหญ่ใช้ข้อมูลของปีที่ดำเนินการ แล้วทำการปรับแต่งตัวเลข/วิธีการให้สอดคล้องกับความเป็นจริง

4. นำตัวแบบไปใช้สำหรับการพยากรณ์ โดยนำข้อมูลในอดีต เช่นข้อมูลการตลาด ข้อมูลการผลิต ตลอดจนข้อมูลของทั้งอุตสาหกรรมมาเปรียบเทียบกันกับการวิจัยตลาด

5. ประเมินผลและแก้ไขระบบ โดยทำการประเมินในหัวข้อต่อไปนี้
1. วิธีการถูกต้องหรือไม่
2. ผลของการพยากรณ์สอดคล้องกับความเป็นจริงหรือไม่
3. วิธีการและผลสามารถแก้ไข หรือสามารถให้มีข้อผิดพลาดน้อยที่สุดได้อย่างไร
4. สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หรือไม่
ลักษณะข้อผิดพลาด

6. ผลิตเก็บ STOCK มากเกินไป

7. ฝ่ายขายไม่สามารถขายได้ทัน

8. ผลิตไม่ทันฝ่ายขาย

- วัตถุดิบขาดตลาด
- แรงงาน
- ความสามารถในการบริหาร

9. การจัดการด้านการเงิน 1

10. การจัดตารางการผลิต กำลังการผลิตไม่สอดคล้องกัน
ประเภทของการพยากรณ์
การพยากรณ์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

11. การพยากรณ์เชิงปริมาณ (Qualitative Forecasting)
12. การพยากรณ์เชิงคุณภาพ (Quantitative Forecasting)

การพยากรณ์เชิงปริมาณ (Quatitative Forecasting)
เป็นการพยากรณ์โดยอาศัยข้อมูลหรือตัวเลขจากอดีต (เช่น ยอดขาย กำลังการผลิต) มาสร้างตัวแบบ เทคนิคที่ใช้ในการพยากรณ์ ได้แก่วิธีการ Least Square วิธีการ (Moving Average) วิธีการปรับเรียบแบบ Exponential Smoothing เป็นต้น

การพยากรณ์เชิงคุณภาพ (Quanlitative Forecast)เป็นการพยากรณ์ที่ไม่ใช้ข้อมูลย้อนหลัง จะพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ เช่น ลางสังหรณ์ ประสบการณ์ ความชำนาญ ตลอดจนระบบต่าง ๆ ที่มีคุณค่าเพื่อนำไปสู่การพยากรณ์

เราจะพิจารณาเลือกใช้วิธีการพยากรณ์แบบใด ? โดยปกติเราจะใช้ทั้ง 2 วิธีสำหรับการพยากรณ์จะได้ผลดีมากกว่า เพราะใช้ทั้งข้อมูลและแนวทางที่ไม่ซ้ำซ้อนกัน

ตัวแบบการพยากรณ์เชิงปริมาณ (Quantitative Models) ตัวแบบอนุกรมเวลา (Time Series Model) ใช้หลักการพยากรณ์ภายใต้สมมุติฐานที่ว่า "อนาคต" เป็นปฏิภาค (Function) ของ "อดีต" โดยพิจารณาว่าในระยะเวลาที่ผ่านมานั้น เกิดอะไรขึ้นบ้าง และใช้อนุกรมของข้อมูลในอดีตนำมาใช้พยากรณ์ ตัวเลขข้อมูลที่นำมาใช้อาจจัดแบ่งเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน รายไตรมาส หรือรายปีก็ได้ ตัวแบบอนุกรมเวลา ประกอบด้วย

13. วิธีการ Naive Approach

14. วิธีการค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average)

15. วิธีการปรับเรียบ (Exponential Smoothing)

16. วิธีการหาแนวโน้มที่น่าจะเป็น (Trend Projection)


สำหรับตัวแบบ Casual Model ตัวแบบที่ใช้คือ สมการถดถอยเชิงเส้นตรง (Linear Regression)

ขั้นตอนการพยากรณ์ มี 8 ขั้นตอนดังนี้

17. กำหนดลักษณะการพยากรณ์ วัตถุประสงค์ของการพยากรณ์ เช่น การพยากรณ์ยอดขาย ปริมาณขาย (หรือจำนวนหน่วยสินค้าที่จะขาย)

18. เลือกตัวสินค้า หรือบริการ (Items) ที่จะทำการพยากรณ์

19. กำหนดระยะเวลาที่จะทำการพยากรณ์ เช่น แต่ละไตรมาสของปี โดยกำหนดเป็นช่วงระยะเวลา เช่น ระยะสั้น ปานกลาง หรือระยะยาว

20. เลือกตัวแบบที่จะใช้สำหรับการพยากรณ์ อาจจะใช้มากกว่า ตัวแบบก็ได้

21. รวบรวมข้อมูล ตัวเลข ที่จำเป็นสำหรับการพยากรณ์

22. เตรียมการแทนค่าในตัวแบบที่จะใช้พยากรณ์

23. ดำเนินการพยากรณ์ และได้ผลลัพธ์


24. นำผลพยากรณ์ไปใช้วางแผน


การวางแผนกำลังการผลิต PRODUCTION PLANNING
กำลังการผลิต (Production Capacity) หมายถึงความสามารถสูงสุดที่กำลังการผลิต โดยทั่วไปมีหน่วยเป็นปริมาณผลผลิตต่อเวลา เช่น ตัน/ปี คัน/วัน เป็นต้น ผู้บริหารการผลิต จะต้องสนใจกำลังการผลิต ด้วยเหตุผล 3 ประการ

1. เพื่อทำการผลิตสินค้า และบริการให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า

2. กำลังการผลิตที่มีอยู่ มีผลต่อประสิทธิภาพในการดำเนินการ ตลอดจนการจัดลำดับการผลิต และต้นทุนการผลิต

3. การที่จะให้ได้มาซึ่งกำลังการผลิต จะต้องมีการลงทุน การตัดสินใจว่าจะขยายกำลังการผลิตไปมากหรือน้อยเพียงใดจึงจะให้ผลตอบแทนในการลงทุนสูงที่สุด

การตัดสินใจวางแผนกำลังการผลิต
ประกอบด้วยกิจกรรมดังต่อไปนี้

4. ประเมินกำลังการผลิตที่มีอยู่

5. พยากรณ์ความต้องการกำลังการผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการสินค้าและบริการ

6. กำหนดทางเลือกเพื่อปรับกำลังการผลิต

7. วิเคราะห์ และประเมินผลด้านการเงิน การตลาด และเทคนิคแต่ละทางเลือกที่กำหนดไว้

8. เลือกทางเลือกสำหรับปรับปรุงกำลังการผลิตที่ดีที่สุด
การวัดกำลังการผลิต

ในอุตสาหกรรมการผลิต จะสามารถวัดกำลังการผลิตได้ 2 ประการ คือ

9. วัดจากปัจจัยนำเข้า (Input)

10.วัดจากผลิตภัณฑ์ (Output)

กลยุทธ์การปรับกำลังการผลิต

เมื่อความต้องการสินค้าในอนาคต ไม่สอดคล้องกับความต้องการการผลิต ผู้บริหารอาจใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อปรับกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการ กลยุทธ์ (STRATEGY) ที่ใช้สำหรับการปรับกำลังการผลิต จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

กลยุทธ์ระยะสั้น โดยปกติจะวางแผนสำหรับช่วงสั้น ๆ คือ 3-6 เดือน แต่ส่วนมากจะไม่เกิน 1 ปี

กลยุทธ์ระยะยาว ธุรกิจทั่วไปมักจะวางแผนกลยุทธ์สำหรับดำเนินธุรกิจในช่วง 3-5 ปี

การตอบสนองความต้องการสินค้าระยะสั้น

กำลังการผลิต อาจจะมีมากกว่า หรือน้อยกว่าความต้องการสินค้า กลยุทธ์เพื่อปรับกำลังการผลิต ให้สอดคล้องกับความต้องการสินค้า อาจทำได้ดังนี้

11. เก็บสินค้าคงเหลือ กรณีที่มีกำลังการผลิตสูงกว่าความต้องการสินค้าของตลาด ฝ่ายผลิตอาจจะเก็บสินค้าที่เหลือไว้สำหรับจำหน่ายในช่วงต่อไป (กรณีผลิตมากกว่าความต้องการสินค้า)

12. ค้างส่งสินค้า ถ้ากำลังการผลิตน้อยกว่าปริมาณความต้องการสินค้าของตลาด ผู้บริหารการผลิต อาจจะใช้กลยุทธ์ส่งสินค้าล่าช้า โดยค้างส่งปริมาณสินค้าที่ผลิตไม่ทันไว้ก่อน เมื่อปริมาณความตองการสินค้าในช่วงต่อไปลดลงใกล้เคียง หรือน้อยกว่ากำลังการผลิต จึงจัดส่งสินค้าส่วนที่เหลือ

13. ปรับระดับพนักงาน ผู้บริหาอาจจะจ้างเพิ่ม หรือลดจำนวนพนักงานลงให้สอดคล้องกับการผลิต ที่ตอบสนองกับความต้องการของตลาดพอดี

14. ปรับระดับการใช้แรงงาน ให้พนักงานทำงานล่วงเวลาในช่วงที่ต้องเพิ่มกำลังการผลิต หรือยอมปล่อยให้พนักงานมีเวลาว่างในช่วงที่มีความต้องการสินค้าลดลง

15. การอบรมพนักงาน เพื่อให้พนักงานมีความสามารถหลาย ๆ อย่าง ให้เหมาะสมที่จะช่วยจัดสรรกำลังคนเพื่อการผลิตในลักษณะหมุนเวียนงาน (JOB ROTATION)

16. การออกแบบกระบวนการผลิตใหม่ การปรับปรุงสายการผลิตหรือกระบวนการ อาจจะเพิ่มกำลังการผลิตได้ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มแรงงาน หรือเครื่องจักร

17. การจ้างเหมาช่วง กรณีที่มีความต้องการสินค้าสูงกว่ากำลังการผลิต อาจจะใช้วิธีการเหมาช่วงให้โรงงานอื่นรับงานไปทำชั่วคราว

18. การซ่อมบำรุงเครื่องจักร ในช่วงที่มีความต้องการสินค้าน้อย อาจจะหยุดเครื่องจักรเพื่อทำการซ่อมบำรุง
กลยุทธ์ต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น อาจจะเหมาะสมกับบางสถาณการณ์เท่านั้น ผู้บริหารการผลิตต้องตัดสินใจประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสถารการณืของตนเอง

การตอบสนองความต้องการสินค้าในระยะยาว
ในระยะยาวความต้องการสินค้าอาจจะเพิ่มขึ้น หรือลดลงจากปัจจุบัน กลยุทธ์ที่จะตอบสนองความต้องการสินค้า อาจจะแบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ

19. การขยายกำลังการผลิต

20. การคงกำลังการผลิตไว้ เมื่อความต้องการสินค้าลดลง

เมื่อความต้องการสินค้าในระยะยาวเพิ่มขึ้น การตัดสินใจว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตโดยการเพิ่มเครื่องจักร หรือการขยายโรงงาน จะขึ้นอยู่กับต้นทุน หรือผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ โดยทั่วไปต้นทุนการผลิตต่อหน่วยของสินค้า จะสัมพันธ์กับกำลังการผลิต ต้นทุนต่อหน่วยจะมีค่าต่ำสุด เมื่อทำการผลิตที่กำลังการผลิตพอดี

ระยะเวลาสำหรับการวางแผนกำลังการผลิต
- การวางแผนระยะสั้น (Short Run Planning) จะพิจารณาในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ทั้งนี้เพื่อให้สามารถปฏิบัติการได้ถูกต้องแม่นยำ

- การวางแผนระยะยาว (Long Run Planning) ได้จากประมาณการที่ต้องวางแผนกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานกว่า 1 ปี อาจจะเป็น 3 หรือ 5 ปี เป็นอย่างน้อย เช่นการพิจารณามูลค่าเงินปัจจุบันที่จะได้ในอนาคต Present Value การวางแผนกำลังการผลิตรวมAggregate Planning การพิจารณามูลค่าการลงทุนในระยะยาว เป็นต้น โดยนำมาเปรียบเทียบกับกำลังการผลิตในปัจจุบัน

รูปแบบของการวางแผนกำลังการผลิต (CAPACITY PLANNING MODELS)
ทางเลือกในการเลือกรูปแบบ (Modeling Alternatives) จะเลือกรูปแบบใดเพื่อช่วยในการวางแผน

- Present Value : PV จะเป็นเครื่องมือ/รูปแบบที่ช่วยตัดสินใจ เมื่อนำมาพิจารณาระยะเวลาในการลงทุนและงบกระแสเงินสด

- Aggregate Planning Models: เหมาะสมที่จะว่าการผลิตภายใต้กำลังการผลิตปัจจุบันในระยะสั้น

- Breakeven Analysis: สามารถแสดงจุดคุ้มทุนในปริมาณการผลิตที่น้อยที่สุด เมื่อทางเลือกในการขยายกำลังการผลิตจะประมาณการได้จากรายได้จากการขาย

- Linear Programming: ประเมินกำลังการผลิตระยะสั้น (Short Run)
การนำ Linear Programming มาประยุกต์ใช้กับกำลังการผลิตสินค้าที่มีหลายชนิด (Product Mixed) การวางแผนกำลังการผลิตระยะสั้น

การจัดการกระบวนการผลิต

การวางแผนและเลือกที่ตั้งรงงาน
ปัญหาการวางแผนเลือกทำเลที่ตั้งของโรงงานไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน แต่ปัจจัยที่จะทำให้ต้องมีการวางแผนเลือกทำเลที่ตั้งของโรงงานก็มีอยู่หลายประการ ผู้บริหารก็จะต้องตัดสินใจวางแผนที่ตั้งโรงงานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับดำเนินการ

ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกที่ตั้งโรงงาน

ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกที่ตั้งโรงงาน อาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ปัจจัยที่เกี่ยวกับทรัพยากรการผลิต และปัจจัยที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อม

1. ปัจจัยทางด้านทรัพยากรการผลิต
- วัตถุดิบ ประเภท ปริมาณ และ ราคา ของวัตถุดิบ
- ตลาดสินค้า จำนวนลูกค้า จำนวนคู่แข่งขัน
- แรงงาน ปริมาณและค่าแรงของแรงงาน ช่างฝีมือ แรงงานกรรมกร
- ที่ดิน ปริมาณและราคา
- การขนส่ง จำนวนและความสะดวกของเส้นทางการขนส่งทางบก น้ำ และ อากาศ
- พลังงาน ปริมาณและราคาของไฟฟ้า ก๊าซ น้ำมันเชื้อเพลิงและอื่น ๆ
- สาธารณูปโภค ปริมาณและราคาของน้ำประปา โทรศัพท์ ไปรษณีย์ และอื่นๆ

2. ปัจจัยทางด้านสภาพแวดล้อม
- การยอมรับของชุมชน ควมเชื่อและหลักศาสนาของคนในชุมชน
- คุณภาพของชีวิตในชุมชน สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ
- มาตรฐานค่าครองชีพ
- ความปลอดภัยในชีวิตและครอบครัว
- สภาพการรวมตัวทางธุรกิจและอุตสาหกรรม สภาพการร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ขั้นตอนการตัดสินใจเลือกที่ตั้งโรงงาน

3. กำหนดเกณฑ์ที่จะใช้ในการประเมินผลเปรียบเทียบเพื่อเลือกทำเลที่ตั้ง

4. กำหนดปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินการหรือการผลิต

5. กำหนดทางเลือกของที่ตั้งโรงงาน
- กำหนดบริเวณอย่างคร่าว ๆ
- กำหนดแหล่งที่ตั้งสักสองสามแห่ง

6. ประเมินผลและเปรียบเทียบตำแหน่งที่ตั้งโรงงานที่เลือกไว้
จากข้อมูลที่รวบรวมได้และตำแหน่งที่ตั้งโรงงานที่ เลือกไว้ ขั้นตอนสุดท้ายคือการประเมินผลการเปรียบเทียบทางเลือกที่กำหนดไว้เพื่อเลือกตำแหน่งที่ตั้งที่ดีที่สุด การประเมินผลเปรียบเทียบอาจทำได้หลายวิธี ทั้งวิธีเชิงคุณภาพ (QUALITATIVE) และเชิงปริมาณ (QUANTITATIVE) วิธีที่จะใช้ในการเปรียบเทียบที่จะกล่าวถึงในที่นี้ประกอบด้วย

7. การให้น้ำหนักปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินการและการผลิต (FACTOR RATING)

8. วิธีวิเคราะห์จุดคุ้มทุน (BREAK - EVEN ANALYSIS)

9. วิธีมัธยฐานอย่างง่าย (SIMPLE MEDIAN METHOD)

10. วิธีแบบการขนส่ง (TRANSPORTATION METHOD)
การควบคุมคุณภาพและปริมาณ
การเริ่มต้นกระบวนการควบคุมคุณภาพ
คุณภาพ ตามความหมายของสถาบัน International Organization for Standardization-ISO กำหนดไว้ดังนี้
:-Quality is:
- The totality of features and characteristics of a product or service that bear on its ability to satify given needs.
- Fitness for use.
- Conformance to requirements.
- The total composite product and service characteristics of marketing, engineering, manufacturing, and maintenance that meet expectations and need of customer.
- The conformance to standards that needs and expectations.

