ชีวิตของน้ำเกลือ
Group Blog
 
All Blogs
 

" ป.ปลานั้นหายาก...

ต้องลำบากออกเรือไป ขนส่งจากแดนไกล ใช้น้ำแข็งเปลืองน้ำมัน.. "

คำกลอนที่อาม้าบังคับให้อาเม้งท่องบนโต๊ะอาหาร ในโฆษณารณรงค์สร้างจิตสำนึกทางทีวีตัวนึงเมื่อหลายปีก่อน หากยังจำกันได้

อาม้าสอนให้อาเม้งลูกชายรู้จักคุณค่าของทรัพยากร

เมื่อวานเราได้รู้จักปลาป่าพรุไปแล้วส่วนหนึ่ง วันนี้เราจะมาดูปลาที่หายากและใกล้สูญพันธุ์กันบ้าง


ฝักพร้า ดาบลาว ท้องพลุ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Macrocheilichthys macrocheilus
วงศ์ : Cyprinidae
วงศ์ย่อย : Oxygastrini
ขนาด : 20-60 ซ.ม.
ลักษณะ : ลำตัวยาวและแบนข้างคล้ายมีดดาบ ท้องเป็นสันแคบ ตาโต ปากกว้างเฉียงขึ้นด้านบน ปลายปากล่างโค้งเข้าเล็กน้อยคล้ายขอ ลำตัวสีเงินวาว ครีบใส ครีบอกใหญ่และยาวแหลม ครีบท้องและครีบหลังเล็ก แต่ครีบก้นมีฐานครีบยาว ครีบหางเว้าลึกและปลายมน โคนครีบหางมีแต้มสีคล้ำ
อาหาร : ปลาขนาดเล็กและแมลง
พฤติกรรม : มักล่าเหยื่อใกล้ผิวน้ำ ว่ายน้ำได้เร็วมาก
ถิ่นอาศัย : แม่น้ำและแหล่งน้ำหลาก ปัจจุบันพบน้อย
สถานภาพ : ใกล้สูญพันธุ์




สะนากยักษ์ สะนากปากเบี้ยว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aaptosyax grypus
วงศ์ : Cyprinidae
วงศ์ย่อย : Oxygastrini
ขนาด : 60-100 ซ.ม.
ลักษณะ : มีปากกว้าง ขากรรไกรโค้งคล้ายกรรไกรตัดหมาก ตามีเยื่อไขมันคลุม ลำตัวทรงกระบอก มีเกล็ดเล็ก ลำตัวสีเงินวาวเหลือบเหลืองทอง ครีบสีส้มเรื่อ ๆ
อาหาร : ปลาที่อยู่ตามผิวน้ำ
พฤติกรรม : ผสมพันธุ์ในฤดูแล้ง ลูกปลาเลี้ยงตัวในลำธารแม่น้ำสาขา
ถิ่นอาศัย : เฉพาะในแม่น้ำโขงและสาขาที่เป็นแก่งหิน
สถานภาพ : ใกล้สูญพันธุ์อย่างวิกฤต




กระเบนลาว กระเบนแม่น้ำโขง ฝาไล

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dasyatis laosensis
วงศ์ : Dasyatidae
ขนาด : 40-80 ซ.ม.
ลักษณะ : ครีบอกแผ่กว้างเป็นปีกรอบตัว ปลายหัวค่อนข้างเป็นเหลี่ยม ลำตัวด้านบนมีสีน้ำตาลเข้ม หรือเทาอมน้ำตาล ด้านล่างสีนวล ขอบปีกด้านล่างเป็นลายด่างสีเหลืองเข้มหรือส้ม หางยาวเป็นริ้วหนังบางๆ โคนหางมีเงี่ยงแหลมคน 1 หรือ 2 อัน
อาหาร : ปลาและลูกกุ้งที่อยู่ตามผิวน้ำ
พฤติกรรม : มักอาศัยอยู่บริเวณพื้นท้องน้ำ บางครั้งว่ายขึ้นมาหากินบนผิวน้ำ
ถิ่นอาศัย : พบเฉพาะในแม่น้ำโขง
สถานภาพ : มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์




กระเบนธง กระเบนหางวัว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pasinachus sephen
วงศ์ : Dasyatidae
ขนาด : 180 ซ.ม.
ลักษณะ : รูปร่างสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนค่อนไปทางกลม ขอบหลังด้านท้ายอ่อนนุ่ม ด้านหน้าค่อนข้างตรง ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลคล้ำ ลำตัวด้านล่างอ่อนนุ่ม หางยาวมีริ้วหนังแผ่กว้างเห็นได้ชัดเหมือนธง
อาหาร : ปลา กุ้ง และปู
พฤติกรรม : ออกลูกเป็นไข่
ถิ่นอาศัย : ทะเลสาบสงขลาตอนใน
สถานภาพ : พบน้อย



สะตือ ตองแหล่

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Chitala lopis
วงศ์ : Notopteridae
ความยาว : 50-150 ซ.ม.
ลักษณะ : คล้ายปลากราย แต่ท้ายทอยเว้าลึกและลำตัวมีเกล็ดละเอียดกว่า โคนครีบอกมีแต้มคล้ำ และข้างลำตัวมีจุดประสีคล้ำเล็กๆ
อาหาร : ปลา กุ้ง แมลงน้ำ และสัตว์น้ำขนาดเล็กอื่นๆ
พฤติกรรม : ชอบอาศัยอยู่บริเวณที่มีกิ่งไม้ใต้น้ำหรือพรรณพืชน้ำค่อนข้างหนาแน่น
ถิ่นอาศัย : ลำธารและแม่น้ำในป่า
สถานภาพ : หายาก



หมากผาง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tenualosa thibaudeaui
วงศ์ : Clupeidae
ขนาด : 20-25 ซ.ม.
ลักษณะ : คล้ายปลาซาร์ดีน แต่ลำตัวกว้างกว่า ปากกว้าง มีเยื่อคลุมตา เกล็ดใหญ่แต่หลุดร่วงง่าย ลำตัวสีเงิน ด้านข้างมีแต้มสีน้ำเงินอมม่วง
อาหาร : แพลงก์ตอนและอินทรีสาร
พฤติกรรม : มีการอพยพขึ้นลงในแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาเพื่อวางไข่และหากิน
ถิ่นอาศัย : พบเฉพาะในลุ่มน้ำแม่โขง
สถานภาพ : ใกล้สูญพันธุ์



ซิวใบไผ่แม่แตง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Devario maetaengensis
วงศ์ : Cyprinidae
วงศ์ย่อย : Danioninae Danionini
ขนาด : 4-5 ซ.ม.
ลักษณะ : ลำตัวแบนข้าง ส่วนหางเรียว มีหนวดสั้นที่มุมปาก ตัวผู้ช่วงฤดูผสมพันธุ์มีสีสดใส ท้องและครีบก้นมีสีแดงอมส้ม แต้มบนลำตัวเห็นชัดขึ้น
อาหาร : แพลงก์ตอนและแมลงน้ำ
พฤติกรรม : อยู่เป็นฝูงเล็ก ๆ ใกล้พื้นท้องน้ำ วางไข่ติดกับใบไม้ร่วง
ถิ่นอาศัย : ลำธารที่มีป่าปกคลุมเฉพาะบริเวณลุ่มแม่น้ำแตงและพื้นที่รอบดอยหลวงเชียงดาว จ. เชียงใหม่
สถานภาพ : เป็นปลาถิ่นเดียวของไทย



