Group Blog
 
All Blogs
 
บนเส้นทาง

ผมก้าวขึ้นรถเมลล์พร้อมพบความประหลาดใจ เนื่องด้วยมีที่นั่งว่างอยู่ในส่วนของเบาะเดี่ยวช่วงท้ายรถ มันเป็นเบาะสีน้ำเงินเข้มตั้งอยู่บนฐานสแตนเลสที่สูงกว่าปกติเพราะอยู่ตรงกับส่วนของล้อรถด้านขวา ซึ่งถือเป็นที่นั่งว่างที่เดียวในรอบสองปีนี้เลยที่ผมได้เจอในช่วงเวลาที่มีผู้คนคับคั่งเช่นนี้

ผมแทรกตัวเข้าไปนั่งอย่างระมัดระวังหลังจากสังเกตแล้วว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่บนเบาะแน่ ๆ ในตอนนั้นรถกำลังจะวิ่งขึ้นสะพานขนาดปานกลางแห่งหนึ่ง และเมื่อบึ่งไปถึงตัวสะพานก้นที่สัมผัสกับเบาะได้ไม่นานนักของผมก็มีอันต้องลอยขึ้นตามแรงส่งของรถที่คนขับไม่แม้แต่จะคิดลดความเร็วลงและเปลี่ยนเกียร์ตามทฤษฎี ข้าวต้มมัดในกระจาดของแม่ค้าที่นั่งอยู่เบื้องหน้าลอยมาตกลงบนหน้าตักของผมพอดี ผมหยิบไปคืนให้แก แต่แกไม่ได้สนใจเท่าไหร่เพราะกำลังรวบรวมบรรดาขนมชิ้นอื่น ๆ ที่ตกอยู่ตามพื้นและตามตัวของบรรดาผู้โดยสารอีกหลายคน

“กริ้งง....กริ้งงงงงงง” หนุ่มแรพคนหนึ่งกดออดแจ้งให้คนขับทราบว่าต้องการจะลงป้ายข้างหน้านี้แต่ไม่รู้ว่าจังหวะแรกเขากดพลาดไปหรือเปล่าเลยทำให้เสียงกริ่งออกมาเป็นสองจังหวะ

“บรื้น...บรื้นๆๆๆ” คนขับรถเมลล์ตอบสนองต่อเสียงกริ่งในทันที และก็หยุดลงเมื่อเลยป้ายที่ชายหนุ่มต้องการลงไปอีกสองป้าย

“สองกริ้ง สองป้ายนะเพ่” เด็กหนุ่มกระเป๋ารถตะโกนไล่หลัง หลังจากจากหนุ่มแรพเดินคอตกลงไป ผมเห็นใบหน้าส่วนล่างของคนขับจากกระจกที่อยู่ด้านหน้าเบื้องบนของเขา มีรอยยิ้มแสดงอาการสะใจปรากฎอยู่อย่างชัดเจน ผมรู้สึกสงสารหนุ่มคนนั้นจริง ๆ เขาคงต้องเสียเวลาเดินกลับไปอีกหลายนาที เสื้อกันหนาวตัวโคร่ง กางเกงหลุดตูดและหมวกไหมพรมหนาเตอะที่ประดับตัวอยู่ คงช่วยเรียกเหงื่อจากร่างผอมซีดนั้นได้อีกเยอะภายใต้อากาศที่แสนจะร้อนระอุเช่นนี้

