*-* ชวนมาทำ หนังสือ บอร์ดบุ๊ค อัลบั้ม อะไรก็ได้ แล้วแต่จะเรียกค่ะ *-*
ชวนมาทำหนังสือกันค่ะ จะเรียกหนังสืออะไรดีล่ะ บอร์ดบุ๊ก, หนังสือบัตรคำ, อัลบั้ม แล้วแต่จะเรียกค่ะ (ลองเลื่อนหน้าจอไปดูรูปก่อนค่ะ จะได้นึกออกว่าเป็นหนังสืออะไร) หนังสือที่เราทำเล่มนี้ทำจากมือล้วนๆ ต้นแบบได้มาจากเวปบอร์ดที่นึง นานแล้ว (ขอบคุณคุณเพิ่มรัก เจ้าของกระทู้ที่สอนทำค่ะ) เราไม่ได้ลอกแบบมาทั้งหมด เอามาแต่หลักการค่ะ พอรู้หลักการ เราก็เอามาดัดแปลงทั้งวัสดุอุปกรณ์และวิธีทำ เพราะวัสดุบางอย่างเราหาซื้อไม่เป็น คือไม่รู้จักน่ะค่ะ กลัวซื้อผิด บางอย่างซื้อยาก บางอย่างต้องซื้อเยอะ แต่ใช้นิดเดียว ไม่คุ้ม ออกตัวก่อนค่ะ เราไม่ใช่มืออาชีพนะคะ อาจจะไม่ถูกหลักการเท่าไหร่นัก (สำหรับผู้รู้ที่เผอิญผ่านมาดู ชี้แนะได้ค่ะ) แต่งานออกมาเราพอใจค่ะ

หนังสือแบบนี้ตอนแรกที่เราทำ กะลองทำดู ไม่จริงจัง เพราะมันยากมาก แต่พอทำสำเร็จภูมิใจมากทำเก็บไว้ให้หมิ่งหมิงดู หลายเดือนแล้ว หมิ่งหมิงยังเอาออกมาดูทุกครั้งที่เห็นเลย คุ้มค่าทางใจค่ะ แต่ไม่คุ้มค่าเวลาเอาซะเลย พอตอนหลังๆ เผอิญมีคนเห็นเราทำแล้วชอบ มาจ้างเราทำซะงั้น ทั้งๆ ที่เล่มที่เราทำมันไม่สวยเท่าไหร่ แต่เค้าให้เราทำอยู่ประมาณ 3 เล่ม เลยชักจะดีขึ้น แต่ยังไงก็ฝีมือสมัครเล่นอยู่ดีนั่นแหละ ทำเก็บไว้น่าภูมิใจนะคะ เลยมาแบ่งความภูมิใจกันทั่วหน้า ถ้าทำได้แล้ว สามารถดัดแปลงเป็นหนังสืออะไรก็ได้แล้วแต่เรา ทำอัลบั้มส่วนตัวแบบในสตูดิโอถ่ายภาพ (ที่ชอบมาตื้อเราทำแถมแพงมาก) ก็ได้ด้วยนะคะ ส่วนเรามีโครงการจะทำเล่มต่อไปเป็นหนังสือเสริมพัฒนาการหมิ่งหมิงค่ะ ถ้าใครมีผลงานแล้ว มาอวดกันบ้างนะคะ

พร่ามมาซะยาว เริ่มเลยดีกว่าค่ะ


---------------------------------------------------------------------------


นี่เลยค่ะ หนังสือที่เราทำ รูปบนอัลบั้ม LCD ค่ะ แบบที่ตามสตูดิโอถ่ายภาพเค้าชอบทำน่ะค่ะ (แพงมาก อยากได้มั่ง ทำเองซะเลย) เป็นเล่มแรกที่ทำ ไม่ค่อยสวยเลย ส่วนรูปล่างเพิ่งทำเสร็จค่ะ สวยพอใช้เลย หลักการทำเหมือนกัน แต่ปกไม่เหมือนกัน เราจะรีวิวการทำเล่มนี้นะคะ ใครจะดัดแปลงไปทำอัลบั้มรูปก็ได้ด้วยค่ะ