ซิวหัวตะกั่วสุโขทัย ท้องพลุ ซิวหัวตะกั่ว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Chela caeruleostigmata
วงศ์ : Cyprinidae
วงศ์ย่อย : Danioninae Danionini
ขนาด : 5-7 ซ.ม.
ลักษณะ : ลำตัวแบนข้างมาก ปากเล็ก ด้านบนหัวมีแต้มสีฟ้าเรืองแสงคล้ายของปลาหัวตะกั่ว ครีบอกยาว เกล็ดเล็กหลุดร่วงง่าย ลำตัวสีเงินวาว ข้างลำตัวมีแถบสีคล้ำ
อาหาร : แมลงขนาดเล็ก
พฤติกรรม : อยู่เป็นฝูงเล็ก ๆ ชอบว่ายน้ำอยู่ใกล้ผิวน้ำ กระโดดได้สูง
ถิ่นอาศัย : แม่น้ำสายหลักและสาขาที่มีพรรณไม้ชายฝั่ง
สถานภาพ : ใกล้สูญพันธุ์ จากการสูญเสียถิ่นอาศัย



จาด หางแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Poropuntius melanogrammus
วงศ์ : Cyprinidae
วงศ์ย่อย : Cyprininae Poropunti
ขนาด : 20 ซ.ม.
ลักษณะ : ลำตัวแบนข้างเล็กน้อย หัวสั้น ปากเรียวเล็ก ริมฝีปากล่างเป็นขอบแข็งและคม ลำตัวสีเงินวาว ด้านบนสีคล้ำหรือคล้ำอมม่วง กลางลำตัวมีแถบสีคล้ำยาวถึงโคนหาง เกล็ดมีแต้มสีคล้ำ ครีบสีแดงเรื่อ ๆ ครีบหางเว้าลึกมีขอบด้านบนสีคล้ำและแดงส้ม ครีบหลังสูง
อาหาร : พืชน้ำและตะไคร่น้ำตามหินและไม้ใต้น้ำ
พฤติกรรม : อยู่เป็นฝูงเล็กในบริเวณที่มีน้ำแรง
ถิ่นอาศัย : แม่น้ำแม่กลองและสาขาในบริเวณที่มีป่าปกครุม
สถานภาพ : เป็นปลาถิ่นเดียวของไทย





ซิวตาเขียว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Microrasbora kubotai
วงศ์ : Cyprinidae
วงศ์ย่อย : Danioninae Danionini
ขนาด : 2-3 ซ.ม.
ลักษณะ : ลำตัวสั้นและแบนข้างกว่าปลาซิวทั่วไป ตาโต ไม่มีหนวด เกล็ดเล็กสีเงินวาวอมเหลืองอ่อน ตาสีเหลือบเขียวอ่อน ตัวค่อนข้างใส ครีบใส ครีบหางมีขอบสีคล้ำ
อาหาร : แพลงก์ตอนสัตว์
พฤติกรรม : มักว่ายน้ำอยู่ใกล้ผิวน้ำเป็นฝูงเล็กๆ
ถิ่นอาศัย : ลำธารในป่า บริเวณที่เป็นคุ้งน้ำใส
สถานภาพ : ใกล้สูญพันธุ์ เป็นปลาถิ่นเดียวของไทย



ตะโกกหน้าสั้น

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Albulichthys albuloides
วงศ์ : Cyprinidae
วงศ์ย่อย : Cyprininae Systomini
ขนาด : 15-35 ซ.ม.
ลักษณะ : ลำตัวเพรียว หัวเล็ก ตาโต ปากเล็กสั้นมน ลำตัวสีเงินวาวอมเหลือง ครีบสีเหลือง ครีบหลังสั้น ครีบอก ครีบท้องและครีบก้นเล็ก ครีบหางเว้าลึกสีส้มหรือสีแดง และมีขอบสีคล้ำ
อาหาร : อินทรียสารและสัตว์หน้าดินขนาดเล็ก
พฤติกรรม : อยู่เป็นฝูงใหญ่ในระดับกลางน้ำ
ถิ่นอาศัย : แม่น้ำสายหลักในภาคกลาง
สถานภาพ : ใกล้สูญพันธุ์



นวลจันทร์ พอน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cirrhinus microlepis
วงศ์ : Cyprinidae
วงศ์ย่อย : Cyprininae Labeonini
ขนาด : 46-69 ซ.ม.
ลักษณะ : ลำตัวเรียวยาวทรงกระบอก หัวโต ปากและตาเล็ก เกล็ดเล็ก หัวและลำตัวสีเงินอมเหลืองทอง (ลุ่มน้ำเจ้าพระยา) หรือชมพู (ลุ่มน้ำโขง) ครีบหลังยกสูง ครีบหางเว้าลึก ครีบก้นเล็ก
อาหาร : อินทรียสาร สัตว์หน้าดิน แพลงก์ตอน และแมลง
พฤติกรรม : วางไข่ในแหล่งน้ำหลากและเลี้ยงตัวจนน้ำลดจึงกลับลงสู่แม่น้ำ
ถิ่นอาศัย : แม่น้ำสายหลักและน้ำหลาก
สถานภาพ : หายาก ปัจจุบันสูญพันธุ์ไปจากแม่น้ำเจ้าพระยา



ค้อปลาไหล หลดหางแฉก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Vaillantella massi
วงศ์ : Balitoridae
ขนาด : 10-15 ซ.ม.
ลักษณะ : ลำตัวเรียวยาวคล้ายปลาไหลและแบนข้างเล็กน้อย ตาเล็กมาก หัวเล็กมีหนวดสั้น ๆ 3 คู่ เกล็ดเล็กมาก ครีบลหังยาวมากเกือบตลอดความยาวลำตัว ครีบท้องอันเล็ก ครีบก้นยาวกว่าสกุลอื่น ๆ ของปลาค้อ และมีแถบสีจางตลอดกลางหลัง
อาหาร : ตัวอ่อนของแมลงน้ำขนาดเล็ก
พฤติกรรม : ซุกตัวตามซอกไม้และพืชน้ำ
ถิ่นอาศัย : ลำธรน้ำไหลแรง
สถานภาพ : พบน้อยมาก



หมูน่าน หมูงวง บง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Botia nigrolineatus
วงศ์ : Cobitidae
ขนาด : 7-10 ซ.ม.
ลักษณะ : คล้ายหมูอารีย์ แต่ลำตัวยาวกว่า ลายที่หลังเป็นดวงกลมใหญ่กว่าและมี 2 แถว ลายบั้งที่ท้องไม่ชัดเจน ปลาเล็กมีลายพาดกลางลำตัวตามแนวยาว 1 แนว ครีบหางใส และมีลายประสีคล้ำ
อาหาร : ตัวอ่อนแมลงน้ำและสัตว์หน้าดินขนาดเล็ก
พฤติกรรม : ว่ายวนตามซอกหินในระดับใกล้พื้นท้องน้ำ
ถิ่นอาศัย : ลำธารและต้นน้ำของแม่น้ำว้าและลุ่มน้ำโขง
สถานภาพ : พบน้อยและมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์



