ชีวิตของน้ำเกลือ
Group Blog
 
All Blogs
 

ม้าลาย เสือ อยู่กันได้ไง !?!

อ๊ะ ๆ ๆ ๆ เห็นจั่วหัวแบบนี้ อย่าเพิ่งแปลกใจไปฮะ

ม้าลาย เสือ สัตว์ต่างขั้ว ในทุ่งหญ้าซาวันน่าก็เป็นศัตรูกัน

แล้วมันจะรวมกันได้ไง

รวมกันได้สิฮะ ถ้ามันเป็นสัตว์น้ำ

จะขอแนะนำ ม้าลาย เสือ ณ บัดนี้

ไม่อธิบายอะไรมากนะฮะ ดูเองเลยนะฮะ


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Merodontotus tigrinus
ชื่อสามัญ : ซีบร้า ไทเกอร์
พันธุ์ : Merodontotus
ครอบครัว : Pimelodidae
อันดับ : Siluriformes
ชั้น : Actinopterygii
ขนาด : 24 นิ้ว (60 ซ.ม.)
ถิ่นกำเนิด : บราซิล, โคลัมเบีย, เปรู
ขนาดตู้ใช้เลี้ยง : 180 แกลลอน
พฤติกรรม : ไม่ก้าวร้าวนัก แต่กินปลาเล็กกว่าเป็นอาหาร
ประเภทน้ำ : น้ำจืด
อุณหูมิ : 71-79 ฟาเรนไฮต์ (22-26 เซลเซียส)
ค่าความเป็นกรดด่าง : 6.5-7.5
อาหาร : ปลาที่เล็กกว่า










ลิ๊งค์ที่เกี่ยวข้อง

//www.ninekaow.com/fishes/view.php?order=Siluriformes&family=Pimelodidae&id=00036




 

Create Date : 12 มีนาคม 2549    
Last Update : 12 มีนาคม 2549 3:27:36 น.
Counter : 773 Pageviews.  

มาลองเพาะเสือสุมาตรากันดูไหมฮะ...สร้างเงิน สร้างรายได้ ได้นะ

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักปลาชนิดนี้กันก่อนนะ

เสือสุมาตรา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Barbus tetrazona
ขนาด : 3-6 ซ.ม.
ลักษณะ : เป็นปลาในตระกูลปลาตะเพียนขนาดเล็ก ที่ลำตัวมีแถบดำพาดขวาง 5 แถบ สองแถบแรกพาดผ่านตาและหน้าครีบหลัง แถบที่สามพาดผ่านโคนครีบหลังและสันหลัง แถบที่สี่พาดผ่านโคนครีบก้นและลำตัว ส่วนแถบที่ห้าอยู่โคนหาง ครีบหลังและครีบก้นมีสีเหลือง มีหนวดที่มุมปากบนหนึ่งคู่
พฤติกรรม : อยู่รวมกันเป็นฝูง ก้าวร้าว
ถิ่นอาศัย : แหล่งน้ำไหลและน้ำนิ่ง อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ตามแม่น้ำ ลำธารและหนองบึง ทั่วทุกภาค
อาหาร : กินลูกกุ้ง ลูกน้ำ ลูกไร แมลงน้ำและเศษซากพืชและสัตว์เน่าเปื่อย




ก่อนจะเริ่มเพาะปลาชนิดนี้ ต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า เสือสุมาตราเป็นปลาที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงไม่ต่ำกว่า 10 ตัว มีนิสัยดุ ไม่สามารถเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นได้ และขี้ตกใจ

ต้องมีบ่อสำหรับเลี้ยงและอนุบาลลูกปลา โดยสามารถใช้ถังซีเมนต์ขนาดความกว้าง 1 เมตร ที่เราเรียกว่า ถังส้วม นั่นแหล่ะฮะ นำมาทำเป็นบ่อ เทปูนปิดก้นถัง เทให้ลาดเป็นท้องกะทะ เพื่อสะดวกแก่การเปลี่ยนถ่ายน้ำ

