| | |ยินดีต้อนรับสู่บล็อกเล็กเล็ก..ของเด็กแมว^^| | |
Group Blog
 
All blogs
 

How to : Sweet winter & Bright looks ลุคส์สดใสต้อนรับหน้าหนาว

Bepearz Talks : สวัสดีจ้าสาวๆ หายไปนาน (จริงๆก็ผลุบๆโผล่ๆอยู่ทุกสิ้นเดือน) มาส่งการบ้านเดือนนี้ค่ะ คอนเซ็ปต์สบายๆตามสไตล์รับลมหนาวเน้อ เลยขอลุคส์สดใสสีสว่างตามแนว ‘Sweet Winter & Bright Looks ’ แบบไอ้แมวๆกันมั่งจ้า เดือนนึงที่ผ่านมาพึ่งเรียนรู้ความเหนื่อยที่สุดจะเคยพานพบมา ตามประสา นศ ปีสองครึ่ง 55 หน้าปะทุไปด้วยสิวจากการหมกตัวอยู่ในห้อง Gross ไม่เว้นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แถมยังต้องท่องกล้ามเนื้อ กระดูก เส้นเลือด บลาๆๆ ยังแอบถ่ายรูปเก็บไว้เลย ตอนสิวหัวช้างสามเม็ดบนหน้า เจ็บสุดๆไปเลย เฮ้อ เครียดๆมาทำฮาวทูกันดีกว่าเนอะ

อุปกรณ์

FACE
เบส : Skinfood White grape fresh base
รองพื้น : Fasio Ultra Fit & Stay Liquid Foundation
แป้ง : Palgantong Theatrical powder
Blush on : Maybelline สี Watermelon
สันจมูก : 60 colors Palatte matte

EYE
Eye Primer : Oriental Princess สี 04 Soft Silver
Eyeshadow : 4U2 , 60 colors Palatte matte , Beauty Buffet , Lunasol
Mascara : ขนตาบน Maybelline volum’express waterproof mascara
ขนตาล่าง Oriental Princess Great Expected mascara
Eyeliner : Mistine Cat eye

EYEBROW
คิ้ว : Kate designing eyebrow powder & Mascara คิ้ว

LIP
Tint : No 17 tint&cheek สี Rosy Red
Gloss : Mistine plumping lip gloss

ขั้นตอนการแต่งหน้า



- สองรูปฝั่งซ้ายมือคือลงครีมกันแดดของ Biore จ้า เดี๋ยวเราต้องไปท้าแดดกัน อิอิ
- ทางขวาเป็นการลงเบสเขียวของสกินฟู้ดคับผม ลงแค่เม็ดถั่วเขียวเล็กๆตามหน้าผากแก้มให้ทั่วหน้า อย่าใช้เยอะเดี๋ยววอกเน้อ เบสตัวนี้กลิ่นหอมมากเลยช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอกัน แถมช่วยให้หน้าดูผ่องขึ้นอีกด้วย ปลื้มมากเลย เป็นลูกรักไปแล้ว



- ลงรองพื้นชนิดน้ำ จะบางเบากว่าชนิดครีมค่ะ วันนี้เรามีวิธีลงรองพื้นแบบ Face architect ที่แอบเก็บความรู้มาและมาลองกับตัวเองแล้ว มันได้ผลดีเลยค่ะ แต่ก่อนไม่เคยลงเบสและรองพื้นได้เนี้ยบขนาดนี้มาก่อนเลย (ไม่เชื่อลองกลับไปดูฮาวทูก่อนๆสิเออ) อะมาดูกันเลย
1.จากรูปจะแบ่งหน้าออกเป็นโซนๆ เวลาลงเราจะเริ่มลงแก้มก่อน โดยทาในทิศทางลงตามลูกศรเลยค่ะ ส่วนบริเวณตา ถ้าลงคอนซีลเลอร์ก็แตะๆย้ำๆค่ะ แต่เราใช้รองพื้นกดๆย้ำๆเลยค่ะ
2.หน้าผากให้ทาในทิศออกจากจุดกลางหน้าผากจ้า ทาออกไปทางซ้ายและขวา
3.บริเวณจมูก ทาทิศลงตามแนวจมูกจ้า
4.สุดท้ายรอบปาก แบ่งเป็นสองบริเวณ โดยเหนือปากให้ทาในทิศลง แต่ใต้ปากให้ทาในทิศขึ้นค่ะ
- เสร็จแว้ววว รูขุมขนอันตรธานไป?? 55 เอาฟองน้ำมากดซับๆให้รองพื้นกลืนไปกับหน้าและซับส่วนเกินออกมาค่ะ


- ลงแป้งฝุ่นทับเบาๆให้รองพื้นเซ็ตตัวกับหน้าดียิ่งขึ้นค่ะ สามรูปข้างล่างเปรียบเทียบให้ดูระหว่างลงเบส รองพื้น และ แป้งค่ะ