แขยงหนู แขยงทราย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mystus rhegma
วงศ์ : Bagridae
ขนาด : 7-10 ซ.ม.
ลักษณะ : เป็นปลาแขยงที่มีตาโตและหัวโต ปากเล็ก หางเรียวและมีครีบไขมันยาว ลำตัวสีเทาอ่อน มีแถบสีคล้ำพาดกลางลำตัวตามแนวยาวไปถึงโคนหาง ครีบใสสีคล้ำ ท้องสีจาง
อาหาร : แมลงน้ำและสัตว์หน้าดินขนาดเล็ก
ถิ่นอาศัย : แม่น้ำสายหลักและแหล่งน้ำหลาก
สถานภาพ : ใกล้สูญพันธุ์




สายยู หวีเกศ เกด

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ceratoglanis pachynema
วงศ์ : Siluridae
ขนาด : 25-40 ซ.ม.
ลักษณะ : หัวเล็กมีสีแดงเรื่อ ๆ ปากเล็กอยุ่ด้านล่าง มีหนวดสั้นเป็นติ่งใกล้จมูก ตาเล็กมาก ลำตัวแบนข้างมีสีชมพูหรือสีนวล ครีบมีขอบสีคล้ำ ครีบก้นยาวมาก
อาหาร : สัตว์หน้าดิน กุ้งและแมลง
พฤติกรรม : กระดิกหนวดอย่างเร็วในขณะว่ายน้ำ
ถิ่นอาศัย : แม่น้ำสายหลักของลุ่มน้ำบางปะกง
สถานภาพ : ใกล้สูญพันธุ์อย่างวิกฤต



แค้หัวแบน แค้งู

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bagarius suchus
วงศ์ : Sissoridae
ขนาด : 50-70 ซ.ม.
ลักษณะ : คล้ายปลาแค้ควาย แต่หัวและลำตัวเรียวแบนกว่ามาก สันหลังมีสันเป็นหยัก ลำตัวสีน้ำตาลอมเหลืองหรือเทานวล ข้างลำตัวมีแต้มสีดำใหญ่ 2 แต้ม และมีจุดสีดำหรือคล้ำประทั่วตัว
อาหาร : ปลาและซากสัตว์
พฤติกรรม : คล้ายปลาแค้ควาย แต่พบในบริเวณหน้าดินมากกว่า
ถิ่นอาศัย : แม่น้ำสายหลัก
สถานภาพ : พบไม่บ่อยนัก





หลดม้าลาย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Macrognathus zebrinus
วงศ์ : Mastacembelidae
ขนาด : 10-20 ซ.ม.
ลักษณะ : คล้ายปลาหลด แต่ลำตัวสีเหลืองอ่อนหรือเทา มีลายบั้งขวางลำตัวแนวเฉียงและตรงสีดำแบบลายม้าลาย หางมีแถบสีคล้ำ 5-6 บั้ง จะงอยปากยาวกว่า
อาหาร : กุ้งขนาดเล็กและแมลงน้ำ
พฤติกรรม : ซุกตามพืชน้ำหรือซอกโพรงโม้หรือใต้ก้อนหิน
ถิ่นอาศัย : ลำธารและหนองบึงของลุ่มน้ำสาละวิน
สถานภาพ : หายาก



ปักเป้าขน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Monotrete baileyi
วงศ์ : Tetraodontidae
ขนาด : 7-10 ซ.ม.
ลักษณะ : หัวโต ตาเล็กกว่าปลาปักเป้าชนิดอื่นๆ หัวและลำตัวมีติ่งหนังสั้น ๆ ที่แตกปลายตลอด ลำตัวมีสีน้ำตาลแดงหรือสีกากีคล้ำ และมีจุดประสีจาง ครีบหางมีสีน้ำตาลอมเหลืองและมีประสีคล้ำ ปลาที่อยู่ตามแก่งน้ำไหลแรงจะมีติ่งหนังมากกว่า ที่อยู่น้ำไหลช้า
อาหาร : หอยขนาดเล็กและกุ้ง
พฤติกรรม : ไม่ทราบแน่ชัด
ถิ่นอาศัย : แม่น้ำโขงบริเวณที่เป็นแก่งหิน
สถานภาพ : ใกล้สูญพันธุ์



เจตนาข้ามปลาสงวน 4 ชนิดตาม พ.ร.บ. 2535 ได้แก่ ตะพัด (Scleropages formosus) หมูอารีย์ (Botia sidthimanki) เสือตอลายใหญ่ (Datnioides microlepis) และค้างคาวติดหินอินทนนท์ (Oreoglanis siamensis) ด้วยเห็นว่าคงจะคุ้นเคยกันแล้ว

ลิ๊งค์ที่เกี่ยวข้อง

//www.sa.ac.th/biodiversity/contents/7result/result055_1.html

//www.siamensis.org

//www.dmcr.go.th/SMCRRC/indanger.htm




 

Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2549 5:48:40 น.
Counter : 1382 Pageviews.  

ปลาป่าพรุ น่าสนๆ

ไม่พูดพร่ำทำเพลง เริ่มเลยดีกว่า...

ตัวแรก

ดุกลำพัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clarias nieuhofii
วงศ์ : Clariidae
ขนาด : 30-60 ซ.ม.
อาหาร : สัตว์น้ำ, ซากพืชและซากสัตว์
ลักษณะ : ลำตัวเรียวยาวกว่าปลาดุกชนิดอื่นมาก หัวเล็กสั้นครีบหลังและครีบก้นใหญ่ยาวเกือบเท่าความยาวลำตัว ครีบหางเล็กอยู่ชิดกับครีบหลังและครีบก้น ครีบท้องเล็ก ลำตัวสีคล้ำอมน้ำตาลแดง บางตัวมีจุดเล็ก ๆ สีขาวเป็นแนวตั้งบนลำตัว ท้องสีจาง
พฤติกรรม : อยู่เป็นฝูงใหญ่ในฤดูแล้ง
ถิ่นอาศัย : แหล่งน้ำนิ่งที่เป็นกรดมีสีชา เช่น ป่าพรุและลำธารในป่าดงดิบชื้น
สถานภาพ : พบน้อย





เข็มงวง เข็มช้าง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hemirhamphodon pogonognathus
วงศ์ : Hemirhamphiae
ขนาด : 10 ซ.ม.
อาหาร : มดและแมลงอื่น ๆ ที่ตกลงน้ำ
ลักษณะ : คล้ายปลาเข็ม แต่ขนาดใหญ่กว่ามาก และมีปากล่างเป็นติ่งหนังยาวโค้งลงด้านล่างคล้ายงวง หัวและลำตัวมีสีเขียวอมเหลือง ท้องสีจาง บนตัวมีจุดละเอียดสีแดง ครีบสีเหลืองสดหรือเหลืองอ่อน ครีบหลังมีขอบสีแดงคล้ำ ครีบหางและครีบก้นมีขอบสีฟ้าเรืองแสง
พฤติกรรม : พบอยู่เป็นกลุ่มๆเล็ก ๆ 5-20 ตัว
ถิ่นอาศัย : พรุโต๊ะแดง จ. นราธิวาส
สถานภาพ : พบชุกชุม