ความหมายของคุณภาพ:
- คุณลักษณะที่สำคัญโดยรวมและคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์หรือบริการซึ่งแสดงถึงความสามารถในการสนองความต้องการที่กำหนดและความต้องการโดยนัย (ISO 8402:1994)

- ความเหมาะสมในการใช้งาน
- เป็นไปตามความต้องการ
- ความพึงพอใจของลูกค้า
- เป็นไปตามมาตรฐานที่ต้องการและคาดหมายไว้
คุณภาพ หมายถึง การมอบสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ให้ลูกค้าในราคาที่ถูกและประหยัดที่ลูกค้ายินดีจะจ่าย ด้วยต้นทุนที่เราสามารถทำได้อย่างสมำเสมอ และมอบสิ่งที่ดีกว่านี้ให้ลูกค้าในอนาคต
คุณภาพไม่ได้หมายถึง "ดีเลิศ"

แต่คุณภาพหมายถึง เป็นไปตามความต้องการของลูกค้า
การควบคุมคุณภาพ (Quality Control) ในเอกสาร ISO 8402:1994 ได้ให้คำจำกัดความไว้ดังนี้ :-"Operation techniques and activities that are used to fulfil requirements for quality"แปลความหมายเป็นภาษาไทยได้ว่า "เป็นเทคนิคการดำเนินงานและกิจกรรมที่ใช้เพื่อสนองความต้องการของคุณภาพ"

การบำรุงรักษา
คำจำกัดความของการบำรุงรักษา
ทั้งฝ่ายบริหารและผู้ปฎิบัติงานมีความเข้าใจผิดค่อนข้างมากเกี่ยวกับคำจำกัดความของการบำรุงรักษาจึงควรเข้าใจเสียก่อนว่า การบำรุงรักษาไม่ได้หมายถึงสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้เพียงอย่างเดียว

- Preventive Maintenance แต่เพียงอย่างเดียว แม้ว่ามันจะเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง

- การหยอดน้ำมัน หรือการหล่อลื่น(Lubricating) เพียงอย่างเดียว แม้ว่ามันจะเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง

- การซ่อมเร่งด่วน (เครื่องจักรหรืออาคารหักพัง) แต่เพียงอย่างเดียว แม้ว่ามันจะเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง

แต่การบำรุงรักษาเป็นสิ่งต่อไปนี้
- ศาสตร์ เพราะเวลานำมาใช้ ก็ใช้หลักการเชิงวิทยาศาสตร์
- ศิลป เพราะปัญหาเดียวกันต้องการวิธิการและการดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างกัน และบางคนจะมีความถนัดทางด้านนี้มากกว่าคนอื่น
- ปรัชญา เนื่งจากต้องนำมาปรับเข้ากับแต่ละองค์กรแตกต่างกันออกไป โดยจะปรับมากน้อยอย่างไรขึ้นกับตัวแปรแต่ละองค์กร
ขอบข่าย

จุดประสงค์
การบำรุงรักษา มีจุดประสงค์เพื่อแก้ปัญหาประจำวันเพื่อรักษาให้เครื่องจักรและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ (อาคารโรงงาน ตลอดจนเครื่องจักร และอุปกรณ์บริการทั้งหลาย) ใช้งานได้ดี

งานที่ต้องทำo งานหลัก สำหรับทำประจำวัน
- งานรอง งานที่ถูกส่งมาให้เนื่องจากเร่งรีบ หรือเป็นการใช้ความรู้ทางด้านนี้ หรือเคยทำกันมาแบบนี้

งานหลัก
การบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่มีอยู่ งานนี้คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ ต้องมีส่วนงานบำรุงรักษาขึ้นมา ความรับผิดชอบในงานนี้ก็คือการซ่อมเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตโดยรวดเร็วและประหยัด รวมทั้งการคาดการณ์ว่าจะต้องซ่อมเมื่อไร และพยายามใช้วิธี Preventive Maintenanace เท่าที่จะกระทำได้อย่างคุ้มค่า การบำรุงรักษาอาคารโรงงาน และการจัดการบริเวณ โรงงานที่มีที่ดิน อาคารสถานที่ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกจำนวนมาก และมีโปรแกรมบำรุงรักษาอาคารเป็นโปรแกรมใหญ่ อาจมอบงานนี้ให้ทีมพิเศษเฉพาะงาน แต่สำหรับการทำความสะอาดอาคารและบริเวณก้อาจแยกให้ส่วนงานอื่นรับไป

การซ่อมและเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่กระทำต่ออาคาร เช่น งานหลังคา งานทาสี งานเปลี่ยนกระจก ระบบไฟฟ้า ระบบท่อ ควรจะต้องใช้วิศวกรบำรุงรักษาดูแล และอาจรวมถึงการซ่อมถนน การดูแลรักษารั้ว และโครงสร้างต่าง ๆ

- การตรวจสอบเครื่องจักร และการหล่อลื่นอุปกรณ์ โรงงานขนาดเล็กบางโรงงานจะมอบหน้าที่นี้ให้ฝ่ายผลิต แต่ถ้าเทคนิคสูงซับซ้อนก็ไม่เหมาะที่จะให้ฝ่ายผลิตดำเนินการ ในโรงงานที่ใหญ่ขึ้นมาก็มอบให้ส่วนงานบำรุงรักษา หรือฝ่ายซ่อมบำรุง ทำให้มีการติดตามอย่างเป็นมาตรฐานและไม่มีการเลือกปฏิบัติ

- การสร้างและกระจายสาธารณูปโภค ในโรงงานที่ผลิตไฟฟ้าและไอน้ำสำหรับใช้ในกระบวนการเองนั้น โรงไฟฟ้าจะทำหน้าที่เหมือนหน่วยงานย่อย ๆ ของรัฐ และอาจคุ้มค่าที่จะตั้งขึ้นเป็นหน่วยปฎิบัติการแยกออกมา แต่งานนี้ก็เหมาะที่จะมอบให้ส่วนงานบำรุงรักษาดูแล

- การดัดแปลงและติดตั้งใหม่ การจะดูว่าส่วนนี้เกี่ยวข้องกับส่วนงานบำรุงรักษามากน้อยเพียงใด ให้พิจารณาสามองค์ประกอบ ดังนี้

- ขนาดโรงงาน
- ขนาดกิจการ (ถ้ามีหลายโรงงาน)
- นโยบายผู้บริหารของกิจการ

ถ้าโรงงานขนาดย่อมมีเพียงโรงงานเดียวก็อาจจะมอบให้ผู้รับเหมามารับงานนี้ แต่ส่วนงานที่บริหารด้านนี้ควรอยู่ในสายการบริหารเดียวกับส่วงงานบำรุงรักษา สำหรับในส่วนของกิจการหลายโรงงานที่มีขนาดไม่ใหญ่มากอาจใช้ส่วนงานวิศวกรรมกลางดูแล แต่ถ้ากิจการขนาดใหญ่ก็อาจต้องพิจารณาใช้ส่วนงานแยกออกมาต่างหาก

กรณีที่ผู้ดูแลรักษางานส่วนนี้ไม่ใช่ส่วนงานบำรุงรักษา ก็ควรที่จะให้มีนโยบายและการบรืหารแบบเดียวกับส่วนงานบำรุงรักษา

งานรอง
- การควบคุมสโตร์ มีความจำเป็นต้องแยกสโตร์เครื่องกลจากสโตร์ทั่วไป สโตร์เครื่องกลควรอยู่ในความดูแลของส่วนงานบำรุงรักษา

- การป้องกันโรงงาน งานส่วนนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ ยามกับทีมงานป้องกันอัคคีภัย ส่วนมากมักมอให้อยู่ในการดูแลของส่วนงานบำรุงรักษาเช่นกัน

- การกำจัดของเสีย งานนี้รวมทั้งงานดูแลรักษาบริเวณพื้นที่ มักมอบให้ส่วนงานบำรุงรักษา

- การกำจัดผลิตภัณฑ์ไม่ได้คุณภาพ ควรกำหนดหน่วยงานแยกออกไป เช่นฝ่าย QC แต่หากผลิตภัณฑ์นั้นเกี่ยงข้องกับอุปกรณ์ เครื่องกล ไม้ กระดาษ และเครื่องหีบห่อก็ควรส่งให้ส่วนงานบำรุงรักษา

- การจัดการด้านประกันภัย รวมถึงการเคลมหรือเรียกร้องค่าสินไหม การตรวจสอบอุปกรณ์ของกระบวนการและอุปกรณ์ควบคุมความดัน การประสานงานกับตัวแทนบริษัทประกันภัย และการจัดการให้เป็นไปตามคำแนะนำของบริษัทประกัน งานส่วนนี้มักมอบให้ส่วนงานบำรุงรักษา เพราะส่วนงานนี้จะมีข้อมูลมากที่สุด

- บริการอื่น ๆ ส่วนงานบำรุงรักษาดูจะเป็นฝ่ายที่รับทุกเรื่อง อยางไรก็ดีควรระวังไม่ให้งานหลักเสีย
ข้อควรตระหนัก ไม่ว่าความรับผิดชอบใดจะถูกส่งมอบมาให้ส่วนงานบำรุงรักษา ก็จำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นที่ตกลงกันทุก ๆ ฝ่าย
กลยุทธ์การบำรุงรักษา

เนื่องจากเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในโรงงาน แบ่งออกได้เป็น 4 จำพวก ตามแนวความคิดเกี่ยวกับการเสื่อมสภาพ ดังนั้นการบำรุงรักษาเกี่ยวกับสิ่งของแต่ละชนิดจึงต้องใช้วิธีการหรือกลยุทธ์การบำรุงรักษา(Maintenance Strategy) ที่เหมาะสม

กลยุทธ์การบำรุงรักษา (Maitenance Strategy)

แบ่งออกได้เป็น 4 วิธีด้วยกัน คือ
1. ใช้งานจนกว่าจะชำรุดจึงค่อยซ่อมหรือเปลี่ยน (Operate to Failur) การบำรุงรักษาด้วยวิธีนี้เหมาะกับสิ่งของซึ่งมีโอกาสชำรุดที่ไม่แน่นอน และมีการเสื่อมสภาพแบบทันทีทันใด หรือสิ่งของที่ชำรุดแล้วมีผลกระทบน้อย

2. กำหนดเวลาเพื่อบำรุงรักษา (Fixed Time Maintenanace) การบำรุงรักษาด้วยวิธีนี้เหมาะกับสิ่งของซึ่งมีโอกาสชำรุดที่แน่นอน และมีลักษณะการเสื่อมสภาพแบบทันทีทันใด

3. บำรุงรักษาเมื่อเริ่มเสื่อมสภาพ (Condition Based Maintenance) การบำรุงรักษาด้วยวิธีนี้เหมาะกับสิ่งของซึ่งมีโอกาสชำรุดที่แน่นอน หรือไม่แน่นอน และมีการเสื่อมสภาพแบบทันทีทันใด

4. ออกแบบเพื่อการบำรุงรักษา หรือไม่ต้องบำรุงรักษา (Design for or out of Maintenance) กล่าวคือผู้ที่เกี่ยวข้องด้านการบำรุงรักษามีส่วนเข้าร่วมการพิจารณาในการออกแบบและกำหนด Specification เพื่อให่ได้อุปกรณ์ที่เมื่อต้องทำการซ่อมก็สามารถทำการซ่อมได้ง่าย หรือไม่ก็เป้นการออกแบบที่ไม้ต้องบำรุงรักษาเลย (Maintenanace Free) วิธีการนี้เหมาะสมกับสิ่งของที่มีโอกาสชำรุดที่ไม่แน่นอน และมีลักษณะเสื่อมสภาพแบบทันทีทันใด การชำรุดของสิ่งของนั้น ๆ จะมีผลกระทบที่รุนแรงต่อการดำเนินงาน

การวางแผนบำรุงรักษา (Maintenance Plan)

สรุป: งานด้านบำรุงรักษามีลักษณะเหมือนงานอื่นทั่ว ๆ ไป คือสามารถวางแผนงานได้ ในอดีตการบำรุงรักษามักจะเป็นลักษณะของการบำรุงรักษาแก้ไข ซึ่งงานส่วนใหญ่ไม่สามารถวางแผนงานได้และจะต้องลงมือดำเนินการโดยทันที อาจจะมีบางส่วนที่ไม่ต้องดำเนินการโดยทันทีทันใด แต่ก็มักจะต้องดำเนินการในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งที่ไม่นานนัก ซึ่งจัดเป้นการบำรุงรักษาที่สามารถวางแผนได้เช่นกันแต่เป็นแผนงานระยะสั้น ในปัจจุบันงานบำรุงรักษาได้เปลี่ยนจากการบำรุงรักษาแบบแก้ไขเป็นการบำรุงรักษาแบบป้องกัน ซึ่งเป็นงานที่สามารถวางแผนได้ และจะเป็นงานที่สามารถวางแผนในระยะยาวได้

Sources: TPA first issue Volumn 1 Nov. 2539

















 

Create Date : 16 ตุลาคม 2551    
Last Update : 9 กรกฎาคม 2552 8:46:31 น.
Counter : 571 Pageviews.  