มาต่อที่การเขียนคิ้วดีกว่า



1. ใช้อายแชโดว์คิ้วของ Kate แตะสีเข้มสุดที่หางคิ้วแล้วไล่สีอ่อนมาเรื่อยๆจนถึงหัวคิ้วเลยก๊าบ
2. ใช้สำลีเก็บรายละเอียดหน่อย โดยปัดให้คิ้วฟุ้งๆจะได้ลุคส์สบายๆ และเช็ดส่วนที่ระบายเกินออกมา แค่นี้เราก็จะได้คิ้วรูปงามๆมาแล้ว
3. ย้อมขนคิ้วด้วยมาสคาร่าคิ้วสีน้ำตาลอ่อนจ้า จำยี่ห้อไม่ได้แล้วแต่สีนี้เยี่ยมเลยค่ะ ไม่ทองเกินไป ได้สีน้ำตาลอ่อนๆ

จากนั้นไล้สันดั้ง



1. แตะสีน้ำตาลเข้มเล็กน้อย ผสมสีน้ำตาลอ่อน แล้วร่างเป็นโครงดั้งไว้เบาๆค่ะ ถ้ายังไม่ชำนาญก็ค่อยๆลงถ้าไม่เข้มพอก็แตะเพิ่มอีกน้อยๆเอาค่ะ แต่ถ้าชำนาญแล้วก็ กะความเข้มของสีแล้วลากทีเดียวเลยก็ได้จ้า เราชอบมีปัญหากับการเขียนดั้ง สงสัยเพราะตาเข มั้งหรือแสงส่องทางเดียว เลยลากดั้งไม่ตรงสักที เบี้ยวตลอดเลย 55 ต้องพยายามขึ้นอีกจ้า
2. เบลนที่ร่างไปเมื่อสักครู่ค่ะ เบลนให้ฟุ้งๆกระจายๆออก ถ้ายังเข้มไปก็แตะสีน้ำตาลอ่อนหรือแตะแป้งมาทาทับก็ช่วยได้จ้า
3. แตะ Highlight สีขาวนั่นเลย ทาตรงกลางสันดั้งค่ะ จมูกโด่งขึ้นมาแระ

Point Make up



1.ลง Eye Primer ของ OP ค่ะ เพื่อให้อายแชโดว์เราสีชัดขึ้นและติดทนนานค่ะ
2.ลงสีฟ้าอมน้ำเงินอ่อนจากพาเลท 60 Colors (ที่ดาวจิ้มอยู่เลยจ้า)ให้ทั่วประมาณเศษสามส่วนสี่ของเบ้าตา (คล้ายๆชานชาลาที่ เก้าเศษสามส่วนสี่เลยมะ อิอิ แอบอินเทรน แฮร์รี่กำลังเข้า)



3.แตะสีน้ำเงินสด(ที่ดาวจิ้มอยู่จ้า) จากพาเลทของ Beauty Buffetทาตั้งแต่เปลือกตาและเบลนขึ้นไปหาสีฟ้าเมื่อสักครู่เหมือนภาพเลยจ้า
4.ลงสีน้ำเงินเข้ม มันออกแนวน้ำเงินม่วงมั้ยเนี่ย - - ทาบริเวณหางตาและเบลนเข้ามาหาสีน้ำเงินสดเหมือนสักครู่ค่ะ ทางด้านบนก็เบลนสีน้ำเงินเข้มให้ฟุ้งๆไปหาสีฟ้าอ่อนตามรูปค่ะ
5.แตะสีน้ำตาลจากพาเลท Lunasol (แอบเห่อ ได้รางวัลจากฮาวทูแรกในชีวิตมาจ้า เป็นรางวัลแรกในชีวิตเลย ประทับใจมากมาย) พาเลทนี้ วิ้งละเอียดสวยงามมากเลยจ้า เราเลยแตะสีน้ำตาลมาแต้มปลายหางตาเล็กๆ เพิ่มมิติแก่เบ้าตาแถมระยับระยับอีก ว้าว



6. แตะสีขาวจาก Beauty Buffet อีกรอบมาทาช่วงหัวตาเบลนมาจนถึงกลางตา ในขั้นนี้มันเกิดการผสมสีให้เราอีก โดยมันจะไล่สีขาว ฟ้า น้ำเงินให้เองโดยอัตโนมัติเลย - - !
7. แตะสีทองทาใต้คิ้ว เป็นการไฮไลท์ใต้คิ้วค่ะ เบลนลงมาจนเข้ากับสีข้างล่างจ้า เป็นอันเสร็จการแต่งตาจ้า อิอิ



- ใช้ชิปเล็กๆแตะสีน้ำเงินไล้จากหางตาล่างเบลนมาจนถึงกลางตา และแตะสีขาวลากจากขอบหัวตาล่างมาจรดกันจ้า (รูปแรกสีขาวเพี้ยนเป็นสีฟ้าเลย ขออภัยจ้า ดูรูปล่างแทนเน้อๆ)
- เขียนอินเนอร์ เราใช้แปรงเขียนอายไลเนอร์หมาดๆมาแตะ 4U2 สีดำแล้วทา โดยทาขอบตาบนและล่างค่ะ ขอบตาล่างลากจากหางตามาครึ่งตาก็พอจ้าเดี๋ยวตาดุไป การเขียนอินเนอร์ทำให้ตาดูกลมโตขึ้นจริงๆน้า
- สุดท้ายกรีดตาเป็นเส้นบางๆโดยเน้นเส้นหน้าบริเวณกลางตาทำให้ตาดูกลมโตขึ้นจ้า ลากไปจรดหางตาไม่ตวัดเป็นตาแมวจ้า