จากนั้นก็หาซื้อพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ โดยปลาตัวผู้จะมีสีสันสดสวย ปากแดง หางแดงครีบแดง ส่วนตัวเมียมีสีซีดกว่าแต่มีขนาดลำตัวใหญ่กว่า ขนาดของปลาที่พร้อมจะนำมาผสมพันธุ์จะมีขนาดประมาณ 1 นิ้วครึ่ง ถึง 2 นิ้ว

นำพ่อปลาแม่ปลามาขุนไว้ในบ่อ ประมาณครึ่งเดือนโดยให้อาหารเป็นลูกน้ำหรือหนอนแดง แต่ถ้าไม่มีก็สามารถใช้อาหารที่ใช้เลี้ยงลูกกบ หรือตะพาบน้ำเป็นอาหารแทนก็ได้

เมื่อครบระยะเวลาพ่อปลาแม่ปลาก็จะอ้วนขึ้นเห็นได้ชัด นำพ่อ-แม่ปลาแยกเลี้ยงเป็นคู่ในบ่อปูน ใส่น้ำลึกประมาณ 30 ซ.ม. นำตะกร้าพลาสติกขนาดประมาณ 10-12 นิ้ว ทำเป็นคอกสำหรับปลา 1 คู่ และสร้างสาหร่ายเทียมให้ปลาวางไข่ สาหร่ายเทียมทำมาจากเชือกฟางที่ฉีกเป็นฝอย ๆ นำไปมัดไว้กับก้อนหินถ่วงให้จม เท่านี้ ปลาก็จะมีที่วางไข่แล้ว

ตรงนี้มีเทคนิคว่าเมื่อเตรียมตะกร้าและสาหร่ายสำหรับวางไข่เรียบร้อยแล้ว ให้นำพ่อ-แม่ปลาใส่ลงไปตอน 5 โมงเย็น พอ 3 โมงเช้าวันรุ่งขึ้นก็จับพ่อแม่ออก ตอนนี้ก็จะมองเห็นไข่เกาะอยู่ตามเชือกฟาง ทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน จนฟักเป็นตัวแล้วจึงค่อยยกตะกร้าออก

พ่อปลาแม่ปลา เมื่อไข่ครั้งแรกแล้วเสร็จแล้ว นำมาพักเว้นระยะอีกประมาณ 25 วัน ก็จะสามารถนำมาขยายพันธุ์ได้ใหม่อีกครั้ง

ในช่วงสองวันหลังจากฟักเป็นตัวแล้วยังไม่ต้องให้อาหาร รอให้ผ่านวันที่ 4 จึงเริ่มให้อาหาร โดยใช้ไข่แดงต้มสุกบดละเอียดละลายกับน้ำ ให้อาหารวันละ 4 ครั้ง มากน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนของลูกปลา ครบ 3 วัน ให้เปลี่ยนมาเลี้ยงด้วยลูกไร ครบ 1 เดือน ให้เปลี่ยนมาเลี้ยงด้วยอาหารเม็ด

เมื่อปลาอายุครบ 1 เดือน ให้แยกปลาลงบ่อปูนอื่น ๆ ที่เตรียมไว้ บ่อปูน 1 ตารางเมตร เลี้ยงลูกปลาได้ประมาณ 2,000 ตัว เพื่อไม่ให้แออัดจนเกินไป เมื่อปลาโตขึ้นจะต้องขยายออกไปเลี้ยงบ่ออื่นเรื่อย ๆ เมื่อโตเต็มที่จะเลี้ยงประมาณได้บ่อละ 50-100 ตัว

