Group Blog
 
All Blogs
 
แอบ

ท่อนเหล็กสีดำในซอกแขนนั้นเย็นเฉียบและแข็งกระด้าง แม้มันจะอยู่ภายใต้ผ้าใบสีเขียวทึบผืนเดียวกันกับร่างของผมก็ตาม สายฝนยังโปรยปรายลงมาไม่ขาดสายจนรู้สึกได้ยามที่หยดน้ำตกกระทบกับผืนผ้าใบที่ใช้คลุมกาย มันทำให้นึกไปถึงการออกรบครั้งสุดท้ายในศึกที่พรากขาขวาของผมไป

ผมสลัดหัวไปมาพยายามไม่คิดถึงมันอีก นั่นคืออดีตแต่ผมกำลังอยู่ในปัจจุบันและกำลังทำงาน ผมแนบแก้มเข้ากับด้านข้างของ บุชมาสเตอร์ XM-15 ซึ่งเป็นปืนไรเฟิลคู่มือ สายตาเพ่งผ่านเลนส์ขยายของลำกล้องที่ติดอยู่ด้านบนของตัวปืนไปยังอพาร์ทเมนต์หรูเบื้องหน้า

ในห้องที่อยู่จากพื้นดินไปถึง 21 ชั้น แม่บ้านของอพาร์ทเมนต์กำลังเก็บกวาดห้อง หล่อนอยู่ในชุดฟอร์มสีเทามีผ้ากันเปื้อนสีขาวคาดจากหน้าอกลงมาจนถึงหัวเข่า ทุกวันในเวลานี้หล่อนจะเข้ามาทำงาน บางครั้งผมก็เห็นหล่อนแอบเข้าไปงีบในห้องนอน บางทีก็แอบหยิบขนมในตู้เย็นกิน ก่อนที่จะใช้เวลาเพียงสิบห้านาทีหรืออย่างมากก็ครึ่งชั่วโมงในการทำงานทั้ง ๆ ที่เธอใช้เวลาอยู่ในห้องเกือบ ๆ ชั่วโมงทุกที นั่นคงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เธอมีรูปร่างใหญ่โตราวกับยักษ์วัดแจ้ง ต่างกันก็แต่เพียงที่อยู่ในมือของเธอนั้นคือไม้ปัดฝุ่นสีสดใสไม่ใช่กระบองอิฐโอฬารเท่านั้น

ผมละสายตาจากห้องมองลงไปที่ปากทางเข้าของอพาร์ทเมนต์ รถบีเอ็มสีเทาใหม่เอี่ยมเคลื่อนตัวเข้าไปในบริเวณที่จอดรถทางด้านข้างของอพาร์ทเมนต์ หญิงสาวในชุดเกาะอกสีแดงสดก้าวออกมาอย่างรวดเร็ว เธอยกกระเป๋าถือแบรนด์เนมขึ้นบังศรีษะแล้วออกวิ่งไปที่ตัวตึก วันนี้เธอกลับมาเร็วกว่าปกติ

บางทีเขาอาจจะนัดเธอไว้ก็เป็นได้ ผมคิดอย่างเข้าข้างตัวเอง เพราะเหนื่อยกับการรอคอยที่แสนนานนี้เต็มทีแล้ว ถ้าเป็นสมัยหนุ่ม ๆ ผมคิดว่าผมสามารถซุ่มได้ถึงสองวันโดยมีน้ำเพียงแค่กระติกเดียว แต่ในเวลานี้ตอนนี้ เพียงแค่สามชั่วโมงก็เต็มกลืนซะแล้ว

ร่างในชุดแดงก้าวเข้าไปในห้องพักชั้นที่ 21 ในเวลาไม่นานนัก ผมเห็นแม่บ้านยืนตัวตรงกล่าวอะไรบางอย่าง คงจะรายงานเรื่องการทำงานของหล่อน บอกว่ามีอะไรในครัวขาดเหลือ มีอะไรที่หล่อนเก็บไปทิ้ง หรือแอบกินแล้วบอกว่าหมดอายุบ้าง หญิงสาวในชุดแดงผงกหัวหงึกหงักแล้วควักสตางค์ออกมาให้แม่บ้านร่างยักษ์คนนั้นไป ผมเพิ่งสังเกตว่าเธอดูกระวนกระวายพิกลในวันนี้ คงจะมีเรื่องราวที่นอกเหนือจากความคาดหมายของผมเกิดขึ้นในวันนี้เป็นแน่แท้