วัสดุและอุปกรณ์

รูปภาพหรืออาร์ตอะไรก็แล้วแต่ที่เราจะนำมาทำ, คัทเตอร์, ฟุตเหล็ก, ดินสอหรือปากกา, แผ่นสติ๊กเกอร์ใสสำหรับเคลือบ, แลคซีน, สเปร์ยกาว*, กระดาษแข็ง**, แผ่นโฟมสีที่นักเรียนชอบมาทำการฝีมืออ่ะค่ะ สีอะไรก็ได้ ทำเสร็จก็มองไม่เห็นแล้ว

* สเปร์ยกาวของสามเอ็ม เป็นกระป๋องค่ะ มีแบบติดชั่วคราวกับถาวร เราใช้แบบชั่วคราว เผื่อติดแล้วแกะแก้ได้ ซื้อตามร้านเครื่องเขียนใหญ่ๆค่ะ

** เราใช้แบบหนา 300 กว่าแกรมค่ะ กำลังสวย ศึกษาภัณฑ์มีขาย

วัสดุแค่นี้เองค่ะ ไม่มากเลย แต่ทำยาก



เริ่มจาก หาอาร์ตที่เราต้องการ หรือจะทำเอง หรือออกแบบเอง หรืออะไรแล้วแต่ค่ะ ขนาดก็ตามที่เราต้องการ ใหญ่เล็กทำแบบเดียวกัน เวลาทำอาร์ตก็ทำแบบในรูปนี้นะคะ คือวางอาร์ตเป็น 2 ข้างเท่ากัน เพื่อที่เราพับกลางแป๊ะ ก็จะได้ภาพเป็น 2 หน้า ไม่เบี้ยว ถ้าเบี้ยวในขั้นตอนนี้ ก็จะเบี้ยวทั้งเล่มเลยค่ะ จำนวนหน้าที่เราต้องการ แล้วเอาไปอัดรูปตามร้านอัดรูปค่ะ เล่มนี้ 40 หน้า อัดมา 20 รูป (พอพับครึ่งจะได้ 40 หน้าค่ะ)





ต่อไปพับกลางค่ะ อย่าพับเบี้ยวนะคะ

เทคนิค – พับด้านที่มีรูปออก แล้วรีดให้เรียบ เสร็จแล้วค่อยกลับเอาด้านที่ไม่มีรูปออก รอยพับจะสวย สวยยังไงหรือคะ? ต้องลองพับดูค่ะ แล้วจะรู้





พอพับทั้งหมดแล้ว ก็เอามาเรียงหน้าค่ะ แล้วแต่คนทำจะเรียงค่ะ เรียงดีๆนะคะ เรียงผิดแก้ไม่ได้ค่ะ

นำกระดาษแข็งมาตัดให้ขนาดใหญ่กว่ารูปที่พับแล้ว ซักเล็กน้อย เวลาตัด ตัดตรงๆนะคะ ถ้าจำเป็นก็เอาให้ตรงซักด้านเดียวก็ได้ค่ะ อีกสามด้านเบี้ยวนิดหน่อยไม่ว่ากัน





เอากระดาษแข็งมาพ่นกาว แล้วแปะทับรูป โดยให้กระดาษแข็งด้านที่ตรงที่สุดอยู่ตรงส่วนสัน และอย่าแปะพอดีสัน ให้แปะเข้ามาหน่อยนึง ประมาณตามรูปนี้ค่ะ สันจะได้ไม่งัดกัน

รูปอ้างอิง 1




พ่นกาวที่กระดาษแข็ง (รูปอ้างอิง 1) แล้วเอารูปแผ่นต่อไปมาติด สลับไปเรื่อยๆจนหมด





ดูอีกมุมนึง (ด้านสัน)





