Group Blog
 
All Blogs
 
อมตะ

เขานั่งอยู่บนเตียงตั้งแต่ช่วงเย็น มือสองข้างเท้าอยู่บนฟูกที่ปูด้วยผ้าบางสีฟ้าอ่อน สายตามองเพ่งไปที่บานหน้าต่างด้านข้างราวกับรอบางสิ่งบางอย่างอยู่ด้วยใจกระวนกระวาย แต่เปล่าเลย เขาไม่ได้รออะไรทั้งสิ้น ไม่มีใครให้รออีกต่อไป เขาไม่เหลืออะไรอีกแล้ว นับตั้งแต่เมื่อวานนี้ วันที่เธอจากไป...

ความมืดเริ่มเข้ามาครอบครองทุกสิ่ง มันกลืนกินร่างกายที่งองุ้มและแทรกสอดเข้าไปอยู่ในทุกอนูของพื้นที่ โคมไฟครอบแก้วที่หัวเตียงยังไม่ได้ทำงานตามหน้าที่ของมัน เปรียบดุจดังความหวังในใจของชายหนุ่มที่ยังไม่ก่อกำเนิดขึ้นใหม่หลังจากดับสูญสลายไปเพียงพริบตา

เขาไม่ได้ทำผิด เธอก็เช่นกัน ถ้าคิดดูด้วยเหตุผลแห่งความสัมพันธ์แล้ว เธอเพียงแค่พบคนที่ดีกว่าเขา เป็นคนที่เธอใฝ่ฝันมันก็เท่านั้น ธรรมดาสัตว์โลกย่อมขวนขวายไปหาสิ่งที่ดีกว่า คนเราทำงานเพราะต้องการความก้าวหน้า ต้องการเลี้ยงชีวิตของตน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เขายอมรับในสิ่งเหล่านี้และคิดว่าเธอทำถูกต้องแล้วเช่นกัน แต่ก็ยังไม่อาจสลัดความเจ็บปวดรวดร้าวที่เกิดขึ้นไปได้

ภาพและเสียงของเธอยังตามวนเวียนผุดขึ้นมาหลอกหลอน สิ่งเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่ในจิตใจ เขาหลีกมันไม่พ้น แม้จะไม่ต้องการเผชิญหน้าก็ตาม จินตนาการอันแสนยิ่งใหญ่ที่เคยภูมิใจกลับกลายเป็นอาวุธร้ายที่ทิ่มแทงทำลายทุกอย่าง ๆ เขากำลังถูกฆ่าไปอย่างช้า ๆ ด้วยตัวของเขาเอง

ความรู้สึกที่ว่าตัวเองไม่มีค่า เริ่มแทรกเข้ามาสู่ห้วงคำนึง เขาจะอยู่ไปเพื่ออะไร ในเมื่อทุกสิ่งได้จบสิ้นลงแล้ว ไยเขาไม่จบชีวิตตัวเองลงไปด้วย จะได้ไม่ต้องทุกข์ทนอีกต่อไป

โคมไฟสว่างขึ้นอย่างสลัว ๆ ดูท่าหลอดไฟที่อยู่ภายในคงจะใกล้หมดอายุเต็มที กระดาษและปากกาถูกดึงออกมาจากลิ้นชักชั้นกลางของโต๊ะข้างเตียง ชายหนุ่มบรรจงเขียนจดหมายอำลา มันคงจะเป็นงานชิ้นที่ดีและได้อารมณ์ที่สุดเท่าที่เขาเคยเขียนขึ้นมา...

