Group Blog
 
All Blogs
 
มะลิ งานศพ วันแม่

ชายหนุ่มเดินลัดเลาะออกมาจากพงหญ้าข้างทาง เสื้อยืดสีน้ำตาลเข้มแขนกุดตัวบางที่เขาใส่อยู่ปรากฏรอยขาดวิ่นหลายแห่ง เผยให้เห็นรอยแผลที่เกิดจากการขีดข่วนของกิ่งไม้และขวากหนามอยู่ภายใต้ร่มผ้านั้น บางแผลยังมีเลือดไหลซิบ ๆ ออกมา แต่ดูท่าทางของเขาจะไม่ได้สนใจมันเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่แม้กระทั่งจะออกแรงปัดดอกหญ้าเจ้าชู้ที่ติดอยู่ตามตัวมากมาย ลำขาที่แข็งแรงมีกล้ามเนื้อของเขาพาร่างมุ่งไปข้างหน้าบนเส้นทางที่เป็นถนนลูกรังสีแดงอิฐทอดยาวราวกับไม่มีที่สิ้นสุด
**********************************

บนลานวัดปรากฏเต็นท์ใหญ่สีน้ำเงินตั้งขวางอยู่หลายเต็นท์ ภายใต้เต็นท์มีโต๊ะกลมตั้งอยู่มากมาย บางโต๊ะก็ปูผ้ากำมะหยี่บาง ๆ สีแดงเรียบร้อยแล้ว บนสนามข้าง ๆ ที่มีหญ้าขึ้นหรอมแหรมนั้นเห็นคนหลายคนกำลังตกแต่งเวทีอยู่ ด้านหลังของเครื่องดนตรีที่วางกลางเวทีมีม่านกำมะหยี่สีแดงเลือดหมูผืนโตกั้น ตัวอักษรที่ทำจากโฟมทาสีแดงส้มสดใสบนผ้านั้น กำลังถูกจัดเรียงเป็นข้อความ เห็นข้อความแถวบนที่จัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว อ่านได้ว่า “งานอุปสมบท วิเชียร พรไพศาลดิลก” ส่วนด้านล่างเป็นข้อความบอกวันที่ 12 สิงหาคม ยังขาดแต่ตัวเลขปีพ.ศ. เท่านั้นที่ยังติดไม่เสร็จ

“งานใหญ่นะกำนัน” ชายร่างเล็ก หน้าแหลมที่ยืนดูคนงานทำงานอยู่ข้าง ๆ เวทีเอ่ยขึ้น
“ก็ลูกชายคนเดียวนี่หว่า จัดเล็ก ๆ ก็เสียชื่อข้าหมดสิ” ชายกลางคนร่างสูงใหญ่ที่ยืนใกล้ ๆ กันตอบกลับไป
“หมดงานนี้ข้าก็หมดห่วงแล้ว ถือว่าชาตินี้ไม่เสียชาติเกิด”
“มีลูกดีก็อย่างนี้แหละนะ...” เสียงเอ่ยเบา ๆ ของคนตัวเล็ก ทำให้กำนันสินหัวเราะออกมาด้วยเสียงที่ดังและยาวนาน
**********************************

หญิงวัยกลางคนเดินผ่านสนามและศาลาการเปรียญหลังใหม่ที่มีคนกำลังเตรียมงานบวชกันอย่างพลุกพล่านไปทางท้ายวัดที่นั่นมีศาลาเล็ก ๆ หลังเก่าที่ใช้ประกอบงานพิธีอีกพิธีหนึ่งอยู่ เห็นมีผู้คนประมาณสามสี่คนบ้างนั่งบ้างก็นอนเอกเขนกคุยกัน คนที่นั่งกำลังปักดอกไม้ลงไปในพวงฟางรูปครึ่งวงกลมที่วางอยู่ตรงหน้า ที่กลางศาลาบนแท่นสูงมีโลงสีขาว ตามขอบมุมมีลายไทยปิดทองประดับอยู่ บนโลงมีดอกไม้ประดับอยู่ประปราย ตามเสาขึงด้วยเชือกฟางสีแดงสองเส้น บนเส้นเชือกนั้นมีพวงหรีดแขวนห้อยอยู่สามสี่อัน อันหนึ่งมีชื่อเขียนไว้ว่า “กำนัน สิน พรไพศาลดิลก”

“งานกำนันคืนนี้ท่าทางจะครึกครื้นนะ เอ็งจะมาหรือเปล่า”
“มาสิ ยังไงก็ต้องมาช่วนงานยายอิ่มอยู่แล้วนี่”
“น่าสงสารแกนะลูกเต้าก็ตั้งหลายคน ไม่เห็นหัวเลยสักคน”
“ไอ้คนรองที่อยู่อเมริกานี่ไม่เท่าไหร่หรอก แต่ไอ้คนโตสิน่าเจ็บใจ อยู่แค่กรุงเทพเองนี่ฉันส่งจดหมายบอกไปเกือบอาทิตย์แล้วมันยังไม่ติดต่อกลับมาเลย ถ้าเป็นลูกฉันนะตัดทิ้งไปแล้ว”
“แกมีสามคนไม่ใช่เหรอ คนสุดท้ายหล่ะ”
“อย่าไปพูดถึงมันเลย อ้ายนั่นมันเลวระยำ…”
**********************************