หญิงสาวนั่งอยู่ในโซฟาสีเหลืองดูอ่อนนุ่ม เหลือบมองนาฬิกาบ่อยครั้ง ท้ายที่สุดก็ดูเหมือนจะตัดสินใจอะไรสักอย่างได้ เธอลุกขึ้นแล้วเริ่มถอดเสื้อเกาะอกตัวจิ๋วสีแดงนั้นออก ก่อนจะไล่ลงมาถึงกางเกงยีนรัดรูป เรือนร่างที่งดงามปรากฏออกมาดั่งผีเสื้อเพิ่งพ้นออกมาจากรังดักแด้ เรียวแขนและต้นขาที่อวบอัดแข็งแรงขาวนวลของเธอหยอกล้อกับแสงไฟอย่างมิกลัวเกรง เนินหน้าท้องที่นุ่มเนียนและสะโพกผายกลมกลึงนั้นกระชากใจของผมให้หลุดเลื่อนลอยไปในภวังค์แห่งความคิด ก่อนที่มันจะแปรสภาพเป็นความยากลำบากของชีวิตหลังจากที่สงครามจบลงและมีใบหน้าของหญิงสาวอีกคนปรากฏซ้อนขึ้นแทนที่ใบหน้าเธอ

ผมกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอก่อนที่จะดึงสายตาออกมาจากภาพนู้ดที่สวรรค์ส่งมาทดลองใจ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หลายเฮือก วางสายตาผ่านเลนส์อีกครั้งหนึ่ง เธอไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว ผมทั้งดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน แต่ตระหนักในเวลานี้แล้วว่าทำไมนายวิเชียร โอสถสถาพรนพกุลนักการเมืองหนุ่มใหญ่อนาคตดีถึงได้ลงทุนกับเธอทั้งรถทั้งอพาร์ทเมนต์และคงจะอื่น ๆ อีกมากมาย

ผมถือโอกาสเบนกล้องลงไปสำรวจเบื้องล่างอีกครั้ง แล้วก็พบกับรถญี่ปุ่นสภาพดีคันหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้ามา ผมปรับเลนส์ให้ซูมเข้าใกล้ไปอีกด้วยความสงสัยและก็พบว่ามีชายหนุ่มสองคนนั่งอยู่ในตอนหน้า เมื่อรถจอดในที่จอดรถแล้วทั้งสองยังคุยกันอยู่อีกครู่ใหญ่ ก่อนที่ชายผู้เป็นคนขับจะจูบลากับหนุ่มอีกคนหนึ่งอย่างดูดดื่ม ผมพะอืดพะอมจนแทบจะลำลักอาหารที่กินเมื่อกลางวันนี้ออกมา ทำไมสังคมสมัยนี้มันถึงวิปริตไปได้ขนาดนี้นะและต่อไปมันจะพัฒนาไปถึงขั้นไหนกัน ทำให้ผมนึกไปถึงไอ้แดงลูกชาย ถ้ามันเกิดเป็นพวกผิดเพศขึ้นมาจะทำอย่างไร ผมจะยอมรับได้หรือเปล่านะ

ผมปรับเลนส์เคลื่อนกล้องขึ้นมาที่ห้องชั้น 21 ตามเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหล่อนคงจะกำลังอาบน้ำอย่างสบายอารมณ์ ผมเริ่มสำรวจรายละเอียดของห้องอีกครั้งหนึ่งเพื่อความมั่นใจ หลังจากที่ทำมาหลายสิบครั้งในช่วงเวลา 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา เมื่อลงมือแล้วจะต้องไม่พลาดเพราะโอกาสมีเพียงครั้งเดียว ฉะนั้นผมจะต้องเลือกบริเวณที่เหมาะสมที่สุดเท่านั้น ในใจของผมตอนนี้ก็คือตรงระเบียงที่ยื่นออกมาจากตัวห้อง ส่วนที่รองลงไปก็คือหน้าเคาเตอร์เครื่องดื่ม ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือของห้องที่ไม่ค่อยมีสิ่งกีดขวางเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามงานนี้ง่ายกว่าการซุ่มในสนามรบเยอะ

แม้ผมจะไม่ค่อยอยากนึกไปถึงศึกสงครามที่เคยผ่าน แต่ผมก็มักจะควบคุมความคิดตัวเองไม่ได้ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าเบื้องหลังความทุกข์ทรมาณนั้นแฝงไว้ด้วยความภูมิใจก็เป็นได้ กับสมญานามมนุษย์ล่องหน พลซุ่มยิงอันดับหนึ่งของกองทัพ ในตอนนั้นชื่อเสียงของผมขจรไปไกลถึงขนาดทหารฝ่ายตรงข้ามตั้งรางวัลนำจับหลายแสนเลยทีเดียว ว่ากันว่าไม่เคยมีใครหาผมเจอเมื่อเข้าที่แอบสุ่มและไม่มีใครหลบกระสุนของผมได้