**************************

หล่อนปาดป้ายสรรพสีลงบนผืนผ้าใบ ภาพที่ปรากฎกลับกลายเป็นหญิงสาวอีกคนที่ร่างกายถูกทรมาน ดาบและหอกปักอยู่ตามเนินเนื้อที่ไร้ผ้าปิดบัง อาภรณ์สิ่งเดียวที่ปรากฎบนเรือนร่างชมพูนวลคือเลือดสด ๆ ที่ไหลรินจากบาดแผล กระแสโลหิตผาดผ่านภูผาที่เต่งตึงลัดเลาะออกไปจบลงที่รอยแผลฉกรรจ์ลึกจนมองเห็นกระดูกซี่โครงขาวร้าวหม่นข้างลำตัว ความจริงหญิงสาวในภาพวาดควรจะเจ็บปวดรวดร้าวอย่างสุดแสน แต่สิ่งที่ปรากฎบนใบหน้าตอนนี้กลับเป็นรอยยิ้มนุ่มนวล ดวงตาแฝงประกายแห่งความพอใจ ราวกับจะยิ้มเย้ยเยาะทัณฑ์ทรมานทั้งปวงที่เผชิญ

มือที่จับพู่กันเริ่มสั่นคลอน หยาดน้ำตาไหลออกมาคลอเบ้า มันไม่ใช่แนวภาพที่หล่อนต้องการ แต่กลับเป็นแนวที่หล่อนวาดได้ดีที่สุด ชื่อเสียงเงินทองเกียรติยศทั้งหมดของหล่อนล้วนได้มาจากมัน

หล่อนกำลังอยู่ในช่วงกอบโกยจากผลงานที่อยู่ในอารมณ์รุนแรงแฝงการฆ่าฟันอันชอบธรรม ภาพของหล่อนใช้โทนสีร้อนรุนแรงเป็นหลัก ผู้สัดทัดกรณีหลายคนยกย่องให้หล่อนเป็นจิตรกรผู้ใช้สีเลือดได้อย่างโดดเด่นเป็นที่สุดในบรรดาจิตรกรยุคปัจจุบัน

จานสีและพู่กันถูกวางลงอย่างแผ่วเบา หล่อนไม่สามารถทานทนไปมากกว่านี้อีกแล้ว หญิงสาวเดินไปที่หน้าต่างของห้องหรู ปาดคราบน้ำตาหยิบแว่นที่วางอยู่บนโต๊ะข้าง ๆ ขึ้นสวมใส่ เหม่อมองลงไปดูภาพเบื้องล่างที่วุ่นวาย ความจริงแล้วความวุ่นวายก็ดูเป็นศิลปะได้เช่นกัน หล่อนเคยวาดมันแต่ภาพเหล่านั้นกลับไม่มีใครสนใจเช่นเดียวกับภาพธรรมชาติที่หล่อนโหยหา และสบายใจที่ได้วาดขึ้นมา แรก ๆ หล่อนก็พยามวาดมันเพื่อผ่อนคลายจากงานที่หนักหน่วงรุนแรง แต่ต่อมาธรรมชาติของหล่อนกลับมีสีเลือดเข้ามาปะปนผสมจนกลายเป็นภาพที่แสนโหดร้ายทารุณไปเช่นเดียวกับงานที่สร้างชื่อให้หล่อน

ทุกคนที่รู้จักทราบว่าหล่อนสายตาสั้นมาก แต่ไม่มีใครสักคนรู้ว่าเมื่อเริ่มลงมือเขียนภาพหล่อนจะต้องถอดแว่นที่ใส่ประจำออกทุกครั้ง หล่อนจะปล่อยอารมณ์ให้ล่องลอยจินตนาการถึงความรู้สึกและชีวิตของสิ่งที่กำลังวาด เมื่อวาดเสร็จและเห็นว่าผลงานเป็นที่น่าพอใจจึงกรีดเลือดตัวเองประทับเป็นตรากากบาทก่อนที่จะเซ็นชื่อทับลงไปบนรอยเลือดนั้นอีกที ทุกภาพที่หล่อนวาดจึงถือได้ว่ากลั่นจากความคิดและเลือดเนื้อจริง ๆ จะเรียกว่าหล่อนเป็นศิลปินที่ใช้วิธี “เมธอด” สร้างผลงานก็ว่าได้ แม้หล่อนรู้ว่าวิธีนี้มันจะค่อย ๆ กลืนกินตัวหล่อนไปแต่ก็ไม่พยายามหลีกเลี่ยงมัน หล่อนต้องทำเพื่อที่จะให้ก้าวไปถึงจุดที่เฝ้าใฝ่ใฝฝันมานานแสนนาน หล่อนจะต้องมีชื่อเสียงที่เป็นอมตะตลอดกาล