เคล็ดลับที่สำคัญสำหรับการเพาะเลี้ยงปลาเสือสุมาตราก็คึอ ต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำทุก 4 วัน การถ่ายน้ำให้ถ่ายเพียงสามส่วน เหลือน้ำเก่าไว้ 1 ส่วน ระหว่างการดูดน้ำออกให้นำมุ้งกรองพันรอบตะกร้าก่อนที่จะใช้สายยางดูด เพื่อป้องกันมิให้ลูกปลาไหลออกไประหว่างการเปลี่ยนน้ำ ส่วนน้ำที่ใช้เลี้ยงปลาสามารถใช้น้ำปะปาก็ได้ แต่ต้องผ่านเครื่องกรองคลอรีนหรือต้องตั้งตากแดดทิ้งไว้ ก่อนที่จะใส่น้ำลงบ่อ ต้องใส่เกลือประมาณ 1 กำมือลงไปด้วยทุกครั้ง ใส่น้ำลึกประมาณ 30 ซ.ม. เหลือไว้อีก 10 ซ.ม. เพื่อป้องกันปลาตกใจกระโดดออกมา

และที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องมีเครื่องให้ออกซิเจนแก่บ่อปลาทุกบ่อ ขาดไม่ได้

ปลาเสือสุมาตราจะเริ่มขายได้เมื่อ มีอายุประมาณ 3 เดือน ราคาอยู่ที่ตัวละ 1 บาท แต่ถ้าเลี้ยงไว้นานขึ้นก็จะยิ่งมีราคามากขึ้นโดยเมื่อปลามีขนาด 1 นิ้ว จะได้ราคาตัวละ 2 บาท ถ้า 1 นิ้วครึ่งถึง 2 นิ้ว ก็จะมีราคาตัวละ 4 บาท เรียกได้ว่ายิ่งโต ยิ่งมีราคา หากจะเลี้ยงให้เป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ก็ต้องเลี้ยงจนอายุประมาณ 6 เดือน ถึงจะดีที่สุด

ปลาเสือ 1 คู่ จะให้ลูกประมาณ 200 ถึง 500 ตัว เลี้ยงเริ่มต้นประมาณ 50 คู่ ก็จะให้ลูกขั้นต่ำ 10,000 ตัว สมมุติว่าหักต้นทุนค่าอาหาร ค่าแรงค่ำน้ำค่าไฟประมาณครึ่งต่อครึ่งก็น่าจะมีเหลือพอสมควร

เคล็ดลับสำหรับการเลี้ยงปลาทุกชนิด ไม่ยากเลยฮะ เพียงแต่คุณต้องเป็นคนที่มีใจรัก มีความละเอียดอ่อน เป็นคนขยันเอาใจใส่ หากดูแลดี ปลาก็จะให้ลูกดีเกือบ 100 %

สุมาตราเขียว อีกชนิดหนึ่งของปลาเสือสุมาตรา




คู่มือลงทุน


เงินลงทุน 5,500 บาท
รายจ่ายหมุนเวียน/เดือน 600 บาท
รายได้ 10,000 บาท/3 เดือน/ แม่พันธุ์ 50 ตัว

จุดคุ้มทุน 6 เดือน
แรงงาน 1-2 คน
สิ่งที่ต้องมี ใจรัก ขยัน และอดทน
ตลาด ตลาดซันเดย์ หรือร้านปลาในท้องถิ่น
จุดที่น่าสนใจ ตลาดยังมีความต้องการสูง ส่งนอกได้


อุปกรณ์เลี้ยงปลาที่ต้องมี


ถังซีเมนต์พร้อมปูนรองพื้นจำนวน 10 ถัง ถังละ 200 บาท รวม 2,000 บาท
พ่อ-แม่พันธุ์ ตัวละ 10 บาท 100 ตัว รวม 1,000 บาท
ค่าอาหารปลา ถุงละ 80 บาท ต่อปลา 50 ตัว ต่อ 1 เดือน
ค่าลูกไรขีดละ 6 บาท สำหรับลูกปลา 50 พ่อแม่ ใช้วันละ 2 ขีด รวม 360 บาท ต่อ 1 เดือน
ค่าตะกร้าสำหรับแยกปลา 30 บาท 50 ใบ รวม 1,500 บาท
เครื่องทำออกซิเจน 200 บาท 2 เครื่อง รวม 400 บาท
ค่าสายและอุปกรณ์ต่อพ่วงออกซิเจนอื่น ๆ ประมาณ 200 บาท
แหล่งน้ำ น้ำบาดาล หรือน้ำปะปาก็ได้