วันตำรวจแห่งชาติ

13 ตุลาคม วันตำรวจแห่งชาติ

ปีนี้ให้กำลังใจตำรวจครับ โดนทั้งบน และล่าง นั่นก็หน้าที่ ทำตามผู้บังคับบัญชา และนั่นก็ประชาชน และที่เหตุการณ์มันเป็นอย่างนี้เพราะเราไม่สามัคคีกัน และที่มากกว่านั้น มุมองของสื่อ นำเสนอเน้นไปด้านเดียว ( เหรียญยังมี 2 ด้าน ) ผมว่าควรมีมุมมองหลาย ๆ มุมมองที่เรียกว่า มิติ ให้คนบริโภคสื่อข่าวสารได้ตัดสินใจ ไม่อยากให้พิพากษ์ษาเอง เหมือนการชี้นำครับ ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก เสนอข่าวจากที่เห็น จากที่เป็น
คงได้แต่หวังรอวันใหม่ เพื่อชนชาวไทย มาสามัคคีกันเหมือนเดิม เริ่มต้นจากการเสนอความจริงนะครับ




myspace glitters

billy the chakrit




ความสามัคคี ตามแนวพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

คุณธรรมความสามัคคีตามแนวพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

28 มีนาคม พ.ศ. 2550 06:00:00
(กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ )


“...ในปัจจุบันนี้เป็นที่ทราบว่า ประเทศชาติอยู่ในภาวะที่ต้องอาศัยความเข็มแข็ง เพื่อที่จะให้อยู่รอด ประเทศไทยจะอยู่ได้ก็ด้วยทุกคน
ทุกฝ่ายสามัคคีกัน ความสามัคคีนั้นได้พูดอยู่เสมอว่าต้องมี แต่อาจจะเข้าใจยากว่าทำไมสามัคคีจะทำให้บ้านเมืองอยู่ได้
สามัคคีก็คือ การเห็นแก่บ้านเมืองและช่วยกันทุกวิถีทาง เพื่อที่จะสร้างบ้านเมืองอยู่ได้ สามัคคีนี้ก็คือ การเห็นแก่บ้านเมือง และช่วยกันทุกวิถีทาง เพื่อที่จะสร้างบ้านเมืองให้เข้มแข็ง
ด้วยการเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน และไม่ทำลายงานของกันและกัน และทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ต้องส่งเสริมงานของกันและกัน
และไม่ทำลายงานของกันและกัน มีเรื่องอะไรให้ได้พูดปรองดองกัน อย่าเรื่องใครเรื่องมัน และงานก็ทำงานอย่างตรงไปตรงมา นึกถึงประโยชน์ส่วนรวม...”




(พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานในพิธีประดับยศนายตำรวจชั้นนายพล ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๙)

จากพระราชดำรัสดังกล่าว พอจะสรุปได้ว่า ความสามัคคี คือ ความสามารถจะทำงานเพื่อส่วนรวม หรือความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกันและกัน เพื่อเอื้อประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งความสามัคคีแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ ความสามัคคีของวิชาการ และความสามัคคีในจิตใจ



ความสามัคคีวิชาการคือ การประสานความรู้ และทักษะของผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ มากมาย เพื่อส่งผลสำเร็จในด้านต่าง ๆ มาสู่ประเทศ

ความสามัคคีในจิตใจเป็นลักษณะของการปรองดองกัน โดยเกิดจากความเมตตากรุณากันและกัน มีจิตใจผูกพันที่จะช่วยเหลือกันและกัน เพื่อให้งานนั้น ๆ บรรลุเป้าหมาย

คำว่า “สามัคคี” แปลว่า ความพร้อมเพรียง ได้แก่ ความพร้อมเพรียงกันทางกายวาจา และใจ พร้อมเพรียงช่วยกันทำกิจที่บังเกิดผลเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม พร้อมเพรียงกันทำงานในหน้าที่ของตน ใครมีหน้าที่อย่างไร ก็ทำอย่างนั้น ตั้งใจทำให้เต็มกำลัง เต็มความสามารถของตน อย่างนี้เรียกว่า “สามัคคี”


ปัจจัยเกื้อหนุนให้เกิดความสามัคคี คือ ความสามัคคีกลมเกลียวกัน หรือความร่วมมือและร่วมใจกัน เป็นสิ่งที่สำคัญที่คนไทยทุกคน ๆ คนพึงมีอยู่ในจิตสำนึก และช่วยกันสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้น พื้นฐานที่สุดของการจรรโลงความสามัคคีกลมเกลียวกันให้บังเกิดขึ้น และดำรงอยู่ต่อไปอย่างแน่นแฟ้น คือ การรู้จักหน้าที่ของตนเอง ในหมู่สมาชิกของสังคม และประเทศนั้น ๆ กล่าวคือ ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงไปให้ทันการณ์ทันเวลา โดยเต็มกำลัง ความรู้ ความสามารถ และโดยบริสุทธิ์จริงใจ ผลงานของแต่ละคนจักได้ประกอบส่งเสริมกันขึ้นเป็นความสำเร็จและความมั่นคงของชาติ


การที่จะเกิดความสามัคคีได้ในการกระทำต้องเริ่มจากใจภายในเสียก่อน ถ้าทุกคนมีความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันแล้ว ประเทศชาติย่อมคลาดแคล้วจากภัยของศัตรู และตั้งมั่นมีความสุขสมบูรณ์อยู่ได้


หากขาดความสามัคคี ไม่รักใคร่ไว้วางกัน ปราศจากความปรองดองเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การดำเนินงานย่อมจะไม่สำเร็จ ธรรมที่เสริมสร้างความสามัคคีของหมู่คณะคือ สังคหวัตถุ ๔ ประการซึ่งได้แก่

ทาน คือ การให้ปันของแก่ผู้อื่นที่ควรให้ปัน ตลอดจนให้ความรู้ ความเข้าใจ และศิลปวิทยา

ปิยวาจา คือ พูดจาปรารัยด้วยถ้อยคำอ่อนหวานไพเราะเป็นที่เจริญใจ มีวาจาที่นิ่มนวลไพเราะ อ่อนหวาน เป็นคุณ ทำให้เกิดความพอใจแก่ผู้ได้ยินได้ฟัง

อัตถจริยา คือ การประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่กันและกัน ช่วยเหลือกันด้วยกำลังกาย กำลังความคิด และกำลังทรัพย์ เป็นต้น

สมานัตตตา คือ ความเป็นผู้วางตนเหมาะสม ประพฤติปฏิบัติตามที่ควรจะเป็น วางกิริยาอัธยาศัยให้เหมาะกับฐานะ หรือตำแหน่งหน้าที่

การเสริมสร้างความสามัคคี มีแต่ได้ไม่มีเสียหาย ขอให้ปรารถนาดีต่อกันอย่างจริงจัง และปฏิบัติตามธรรม ๔ ประการ ข้างต้น เมื่อได้ประพฤติปฏิบัติ ความสามัคคีย่อมจะเกิดขึ้น เมื่อเกิดความสามัคคีขึ้นแล้ว การงานทุกอย่างแม้จะยากสักเพียงใด ก็กลายเป็นง่าย ชีวิตมีแต่ความราบรื่น แม้จะเกิดอุปสรรคก็สามารถขจัดให้หมดสิ้นได้ ดังคำกล่าวที่ว่า “สามัคคีคือพลัง”


เพียงแต่ทุกคนดำรงชีวิตบนพื้นฐานแห่งคุณธรรม ให้ทุกคนมีความรัก และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความสามัคคีและเสียสละเพื่อส่วนรวม ดังพุทธภาษิตว่า “สุขา สงฆสส สามคี แปลว่า ความสามัคคีของหมู่ทำให้เกิดสุข”





เอกสารอ้างอิง คู่มือครู :การอบรมความรู้และจริยธรรมเพื่อชีวิตตอนที่ ๒ เขียนโดยอาจารย์กนก จันทร์ขจร

หนังสือวัฒนธรรมกับสันติภาพ ของ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ





�า�ริ�












 

Create Date : 10 ตุลาคม 2551    
Last Update : 9 กรกฎาคม 2552 8:46:10 น.
Counter : 315 Pageviews.  

Wep สนับสนุน โปรแกรม

อันนี้เป็น Hosting ครับ
//geocities.yahoo.com/
//www.esnips.com/
//420megs.com/
//www.fileupyours.com/index.php
//filelodge.bolt.com/index.php
//www.phitsanulok.com/
//www.thai.net/


อันนี้สำหรับ Upload ไฟล์ครับ
//www.axifile.com/
//www.exaupload.com/
//www.turboupload.com/
//upload2.net/
//www.yourfilelink.com/
//www.mysharefile.com/
//z11.zupload.com/
//www.savefile.com/


อันนี้สำหรับ Upload รูปครับ
//imageshack.us/
//www.upfile.us/
//uppic.net/






Free TextEditor















 

Create Date : 16 กันยายน 2551    
Last Update : 9 กรกฎาคม 2552 8:45:28 น.
Counter : 259 Pageviews.  

หลักการเขียนโครงการ

หลักการเขียนโครงการ


การเขียนโครงการ

คำว่า โครงการ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Project ซึ่งหมายถึง แผนงานย่อยที่ประกอบด้วยกิจกรรมหลายกิจกรรม หรืองานหลายงานที่ระบุรายละเอียดชัดเจน อาทิ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ระยะเวลาดำเนินการ วิธีการหรือขั้นตอนในการดำเนินงาน พื้นที่ในการดำเนินงาน งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินงานตลอดจนผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ

แผนงานที่ปราศจากโครงการย่อมเป็นแผนงานที่ไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถนำไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมได้ ดังนั้นการเขียนโครงการขึ้นมารองรับแผนงาน ย่อมเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นยิ่งเพราะจะทำให้ง่ายในการปฏิบัติ และง่ายต่อการติดตามและประเมินผลเพราะถ้าโครงการบรรลุผลสำเร็จ นั้นหมายความว่า แผนงาน และนโยบายนั้นบรรลุผลสำเร็จด้วย

โครงการจึงเปรียบเสมือนพาหนะที่นำแผนปฏิบัติการไปสู่การดำเนินงานให้เกิดผลเพื่อไปสู่จุดหมายปลายทางตามที่ต้องการ อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมโยงจากแผนงาน ไปสู่แผนเงิน และแผนคนอีกด้วย

ความสามารถในการจัดทำโครงการจึงเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งที่นักวางแผนทุกหน่วยงานจะต้องมี นอกเหนือจากความสามารถด้านอื่นๆ

โครงการจึงมีความสัมพันธ์กับแผนงาน( Program) และนโยบาย ( Policy) นั้นคือเริ่มจากนโยบายของรัฐบาล ถูกนำมาจัดทำเป็นแผนชาติ ( Plan ) จากแผนชาติจะถูกนำปรับเป็นแผนกระทรวงต่างๆ ( Program ) จากนั้นแผนกระทรวงจะถูกปรับต่อไปเป็น แผนกรม และหน่วยงานระดับล่าง( อำเภอ,จังหวัด ) ก็จะจัดทำโครงการนั้นขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับแผนงานของกรมในโครงการหนึ่งๆ อาจจะมีหลายกิจกรรม ( Activities) หรือหลายงาน (Task) ก็ได้เมื่อพัฒนานโยบายเป็นแผนงานและโครงการแล้ว จะเห็นได้ว่าการพัฒนาจากลักษณะที่เป็นนามธรรมไปสู่ลักษณะที่เป็นรูปธรรมนั้นจะทำให้หน่วยงานสามารถปฏิบัติได้

ลักษณะสำคัญของโครงการ

โครงการหนึ่งๆจะต้องประกอบด้วยคุณลักษณะสำคัญ คือ

1. ประกอบด้วยกิจกรรมย่อยๆที่เกี่ยวข้องพึ่งพิงและสอดคล้องกันภายใต้วัตถุประสงค์เดียวกัน

2. มีการกำหนดวัตถุประสงค์ ( Objective )ที่ชัดเจน วัดได้ และปฏิบัติได้ ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานและติดตามประเมินผลได้ โครงการหนึ่งๆอาจมีมากกว่าหนึ่งวัตถุประสงค์ก็ได้ กล่าวคือมีวัตถุประสงค์หลัก และวัตถุประสงค์รองและต้องกำหนดวัตถุประสงค์ที่สามารถปฏิบัติได้ มิใช่วัตถุประสงค์ที่เลื่อนลอย / เพ้อฝัน หรือเกินความเป็นจริง

3. มีการกำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของกิจกรรม ( Scheduled Beginning and Terminal Points ) การเขียนโครงการโดยทั่วไปจะต้องมีการกำหนดระยะเวลาว่าจะเริ่มต้นเมื่อไร และสิ้นสุดเมื่อไรถ้าหากมีการดำเนินกิจกรรมไปเรื่อยๆไม่มีการกำหนดขอบเขตของเวลา ( Time Boundary ) ไว้จะไม่ถือว่าเป็นงานโครงการ เพราะมีลักษณะเป็นงานประจำ ( Routine ) หรืองานปกติ

4. มีสถานที่ตั้ง ( Location ) ของโครงการ ผู้เขียนโครงการต้องระบุให้ชัดเจนว่าโครงการนี้พื้นที่ดำเนินการหรือหัวงานอยู่ที่ใด เพื่อสะดวกในการดำเนินงาน ถ้าเลือกสถานที่ตั้งโครงการไม่เหมาะสมแล้วย่อมทำให้เสียค่าใช้จ่ายหรือลงทุนมาก ผลประโยชน์ตอบแทนที่ได้อาจไม่คุ้มค่า การติดตามและการประเมินผลโครงการก็อาจทำได้ยาก

5. มีบุคลากรหรือองค์กรที่เฉพาะเจาะจง( Organization ) งานโครงการจะต้องมีหน่วยงานหลักรับผิดชอบ ส่วนหน่วยงานอื่นถือว่าเป็นหน่วยงานเสริมหรือร่วมมือดำเนินงานเท่านั้น และควรระบุบุคลากรผู้รับผิดชอบโครงการนั้นให้ชัดเจน เพื่อเป็นหลักประกันว่าบุคคล/ องค์กรนั้นจะปฏิบัติอย่างจริงจังและจริงใจ

6. มีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ ( Resource ) การเขียนโครงการจะต้องระบุแหล่งทรัพยากรโดยเฉพาะแหล่งงบประมาณให้ชัดเจน เช่น งบประมาณแผ่นดิน หรือเงินกู้ หรือเงินทุนสำรอง หรือเงินบริจาค ฯลฯ และจะต้องระบุเงินที่ใช้ว่าเป็นหมวดวัสดุ หมวดค่าใช้สอย หมวดค่าตอบแทน หมวดค่าครุภัณฑ์ หมวดค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ฯลฯ ทั้งนี้จะทำให้ง่ายในการดำเนินการและควบคุมตรวจสอบการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้

โครงการที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร

โครงการที่ดีจะต้องมีลักษณะดังนี้

1. สามารถแก้ไขปัญหาของหน่วยงานหรือองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. สามารถสนองตอบต่อความต้องการของกลุ่ม ชุมชน นโยบายของหน่วยงานและนโยบายของประเทศชาติได้ดี

3. รายละเอียดของโครงการต้องเข้าใจง่ายมีการใช้ภาษาที่เข้าใจกันทั่วไป

4. มีวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ชัดเจน และมีลักษณะเฉพาะเจาะจง

5. รายละเอียดของโครงการต้องเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันตั้งแต่ประเด็นแรกถึงประเด็นสุดท้าย

6. กำหนดการใช้ทรัพยากรอย่างชัดเจน และเหมาะสม

7. มีวิธีการติดตาม และประเมินผลที่ชัดเจน

โครงสร้างของโครงการ

การเขียนโครงการจะต้องรู้และเข้าใจโครงสร้างของโครงการเสียก่อนว่าประกอบไปด้วยส่วนใดบ้าง ซึ่งโดยทั่วไปโครงสร้างของโครงการประกอบด้วย

1. ชื่อโครงการ ส่วนใหญ่มาจากงานที่ต้องการปฏิบัติ โดยจะต้องมีความชัดเจนเหมาะสม

เฉพาะเจาะจง กะทัดรัด และสื่อความหมายได้อย่างชัดเจน

2. หลักการและเหตุผล เป็นการกล่าวถึงปัญหาและสาเหตุและความจำเป็นที่ต้องมีการจัดทำ

โครงการ โดยผู้เขียนโครงการจะต้องพยายามพรรณนาความ โดยหาเหตุผล หลักการ ทฤษฎี แนวทางนโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวง / กรม ตลอดจนความต้องการในการพัฒนาทั้งนี้เพื่อแสดงข้อมูลที่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือและให้เห็นความสำคัญของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลด้วยเพื่อที่ผู้อนุมัติโครงการจะได้ตัดสินใจสนับสนุนโครงการต่อไป