อาทิตย์อยู่กลางหัวพอดี ชายหนุ่มยังคงเดินไปตามเส้นทางที่มุ่งไปข้างหน้า ถนนลูกรังอบอวลไปด้วยไอร้อนราวเปลวเพลิง เบื้องหลังของชายหนุ่มปรากฎฝุ่นตลบคละคลุ้งขึ้นมา เสียงของเครื่องยนต์ที่ดังขึ้นส่งผลให้ชายหนุ่มหยุดเดินและกระโดดเข้าไปแอบยังพุ่มไม้ใหญ่หนาทึบข้างทางทันที เขาไม่อยากแสดงตัวให้ใครเห็นในตอนนี้ ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่รู้จักก็ตาม รถสองแถวใหญ่วิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วข้างหลังรถยังหญิงสาวหลายคนแต่งตัวตามสบายแต่แต่งหน้าเข้มนั่งอยู่บนนั้น ด้านในของรถมีชุดหางเครื่องแพรวพรายใส่ถุงพลาสติกแขวนอยู่กับราวและแกว่งไปมาตามแรงโยกของรถ

เขารอจนเสียงเครื่องยนต์ลับหายไป จึงก้าวเท้าลงมาบนทางลูกรังอีกครั้ง ชายหนุ่มเดินต่อไปอีกระยะหนึ่งเบื้องหน้าของเขานั้นแลเห็นบ้านคนโผล่ขึ้นบ้างแล้ว จึงตัดสินใจเลี้ยวซ้ายเดินเข้าดงไม้ไป มองหาทางที่พอจะเดินลัดเลาะไปได้ เขาพบมันในระยะเวลาไม่นานและมั่นใจว่าทางสายนี้จะนำเขาไปถึงป่าหลังโรงเรียนประจำตำบลซึ่งอยู่ติดกับวัดที่จัดงานได้
**********************************

วิเชียรยังนอนสลบไสลไม่ได้สติ เมื่อคืนเขาหลบออกจากวัดมาตั้งวงกินเหล้ากับเพื่อน ๆ จนฟ้าสาง หลังจากสะลึมสะลือโกนผมในตอนเช้าก็หลับเป็นตายมาจนถึงบัดนี้ นางพิมผู้เป็นมารดานั่งอยู่ด้านข้างคอยไล่แมลงที่จะมาไต่ตอมตัวนาคผู้บริสุทธิ์ของหล่อน หลังจากหลุดพ้นคดีดังคราวนั้นมาได้หล่อนก็โล่งใจที่ดูเหมือนว่า เจ้าเชียรมันจะสำนึกได้อยู่พักหนึ่ง แต่ไม่นานนักก็เข้าอีรูปแบบเดิมเหล้ายาปลาปิ้งผู้หญิงม้าไม่เว้นวัน ส่งเข้าไปเรียนในจังหวัดก็เอาแต่เกเร คนอื่นเขาเรียนกันสองปีส่วนมันเข้าไปเกือบจะสี่ปีแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบ

หล่อนได้แต่โทษตัวเองว่าเลี้ยงลูกไม่ดี นี่กว่าจะยอมกลับมาบวชได้ก็ทั้งอ้อนวอนบังคับขู่เข็ญสารพัดจนต้องรับปากเป็นมั่นเหมาะว่าจะไปขอนังอ้อยบ้านปากคลองที่มันติดพันอยู่ระยะหลัง ๆ ให้นั่นล่ะถึงได้ยอมตกลง แล้วมีอย่างที่ไหนจะมาบวชเอาช่วงเข้าพรรษาอย่างนี้ ถ้าวัดไม่ได้สร้างมากับมือ พระอุปัชฌาย์ ไม่ได้เป็นญาติกันหล่ะก็คงไม่มีทางได้บวชแน่ ๆ

เฮ้อ... อย่างน้อยมันก็ยอมล่ะน่า พอบวชแล้วหลักธรรมอาจจะกล่อมเกลาจิตใจให้ดีขึ้นก็ได้ ความหวังของหล่อนฝากไว้กับวัดและเวลาอีก 7 วันข้างหน้าเพราะหล่อนไม่สามารถขอลูกบังเกิดเกล้าให้ดำรงเพศบรรพชิตไปนานมากกว่านั้นได้อีกแล้ว
**********************