ลิ๊งค์ที่เกี่ยวข้อง

//www.vet.ku.ac.th/library-homepage/db_directory/fish/fish_tiger_type.htm









 

Create Date : 06 มีนาคม 2549    
Last Update : 6 มีนาคม 2549 9:29:14 น.
Counter : 19488 Pageviews.  

โฮ่ง โฮ่ง ปลานะ...ไม่ใช่หมา

โฮ่ง โฮ่ง

เสียงเห่าอย่างนี้ ปลานะฮะ ไม่ใช่น้องหมา

เอ...แล้วปลาอะไรหว่า มันเห่าได้


คือ จริง ๆ แล้วปลาที่เห่าได้ คงไม่มี ถ้ามีคงแปลก แต่มีปลาอยู่ชนิดนึงที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง หมา หมา เฮ้ !เฮ้ ! อย่าเพิ่งคิดเป็นเรื่องอกุศลไป เพราะผมกำลังจะพูดถึง ปลาลิ้นหมา

ปลาลิ้นหมา หลายคนอาจจะรู้จักกันดีในฐานะที่เป็นปลาเราเอามาทอดกิน แต่ทราบหรือไม่ว่า ปลาลิ้นหมาบางชนิดก็สามารถนำลงตู้เลี้ยงเป็นปลาสวยงามก็ได้

ในสมัยก่อน ถ้าคืนไหนพระจันทร์เต็มดวง น้ำเต็มตลิ่ง บรรยายกาศเย็นเงียบสงบ บางทีอาจได้ยินเสียง อึ่งงงงงงงงง อึ่งงงงงงงงง ดังระงมทั่วคุ้งน้ำ ไม่ต้องตกใจ ไม่ใช่เสียงผีสางที่ไหน เสียงปลาลิ้นหมามันร้องนั่นเอง

ปลาชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Brachirus panoides จัดอยู่ในวงศ์ปลาลิ้นหมาคือ Soleidae ในเมืองไทยพบอาศัยอยู่ในน้ำจืดประมาณ 4-5 ชนิด ประกอบไปด้วย Brachirus panoides, Brachirus harmandi, Achiroides leucorhynchos, Achiroides melanorhynchus และ Euryglossa siamensis นอกจากนี้ยังมีญาติที่สนิทชิดเชื้อใกล้เคียงกันอีก คือ ปลายอดม่วง แต่ก็ถูกเรียกรวม ๆ ว่า ลิ้นหมา เหมือนกัน อีก 2 ชนิดคือ ยอดม่วงน้ำจืด Cynoglossus microlepis กับ ยอดม่วงลาย Cynoglossus feldmanni ในวงศ์ปลายอดม่วง Cynoglossidae


ลิ้นหมา Brachirus panoides




ปลาจำพวกนี้มักจะอาศัยตามพื้นน้ำ หากินโดยอาหารคือ ลูกปลา ลูกกุ้งและสัตว์หน้าดินขนาดเล็ก บางครั้งก็จะเกาะตามท้องเรือหรือเสาใต้น้ำ การจับหาจึงทำได้ไม่ยาก ในสมัยก่อนคนโบราณจะรู้ดี ถ้าเห็นปลาลิ้นหมาลอยคอขึ้นมาเมื่อไหร่ นั่นแสดงว่าน้ำกำลังจะเริ่มเสีย ให้ลูกให้หลานตักน้ำใส่ตุ่มเตรียมไว้ทันที


