Group Blog
 
All Blogs
 
รัฐศาสตร์ในพระไตรปิฺฏก : วิธีแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน [กรณีศึกษาพระเจ้ามหาวิชิตราช ]



บทวิเคราะห์การปกครองของพระเจ้ามหาวิชิตราช ที่จะนำเสนอในวันนี้ เป็นหัวข้อเรื่อง เศรษฐกิจการเมือง ซึ่งความเดิมนำเสนอ เรื่อง วิธีการปราบโจรโดยชอบธรรม และ การบูชายัญที่มีผล อันได้แก่ การบำเหน็จข้าราชการ

อ่านบทความก่อนหน้า

1.วิธีปราบโจรโดยชอบ

2.การบูชายัญที่มีผล คือการให้ทานและบำเหน็จข้าราชการ




วันนี้นำเสนอบทวิเคราะห์ตอนต่อมา ในหัวข้อ แก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยส่งเสริมคนที่ขยัน การช่วยเหลือในโอกาสอันสมควร และ กุศโลบายสร้างทีมงานบริหารประเทศ...เชิญศึกษาค่ะ


Smiley

บทวิเคราะห์การปกครองของพระเจ้ามหาวิชิตราช

(ต่อจากตอนที่แล้ว)





การปราบโจรที่ต้นเหตุคือเศรษฐกิจ



           หากถามว่า ทำไมชาวชนบทบางกลุ่มของพระเจ้ามหาวิชิตราชจึงต้องเป็นโจร คำตอบคงมีหลากหลาย แต่เมื่อย้อนกลับไปทบทวน "หัวข้อประวัติศาสตร์โลกและมนุษยชาติ" ในเรื่องมนุษยศาสตร์ในพระไตรปิฎกจะพบว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้คนเป็นโจรมีอยู่อย่างน้อย 2 ประการคือ กิเลสคือความโลภในตัวบีบบังคับ และความยากจนอันเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจเป็นแรงกดดัน

            ในกรณีนี้ มีข้อสังเกตว่าปัญหาโจรมาจากความยากจนเป็นหลัก เพราะเมื่อพระโพธิสัตว์แนะนำให้พระราชาแก้ปัญหาด้วยการส่งเสริมเศรษฐกิจแล้ว ทำให้ปัญหาโจรระงับไป และในช่วงที่พระราชาทรงปรารภจะบูชามหายัญนั้น เป็นช่วงหลังจากที่พระองค์ได้ทำสงครามแผ่ขยายอาณาจักรออกไปจนกว้างขวาง ผลของการรบย่อมทำให้เศรษฐกิจตกต่ำลุกลามใหญ่โต ถึงกับมีโจรปล้นเมือง ในทุกยุคสมัย ผลของสงครามจะทำให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรเหลือคณานับ เช่น หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปีค.ศ.1929 (พ.ศ.2472) ได้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในอเมริกาเหนือ ยุโรป และแพร่ระบาดไปยังนานาประเทศทั่วโลก1

            ในกรณีนี้ ปัญหาที่แท้จริงจึงอยู่ที่ "ความยากจนอันเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจ"การจะแก้ปัญหานี้ได้ จึงต้องแก้ไขที่เศรษฐกิจอันเป็นต้นเหตุของปัญหา ด้วยเหตุนี้ พระโพธิสัตว์จึงกราบทูลพระราชาว่า "การปราบปรามโจรด้วยการประหาร จองจำ ปรับไหม ตำหนิ หรือ เนรเทศ ไม่ชื่อว่าเป็นการปราบปรามโดยชอบ..." เนื่องจากการแก้ปัญหาวิธีนี้ เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ไม่อาจจะให้ปัญหานี้จบสิ้นได้อย่างถาวร เปรียบเสมือนกำจัดวัชพืชด้วยการตัด ไม่อาจจะทำให้วัชพืชนั้นตายได้ จะต้องถอนรากถอนโคนอันเป็นต้นเหตุที่แท้จริงทิ้งไป