เป็นสถิติที่น่าแปลกประหลาดใจเป็นที่สุดเช่นกันว่าถ้าผมมีที่นั่งบนรถเมลล์เมื่อใด ผมไม่เคยได้นั่งไปจนสุดสายปลายทางซึ่งเป็นจุดหมายเลยสักครั้ง คราวนี้ก็เช่นเดียวกันผมลุกขึ้นให้พี่ผู้หญิงคนหนึ่งนั่ง ครรภ์ของหล่อนโตจนผมคิดว่าในนั้นอาจจะมีลูกแฝดสี่อยู่ก็ได้ หล่อนยังจุงเด็กอายุ 5-6 ขวบมาด้วยอีกคน สำหรับรายนี้ผมไม่ต้องคิดเลยแม้แต่น้อยว่าควรหรือไม่ควรที่จะลุกให้นั่งเพราะหล่อนมีถึงสามเคสในคนเดียว เป็นผู้หญิง-มีครรภ์-แถมพ่วงด้วยเด็กที่ช่วยตัวเองไม่ได้อีกหนึ่งคน ในหางตาของผมยังเห็นอีกหลายคนพยายามลุกให้หล่อนเช่นเดียวกันแต่ผมไวกว่าเพราะอยู่ตรงประตูท้ายรถพอดี จึงเป็นฝ่ายช่วงชิงความอิ่มเอิบใจนั้นมาเสียเอง

ผ่านไปอีกสองป้ายหลังจากผมได้ฟังเสียงขอบคุณจากหญิงท้องคนนั้น ยายแก่คนหนึ่งปรากฎร่างขึ้นบนรถ ผมกะอายุดูว่าถ้าไม่ 90 กว่า ๆ ก็คงจะทะลุหลักชัยแห่งชีวิตไปแล้ว แกเดินตัวค่อมง่อนแง่น มีไม้เท้าด้ามหนึ่งนำหน้าเท้าขวาและซ้ายจึงก้าวตามอย่างช้า ๆ หญิงสาวและชายหนุ่มหลายคนลุกขึ้นให้ท่านนั่ง หญิงชราเลือกนั่งตรงเบาะคู่ท้ายสุด ซึ่งอยู่แถวเดียวกับเบาะเดี่ยวที่ผมสละให้พี่ผู้หญิงคนนั้น ชายหนุ่มที่นั่งติดกระจกขยับตัวชิดเพื่อให้ท่านนั่งโดยสะดวก หญิงชรานั่งขากลางหลังค้อมลงแทบติดเบาะ พร้อมกับกล่าว เจริญพรให้ผู้ที่สละที่นั่งให้ หญิงสาวผู้มีน้ำใจหันมายิ้มให้ผมเป็นทำนองว่าเราเป็นพวกเดียวกัน ก่อนที่จะถอยหลังมายืนโหนราวใกล้ ๆ

“อ้าย..ย..ย หนู มานั่งกับยายมั้ย” หญิงชราร้องเรียกเด็กผู้ชายที่อยู่ในชุดลูกเสือสำรองสวมหมวกลูกเสือผูกผ้าพันคอเรียบร้อย เขายืนอยู่ถัดไปข้างหน้าประมาณสี่แถว

“ไม่ครับยาย”
“ทำไมหล่ะ”
“ยายนั่งคนเดียวสบายกว่าอยู่แล้ว”
“ลูกเสือมีหน้าที่ช่วยเหลือผู้อื่น ฮับ” เด็กชายตอบด้วยเสียงดังฟังชัด
หญิงชรา พยักหน้าหงึก ๆ ไม่พูดอะไรอีก สักพักหนึ่งผมจึงเห็นชายที่นั่งบนเบาะที่เด็กผู้ชายคนนั้นเกาะอยู่ลุกขึ้นและเดินเบียดผู้คนออกไปยืนอยู่ตอนหน้าของรถ

ผมตาสว่างขึ้นมาทันทีหลังจากที่ยืนห้อยโหนด้วยความอ่อนเพลียได้สักพัก เมื่อเห็นภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งสะพายย่ามเดินขึ้นมา ผมเข้าใจว่าท่านเพิ่งจะบวชได้ไม่นานและคงไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหน เพราะปกติที่นั่งสำหรับพระจะอยู่เบาะหน้าติดกับประตูรถ แต่นี่ท่านก้าวขึ้นมาตอนหลังของรถ พี่ผู้หญิงที่ผมลุกให้นั่งนั้นลุกพรวดขึ้นทันที หล่อนจูงลูกออกมาจากที่นั่งพร้อมกับกล่าวนิมนต์