ปลาลิ้นหมาจึงเป็นดัชนีชี้วัดคุณภาพของน้ำได้อีกทางหนึ่ง


รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เดี๋ยวตาย




ปัจจุบัน เนื่องจากปัญหาสิ่งแวดล้อม ทำให้เราพบปลาลิ้นหมาได้น้อยลง ๆ ในธรรมชาติ เพราะสภาวะธรรมชาติที่เปลี่ยนไป น้ำเสียจากโรงงานประกอบกับถิ่นที่อยู่อาศัยถูกคุกคาม ในไม่ช้า ปลาลิ้นหมาอาจจะสูญพันธุ์ไปจากแม่น้ำไทย

สำหรับการเลี้ยงดูปลาลิ้นหมาในตู้กระจก ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร มันจะอยู่นิ่ง ๆ กับพื้นทั้งวัน ถ้ามีทรายมันก็จะฝังตัวอยู่ใต้ทราย ถ้าไม่มี ก็จะเกาะกระจกแทน

ใบไม้ หรือ เป Brachirus harmandi เกาะกระจก




อาหารการกินก็ไม่ได้หายากอะไร อาหารที่มันกินก็จะเป็นเศษอาหารที่หลงเหลือจากปลาตัวอื่นในตู้นั่นเอง มันสามารถเก็บกินได้หมด หรือถ้าจะให้ไรทะเล หรือไส้เดือนน้ำ เป็นอาหารเสริมก็ไม่ว่ากัน ให้เพียงอาทิตย์ละครั้งก็เพียงพอ เพราะกะเพราะมันเล็กนิดเดียว

ยอดม่วงน้ำจืด อยู่กับ ยอดม่วงลาย



แต่ถ้าเป็นปลายอดม่วง แล้วล่ะก็ อาจจะต้องปรับน้ำโดยการใส่เกลือลงไปสักหน่อย เพื่อปรับน้ำให้กร่อย เพราะปลายอดม่วงโดยมากมาจากแหล่งน้ำที่ใกล้ทะเล ค่อนข้างจะเปราะบางและเลี้ยงยากกว่าลิ้นหมาน้ำจืดแท้ ๆ สักหน่อย

ยอดม่วงลาย Cynoglossus feldmanni





สนนราคาปลาเหล่านี้ ไม่แพงอะไรมากนัก เพียงตัวละ 40-80 บาท แล้วถ้าเลี้ยงแล้วเกิดเบื่อขึ้นมาวันไหน ก็จับโยนลงกะทะ ทอดให้กรอบกินกับข้าวต้ม ก็อร่อยเหาะอีกไปแบบ


***
Anchirus sp. ลิ้นหมาอเมริกาใต้ สังเกตลิ้นหมาชนิดนี้จะมีใบหางเห็นชัดเจนแตกต่างจากลิ้นหมาไทย




ลิ๊งค์ที่เกี่ยวข้อง

//www.yupparaj.ac.th/web1999/nam/78.html




 

Create Date : 01 มีนาคม 2549    
Last Update : 1 มีนาคม 2549 6:54:27 น.
Counter : 2228 Pageviews.  

" ต.เต่านั้นหายาก...

เต่าอาไร...หัวโต๊ โต

ก็ เต่าปูลู งายยยยยยยยยย

รู้จักเต่าปูลู ไหม เต่าปูลูอ่ะ

มันเป็นเต่าที่หัวโตและหางยาวที่สุดในโลกนะ รู้ไหม โตขนาดไหน ก็ขนาดที่มันหดหัวเข้ากระดองไม่ได้อ่ะ


เต่าปูลู เป็นเต่าที่หายาก ใกล้สูญพันธุ์ ที่กรมประมงมีโครงการจะศึกษาและอนุรักษ์ไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ โดยที่ หมู่บ้านนาดอง ต.ช่อแฮ จ.แพร่ มีโครงการอนุรักษ์เต่าปูลูขึ้น โดยมีคุณมานพ ด้วงแสง เป็นผู้ริเริ่มโครงการ