ลองกางดู ตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย ก็ไม่มีปัญหา





แบะกลางเล่มดู เปิดได้ 180 องศา สันไม่งัดกันค่ะ





นำไปเจียนขอบออกค่ะ ขั้นตอนนี้ถ้าคัทเตอร์จะไม่สวยค่ะ แนะนำให้ไปจ้างร้านพวกถ่ายเอกสารหรือรับเข้าเล่ม เค้าจะมีเครื่องตัด ตัดมาสวยเลยค่ะ ค่าตัดไม่แพง ถ้าตัดก็ไม่เกิน10-30 บาทค่ะ ก็แล้วแต่ร้านด้วยค่ะ เวลาจ้างตัดขีดเส้นรอยที่จะตัดด้วยนะคะ อย่าให้ร้านกะเอง เดี๋ยวกะไม่ถูก ตัดแล้วงานเสียค่ะ ไม่ถูกใจเราด้วย ไม่ต้องกลัวเป็นรอยปากกานะคะ ทำเสร็จมองไม่เห็นค่ะ

เอาของหนักๆ ทับไว้ 1 วันค่ะ





จากนั้นเอาแลคซีน หุ้มสันไว้ค่ะ หุ้มเหมือนที่เข้าเล่มรายงานตอนเรียนน่ะค่ะ เพื่อสันจะได้ไม่ฟู





ลองเปิดดู ก็ยังใช้ได้เหมือนเดิม

เสร็จขั้นตอนทำตัวเล่มแล้วค่ะ





ต่อไปมาทำหน้าปกกันค่ะ เล่มนี้เป็นปกแข็ง มีความหนาของปกค่ะ เพราะเราจะเสริมโฟมแผ่นๆเข้าไป ความหนาปกก็เลยจะหนาตามแผ่นโฟม ถ้าไม่ใช้ก็ได้ค่ะ แล้วแต่ดีไซน์ (ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะการทำเล่มนี้นะคะ)

- เริ่มจากกำหนดขนาดของปกให้ใหญ่กว่าตัวเล่มข้างละประมาณครึ่งเซ็น อธิบายไม่ถูก ดูตามภาพนะคะ ทั้งปกหน้าปกหลังขนาดเท่ากันค่ะ
- กำหนดขนาดของสันตามภาพค่ะ

แล้วออกแบบอาร์ตหน้าปกตามแบบที่เราต้องการ





วางอาร์ตตามแบบนี้ค่ะ แล้วปริ๊นท์ใส่กระดาษขาวด้านความหนาไม่เกิน 200 แกรม แต่เราว่า 150 แกรมจะกำลังดี พอปริ๊นท์แล้วตัดกระดาษให้เกินออกจากตัวอาร์ตประมาณข้างละ 2-3 ซม.

* ที่ไม่เอาไปอัดตามร้านอัดรูป เพราะกระดาษรูปมันลื่นและหนาพับยากค่ะ





นำไปเคลือบสติ๊กเกอร์ใส แล้วตัดมุมแบบนี้ (ตอนตัดตรงมุมให้ชนพอดีกับอาร์ตที่ทำนะคะ)

เวลาเคลือบสติ๊กเกอร์ใส ให้ตัวสติ๊กเกอร์ใสใหญ่กว่ากระดาษปริ๊นท์นะคะ แล้ววางกระดาษตรงกลางสติ๊กเกอร์ ตามภาพ





ลอกกระดาษหลังสติ๊กเกอร์ใสออก เอาสันคัทเตอร์ขีดขอบเขตด้านหลังของอาร์ตหน้าปกที่ทำ ขีดสันด้วยนะคะ ให้พอเป็นรอย ไว้พับสะดวกค่ะ





ตัดโฟมแผ่นขนาดเท่าพื้นที่สีเหลือง ทั้งปกหน้า ปกหลัง สัน ทั้งหมดก็ 3 ชิ้นค่ะ

รูปอ้างอิง 2




พ่นกาวที่โฟมแล้วติดด้านหลังปกที่ทำรอยไว้พับ วางให้ตรงพอดีรอยค่ะ

ถึงตอนนี้สเปร์ยกาวเราหมดพอดี เลยใช้กาว 2 หน้าอย่างบางติดแทนก็ได้ค่ะ พอใช้แล้วเราว่าขั้นตอนนี้ใช้กาว 2 หน้าสะดวกกว่าสเปร์ยกาวนะคะ