ช่อนเข็ม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Luciocephalus pulcher
วงศ์ : Luciocephalidae
ขนาด : 15 ซ.ม.
อาหาร : แมลงน้ำ, ลูกปลา ลูกกุ้ง
ลักษณะ : คล้ายปลาช่อน แต่หัวและปากแหลมยื่น ลำตัวสีน้ำตาลไหม้หรือน้ำตาลอมเขียว หลังสีจางกว่า กลางลำตัวมีแถบใหญ่สีคล้ำขอบสีจางพาดยาวและมีแถบจางพาดบริเวณด้านท้อง โคนครีบหางมีจุดจางสีดำขอบขาว ท้องสีฟ้าจาง ครีบหลังสีคล้ำ ครีบหางมีลายสีคล้ำประ ครีบล่างใส
พฤติกรรม : วางไข่โดยตัวผู้อมไข่ไว้ในปาก และเลี้ยงไว้จนลูกปลาขนาดประมาณ 1 ซ.ม. จึงปล่อยออกมา
ถิ่นอาศัย : พรุโต๊ะแดง จ. นราธิวาส
สถานภาพ : พบไม่ชุกชุม






กัดภูเขาแก้มเขียว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Betta pugnax
วงศ์ : Belontiidae
ขนาด : 5-7 ซ.ม.
อาหาร : ตัวอ่อนแมลงน้ำและแพลงก์ตอนสัตว์น้ำ
พฤติกรรม : ตัวผู้อมไข่จนฟักเป็นตัวและเลี้ยงลูก
ลักษณะ : ลำตัวป้อมใหญ่กว่าปลากัดไทย หัวโต ครีบหางใหญ่ ตัวผู้มีสีน้ำตาลคล้ำ ข้างแก้มสีฟ้าเหลือบเขียว เกล็ดมีจุดสีฟ้าเหลือบทั้งตัว ครีบสีน้ำตาลอ่อน ครีบหลังและครีบหางมีลายเส้นประสีคล้ำ ครีบก้นมีขอบดำ ตัวเมียสีน้ำตาลอ่อน และมีแถบสีคล้ำพาดตามแนวยาวของลำตัว
ถิ่นอาศัย : ลำธารที่มีกรวดหินและพืชน้ำบนภูเขาภาคใต้ และป่าพรุ
สถานภาพ : พบน้อย







เสือดำ นางคง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nandus nebulosus
วงศ์ : Nandidae
ขนาด : 6-10 ซ.ม.
อาหาร : กุ้ง, ลูกปลา และแมลง
พฤติกรรม : ซ่อนตัวอยู่นิ่งตามใบไม้และกองหิน
ลักษณะ : ลำตัวแบนข้าง หัวและตาโต ปากมน บนฝาปิดเหงือมีหนามเล็กๆ 1 อัน ลำตัวสีน้ำตาลแดง มีลายบั้งและประสีคล้ำพาดขวาง 5-6 บั้ง และมีแถบสีดำยาวจากปลายปากถึงท้ายทอย ครีบหลังตอนแรกสีเหมือนลำตัว ตอนหลังใส ครีบอกใส
ถิ่นอาศัย : ลำธารและพรุ
สถานภาพ : พบมากในบางแหล่งน้ำ







ขยุยพรุ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Parakysis verrucosus
วงศ์ : Parakysidae
ขนาด : 5 ซ.ม.
อาหาร : สัตว์หน้าดินขนาดเล็ก
พฤติกรรม : มักมุดตัวอยู่ตามกองใบไม้ร่วง
ลักษณะ : ลำตัวเรียวและแบนข้าง มีตุ่มสากกระจายทั่ว หนวด 4 คู่ สีสีจางและมีแถบคล้ำเป็นปล้อง ครีบหลังและครีบอกสั้น ครีบท้องเล็ก ครีบหางเว้าตื้น ลำตัวและหัวมีสีน้ำตาลคล้ำหรือเทา หลังสีน้ำตาลอมเหลืองจางกว่า และมีประสีจางกระจายทั่ว ครีบใสและมีประสีคล้ำ
ถิ่นอาศัย : พรุโต๊ะแดง จ. นราธิวาส
สถานภาพ : หายาก




หมอจำปะ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Belontia hasslti
วงศ์ : Belontiidae
ขนาด : 20 ซ.ม.
อาหาร : แมลงน้ำและแพลงก์ตอนสัตว์
พฤติกรรม : วางไข่โดยทำรัง ก่อหวอดคล้ายปลากัด
ลักษณะ : คล้ายปลาหมอ แต่ลำตัวกว้างและแบนข้างมากกว่า ปลายครีบหางมน ครีบท้องเล็ก ลำตัวสีเหลืองทองหรือเหลืองคล้ำถึงน้ำตาลแดง ขอบเกล็ดสีคล้ำและที่ฐานครีบหลังตอนท้ายมีจุดสีดำ ครีบหลังและครีบก้นตอนหน้าสีคล้ำ ตอนท้ายรวมถึงครีบหางมีลายเส้นเป็นตาข่าย
ถิ่นอาศัย : พรุโต๊ะแดง จ. นราธิวาส
สถานภาพ : พบน้อย




ก้างพระร่วงป่าพรุ ผี เพียวขุ่น

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Kyptopterus macrocephalus
วงศ์ : Siluridae
ขนาด : 10 ซ.ม.
อาหาร : แมลงน้ำขนาดเล็กและแพลงก์ตอน
พฤติกรรม : อยู่เป็นกลุ่มในระดับกลางน้ำและมีพืชน้ำหนาแน่น
ลักษณะ : คล้ายปลาก้างพระร่วง แต่ลำตัวยาวกว่า ครีบหลังเห็นได้ชัดเจนกว่า และมีสีน้ำตาลอ่อนหรือสีคล้ำ กลางลำตัวมีแถบสีดำพาดตามแนวยาว ครีบใสสีเหลืองหรือน้ำตาลอ่อน หนวดสีคล้ำ
ถิ่นอาศัย : พบมากที่พรุโต๊ะแดง จ. นราธิวาส
สถานภาพ : พบชุกชุมในบางแหล่งน้ำ




กะแมะ คางคก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Chaca bankanensis
วงศ์ : Chacidae
ขนาด : 20 ซ.ม.
อาหาร : ปลาและกุ้ง
พฤติกรรม : อาศัยอยู่กองใบไม้ร่วง มักอยู่นิ่งเป็นเวลานานเพื่อรอจับปลาเล็กๆ
ลักษณะ : มีรูปร่างประหลาด หัวแบนราบมากและปากกว้าง ครีบหลังและครีบอกสั้น ก้านครีบอกมีขอบหยัก ครีบท้องใหญ่ มีผิวย่นและเป็นตุ่มขนาดต่างๆ หัวมีติ่งหนังอยู่โดยรอบ ลำตัวสีน้ำตาลแดงเข้มหรือน้ำตาลไหม้ ท้องสีจาง มีประและจุดสีคล้ำกระจายทั่ว
ถิ่นอาศัย : พรุโต๊ะแดง จ. นราธิวาส
สถานภาพ : มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์จากการสูญเสียถิ่นอาศัย




การเลี้ยงปลาป่าพรุ
//www.siamensis.org/article/a018.asp




 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2549 11:43:16 น.
Counter : 1927 Pageviews.  