เต่าปูลูเป็นเต่าน้ำจืดขนาดเล็กชนิดหนึ่ง มี 2 ชนิด คือ ชนิดที่พบในประเทศไทย Siamese Bigheaded turtle หรือ Asia Long-tailed Terrapin (Platysternon megacephalum pequense) และเต่าปูลูเหนือ หรือ เต่าปูลูจีน Chinese Bigheaded Turtle หรือ Chinese Long-tailed Terrapin (Platysternon megacephalum megacephalum) เต่าปูลูเหนือพบน้อยมากในประเทศไทย โดยพบเฉพาะในจังหวัดภาคเหนือสุดเท่านั้น

เต่าปูลู เป็นเต่าที่หัวโตมาก มีขนาดกว้างหัวประมาณครึ่งหนึ่งของความกว้างกระดองหลัง มีปากงุ้มแหลมคล้ายปากนกแก้ว หัวหดเข้ากระดองไม่ได้ แต่มีคอยาวยื่นออกมาได้มาก เคลื่อนไหวได้รวดเร็ว มีความสามารถในการปีนต้นไม้และก้อนหิน
ขาและเท้าของเต่าปูลูมีขนาดใหญ่และแข็งแรงหดเข้ากระดองไมได้ ขาหน้าและขาหลังของเต่าปูลูมีเกล็ดหุ้มทั้งหมด ตั้งแต่โคนขามีเกล็ดขนาดใหญ่ ฝ่าเท้ามีเกล็ดขนาดเล็กลงมา นิ้วมีเกล็ดหุ้ม มีเล็บแหลมคม ขาหน้ามี 5 นิ้ว ขาหลังมี 4 นิ้ว มีเยื่อพังผืดเล็กน้อยยึดระหว่างนิ้วเกือบถึงโคนเล็บ หางมีขนาดใหญ่และแข็งแรง มีเกล็ดขนาดใหญ่หุ้มเกล็ดหางด้านบนมี 1 แถว ๆ ละ 1 เกล็ด เรียงจากโคนหางมีประมาณ 11 ถึง 14 แถว เกล็ดหางด้านล่างแถวที่ 1 ถึง 4 มีสี่เกล็ดจากแถวที่ห้าถึงปลายหางมีแถวละสองเกล็ดบริเวณโคนหางและโคนขาหลังมีเดือยหนังแหลมยื่นออกมาจำนวนมาก หางของเต่าปูลูยาวมาก มีความยาวมากกว่าความยาวกระดองหลังในอัตราเฉลี่ยความยาวกระดองหลังต่อความยาวหาง มีค่าเท่ากับ 1:1.34 เต่าปูลูจึงจัดว่าเป็นเต่าที่มีหางยาวที่สุดในโลก



เต่าปูลูขนาดเล็ก ที่ยังไม่โตเต็มวัย เกล็ดสันหลัง (median plates) มีลักษณะเป็นสันแนวกลางหลังทั้ง 5 แผ่น เกล็ดชายโครง (costal plates) ทั้ง 4 คู่ มีปุ่มหนาที่บริเวณกลางของแต่ละเกล็ด เกล็ดขอบกระดอง (marginal plates) มีหยักปลายแหลมเล็กน้อย ส่วนกระดองท้องมีลักษณะ dark symmetrical markings กระดองหลังสีน้ำตาลแดง กระดองท้องสีเหลือง ผิวหนังด้านท้องสีเหลือง ด้านข้างของหัวทั้งสองด้านจากท้ายตามีเส้นสีดำ 1 คู่ พาดยาวไปทางด้านหลัง ระหว่างกลางเส้นสีดำมีสีเหลือง ขาทั้ง 4 ด้านบนสีดำด้านล่างสีเหลือง แต่เมื่อโตเต็มวัย (mature) ลักษณะสันกลางหลัง ปุ่มหนามที่เกล็ดชายโครงและรอยหยักที่เกล็ดขอบกระดอง จะหายไปจนหมด ส่วนลักษณะ dark symmetrical markings ที่กระดองท้องสีทั้งหมดจะหายไป หรือจางลงจนสังเกตเห็นไม่ชัด เส้นคู่สีดำข้างหัวจะหายไปด้วย