3. วัตถุประสงค์ เป็นการระบุถึงเจตจำนงในการดำเนินงานของโครงการ โดยแสดงให้เห็นถึงผลที่ต้องการจะบรรลุไว้อย่างกว้างๆมีลักษณะเป็นนามธรรม แต่ชัดเจนและไม่คลุมเครือ โดยโครงการหนึ่งๆอาจมีวัตถุประสงค์มากกว่า 1 ข้อก็ได้ คือ มีวัตถุประสงค์หลัก และวัตถุประสงค์รองหรือวัตถุประสงค์ทั่วไป และวัตถุประสงค์เฉพาะก็ได้

หลักการเขียนวัตถุประสงค์ที่ดีซึ่งในที่นี้จะเรียกว่า หลัก SMART คือ

1. Sensible and Specific คือ ต้องมีความเป็นไปได้และมีความเฉพาะเจาะจงในการดำเนินการโครงการ

2. Measurable คือ ต้องสามารถวัดและประเมินผลระดับของความสำเร็จได้

3. Attainable คือ ต้องระบุถึงการกระทำที่สามรถปฏิบัติได้ มิใช่สิ่งเพ้อฝัน

4. Reasonable and Realistic คือ ต้องระบุให้มีความเป็นเหตุเป็นผล และสอดคล้องกับความ

เป็นจริง

5. Time ต้องมีการกำหนดขอบเขตของเวลาที่จะกระทำให้สำเร็จได้อย่างชัดเจน

นอกจากนั้นการเขียนวัตถุประสงค์ยังต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ คือ

1. ใช้คำกริยาที่แสดงถึงความตั้งใจจริง เช่น เพื่อเพิ่ม.. เพื่อลด..เพื่อส่งเสริม. เพื่อปรับปรุง..เพื่อขยาย.. เพื่อรณรงค์..... เพื่อเผยแพร่....เป็นต้น

2. ระบุผลผลิต ( Output ) หรือระบุผลลัพธ์ ( Outcome ) ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเพียงประการเดียวในวัตถุประสงค์หนึ่งข้อ ถ้าเขียนวัตถุประสงค์ไว้หลายข้อ ข้อใดทำไม่สำเร็จเราสามารถประเมินผลได้ ซึ่งอาจกำหนดเป็นวัตถุประสงค์หลัก 1 ข้อ และวัตถุประสงค์รอง

1 . 2 ข้อ โดยมีเงื่อนไขว่า

ถ้าบรรลุวัตถุประสงค์หลัก แต่ไม่บรรลุวัตถุประสงค์รอง ควรทำต่อไป

ถ้าบรรลุวัตถุประสงค์รองแต่ไม่บรรลุวัตถุประสงค์หลัก อาจยุติโครงการ

3. กำหนดเกณฑ์มาตรฐานของความสำเร็จที่วัดได้ในเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ

4. กำหนดช่วงเวลา พื้นที่ หรือกลุ่มเป้าหมาย

4. เป้าหมาย หมายถึงระบุถึงผลลัพธ์สุดท้ายที่คาดว่าจะได้จากการดำเนินโครงการ โดยจะระบุทั้งผลที่เป็นเชิงปริมาณและผลเชิงคุณภาพ เป้าหมายจึงคล้ายกับวัตถุประสงค์แต่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงมากกว่า มีการระบุสิ่งที่ต้องการทำได้ชัดเจนและระบุเวลาที่ต้องการจะบรรลุ

5. วิธีการดำเนินงาน เป็นการให้รายละเอียดในการปฏิบัติ โดยปกติจะแยกเป็นกิจกรรมย่อยๆหลายกิจกรรม แต่เป็นกิจกรรมเด่นๆ ซึ่งจะแสดงให้เห็นความเด่นชัดตั้งแต่กิจกรรมเริ่มต้นจนถึงกิจกรรมสุดท้ายว่ามีกิจกรรมใดที่ต้องทำบ้าง ถ้าเป็นโครงการที่ไม่ซับซ้อนมากนักก็มักจะนิยมใช้แผนภูมิแกนท์ ( Gantt chart) หรือแผนภูมิแท่ง ( Bar chart )

6. ผู้รับผิดชอบโครงการ เป็นการระบุว่าใครหรือหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบและมีขอบเขตความรับผิดชอบอย่างไรบ้าง ทั้งนี้เพื่อว่ามีปัญหาจะได้ติดต่อประสานงานได้ง่าย

7. งบประมาณ เป็นการระบุค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการดำเนินกิจกรรมขั้นต่างๆ โดยทั่วไปจะแจกแจงเป็นหมวดย่อยๆ เช่น หมวดค่าวัสดุ หมวดค่าใช้สอย หมวดค่าตอบแทน หมวดค่าครุภัณฑ์ ซึ่งการแจกแจงงบประมาณจะมีประโยชน์ในการตรวจสอบความเป็นไปได้และตรวจสอบความเหมาะสมในสถานการณ์ต่างๆ นอกจากนั้นควรระบุแหล่งที่มาของงบประมาณด้วยว่าเป็นงบประมาณแผ่นดิน งบช่วยเหลือจากประเทศต่างประเทศ เงินกู้ หรืองบบริจาค เป็นต้น

8. สถานที่ดำเนินการ เป็นการระบุสถานที่ตั้งของโครงการหรือระบุว่ากิจกรรมนั้นจะทำ ณ สถานที่แห่งใด เพื่อสะดวกต่อการจัดเตรียมสถานที่ให้พร้อมก่อนที่จะทำกิจกรรมนั้นๆ

9. ระยะเวลาในการดำเนินการ เป็นการระบุระยะเวลาเริ่มต้นโครงการและระยะเวลาสิ้นสุดโครงการโดยจะต้องระบุ วัน เดือน ปี เช่นเดียวกับการแสดงแผนภูมิแกนท์ ( Gantt Chart )

10. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ เป็นการระบุถึงผลที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินโครงการประกอบด้วยผลทางตรงและผลทางอ้อม นอกจากนั้นต้องระบุด้วยว่าใครจะได้รับประโยชน์จากโครงการบ้าง ได้รับประโยชน์อย่างใด ระบุทั้งเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ

11. การประเมินผลโครงการ เป็นการแสดงรายละเอียดว่าจะมีวิธีการควบคุมติดตามและประเมินผลโครงการอย่างไร ใช้เครื่องมืออะไรในการประเมินผล ระยะเวลาในการประเมินผลและใครเป็นผู้ประเมินผล ฯลฯ ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของโครงการคืออะไร

- วิธีประเมินผลโครงการ..................

- ระยะเวลาประเมินผลโครงการ...............

- ผู้ประเมินผลโครงการ...................

สรุป

การเขียนโครงการเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย และไม่ยากเกินความสามารถของนักวางแผน หรือผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำแผนและโครงการของหน่วยงานต่างๆ ทั้งนี้จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง นโยบาย แผนงาน และโครงการ เพื่อที่จะได้เขียนโครงการได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของแผนงาน และนโยบายต่อไป นอกจากนั้นการจะเป็นผู้เขียนโครงการได้ดีท่านก็จะต้องหมั่นฝึกฝน และเขียนโครงการบ่อยๆ มีข้อมูลมาก ข้อมูลถูกต้อง เพียงพอ และทันสมัยวิเคราะห์สถานการณ์อย่างถ่องแท้ ก่อนเขียนโครงการ และหลังจากนั้นก็นำข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์แล้วมาเขียนตามแบบฟอร์มการเขียนโครงการของแต่ละหน่วยงาน
















 

Create Date : 03 กันยายน 2551    
Last Update : 9 กรกฎาคม 2552 8:44:57 น.
Counter : 474 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

billy&chalee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




แมงมุม เส้นใยแห่งการเชื่อมโยงองค์ความรู้ KM.เขานี้นีเอง !
Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket
Photobucket
Photobucket
Photobucket…..สวัสดีครับ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ Blog Billy&Chalee ครับ เราขอแนะนำวิธีการเยี่ยมชม blog นะครับ..... Photobucket….. เริ่มต้นที่ด้านซ้ายของหน้าจอท่านเป็นบทความของผู้เขียน blog เขียนบทความต่าง ๆ เนื้อหา ข้อมูล ข่าวสาร ตำรา และโครงการอบรมต่าง ๆที่ผู้เขียนผ่านประสบการณ์ ได้สอน และอบรมในสถาบันการศึกษาและองค์กรต่าง ๆ นะครับ ซึ่งท่านสามารถเลือกหัวข้อบทความได้ที่ ด้านซ้ายตรงส่วนล่างสุด ซึ่งมีหัวข้อบทความของผู้เขียน และ Web Link ที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังศึกษา และคนทำงานอย่างเราเรา ท่านท่าน นี่แหละครับ..... Photobucket........หมายเหตุ บางบทความจะมีข้อมูลไฟล์แนบ ให้ท่านได้โหลดไปศึกษาอย่างง่ายดายมากครับ........ Photobucket .....ส่วนด้านขวาของหน้าจอท่านทุกหน้าจอที่ท่านเปิดอ่านบทความจะมีหน้าหน้าจอด้านขวาประจำอยู่ที่ blog เป็น Main หลักของ blog ครับ จากส่วนของด้านบน ลงมายังด้านล่าง จะนำเสนอรายการตามหัวข้อที่กำหนดไว้ และเช่นเดียวกัน มี Web Link และ Blog Link ของผู้เขียนมานำเสนอ...... Photobucket.....ตัวอย่างเช่นข่าวสารที่ Update ต่อชั่วโมง ข้อความวิ่ง Link มาจากสำนักข่าวดัง และข้อความวิ่งจากผู้เขียนเอง ที่นำเสนอวิสัยทัศน์ ต่อผู้อ่านร่วมกัน เพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติครับ..... Photobucket........หมายเหตุ ข้อมุลข่าวสารทำไว้หลายช่องทางเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ใช้ วิจารณญาณส่วนบุคคลได้ตัดสินใจในการบริโภคข้อมูลข่าวสารครับ และในส่วนเดียวกันนี้ยังมีเนื้อหาสาระ ความบันเทิง และสันทนาการ เกร็ดความรู้ต่าง ๆ มา Update มานำเสนอเป็นประจำ “โปรดติดตามและเสนอคำติชม หรือต้องการมีส่วนร่วมสร้างองค์กรการเรียนรู้ KM ร่วมกันเชิญครับ ”...... Photobucket.....หวังว่าจะได้ประโยชน์จากท่านไม่มากก็น้อยจากเรา “ BILLY ” และอีกอย่างที่สำคัญและเป็นพระคุณอย่างยิ่ง Web Link ทุก ๆ Web และ BlogGang.com เพื่อน ๆ สมาชิกทุกคน ที่ผู้เขียนได้มานำเสนอ ขอขอบคุณครับ จากเรา billy&chalee…..Photobucket
ไอ้แมงมุม ! แนะนำวิธีการใช้ Blog
Photobucket
-----------------------------------------------------------------------------------------
Photobucket อุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแปลงถึงเวลาจะเปลี่ยนไป ยึดมั่นในความถูกต้องและความเที่ยงธรรม ตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม Photobucket

ส่งเสริมการท่องเที่ยว ผ่านบทความใน Blog คลิก Link แหล่งท่องเที่ยวไทย
เชิญไทยเที่ยวไทย " คลิ๊ก ตรงแผนที่ตามหมายเลข เพื่อดูแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดครับ "
..xxXร่วมค้นหาทางออกให้กับการเมือง กับเมืองนาม ด้านล่างขวาสุดของBlogXxx..
........xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx.........
Photobucket

คุณเลือกสื่อข่าวไหน ๆ ก็เหมือนกัน ! ถูกครอบงำ แต่สื่อนี้เสนอความชัดเจน ตรงไปตรงมา เป็นสื่อที่ให้คุณรู้เท่าทัน โดยเฉพาะคอลัมน์เด่นดัง ที่กล้าตีแผ่ความจริง คลิ๊ก Link ....xxxxXสื่อข่าวที่หาดูได้ยากXxxxx....

ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ คลิ๊ก Link Thai E-News:billyขอเป็นสื่อสนับสนุน
คลิ๊กเลือกอ่านที่ตัววิ่ง ตามหัวข้อข่าว คำเตือน ! โปรดใช้วิจารณญาณในการรับรู้ ( สื่อข่าวทั่วไป )
Photobucket คลิกถ่ายรูปชั้นยอด ด้วยเทคนิคชั้นเยี่ยม Photobucket คลิกดูเส้นทางการเดินรถ " เที่ยวไทยไม่หลงทาง " Photobucket

ก่อนจับจ่ายใช้สอย คลิก Link ตรวจสอบธนบัตรชนิดราคา ๑,๐๐๐ ๕๐๐ ๑๐๐ ๕๐ และ ๒๐ บาท
เชิญไทยเที่ยวไทย หลายภาคคุณไปแล้วหรือยัง ? " แก้ผลกระทบเศรษฐกิจจากการปิดสนามบิน "
Photobucket Photobucket Photobucket
ค้นหาความหมาย นิยามของคำ และรู้จักเรา BILLY สื่อด้วยสี และตัวอักษร เชิงปรัชญาวิชาการ
และรู้จักเขา จากคำกล่าวที่ว่า " กว่าจะมีวันนี้ กลุ่มอมาตยาธิปไตยได้ทำทุกวิถีทางเพื่อเขา และความชัดเจนในการบริหารแบบ Double standard (รัฐบาลหุ่นเชิด) กับการ กู้ กู้ เพื่อชาติ หรือเพื่อใคร เกิดเป็นรูปธรรม "

มารู้จัก.นายบิลลี ชาคริต เมืองนาม ผ่าน Hi5.com คลิก Link Personal Billy Hi5

มารู้จัก.นายกรัฐมนตรีคนที่ 27.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผ่าน Hi5.com คลิก Link Prime Minister




ความหมาย B I L L Y

Photobucket

" B : Business ธุรกิจ "
" I : Information สารสนเทศ "
" L : Logistics โลจิสติกส์ "
" L : Leadership ภาวะผู้นำ "
" Y : Yokefellow เพื่อนร่วมงาน คนรัก "

**************

Photobucket

สรุป การทำธุรกิจ หวังผลจากกำไร โดยใช้กลยุทธ์ การบริหารการจัดการต่างๆ ในกิจกรรมการผลิต สินค้า/บริการ สร้างความได้เปรียบจากการแข่งขัน จัดทำระบบสารสนเทศ ข้อมูลข่าวสารที่แม่นยำรวดเร็วถูกต้องมาช่วยในการตัดสินใจ ต่อการดำเนินธุรกิจ รวมถึงนำระบบโลจิสติกส์มาใช้ ทำให้ลดต้นทุน ลดเวลาเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนสินค้า/บริการ อย่างครบวงจร
ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การจัดการคลังสินค้า บริหารต้นทุน การขนส่ง ห่วงโซ่แห่งคุณค่า ไปจนถึงจุดที่มีการใช้งานหรือถึงมือผู้บริโภค ซึ่งต้องมาจากภาวะผู้นำที่นำรูปแบบวิธีการจัดการบริหาร กำหนดนโยบายกลยุทธ์ มาใช้อย่างถูกต้องตามแผนธุรกิจ กิจการนั้น ๆ
และที่สำคัญที่สุดก็คือเพื่อนร่วมงานในการดำเนินกิจกรรมธุรกิจใด ๆ ต้องมีมิตรแท้ และคนรัก ที่ให้กำลังใจ คอยสนับสนุนงาน จึงจะทำให้ประสบความสำเร็จ
โดยนำหลักการ B I L L Y นำมาประยุกต์ใช้..

