The Greatest Happiness are Family Happiness
Group Blog
 
All blogs
 

เรียนม.ไหนดีนะ ... มหาวิทยาลัยศิลปากร ตอนที่ 1




มหาวิทยาลัย ศิลปากร (มศก.)
Silpakorn University (SU)


ก่อตั้ง : พ.ศ. 2486
สัญลักษณ์ : พระพิฆเนศ
ต้นไม้ประจำสถาบัน : ต้นจัน
สีประจำสถาบัน : เขียวเวอร์ริเดียน
จำนวนคณะ : 13 คณะวิชา 1 วิทยาลัย
จำนวนนักศึกษาปัจจุบัน :18,599 คน
อัตราค่าเล่าเรียน : หน่วยกิตละ 120-150 บาท
ที่อยู่และเบอร์โทรศัทพ์ :
- สำนักงานอธิการบดี ตลิ่งชัน 22 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
โทร 0-2880-7374, 0-2880-9925-36
- วิทยาเขตวังท่าพระ(หน้าพระลาน) 31 ถ.หน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
โทร 0-2623-6115-22
- วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ (ทับแก้ว) ถ.ราชมรรคาใน อ.เมือง จ.นครปฐม
โทร 034-25-3910-9
- วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี 1 หมู่ที่ 3 ถ.ชะอำ-ปราณบุรี ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
โทร 032-59-4026
เว็บไซต์ : //www.su.ac.th

ความเป็นมา


หากพูดถึงศิลปากร ใครๆ ก็ต้องนึกถึงนักศึกษามาดเซอร์ วาดรูปเก่ง เป็นศิลปินอย่างในภาพยนตร์ "กลิ่นสีและกาวแป้ง" หรือ "รักออกแบบไม่ได้" ซี่งความจริงก็เป็นเช่นนั้น จวบจนถึงวันนี้ มหาวิทยาลัยศิลปากรนับได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในประเทศไทยที่เน้นการเรียนศิลปะทุกแขนง นักศึกษาที่นี่ส่วนใหญ่ต้องมีฝีมือในการวาด แกะสลัก ประดิษฐ์ หรือออกแบบเป็นอย่างดี ถึงจะสามารถเข้าได้ อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยศิลปากรได้พัฒนาการเรียนการสนอให้เทียบเท่าสากล กล่าวคือมีคณะที่ไม่เกี่ยวข้องกับศิลปะเพิ่มขึ้นอีกมากมาย

มหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อตั้งโดยศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี (เดิมชื่อ Corrado Feroci) ประติมากรชาวอิตาเลียน ซึ่งเดินทางมารับราชการในประเทศไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เริ่มแรกมีฐานะเป็น " โรงเรียนประณีตศิลปกรรม" สังกัดกรมศิลปากร และต่อมาเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 ได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยใช้สถานที่ของวังท่าพระ ซึ่งเป็นบริเวณของพระราชวังเก่าแก่ถึง 3 วังที่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ซึ่งอยู่ในพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ชั้นใน ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง อันเป็นที่ตั้งของวังท่าพระแห่งนี้ เดิมเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ซึ่งเป็นนายช่างเอกท่านหนึ่งของประเทศไทยอีกด้วย ในครั้งนั้น คณะจิตรกรรม และประติมากรรมได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นคณะแรก ถัดจากนั้นคือ คณะสถาปัตยกรรมไทย คณะโบราณคดี และคณะมัฑณศิลป์

ต่อมาในปี พ.ศ. 2509 มหาวิทยาลัยศิลปากรมีนโยบายที่จะขยายการเรียนการสอนให้หลากหลายขึ้น แต่เนื่องจากเนื้อที่บริเวณวังท่าพระค่อนข้างคับแคบ จึงได้ขยายเขตการศึกษาไปยังพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม ซึ่งเคยเป็นพระราชวังของรัชกาลที่ 6 และจัดตั้งคณะอักษรศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และคณะดุรียางคศาสตร์ขึ้นตามลำดับ และหากพูดถึงคณะเภสัชศาสตร์ของทับแก้ว หลายคนก็คงจะคุ้นเคยกับชือ่ "เภสัชศาลา" ซึ่งที่เป็นที่ที่คณาจารย์ของคณะให้คำแนะนำการใช้ยาที่เหมาะสมแก่ประชาชน