แก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยส่งเสริมคนที่ขยัน



          วิธีการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของพระโพธิสัตว์ คือการส่งเสริมคนระดับล่าง 3 กลุ่ม ซึ่งขยันทำมาหากิน ได้แก่ กลุ่มเกษตรกร, กลุ่มพ่อค้า และกลุ่มข้าราชการ ประเด็นนี้ชี้ให้เห็นว่าต้องมีระบบการคัดคนเป็นอย่างดี ไม่ช่วยแบบเหวี่ยงแหเพราะจะไม่บังเกิดผลดีเท่าที่ควร

การช่วยเฉพาะคนขยัน นั้น จะทำให้ทรัพยากรที่ช่วยไปเกิดผลงอกงาม เศรษฐกิจโดยรวมมีการขับเคลื่อนตัวสูงขึ้น ทำให้รายรับจากภาษีอากรสูงตามไปด้วย ส่งผลให้รัฐมีทรัพยากรเพิ่มขึ้น สามารถช่วยเหลือบุคคลอื่นๆ ต่อไปได้อีก และเป็นการเชิดชูคนดีมีคุณธรรมให้สูงเด่น เพื่อให้เป็นบุคคลต้นแบบของสังคม เพื่อให้คนดีมีกำลังใจในการขวนขวายทำงานยิ่งๆ ขึ้นไป และที่สำคัญคนที่เกียจคร้านจะได้ตระหนักว่า หากตนขยันทำงานบ้างก็จะได้รับการช่วยเหลือเช่นนี้เหมือนกัน

 พวกที่เป็นโจรเพราะความยากจนบีบบังคับ ก็จะได้เลิกเป็นโจรแล้วหันมาทำมาหากินบ้างดังคำกราบทูลของพระโพธิสัตว์ที่ว่า หากพระองค์ทำอย่างนี้ พลเมืองจักขวนขวายในการงานของตน จักไม่เบียดเบียนบ้านเมืองของพระองค์

 ในทางตรงข้าม หากพระราชาไม่เลือกให้ กล่าวคือ ช่วยเหลือหมดทั้งคนขยันและคนเกียจคร้าน หากเป็นเช่นนี้ ความหายนะจะเกิดขึ้น เพราะรัฐมีทรัพยากรไม่เพียงพอที่จะช่วยคนทุกคน ภาวะการเงินการคลังของรัฐจะอ่อนแอ และคนที่ขยันก็จะหมดกำลังใจและเลิกขยันทำงานบ้าง คนที่เกียจคร้านอยู่แล้วก็จะได้ใจยิ่งเกียจคร้านหนักมากขึ้น บ้านเมืองก็จะตกอยู่ในสภาพย่ำแย่


 การช่วยเหลือในโอกาสอันสมควร


          พระโพธิสัตว์กราบทูลพระราชาว่า ในการเพิ่มข้าวปลูกและข้าวกินแก่เกษตรกรก็ดี  ในการเพิ่มทุนแก่พ่อค้าก็ดี และในการพระราชทานเบี้ยเลี้ยงแก่ข้าราชการก็ดี จะต้องให้ในโอกาสอันสมควร กล่าวคือ ต้องให้ในเวลาที่เหมาะสม การให้นั้นจึงจะบังเกิดผลไพบูลย์ ในเรื่องนี้ภาษาบาลีใช้คำว่า "กาลัญญู" หมายถึง เป็นผู้รู้จักกาล ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะกาลัญญู เป็น 1 ใน 7 ของ สัปปุริสธรรม คือ ธรรมของคนดี ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกดำเนินไปโดยมีกาลเวลาเป็นตัวกำกับ หากเราทำอะไรได้ถูกจังหวะถูกกาลเวลา ก็จะเป็นเหตุให้ประสบความสำเร็จได้

ในการช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจแก่คนระดับล่าง 3 กลุ่มนี้ก็เช่นกัน ต้องช่วยเหลือในโอกาสที่เหมาะสมจึงจะเกิดประโยชน์มาก เช่น ในช่วงที่ข้าวและธัญญาหารมีราคาแพง จึงเป็นโอกาสอันเหมาะสมที่รัฐบาลจะส่งเสริมเกษตรกรในเรื่องการทำนา และการเพาะปลูกธัญพืช