เต่าตัวเมีย



แต่เต่าปูลูเหนือหรือเต่าปูลูจีน (Chinese Bigheaded Turtle) เมื่อเป็นเต่าขนาดเล็กมีลักษณะคล้าย Siamese Bigheaded Turtle มาก ความแตกต่างที่ชัดเจนมากที่สุดมีเพียงแห่งเดียว คือเกล็ดเหนือโคนหาง เกล็ดขอบกระดอง (marginal plates) มีจำนวน 11 คู่ เท่ากัน (วิโรจน์, 1979 รายงานว่ามี 9 คู่) กระดองท้องของเต่าปูลูเหนือจะเป็นสีเหลืองส้ม ผิวหนังใต้คางสีเหลืองทอง ผิวหนังบริเวณโคนขาจนถึงโคนหางเป็นสีเหลืองอมชมพูเกล็ดเหนือโคนหางซึ่งมี 1 อัน มองเห็นไม่ชัดเจน เมื่อโตเต็มที่ (mature) เกล็ดเหนือโคนหาง (supracaudal) จะมองเห็นชัดเจน

เต่าปูลู Platysternon megacephalum pequense ขนาดใหญ่สุดที่พบในจังหวัดลำปางมีน้ำหนัก 910 กรัม ความยาวกระดองหลัง 18.7 เซนติเมตร ความกว้างกระดองหลัง 14.5 เซนติเมตร ความกว้างหัว 6.5 เซนติเมตร ความยาวหาง 23 เซนติเมตร

ส่วน เต่าปูลูเหนือหรือเต่าปูลูจีน ขนาดใหญ่สุดที่พบที่จังหวัดลำปางมีน้ำหนัก 570 กรัม ความยาวกระดองหลัง 14.5 เซนติเมตร ความยาวกระดองท้อง 11.3 เซนติเมตร ความกว้างหัว 5.4 เซนติเมตร ความกว้างกระดองหลัง 11 เซนติเมตร ความยางหาง 24 เซนติเมตร ความแตกต่างระหว่างเพศผู้และเพศเมีย คือ ตัวผู้มีหางยาวมากกว่า และรูเปิดก้น (cloaca) ของตัวผู้จะอยู่ไปทางปลายหางมากกว่า และตัวผู้จะมีอวัยวะเพศ (penis) อยู่ภายในรูเปิดก้น จัดเป็นเต่ากินเนื้อจำพวกปู ปลา หอย ออกหากินเวลากลางคืนเป็นส่วนใหญ่ กินอาหารด้วยวิธีการฉกงับ (snapping) เต่าปูลูเมื่อยังเล็ก กระดองจะมีลายสีเหลืองและสีน้ำตาล ส่วนตัวเต็มวัยสีเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำตาลเขียวมะกอก ผสมพันธุ์ในน้ำ วางไข่คราวละ 3-5 ฟอง ไข่เปลือกแข็งสีขาว รูปทรงกระบอกหัวท้ายรี ยาวประมาณ 4 เซนติเมตร

เต่าปูลูจีน



อาศัยบริเวณลำธารที่มีน้ำไหลผ่านตลอดเวลา และบริเวณที่สูงหรือบนภูเขา พบทั้งตามลำธารที่มีน้ำใสสะอาดและไหลตลอดเวลา พบริเวณพื้นใต้น้ำที่เป็นกรวดหินและดินปนทราย ชอบอาศัยอยู่กับพื้นใต้น้ำมากกว่าที่จะขึ้นมาหากินบนบก พบกบดานอยู่ตามซอกหินใต้น้ำ พฤติกรรมของมันคือ กินเถาวัลย์และผลไม้ โดยจะกัดกินเฉพาะเมล็ดเท่านั้น ถ้าฝนตกหรือน้ำท่วม จะหนีขึ้นไปอยู่บนขอนไม้ หรือบนยอดไม้ มีอายุนานได้ถึง 200 ปี