"ในความหมายและนิยามของคำ บิลลี่ BILLY"
Photobucket

Photobucket
Photobucket Photobucket คลิก Link วันสำคัญของโลก
นำเสนอข่าว ไลฟ์สไตล์ การศึกษา ของวัยรุ่นยุคใหม่ ใส่ใจในอนาคต

ส่งเสริมวัฒนธรรม ประเภณีอันดีงาม คลิก Link วันสำคัญ ของไทย Photobucket…..สวัสดีครับ น้อง ๆ ที่กำลังไฝ่ดี รักดี กับการศึกษานะครับ..... Photobucket….. วันนี้ผมขอเสนอคำ Hit Hot ในช่วงเวลานี้...คำว่า... " อมาตยาธิปไตย " ... Photobucket........อมาตยาธิปไตย จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี อำมาตยาธิปไตย (bureaucratic polity) เป็นการปกครองโดยข้าราชการ ซึ่งได้มีโอกาสเข้ามาปกครองเพราะอำนาจของตำแหน่งในรัฐบาล ใช้หมายถึงรัฐบาลที่ไม่ขึ้นอยู่หรือให้ความสำคัญกับเสียงประชาชน ........ Photobucket .....คำภาษาอังกฤษว่า bureaucratic polity บัญญัติโดย Fred W. Riggs อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งรัฐฮาวาย ในหนังสือที่พิมพ์เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2509[1] เป็นคำใหม่ที่ใช้แก่ประเทศไทยโดยเฉพาะ[2] แต่ภายหลังคำนี้มีใช้แก่ประเทศอื่นด้วย แล้วมีการบัญญัติคำภาษาไทย "อมาตยาธิปไตย" ตามภาษาอังกฤษ อ้างอิง ^ Fred W Riggs. 1966. Thailand: The Modernization of a Bureaucratic Polity. Honolulu: East-West Center Press. 470 pages. ^ James Ockey. 2004. State, Bureaucracy and Polity in Modern Thai Politics, Journal of Contemporary Asia, Vol. 34, 2004.........Photobucket
Photobucket
คลิก Play เพื่อเปิด Training VDO. ระบบจัดการผลิต By Chakirt.M เชิญครับ
Photobucket Photobucket คลิ๊กลิงค์ คุยกับเสธ.แดง Photobucket Photobucket
แจ้งข่าสาร ความจริง MV เสื้อแดงต้านรัฐประหารไม่เอาเผด็จการ ( ยุคตุลาการศาลภิวัฒน์และการปฏิวัติซ่อนรูป )