- ดัดขนตาและปัดมาสคาร่าทั้งขนตาบนและขนตาล่างค่ะ ขนตาบนใช้Maybellineเช่นเคย ส่วนขนตาล่างใช้ มาสคาร่าOPค่ะ หัวแปรงของ OP นี่ เล็กและปัดขนตาล่างง่ายมวากๆๆ ได้เรียงเส้นสวยเลย แถมยาวขึ้นอีกต่างหาก อิอิ ถือว่าเป๊ะมากสำหรับการปัดขนตาล่างค่ะ แต่ขนตาบนคงไม่ไหวเพราะมาสคาร่าตัวนี้ยังทำให้ขนตาตกอยู่ค่ะ
- ติดขนตาปลอม โดยติดให้ชิดขอบตาให้มากที่สุดค่ะ
- ปัดแก้มด้วยสีชมพูอ่อนนมๆ ของ Maybelline สี แตงโมว่างั้น สีนี้ ลูกรักอีกแล้ว ปัดไปเรียนนี่สีหวานอ่อนๆเหมือนนมเย็น สุภาพมากเลยค่ะช่วยให้แก้มดูฉ่ำๆเหมือนแตงโมเลย เข้าใจตั้งชื่อเนอะ



- แตะลิปทินท์สีแดงสดที่กลางปาก เม้มๆให้สีกระจายเล็กน้อยจ้า
- ทาลิปกลอสทับ จะได้ลุคส์ปากฉ่ำๆแบบนี้เลยจ้า
เสร็จแล้วจ้า มาดู Before & After กันเลย เอิ่ม แอบหน้าเปลี่ยนไปอยู่นะนี่ 555 แอบเคือง



ว่าแล้วก็ไปเก็บภาพตามคอนเซ็ปต์กันหน่อยดีกว่าจ้า สบายๆรับลมหนาวเน้อ ตาสีฟ้าทำให้ดูสดใสจริงๆน้า





ออกไปถ่ายกันโต้พระอาทิตย์เลยทีเดียวประมาณว่า อย่าจากปายยย เอาแสงเราคืนมาาาา เวอร์ไปแระ









หลับตาดูเมคอัพกันชัดๆหน่อย



ขอบคุณทุกคนที่มาเยี่ยมชมล่วงหน้าเลยจ้า ติชมได้คับป๋มเราจะนำไปพัฒนา
สุดท้ายแล้วอากาศเย็นๆร้อนๆก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะค้า….
ลากันไปด้วยรูปนี้จ้า พบกันฮาวทูหน้านะคะ


Special Thanks : NoctisX




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2553 21:21:11 น.
Counter : 4477 Pageviews.  

How to : Graphite Black Lady!! ลุคส์สวยเท่ห์ๆกับธีมสีดำ

Bepearz Talks : สวัสดีค่ะ กลับมาเจอกันอีกแล้วจ้า เป็นครั้งแรกที่ทำฮาวทูนอกเหนื่อหัวข้อการบ้านประจำเดือนเน้อ^^ ครั้งนี้ไอ้แมวขอมากับการแต่งตัวและแต่งหน้าในธีมสีดำ!! ค่ะ ตามคอนเซ็ปต์ NOKIA X5 สี Graphite Black สาวเท่ห์ที่แอบหวานแต่เปี่ยมด้วยพลังและความมั่นใจจ้า กำลังเป็นกิจกรรมดีๆตอนนี้อยู่เลยจ้า สาวๆท่านไหนชอบ ช่วยกด Like ให้ไอ้แมวน้อยๆตัวนี้ด้วยนะก๊า ตามลิงค์นี้เลยจ้า --> //www.jeban.com/viewtopic.php?t=95589

มาเริ่มเปลี่ยนโฉมนางแมวน้อยให้เป็นผู้เป็นคนดีกว่าค่ะ

อุปกรณ์

FACE
เบส : Skinfood White grape fresh base
รองพื้น : Fasio Ultra Fit & Stay Liquid Foundation
แป้ง : Palgantong Theatrical powder
Blush on : Maybelline สี Watermelon
สันจมูก : Kate designing eyebrow powder

EYE
Eye Primer : Oriental Princess สี 04 Soft Silver
Eyeshadow : 4U2 Onyx
Mascara : Oriental Princess Great Expected mascara
Eyeliner : Mistine Cat eye