รอยยิ้มปรากฏขึ้นมาที่มุมปากของผม ก่อนที่จะหุบลงเมื่อนึกถึงมัน ไอ้กรลูกศิษย์คนเดียวของผม และก็เป็นคนเดียวกับที่ทำให้ผมเสียขาขวา มีดคมกริบเล่มนั้นฟันขาและความภาคภูมิใจของผมทั้งหมดลงมาพร้อมกัน แม้มันจะทำให้พิษงูร้ายแรงไม่สามารถแล่นเข้าสู่หัวใจของผมก็ตาม แต่มันจะมีประโยชน์อันใดเมื่อมีชีวิตแต่ไร้วิญญาณ ผมกลายเป็นคนไร้ค่าของกองทัพ ผมไม่เคยนึกขอบคุณมันเลยและตัดญาติขาดมิตรกัน ณ บัดนั้นเป็นต้นมา อีกทั้งยังพยายามล้างแค้นในสิ่งที่มันทำให้ผม แม้จะไม่ใช่ทางตรงก็ตาม

ผมสะบัดหัวไปมาอีกครั้งหนึ่ง เพ่งจุดสนใจไปยังห้องเบื้องหน้าอีกครั้ง และมันทำให้ผมตะลึงไปพักใหญ่ ร่างสองร่างกำลังยืนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างเมามัน ที่ทำให้ผมตกตะลึงไม่ใช่หญิงสาวที่มีผ้าขนหนูผืนใหญ่ห่อร่างเพียงชิ้นเดียวแต่เป็นชายหนุ่มที่กำลังประคองกอดเธออยู่ เขาเป็นคน ๆ เดียวกันกับที่เพิ่งจูบลาเพื่อนชายที่ลานจอดรถเบื้องล่างนั่นเอง

ผมเลื่อนกล้องลงไปด้านล่างอีกครั้งหนึ่ง รถญี่ปุ่นคันนั้นยังจอดอยู่และชายหนุ่มคนนั้นก็ยังนั่งรออยู่ในรถ อย่างไรก็ตามตอนนี้ผมไม่ได้สนใจเขาแล้วเพราะสังเกตเห็นว่า ข้าง ๆ นั้นมีรถจอดอยู่อีกหนึ่งคันเป็นรถยุโรปคันใหญ่ดูภูมิฐานมันเป็นรถของนายวิเชียรนั่นเอง ผมรีบเบนลำกล้องไปที่ห้องพักชั้นที่ 21 อย่างรวดเร็ว หนุ่มสาวทั้งสองคนผละจากกันแล้วทั้งคู่กำลังหันซ้ายหันขวาอย่างจ้าหล่ะหวั่น ผมคิดว่าหน้าประตูของห้องนั้นนายวิเชียรคงกำลังพยามเคาะประตูเรียกหญิงสาวอยู่เป็นแน่

ในที่สุดหญิงสาวก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอเดินไปทางประตูกระจกใสที่กั้นระหว่างห้องกับระเบียงเลื่อนกระจกแล้วเรียกให้ชายหนุ่มออกไปซ่อนตัว เขาเดินออกมาอย่างรวดเร็ว และพยายามจัดการกับเสื้อที่หลุดลุ่ยในเวลาเดียวกัน ชายหนุ่มแนบตัวกับผนังหันหน้ามาทางผม น่าแปลกที่ศูนย์เล็งยิงของผมตอนนี้อยู่ใกล้เคียงกับหัวใจของเขามากทีเดียว มันทำให้ผมคิดว่า ถ้าผมเหนี่ยวไกลงไป ผมจะเปลี่ยนจากการมา “ทำลาย” เป็นมา “ช่วยเหลือ” นายวิเชียรหรือไม่

แต่เพียงแวบเดียวผมก็กลับไปสนใจกับเป้าหมายหลักของผมในวันนี้ นายวิเชียรเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ หน้าตาเคร่งขรึมหล่อเหลาและดูซื่อสัตย์ ใครจะเชื่อว่าบุคคลคนนี้เป็นคน ๆ เดียวกับเจ้าของบ่อนพนันเถื่อน 10 แห่งรอบตัวเมือง ยังไม่รวมไปถึงเป็นการผู้นำคนสำคัญในขบวนการค้ายาเสพย์ติดระดับชาติอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามอีกไม่นานทั้งหมดก็จะกลายเป็นอดีต ผลของการทรยศต่อขบวนการจะตอบสนองเขาโดยมีผมผู้ได้รับการจ้างวานเป็นฑูตนำมาให้