Photobucket......สวัสดีปีวัว ๒๕๕๒ Happy New Year 2009 .....ไม่รู้ว้าปีนี้ วัวดุ “วัวบ้า” หรือไม่ ....ก็หวังว่าเราจะได้มีความสุข เหมือนที่เคยเป็นมา จนเกือบลืมไปเลยว่าเคยมีความสุข ในช่วงที่การเมืองดี เศรฐกิจดีนะครับ.... ก็หวังใจไว้ว่าเราต้องช่วยกัน และให้กำลังใจ กับชาวเสื้อแดง และอ่านคำกล่าว จากการบันทึก วีดีโอ ลิงค์ พ.ต.ท.ดร. ทักษิณ ชินวัตร .......เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 27 มีนาคม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พูดผ่านวิดีโอลิงก์มายังเวทีการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ข้างทำเนียบรัฐบาลว่า วันนี้โทรมา เพราะคืนเดียวอยู่ 3 ประเทศ แต่ก็ได้ผลดี ในเรื่องความสัมพันธ์ต่อประเทศไทย ผมเข้าใจว่าเหนื่อย ร้อน ก็บางคนอาจจะหิว แต่ท่านก็ยังอดทนรอฟังผมพูด ต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวเสื้อแดงที่ได้มารวมตัวกันตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 มีนาคม เมื่อวานตั้งใจจะพูดแต่ลำบากเรื่องการเดินทางเลยพูดสั้นๆ วันนี้ตั้งใจจะพูดจาหาทางออกของปัญหาความขัดแย้งที่เป็นอยู่จะออกอย่างไร จะเป็นการเสนอฝ่ายของผม แต่คนอื่นจะเอาหรือไม่ก็ไม่ทราบต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วย เป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่ทุกคนชุมนุมกันแล้วเสียสละเงินคนละเล็กน้อยมาร่วมชุมนุมกันที่นี่ อาจจะมีเสื้อแดงปลอมที่ไปสร้างสถานการณ์ทำท่าจะไปบุกสนามบิน นั่นเป็นของปลอมเพราะของจริงอยู่ที่ทำเนียบ วัตถุประสงค์ที่มารวมกันที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกประชาธิปไตย ความเป็นธรรมของสังคมไทยกลับมาได้อย่างไร เพื่ออนาคตของประเทศ เพื่อลูกหลานไทย เรากำลังมาตกลงกันว่าระบอบปกครอง ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงคือสิ่งที่เรารักและหวงแหน อยากได้ไว้คู่สังคมไทย อยากเห็นสังคมไทยที่มีความยุติธรรม หากไม่มีความยุติธรรมเราก็จะเจอปัญหาสิทธิสภาพนอกอาณาเขตเหมือนที่เจอ ที่นักลงทุนต่างประเทศกลัวว่ามาลงทุนในประเทศไทยแล้วไม่ได้รับความเป็นธรรม ต้องไปขอขึ้นศาลที่ฮ่องกง หรือที่สิงคโปร์ เราอย่าให้เกิด เราอยากเห็นอนาคตของประเทศที่มีอนาคต ส.ส.ได้รับเชิญไปญี่ปุ่น ไปคุยกับนักลงทุน เขาบอกว่าไม่เคยเห็นเกิดขึ้นมาก่อนเลยบอกว่าไม่อยากจะมาลงทุนเพิ่มในประเทศไทยเด็ดขาด เครื่องบินของญี่ปุ่นเดิมอเมริกาไม่ให้ผลิต แต่ตอนนี้เริ่มผลิตแล้วโดยไปตั้งโรงงานผลิตเครื่องยนต์ที่เวียดนาม เพราะที่เวียดนามมีเด็กจบคณิตศาสตร์ใหม่ๆ เยอะ เขาไม่มาเมืองไทย นี่คือตัวอย่างของการสูญเสียโอกาส เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราวันนี้ จึงอยากบอกกับผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ผู้ใหญ่ในที่นี้คือคนที่มีอายุมากๆ ว่าถึงเวลาหรือยังที่จะมองอนาคตให้ลูกหลาน ไม่ใช่การเอาชนะคะคานกัน เท้าความซัดผู้มีบารมีนอกรธน. "เราต้องเรียนรู้จากบทเรียนที่เจ็บช้ำมานานจากการปฏิวัติ จากเผด็จการที่เข้ามาทำให้ประชาธิปไตยไม่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง มันเกิดครั้งแล้วครั้งเล่าจนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะจบ ก่อนนี้คิดว่าจะไม่มีแล้วแต่ก็เกิดขึ้นจนได้ เพราะเราไม่ยอมพูดความจริง มีการตั้งคณะกรรมการสอบความจริงครึ่งเดียว ในที่สุดเราก็ไม่รู้ความจริงเหมือนเสียค่าเรียนแล้วไม่เคยได้รับประกาศนียบัตร เรียนแล้วไม่จบสักที นี่คือสิ่งที่เราเรียนรู้ประชาธิปไตยของเราที่ไม่เคยเรียนจบ ล้มแล้วพูดว่าล้มเพราะอะไร ไม่เคยพูดกันชัดเจนแล้วเราก็ลืมไป แต่วันนี้ถึงเวลามาพูด เราต้องเรียนรู้จากบทเรียนที่ผ่านมา จะมัวเกรงใจกันคงไม่ได้ เพราะเกรงใจก็ไม่รู้ความจริง และประชาชนก็ไม่มีโอกาสรู้ วันนี้สิ่งที่จะพูดต่อจากนี้ไม่ใช่เพื่อผม แต่เพื่อลูกหลานว่าลูกหลานในอนาคตจะอยู่อย่างไร ความสามารถในการพัฒนาตัวเองจะมีแค่ไหนหากเรามีปัญหากันอยู่อย่างนี้ ดังนั้น ขอเท้าความว่าอะไรคือผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร" ที่มาของความวุ่นวาย คงจำได้ว่าปลายปี 2547 ก่อนเลือกตั้ง 2548 มีการรวมตัวกันเล็กๆ ที่สนามหลวง มีพวกสหภาพแรงงาน ร่วมกับนายเอกยุทธ และคุณประชัย คือพวกที่ไม่พอใจผมหรืออาจจะมีความสูญเสีย แต่ไม่มีอะไรเกิด แต่ต่อมาหลังเลือกตั้ง 2548 พรรคไทยรักไทยได้ ส.ส. 377 เสียง ก็รู้สึกว่าไทยรักไทยแข็งแรงเกินไป ฝ่ายค้านอ่อนแอเกินไป เริ่มพูดจากัน แต่พอปลาย 2548 เกิดกระบวนการรวมตัวของพันธมิตร โดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นหัวหน้าทีม เริ่มต้นที่สวนลุมพินี โดยความเอื้อเฟื้อของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯกทม.ตอนนั้นให้สถานที่ให้ตลอดทุกสัปดาห์ พรรคประชาธิปัตย์อาจจะช่วยทางอ้อมหรือตรงก็ไม่ทราบ แต่ก็ไปอยู่ที่ข้างเวทีและขึ้นเวทีบ้าง นั่นคือสิ่งเริ่มต้นของการต่อสู้นอกระบบ แค่นั้นไม่เป็นไร แต่มีองคมนตรีบางท่านได้ไปบอกกับสื่อ และไปแอบอ้างว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่เอาผมแล้ว ผมพูดกับสื่อก็ยอมรับ แต่เป็นองคมนตรีบางคนเท่านั้น หลังจากนั้นก็เกิดม็อบมีเส้น เอเอสทีวีได้รับความคุ้มครองจากศาลปกครอง เปิดตัวคือ"พล.อ.เปรม" คุ้มครองจนปฏิวัติแล้วก็ไม่เลิก คุ้มครองให้ออกอากาศล้มล้างรัฐบาล รัฐบาลก็ทำอะไรไม่ได้ จนผมต้องพูดความจริง ก็ไม่กล้าพูดเต็มที่เพราะเกรงใจกันอยู่ วันนั้น ผมประชุมข้าราชการที่ตึกสันติไมตรี ผมบอกให้ทุกคนทำหน้าที่เต็มที่เพราะรู้ว่าข้าราชการเริ่มเกียร์ว่าง เพราะเริ่มถูกผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญแทรกแซง ผมก็ต้องกระตุ้นให้ทำงาน ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ แปลว่าในรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้เขามีโครงสร้าง มีอำนาจในการจัดการ แต่มีบารมีสามารถแอบสั่งงานได้ แล้วข้าราชการเกรงใจ ก็ยอมเลี่ยง ยอมผิดคำสั่งผู้บังคับบัญชา นั่นคือผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ คำว่าผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญเป็นคำที่ฮือฮามาก และนายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็ไปกล่าวหาว่าผมหมายถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมมิบังอาจ ผมมีความจงรักภักดี ผมไม่บังอาจเอื้อมพูดถึงขนาดนั้น แต่จริงๆ แล้วผมหมายถึงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แต่ผมไม่กล้าพูดวันนั้น แล้วก็มีคนของพล.อ.เปรม โทร.มาให้ผมช่วยพูดให้ชัดว่าไม่ใช่พล.อ.เปรม ผมก็ไม่พูด เพราะหลังจากนั้นท่านเดินสาย ใส่เครื่องแบบทหาร ทั้งทัพบก ทัพเรือ ทัพอากาศ และออกเดินสายด่าผม มี พล.อ.สุรยุทธ์ มักจะไปด้วยบ่อย ๆ นั่นคือคู่หู ไปด้วยกัน องคมนตรียุ่งการเมืองไม่เหมาะ ผมขออัญเชิญพระราชกระแส พระราชดำรัสที่พระราชทานแก่องคมนตรี ในวโรกาสเสด็จไปทรงเปิดทำเนียบองคมนตรี ณ อุทธยานสราญรมณ์ 2547 ว่า องคมนตรีเป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่ให้คำปรึกษาคนอื่น นี่เป็นสิ่งที่คนสงสัยว่าองคมนตรีมีอำนาจหน้าที่อะไร แต่องคมนตรีไม่ได้เป็นที่ปรึกษาของคนอื่น เป็นที่ปรึกษาของฝ่ายพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่ว่าจะไปแนะนำคนอื่น ถ้าไปแนะนำคนอื่นเป็นการแนะนำส่วนตัว ไม่ใช่ในฐานองคมนตรี ฉะนั้นขอให้ระมัดระวังในคำพูด นั่นคือว่าต้องเข้าใจว่าในบทบาทไหนเป็นองคมนตรี บทบาทไหนเป็นเรื่องส่วนตัว วันนี้สิ่งสำคัญการที่องคมนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องในการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงกี่ยวข้องการเมืองได้อย่างไรพระเจ้าอยู่หัวท่านสถิตย์อยู่ที่สูง ท่านเป็นที่รักของพสกนิกร แต่คนอยู่รอบพระองค์ท่านเข้ามาเกี่ยวสข้องกับการเมืองทำให้พระองค์ท่านทรงเสีย ดังนั้นขอให้ทุกคนที่อยู่รอบพระองค์ท่านอย่าเข้ามายุ่งการเมือง เพราะว่าพระองค์ท่านสถิตย์ที่สูง ผมขอย้ำว่าสิ่งที่พล.อ.เปรมเข้ามาเกี่ยวข้องการเมืองนั้นอย่าเพิ่งเถียง สิ่งที่พล.อ.สุรยุทธ์ เข้ามายุ่งกับการเมือง ทำให้สถาบันเสียหาย ฉะนั้นไม่ควร เพราะเมื่อไหร่ท่านมายุ่งกับการเมือง การเมืองก็จะยุ่งกับท่าน ดังนั้นทุกองค์กรทุกองค์กรห้ามเข้ามายุ่ง ผมกำลังพูดเพื่อบอกว่าเรากำลังมาหาทางออกกัน ไม่ใช่ว่าจะไปแนะนำคนอื่น ถ้าไปแนะนำคนอื่นเป็นการแนะนำส่วนตัว ไม่ใช่ในฐานองคมนตรี ฉะนั้นของให้ระมัดระวังในคำพูด นั่นคือว่าต้องเข้าใจว่าในบทบาทไหนเป็นองคมนตรี บทบาทไหนเป็นเรื่องส่วนตัว วันนี้สิ่งสำคัญการที่องคมนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องในการเมอืงเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงกี่ยวข้องการเมืองได้อย่างไรพระเจ้าอยู่หัวท่านสถิตย์อยู่ที่สูง ท่านเป็นที่รักของพสกนิกร แต่คนอยู่รอบพระองค์ท่านเข้ามาเกี่ยวสข้องกับการเมืองทำให้พระองค์ท่านทรงเสีย ดังนั้นขอให้ทุกคนที่อยู่รอบพระองค์ท่านอย่าเข้ามายุ่งการเมือง เพราะว่าพระองค์ท่านสถิตย์ที่สูง ผมขอย้ำว่าสิ่งที่พล.อ.เปรมเข้ามาเกี่ยวข้องการเมืองนั้นอย่าเพิ่งเถียง สิ่งที่พล.อ.สุรยุทธ์ เข้ามายุ่งกับการเมือง ทำให้สถาบันเสียหาย ฉะนั้นไม่ควร เพราะเมื่อไหร่ท่านมายุ่งกับการเมือง การเมืองก็จะยุ่งกับท่าน ดังนั้นทุกองค์กรทุกองค์กรห้ามเข้ามายุ่ง ผมกำลังพูดเพื่อบอกว่าเรากำลังมาหาทางออกกัน ยกไม่จงรักภักดีเหตุผลโค่น ถ้าจำได้ อาจจะเคยจำว่าการเมืองสมัย พล.อ.เปรมเป็นอย่างไร ท่านเคยเป็นนายกรัฐมนตรี 8 ปี แต่การเป็นนายกฯของท่านนั้น ท่านไม่เคยลงเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญไม่ได้บังคับให้เป็น ส.ส. ท่านได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาธิปัตย์ แม้ในปี 2539 ทท่านเป็นนายกฯรอบล่าสุด นายพิชัย รัตตกุล เป็นหัวหน้าพรรค ได้ ส.ส.100 คนก็ไม่ได้เป็นนายกฯ ก็ยกมือให้ท่านเปรมเป็นนายกฯ การที่ พล.อ.เปรมอาจจะมีความใกล้ชิดกับพรรคประชาธิปัตย์ เลยเป็นห่วงเป็นใยกับพรรคประชาธิปัตย์เป็นพิเศษ พรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้ง 2 ครั้ง พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีโอกาสสู้เลยก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ผมเป็นห่วง ไม่อยากให้ท่านมายุ่งการเมืองเลย ท่านบอกว่าไม่ยุ่งการเมืองไม่ได้หรอก เพราะท่านยุ่งจริงๆ ตอนที่ พล.อ.สุรยุทธ์ไปประชุมที่มี พล.อ.พัลลภไปด้วย แต่ที่บอกว่า พล.อ.สุรยุทธ์ไม่เชิญ แต่คุณปีย์ มาลากุล เชิญบอกมี 3 ท่านที่ไปเข้าเฝ้าฯ 901 ก็มี พล.อ.เปรม พล.อ.สุรยุทธ์ และมีองคมมนตรีอีกคนหนึ่ง ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า แต่เป็นคำบอกเล่าของ พล.อ.สุรยุทธ์ว่าได้ไปเฝ้าฯ 901 จะขอทำงานเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีความจงรักภักดี และทุกคนที่ทำงานนี้จะไม่หวังตำแหน่งทั้งสิ้น นี่คือผมได้รับการบอกเล่ามา แต่ผมไม่เชื่อว่า 901 คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงรับรู้ เพราะพระเจ้าอยู่หัวสถิตอยู่ที่สูง ไม่ทรงยุ่งเกี่ยวการเมืองเลย แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น ก็ตามมาว่ามีใครบ้างมาร่วมประชุมบ้าง ก็มีอยู่ 3 คนคือ พล.อ.เปรม พล.อ.สุรยุทธ์ และคุณปีย์ ที่ประชุม ต่อมามีอีก 4 คนนายปราโมทย์ นาครทรรรพ ผู้แต่งนิยายเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ ก็ได้ยินข่าวว่าศาลลงโทษ พร้อมบรรณาธิการผู้จัดการให้จำคุกคนละ 1 ปี ปรับ 1 แสน โทษจำคุกให้รอลงอาญา นี่คือสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมไทย เลยเกิดปัญหาขึ้น มี ดร.อักขราทร จุฬารัตน นายจรัญ ภักดีธนากุล นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ก็ไปร่วมประชุมด้วย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้มีการเดินหน้าจัดการผมอย่างชัดเจน และทำให้กระบวนการทั้งหมดผิดเพี้ยนหมด เพราะพระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงทราบ แต่มีการแอบอ้างกัน ทำให้กระบวนการทำงานทั้งหมดบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนหมด จี้ "เปรม" หยุดยุ่งการเมือง แล้วถามว่า พล.อ.เปรมตอนปฏิวัติ พานายบังเข้าทำไม ทำไมประธานองคมนตรีต้องไปเข้าเฝ้าฯด้วย เหมือนเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ ตอน พล.อ.สุรยุทธ์เป็นนายกฯก็บอกเหมือนนายกฯวินสตัน เชอร์ชิล ที่เป็นนนายกฯคนดีของอังกฤษคนหนึ่ง ที่ผมได้ข่าวก็ไปดูอนุสาวรีย์เชอร์ชิลว่ายังอยู่ที่ลอนดอนหรือย้ายไปอยู่เขายายเที่ยงแล้ว แต่พอนายอภิสิทธิ์ ก็บอกว่าประเทศไทยโชคดีที่ได้คุณอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ท่านเป็นประธานองคมนตรีท่านไปเผลอไผลอย่างนี้ไม่ได้ วันที่ 26 มีนาคม ท่านก็บอกว่าป๋าเชียร์อภิสิทธิ์ ท่านยังเป็นประธานองคมนตรีอยู่นะ ที่ผมพูดเพราะผมรักเคารพ ผมเคยกราบป๋า ป๋าเป็นผู้ใหญ่ เราเป็นนายกฯรุ่นเด็กเราก็ให้ความเคารพนับถือ แต่ป๋าลงมาเล่นการเมืองในฐานะประธานองคมนตรี ผมไม่อยากเห็น ป๋าอย่าทำเลย การที่ป๋าลงมาเล่น แล้วสั่งโน่นนี่ ในฐานะเป็นผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญมันเป็นสิ่งที่ทำให้กระบวนการของประเทศเสียหายหมด ระบบสองมาตรฐาน ความไม่เป็นธรรมในสังคมเกิดขึ้น ป๋าต้องอย่าทำ ป๋าอาจจะไม่มีลูกหลาน แต่เรามีลูกหลาน เขาเหล่านั้นกำลังเติบโต ต้องมีอนาคต เขาต้องอยู่ในประเทศที่มีระบบคิดถูกต้อง เป็นระบบที่เป็นประชาธิปไตย ให้ความเป็นธรรมกับสังคม ไม่ใช่เป็นระบบที่ป๋ากดตรงนั้นที ตรงนี้ที กราบเรียนด้วยความเคารพป๋าจริงๆ ถล่มอดีตรองนายกฯเพี้ยน ส่วนท่านสุรยุทธ์ ท่านก็แอคทีฟมากลงไปลุยสื่อ และขยันหลายเรื่อง เรื่องนี้ต้องถามจ่ายักษ์ และท่านสนธิ ว่าท่านสุรยุทธ์คิดอะไร จ่ายักษ์ ตอนที่ผมโดนคาร์บอมบ์ได้ให้การว่าถ้าฆ่าไม่ตายก็ปฏิวัติ ถ้าปฏิวัติเสร็จนายกฯชื่อสุรยุทธ์ ปรากฏว่าเมื่อสินธิ ลิ้มทองกุล ไปพูดที่เวอร์จิเนีย กำลังไล่ผม สุรยุทธ์ก็โทร.มาให้กำลังใจบอกว่าจะให้ทีวีช่องหนึ่ง เพราะเขารู้ว่าสนธิโกรธผมที่ไม่ให้ทีวี เป็นเรื่องที่ดูเหมือนอีเดียต แต่เอาประเทศทั้งประเทศจมเลย ตอนที่ผมเป็นนายกฯ ผมก็มีรองนายกฯคนหนึ่ง ผมก็มองเพี้ยนๆ ตอนหลังมาผมไปรู้ว่ามันไปเชิญเพื่อนผมที่เป็นนักธุรกิจมาเป็นรัฐมนตรี ปรากฏว่า พล.อ.สุรยุทธ์เรียกไปจะให้เป็นนายกฯมาตรา 7 ไอ้นี้ก็ฟิต ไปชวนนักธุรกิจมาเป็นรัฐมนตรี ผมก็ตกใจว่ารองนายกฯผมคนนี้ทำไมเพี้ยนๆ เรื่อง กกต.ก็เช่นกัน ไปเรียก พล.อ.จารุภัทร เรืองสุวรรณ พล.ต.จำลอง ศรีเมืองด้วย บอกว่าให้ออกได้แล้ว ถ้าไม่ออกก็ติดคุก พล.อ.จารุภัทรก็กลัว ลังเล ก่อนลาออกผมบุกไปทำเนียบองคมนตรี พบ พล.อ.สุรยุทธ์ผมบอกว่าพี่ ทำไมมันเป็นอย่างนี้ บอกพี่ไม่รู้เรื่อง พี่กำลังตีกอล์ฟสนุก นี่พี่เป็นพลร่มนะ ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน ผมก็บอกว่าผมเป็นพลร่มเหมือนกัน ผมไปพูดอย่างนี้ ท่านก็น่ารักเดินมาส่งที่รถ ฟังแล้วมันเรื่องอะไรวะ ในที่สุด กกต.ก็ถูกตัดสินจำคุก เบื้องหลังเด้ง"สุรยุทธ์" ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะในเมื่อลงมาเล่นการเมือง ถ้าเมื่อไหร่มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นเขาก็ต้องฟังองคมนตรี สิ่งที่องคมนตรีเป็นพระราชประสงค์ ผมถวายงานมา 6 ปี ผมขอยืนยันว่าเจ้านายทั้งสองพระองค์ไม่ยุ่งการเมือง ดังนั้น เป็นเรื่องที่องคมมนตรีบางคนที่ไปทำ ท่านสองคนนี้แอ๊คทีฟการเมืองมาก ท่านก็ต้องทำใจว่า เมื่อท่านมาเล่นการเมือง ท่านต้องโดนการเมืองเล่น พล.อ.สุรยุทธ์นี้ ท่านอาจจะไม่พอใจผมที่ผมย้ายท่าน ผมโทร.หาท่านปลุกท่านประมาณตี 1 วันนั้น ผมไปส่งลูกไปอังกฤษ ก่อนเครื่องบินกำลังจะออก ผมโทร.หาเลยว่า ท่าน ผบ.ทำไมเคลื่อนย้ายกำลังทหาร ท่านก็บอกว่าไม่มีครับ เป็นการเคลื่อนย้ายกำลังธรรมดา เสร็จแล้วไม่นานก็ไปยิงพม่าตายไป 300 กว่าคน ผมก็เลยไม่รู้จะพูดอย่างไร การเคลื่อนย้ายกำลังเกิน 1 กองพล ต้องขออนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถามพี่จิ๋ว ก็ไม่ได้อนุมัติ แต่มาสักพัก จากนั้นก็ทำเรื่องของบประมาณเพราะนำน้ำมันสำรองของกองทัพไปใช้ ขอ 300 กว่าล้านบาท พี่จิ๋วมาอ้อนวอน ก็ต้องให้ และในที่สุดผมก็ต้องย้ายท่านขึ้นเป็น ผบ.สส. ผมเป็นคนทำงานหน้าที่เป็นหน้าที่ไม่มีอะไรเป็นส่วนต้ว จบเป็นจบ แล้วก็แล้วไป ผมเป็นคนอย่างนี้ อ้างชื่อ"บัง" โยงลอบสังหาร ที่นี้เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ก็ไม่รู้ทำไม ถ้าท่านจะยุ่งการเมืองท่านมาเล่นการเมืองไม่มีปัญหาเลย ผลพวงแห่งการแทรกแซงการประชุมที่บ้านคุณปีย์ ถนนสุขุมวิท เกิดกระบวนการหลายอย่าง ผมก็ถูกลอบสังหาร อันนี้ก็คนคงไม่กล้าพูด เนื่องจากเป็นคดีอาญา ผมถูกลอบสังหารด้วยปืนสไนเปอร์ 2 ครั้ง แต่โชคดีผมเปลี่ยนทิศจากเชียงใหม่ไปลำปาง และที่สนามหลวง เขาไปใช้ตึกคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ผมเลื่อนเวลาปราศรัยเร็วขึ้น จึงรอด ครั้งที่ 3 คือคาร์บอมบ์ ไปดักสนามบิน 2 ครั้ง และมาดักที่ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งมีการจับกุมได้ เท่าที่ผมถามมาคนที่อยู่เบื้องหลัง และไปตามเรื่องบ่อยๆ ชื่อนายบัง นี่เป็นกระบวนการถึงเป็นที่วุ่นวายทุกวันนี้ ปูดเสื้อเหลืองชอบอ้าง"เจ้านาย" จำได้ไหมวันที่ผมยุบสภา พรรคประชาธิปัตย์ร่วมกับฝ่ายค้านบอยคอตการเลือกตั้ง คุณตั้งพรรคการเมืองมาบอยคอตการเลือกตั้งได้อย่างไร เกิดการฟ้องกันไปมา ในที่สุดก็ยุบพรรคไทยรักไทย พรรคประชาธิปัตย์ทำผิดไม่ยุบ ตุลาการรัฐธรรมนูญตั้งตอนไหน ก็ตั้งตอนปฏิวัติ และพรรคประชาธิปัตย์ก็เห็นดีเห็นงามด้วย ที่พูดวันนี้เพื่อจะให้จบ และหาทางออกว่าวันนี้ต้องพูดความจริง ต้องเรียนรู้ แล้วหลังจากนี้ก็จะมาดูว่าจะหาทางออกร่วมกันอย่างไร ผมอยากเรียนว่าการที่มีการเลือกที่รักมักที่ชัง มีการสนับสนุนกลุ่มนั้น แอนตี้กลุ่มนี้ จึงทำให้ประเทศไทยเกิดระบบที่ไม่เป็นธรรม สองมาตรฐานเต็มไปหมด ลองคิดดูว่านายกฯคนหนึ่งเซ็นยินยอมให้ภรรยาไปทำนิติกรรม ไปประกวดราคาซื้อที่ดินอย่างถูกต้อง ที่ดินนี้เป็นหนี้เน่าที่กองทุนฟื้นฟูขายอยู่เรื่อยๆ ศาลบอกว่าการซื้อชอบ คนซื้อก็ชอบ คนขายชอบ แต่ผมเป็นนายกฯเซ็นให้ภรรยาไปทำนิติกรรม และจ่ายเงินซื้อที่ไปเกือบ 800 ล้านบาท ติดคุก 2 ปี แต่ พล.อ.สุรยุทธ์มีบ้านบนเขายายเที่ยงเป็นป่าสงวนฯ บนยอดเขาเลย แต่ คตส.บอกว่าไม่มีอำนาจ ใครก็ไปทำอะไรไม่ได้ อันนี้ฟรี แต่นี่เสียตังค์เกือบ 800 ล้านบาท ถูกต้องหมด แต่เขายายเที่ยง เขาลูกเดียวกันนี้ร้านอาหารตาพรอยู่ตีนเขา ศาลชั้นต้นที่สีคิ้วสั่งจำคุก 2 ปี และศาลอุทธรณ์ก็ยืน วันนี้ตำรวจบอกผมมาว่าตำรวจทำสำนวนไม่ได้เลยในคดีผู้ต้องหาบุกรุกป่าตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ เพราะจับมาแล้วมันอ้างว่าบ้านเขายายเที่ยงบนยอดทำไมยังอยู่ได้ เขายายเที่ยงยังไม่ผิดเลย เสียหายไหม ระบบความยุติธรรมไม่มี ตำรวจบอกไม่รู้จะทำคดีอย่างไร สองมาตรฐานมีเยอะเหลือเกิน วิธีปฏิบัติต่อเสื้อเหลืองเสื้อแดงก็เห็นเยอะ สีเหลืองเหรอทำอะไรก็ได้หมด ตั้งข้อหาแล้วก็ถอนข้อหา ถูกจับก็ได้ประกันตัว แถมยังบอกว่าด้วย 02 สั่ง ทำให้เจ้านายเสียหาย ผมไม่คิดว่าเจ้านายมายุ่งเรื่องพวกนี้ แต่ว่าไปอ้างเจ้า อ้างนายหมด เจ้านายเสียหายก็เพราะพวกนี้ วันนี้ต้องหยุดเพราะสถาบันกษัตริย์ต้องอยู่คู่กับสังคมไทย ต้องช่วยกันปกป้องแต่ไม่ใช่มาแสดงความจงรักภักดีจนเลยเถิดจนทำให้เสีย ความจงรักภักดีอยู่ที่การกระทำ ไม่ต้องแสดง ไม่ต้องพูด นี่เกิดขึ้นจากความเป็นสองมาตรฐาน ต้องรักษาสถาบันอยู่คู่สังคมไทย ตอนที่ม็อบสีเหลืองบุกยึดทำเนียบ คุณสมัครประกาศภาวะฉุกเฉิน มอบให้คุณอนุพงษ์ไป แต่ก็แบะๆๆ ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ปลัดมหาดไทยก็ค้าน คนนั้นก็ค้าน ทำอะไรไม่ได้ ไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง แล้วพอยึดสนามบิน คุณสมชายเป็นนายกฯก็ประกาศภาวะฉุกเฉิน ก็ไม่กล้าสั่งทหาร ก็ไปสั่งตำรวจ ก็จะไปช่วยอย่างไร เมื่อทหารปลอมเป็นสีเหลืองอยู่ข้างใน เอาปืนเอาอะไรไปด้วย แล้วประเทศเจ๊งไปเท่าไหร่ เสียหายไปเท่าไหร่ ทำไมไม่พูดกัน ตะแบงอย่างนี้ ชนะการเมืองได้แต่ชนะหัวใจประชาชนไม่ได้ เพราะวันนี้ประชาชนไม่โง่ เขารู้หมด ไม่เช่นนี้ไม่ยอมเสียเงินกันเองขนกันมาชุมนุมหรอก เพราะเขารับไม่ได้กับความไม่ยุติธรรม ไม่ใช่หน้าด้านตะแบงกันไป ในเมื่อความเป็นจริงทุกสิ่งทุกอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลรัฐธรรมนูญยอดเยี่ยมมาก ยุบ 3 พรรคสืบพยานวันเดียว สืบเช้า บ่ายยุบ เพื่อให้ทัน 4 ธันวาคม ดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงไม่ออกมหาสมาคม เพื่อให้ทันวันที่ 4 เลยยุบวันที่ 2 รีบยุบ 3 พรรคการเมือง คุณมีประสิทธิภาพขนาดนั้นเลยเหรอ ดูคุณสมัครไปทำกับข้าวออกทีวี ไปรับค่าออก 3,000 กว่าบาท กฎหมายไม่มีไปเปิดพจนานุกรม แล้วคนเป็นถึงนายกฯปลดกันง่ายๆ อย่างนี้เหรอ ระบบใครจะเชื่อถือประเทศไทย เขาบอกว่า Thailand is a joke อายเขาไหม บางกอกโพสต์ และเนชั่น บอกว่าผมฟูจิทีฟ (คนหนีคดี) ผมไปไหนเขาก็ต้อนรับผม เมื่อคืนเขาก็เอาตำรวจมานอนเฝ้าหน้าห้อง เขาไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เขาไม่เชื่อหรอกว่าคดีอย่างนี้ติดคุก อายเขาไหม นี่คือสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย ผลัดกันเป็นรัฐบาลไม่ใช่เรื่องใหญ่ เแต่เป็นความช้ำชอกของประเทศไทย ความเสียหายของสถาบันเราต้องรักษาให้อยู่คู่กับสังคมไทย คือเป็นสถาบันภายใต้ระบอบรัฐธรรมนูญที่เป็นเรื่องสากล สุดท้ายไม่มีอะไรดีเลย เป็นประโยชน์ส่วนตัว องค์กรอิสระทั้งหลาย ท่านทั้งหลายต้องทำหน้าที่ ท่านต้องเลิกฟังและแอบอ้าง เพราะสถาบัน เป็นสถาบันที่ศักดิ์สิทธิ์ จริงๆ ศาลส่วนใหญ่เป็นคนดี แต่วันนี้ศาลบางคนยอมรับคำสั่ง ต่อไปบอกว่าพาผมเข้าเฝ้าฯซิ ของปลอมทั้งนั้น พระเจ้าอยู่หัวไม่มีเรื่องอย่างนี้ ท่านต้องรักษาสถาบันของท่าน ท่านไม่ต้องไปเชื่อใคร ขอให้ผมเป็นเหยื่อคนสุดท้าย พอแล้วเพื่อลูกหลาน เพื่ออนาคตลูกหลานของเรา มีระบบที่ดี คนนี้ดึงทีวุ่นวายกันหมด เสียหายหมด ประเทศไทยถูกลากถอยหลัง15ปี ป.ป.ช.ก็เหมือนกัน มีตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์อยู่ใน ป.ป.ช. ก็ขอให้ทำหน้าที่ป.ป.ช.เถอะ ระบบศาลเดียวก็เช่นกัน เป็นระบบศาลที่ยูเอ็นเขาไม่รับ ที่อื่นก็ไม่รับ เขาเลิกแล้ว เขาไม่เชื่อว่าคนกลุ่มหนึ่งตัดสินใจแล้วจะให้ความเป็นธรรม ระบบศาลเดียวเป็นระบบไต่สวน เรื่องทหารกับการเมือง ป๊อกเอ๊ย ไอ้ตุ้ยเอ๊ย พาลูกน้องกลับที่ตั้งเถอะ ถ้าอยากเล่นการเมืองให้ออกมาเถอะ ถ้าเพื่อนเอาสถาบันมาเล่นการเมือง สถาบันจะถูกการเมืองเล่นไม่คุ้ม วันนี้ภารกิจของเพื่อนยังมีเยอะที่ภาคใต้ ยังไม่จบ มีข่าวทหารถูกตัดคอและยิงตาย บางทีตัดของลับไปทำมนต์ดำก็มี ไม่ต้องออกมาช่วยเขาตั้งรัฐบาลหรอก เลิกเถอะ อย่าเชื่อน้ำมนต์คนที่เคยออกไปจากผมเลย น้ำมนต์ดี ถ้าเพื่อนอยากเล่นการเมือง อย่าเอาสถาบันของเพื่อนไปเล่นด้วย เวลานี้เห็นใจว่าของบฯพันล้านไปให้ กอ.รมน. อ้างเศรษฐกิจพอเพียง แต่จริงๆ จะไปช่วยล้างสมองชาวบ้าน ระวังชาวบ้านไม่ให้ทหารเข้าหมู่บ้าน อย่าทำเลยเรื่องซึ่งเป็นเรื่องของประชาชน อย่าคิดว่าพี่น้องในต่างจังหวัดเขาโง่นะ เขารู้เรื่องดีกว่าบางคน ปล่อยให้เขาคิดเองทำเอง ไม่ต้องไปครอบงำเขา วันนี้สิ่งที่หารเข้ามายุ่งการเมืองการปฏิวัติ มีการการเขียนรัฐธรรมนูญ 2550 ลากประเทศถอยหลังไป 15 ปี วันนี้เศรษฐกิจโลกทำให้ช้าไปอีก 7 ปี แล้วเมื่อไหร่ควาามทุกข์ยากของประชาชนจะพ้น จ่าย10ล้านแลกเก้าอี้รมต. เรื่องรัฐธรรมนูญ 2540 กับ 2550 เมื่อก่อนนี้การเมืองเราเดี๋ยวล้มเดี๋ยวล้ม บางพรรคมี ส.ส.5 คนก็สามารถข่มขู่นายกฯขาสั่น จะเอาตำแหน่ง เขาจึงร่างรัฐธรรมนูญ 2540 มาให้นายกฯมีความเข้มแข็ง แต่ปี 2550 ไปแก้จนได้รัฐบาลอ่อนแอง ไม่ต้องมีระบบพรรค ส.ส.สามารถรวมกลุ่มกัน เรื่องเอสเอ็มอี ท่านอภิสิทธิ์ไม่ต้องส่งเสริมที่ไหน แต่ไปส่งเสริมใน ครม.ลงทุนตอนพรรคพลังประชาชนถูกยุบ พรรคขนาดเอส มี ส.ส. 5 คน จ่ายคนละ 10 ล้าน หัวหน้าก๊วนได้เป็นรัฐมนตรี พรรคขนาดเอ็มก็จ่าย ตอนนี้ไปตั้งพรรคใหม่เป็นขนาดแอล เอานักฮั้วมาเป็นหัวหน้าพรรคก่อนเพื่อรออีแอบมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ผมก็เลยไม่รู้ว่าระบอบรัฐธรรมนูญ 2550 เป็นประโยชน์ประเทศตรงไหน เป็นผู้นำประเทศไปตกลงอะไรกับใครที่ไหนไม่ได้ เพราะจะผิด ม.190 ผมเคยนั่งประชุมกับรัฐมนตรีพม่า จนต้องไปพูดกับท่านตาน ฉ่วย ว่าให้ท่านไปประชุมเองเถอะ เพื่อจะได้อธิบาย ส่วนนายกฯพูดไม่ฟังหรอก เพราะเขาไม่กล้าตัดสิน ถามคนเดียว แต่ของเราต้องถามทั้งสภา และภาวะผู้นำทั้งในประเทศไม่มี จะแก้ที่มาขององค์กรอิสระก็ปิดประตูตีแมว ส.ว.ครึ่งหนึ่งมาจากการแต่งตั้ง ในที่สุดก็มีทั้งเอสเอ็มอี พันธมิตร ดอกไม้ประดับเพื่อให้หน้าตาดี ในที่สุดก็เป็นประชาธิปไตยตรงไหน ขอคืนให้คนไทยเถอะ ย้ำปฏิวัติเป็นสิ่งเลวร้าย ความขัดแย้งทั้งหมดเพราะเราไม่สามารถเล่นตามกติกา กฎหมาย เพราะมีคนแทรกแซงให้กติกา เราเกิดสองมาตรฐานตลอดเวลา แล้วต้องยอมรับว่าหลายระบบที่เกิดขึ้นเป็นของเน่ามาจากการปฏิวัติ ที่ผมเรียกว่าผลไม้ที่เกิดจากต้นไม้เป็นพิษ ดังนั้น การปฏิวัติเป็นสิ่งเลวร้าย เราต้องเรียนรู้ว่าการปฏิวัติครั้งนี้เกิดเพราะการสร้างสถานการณ์และการปั่นป่วน ต้องการให้เกิดการย้ายข้างเปลี่ยนข้าง เมื่อไม่รู้จะย้ายอย่างไรก็เลยปฏิวัติ ผมไม่บอกนะว่าการปฏิวัติทำให้เกิดเศรษฐีใหม่ มียศ พล.อ. บางฝ่ายได้รับข้อกล่าวหายัดเยียดข้างเดียว ขณะที่อีกฝ่าย ทำอะไรก็ถูก อีกข้างผิดหมด พี่บรรหาร (นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย) มาร่วม ยังถูกป๋า งอนไม่ให้เข้าบ้านเลย แต่ตอนนี้คงให้เข้าบ้านแล้วเพราะไปร่วมกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อนสื่อมวลชนเล่าสู่กันฟังว่า วันนี้ไม่มีแล้วฟรีดอม ก็หวังว่าจะใช้วิชาชีพอย่างเต็มที่ วันนี้ถามว่าวุ่นวายอย่างนี้จะเอาอย่างไร ก็ต้องมีกรรมการห้ามมวย ท่าน พล.อ.เปรมไม่มายุ่ง ท่านก็น่าจะเป็นได้ แต่วันนี้ท่านมายุ่งจนสงสัยว่า หรือว่าท่านต้องการตอบแทนพรรคประชาธิปัตย์ นี่คือสิ่งที่คนสงสัย ทำให้ท่านไม่สามารถเป่านกหวีด วันนี้ต้องขอร้องว่าท่านที่ถวายงานทั้งหลาย หยุดอ้างสถาบันได้แล้ว หยุดเถอะ และหยุดไปอ้างทำให้ท่านเสียหาย สังคมไทยต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมเคยกราบบังคมทูล คนไทยไม่ฟังกัน อย่างน้อย ผมกราบบังคมทูลด้วยความสัตย์จริง ยังมีรายละเอียดอีกเยอะ ผมมัวแต่ทำงานไม่ได้มีเวลาตอบโต้ แม้แต่ทีวีพูลยังเลือกภาพบางภาพไปออก ก็ตอบไม่ได้ นี่คือเข้าไปแทรกแซงตั้งแต่ผมเป็นนายกฯอยู่ แล้วผมก็ซวยผีซ้ำด้ำพลอย เรียกร้องสีแดงรวมตัว ผมก็เคยบวชเรียนก็เข้าใจเรื่องของกรรม ของบุญ ผมโดนผีซ้ำด้ำพลอยหลายเรื่อง ถูกปฏิวัติเสร็จ ลูกน้องเก่าก็ไปเพ็ดทูลว่าผมคิดจะล้มล้าง โอ้โห คนอย่างผมไม่เคยทะเยอทะยาน แต่ชอบทำงาน บ้างาน ถ้ามอบหมายให้ก็ทำเต็มที่ เพราะผมทำงาน ผมรักประชาชนรักประเทศ ผมก็ทำงานถวาย นำศักดิ์ศรี นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามทำ ไม่มีเวลาแก้ตัว แต่โดนใส่ความตลอดเวลา คนที่เคยอยู่ใกล้ชิดผมแท้ๆ ก็มาเพ็ดทูลเพราะหวังจะเป็นนายกฯ แต่เขาจองกฐินไว้แล้ว คุณสุรยุทธ์เขาจองไว้แล้ว แล้ววันนี้ก็ไม่พอนะครับ คนที่เคยอยู่กับผมก็ออกไปพูดอีกว่าที่อยู่กับผมทนไม่ได้เพราะผมจะล้มล้าง โธ่เอ๊ย เอ็งจะไปหาตังค์เอ็งก็บอกมาเถอะ อย่ามาอ้างข้า บาปกรรม ผมไม่เคยหวั่นไหวเพราะผมทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม แต่ขอบอกว่าผมโดนอย่างนี้ผมเจ็บ แต่ถามว่าผมต้องดิ้นขนาดไหน ผมปรับตัวของผมได้พอสมควรแม้จะอยู่ต่างประเทศ แต่ผมไม่ต้องการให้ตัวผมเป็นข้ออ้างใดๆ ทั้งสิ้น แต่ต้องการให้บ้านเมืองกลับคืนสภาพโดยเร็วที่สุด หลักบอกว่า ถ้าไม่มีความมั่นคงก็สร้างความมั่งคั่งไม่ได้ แต่มั่นคงในที่นี้ไม่ใช่เรื่องมั่นคงของทหาร ที่มั่นคงคือซื้ออาวุธ และกุมอำนาจ แต่การเมืองมีเสถียรภาพ หลักเกณฑ์ที่ถูกต้องมีความเป็นประชาธิปไตย นั่นคือการเมืองที่เรียกว่าความมั่นคง ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่กลับมา การแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็ยาก ผมขอเชิญชวนพี่น้องมาช่วยกัน พี่น้องสีแดง ที่มารวมกันเพราะรักประชาธิปไตยใช่ไหม มองว่าถูกเขาขโมยไปใช่ไหม เราต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับมาใช่หรือไม่ อยากเห็นความเป็นธรรมใช่หรือไม่ อยากเห็นการเลิกระบบสองมาตรฐานใช่หรือไม่ สีแดงจะผนึกกำลัง ถ้าความเป็นธรรมไม่กลับคืนมา สีแดงจะไม่มีทางที่จะหายไป ย้ำองคมนตรี-ทหารเลิกยุ่ง องคมนตรีต้องเลิกเล่นการเมือง ทหารก็อย่ายุ่งการเมือง พี่น้องเพื่อนทหารตำรวจส่วนใหญ่ไม่สบายใจที่เห็นลูกพี่มาเล่นการเมืองแต่ลูกพี่บางที่มันก็ต้องเอาตัวรอด แต่บางที่ไม่ใช่เพราะมันมันส์ พี่น้อง เพื่อน ส.ส.เพื่อไทย ไทยรักไทย พลังประชาชน ที่ถูกห้ามเล่นการเมือง อย่าเหนียม ถ้ารักประชาธิปไตย ถ้ารักความเป็นธรรม ท่านคือเหยื่อคนหนึ่งที่ถูกความไม่เป็นธรรมรังแก ขอให้ขึ้นเวทีเสื้อแดงได้แล้ว ไม่ต้องมาเหนียม เวทีเสื้อแดงเต็มทั้งประเทศ แล้วพี่น้องที่มีกำลัง ถ้าคิดถึงอนาคตประเทศไทยคิดถึงลูกหลานต้องมารวมพลังกันจนกว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงจะกลับคืนสู่ประเทศไทย แล้วจนกว่าระบบสองมาตรฐานจะถูกยกเลิก และจนกว่าไม่มีสถาบันใดที่เราเคารพนับถือมายุ่งการเมือง อย่างสถาบันองคมนตรีไม่มายุ่งการเมือง คุณอภิสิทธิ์บอกว่าไม่ควรไปยุ่งกับผู้ใหญ่ คนเป็นอดีตนายกฯไม่ใช่เด็กและองคมนตรี ผมเคารพทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ แต่บางท่านมาเล่นการเมือง โดยเฉพาะมาเล่นการเมืองกับผม ผมต้องเล่นการเมืองด้วย ไม่มีกฎหมายข้อไหนบอกว่าองคมนตรีเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์ ไม่ใช่ หลายคนก็เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาเก่าของผม ผมก็ยังยกมือไหว้เขาเมื่อผมพ้นจากตำแหน่ง แต่ว่าการให้เกียรติ แต่การให้เกียรติต้องให้สองฝ่าย แต่การมาเล่นการเมืองอย่างนี้ก็ช่วยไม่ได้ที่การเมืองจะไปเล่น แล้วจะมีทางออกอย่างไร รัฐธรรมนูญ 2550 ที่เกิดทำให้เกิดเอสเอ็มอี คือไปประกอบธุรกิจการเมืองขนาดเล็กและขนาดกลาง ผมได้รับโทรศัทพ์จากเพื่อนส.ส.จากประเทศในสหภาพยุโรป บอกว่าตามกระทรวงเวลานี้กินกันจนไม่รู้ว่า เหมือนกับว่าจะไม่มีวันพรุ่งนี้ รีบตะกรุมตระกรามกิน แต่นี่คือจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้เกิดก๊กก๊วนต่อรอง ผมเห็นใจคุณอภิสิทธิ์ เหมือนคนขาดภาวะผู้นำ ใครจะเอางบฯอะไรก็ต้องประเคนให้ โดนกลุ่มพันธมิตรที่เห็นแล้วว่าได้รับตำแหน่งกันถ้วนหน้า คนที่เคยต่อสู้มานั่งกับเสื้อแดงวันนี้ก็มี เราต้องเรียนรู้จากความเป็นจริง เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก และหวังว่าการปฏิวัติ 19 กันยายนให้เป็นปฏิวัติครั้งสุดท้าย มันทำลายอนาตลูกหลาน 3 ปีประเทศไทยไม่มีอะไร ตอนนี้ตกงานทุกวันๆ ละหลายพันคน ปี 25552 คนไทยจะตกงานไม่น้อยกว่า 1 ล้านคน เรามีปัญหากันเองจนทำให้เราเจ๊ง ปิดสนามบินทำให้เกิดปัญหา และปิดทำไม ไม่ใช่พวกพธม.ธรรมดาทำ ถ้าไม่ใช่ทหารเข้าไปยุ่ง และถ้าไม่มีใครแอบอยู่ข้างหลัง หากไม่มีใครแอบสิ่งหรือให้ยาโด๊บไม่มีใครกล้าหรอก แนะทางออกให้ยุบสภา-แก้รธน. ทางออกก็คือเราต้องมาเริ่มต้นกันใหม่ วันนี้ที่ฟ้องกันไปมาเพราะกลัวการล้างแค้น ไม่มีใครยอมใคร ถ้าไม่เป่านกหวีดหยุดแล้วเริ่มต้นใหม่ โดยนายอภิสิทธิ์ซึ่งมาเป็นนายกฯเหมือนมาดาร์กัสกา ที่ทหารปฏิวัติเอาเด็กอายุ 30 กว่ามาปกครอง แล้วไม่มีใครรับรอง ของเราถ้าต้องการให้เกิดกระบวนการที่ถูกต้อง ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ดังนั้นนายอภิสิทธิ์ต้องยุบสภา เลือกตั้งใหม่ แล้วกลับมาแก้รัฐธรรมนูญ เอาปี 2540 เป็นตัวตั้ง แล้วปรับแก้ที่จำเป็น และให้องค์กรที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง เป็นธรรม ทหารกลับกรมกอง ทุกฝ่ายกลับที่ตั้ง เป่านกหวีดเริ่มกันใหม่ เรื่องที่ฟ้องกันไปมาคงต้องยกเลิก แต่พอล่อกันนัวเนีย เล่นข้างเดียวคงไม่มีใครยอมใคร จึงต้องเริ่มต้นใหม่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้เริ่มเหมือนเลือกตั้งใหม่เหมือน 2 เมษายน 2548 แล้วไปแข่งขันกัน โดยผมไม่ลงเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์จะได้สบายใจ แต่ขอให้กรรมการพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 ลง เพราะนักการเมืองคุณภาพเริ่มหายไป จากที่โดนน็อคทีละชุด คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องมีทางออกให้ประชาชน ........... Photobucket..... อย่างไรก็ดีในปี 2552 นี้ ให้กำลังใจกับชาวไทยทุกคนร่วมกับสากลโลก ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจโลก รวมถึงภาวะโลกร้อน ด้วยกันต่อไป โชคดีมีชัยครับชาวโลก.......Photobucket
Photobucket
Photobucket Photobucket Photobucket