“แม่อิ่มเอ๊ยเองน่ะมันคนมีกรรม มีลูกชายตั้งสามคน แต่ไม่มีบุญได้เกาะชายผ้าเหลืองสักคน ข้าล่ะสงสารเองจริง ๆ รู้มั้ยตอนที่เองนอนพะงาบ ๆ บอกข้าว่าอยากให้ลูกบวชให้ก่อนตายนี่ข้าน้ำตาตกเลย ข้าทำอะไรให้ไม่ได้จริง ๆ แต่ข้าส่งข่าวไปบอกเจ้าคนโตของเอ็งแล้วนะ แต่ก็ไม่รู้มันทำอะไรอยู่ถึงได้หายเงียบไปเลย” ยายเพิ่มเพื่อนสนิทคนตายที่เดินไปข้างโลงสีขาว เคาะโลงเรียกวิญญาณมากินข้าว อดพูดขึ้นมาเบา ๆ ไม่ได้
“ป้าเพิ่ม ที่เขาบอกกันว่า ในกำปั่นเก่าของยายอิ่มน่ะมีชุดนาคโบราณอยู่ชุดน่ะจริงมั้ย” หญิงสาวที่กำลังจัดดอกไม้บนโลงถามขึ้น
“โอ้ย... ก็ข้านี่ล่ะคนให้ข่าว เกิดมาข้ายังไม่เคยเจอชุดนาคที่ไหนงามเท่านั้นเลย ทั้งดิ้นทองลายปักนั่นมันงานฝีมือระดับช่างวังหลวงเลยรู้มั้ย”
“แหม… ฉันอยากดูจัง เอาไปเก็บไว้ที่ไหนล่ะ”
“ไม่ได้เก็บดอกอยากดูก็ไปดูที่ตัวนาคเชียรสิ พอดีพ่อกำนันเขามาเห็นเข้าเลยอยากได้ ไอ้ฉันมันก็ไม่มีลูกเต้าไม่รู้จะเอาไว้ทำไม ให้กำนันเอาไปบวชลูกจะมากจะน้อยนางอิ่มคงจะพลอยได้บุญกับเขาบ้าง เลยเสนอให้กำนันเขาจัดงานศพให้นางอิ่มมัน แต่พ่อกำนันเขาบอกให้เป็นสตางค์ดีกว่า เพราะเขาจะจัดงานบวชใหญ่ ให้มาจัดงานศพพร้อมกันมันไม่เหมาะ”
**********************************

ชายหนุ่มเดินลุยพงรกสลับป่าโปร่งไปจนถึงที่หมาย ทางเบื้องหน้าของเขาตอนนี้เป็นกำแพงอิฐบล็อกเก่าคร่ำคร่า อีกฟากหนึ่งของกำแพงนั้นเป็นเรือนไม้สองชั้นทอดยาว มองเห็นประตูหน้าต่างทุกบานปิดสนิทอยู่ เนื่องจากเป็นวันหยุดสำคัญ
“วันแม่...” ชายหนุ่มรำพึงผ่านมุมปากออกมาเบา ๆ เขาทรุดตัวลงนั่งใต้ต้นชมพูพันทิพย์ที่ไร้ดอกแต่ใบยังดกหนา สายตาเหม่อมองไปยังพุ่มมะลิป่าที่ขึ้นอยู่ติดกับกำแพง ดอกสีขาวนวลของมันชูช่อสลอนราวกับจะท้าทายให้เด็ดดอม ลมเย็นสบายพัดผ่าน กลิ่นมะลิหอมตลบอบอวลขึ้น ชวนให้เขาเข้าสู่ภวังค์ความคิดในอดีต…

“เอ็งลองคิดดูดี ๆ ระหว่างครอบครัวของเอ็ง กับ ตัวของเอ็งคนเดียวเอ็งจะเลือกอะไร อีกอย่างข้าก็ไม่ได้ให้เอ็งสารภาพฟรี ๆ ข้าจะให้เงินก้อนใหญ่ด้วย ใหญ่แบบที่เอ็งทำงานชั่วชีวิตก็หาไม่ได้”

เขายังมีทางเลือกอีกหรือ ถ้าเขาไม่ยอม ครอบครัวของเขาก็อยู่ไม่เป็นสุขแน่ ๆ กำนันมีอิทธิพลขนาดไหนเขารู้ดี
“ก็ได้ แต่กำนันต้องให้เงินผมก่อนนะ...” อย่างน้อยก็ขอให้แม่ได้สบายตอนแก่ เขาคิด
เขาเอาเงินไปฝากไว้กับพี่ชายคนรอง เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังกำชับไม่ให้บอกใคร และให้บอกแม่ว่าได้เงินมาเพราะถูกหวย เขารู้ดีว่าถ้าบอกความจริงกับแม่เองจะเป็นเช่นไร มีแม่คนไหนบ้างที่จะยอมให้ลูกเข้าตะรางทั้งที่ไม่ได้ทำผิด
“มึงไม่ใช่ลูกกู... มึงไม่ใช่ลูกกู...” แม่ตะโกนจนเสียงแหบแห้ง พร้อมน้ำตาที่ไหลรินออกมาเป็นสาย นั่นเป็นภาพและเสียงสุดท้ายของแม่ ที่เขาได้สัมผัสก่อนที่จะถูกนำตัวไปสู่ที่คุมขัง

แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดพี่ชายคนโตประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในขณะที่พยายามเดินคดีให้เขาหลังจากที่พี่คนรองบอกความจริงให้ทราบในเดือนถัดมา การสูญเสียลูกไปพร้อมกันทีเดียวสองคนคงหนักหนาเกินไปสำหรับหญิงชราที่เป็นโรคหัวใจ พี่ชายคนรองจึงปิดบังไม่ให้แม่และชาวบ้านทราบข่าว แต่ในที่สุดก็ถึงคราวพี่ชายคนที่เหลืออยู่จนได้ กำนันไปพบพี่ชายของเขานั่งคุยอยู่กับนักหนังสือพิมพ์ชื่อดังคนหนึ่ง แล้วปฎิบัติการ “ตามรังควาญ” ก็เริ่มขึ้น จนในที่สุดพี่ชายที่เหลือคนเดียวของเขาก็ต้องตัดสินใจหนีไปอยู่กับเพื่อนที่อเมริกา ก่อนไปเขาก็เลยให้พี่ชายคนรองอ้างว่าพี่ชายคนโตเปลี่ยนที่อยู่กระทันหัน ที่อยู่ของพี่ชายคนโตที่ใหม่ที่ให้แม่ไว้ติดต่อนั้นแท้จริงแล้วเป็นของเพื่อนสนิทของเขาเอง ด้วยเหตุนี้จดหมายที่แม่มีมาถึงพี่ชายคนโตจะถูกส่งมาถึงตัวเขาเสมอ แม่มีจดหมายมาเรื่อย ๆ นาน ๆ ที เขาถึงจะวานให้เพื่อนตอบจดหมายให้สักครั้งด้วยความเกรงใจ

เขาเอาจดหมายของแม่ที่เพื่อนรักส่งต่อมาให้เก็บไว้ใต้หมอนและเอาออกมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้บางครั้งในเนื้อความจะอ้างถึงเขาบ้าง ซึ่งก็มักจะพูดถึงความผิดครั้งใหญ่ครั้งเดียวในชีวิตของเขา แต่เขาไม่รู้สึกเสียใจเลยสักนิดเมื่ออ่านถึงตรงนั้น เขารู้ดีว่าความจริงเป็นเช่นไร แม่ก็เหมือนคนอื่น ที่ถูกจับยัดข้อมูลเสริมแต่งและเขาก็ยินดีให้เป็นเช่นนั้น มันดีกว่าจะให้แม่ถูกรบกวนจากหมู่มาร จนกระทั่งจดหมายฉบับสุดท้ายของยายเพิ่มมาถึงมือเพื่อนของเขาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ถ้อยคำของเพื่อนรักที่อ่านจดหมายให้ฟังทางโทรศัพท์ทำให้เขาร้อนรนนอนไม่หลับทั้งคืน แม่ไปแล้ว แม่จากไปแล้ว เขาไม่มีโอกาสทดแทนคุณ ไม่มีโอกาสทำในสิ่งที่แม่หวังเป็นที่สุดให้แล้ว ทั้งที่เขาตั้งใจไว้อย่างแน่วแน่ว่าถ้าออกจากที่นี่ไปได้จะบวชให้
“ขอเพียงรอฉันหน่อย อีกไม่กี่ปีเอง ฉันเป็นนักโทษดีเด่นมาสองปีแล้ว ได้ลดโทษด้วยนะแม่ ทำไมไม่รอฉัน ...แม่” เขานอนคร่ำครวญทั้งน้ำตา

แต่โอกาสที่ไม่คาดฝันก็ผ่านมาถึง เนื่องในวันแม่ทางกรมราชทัณฑ์ได้กำหนดให้มีการทำประโยชน์ต่อสังคม โดยมีคำสั่งให้สถานคุมขังทั่วประเทศนำนักโทษที่มีพฤติกรรมดีออกมาทำงานเพื่อสังคม แน่นอนเขาเป็นหนึ่งในนั้น และไม่รู้ว่าโชคดีหรือร้าย สถานที่ที่พวกเขาถูกกำหนดให้รับผิดชอบนั้นอยู่ใกล้บ้านเหลือเกิน เขาตัดสินใจได้ในทันทีว่าจะทำอย่างไร มันก็เหมือนกับย้อนไปเมื่อสี่ปีที่แล้วอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง

ชายหนุ่มหลุดจากห้วงคำนึง ในแววตาปรากฏประกายแห่งความมุ่งมั่นฉายวาบขึ้น เขาล้วงมีดโกนขึ้นสนิมออกมาจากกระเป๋ากางเกงขาสั้น ไม่นานนักเส้นผมสีดำ สั้นและแห้งกร้านก็ล่องลอยไปตามสายลม
**********************************