EYEBROW
คิ้ว : Kate designing eyebrow powder & Mascara คิ้ว

LIP
Lipstick : Palatte 60 Colors & In2it สี Salmon

ขั้นตอนการแต่งหน้า



- รูปบนทั้งสอง คือลงครีมกันแดดของ Biore จ้า ลงแล้วได้ภาพทางขวามือเลยค่ะ
- รูปล่างเป็นการลงเบสเขียวของสกินฟู้ดค่ะ ลงแค่เม็ดถั่วเขียวเล็กๆตามหน้าผากแก้มให้ทั่วหน้า อย่าใช้เยอะเดี๋ยววอกเน้อ เสร็จแล้ว เป็นไงมั่งเอ่ยหน้าดูผ่องขึ้นมั้ย อิอิ



- คอลัมน์ซ้ายลงรองพื้นชนิดน้ำ โดยใช้นิ้วเกลี่ยๆตามแก้ม หน้าผากในทิศทางต่างๆกันตามแบบ Face Architect จากนั้นเอาฟองน้ำมากดซับๆให้รองพื้นกลืนไปกับหน้าและซับรองพื้นส่วนที่เกินออกมาค่ะ หน้าเนียนขึ้นหรือยังก๊าา
- ทางขวาลงแป้งป่าตองนั่นเอง ซับๆแตะๆหน้าจะได้ไม่หนามากจ้า



มาต่อที่การเขียนคิ้วดีกว่า
1. ใช้อายแชโดว์คิ้วของ Kate แตะสีเข้มสุดที่หางคิ้วแล้วไล่สีอ่อนมาเรื่อยๆจนถึงหัวคิ้วเลยก๊าบ ถ้าเลอะหรือไม่เป็นทรงให้ใช้สำลีเก็บรายละเอียดเช็ดส่วนที่ระบายเกินออกมา แค่นี้เราก็จะได้คิ้วรูปงามๆมาแล้ว
3. ย้อมขนคิ้วด้วยมาสคาร่าคิ้วสีน้ำตาลอ่อนจ้า ลืมยี่ห้อแล้วก๊าบ แต่สีเขาไม่ทองไป น้ำตาลอ่อนๆกำลังดีเลยจ้า เราไม่ได้ย้อมผมเลยไม่อยากให้ทองมากไปจ้า



ต่อไปมาสร้างดั้งด้วยมือเราเองกันเต๊อะ จะเป็นสาวมั่นต้องหน้าคมๆเนอะ ^^
- แตะสีน้ำตาล เราใช้ สีน้ำตาลกลางของ Kate มาไล้ข้างๆสันจมูกเลยค่ะ
- แตะ Highlight สีขาว(พาเลท Shadding & Highight รูปข้างๆค่ะ)ทาตรงกลางสันดั้งค่ะ จมูกโด่งขึ้นมาแระ

Point Make up



1.ลง Eye Primer ของ OP ค่ะ เพื่อให้อายแชโดว์เราสีชัดขึ้นและติดทนนานค่ะ
2.ต่อไปเราจะใช้อายแชโดว์เพียงตลับเดียวเท่านั้นค่ะ คือ 4U2 Gemtone สี Onyx ค่ะ แรกสุดเอานิ้วแตะอายแชโดว์หมายเลข 1 สีเทาอ่อนมาทาประมาณ 2/3 ของเบ้าตาค่ะ



3.แตะสีเทาเข้มควันบุหรี่ (หมายเลข 2) มาทาเป็นตัววียาวๆตามแนวปรุเลยค่ะ เบลนไปให้ฟุ้งกลืนกับสีโดยรอบค่ะ เสร็จแล้วจะได้แบบรูปขวาเลยค่ะ
4.ลงดำ (หมายเลข 3) ที่ปลายหางตา เป็นตัววีสั้นๆตามรอยเส้นเลยค่ะ จะช่วยเพิ่มมิติแก่ดวงตาได้จ้า (ขออภัยที่ต้องเปลี่ยนตาแทน อย่าพึ่งงงเน้อ)



5.เอาสำลีมาเกลี่ยๆให้อายแชโดว์ฟุ้งๆเป็นเส้นเรียวๆไปทางด้านหลังจ้า เพิ่มความโฉบเฉี่ยว (มั้ยน้อ)
6. แตะสีขาวจากพาเลทเดิม ระบายกลมๆตรงตาดำพอดีจ้า ช่วยไฮไลท์ให้ลูกตามีมิติไปอีกจ้า
7. ใช้ชิปเล็กๆแตะสีดำไล้จากหางตาล่างเบลนมาจนถึงกลางตา และแตะสีขาวลากจากขอบหัวตาล่างมาจรดกันค่ะ
8. เขียนอินเนอร์(อย่าพึ่งตกใจ ไม่ใช่การแหกตาประชาชนแต่อย่างใด 555) เราใช้แปรงเขียนอายไลเนอร์หมาดๆมาแตะ 4U2 สีดำแล้วทา โดยทาขอบตาบนและล่างค่ะ การเขียนอินเนอร์ทำให้ตาดูกลมโตและคมขึ้นขึ้นจริงๆค่ะ ไม่ลองไม่รู้