จนกระทั่งปี 2540 มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ขยายเขตการศึกษาอีกครั้ง โดยไปจัดตั้งวิทยาเขตแห่งใหม่ที่ จ.เพชรบุรี เปิดสอนคณะสัตวศาสตร์ และเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาการจัดการ และคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรีนี้ จะเป็นวิทยาเขตแห่งแรกของประเทศไทยที่มีการออกแบบอาคารและวางแผนแม่บทให้ประหยัดพลังงาน ทั้งในเรื่องการลดความร้อน การใช้แสงสว่างและธรรมชาติ และรักษาสภาพแวดล้อม โดยนำของเสียและพลังงานหมุนเวียนมาใช้ประโยชน์ อาคารทุกหลังจะสูงไม่เกิน 5 ชั้น และใช้บันไดแทนลิฟท์

เครื่องหมายราชการของมหาวิทยาลัย คือ พระพิฆเนศ ซึ่งเป็นเทศแห่งศิลปะ และเป็นที่เคารพในหมู่ศิลปินทุกแขนง


จากหนังสือ : ม.ไหนดี 2551
NJ Magazine




 

Create Date : 06 มีนาคม 2551    
Last Update : 6 มีนาคม 2551 10:53:45 น.
Counter : 823 Pageviews.  

เพลงนี้ ...สวรรค์อักษร



ย้อนกลับไปเมื่ออดีต สงสัยจะหลายล้านปีมาแล้ว แต่ยังจำได้ดี เมื่อคราวที่ได้ขึ้นเป็นพี่ปี 2 กิจกรรมที่รอคอย และรอคอยก็คือกิจกรรมรับน้องใหม่

พี่ๆ ปี 2 ส่วนใหญ่จะแบ่งกลุ่มเป็น พี่เชียร์ (ไม่ได้เป็นกับเขาหรอก) พี่ว๊าก (ก็ไม่ได้เป็นกับเขาเหมือนกัน เพราะหน้ายังไม่โหดพอ) แต่ก็ยังดีที่ยังได้ทำหน้าที่พี่กับเค้า ก็คือ พี่ที่ดี (อืม...)

ปกติตอนเย็นเลิกเรียนแล้ว จะเป็นเวลาที่ไปเฝ้าดูน้องใหม่มาซ่อมน้อง ร้องเพลงเชียร์ ไปแอบเหล่น้องๆ ที่น่ารักๆ
และไปแอบดูน้องรหัสตัวเองว่าเป็นยังไงบ้าง แล้วก็แอบเอาขนมไปแขวนไว้หน้าห้องน้องรหัส


ย้อนกลับไปเมื่อตอนเป็นน้องปี 1 สิ่งที่ทำได้และไม่น่าเกลียด คือ ไถขนมพี่ๆ โดยเฉพาะพี่ผู้ชาย ใจดีนักหล่ะ ไถทีไรได้กินฟรีทุกที พอขึ้นปี 2 กรรมเริ่มตามสนอง โดนน้องไถบ้างแล้ว

แล้วก็มานึกถึงเพลงเชียร์ของคณะ เพลงที่ดังๆ ที่เพื่อนๆ คณะอื่นชอบให้พวกเราร้องให้ฟังก็มีเพลง " ดาวอักษร" แต่มันก็มีอีกเพลงที่ชอบมากๆ เป็นเพลงที่เพื่อนผู้ชายในคณะแต่งขึ้นมา และสอนให้น้องใหม่ร้อง ชื่อเพลง "สวรรค์อักษร"

มือกระชับจับไว้ให้คงมั่น มองตากันเรารู้ทันใด
ภูมิใจนักเพราะรักเรายิ่งใหญ่ จับมือไว้อักษรสัมพันธ์
มีเพียงเราที่เข้าใจกันดี พร้อมจะมีสิ่งดีให้กัน
ให้ลือนามทั่วทั้งสนามจันทร์ ว่าสวรรค์อยู่ที่อักษร