ปัจจุบันจำนวนประชากรเต่าปูลูลดน้อยลงมาก เนื่องจากถูกล่าเพื่อเป็นทำเป็นอาหารและสมุนไพร ประกอบกับถิ่นที่อยู่อาศัยในธรรมชาติก็ถูกทำลายลงด้วย


น้ำตกภูซางถิ่นที่อยู่อาศัยอีกแห่งของ เต่าปูลู



ลิ๊งค์ที่เกี่ยวข้อง

//www.chelonia.org

www.greenthailand.net/.../ animal23/animal23.htm




 

Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2549 21:29:35 น.
Counter : 1239 Pageviews.  

เรียกว่าเจ้าว่า...ปลาข่า

น้องลาวบ้านเฮาเรียกเจ้าว่า ปลาข่า

แต่ภาษาเรา ๆ คงเรียกว่า โลมาน้ำจืด


โลมาน้ำโขง โลมาอิระวดี โลมาหัวบาตรมีครีบหลัง โลมาน้ำจืด

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Orcaella brevirostris
ขนาด : 180-275 ซ.ม.
น้ำหนัก : ไม่มีรายงาน
รูปร่างลักษณะ : รูปร่างหน้าตาคล้ายโลมาทะเล (Delphinidae) แต่มีลักษณะเด่นคือ หัวที่มนกลมคล้ายบาตรพระ ลำตัวสีเทาเข้ม แต่บางตัวอาจมีสีอ่อนกว่า ตามีขนาดเล็ก ปากอยู่ด้านล่าง ครีบข้างลำตัวแผ่กว้างเป็นรูปสามเหลี่ยม ครีบบนมีขนาดเล็กมาก มีรูปทรงแบนและบางคล้ายเคียว



การกระจายพันธุ์ : มีการกระจายอย่างกว้างขวางในมหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรอินเดีย อ่าวไทย มักพบเข้ามาอยู่ในแหล่งน้ำกร่อยและทะเลสาบ เช่น บริเวณปากแม่น้ำ โลมาหัวบาตรมีครีบหลังบางกลุ่มอาจเข้ามาอาศัยอยู่ในแม่น้ำสายใหญ่ ๆ ด้วย เช่น แม่น้ำโขง และทะเลสาบเขมร ในปี พ.ศ. 2459 พบว่ามีอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย

การกระจายพันธุ์ของโลมาหัวบาตรมีครีบหลัง



พฤติกรรม : พบได้บริเวณที่มีน้ำขุ่น สามารถอยู่ใต้ผิวน้ำได้นานถึง 70-150 วินาที แล้วจะโผล่ขึ้นมาหายใจสลับกัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งท้องนาน 9 เดือน ลูกที่เกิดมามีขนาด 40 % ของตัวโตเต็มวัย
อาหาร : กุ้ง ปลา และหอยที่อยู่บนผิวน้ำและใต้โคลนตม
สถานภาพ : ใกล้สูญพันธุ์ อยู่ในบัญชีประเภทที่ 1 ของไซเตส (Appendix I) คือ ห้ามซื้อขาย ยกเว้นมีไว้ในการศึกษาและขยายพันธุ์





ลิ๊งค์ที่เกี่ยวข้อง

//sarakadee.net/feature/2000/10/irrawady.htm

//www.thairath.co.th/thairath1/2547/educat/oct/09/edu1.php

//www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9490000021094

//www.phatlung.com/detail/loma.php

//www.cms.int/reports/small_cetaceans/geographical%20grouping.htm




 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2549 12:24:17 น.
Counter : 664 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

Valentine's Month


 
น้ำเกลือยอดเยี่ยม
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ทำอพาร์ตเมนต์ ขายปลา ทำปลา เล่นเน็ต ตามการเมือง
Friends' blogs
[Add น้ำเกลือยอดเยี่ยม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.