**************************

ภาพชายหนุ่มในตึกเก่าแก่ฝั่งตรงข้ามที่อยู่ต่ำลงไป กำลังดึงดูดสายตาและความสนใจของหล่อนอยู่ ณ เวลานี้ เขาเป็นชายหนุ่มที่ดูดีทีเดียว แต่หล่อนรู้สึกว่ามีบรรยากาศอัปมงคลอยู่รอบตัวของเขา เห็นเขาดูเศร้าซึมและกำลังนั่งเขียนอะไรสักอย่างอยู่ที่โต๊ะข้างเตียง อาจจะเป็นจดหมายลาตายก็ได้มั้ง หล่อนนึกขึ้นมา

ถ้าเขากำลังเขียนจดหมายลาตาย เขาจะฆ่าตัวตายด้วยวิธีไหนนะ ผูกคอตาย กระโดดตึก กินยาพิษ กระโดดน้ำ เอามีดโกนคมกริบเชือดข้อมือ ยิงตัวตาย น่าจะเป็น เชือดคอนะเลือดจะได้ออกเยอะ ๆ หน่อยสีสวยดี หรือถ้าเป็นยิงตัวตายนี่ ต้องเอาปืนจ่อที่ขมับแล้วเข้าไปนั่งใกล้ ๆ กำแพง ต้องเป็นกำแพงสีขาว ๆ ด้วยนะ พอเหนี่ยวไกแล้วสมองปนเลือดจะได้กระจายไปติดกำแพงแล้วหยดย้อยลงมาเป็นทาง คงจะดูดีพิลึกล่ะ แต่ถ้าไม่อยากปล่อยให้เลือดไหลค่อย ๆ ตายและคร้านที่จะเดินทางไปไกล ๆ ก็คงเลือกกระโดดตึกมั้ง เห็นเขาบอกว่าที่นักฆ่าตัวตายเลือกกันมากก็คงเพราะคิดว่าเจ็บครั้งเดียวทีเดียว แถมยังมีโอกาสถลาลมเล่นอีกพักใหญ่ ๆ ความจริงก็น่าลองดูเหมือนกัน ชื่อเราจะได้จารึกไปตราบนานเท่านาน

หล่อนเข้าครัวชงคาปูชิโนแบบผสมเสร็จถ้วยใหญ่ ถือกลับมานั่งจิบดูชายหนุ่มที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมต่อ หล่อนหยิบกระดาษขาวแผ่นเล็กมานั่งดรออิ้งเป็นภาพชายหนุ่มกำลังโผบินทะยาน ออกจากตัวตึกเบื้องหน้า ในรูปนั้นเขากางแขนทั้งสองข้างออก เท้าชิดติดกัน แหงนมองไปข้างหน้าอย่างทรนง

**************************

กระดาษสีขาวนวลยังอยู่เบื้องหน้า ตัวอักษรหลายตัวถูกเรียงร้อยเป็นถ้อยคำ ค่อนลงมาปลายแผ่นมีร่องรอยของหยดน้ำใหญ่น้อยที่ตกลงมาทำให้หมึกของปากกาเลอะเลือนไปหลายแห่ง ชายหนุ่มกำด้ามปากกาแนบแน่น ท้ายที่สุดจึงวางมันลง

เขาอาบน้ำอย่างพิถีพิถัน ขจัดคราบโสมมบนทุกส่วนของร่างกาย สายน้ำเย็นจากฝักบัวไหลผ่านร่างกายที่ร้อนระอุช่วยดับความร้อนจากกายไปได้หลายส่วนแต่ความร้อนในใจกลับมิได้ลดทอนลงแม้แต่น้อย สุดท้ายจึงเลือกชุดที่ดีที่สุดที่มีสวมใส่และเดินออกจากห้อง ทิ้งซองจดหมายสีเหลืองนวลไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือข้างเตียงรอเวลาเพื่อทำหน้าที่ของมัน