โมโตโร่ กระเบนอเมริกาใต้ เพาะพันธุ์ได้ สร้างเงินสร้างรายได้

โมโตโร่ ปัจจุบันเป็นกระเบนที่ชาวๆปลาสวยงามรู้จักและเลี้ยงกันอย่างกว้างขวางเป็นอย่างดี อย่างที่รู้ๆมันสามารถเพาะพันธุ์และสร้างรายได้ได้ง่าย หลายคนเลี้ยง หลายคนได้ลูกมาแล้ว
ผมจึงนำบทความที่ลงในนิตยสาร เทคโนโลยีชาวบ้าน ของเครือมติชน ฉบับวันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา เกี่ยวกับเรื่องการเพาะขยายพันธุ์โมโตโร่มาให้อ่านอีกครั้งนึง เผื่อผู้ที่สนใจแต่ไม่ทราบรายละเอียด


ปลาสวยงาม

ศุภชัย นิลวานิช

โมโตโร่ กระเบนจากอเมริกาใต้ เพาะพันธุ์ได้ง่าย สร้างความสุขและรายได้ของ การุณย์ ลาภวรชัย

"โมโตโร่ " เป็นปลากระเบนสายพันธุ์ต่างประเทศอีกชนิดหนึ่งที่ผู้อยู่ในแวดวงปลาสวยงามอยากเป็นเจ้าของ ด้วยว่า ความสวย และแปลก ไม่เหมือนกับปลากระเบนไทย

แท้จริงปลากระเบนที่นำเข้ามามีอยู่ 6-7 ชนิด อาทิ โปลกาด็อท (ดำจุดขาว) Potamotrygon leopoldi ไทเกอร์ Potamotrygon sp. จากัวร์ Potamotrygon sp. และแอปเปิ้ล Disceus aiereba เป็นต้น แต่ไม่นิยมแพร่หลายมากนัก เนื่องจากมีราคาแพงตั้งแต่หลักหมื่นถึงแสนบาทต่อตัว ยกเว้นพันธุ์โมโตโร่ Potamotrygon motoro ที่มีซื้อขายกันค่อนข้างถูก คือหลักพัน และขยายพันธุ์ออกลูกได้ดี ทำให้สามารถพัฒนาเป็นการค้าอย่างไม่ลำบากนัก

มิแปลกที่ปัจจุบันนี้ปลากระเบนโมโตโร่พบเห็นได้ตามร้านจำหน่ายปลาสวยงาม และฟาร์มเลี้ยงปลาชั้นนำทั่วๆ ไป

กล่าวสำหรับพันธุ์ปลากระเบนสวยๆ เกือบทั้งหมด ส่วนใหญ่มาจากแถวอเมริกาใต้ เข้าสู่เมืองไทยเมื่อ 6-7 ปีก่อน โดยกลุ่มผู้นิยมเลี้ยงสัตว์แปลกๆ นำเข้ามา

จุดประสงค์ช่วงแรกๆ เพื่อเลี้ยงไว้ดูเล่น และประดับบารมี ต่อมาได้พัฒนาเป็นปลาเศรษฐกิจ เนื่องจากบางชนิดสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้ง่าย โดยเฉพาะปลากระเบนพันธุ์โมโตโร่

ลักษณะทั่วไปของปลากระเบนดังกล่าว คล้ายๆ กับปลาไทย จะแตกต่างตรงที่บนลำตัวส่วนบนจะมีสีสัน และจุดเล็ก-ใหญ่ กระจายไปทั่ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์ อย่างเช่น

พันธุ์โพโกดอต มีลักษณะเหมือนจานวงกลม มีหาง พื้นของลำตัวจะเป็นสีดำทั้งตัวจรดหางและจะมีจุดสีขาวขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป

พันธุ์ไทเกอร์ ลำตัวเป็นสีเหลือง มีลวดลายเป็นสีดำทั้งตัวและหาง คล้ายกับเสือโคร่งหรือเสือลายพาดกลอน จึงได้รับฉายาว่า กระเบนไทเกอร์

พันธุ์จากัวร์ ลำตัวกลมมีหางยาวประมาณ 1 ฟุต พื้นผิวเป็นสีน้ำตาลเข้มและอ่อน แตกต่างกันไปตามธรรมชาติ มีจุดสีเหลืองทั้งเล็กและใหญ่กระจายไปทั่วลำตัว คล้ายกับลายของเสือดาวจึงเป็นที่มาของชื่อ กระเบนจากัวร์

พันธุ์แอปเปิ้ล ลักษณะลำตัวคล้ายผลแอปเปิ้ลที่ผ่าครึ่ง ส่วนหางจะเหมือนกับก้านผลแอปเปิ้ล จึงเป็นที่มาของชื่อดังกล่าว

สำหรับพันธุ์โมโตโร่นั้น สีของลำตัวเป็นสีน้ำตาลอ่อนและเข้ม มีจุดวงกลมเป็นสีส้มขึ้นกระจายทั้งตัว ซึ่งคงความสวยและเด่น ไม่แตกจากพันธุ์อื่นๆ มากนัก



รู้จักการุณย์ ลาภวรชัย มือใหม่หัดเลี้ยงปลากระเบนโมโตโร่จนประสบความสำเร็จ


การุณย์ ลาภวรชัย หรือชื่อเล่นว่า "กอล์ฟ" อยู่บ้านเลขที่ 120/62 ซอยจอมทอง 8 ตำบลบางค้อ อำเภอบางขุนเทียน กรุงเทพฯ โทร. (01) 875-3768

คุณกอล์ฟ เป็นเด็กหนุ่มที่เกิดในครอบครัวฐานะปานกลาง พ่อแม่ทำธุรกิจด้านงานช่างกลึง ในอาคารพาณิชย์ 2 คูหา เขาชอบเลี้ยงปลาสวยงามมาตั้งแต่วัยเด็กๆ ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน ซึ่งส่วนใหญ่มีจุดประสงค์การเลี้ยง เพื่อดูเล่นเท่านั้น

"ที่ผ่านมาผมไม่ค่อยคิดว่าทำเป็นธุรกิจหรอก เพียงดูเล่นอย่างเดียว เพราะว่าผมทำอาชีพหลักคือช่วยพ่อแม่ทำงาน และขายสินค้าประดับยนต์ แต่ตอนนี้ความคิดกำลังจะเปลี่ยนใหม่แล้ว คือเพาะเลี้ยงปลาเป็นงานหลัก ส่วนธุรกิจอื่นๆ เป็นอาชีพรอง เนื่องจากผมทดลองเลี้ยงปลากระเบนสายพันธุ์โมโตโร่ และประสบการณ์ความสำเร็จทั้งการเลี้ยงและขยายพันธุ์ รวมทั้งอนุบาลลูกปลา ที่สำคัญตลาดมีความต้องการปลาชนิดนี้มาก จึงทำให้เปลี่ยนใจ จากเลี้ยงเพื่อดูเล่นเป็นการค้าแล้ว ซึ่งที่ผ่านมามีลูกค้าสนใจมากเลย" คุณกอล์ฟ เล่าถึงจุดเปลี่ยนแปลงของงานที่ทำ