คลิก Link ทำนายดวงกับกุมารทอง
ทดสอบไอคิว คลิกข้อ 1 - 39 เลือก A - H จบแล้วคลิก Menu เลือก Submit เพื่อประเมินผล IQ ของคุณ ?
Photobucket Clik Link คนชอบ GAME Photobucket Photobucket
GAME สบาย ๆ " คลายสมอง อย่าให้มันทำลายสมอง นะครับ "
Red Code Game
Defend your mothership as you shoot the incoming waves of aliens. Upgrade weapons to last…
More Action Games
ชมคลิปฟุตบอล ไทย - อิหร่าน ....เชียร์ไทย....ไทยแลนด์ สู้ สู้ สู้....สร้างฝันไทยไปบอลโลก " ถึงอย่างไรก็ไทยแลนด์ " ( บอลนอกแค่สะใจ แต่บอลไทยอยู่ในสายเลือด ) ให้กำลังใจ... ขอพื้นที่มุมส่วนนี้ไว้ติดตามผล นัดการแข่งขันล่าสุด ของนักกีฬาทีมชาติไทย Thailand....
Photobucket
Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket
เราขอสนับสนุนให้ทุกคนออกกำลังกาย ร่างกายจะได้แข็งแรง เป็นภูมิคุ้มกันการเจ็บป่วยนะครับ !