9.กรีดตาเป็นเส้นบางๆ ลากไปจรดหางตาไม่ตวัดเป็นตาแมวจ้า
10. ติดขนตาปลอม โดยติดให้ชิดขอบตาให้มากที่สุดค่ะ
ดัดขนตาและปัดมาสคาร่าทั้งขนตาบนและขนตาล่างค่ะ คราวนี้ใช้มาสคาร่าOPค่ะ หัวแปรงเล็กและปัดขนตาล่างง่ายมากๆๆ ปลื้ม ได้เรียงเส้นสวยเลย แถมยาวขึ้นอีกต่างหาก อิอิ ถือว่าเป๊ะมากสำหรับการปัดขนตาล่างค่ะ แต่ขนตาบนคงไม่ไหวเพราะมาสคาร่าตัวนี้ยังทำให้ขนตาตกอยู่ค่ะ
11. ขอใส่คอนแทคเลนส์นิดส์นึง อันนี้รุ่น Candy Grey ค่ะ



- ปัดแก้มด้วยสีชมพูอ่อนนมๆ ของ Maybelline เราไม่ใช้สีเข้มจ้าเดี๋ยวแย่งซีนดวงตากันมั่วไปหมด ปัดชมพูเฉียงไล่ไปจนถึงโหนกแก้มและโคนผมค่ะ



- ทางซ้ายก่อนจ้า แตะลิปสติกสีขาวที่มีมาพร้อมในพาเลต 60 สีนั้น ทาบริเวณขอบปากค่ะเบลนเข้ามาในปาก
- ทางขวาใช้ลิปสติกสีส้มเข้ม สีผู้ใหญ๊ผู้ใหญ่เนอะ แตะกลางปากแล้วเบลนออกมาให้กลืนกันค่ะ สีขาวที่ขอบปากทำให้แลดูเมทัลลิกๆเนอะ ประมาณว่าไปเป็นสาวโนเกียเองซะเรย 55

เสร็จแล้วจ้า มาดู Before & After กันเลย ทาปานู้ดๆแล้วได้อารมณ์สาวผิวแทนเลยเนอะ ^^



เอิ่มรูปแรกนี่ซิ้มแก่มักๆ ว่าแล้วก็ไปเก็บภาพตามคอนเซ็ปต์กันหน่อยดีกว่าจ้า



When I am Graphite Black Lady เมื่ออิหนูอยากเป็นสาว จะรอดมั้ย กรึกรึ



ภาพเซตนี้ค่อนข้างประทับใจมากเพราะไม่เคยถ่ายรูปแนวนี้เลยจ้า

มาดูเมคอัพกันชัดๆ สาวน้อยตาดำๆ ^^



รูปแอบเยอะ อย่าพึ่งเบื่อกันน้าา


พยายามทำหน้าแปลกๆ 55 จะเซะซี่ไหวมั้ยเนี่ย



อย่าลืมเน้อ ถ้าชอบ ฝากไปกด Like ด้วยนะฮับ //www.jeban.com/viewtopic.php?t=95589

ขอบคุณทุกคนที่มาเยี่ยมชมล่วงหน้าเลยจ้า ติชมได้คับป๋มเราจะนำไปพัฒนา ปิดท้ายกันไปด้วยรูปนี้เยยจ้า



Special Thanks : NoctisX




 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2553 9:55:55 น.
Counter : 3176 Pageviews.  

How to เซตผมดัดดิจิตอลอายุุ6เดือน+รีวิว'ไปดัดผมกันเถอะ'และผลิตภัณฑ์เซตผมดัด

สวัสดีรับลมหนาว(มวาก)จ้าสาวๆ วันนี้ทู้จะยาว(ไม่)หน่อย จะขอนำเสนอฮาวทูเซตผมดัดดิจิตอลที่แพร์ได้ไปดัดมานานราวครึ่งปีแล้วค่ะ ถ่ายรูปไว้หมด รอมาทำเต็มที่ นี่เป็นกระทู้ Hair ครั้งแรกเลยจ้า และคงเป็นฮาวทูสุดท้าย อีกนานกว่าจะได้เงยหน้ามามองโลกมองตะวันแน่นอนเลย T-T

ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนหาข้อมูลเยอะมากนับแต่เริ่มดัดผมครั้งแรกค่ะ ลองมาแทบจะทุกวิธี กระทู้ในจีบันนี่อ่านเยอะมาก ลองผิดลองถูกอยู่นานจนได้วิธีง่ายๆที่จะเซตผมดัดของตัวเองให้ได้ลอนเด้งดึ๋งตลอดวันและเหมือนพึ่งม้วนผมมาเชียวหละ ก็หวังว่ามันจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ต้องการนะจ๊ะ

Review : 'ไปดัดผมดิจิตอลกันเถอะ'
เริ่มเลยนะ ขอรีวิวก่อนละกันจากอดีตชาติอยากดัดผมขึ้นมา เลยไปลองดัดผมธรรมดา(ดัดเย็น) ค่าเสียหายหมดไป 500 บาท เป็นแบบนี้เลย