พร้อมกับบอกย้ำว่า เหตุที่ปลาชนิดนี้เป็นที่สนใจก็เพราะว่าความสวย และแปลก อย่างไรก็ตาม บนความสวยและเสน่ห์ของปลากระเบน ก็มีอันตรายแฝงอยู่ นั่นก็คือ บริเวณโค่นหางของปลาชนิดนี้จะมีเงี่ยงพิษอยู่ ถ้าโดนเข้าจังๆ ต้องไปพบแพทย์ เพื่อฉีดยาบรรเทาความเจ็บปวด โปรดระมัดระวังในการเลี้ยงด้วย

"ปลาชนิดนี้ตลาดเปิดกว้างมาก มีลูกค้าติดต่อเข้ามาตลอด จนผลิตไม่ทัน เนื่องจากปลาชนิดนี้คลอดลูกเป็นตัว แต่ละแม่ให้ผลผลิตเพียง 3-12 ตัว เท่านั้น ไม่เหมือนสัตว์น้ำหรือปลาสวยงามชนิดอื่นๆ ที่ออกไข่และลูกแต่ละครั้ง เป็นร้อยและพันๆ ตัว จนทำให้ล้นตลาด ส่งผลให้ราคาร่วงหล่น จนแทบจะไม่มีกำไรเลย ผิดกับปลากระเบนโดยสิ้นเชิงเลยทีเดียว"

"จริงๆ แล้ว ผมอยากเลี้ยงหลากหลายสายพันธุ์อยู่เหมือนกัน แต่ไม่อยากลงทุนมากนัก อีกอย่างหนึ่งต้องการหาประสบการณ์สักระยะหนึ่งด้วย เพราะว่าปลาชนิดนี้ราคาแพง และไม่อยากให้มันสูญเสีย และคิดว่า เร็วๆ นี้ ผมจะขยายฟาร์มเลี้ยงให้มากขึ้น เนื่องจากสามารถจำหน่ายลูกปลาได้จำนวนหนึ่งแล้ว พอมีทุนขยายฟาร์มได้แล้ว" คุณกอล์ฟ กล่าว

ขณะนี้เขามีปลาแม่พันธุ์อยู่ 14 ตัว พ่อพันธุ์อีก 2 ตัว และลูกปลาอีกหลายสิบตัว

เขาเริ่มเลี้ยงปลากระเบนอย่างจริงจังเมื่อปี 2546 โดยเริ่มจากเพียง 3-4 ตัว จากนั้นก็ซื้อเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ เพื่อสะสมเป็นพ่อแม่พันธุ์

"ผมซื้อพันธุ์ปลามาจากเพื่อนๆ ซึ่งเราสามารถคัดเลือกปลาได้ตามอำเภอใจ ตัวไหนไม่สวยหรือมีตำหนิ หรือสุขภาพไม่แข็งแรง เราไม่เอา คัดเลือกเฉพาะตัวดีๆ มาทั้งนั้น อายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 1 ปี เพื่อเก็บไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์"

ปลาอายุครบ 1 ปีครึ่งก็เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้ว และทุกๆ 3-4 เดือน จะคลอดลูก 1 ครั้ง แต่ละครั้ง 3-10 ตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสุขภาพและอายุของแม่ปลาเป็นหลัก



เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์

อยู่บนชั้น 3 อาคารพาณิชย์


บ่อเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลากระเบนของคุณกอล์ฟ ไม่เหมือนกับฟาร์มอื่นๆ ด้วยว่าเขาไม่มีสถานที่หรือที่ดินว่างสำหรับสร้างบ่อเลี้ยงปลาเลย เนื่องจากบ้านพักอาศัยของเขาเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหา พื้นที่ว่างแทบจะไม่มี แต่มิใช่ว่าเป็นอุปสรรคในการเลี้ยงปลาเลย

"ผมรักอาชีพนี้ ทำให้ผมคิดอยู่หลายวันว่า จะหาสถานที่ไหนเลี้ยงปลา สุดท้ายก็ขออนุญาตพ่อแม่ว่า ขอพื้นที่ว่างชั้น 3 และชั้นดาดฟ้า เลี้ยงพ่อแม่ปลาและอนุบาลลูกปลา"

ชั้น 3 กลายเป็นบ่อเลี้ยงพ่อแม่ปลา โดยสร้างบ่อขนาดความกว้าง 3.5 เมตร ยาว 7 เมตร ลึก .40 เมตร

"ทั่วๆ ไปเลี้ยงปลากระเบนต้องมีระดับน้ำลึกอย่างน้อย 80 เซนติเมตร แต่ฟาร์มของผมนั้นมีปัญหาด้านสถานที่ จึงเลี้ยงในระดับน้ำสูงไม่ได้ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรมาก เพราะว่าเราเลี้ยงภายในอาคาร ทำให้สามารถควบคุณอุณหภูมิไม่ให้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ ส่งผลให้ปลาสุขภาพดีเหมือนกัน"

ส่วนบ่ออนุบาลของเขานั้นเขาสร้างบนดาดฟ้ามีทั้งบ่อปูนซีเมนต์และบ่อไฟเบอร์ ซึ่งขนาดเท่าๆ กัน คือ ความกว้าง 1 เมตร ยาว 1.50 เมตร สูง .30 เมตร

ภายในบ่อทุกๆ บ่อประกอบด้วย ท่อออกซิเจน และถังกรองน้ำ ทั้งนี้เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ

"ภาชนะที่ใช้กรองน้ำนี้ เราจะซื้อถังพลาสติคดัดแปลง โดยเจาะน้ำเข้าและออก ภายในถังจะใส่เปลือกหอยนางรม และใยแก้ว เพื่อกรองน้ำให้ใสและเป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ด้วย เราจะไม่ล้างถัง ยกเว้นใยแก้วเท่านั้นที่ต้องนำออกมาล้างทำความสะอาด 1-2 ครั้ง ต่ออาทิตย์ ส่วนอื่นๆ จะปล่อยให้ธรรมชาติจัดการกันเอง"

ทุกๆ 2 วัน เขาจะเปิดน้ำใหม่ไล่น้ำเก่าออกทิ้ง 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อต้องการให้สภาพน้ำมีคุณภาพอยู่ตลอด

"ผมเลี้ยงปลากระเบนแบบง่ายๆ ไม่มีกฎเกณฑ์หรือวิชาการมากมาย มันก็รอดชีวิต แถมออกลูกให้เราด้วย ผมพอใจจุดนี้มากแล้ว" คุณกอล์ฟ กล่าว