ตลบขอบขึ้นมาปิด ขณะพับตลบขึ้นมาให้ใช้นิ้วค่อยๆ รีดกระดาษปกให้คมสวย และดึงให้ตึงนะคะ เดี๋ยวไม่สวย

พอเสร็จแล้วให้พับแบบในรูปค่ะ พยายามพับให้ชิดพอดีกับแผ่นโฟมนะคะ





แล้วพลิกด้านหน้ามา กดให้แบนที่สุด เวลาเปิดปิดเล่มจะได้คล่องๆ





เอากาว 2 หน้ามาติดที่ปกหน้าปกหลัง โดยเว้นตรงสันไว้เท่ากับเส้นประ (ตามรูปอ้างอิง 2)





- ลองเอาปกมาทาบกับเล่ม ว่าพอดีมั๊ย
- ลองกางดู โดยใช้มือจับที่หน้ากลางของเล่มพอดี และจับที่ปกด้วย จับทั้งสองมือนะคะ จับแน่นๆ อย่าให้เลื่อน แล้วลองกางออก ว่ากางได้ 180 องศามั๊ย ถ้าปกพอดี มันควรจะกางได้ค่ะ

ในรูปเราจับมือเดียว เพราะอีกมือถ่ายรูปค่ะ





ปกพร้อมแล้ว เล่มก็พร้อมแล้ว มาประกอบกันค่ะ

ใส่ปกเข้ากับเล่มให้ระยะพอดีสวย ไม่สูงไป ต่ำไป เพราะปกที่ทำมันใหญ่กว่าเล่มค่ะ ส่วนตรงสันจับให้ชิดปกเลยนะคะ ได้แล้วจับแน่นๆ อย่าให้เลื่อน

วางนอน เปิดปกหน้า ลอกกาว 2 หน้าออก (ตอนนี้ให้จับด้านข้างเล่มกดไว้กับปกหลัง อย่าให้เลื่อน) วางปกหน้าปิดลงมา ค่อยๆ ปิดค่ะ ดูว่าปิดแล้วไม่เบี้ยว และสันยังแนบชิดกับเล่มอยู่

พลิกด้านหลัง ทำแบบเดียวกับปกหน้า





กางดู ตั้งแต่หน้าแรกถึงหน้าสุดท้าย ต้องกางได้ 180 องศา ทุกหน้า ก็จะได้สิ่งนี้มา ทำเองภูมิใจหนักหนา ใครๆ ก็ชมค่ะ เราทำปกตั้ง 3 รอบแน่ะ กว่าจะพอดี ตอนทำรอบสาม เรานั่งคิดตั้งนานว่าทำไมไม่ได้ กว่าจะคิดได้ 2 วันแน่ะค่ะ

เสร็จแล้วค่ะ





เล่มบน ในคห.1 เราทำเป็นอัลบั้มLCD เล่มนี้หน้าปกง่ายมาก พอทำตัวเล่มเสร็จ ก็เอาปกหน้าหลังมาแปะทับลงไปเลย ส่วนสันไม่มีอะไร เป็นแลคซีนเปลือยๆ เพียงแต่เคลือบพลาสติกใสปกหน้าหลังเท่านั้นค่ะ เพื่อนๆ จะทำแบบนี้ก็ได้ง่ายดี และยังไม่มีใครติว่าไม่สวยเลย มีเราคนเดียวติตัวเองอยู่ได้ (สงสัยมาตรฐานสูงไป อิอิ)

ส่วนเล่มปกแข็งนี่ เราว่าถ้าทำเป็นอัลบั้มรูปน่าจะสวยมากเลย ยิ่งเหมือนในสตูฯ ใหญ่เลย

จบการรีวิวค่ะ ขอให้สนุกในการทำนะคะ

เล่มเล็กเหมาะมือหมิ่งหมิงมาก ปกหลังกับสันเราเลือกรูปที่เค้าชอบค่ะ เห็นทีไรยิ้มทุกที ส่วนปกหน้า เราออกแบบเองค่ะ หัวไม่ค่อย Create ค่ะ เลยออกมาแบบเรียบๆ

ดูหมิ่งหมิงสิ ชอบใจใหญ่เลย




Create Date : 08 กรกฎาคม 2553
Last Update : 8 กรกฎาคม 2553 21:37:57 น.
Counter : 8048 Pageviews.