ลมบนดาดฟ้าแสนเย็นสบาย เขาเคยพาหล่อนขึ้นมานั่งคลอเคลียชมพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน ในอ้อมกอดของเขาเคยมีร่างน้อยของหล่อนเอนอิงพิงพักเอ่ยคำรักแผ่วเบา กลิ่นหอมจากตัวหญิงสาวทำให้เขาสุขอบอุ่นเป็นยิ่งนัก ในช่วงเวลานั้นเขาบอกกับตัวเองว่าไม่ต้องการสิ่งอื่นใดอีกแล้ว แต่เวลานี้เขากลับมีความปรารถนาสูงสุดอยู่อย่างเดียวคือลืมเลือนสิ่งเหล่านั้นให้หมดสิ้นไป

ชายหนุ่มมองไปยังอพาร์ทเมนต์เบื้องหน้า เขาเคยมีความฝันที่จะได้ครอบครองห้องที่กว้างขวางหรูหราเช่นนั้นสักห้องหนึ่งแต่ก็รู้ดีว่ามันคงเกินกำลังของนักเขียนที่ยังไม่มีผลงานตีพิมพ์อย่างเป็นเรื่องเป็นราวเช่นเขาโดยไม่ต้องสงสัย ในกรอบหน้าต่างบานสูงของห้องที่อยู่เหนือขึ้นไปจากดาดฟ้าตึกไม่มากนัก หญิงสาวคนหนึ่งกำลังมองมาที่เขา หล่อนคงกำลังสงสัยว่าเขาจะทำอะไร เขาสบตาหล่อนโดยไม่หลบหลีกจนหล่อนต้องเสมองไปทางอื่น สักครู่จึงเห็นหล่อนผลุนผลันลุกไปอย่างรวดเร็ว

**************************

มันเป็นความจริง... เขากำลังจะเริ่มแล้ว หล่อนจะทำอย่างไรดี โทรศัพท์แจ้งตำรวจ หน่วยกู้ภัย นักข่าว หรือจะไปห้ามเขาเอง ไม่มีทาง... หล่อนคิดว่าคงไม่มีใครเปลี่ยนใจเขาได้อีกแล้ว ทำไมจะต้องไปทำลายความสงบของเขาด้วย หล่อนจะทำอะไรได้ ใช่แล้วหล่อนจะวาด วาดภาพของเขา วาดด้วยหัวใจและจิตวิญญาณ ให้งดงามที่สุด แด่ชีวิตหนึ่งที่กำลังจะจากไป หล่อนจะทำให้เขายิ่งใหญ่และเป็นอมตะไปตราบนานเท่านาน

หล่อนรีบวิ่งกลับไปในห้องเก็บอุปกรณ์หยิบเพลตขาตั้งและจานสีอันใหม่มาจัดแจงเตรียมสีและเครื่องมือให้พร้อม หล่อนจะเริ่มต้นเมื่อเขาโผบิน

ชายหนุ่มหยุดนิ่งที่ขอบตึกสูง โผล่หน้ามองลงไป เบื้องล่างยังมีผู้คนเดินกันขวักไขว่ ถ้าโดดลงไปคงจะทำให้มีใครบางคนติดตามไปสู่ยมโลกด้วย เขาไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้นจึงเดินไปมาและพยายามมองหาช่วงเวลาที่ปลอดคน แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ สุดท้ายจึงนั่งลงที่ขอบตึกห้อยขาลงมาเพื่อรอให้ดึกมากกว่านี้สักหน่อย เขายังมีเวลาถมเถไปนี่นา

แสงไฟจากสปอร์ตไลท์ ที่ติดอยู่บนตึกด้านล่างนั้นทำให้หล่อนมองเห็นเขาได้อย่างชัดเจน หล่อนเห็นเขาเดินไปมา บางครั้งก็มองลงไปเบื้องล่าง ท่าทีเช่นนั้นทำให้หล่อนสรุปว่าเขากำลังลังเลและมันทำให้หล่อนเริ่มวิตกกังวล