รูปทางซ้ายคือดัดมาวันนั้นเลย แลดูจะดี พอไปทางขวาคือผ่านไปราวเดือนนึงได้ลุคส์เซอร์ๆ เซอร์เกินไปลอนหายไปไหนหมด ซ้ำร้ายนั่นคือเซตสุดๆแล้ว ถ้าไม่เซตจะได้ทรงปลายไม้กวาดเลยค่ะ ผมแลดูเสียมากๆเพราะมันหัวฟูจากทรงที่ไม่เป็นทรง ลองใช้ครีมจับลอนตัวแม่อะไรก็ลองมาหมดแล้ว ไม่ไหวเลย ทนๆให้ผมฟื้นคืนสภาพมาแล้วรอทำใหม่อย่างเดียวเลย - -! แย่เนอะ เราคิดว่าอาจเป็นเพราะพึ่งยืดผมมาก่อนหน้านั้นไม่ถึงสองเดือน มันเลยไม่ติดลอน แล้วผมเราก็ไม่เคยทำสีหรือดัดมาก่อน มันเลยไม่ค่อยเสียเท่าไหร่ทำให้ไม่เป็นไปตามทรงเลย

หลังจากนั้นราว ครึ่งปี ก็ไปเจอข้อมูลดัดดิจิตอลร้านสวยๆแถวสาธรจ้า โทรไปจองข้ามเดือนกันเลยทีเดียว ไปถึงที่ร้านพนักงานก็มาต้อนรับเราอย่างดีเลย คุยกันได้ ก็เลยบอกว่าอยากได้ลอนแน่นๆ ไม่ต้องลอนใหญ่ก็ได้ ขอแน่นๆไม่คลายง่าย พี่เขาจัดให้เลย หลังจากสระผม และถูกนวดอย่างสบายเกือบหลับแน่ะ ก็ลุกมาเริ่มดัด โดยเริ่มจากลงน้ำยายืดให้ลอนเก่าคลายตัวก่อนค่ะ แล้วก็เริ่มม้วนลอนและเอาแกนไฟฟ้ามาต่อ และรอๆๆๆ ที่นี่เขาพิถีพิถันมากเลยค่ะ เรื่องรอยหนังยางที่ทำให้ผมหักนี่ไม่มีเลย จะมีผ้ารองทุกร่องรอยเลยจ้า ใช้เวลาร่วม 3-4 ชั่วโมงเอง ได้ออกมาหน้าตาแบบนี้



มีรูปเราเป็นมนุษย์ต่างดาวด้วย 55 สายไฟเต็มหัวเลย ค่าเสียหาย 3,000 บาทถ้วนๆเลยจ้า ถ้าถามความเห็นเราพอใจมากเลย ลอนดูเป็นธรรมชาติและมีโวลุ่มมากกว่าการดัดธรรมดามาก เป็นหลอดๆเหมือนเอิ่ม ดยุกแห่งฝรั่งเศสไปงั้น ออกจะเป็นลอนมากไปซะด้วยซ้ำ แต่สระก็คงคลายออกกว่านี้จ้ะ แต่ก็ต้องรอลุ้นว่า อาทิตย์นึงผ่านไปจะคลายเหมือนครั้งที่แล้วหรือเปล่า เสียวมากเลยตั้งหลายพัน แต่ร้านเขารัปประกันให้ว่าถ้าคลายให้กลับไปทำใหม่ได้เลย (แต่ผมเราก็คงเสียแย่เลยเนอะ ทางที่ดี อย่าเป็นแบบนั้นดีกว่า)

ต่อไปมาดูวิวัฒนาการกันบ้าง



รูปนี้ขุดมาได้ ถ่ายหลังวันที่ดัดหนึ่งวันเลยค่ะ หลังจากนอนทับแล้วตื่นมา ลอนดูกระชับขึ้นอีก (อันนี้เป็นความจริงนะว่าหัวยิ่งมัน ลอนยิ่งสวยอ่า หยึย!) และเป็นเกลียวตามศรัทธาเลย 55 ทางขวาคือผ่านมา สี่เดือนแล้วค่ะ เห็นมั้ย ยังอยู่ๆ แม้จะคลายไปบ้างแต่จะได้ลุคส์สบายๆจ้า



ซ้ายนี่ห้าเดือนแล้วจ้า ส่วนทางขวาก็คือปัจจุบันนี่เอง ก็หกเดือนครึ่งแว้ว สังเกตุว่าลอนยังอยู่ดีมีสุขอยู่ที่ว่าเราจะเซตหรือไม่ค่ะ คนดัดผมต่อให้ดัดร้านดีแค่ไหนแต่ไม่ยอมดูแล ลอนสวยๆก็มีสิทธิ์กลายไปปลายไม้กวาดได้นะคะ วันไหนที่เรารีบแล้วไม่สนใจเซตผม ผมก็จะยุ่งน่าหงุดหงิดมากเลยค่ะ แต่ถ้าดูแลสักหน่อย สวยเลยรับรอง