11 comment
มาทำแม็กเนตจับคู่ให้หมิ่งหมิงกันนะ
ดูของเล่นในเวปให้หมิ่งหมิง โอโห! ราคาแพงๆ ทั้งนั้น บางอย่างมันก็ง่ายๆ เราคิดว่าทำเองน่าจะได้ เราก็เลยคิดเอาไว้ในใจ แล้วมาลองดูหมิ่งหมิงก่อนว่าเค้าชอบทำอะไร

หลายวันต่อมาสังเกตเห็นหมิ่งหมิงเวลารื้อตู้เสื้อผ้าเค้า (ซึ่งรกมาก) เค้าสามารถหาถุงเท้าคู่เดียวกัน ซึ่งมันอยู่คนละมุมตู้ออกมาจับคู่กันได้ และเอามาให้เราใส่ บางทีก็เป็นรองเท้า หรือบางทีก็เป็นฝารังถ่านของไฟฉายมันหลุดออกมา หมิ่งหมิงยังหามาให้เราใส่ไฟฉายได้เลย

เราเห็นว่าว่าหมิ่งหมิงจับคู่ได้ และบวกกับชอบไปเล่นแม็กเนตติดตู้เย็น ก็เลยเกิดความคิดว่าเอาล่ะ เราจะทำแม็กเนตรูปต่างๆ มาให้หมิ่งหมิงจับคู่ดีกว่า ซึ่งมันก็ต้องทำเป็นคู่ๆ คือมี 2 ชุดเหมือนกัน

ทีนี้ก็คิดๆๆๆๆๆๆ ขั้นตอนการทำ ตั้งแต่แรกจนสุดท้าย คิดอยู่ในหัว จนปวดหัว และแล้วก็คิดได้ จึงลงมือทำ

ต่อไปเป็นขั้นตอนการทำแม็กเนต สำหรับจับคู่ค่ะ





1. หารูปที่คิดว่าลูกชอบ อย่างหมิ่งหมิงเค้าชอบสัตว์น่ารักๆ เราก็หาจากหนังสือหัดอ่านเอบีซีของเค้านั่นแหละ มาสแกน ตกแต่งนิดหน่อยในโฟโต้ช็อป แล้วปรับขนาดตามชอบ เราทำขนาด 4x4 cm. ฉะนั้นรูปภาพต้องเล็กกว่านิดหน่อย พอใจแล้วปริ๊นท์เลย มีรูปทรงเรขาคณิตเป็นสีๆ 3 แบบ กับรูปหมิ่งหมิ่งหมิงอีก 2 รูป เป็นของแถม

รูปอาจไม่ชัดนะคะ (ถ่ายจากมือถือ)





2. นำรูปมาแปะไว้กับกระดาษแข็งๆ หนาๆ ไม่รู้เรียกกระดาษอะไร เป็นสีน้ำตาล ซื้อที่ศึกษาภัณฑ์ มันมีหนามากน้อยไม่เท่ากัน ของเราเลือกแบบหนาสุด เบอร์20 ใช้กาวลาเท็กซ์ทานะคะ อย่าทาหนาเอาแค่ติดได้ เดี๋ยวกระดาษย่นค่ะ แปะกระดาษหนาทั้งหมด 3 ชั้นค่ะ ที่แปะ 3 ชั้นเพราะหมิ่งหมิงจะได้หยิบง่ายๆ แล้วหาของหนักๆทับไว้ ซักคืนนึงก็ได้จะได้แห้งสนิท ไม่งอด้วย