ดวงตะวันลาลับขอบฟ้าไปแล้ว เสียงดนตรีดังกระหึ่มออกจากลำโพงที่ตั้งอยู่ข้างสนามทั้งสองฝาก โต๊ะกลมสีแดงถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อยบนโต๊ะ มีขวดเหล้า โซดา น้ำอัดลม จานชามถ้วยแก้ววางอยู่เป็นระเบียบ โต๊ะแต่ละตัวมีคนนั่งประปราย เพราะส่วนมากขึ้นไปอยู่บนศาลาใหญ่ เนื่องด้วยพิธีทำขวัญนาคจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า

ตรงกลางศาลาหน้าแท่นพระพุทธรูปมีบายศรีขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ตัวบายศรีทำเป็นชั้น ๆ มีทั้งหมด 5 ชั้นสูงชั้นละ ประมาณ 20 เซนติเมตรได้ ทั้งหมดทำจากใบตองสดกล้วยตานี ตกแต่งด้วยดอกดาวเรือง ดอกรักและบานไม่รู้โรยแซมสลับสีฝีมือละเอียดประณีตเป็นอย่างยิ่ง มีหมาก พลู บุหรี่ น้ำร้อน น้ำชา มะพร้าวอ่อน กล้วยน้ำว้า ข้าวสาร ข้าวต้ม ขนม ธูปเทียน ผ้าแพรวา วางอยู่ในพานทองเหลืองและถาดเงิน ข้าง ๆ ตัวบายศรีนั้น

เสียงดนตรีทางเบื้องนอกเริ่มเบาลง ๆ จนสงบในที่สุด เสียงหมอทำขวัญเริ่มทำพิธีนำไหว้พระ สวดบทชุมนุมประชุมเทวดา ดังกังวานขึ้นแทน จากนั้นอีกสักพักหนึ่งเสียงทุ้มนุ่มมีจังหวะจะโคน ก็เริ่มเข้าสู่บทแหล่ไหว้ครูบทว่าด้วยพระคุณบิดามารดา
*********************************

กำนันสินยืนดูพิธีการทำขวัญนาค ด้วยความภูมิใจ หน้าที่ของเขานั้นจะอยู่ช่วงสุดท้ายเมื่อเรียกขวัญนาคจบ แล้วที่จะต้องเวียนเทียนรอบบายศรีและป้อนน้ำมะพร้าวอ่อนให้พ่อนาค ระหว่างนี้จึงได้ออกมาพักอิริยาบถเบื้องนอก เสียงแหล่ด้านในดังกังวานออกมาก เนื้อหาอยู่ในช่วงว่าด้วยนาคตอนกำลังกำเนิด เสียงร้อง ครวญ คราง เบ่ง แล้วเบ่งอีกนั้นแสดงให้เห็นถึงความลำบากเจ็บปวดของมารดากว่าจะกำเนิดบุตรขึ้นมาสักคนหนึ่ง เป็นการเตือนสตินาคให้สำนึกถึงพระคุณมารดา

“สวัสดีครับหมวดเสริม” กำนันสินเห็นตำรวจสองนายเดินขึ้นบันไดมาจึงเดินเข้าไปต้อนรับ และทักทายขึ้นเมื่อจำหน้านายตำรวจผู้หนึ่งได้
“สารวัตรฝากซองมาให้น่ะครับ ท่านมาไม่ได้ พอดีมีนายลงมาตรวจในตัวจังหวัด” ผุ้หมวดหนุ่มตอบพร้อมกับยื่นซองสีเหลืองนวลให้อีกฝ่ายหนึ่ง
“ไม่เป็นไรหรอกหมวด ฉันรู้แล้ว ขอบใจ อย่างไรก็อยู่ร่วมงานกันก่อนนะ”
“ครับ กำนัน พอดีมีเรื่องอยากฝากให้ช่วยประกาศด้วยครับ ทางศูนย์แจ้งมาว่าช่วงเช้ามืดมีนักโทษแหกคุกรายหนึ่งหลบหนีมาแถวนี้ กำนันช่วยเตือนชาวบ้านให้ระวังตัวกันหน่อยน่ะครับ”
“ไว้พรุ่งนี้เย็นหล่ะกันหมวดฉันจะประกาศให้ วันนี้กับพรุ่งนี้งานบวชลูกชายผม ไม่อยากให้แตกตื่น เดี๋ยวจะหมดอารมณ์สนุกกัน” กำนันตอบกลับมาหลังใช้เวลาคิดแวบหนึ่ง
“เอ่อ... อย่างนั้นก็ได้ครับ”หมวดหนุ่มรับคำ อย่างไม่ค่อยเต็มเสียง เพราะสิ่งที่กำนันตอบกลับมามันดูไม่ค่อยตรงกับใจเขาเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่กล้าปฎิเสธความเห็นของบุคคลผู้มีอิทธิพลท่านนี้