เลี้ยงพ่อแม่ปลา ต้องให้อาหารกินเต็มที่

พ่อแม่พันธุ์ปลากระเบนที่เขาเลี้ยงไว้ในบ่อนั้นจะเลี้ยงร่วมกับปลาตะเพียนและปลานิล ทั้งนี้เพื่อช่วยทำความสะอาดบ่อ คอยเก็บกินเศษอาหารเหลือหรือขี้ตะกอนอื่นๆ ด้วย

"ปลานิลและปลาตะเพียนนี้ ผมเอาไว้จำนวนเล็กน้อย เพียง 20-30 ตัว เท่านั้น ซึ่งลูกปลาพวกนี้เมื่อออกมาหรือตัวไหนอ่อนแอ ก็จะกลายเป็นอาหารปลากระเบนทันที เนื่องจากเป็นปลากินเนื้อ ชอบกินเนื้อปลา กุ้งฝอย และไส้เดือนแดงด้วย"

คุณกอล์ฟ บอกว่า จริงๆ แล้ว ฟาร์มใหญ่ๆ เขาจะเลี้ยงปลามังกรแทน เนื่องจากปลากระเบนเป็นปลาหาอาหารกินตามพื้นดิน ส่วนปลามังกรหากินผิวน้ำ ซึ่งจะไม่แย่งอาหารและทำร้ายกัน

"แต่ที่ฟาร์มผม ใช้หลักการง่ายๆ และชอบทดลองสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ จึงนำปลาตะเพียนกับปลานิลมาเลี้ยง และพบว่ามีผลดีมากกว่าผลเสีย เพราะว่าทำให้บ่อน้ำสะอาดอยู่ตลอดเวลา"

แม้ว่ามีลูกปลานิลและปลาตะเพียนให้ปลากระเบนจับกินเองตามธรรมชาติ แต่ก็ไม่เพียงพอกับความต้องการ คุณกอล์ฟจะซื้อกุ้งฝอยหรือเนื้อปลาแช่แข็งมาสับๆ ให้กินเพิ่มอีก 1 กิโลกรัม โดยแบ่งช่วงเช้า ครึ่งกิโลกรัม และที่เหลือจะเป็นช่วงเย็นต่อไป

อย่างไรก็ตาม หากเป็นช่วงที่แม่ปลากำลังตั้งท้องอยู่คุณกอล์ฟจะซื้อกุ้งฝอยหรือเนื้อปลาแช่แข็งให้กินอย่างเต็มที่ โดยเพิ่มปริมาณเป็น 1 เท่าตัว ทั้งนี้ เนื่องจากแม่ปลาต้องการอาหารเข้าไปบำรุงร่างกายและลูกในท้องด้วย



คลอดลูกก็ผสมพันธุ์ทันที

ก่อนคลอดลูก 1-2 วัน แม่ปลาจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง คือแสดงอาการกระวนกระวาย และไม่ยอมกินอาหาร ช่วงนี้คุณกอล์ฟจะเข้าดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่ เพื่อคอยช้อนลูกปลานำไปอนุบาลต่อ

"โดยปกติแม่ปลาจะคลอดลูกช่วงหลังอาทิตย์ตกดิน หรือประมาณ 2-3 ทุ่ม ลูกปลาจะทยอยออกมาทีละตัว และส่วนใหญ่จะว่ายน้ำไปหลบภัยอยู่บริเวณมุมบ่อ เพื่อป้องกันปลาตัวใหญ่ทับหรือเข้าไปทำร้าย"

คุณกอล์ฟ เล่าว่าในขณะที่แม่ปลากำลังคลอดลูกอยู่นั้นมันจะมีกลิ่นหรือหรือฮอร์โมนเพศออกมาด้วย เพื่อดึงดูดให้ปลาเพศผู้เข้ามาผสมพันธุ์ในค่ำคืนดังกล่าว

"ปลากระเบนมันแปลกมากเลย คลอดลูกก็ผสมพันธุ์กันเลย โดยพ่อปลาเข้าคลอเคลียและปล่อยน้ำเชื้อเข้าไป ตั้งท้อง 3-4 เดือน มันก็คลอดลูกชุดใหม่แล้ว" คุณกอล์ฟ กล่าว

รุ่งเช้าหลังจากจับลูกปลาแล้ว เขาจะเปิดท่อน้ำทิ้งออกเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากสภาพน้ำในบ่อขุ่น อันสาเหตุมาจากน้ำเชื้อของพ่อปลาช่วงผสมพันธุ์กับแม่ปลานั่นเอง



อนุบาลลูกปลากระเบน

ระดับน้ำที่ใช้อนุบาลลูกปลาครั้งแรกสูงประมาณ 9 นิ้ว เท่านั้น และแต่ละบ่อสามารถเลี้ยงปลาได้ไม่เกิน 20 ตัว

ในการอนุบาลลูกปลา 1 เดือนแรก จะไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำเลย เพียงแต่คอยดูดขี้ตะกอนออกทิ้งเสียบ้าง หลังจาก 1 เดือนขึ้นไป ก็จะเลี้ยงเหมือนพ่อแม่พันธุ์ คือเปลี่ยนถ่ายน้ำ 2 วัน ต่อครั้ง

โมโตโร่ (Potamotrygon motoro)




"น้ำที่เราใช้เลี้ยงปลากระเบนหรืออนุบาลนั้น จะเป็นน้ำประปาทั้งนั้น ซึ่งสะอาดมาก เพราะว่ามีคลอรีนช่วยฆ่าเชื้อโรคอยู่แล้ว ซึ่งในการนำน้ำมาใช้แต่ละครั้ง จะไม่กรองหรือพักน้ำไว้เลย เพียงแต่ก่อนปล่อยปลาหรืออนุบาลลูกปลาครั้งแรก ต้องทิ้งไว้ในบ่อประมาณ 1 คืน เพื่อให้คลอรีนระเหยออกไป ส่วนในช่วงระหว่างเลี้ยงหรืออนุบาลไม่จำเป็นต้องพักน้ำอีกแล้ว เนื่องจากตลอดระยะการเลี้ยงจะถ่ายน้ำออกทิ้งและเข้าครั้งละ 10 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น (ยกเว้นช่วงผสมพันธุ์อาจจะมากหน่อย) ซึ่งทำให้คลอรีนที่อยู่ในน้ำน้อย ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพของปลาเลย"

ลูกปลาอายุ 1-7 วัน เขาจะไม่ให้อาหาร เพียงแต่ปล่อยให้น้ำหมุนเวียนผ่านถังกรองเท่านั้น

เมื่ออายุลูกปลาได้ 7 วัน หรือถุงไข่แดงที่หน้าท้องยุบ เขาก็เริ่มปล่อยกุ้งฝอยตัวเป็นๆ ลงไป เพื่อให้ลูกปลาไล่กินเป็นอาหาร

นอกจากนี้ ทุกๆ 3-4 วัน เขาจะซื้อไส้เดือนแดงมาให้ลูกปลากินเป็นอาหารเสริมด้วย

"ไส้เดือนแดงนี้ ถ้าเราให้กินทุกวัน สภาพน้ำในบ่ออาจจะเน่าเสียเร็ว และทำให้ลูกปลามีโรคภัยมาเยือนได้เหมือนกัน" คุณกอล์ฟ กล่าว