มือกระชับจับไว้ให้คงแน่น โอบดินแดงแห่งศิลปากร
ภูมิใจนักเพราะเราคืออักษร จะอาวรณ์อักษรนิรันดร์
มีเพียงเราที่เข้าใจกันดี พร้อมจะมีสิ่งดีให้กัน
ให้ลือนามทั่วทั้งสนามจันทร์ ว่าสวรรค์อยู่ที่อักษร




 

Create Date : 28 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 1 สิงหาคม 2550 16:31:38 น.
Counter : 1498 Pageviews.  

รับน้องหฤหรรษ์



เมื่อผ่านการสอบสัมภาษณ์ และการสอบภาษาอังกฤษเรียบร้อยแล้ว ชั้นก็เข้ามาเป็นนักศึกษามหาลัยนี้เต็มตัว ในสมัยนั้นนักศึกษาไม่นิยมใส่เสื้อรัดรูป รังดุมระเบิดเหมือนสมัยนี้ ทางมหาลัยให้ใส่กระโปรงสีอะไรก็ได้ที่สุภาพ นักศึกษาปีหนึ่งใส่รองเท้าขาวและถุงเท้าขาว ดูน่ารัก และมีตุ้งติ้งเป็นสัญญลักษณ์ประจำคณะ

ก่อนที่จะมีการเปิดเทอม ทางมหาลัยก็จัดกิจกรรมใหญ่ขึ้น เป็นงานรับน้อง ซึ่งจัด 2 วัน วันแรกที่วิทยาเขตที่ชั้นเรียน ส่วนวันที่ 2 ก็ที่กรุงเทพฯ

น้องๆ ปีหนึ่งทุกคนจะโดนแบ่งกลุ่มให้ไปอยู่รวมกันกับเพื่อนๆ ต่างคณะ เพื่อให้ได้ทำความรู้จักกันให้มากที่สุด แล้วแต่ละกลุ่มก็มีชื่อกลุ่ม เช่น พวงชมพู เฟื่องฟ้า พวงแสด เป็นต้น กลุ่มชั้นมีพี่กลุ่มจากคณะศึกษา พี่ๆ จะมาคอยดูแลพวกชั้น สอนร้องเพลงมหาลัย สอนร้องเพลงสนุกสนาน เล่นเกมต่างๆ

ไก่แจ้ตายแล้ว ไก่แจ้ตายแล้ว
มันจะไม่ขันอีก มันจะไม่ขันอีก
เกาะกาดี เกาะกระดาน
เกาะ เกาะ เกาะกาดี เกาะกาดี เกาะกาดาน


อันนี้เป็นเพลงฮิตประจำกลุ่ม แถมยังมีท่านเต้น น่ารักๆ อีกต่างหาก ที่กลุ่มก็จะมีหัวโจกคนหนึ่ง เป็นเด็กซิ่วมาจากรั้วพ่อขุน มันห้าวหาญมาก ชื่อ ภพ พี่ใช้ให้มันทำอะไรมันก็ทำ จนเพื่อนๆ เห็นความดีของมันให้มันเป็นหัวหน้ากลุ่มซะ

แต่ละกลุ่มก็ต้องรอคิวเพื่อเข้าซุ้มของพี่ๆ แต่ละคณะ นั่งเล่นเกมรอ โดนพี่แกล้งบ้างสนุกสนานเฮฮา ชั้นจะกลัวคณะจิดกำมาก เพราะมันดูลึกลับ พี่ๆ ผมยาวๆ กันทั้งนาน แต่พอเข้าไปในซุ้มก็ไม่มีอะไรน่ากลัว เพราะพี่เค้าเป็น artist เค้าก็ชอบเล่นสี ผสมสีกัน ดังนั้นเสื้อผ้า หน้าตา และผมก็จะเป็นหลากสี ตามแต่ใจของพี่