“กำนันนี่สมเป็นผู้ริเริ่มเลยนะ จัดงานบวชกลางพรรษาเนี่ย” ชายกลางคนร่างอ้วน เดินเข้ามาทักทาย
“ก็ไม่มีอะไรหรอก ฉันเห็นว่าเดี๋ยวนี้มันสมัยใหม่แล้ว ประเพณีมันก็ต้องปรับตามกันบ้าง แต่ถ้าไม่มีคนริเริ่มมันก็ไม่เกิดขึ้นจริงมั้ย เสี่ย…”
“นี่พอดีลูกฉันมันบ่นอยากบวชมาตั้งนานแล้ว เลยได้โอกาสพอดี ต่อไปคนอื่นจะได้เอาอย่างบ้าง เคยมีหลายคนมาคุยกับฉันอยู่เหมือนกันนะ บอกลูกมักจะว่างช่วงกลางพรรษาทุกที พอว่างก็บวชไม่ได้ไม่รู้จะทำอย่างไร รอจนออกพรรษาก็มีงานใหม่แล้ว” กำนันกล่าวไปอีกอย่างคล่องแคล่ว ราวกับท่องมา

หมวดเสริมยืนร่วมวงสนทนาอีกครู่จึงขอตัว โดยให้เหตุผลว่ายังมีงานค้างอยู่ที่โรงพัก แต่ความจริงเป็นเพราะเขาไม่ชอบสถานที่ ๆ มีคนวุ่นวาย โดยเฉพาะสถานที่ที่มีคนวุ่นวายมากมายใส่หน้ากากเข้าหากัน เขาเดินผ่านโต๊ะจีนที่ตอนนี้มีคนนั่งอยู่เต็มไปหมดแล้วอาหารถูกจัดวางจนเต็มโต๊ะผู้คนต่างคุยกันเสียงดังจอแจ บริเวณบนเวทีในสนามนั้นก็ถูกจัดเรียบร้อยแล้วด้านบนของเวทีมีโครงเหล็กติดไฟแสงสีเล็กใหญ่เต็มไปหมด เห็นช่างไฟร่างเล็กกำลังทดสอบการทำงานของมันเป็นรอบสุดท้าย ทางด้านหลังเวทีมีโต๊ะจีนอยู่สองโต๊ะทั้งนักดนตรีและหางเครื่องที่แต่งตัววับ ๆ แวม ๆ นั่งล้อมวงกินโต๊ะกันอย่างสนุกสนานรอเวลาที่จะแสดงซึ่งจะเริ่มหลังพีธีทำขวัญเสร็จสิ้น หมวดหนุ่มละสายตาจากหลังเวทีมองไปทางศาลาที่อยู่ทางท้ายวัด สังเกตเห็นมีผู้คนชุมนุมกันอยู่พอสมควร จึงชักชวนจ่าแก่ ๆ ที่มาด้วยเดินเข้าไปหา
**********************************

ณ ศาลาเก่าเล็ก ๆ หลังนั้นศพถูกยกออกมาจากโลงเพื่อนำมาวางกลางแท่นที่ปูด้วยผ้าสีเหลืองทอง บนร่างมีผ้าห่มสีเดียวกันคลุมไปจนถึงหน้าอก มือที่แข็งทื่อถูกจับแยกออกมาจากร่างพอประมาณ ใต้มือมีพานทองเหลืองก้นลึกรอรับน้ำที่จะถูกรดผ่านลงมา บนแท่นข้าง ๆ มีน้ำลอยดอกมะลิขันใหญ่วางอยู่ ในขันนั้นนอกจากดอกมะลิแล้วยังมีขันใบเล็กจิ๋วลอยสงบนิ่งอยู่บนผิวน้ำอีกใบหนึ่ง

ชาวบ้านหลายคนแวะมารดน้ำศพก่อนไปร่วมงานบวชของลูกชายกำนัน ความดีของยายอิ่มยังคงติดตรึงอยู่ในจิตใจทุกคน ในระยะสี่ปีหลังมานี้ ใครได้ทุกข์ตกยากถ้ามาหายายอิ่มก็จะได้รับการช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ ยายอิ่มไม่เคยมีเงินเก็บ ทุกครั้งที่ลูกชายส่งเงินมาให้จากเมืองนอกก็มักจะใช้ช่วยเหลือผู้คนไม่ก็ทำบุญจนหมด เคยได้ยินแกเปรยว่าไม่มีลูกบวชให้ก็ต้องขวนขวายทำเองจะได้ไม่ต้องเกิดมามีกรรมเหมือนชาตินี้ ตอนหลังแกไม่สบายชาวบ้านก็เลยผลัดกันมาดูแลรักษาเพื่อตอบแทนบุญคุณ โดยเฉพาะยายเพิ่มที่ตอนหลังย้ายมาอยู่ด้วยกันจนถึงนาทีสุดท้ายของชีวิตเลยทีเดียว