“นิมนต์ค่ะหลวงพี่”
“ไม่เป็นไรหรอกโยม อาตมาขึ้นไม่กี่ป้าย เดี๋ยวก็ลงแล้ว โยมก็หอบลูกหลานพะรุงพะรัง อาตมาจะบาปเสียเปล่า ๆ”
“นั่งที่อิฉันก็ได้มังคะ” หญิงชราข้าง ๆ กล่าวขึ้นบ้าง
“ไม่เป็นไรโยม อาตมาพอยืนไหว”

ภิกษุหนุ่มถอยมาด้านหลังของผมซึ่งอยู่ติดหน้าต่าง แล้วยืนสำรวมก้มหน้ามองต่ำ ผมหันไปมองท่านแวบหนึ่งเลยสังเกตเห็นหญิงสาว 5-6 คนที่นั่งเบาะยาวด้านหลังกำลังซุบซิบกันอยู่ ผมเข้าใจว่าพวกหล่อนคงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรในกรณีเช่นนี้ ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบเช่นกัน

อีกสองป้ายผ่านไปกลิ่นเหล้าฉุนกึกก็โชยขึ้นมาพร้อมกับร่างโซซัดโซเซร่างหนึ่ง เขาเกาะขอบราวอย่างง่อนแง่นและนั่งลงตรงกระไดชั้นบนสุด ลำคอแสดงอาการพะอืดพะอมเต็มที่จนหลายคนเสียวว่าจะมีอะไรหลุดออกมา รถแล่นไประยะหนึ่งก็หยุดลง กระเป๋ารถคงไปบอกคนขับแล้ว สักพักหนึ่งร่างที่แข็งแรงกำยำก็ปรากฎขึ้น

“พี่ ลงป้ายนี้น่ะแหล่ะ สร่างเมาแล้วค่อย หารถขึ้นใหม่”
“ครายว่ากูเมาวะ ไม่ได้เมา ซากกะหน่อย เอิ้กส์”
“เฮ้ยอ้ายโก้ มาช่วยกันแบกมันลงดีกว่าพูดไม่รู้เรื่องแล้ว” คนขับรถบอกกับกระเป๋า ที่อยู่ด้านล่าง

ทั้งคู่ช่วยกันดึงร่างนั้นไปวางไว้ที่ป้ายรถโดยสาร อย่างทุลักทุเล แม้ว่าพวกเขาจะพยายามจัดให้นั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวแต่ร่างหนาที่โอนเอนไปมาซ้ายทีขวาทีนั้นก็ไถลลงไปกองกับพื้นอยู่ดี ท้ายที่สุดผมเห็นพนักงานขับรถโวยวายและเตะร่างที่กองอยู่นั้นอย่างแรงไปทีหนึ่ง ก่อนที่ผมจะคิดอะไรไปมากกว่านั้นเขาก็เดินผ่านหน้าต่างด้านนอกติดถนนไป พร้อมเสียงสบถอย่างรุนแรง

“ฉิ..บ หาย แม่ง อ้วกใส่กางเกงกู”

รถเมลล์แดงยังพุ่งตรงไปข้างหน้า อีกไม่กี่ป้ายก็จะสุดสายแล้ว หลวงพี่และหญิงสาวที่ลุกให้หญิงชรานั่งเพิ่งลงไปป้ายที่แล้วนี่เอง ผมยังคงยืนอยู่ที่เดิม มือกำราวเหล็กแนบแน่นมั่นคง แต่รู้สึกว่าขาข้างซ้ายที่เป็นขาเทียมนั้นเริ่มปวดหนึบ ๆ ขึ้นมาบ้างแล้ว.

**********************



Create Date : 13 กรกฎาคม 2548
Last Update : 13 กรกฎาคม 2548 17:38:32 น. 0 comments
Counter : 158 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

biblio
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add biblio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.