พอตกดึกก็จะมีคอนเสริตใหญ่ อิเพื่อนหัวโจกของชั้นมันก็เต้นอย่างเมามันไม่หยุด และก็ฉุดให้พวกชั้นเต้นตามมันไปด้วย ก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน

รับน้องวันถัดมาก็มารับกันที่วิทยาเขตที่ชั้นเรียน เราเปลี่ยนชุดกันเป็นชุดออกรบ เสื้อยืด กางเกงขายาว แล้วลุย.... ชั้นกับเพื่อนๆ เข้าซุ้มต่างๆ จนครบ ผมชั้นเต็มไปด้วยเม็ดแมงลัก หน้าตาก็เปื้อนสี เสื้อเปียกปอน กางเกงก็เปื้อนโคลน นั่งกินข้าวกลางวันทั้งๆ ที่สกปรกมอมแมม อร่อยจริงๆ ข้าวมื้อนั้น

ชั้นได้กลับไปอาบน้ำ แต่งตัวที่หอพักก่อนที่จะมาร่วมงานในตอนเย็น ทางมหาลัยได้จัดให้มีการประกวดดาวมหาลัย โดยให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มขึ้นไปประกวด และแล้วดาวในปีนั้นก็เป็นน้องใหม่จากเดคฯ

ในที่สุดงานเลี้ยงย่อมมีการเลิกรา น้องใหม่ทุกคนจับมือกันล้อมวงกันที่สระแก้ว จุดเทียน และร่วมกันร้องเพลงประจำมหาลัย เรายิ้มให้กับเพื่อนใหม่ พี่กลุ่ม รุ่นพี่ และสัญญากันว่าเราจะไม่ลืมกันแม้ว่าเราจะอยู่กันคนละวิทยาเขตก็ตาม แล้วชั้นจะไปเยี่ยมนายนะเพื่อน เออ...แล้วเจอกัน





 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2549    
Last Update : 1 สิงหาคม 2550 16:26:52 น.
Counter : 297 Pageviews.  

ซ่อมน้อง + + ซ่อมได้

เป็นที่รู้ๆ กันว่ามหาลัยเรานั้นมีประเพณีซ่อมน้องบรรจุอยู่ในหลักสูตรแรก หลังจากที่เริ่มเรียนแล้ว ตอนเย็นชั้นกับเพื่อนๆ ต้องเปลี่ยนจากชุดนักศึกษา มาเป็นชุดซ่อมน้อง รุ่นชั้นมีเสื้อ 2 ตัว สีขาวเอาไว้ใส่ตอนเชียร์ กับสีน้ำเงินเอาไว้ใส่ตอนซ่อมน้อง

พวกชั้นปี 1 จะถูกเกณฑ์ให้มานั่งจ๋องๆ อยู่หน้าตึก เรียงกันตามรหัส แล้วก็จะมีพวกรุ่นพี่ที่รักน้องมากๆ คอยตามดูอยู่ไม่ห่าง บางคนถึงขั้นขี่จักรยานตามเวลาน้องๆ วิ่งรอบมหาลัย สอดส่ายสายตาหาน้องรหัสของตัวเองว่าหน้าตามันจิ้มลิ้มกันแค่ไหน หน้าแก่กว่าพี่รหัสรึป่าว หรือว่าน้องชั้นนี่มันเพศไหนกันแน่

และแล้ว ...พี่ว๊ากจะเดินดุ่มมาด้านหน้าแถว ใส่ชุดสีดำมะเมื่อม แขนยาว มีหัวหน้าว๊ากคอยตะคอกน้องๆ จิกด่า เรียกพวกชั้นว่าคุณยังงั้น คุณยังงี้ เรายังไม่ยอมรับคุณให้เป็นอักษรเต็มตัว คุณต้องพิสูจน์ โอ๊ย...อะไรกันนักหนาคะคุณพี่