ทีนี้จะมาดูวิธีเซตผมกันดีกว่า ทำอย่างไรให้ลอนอยู่ทน

How to : เซตผมดัดดิจิตอล อายุ 6 เดือน

ก่อนอื่นขอรีวิวผลิตภัณฑ์เซตผมที่เราใช้จ้ะมี3อย่างง่ายๆเท่านั้นเอง นอกนั้นแชมพู ทรีตเม้น และครีมนวด ตามศรัทธาเลยจ้ะ ว่าแต่ต้องเป็นสำหรับผมดัดก็พอแล้ว


ตัวแรกเลยเป็น L'oreal น้ำมันใส่ผมค่ะ โดยส่วนตัวใช้มาคิดว่าทำให้ผมมันเงาขึ้นมานิดนึง และคงช่วยบำรุงผมที่เสียไปด้วยอะจ้ะ มันทำให้ผมไม่แห้งไป คือชุ่มชื้นมันๆเล็กน้อยหละ

อันนี้เป็นพระเอกของงานนี้เลยจ้ะ ครีมจับลอนผมดัด เป็นตัวทำให้ลอนเด้งดึ๋งได้ดั่งใจเลย เราเคยลองใช้มาหลายยี่ห้อมาก ทั้ง Lucido,Charlest Wortington ของ Boots ตัวแม่ทั้งหลายที่มีคนกล่าวขานสรรพคุณ โดยไม่เคยคิดจะลองซื้อของใกล้ๆตัวใกล้ๆบ้านดูเลย ครีมตัวนี้ ที่ได้ซื้อเพราะวันนั้นกลับบ้านแล้วลืมเอาครีมเซตผมกลับไป ซุปเปอร์มารเกตแถวบ้านเราไม่มีอะไรเลย มีครีมอันนี้อันเดียว เลยซื้อๆมา หลอดละ 70 กว่าบาทเอง ดีกว่าซื้อมูส(เราไม่ชอบมูสเลยค่ะมันแข็งๆดูเปียกๆไงไม่รู้ไม่ธรรมชาติเลย) ลองใช้ครั้งแรก เหนียวไม่ค่อยชอบ แต่พอทิ้งไว้หน่อยไม่มีคราบเหนียวหลงเหลืออยู่เลย เยี่ยมมาก กลายเป็นลูกรักที่พบกันโดยบังเอิญไปแล้วค่ะ เรื่องเซ็ตผมไม่ต้องพูดถึง ใส่ตอนนั้น ลอนก็เด้งตอนนั้นเลยจ้า พอใจเต็มร้อยเลยเอา


ตัวนี้ได้ซื้อมาเพราะอยากได้ฟ้อกกี้ฉีดน้ำ (เป็นงั้นไป) แต่ดีน้าใช้ตอนผมแห้งได้ค่ะก็พรมๆ ใช้แทบคอนดิชันเนอร์ได้ด้วย กลิ่นหอมมากทีเดียว

เริ่มปฎิบัติการเซ็ตผมกันเลย
1. การสระผม ควรสระด้วยน้ำอุ่นก่อนนะคะ ก้มหัวลงให้เลือดไปเลี้ยงได้สะดวก ตามด้วยแชมพู 2 ครั้งโดยครั้งแรกเป็นการล้างสิ่งสกปรกออกจากเส้นผม และครั้งที่สองเป็นการบำรุงผมจริงๆค่ะ
2. ใช้ทรีตเม้นต์หมักผม (สัปดาห์ละครั้ง-2ครั้ง) ถ้าทำบ่อยมากๆลอนก็จะคลายเร็วนะคะ แต่ถ้าไม่ทำเลย ผมที่เสียก็อาจไม่ฟื้นสภาพก็ได้น้า
3. ใช้ครีมนวด หรือที่เรียก คอนดิชันเนอร์ เพื่อปิดเกล็ดผมค่ะ แล้วล้างผมด้วยน้ำเย็นเป็นขั้นสุดท้ายจ้า ปล.ในระหว่างขั้นตอนที่ 2 หรือ 3 เราจะใช้หวีซีห่างค่อยๆสาวผม เพราะขั้นตอนนีผมเราจะลื่นทำให้พันกันลดลงนะ แต่ย่อมมีผมร่วงไปด้วยเนื่องจากสาวๆที่ดัดผมจะได้ค่อยได้หวีผมกันตอนผมแห้งใช่มั้ยล่า ช่วงเวลานี้เป็นเวลาพิเศษให้ศีรษะเราได้สัมผัสหวีบ้างนะจ๊ะ วิธีก็แค่ก้มลงแล้วค่อยๆหวีจากปลายผมขึ้นมาที่โคนจ้า


- หลังสระผมเสร็จก็เช็ดผมตามรูปเลยจ้า จะเช็ดแบบขยี้มันๆมือเลยก็ได้ หรือจะซับๆเอาก็ได้จ้า ผมอาจยุ่งบ้างแต่ไม่เป็นไรเพราะเราจะหวีในชั้นตอนต่อไปค่ะ อย่าลืมใช้ผ้าเช็ดตัวจับขยำๆที่ปลายผมด้วยน้า ขยำๆไปลอนจะขึ้นมาเองเหมือนรูปทางขวาเลยค่ะ