ฉันไม่ใช่คนสิ้นไร้มนุษย์ธรรมนะ แต่ถ้าเขาไม่โดด ความหวังดีของฉันก็จะสูญสลายไป ทำอย่างไรดี ฉันจะทำอย่างไร หล่อนคิดขึ้นพร้อมกับนึกหาหนทาง

ชายหนุ่มมองไปที่หญิงสาวผู้อยู่ในอพาร์ทเมนนั้นอีกคราคราวนี้หล่อนไม่ได้หลบสายตาเขา หล่อนคงเป็นจิตรกรและกำลังทำงานของหล่อนอยู่ น่าแปลกใจที่เมื่อกี้เขาไม่เห็นอุปกรณ์วาดภาพเลย แต่เวลานี้มันกลับปรากฎขึ้นเบื้องหน้าหล่อนราวเนรมิต หล่อนจะวาดภาพอะไรนะ ภาพสังคมเมืองที่วุ่นวายชีวิตที่สับสน พระจันทร์ดวงโตสีแดงสดที่กำลังปรากฎอยู่เบื้องบน หรือภาพของเขาที่กำลังเปล่าเปลี่ยวและกำลังพยายามจะจบชีวิตของตัวเอง

หล่อนหยิบกระดาษที่ดรออิ้งภาพเมื่อครู่ขึ้นมา แล้วเขียนลงใต้ภาพว่า “ชีวิตอันเป็นอมตะ” เอามันใส่ถุงพาสติกพร้อมกับแอปเปิ้ลขนาดย่อมหนึ่งลูกในตู้เย็นมัดปากถุงอย่างแน่นหนา หล่อนมั่นใจว่าด้วยน้ำหนักขนาดนี้กับความกว้างขนาดถนนสองเลนอีกทั้งหล่อนยังอยู่สูงกว่าเขาพอประมาณมันไม่ได้เกินความสามารถของหล่อนเลย ในที่สุดหล่อนก็ออกแรงขว้างออกไปทางชายหนุ่มที่กำลังนั่งมองเหม่อมา

ถุงแอปเปิ้ลถูกเหวี่ยงออกมาจากหน้าต่าง ชายหนุ่มที่สังเกตเห็นแต่แรกรีบลุกขึ้นและคว้ามันไว้จนได้ เขาฉีกถุงออกและหยิบรูปภาพขึ้นมาดู

“ชีวิตอันเป็นอมตะ” เขาพึมพัมออกมาเบา ๆ หล่อนหมายถึงอะไรกัน พวกศิลปินนี่มีคนที่ปกติอยู่กี่คนกันแน่นะ เขานั่งลงกินแอปเปิ้ลและเริ่มพิจารณารูปภาพ กล้ามเนื้อของชายในรูปดูแข็งแรง เขาโผพุ่งราวกับบินได้ แขนทั้งสองข้างกางออกราวกับพระเยซูที่ถูกตรึงไว้กับกางเขน ส่วนสองขานั้นแนบสนิทเหยียดตรง ดวงตามองตรงไปข้างหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว

“อมตะ...” เขาเอ่ยขึ้นมาอีกราวกับนึกอะไรได้ หรือจะเป็นไปตามความเชื่อที่ว่า จิตคือผู้ครองร่าง แม้ร่างกายจะสูญสลายไปแต่จิตนั้นยังคงอยู่ ถ้าเป็นเช่นนี้การที่เขากำลังพยายามหลบหลีกโดยการพลีร่างไยมิใช่ทำไปโดยเปล่าประโยชน์ แม้ร่างจะแหลกเหลวไปแต่ก็ยังมีความรู้สึกนึกคิด เขาก็ยังต้องเจ็บปวดเหมือนที่เป็นอยู่เพราะมันเป็นความรู้สึกที่เกิดจากจิตมิใช่ทางร่ายกาย ที่สำคัญเมื่อถึงตอนนั้นจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกต่อไปเขาจะต้องทนทุกข์ไปอีกนานแสนนานเท่าไร่ก็ไม่รู้ หรือหล่อนตั้งใจจะบอกเขาว่า อย่าท้อแท้ มิใช่ว่าข้างหน้าจะไม่มีหนทาง ความตายมิใช่ทางแก้ที่ดีหรอก ต้องแก้ที่จิตเพราะสิ่งนี้เท่านั้นที่เป็นอมตะ จงมุ่งมั่นโผผินบินทะยานดุจดั่งชายหนุ่มผู้กล้าหาญในรูป เขาสรุปท้ายด้วยความคิดของตัวเอง