จิกด่าพวกชั้นยังไม่พอ แถมยังบังคับให้พวกเราอมลูกอมแล้วส่งต่อกันทางปากอีกต่างหาก ตอนนั้นเค้าฮิตลูกอมสีเขียวอันใหญ่กลิ่นเมล่อน ก็เอามาอมส่งต่อกันไป โชคดีเป็นอย่างยิ่งอิเพื่อนบางคนดั้นทำลูกอมหล่นค่า หล่นไปที่พื้น ซึ่งดันเป็นพื้นดิน มีหญ้าปกคลุม พี่ว๊ากก็สั่งเลยค่า ให้เอาปากหยิบขึ้นมา แล้วอม อม อม ให้สะอาดกิ๊ก แล้วค่อยส่งให้เพื่อนต่อไป เสียดายที่พวกผู้ชายต้องออกไปอยู่อีกแถวด้านหน้า ไม่งั้นมีเฮ

สั่งให้พวกชั้นวิ่ง รอบมหาลัย อย่างกับพวกเราต้องการสมัครเป็นทหารเกณฑ์ โดนทำโทษบ้าง วิ่งไปร้องเพลงไปสิ เพลงที่ร้องประจำเพราะนึกอะไรไม่ออกแล้ว

โอ้เมษาหน้าร้อน อ่อนระโหย
ดอกไม่โรยร่วงหล่น บนพื้นหญ้า
แสงอาทิตย์ เรืองรอง ส่องแสงมา
แต่แก้วตา ใยร้าง ห่างพี่ไป แต้ตะแล้ด



ระหว่างทางที่วิ่งไป พวกชั้นก็ได้มีโอกาสชมนกชมไม้ ใครเชือกรองเท้าหลุดหนึ่งคน เพื่อนทุกคนต้องผูกเชือกเหมือนกัน (พี่คะ พี่คิดได้ไง)

พวกชั้นโดนสั่งให้ทำอะไรอีกหลายอย่างเพื่อให้สมกับเป็นชาวอักษร เช่น ร้องเพลงทำนองอัสนี-วสันต์แต่เนื้อเพลงเป็นป้ายก่อสร้างตึก 555 หรือไม่ก็ต้องแต่งกลอน ..อันนี้เด็กๆ ค่ะ บางทีก็สั่งให้ปีนต้นไม้ เอามือเดินต่างเท้า แล้วให้เพื่อนจับขาทั้งสองข้างขึ้นมาทำเป็นไถนา อ้าวพี่ขา หนูไม่ใช่วัว ใช่ควายนะค๊า

แต่ที่ชอบที่สุดเห็นจะได้แก่เล่นเหาะ พี่ก็จะให้เพื่อนๆ ในกลุ่มยืนเป็นสองแถวหันหน้าเข้าหากัน เอามือประสานกันไว้ แล้วให้เพื่อนคนหนึ่งที่เหลือปีนขึ้นไปนอนบนมือ แล้วให้เพื่อนๆ กระเด้งส่งให้เพื่อนคนนั้นมันเหาะให้ไปถึงสุดทางแถวให้ได้

พี่ว๊ากเนี่ยมีอิทธิพลกับน้องๆ มากเลย เพราะน้องๆ จะคอยจับตามองพี่ว๊ากตลอด แหะ แหะ พี่เค้าคงรู้ก็เลยไม่มีหลุดยิ้มออกมาให้พวกเราเห็นเลยหล่ะ หัวหน้าว๊ากเป็นพี่ชั้นปี 3 ผู้ชายหน้าตาธรรมดาๆ คนหนึ่งแต่น้องๆ กรี๊ดกันนักแหล่ะ พี่ว๊ากบางคนก็พูดเหน่อ เวลาออกคำสั่งที น้องขำกันใหญ่ พี่บางคนก็หน้าโหดมาก บางคนก็สวยแต่ดุ

