Group Blog
 
All Blogs
 
ธรรมเพื่อความคลายกำหนัด ความดับ ความสงบ ความรู้ยิ่งฯ





[๑๗๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมอย่างหนึ่งที่บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความหน่ายโดยส่วนเดียว เพื่อคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน


ธรรมอย่างหนึ่งคืออะไร คือพุทธานุสสติ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมอย่างหนึ่งนี้แลอันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความหน่ายโดยส่วนเดียวเพื่อคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้เพื่อนิพพาน ฯ


[๑๘๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมอย่างหนึ่งที่บุคคลเจริญแล้ว กระทำ
ให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความหน่ายโดยส่วนเดียว เพื่อคลายกำหนัด เพื่อ
ความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน ธรรม
อย่างหนึ่งคืออะไร คือ ธัมมานุสสติ... สังฆานุสสติ... สีลานุสสติ... จาคานุสสติ...เทวตานุสสติ... อานาปานสติ... มรณสติ... กายคตาสติ... อุปสมานุสสติ


ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมอย่างหนึ่งนี้แล อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความหน่ายโดยส่วนเดียว เพื่อคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน ฯ



เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ บรรทัดที่ ๘๖๗ - ๘๘๓. หน้าที่ ๓๙.

ขอบพระคุณภาพจาก @Single Mind for Peace




Create Date : 28 มิถุนายน 2556
Last Update : 28 มิถุนายน 2556 12:29:26 น. 2 comments
Counter : 840 Pageviews.

 
อนุสสติ ๑๐ คือ อารมณ์ควรระลึก ๑๐ ประการ

๑. พุทธานุสสติ ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า

๒. ธัมมานุสสติ ระลึกถึงคุณของพระธรรม

๓. สังฆานุสสติ ระลึกถึงคุณของพระสงฆ์

๔. สีลานุสสติ ระลึกถึงศีลของตน คือ ตรวจดูศีลที่ตนสมาทานไว้แล้ว ว่ามีข้อใดขาดหรือด่างพร้อยบ้าง ถ้าพบข้อที่ขาดหรือด่างพร้อยก็ผูกใจไว้ว่าจะสำรวมระวังต่อไป เมื่อเห็นว่าศีลของตนบริสุทธิ์ผุดผ่อง ก็พึงปิติยินดี

๕. จาคานุสสติ ระลึกถึงทานที่ตนได้บริจาคแล้ว ให้เกิดความ อิ่มเอิบใจ นึกว่าเป็นโชคของเราแล้วที่ได้บริจาคทาน อันเป็นการขัดเกลากิเลส ด้วยการบำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่น เมื่อระลึกได้อย่างนี้จนจิตเกิดความปีติ

๖. เทวตานุสสติ ได้แก่การระลึกถึงคุณธรรมที่ทำให้คนเป็นเทพ ได้แก่ศรัทธา ศีล การฟังธรรม ทานและปัญญา ระลึกว่าเทพทั้งหลายได้ บำเพ็ญธรรมเหล่านี้มาจึงได้ความเป็นเทพ ตัวเราเองก็มีคุณธรรมเหล่านี้แล้ว ระลึกอย่างนี้แล้วย่อมเกิดความปีติ

๗. มรณัสสติ ได้แก่การนึกถึงความตาย ว่าเราเองจักต้องตาย เมื่อระลึกถึงความตายย่อมทำให้จิตได้ความสังเวช สลดใจ ตื่นจากความมัวเมา

๘. กายคตาสติ ได้แก่การระลึกถึงอวัยวะร่างกาย ตั้งแต่ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ฯลฯ จนถึงอุจจาระปัสสาวะ ให้เห็นว่าร่างกายนี้เป็นของปฏิกูล โสโครก น่าเกลียด ร่างกายของเราฉันใด ร่างกายของคนอื่นก็ฉันนั้น เมื่อระลึกอย่างนี้จิตจะเกิดเป็นความเบื่อหน่าย คลายความกำหนัดยินดีในร่างกาย จิตจะถอนตัวจากราคะ

๙. อานาปานสติ คือ กำหนดลมหายใจของตนเอง เอาสติบังคับจิตให้จดจ่ออยู่ที่ลมหายใจ ตรงที่ลมผ่านช่องจมูก จะใช้วิธีนับลมเข้าลมออกด้วยก็ได้ จะใช้คำบริกรรมควบกับลมเข้าลมออกก็ได้ เมื่อปฏิบัติดังนี้ จิตจะถอนตัวจากอารมณ์อย่างอื่น ลดความฟุ้งซ่าน

๑๐. อุปสมานุสสติ ระลึกถึงคุณของพระนิพพาน ได้แก่ระลึกถึงความดีของพระนิพพาน กล่าวโดยย่อคือนึกถึงความสุขอันเกิดจากความสิ้นกิเลส ว่าเป็นความสุขที่แท้จริง เพราะดับเสียได้ซี่งตัณหาอันเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ การนึกถึงคุณพระนิพพานย่อมทำให้จิตยินดีในการละกิเลสและเห็นโทษของการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสาร ..
………………………………………………………………………ที่มา แนวสอนธรรมะ ตามหลักสูตรนักธรรมตรี เรียบเรียงโดย พันเอก ปิ่น มุทุกันต์ หน้า ๓๘๖ – ๓๙๑
พระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ Page


โดย: อุ่น IP: 124.122.101.241 วันที่: 28 มิถุนายน 2556 เวลา:12:48:45 น.  

 
อนุโมทนาบุญค่ะ


โดย: รัตนมาลี วันที่: 4 กรกฎาคม 2556 เวลา:10:03:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
อุ่นอาวรณ์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




พระรัตนตรัยเป็นรัตนะอันประณีต เป็นสิ่งประเสริฐเลิศลํ้าที่สุดที่ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน ด้วยสัจจะวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านในกาลทุกเมื่อเทอญฯ
Friends' blogs
[Add อุ่นอาวรณ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.