ชายหนุ่มนึกขอบใจหล่อนอย่างน้อยก็ยังมีคนเห็นเขามีค่า อารมณ์ความคิดชั่ววูบที่จะฆ่าตัวตายนั้นระงับและบรรเทาลง พรุ่งนี้เขาจะหากระเช้าผลไม้ไปเยี่ยมขอบคุณหล่อน บางทีอาจจะเอาเรื่องที่เกิดในวันนี้ไปเขียนเป็นเรื่องสั้นสักเรื่องหนึ่ง งานชิ้นนี้จะเป็นงานชิ้นที่ดีและมีประโยชน์แก่อีกหลาย ๆ คน เรื่องราวของเขาจะถูกถ่ายทอดเป็นตัวอักษรอย่างสละสลวย เรื่องของชายหนุ่มที่เปลี่ยนใจในนาทีสุดท้าย

**************************
เขาเดินจากไปแล้ว เขาไม่ได้กระโดด ความตั้งใจของฉันสลายไป ภาพที่เป็นอมตะนั้นถูกทำลายลงไปด้วยทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ทำไม ฉันพลาดไปที่ตรงไหน ไม่... มันจะต้องไม่เป็นเช่นนั้น ยังมีอีกวิธีแม้จะต้องทุ่มเทมากสักนิด หล่อนคร่ำครวญและหวนคิด ครั้งแล้วครั้งเล่า ท้ายที่สุดจึงหยิบจานสีที่เตรียมไว้ขึ้นมา ถอดแว่นสายตาวางลงบนโต๊ะเตี้ยข้างหน้าต่าง...

หญิงสาวในภาพวาด สวมชุดบางสีขาวดูอ่อนนุ่ม บนร่างมีรั้วเหล็กสีดำเสียบแทงทะลุอก เลือดไหลซึมออกมารอบ ๆ บาดแผล ดูคล้ายกับบุปผาโลหิตกำลังเบ่งบาน แขนและขาเรียวยาวของหล่อนกางออกจากตัวและตกห้อยลง สรรพสิ่งรอบข้างดูเร่งร้อนรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นรถสีแดงที่เร่งตะบึงผ่านไปท่ามกลางท้องฟ้าสีแสด มีคนกลุ่มใหญ่ใส่เสื้อสีสดโทนร้อน ยืนมองอยู่ห่าง ๆ ด้วยความตื่นตะลึง ตัดกับใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นและเปี่ยมสุขของร่างที่นอนหงายเหยียดยาวอยู่เบื้องบน ด้านซ้ายล่างของรูปมีตรากากบาทเลือดและลายเซ็นตัวบรรจง

ภาพของหล่อนกลายเป็นอมตะสมใจ มิใช่เพราะภาพ ๆ นี้สวยงามกว่าภาพอื่นที่หล่อนเขียน แต่เป็นเพราะตำนานการเกิดอันแสนพิศดารของมันซึ่งถูกเปิดเผยอยู่ในจดหมายของหล่อน ที่เขียนขึ้นก่อนจะกระโดดลงมาจากอพาร์ทเมนต์หรูชั้นที่ 21 ผนวกกับการปรากฎตัวของหล่อนในเรื่องสั้นที่กลายเป็นผลงานอมตะของวงการวรรณกรรมในเวลาต่อมา

*********************************



Create Date : 12 กรกฎาคม 2548
Last Update : 12 กรกฎาคม 2548 19:07:46 น. 0 comments
Counter : 151 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
biblio
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add biblio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.