“อ้าว มาอย่างไรคะหมวด” นางสาญาติห่าง ๆ ของยายเพิ่มรีบออกไปต้อนรับทันทีที่เห็นนายตำรวจเดินเข้ามา หล่อนเพิ่งย้ายมาอยู่ที่ตำบลนี้ได้ไม่กี่ปี สามวันนี้หล่อนถูกยายเพิ่มเกณฑ์มาช่วยงานทั้งวัน โดยมีหน้าที่หลักคือคอยต้อนรับแขกเหรื่อ เพราะพอจะรู้จักดูท่าทาง ยศ หรือตำแหน่งกับเขาอยู่บ้าง
“พอดีทางศูนย์ข่าวแจ้งมาว่ามีนักโทษแหกคุกมาเพ่นพ่านอยู่แถวนี้เลยแวะมาเตือนให้ระวังกันหน่อยน่ะครับ” หมวดหนุ่มกล่าวตอบอย่างสุภาพ
“ได้ข่าวว่าแถวนี้เป็นบ้านเกิดของมันด้วยนะ” นายจ่าคนที่มาด้วยพูดเสริมขึ้น
“ขอบคุณค่ะหมวด แต่ที่นี่ไม่เคยมีคนร้ายนี่เราอยู่กันอย่างสงบสุขตลอดมา”
“แล้วข่าวครึกโครมเมื่อสี่ปีที่แล้วหล่ะครับ”
“อ๋อ อย่าหาว่าอิฉันอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะคะความจริงก็ไม่อยากพูดต่อหน้าศพเลยสงสารน่ะ แต่อ้ายนั่นมันเลวจริง ๆ เด็กหญิงตัวเล็กนิดเดียวมันทำได้ นี่ถ้า มันไม่สารภาพเอง พ่อนาคเชียรลูกกำนันคงต้องติดคุกยาว ไม่มีโอกาสบวชในวันนี้แน่ ก็วันนั้นมีแค่มันกับพ่อนาคเท่านั้นที่อยู่ในที่เกิดเหตุ...”
หล่อนเงียบเสียงลงทั้งที่ยังร่ายยาวไม่จบเพราะสังเกตเห็นสายตาของผู้หมวดหนุ่มมองเขม็งไปที่กลางศาลา หล่อนจึงหันหลังกลับไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น

ณ ที่นั่น “อ้ายเลวระยำ” ที่หล่อนอ้างถึง มือหนึ่งกำช่อดอกมะลิป่าสีขาวนวลคลานไปกลางศาลา พร้อมกลับเอ่ย เบา ๆ แต่ดังพอได้ยินมาถึงโสตประสาทของหล่อน

“แม่จ๊ะ... ฉันเอามะลิมาให้แม่” ชายหนุ่มก้มลงกราบแทบเท้าของหญิงชราที่นอนขวางร่างอยู่บนแท่นกลางศาลา สักพักหนึ่งเขาจึงเคลื่อนกายไปทางซ้ายวางมะลิลงบนมือเย็นเยียบด้วยใจระอุอุ่น น้ำตาสุกสกาวหยดผ่านมือข้างนั้นลงไปสู่พานทองเหลืองเบื้องล่าง ภาพการกระทำทั้งหมดรวมไปถึงคิ้วและหัวที่โล้นเลี่ยนจากการโกนด้วยตัวของเขาเองนั้น ทำให้ชาวบ้านหลายคนต้องหวนกลับไปนึกถึงความเป็นจริงที่ค้างคาใจมาตั้งแต่สี่ปีที่แล้ว

เสียงหมอทำขวัญนาคยังคงดังกังวานไปทั่วบริเวณ วิเชียรผู้สง่างามมีราศรีในชุดนาคโบราณนั่งพับเพียบพนมมืออย่างเรียบร้อยและสำรวมสงบเสงี่ยมราวกับผู้ทรงศีล หากแต่ในใจของเขากลับคิดว่าจะหาทางผ่านพ้นเวลาเจ็ดวันข้างหน้านี้ไปได้อย่างไร ไม่ได้สนใจบทแหล่ที่กำลังกล่าวถึงตอนที่เด็กชายเริ่มเป็นหนุ่มฉกรรจ์แล้ว เลยแม้แต่น้อย…

**********************************



Create Date : 12 กรกฎาคม 2548
Last Update : 12 กรกฎาคม 2548 18:07:31 น. 18 comments
Counter : 183 Pageviews.

 
เรื่องอะไร งานศพของแม่เธอทำไมไม่บอกกันเลย


โดย: ดารุณี IP: 203.113.50.10 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:13:37:10 น.  

 
เรื่องมีแค่นี้เองหรอทำไมไม่ทำให้มันยาวเหมื่อนหนังละ
อยากให้มันจบดีกว่านี้


โดย: ยะ IP: 203.144.188.7 วันที่: 20 เมษายน 2549 เวลา:13:02:41 น.  

 


โดย: ดี IP: 125.24.13.60 วันที่: 1 กรกฎาคม 2549 เวลา:16:29:11 น.  

 
เด็กดี


โดย: แป้ง IP: 58.9.190.242 วันที่: 13 กรกฎาคม 2549 เวลา:16:08:28 น.  

 
เด็กน่ารัก


โดย: แป้ง IP: 58.9.190.242 วันที่: 13 กรกฎาคม 2549 เวลา:16:09:49 น.  