 กุศโลบายสร้างทีมงานบริหารประเทศ


          หลังจากที่บ้านเมืองสงบเรียบร้อยแล้ว พระเจ้ามหาวิชิตราชจึงตรัสถามวิธีบูชามหา-ยัญกับพราหมณ์ปุโรหิต พราหมณ์ปุโรหิตจึงกราบทูลให้พระราชาขอความเห็นชอบ และขอความร่วมมือเรื่องการบูชามหายัญจากคนระดับบน 4 กลุ่ม เพื่อเป็นบริวารของยัญ สาเหตุที่ต้องทำเช่นนั้น ก็เพื่อเป็นกุศโลบายในการสร้างทีมงานบริหารประเทศนั่นเอง เพราะคนระดับบน 4 กลุ่มนี้ แม้จะมีจำนวนน้อยแต่มีอิทธิพลมากทางด้านการเมือง มีสติปัญญา ทรัพย์สิน และเครือข่ายมาก  ในขณะที่ 3 กลุ่มระดับรากหญ้า มีจำนวนคนมากมายมหาศาลแต่มีอิทธิพลน้อย


          การที่พระราชาทำเช่นนี้นั้น เป็นการให้เกียรติแก่พวกเขา เป็นการผูกมัดจิตใจคนระดับบนให้เกิดความรู้สึกว่า ได้รับความไว้วางใจจากพระราชา สิ่งนี้เป็นสิ่งที่คนกลุ่มนี้ขาด  พวกเขาต่างก็มีโภคทรัพย์, สติปัญญา, ความรู้, ความสามารถและเครือข่ายมากอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ขาด   คือ การได้รับการยอมรับนับถือจากผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน เมื่อพระองค์ทรงเลือกใช้วิธีการให้เกียรติ แทนการใช้พระราชอำนาจสั่งการ จึงเป็นที่ถูกใจกลุ่มบุคคลระดับบนเป็นอย่างยิ่ง ทำให้บุคคลเหล่านี้เต็มใจช่วยพระราชาบริหารกิจการบ้านเมือง อย่างเต็มกำลังความสามารถ


          การจะให้อะไรแก่ใครก็แล้วแต่มีหลักอยู่ว่า จะต้องให้ในสิ่งที่เขาขาด และให้อย่างเหมาะสม จึงจะบังเกิดผลมาก สำหรับคนจนขาดทรัพย์ ก็ต้องให้ทรัพย์ที่เหมาะสมกับเขา เช่น หากเป็นชาวนาก็ให้ข้าวเปลือก พ่อค้าก็ให้ทุนไปลงทุน  ข้าราชการก็ให้เบี้ยเลี้ยงหรือโบนัส เป็นต้น  ส่วนคนรวยไม่ได้ขาดทรัพย์ แต่เขาปรารถนาการยอมรับ และความไว้วางใจจากผู้ปกครอง ต้องการมีเกียรติยศชื่อเสียง เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อหน้าที่การงานหรือธุรกิจของเขา ด้วยเหตุนี้ผู้ปกครองจึงต้องให้เกียรติแก่พวกเขา