3. พอได้ตาม 2. แล้วก็จัดการตัดเป็นชิ้นๆ ตามขนาดที่กำหนดไว้ ขั้นตอนนี้พอดีบ้านเราเป็นศูนย์ถ่ายเอกสาร มีเครื่องตัดกระดาษอยู่แล้ว เราเลยตัดเองได้ แต่ถ้าไม่มีเครื่องตัด ให้ใช้คัทเตอร์ค่อยๆ ตัดนะคะ จะใช้เวลาหน่อย เพราะมันหนามาก ขั้นตอนนี้น่ะ เมื่อยมือมากเลย

ออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ





4. ที่จริงจะติดแม่เหล็กด้านหลังได้แล้ว แต่เรากลัวไม่ทนมือทนไม้หมิ่งหมิง และไม่เงางาม เราเลยเคลือบด้วยสติ๊กเกอร์ใส

ตัดสติ๊กเกอร์ขนาด 12x12 ซม. แล้วแกะกระดาษหลังสติ๊กเกอร์ออก เหลือแต่สติ๊กเกอร์ใส วางลงโดยเอาด้านกาวอยู่บน แล้ววางรูปภาพคว่ำลงตรงกลาง ให้รูปอยู่ติดกับกาวของสติ๊กเกอร์ใส





5. ตัดมุมสติ๊กเกอร์ออก แบบในรูป





6. ตลบสติ๊กเกอร์ทั้งซ้ายขวาบนล่าง ทีละด้าน อ้อมมาแปะไว้ที่ด้านหลังรูป จะได้แบบนี้





7. แผ่นแม่เหล็ก เราซื้อแบบแผ่น ขนาดเอ4 ด้านหลังจะเป็นกาว ลอกออกมาติดได้เลย ที่ศึกษาภัณฑ์ ราคา 72 บาท ใช้แค่แผ่นเดียวเอง ทำได้ 34 อันแน่ะ นำมาตัด 4x4 ซม.





8. เอาแม่เหล็กมาแปะไว้ด้านหลังรูปที่เคลือบสติ๊กเกอร์ใสแล้ว





9. น่าจะเสร็จแล้วนะ แต่ยัง เรายังไม่พอใจ กลัวแม่เหล็กไม่ทนมือทนไม้หมิ่งหมิงอีกเช่นเคย ก็เลยคิดจะเคลือบอีก ก็เอาสติ๊กเกอร์ใสมาตัดให้ใหญ่กว่า 4x4 คือเกินออกมาด้านละเท่ากับความหนาของรูป แล้วทำเหมือนขั้นตอนที่ 4-6 เพียงแต่ในขั้นตอน 4. เราวางรูปคว่ำหน้าลง แต่คราวนี้วางด้านแม่เหล็กลง

ระวังฟองอากาศนะคะ ทางที่ดี พอวางแม่เหล็กลงบนสติ๊กเกอร์ใสแล้ว อย่าเพิ่งกด ให้หยิบรูปหงายด้านแม่เหล็กขึ้น ค่อยๆเอามือรีดทีละนิด ไล่ไปเรื่อยๆจนทั่ว จะไม่มีฟองอากาศ

ในรูปทำอันแรกมีฟองอากาศค่ะ พออันต่อไปไม่มีแล้ว





เสร็จแล้ว





ไปดูหมิ่งหมิง เด็กหญิง 1 ขวบ 1 เดือนเล่นดีกว่า





สรุปผล
- หมิ่งหมิงชอบแกะทิ้งลงพื้นมากกว่าชอบเอามาติดซะอีก
- หมิ่งหมิงชอบเอามาถือเล่นไปทั่วห้อง
- รูปที่ชอบมากๆ จะเป็นรูปทรงเรขาคณิต
- ตั้งแต่ทำมา 2 อาทิตย์แล้ว มันเริ่มหายไปบ้างแล้วล่ะ




Create Date : 01 เมษายน 2553
Last Update : 1 เมษายน 2553 1:19:37 น.
Counter : 1200 Pageviews.

5 comment

หมูน้อยตัวโต
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]