 


โดย: นา....นา IP: 58.9.190.242 วันที่: 13 กรกฎาคม 2549 เวลา:16:11:01 น.  

 


โดย: เจิ้น IP: 203.151.24.9 วันที่: 28 กรกฎาคม 2549 เวลา:14:35:28 น.  

 
สวัสดีเพื่อนรักเราชื่อบอย


โดย: บอย IP: 125.24.147.9 วันที่: 18 สิงหาคม 2549 เวลา:13:50:56 น.  

 


โดย: ถัถถัถั IP: 203.172.129.178 วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:11:08:51 น.  

 


โดย: ชินครับ IP: 203.172.160.18 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:20:06 น.  

 


โดย: อ๋อ IP: 203.144.140.250 วันที่: 14 มิถุนายน 2550 เวลา:18:51:54 น.  

 
น่ารักมาก


โดย: อ๋อ IP: 203.144.140.250 วันที่: 14 มิถุนายน 2550 เวลา:18:53:38 น.  

 
ไม่ไหวเลยจาก G เด็กแสบ 02 src=https://www.bloggang.com/emo/emo43.gif>


โดย: G เด็กแสบ 02 IP: 58.9.157.101 วันที่: 5 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:53:34 น.  

 


โดย: ................. IP: 202.129.34.212 วันที่: 12 กรกฎาคม 2550 เวลา:10:26:33 น.  

 
รับจัดงานบุญ ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานศพ มีพัดลมไอน้ำ ให้เช่า และจัดดอกไม้
ราคาย่อมเยา
0863590375


โดย: สุเทพ อยู่เย็น suthep9@hotmail.com IP: 125.24.86.117 วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:22:39:24 น.  

 
หนังสือโยคะไทยอังกฤษการเรียบเรียงโดย นายสุเทพ อยู่เย็น ( สงวนลิขสิทธิ์ )
1464 สำนักงานสุสานหลวงวัดเทพศิรินทราวาส
แขวงเทพศิรินทร์ เขต ป้อมปราบศตรูพ่าย กรุงเทพมหานครฯ 10100
โทร 02 - 2218877 ( ประเทศไทย ) E–Mail suthep9@hotmail.com


Edited by Mr.suthep yooyen (Copyright)
1464 Watthepsirintarawatara royal cemetery office
Thepsirin district Pomprapsattrupai Bangkok 10100 Thailand
Tel. 02-2218877 E–Mail suthep9@hotmail.com


โดย: สุเทพ อยู่เย็น suthep9@hotmail.com IP: 125.24.86.117 วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:22:42:17 น.  

 
การสร้างความพึงพอใจในการฝึกโยคะ
ให้ท่านเห็นความสำคัญของร่างกายนี้ ถ้าไม่มีร่างกายจิตนี้ก็อยู่ไม่ได้ เราจึงจำเป็นต้องบริหารร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อเป็นปัจจัยในการในการดำรงชีวิต และป้องกันความเจ็บไข่ได้ป่วย แม้เราจะอายุมากขึ้นก็ตาม แต่จะมีอายุมากอย่างมีประสิทธิภาพ เราไม่หวังผลเลิศเลอใดๆ
ในการฝึกขอให้เรามีความสุขในการฝึก เป็นความสุขเล็กๆ อย่างหนึ่ง โดยอาศัยความสม่ำเสมอเป็นหลัก ขอให้เราท่านทั้งหลายจงมีความสุขในการฝึกเถิด


โดย: สุเทพ อยู่เย็น suthep9@hotmail.com IP: 125.24.86.117 วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:22:44:30 น.  

 
คำนำ 1
ข้าพเจ้าได้รับความอนุเคราะห์และการชี้แนะ จากพระสงฆ์ หลายรูปในการทำต้นฉบับหนังสือโยคะ แม้อาจจะไม่สมบูรณ์ ข้าพเจ้าจะพัฒนาต่อไป ซึ่งจะเผยแพรต่อไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ รายนามพระสงฆ์ที่ได้ร่วมอนุเคราะห์
1. ท่านเจ้าคุณพระเทพประสิทธิโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส
2. ท่านเจ้าคุณพระอมรโสภณ ( สมพร สัมประเสริฐ) ผู้ช่ วยเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส
กรรมการพระธรรมทูต
3. พระถนอม เขมโก พระธรรมทูตรุ่นที่ 13 ( จำพรรษา ณ. วัดป่าพุทธคยา)
รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย
4. พระนที จำพรรษา ณ. วัดเทพศิรินทราวาส
5. พระมหาชาญ จำพรรษา ณ. วัดเทพศิรินทราวาส


Introduction
I got a lot of helps and suggestion from many monks to make this master copy of yoga book. If may be not perfect but I will improve it in the next time. I hoped that my yoga book will be known and used for our country and other countries.



โดย: สุเทพ อยู่เย็น suthep9@hotmail.com IP: 125.24.86.117 วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:22:46:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

biblio
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add biblio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.