          กลุ่มผู้มีอิทธิพลทั้ง 4 กลุ่มนี้ ไม่เพียงแต่เห็นด้วยกับการบูชายัญของพระราชาเท่านั้น แต่ยังนำทรัพย์มากมายมาถวายพระราชาด้วย ซึ่งพระเจ้ามหาวิชิตราชเองก็ไม่ทรงรับ โดยตรัสว่า อย่าเลย ทรัพย์เป็นอันมากนี้ของข้าพเจ้า ก็ได้รวบรวมมาแล้วจากภาษีอากรที่เป็นธรรม พวกท่านจงนำทรัพย์จากที่นี้เพิ่มไปอีก เมื่อพวกเขาถูกพระราชาปฏิเสธ ต่างคิดร่วมกันว่า การนำทรัพย์เหล่านี้กลับไปเรือนอีกไม่สมควรเลย  เพราะพระเจ้ามหาวิชิตราชกำลังทรงบูชามหายัญอยู่   พวกเราจะบูชายัญตามเสด็จพระองค์บ้าง จึงได้บำเพ็ญทานตามอย่างพระราชา การบูชามหายัญนี้ จึงเป็นการกระจายความมั่งคั่งไปสู่บุคคลระดับล่าง เป็นการลดช่องว่างระหว่างผู้มีทรัพย์มากในระดับบน กับกลุ่มผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสในระดับล่างซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของแผ่นดิน


การที่พระราชาไม่ทรงรับทรัพย์ของกลุ่มคนระดับบน แต่กลับทรงพระราชทาน พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้กับพวกเขาไปอีก สิ่งนี้ถือว่าเป็นกุศโลบายอันชาญฉลาด ในการเชิญชวนทางอ้อมให้คนกลุ่มนี้ร่วมบำเพ็ญทานกับพระองค์  โดยพระองค์ทรงเป็นต้นแบบให้เขาทำตาม และที่สำคัญเป็นการฝึกให้พวกเขารู้จักให้ทานเพื่อกำจัดความตระหนี่ ฝึกให้พวกเขาเป็นคนใจใหญ่ใจกว้างเพื่อป้องกันความโลภอันจะทำให้ทำผิดศีลธรรม เช่น การแสวงหาทรัพย์โดยเอารัดเอาเปรียบหรือคดโกง ซึ่งปัญหานี้มีอยู่ในทุกยุคสมัยโดยมักจะเกิดกับกลุ่มคนระดับบน  คนเหล่านี้ ไม่ได้แสวงหาทรัพย์โดยมิชอบเพราะยากจน แต่เพราะไม่รู้จักพอ ถ้าหากพวกเขารู้จักการให้เสียบ้าง ความโลภก็จะลดลง จึงเท่ากับเป็นการป้องกันการเบียดเบียนกันในสังคมไปในตัว 

          มีข้อสังเกตอีกประการหนึ่งคือ การบูชามหายัญ หรือการบริจาคทานแก่ ประชาชนทั่วไปŽ ครั้งใหญ่นี้ จัดทำขึ้นหลังจากที่พระราชาแก้ปัญหาเศรษฐกิจระดับเบื้องต้นเสร็จแล้ว          คือ ได้ให้ความช่วยเหลือแก่คนระดับรากหญ้า 3 กลุ่มซึ่งขยันแต่ยากจน จนเศรษฐกิจฟื้นตัว ผู้คนอยู่ดีมีสุข ปราศจากโจรผู้ร้ายแล้ว สาเหตุที่ต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน เพราะต้องการช่วยเหลือกลุ่มคนที่เดือดร้อนมากที่สุดก่อน คล้ายๆ กับการรักษาโรคต้องรักษาคนที่เจ็บป่วยหนัก   ก่อน ส่วนคนที่ยังช่วยตัวเองได้เอาไว้ทีหลัง หากไม่คำนึงถึงตรงนี้ คนป่วยหนักก็จะไม่ได้รับการรักษาอย่างทั่วถึง โรคอันเกิดจากคนป่วยเหล่านี้ ก็จะยังคงระบาดต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด 




กรุณาติดตามต่อในตอนหน้าค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก มหาวิทยาลัยธรรมกาย แคลิฟอร์เนีย





Create Date : 05 กรกฎาคม 2555
Last Update : 5 กรกฎาคม 2555 17:57:25 น. 0 comments
Counter : 988 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
อุ่นอาวรณ์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




พระรัตนตรัยเป็นรัตนะอันประณีต เป็นสิ่งประเสริฐเลิศลํ้าที่สุดที่ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน ด้วยสัจจะวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านในกาลทุกเมื่อเทอญฯ
Friends' blogs
[Add อุ่นอาวรณ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.