จุดขาว ตัวดำ ดูโดดเด่นอย่างนี้ โปลกาด็อท (Potamotrygon leopoldi)




1 เดือน ผ่านไป ลูกปลาก็จะแข็งแรงมาก และมีความเจริญเติบโตเร็ว โดยเฉลี่ย 25 เปอร์เซ็นต์ หรือมีเส้นผ่านศูนย์กลางของลำตัวเพิ่มขึ้นอีก 1 นิ้ว

"ลูกปลาที่คลอดออกมาหรืออายุ 1 วัน จะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-6 นิ้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์และอายุของแม่ปลา แต่ไม่ว่าขนาดไหนเมื่อเลี้ยงครบ 1 เดือน มันจะโตเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยเพียง 1 นิ้วเท่านั้น และจะเจริญเติบโตไปเรื่อยๆ 1-2 นิ้ว ต่อเดือน" คุณกอล์ฟ กล่าว

ปัจจุบันนี้ คุณกอล์ฟ จำหน่ายลูกปลาอายุ 1 เดือน หรือมีเส้นผ่าศูนย์กลางของลำตัว 4-5 นิ้ว เพียง 1,500-2,000 บาท เท่านั้น

"ผมจะไม่ขายลูกปลาที่อายุไม่ครบเดือน เพราะว่าอยู่ในช่วงอันตรายอยู่ คือยังไม่แข็งแรง ถ้าซื้อไปดูแลไม่ดี หรือสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน อาจจะทำให้เกิดความสูญเสียได้" คุณกอล์ฟ กล่าว


ตัวนี้คือ กระเบนฮิตทริกซ์ (Potamotrygon histrix) อีกสายพันธุ์หนึ่งที่เลี้ยงง่าย





ตัวนี้กระเบนช็อคโกแล็ต




กระเบนแอปเปิ้ล (Disceus aiereba)






ทุกวันนี้ แม้ว่าเขายุ่งและเครียดกับงานหลัก แต่ก็มีความสุขกับงานเสริม ด้วยว่าชอบและรัก แถมมีรายได้ดี...อีกไม่นานเขาบอกย้ำว่า จะกลายเป็นอาชีพหลักแล้ว


ลูกโปลกาด็อทเกิดใหม่



ข้อมูลเพิ่มเติม
//www.ninekaow.com/scoops/view.php?section=1&id=72

เทคโนโลยีชาวบ้าน
//www.matichon.co.th/techno/techno.php

ข้อมูลโมโตโร่
//www.ninekaow.com/fishes/view.php?order=Rajiformes&family=Potamotrygonidae&id=00274




 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2549 11:49:43 น.
Counter : 6818 Pageviews.  

ภาพชุดการตกปลาอะโรวาน่าออสเตรเลียจุด (S.leichardti)

เป็นปลาป่า (Wild Saratoga) อาศัยอยู่ในแม่น้ำดอว์สัน ซึ่งถือว่าเป็นแม่น้ำหลักสายหนึ่งของออสเตรเลียทางตอนเหนือ

ข้อมูลปลาชนิดนี้

ชื่อสามัญ : Saratoga, Spotted Australian Arowana
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Scleropages leichardti
ความยาว : 90 ซ.ม.เมื่อโตเต็มที่
อาหาร : แมลง, สัตว์น้ำขนาดเล็ก
ถิ่นอาศัย : ออสเตรเลียทางตอนเหนือและตะวันออก แม่น้ำฟริตซ์รอยและดอว์สัน
ค่าความเป็นกรด-ด่าง : 6.7
อุณหภูมิ : 27-30 องศาเซลเซียส

อะโรวาน่าออสเตรเลียจุด (Spotted Australian Arowana) เป็นหนึ่ง ใน สองสายพันธุ์ของอะโรวาน่าที่พบ ในทวีปออสเตรเลีย โดยชนิด S. jardini นั้น ในบ้านเรา มีเข้ามาขายเป็นปลาสวยงามนานแล้ว ส่วนเจ้า ออสเตรเลียจุดนั้น นานๆ จะมีเข้ามาสักที เนื่องจาก อาจจะไม่เป็นที่นิยม ในหมู่นักเลี้ยงปลาอะโรวาน่าในเมืองไทย

เสน่ห์ของอะโรวาน่าชนิดนี้ จะอยู่ที่จุด สีแดง อมส้ม บนเกล็ด ปลา จุดสีส้ม แดงดังกล่าว จะเห็นได้เด่นชัด ตั้งแต่ลูกปลา จุดแดง จะยิ่งชัด ขึ้นเมื่อปลาโตเต็มที่ ในธรรมชาติ ปลาชนิดนี้ โตเต็มที่ได้ถึง 90 เซนติเมตรทีเดียว

ปลาชนิดนี้ มีเกล็ดทั้งหมด 7 แถว นับจากบนลงล่าง ซึ่งจากจำนวนแถวของเกล็ดที่มีมากกว่านั้น ทำให้เกล็ดของปลามีขนาดเล็ก เมื่อเปรียบเทียบกับ เกล็ดของปลาอะโรวาน่าจากทวีปเอเชีย

เกล็ดจะออกสีเงินระยิบหรือสีขาวนวลสะอาดตา มีจุดสีส้ม อมแดง ตลอดช่วงลำตัว ครีบและหาง สีส้มเข้มปลายหางและครีบมีแถบสีดำ มีรูปร่างที่เพรียวยาวกว่าอะโรวาน่าสายพันธุ์อื่นๆ อย่างเห็นได้ชัดเจน รวมทั้ง มีหนวดที่สั้น ไม่ชี้ พุ่งตรง เหมือนอะโรวาน่าจากทวีปเอเชีย และ อเมริกาใต้

ปลาชนิดนี้ อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำ ที่มีกระแสน้ำไหลเอื่อยๆ ในบริเวณที่มีร่มเงาของพรรณไม้น้ำ หรือ ท่อนไม้ที่จมอยู่ใต้น้ำ จะอยู่รวมเป็นฝูงขนาดเล็กๆ

ในที่เลี้ยง ปลาชนิดนี้ จะมีอุปนิสัย ที่ขี้ตกใจ มากกว่าชนิดอื่นๆ อาหารการกินของปลาชนิดนี้ ชอบกิน ตัวอ่อนของแมลง เป็นอาหาร หนอนนก จิ้งหรีด เป็นเมนู ที่มันโปรดปราน

ในถิ่นอาศัยพื้นเมือง ปลาชนิดนี้รวมทั้งอะโรวาน่าออสเตรเลียเหนือ (S.jardini) นิยมตกเป็นเกมกีฬา (Game Fish)





















เย่อกับปลา
//www.goldcoast.qld.gov.au/t_standard.aspx?pid=542




 

Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2549 20:58:02 น.
Counter : 1462 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

น้ำเกลือยอดเยี่ยม
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ทำอพาร์ตเมนต์ ขายปลา ทำปลา เล่นเน็ต ตามการเมือง
Friends' blogs
[Add น้ำเกลือยอดเยี่ยม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.