Photobucket
วันนี้คุณออกกำลังกายแล้วหรือยัง ?
Photobucket Photobucket
ติดตามบทความ และเนื้อหาสาระในครั้งต่อไป มีข้อมูลผิดพลาด ประการใด ต้องขออภัยใน ณ. โอกาสนี้ ขอขอบคุณ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ
billy & chalee. ,ส่งเมล billy_chalee@ymail.com

Photobucket

Photobucket Photobucket
ขอได้รับคำขอบคุณจาก Blog.Billy&Chalee.ที่เข้ามาเยี่ยมชม และติดตามเนื้อหาสาระต่อไปจากเรา

คลิก Link เพื่อดู วันมาฆบูชา และวันสำคัญทางพุทธศาสนาผ่านบทความ Blog Billy&Chalee ครับ
บอกรักกันทั่วโลก ทุกภาษา
Photobucket


Arabic :Ana Behibak (To Male)
Arabic :Ana Behibek (To Female)
Assamese : Moi Tomak Bhal Pau

Bengali : Ami Tomay Bhalo bashi
Bolivian : Quechua Qanta Munani
Bulgarian: Obicham Te
Burmese: Chit Pa De

Cambodian: Bon Sro Lanh Oon
Canadian: Sh’teme
Catalan: T’estim Molt
Cebuano: Gihigugma Ko Ikaw.
Chinese: Wo Ie Ni
Corsican: Ti Tengu Cara (To Female)
Corsican: Ti Tengu Caru (To Male)
Croatian: Ljubim Te
Czech: Miluji Te

Danish: Jeg Elsker Dig
Dutch: Ik Hou Van Jou

Ecuador: Quechua Canda Munani
Esperanto: Mi Amas Vin
Estonian: Mina Armastan Sind

Farsi: Tora Dust Midaram
Farsi (Persian): Doostat Daram
Filipino: Mahal Kita
Finnish: Mina” Rakastan Sinua
Flemish: Ik Zie Oe Geerne
French: Je T’aime

German: Ich Liebe Dich
Greek: S’ Agapo
Gujarati: Hoon Tane Pyar Karoo chhoon

Hebrew: Ani Ohev Otach (to Female)
Hebrew: Ani Ohevet Otcha (to Male)
Hindi: Mai tumse Pyar karta hoon (to Female)
Hindi: Mai tumse Pyar karti hoon (to Male)
Hungarian: Szeretlek

Icelandic: Eg Elska Thig
Indonesian: Saja Kasih Saudari
Irish: Taim I’ Ngra Leat
Italian: Ti Amo (Relationship/Lover/Spouse)

Japanese: Kimi O Ai Shiteru

Kannada: Naanu Ninnanu Preethisuthene
Kiswahili: Nakupenda
Korean: Tangsinul Sarang Ha Yo

Latin: Te Amo
Latvian: Ess Milu Tevi
Lisbon: Gramo-Te Bue’, Chavalinha
Lithuanian: Tave Myliu (Ta-Ve Mee-Lyu)

Macedonian: Sakam Te!
Malay/Indonesian: Aku Sayang Enkow
Malayalam: Njyaan Ninne’ Preetikyunnu
Marathi: Me Tujhashi Prem Karto (to Female)
Marathi: Me Tujhashi Prem Karte (to Male)

Norwegian: Jeg Elsker Deg (Yai Elske Dai)

Persian: Tora Dost Daram
Polish: Kocham Cie
Portuguese (Brazilian): Eu Te Amo
Punjabi: Mai Taunu Pyar Karda

Romanian: Te Iu Besc
Russian: Ya Vas Liubliu

Serbian: Lubim Te
Serbo-Croatian: Volim Te
Sinhalese: Mama Oyata Adarei
Slovak: Lubim Ta
Spanish: Te Quiero
Sri Lankan: Mama Oyata Arderyi
Swahili: Naku Penda (the person’s name follows)
Swedish: Jag A’Lskar Dig
Swiss-German: Ch’ha Di Ga”Rn
Syrian/Lebanese: Bhebbek (to Female)
Syrian/Lebanese: Bhebbak (to Male)


Tamil: Nan Unnai Kaathalikkiren
Telugu: Neenu Ninnu Pra’mistu’nnanu
Thai: Ch’an Rak Khun
Tunisian: Ha Eh Bak
Turkish: Seni Seviyo*Rum (* means O)

Ukrainian: Ja Tebe Kokhaju (true love)
Urdu: Mujhe Tumse Mohabbat Hai


Vietnamese: Em Ye’U Anh (to Man)
Vietnamese: Anh Ye’U Em (to Woman)
Vulcan: Wani Ra Yana Ro Aisha


ขอความหวัง ความรักที่ชาวโลกมีให้แก่กัน อยู่ในโลกใบเดียวกัน โลกสลายก็ตายกันทั้งหมด มาแก่งแย่งชิงดี ชิงเด่น อะไรกัน อายุคนแสนสั้น รักกันไว้นะครับชาวโลก เริ่มต้นเอาใจใส่ ต่อสิ่งที่มีชีวิต ผลกระทบที่จะเกิดกับโลกเรา ลดภาวะโลกร้อน สงครามยาเสพติด มลพิษ ป่าไม้ สัตว์ป่า ควรดูแลเอาใจใส่ จักเกิดขึ้นได้ ก็คือเราต้องรู้จักรักกัน “ ...บอกรักกันทั่วโลกครับ.... ”

................................................................................................
Web link billy&chalee ภูมิใจนำเสนอ ประโยชน์และเนื้อหาสาระ คลิก link สีทองด้านล่าง
BILLY & CHALEE 1 - 9 ตัวย่างคลิ๊ก ที่ข้อความ..สีทอง..ได้เลย ไม่มีสัญลักษณ์ที่ Mouse ครับ Photobucket
1.ลงชื่อ ร่วมแสดงความยินดีกับ 37 ปีรามคำแหง คลิก link
BILLY & CHALEE 1
2.ใส่ข้อมูล หางาน หาอนาคต คลิก link
BILLY & CHALEE 2
3.โทรศัพท์สายด่วนประจำบ้าน คลิก link
BILLY & CHALEE 3
4.แค่ใส่ชื่อเรา เขาจะทำนายดวง คลิก link
BILLY & CHALEE 4
? ? ? ? ?
Photobucket
5.เรื่องน่ารู้ ดูสิ ! อัศจรรย์จริง ๆ ในโลกเรา คลิก link
BILLY & CHALEE 5
6.ใส่ชื่อ ระบบการตรวจสอบทะเบียนชื่อสกุล คลิก link
BILLY & CHALEE 6
[0][1][2][3][4][5][6][7][8][9]
Photobucket Photobucket
7.ผลฟุตบอลทั่วโลก คลิก link
BILLY & CHALEE 7
8.สะเทือนใจ คนไทยทำร้ายกันเอง คลิก link
BILLY & CHALEE 8
9.ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ลุ้นผลรางวัล คลิก link
BILLY & CHALEE 9
อื่นๆ อีกมากมาย !
Photobucket
999.Web link เนื้อหาสาระ และความบรรเทิง ต้องเปิดครับ !
BILLY & CHALE 999
Hot News Update ! ! ! ! !
วัน By One. Hot Issue ข่าวเด่นประเด็นร้อน UPDATE News Monitor By Matichon และอื่น ๆ โปรดติดตาม
****BILLY& CHALE วัน By One*****
5959.มารู้จัก.นายบิลลี ชาคริต เมืองนาม ผ่าน Blogger
BILLY & CHALE 5959.เขานี่แหละแมงมุม เส้นใยแห่งการเชื่อมโยงองค์ความรู้ KM.

อบรมโครงการ คลิก Link Training By Chakrit.swf Photobucket
download บทความ เอกสาร และ Presentation ได้ใน Blog ท้ายบทความ billy & chalee





Photobucket
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๓ และกับทุกเทศกาลวัฒนธรรมอันดีงามของไทยในปีนี้ครับ
Photobucket
ขอให้โชคดี และปลอดภัยจากการเดินทาง
Photobucket
เมาไม่กลับ ด้วยความปรารถนาดีจาก...
บิลลี่ แอนด์ ชาลี , บิลลี่ เดอะ ชาคริต 2010
Good bye ...So Lucky to you

Photobucket

Photobucket ร่วมแสดงความคิดหาทางออกให้กับการเมือง กับเมืองนาม สิ่งแวดล้อม และเศรฐกิจไทย คลิ๊กLink Comment การเมือง กับเมืองนาม

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add billy&chalee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.