นายวิเชียรกำลังนั่งอยู่บนโซฟา เบื้องหน้าเป็นโทรทัศน์ขนาดใหญ่ ผมคิดว่าเธอคงจะกลับเข้าไปอาบน้ำอีกครั้งหนึ่งแล้ว ในที่สุดการรอคอยของผมก็สิ้นสุดลง นายวิเชียร เดินไปที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่มเขาผสมเหล้าแก้วใหญ่และเดินออกมาด้านหน้าซึ่งเป็นบริเวณที่ผมกำหนดสำรองเอาไว้

ราวกับภาพสโลว์โมชัน เขาค่อย ๆ เดินออกมา ศูนย์เล็งของผมอยู่บริเวณหน้าอกด้านซ้ายของเขาพอดี ผมกลั้นหายใจแล้ว ค่อย ๆ บรรจงเหนี่ยวไกลงไป

“ฟลุ่บ” ลูกปืน .223 caliber พุ่งผ่านกระบอกเก็บเสียงไปยังเป้าหมาย มันทำลายกระจกที่ขวางกั้นจนแตกกระจายและไปจบลงบนเนินหน้าอกของนายวิเชียร โอสถสถาพรนพกุล ผมเห็นร่างของเขาค่อย ๆ ทรุดลงอย่างช้าๆ ในขณะที่ประตูห้องน้ำเปิดขึ้นและหญิงสาวในชุดผ้าขนหนูพุ่งตัวออกมา

ผมพยุงตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆ ไม่ให้เป็นที่สังเกต ค่อย ๆ เลื่อนตัวออกมาจากผ้าใบสีตุ่น ๆ นั้น จากนั้นจึงแยกปืนไรเฟิลออกเป็นส่วน ๆ เตรียมเก็บสัมภาระและกลับไปรับเงินส่วนที่เหลือ

“ฟลุ่บ” เสียงลูกปืนวิ่งผ่านออกมาจากกระบอกเก็บเสียงของปืนสั้นดังขึ้นมา ผมรู้สึกชาหนึบขึ้นมาที่บริเวณด้านหลัง หลังจากพยายามหันหน้ากลับไปแต่ก็ไม่สำเร็จ ผมจึงร้องถามออกไป

“ใคร”

“ผมเอง”

“...กร ?”

“ครับ”

“ทำไม”

“พี่ก็รู้”

“.....”

“ไม่มีใครแอบได้ตลอดไปหรอก พอถึงวันหนึ่งเวลาหนึ่งอะไรที่แอบไว้ก็ต้องเผยออกมา เคยได้ยินไหมว่าความลับไม่มีในโลก ต้องระวังให้มากไว้ และอย่าประมาท เพราะนั่นมันหมายถึงชีวิต...” มันพูดขึ้นมา

ผมฟังคำพูดที่เคยพร่ำสอนไอ้กรขณะฝึกการซุ่มยิงให้ นึกถึงภาพที่เห็นในวันนี้ แม่บ้านที่แอบขโมยของกิน หญิงสาวในชุดแดงที่แอบคบชู้ ชายหนุ่มที่แอบซ่อนว่าตัวเองเป็นไบเซกซวล นายวิเชียรที่แอบมีอีหนูและทำการทุจริต รวมไปถึงตัวของผมเองที่รับจ้างแอบซุ่มยิงและ…แอบเป็นชู้กับเมียสาวของไอ้กร ก่อนที่จะหลับตาลงเพื่อรอฟังเสียงปืนอีกนัดหนึ่ง ....เป็นนัดสุดท้ายของชีวิต

**********************************



Create Date : 12 กรกฎาคม 2548
Last Update : 12 กรกฎาคม 2548 19:17:30 น. 4 comments
Counter : 208 Pageviews.

 

หวัดดี



โดย: BIG IP: 61.19.220.5 วันที่: 26 มีนาคม 2549 เวลา:21:08:33 น.  

 
รณกสว


โดย: กด IP: 203.155.142.233 วันที่: 27 มิถุนายน 2549 เวลา:8:34:04 น.  

 
ไชไดแล้ว ดีดีดีดี


โดย: เอก IP: 61.7.156.120 วันที่: 4 สิงหาคม 2549 เวลา:16:44:47 น.  

 
ยินดีด้วย ไช้ได้แล้วครับ


โดย: ครับ IP: 203.158.164.11 วันที่: 17 สิงหาคม 2549 เวลา:8:50:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

biblio
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add biblio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.