วันที่ยังอยู่ในความทรงจำไม่ลืมเลือน คือวันที่ปิดว๊าก วันนี้นเป็นวันที่พี่ว๊ากโหดสุดๆ สั่งทำกิจกรรมโหดมากทั้งให้วิ่งไม่หยุด ลงสระน้ำ เอาโคลนมาป้ายกัน เอาหญ้าเอาใบไม้มาวางไว้บนหัวเพื่อน เปียกมอมแมมกันทุกคน แถมยังเลิกดึกมากๆ แล้วพี่ว๊ากก็นำพวกชั้นเข้ามาที่โรงละคร ปกติถ้าได้เข้ามาที่โรงละครแล้วจะหมดหน้าที่ของพี่ว๊าก และไฟก็ดับหมด ไม่มีพี่เชียร์อยู่เลย พวกชั้นก็ใจเสีย นึกเลยว่าวันนี้มันวันอะไรกันแน่นะ ทั้งมึด ทั้งเงียบ เสียงริ่งเรไร ดังระงม พี่ว๊ากเดินเข้ามาหน้าแถวน้องๆ ทุกคนด้านหน้า จุดเทียนขึ้นในมือทุกคน เสียงเพลงดังออกมาจากทางด้านบนเวที

น้องใหม่ จงภูมิใจ เถิดว่าอาณาจักร
สีเขียวๆ ใต้ร่มจันทร์คือบ้านพัก
สิทธิและศักดิ์ เสรีมีพรักพร้อม
ก้าวเข้ามาเถิดน้อง มองให้สิ้น
นี่คือถิ่นของเราเข้ามาเถอะน้อง
อยู่ด้วยศักดิ์นักศึกษา อย่าตรมตรอม
พี่จะกล่อมเพลงสวรรค์ ปลอบขวัญมา


พี่ว๊ากทุกคนเดินมาผูกข้อมือให้กับน้องๆ ทุกคน และกอดพวกเราไว้ ยิ้มของพี่ว๊ากมันช่างสดใสเสียนี่กระไร เรากอดตอบพี่ น้ำตาแห่งความภาคภูมิใจที่พี่ๆ ยอมรับพวกเราเข้าเป็นอักษรศาสตร์อย่างเต็มตัว ความสุข ความทรงจำครั้งนั้นมันยังกรุ่น อยู่เสมอเมื่อชั้นนึกถึงมัน รักพี่ๆ และคณะจัง





 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2549    
Last Update : 15 พฤษภาคม 2549 11:07:31 น.
Counter : 328 Pageviews.  

เด็กหอ...ห หีบ

ชีวิตนักศึกษาของชั้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อก้าวเท้าเข้าไปเริ่มเรียนที่นี่ ชั้นต้องอยู่หอพักหน่ะสิ วันแรกที่เข้าหอที่บ้านเอารถมาส่ง ก็หอบหิ้วของมา นิดหน่อยๆ ไปมอบตัวเข้าหอ พอดีได้อยู่ห้องเดียวกับเล็ก เพื่อนที่รู้จักกันก่อนหน้านั้น และกับเพื่อนอีกคน

ชั้นไม่รู้จะเริ่มต้นตรงจุดไหน เพราะต้องปัดกวาดเช็ดถูห้องพักเอง มันสกปรกแต่พองามนะ เป็นห้องเล็กที่มีเตียงเหล็กและฟูกวางอยู่ 2 เตียง มีตู้เสื้อผ้าบิ้วอิน 2 ตู้ (ฟังดูหรูนะ) แต่ให้อยู่ 3 คน ไหงเป็นงั้นหน่ะ ไม่มีพัดลมด้วยค่ะคุณขา อ้าว ทำไงดีหล่ะ ไม่ได้พกพัดลมมาเสียด้วย

หอพักที่นี่แบ่งเป็นหอหญิง 5 หอ เรียกเป็นหอ D1-D5 ลองนึกค่ะ ก็คงรู้ว่า D1 หน่ะเก่าสุด แล้วเผอิญชั้นต้องมาอยู่หอนี้เสียด้วย ตอนแรกก็ไม่นึกอะไรหรอก แต่ก็เหลือบไปเห็นเพื่อนใหม่หลายคน จุดธูปไหว้กัน ก็เลยนึกว่าไหว้อะไรกันหน่ะ งง หนูไม่เข้าใจ

เรื่องราวมาเปิดเผยเมื่อชั้นได้อยู่ไปสักระยะหนึ่ง ประกอบกับเคยได้ยินว่าที่นี่ผีดุที่สุดในบรรดาหอพักทั้งหมดจากรุ่นพี่ ก็เลยปะติดปะต่อภาพได้ว่าเพื่อนๆ เค้าจุดธูปไหว้อะไรกัน หนูรู้แล้วค่ะ

โชคดีของชั้นด้วยมั๊งที่เป็นคนไม่มี sense อะไรกับเขาหรอก พวกคุณผีทั้งหลายก็เลยไม่อยากออกมาทักทายชั้น แต่เพื่อนบางคนก็เจอนะ ตอนเข้าห้องน้ำ มันมาเล่าให้ฟังอีกที จริงดิ

ห้องน้ำหอพักย่อมเป็นห้องน้ำรวม แบ่งเป็นโซนอาบน้ำและโซนห้องส้วม ประมาณ 4 ห้อง เพื่อนที่เจอเนี่ยเค้าก็เข้าไปแปรงฟันคนเดียวช่วงประมาณเที่ยงคืน คงจะทำอะไรเพลินแล้วค่อยลุกมาอาบน้ำม้าง เด็กหอส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้แหล่ะ บางคนไม่อาบยังมี แปรงฟันคนเดียวตอนดึกสงัด ชึก ชึก ชึก ชึก แปะ เสียงเหมือนมีคนปิดสวิทช์ไฟ ไฟดับไปทันที ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากมันคนเดียว แถมยังยืนอยู่ตรงสวิทช์ไฟพอดี แล้วใครหล่ะมันจะทำ ถ้าไม่ใช่คุณผี

นอกจากชาวหออย่างพวกเราจะต้องเผชิญกับคุณผีทั้งหลายทั้งปวงแล้ว ยังต้องเผชิญกับลมฟ้าอากาศตามธรรมชาติของที่นี่ด้วยนะ ยามที่ฝนมา -- ไฟจะดับ-- น้ำจะหยุดไหล เป็นของคู่กัน แต่ชั้นหน่ะโชคดีที่ยังไม่เคยเจอกับตัวเอง เพราะเป็นคนชอบอาบน้ำไว แต่เพื่อนชั้นบางคนมันก็ซว-นะ กะลังอาบน้ำสระผมอยู นึกสิว่าฟองมันเต็มหัวเลยอ่ะ ไฟดับ เสียงกรี๊ดในหอหญิงเนี่ยดังลั่นเลย มืดก็มืด แถมยังมีฟองเต็มหัว เต็มหน้าอีกต่างหาก แต่ชั้นก็ไม่รู้จะช่วยเพื่อนยังไงเหมือนกัน

ไฟมาดับตอนที่ใกล้สอบเนี่ยเป็นเรื่องใหญ่ของพวกเรา ส่วนมากจะนัดติวหนังสือกันในห้อง พอไฟดับเท่านั้นก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็ต้องออกมานั่งรับลมกันแถวดาดฟ้า จุดเทียนทำโรแมนติกกันไป ติวหนังสือกันไป พัดกันไป ก็เป็นความสนุกอย่างนึงก็เด็กหออย่างพวกเรา

ขอบคุณหอ D 1 ที่ให้พวกเราสิงสถิตย์อยู่จนเรียบจบ ขอบคุณห้อง 1444 ห้องนี้ที่มีทั้งสนุก เหงา เศร้า และรัก ผสมกลิ่นมาม่า กลิ่นข้าวเหนียวหมูย่าง กลิ่นนำพริกตาแดง ยังคละคลุ้งอยู่ไม่จาง




 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2549    
Last Update : 1 สิงหาคม 2550 16:13:33 น.
Counter : 299 Pageviews.  

1  2  

นู๋จ๋ายเจ้าขา
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




บล๊อกนี้ไม่มีอะไร วันๆ ลงแต่รูปลูก และ update ความแสบซ่าส์ของลูก ชื่อน้องอันนาค่ะ นับวันยิ่งซน ช่วงนี้เอาแต่ใจตัวเองชะมัด ทั้งแม่ และลูก จนป๊าเวียนหัว ไม่รู้จะเอาใจใครดี!!!!
Friends' blogs
[Add นู๋จ๋ายเจ้าขา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.