- หวีผมโดยแบ่งผมเป็นสองข้างแล้วค่อยๆหวีจากปลายไปโคนผม แต่ก่อนเราไม่หวีเลยนะเพราะกลัวผมจะตรงไม่เป็นลอน แต่จริงๆ ผมดัดแล้วยังไงก็มีลอนอยู่ในตัวแล้วค่ะไม่มีทางหายไปเพราะเอาหวีมาหวีแน่นอน การหวีผมตอนนี้ช่วยให้หัวเราไม่ยุ่งเลยนะคะ สามารถหวีได้เหมือนคนผมตรงเลยหละ (เคยลองหวีเล่นๆพบว่าผมยาวเกือบถึงสะดือแล้วอะ- -!) แล้วสุดท้ายลองใช้มือขยำๆดูก็ได้ จะพบว่าลอนก็เด้งกลับมาเหมือนเดิมเลยค่ะ ปล. ต้องหวีตอนผมเปียกหรือหมาดเท่านั้นนะ ถ้าหวีตอนกำลังจะแห้งนี่หัวฟูเป็นพุดเดิ้ลแน่นอนเลยค่ะคอนเฟิร์ม
- ใส่น้ำมันบำรุงผมกันหน่อย ด้วย L'oreal ที่รีวิวไว้ด้านบนเลยค่ะ กดแค่ 1 ครั้งก็พอใส่ได้ทั้งหัวเลย แต่เรากดข้างละปั๊มจ้ะ ใช้มือสางเข้าไปให้น้ำมันโดนทั่วๆผมเว้นแต่ช่วงโคนไว้จ้ะ หรือจะใส่เฉพาะปลายๆก็ได้ ขยำๆยิ่งขยำมากลอนก็ยิ่งเด้งขึ้นมาน้า


- ตอนนี้ผมเราคงกำลังเปียกหมาดๆอยู่ ให้ดรายผมด้วยลมเย็นค่ะ เอาไดร์ห่างจากผมเราประมาณ 15 cm การใช้ลมเย็นจะทำให้ลอนมีโวลุ่มเพิ่มขึ้นจ้า ประยุกต์ใช้ลมร้อนก็ได้แต่เป่าห่างๆเอาจ้า ขั้นตอนนี้หัวจะยุ่งผมตีกันไปหมดไม่ต้องกังวลจ้า เป่าๆๆไปเลยพอเสร็จเอามือสางมันก็กลับมาเข้าที่เหมือนเดิมแล้ว เป่าจนผมเริ่มแห้ง แต่ยังชื้นๆอยู่ก็พอค่ะ ถ้าแห้งมากเราจะคอนโทรลลอนไม่ได้ดีเท่าผมที่ยังชื้นๆอยู่ค่ะ เป็นเหตุผลว่าตื่นนอนมา ควรเอาฟ้อกกี้ฉีดน้ำเข้าไปหน่อยจ้า
- หลังจากผมผ่านการตีกันกับลมมา เราก็เอามือม้วนๆหน่อยจ้ะมันจะกลับมาเป็นเกลียวให้เราเอง
- ใส่ครีมจับลอน Nutri Flex พระเอกของเรา บีบมานิดเดียวเท่านั้นเองแล้วถูๆให้ทั่วมือ แล้วค่อยขยำเข้าไปจากปลายผมเลยค่ะ หยำๆๆๆ ออกมาได้แบบนี้เยย ถ้าลอนไม่พอใจก็ใส่ครีมเพิ่มได้จ้า แต่ระวังจะมากไปเดี๋ยวเหนียวไม่รู้น้า



อันนี้มีภาพ Gif การม้วนลอนด้วยมือ แต่ก่อนเราใช้มือขวาม้วนผมด้านขวา ซ้ายก็ม้วนซ้าย แต่ค้นพบว่า ถ้าใช้มือกับผมด้านตรงข้ามจะเวิร์คกว่าค่ะ ในรูปเราใช้มือขวาม้วนเกลียวของผมข้างซ้ายค่ะ ลอนที่ได้จะไม่เล็กมากเหมือนแต่ก่อนที่ทำค่ะ อันนี้ไม่เชื่อต้องพิสูจน์นะ

ออกมาแล้ว Before After จะเห็นว่าถ้าไม่ยอมทำอะไรกับผมเลย แม้น้ำยาดัดผมจะเทพแค่ไหน มันก็เป็นยัยเพิ้งเนอะ



ยังไม่หมดเท่านี้จ้า บางที(เราเองนี่แหละ)ก็ไม่ชอบลอนเดี่ยวๆเหมือนหลอดก๋วยเตี๋ยวแบบนี้ เราสามารถแยกลอนได้เลยค่ะ


โดยใช้มือจับผมแบ่งเป็นช่อๆ ผมเราถูกซอยออกเยอะมันเลยบางๆ เราจะแบ่งสักสามช่อจ้า จับแล้วดึงออกจากลอนใหญ่เราก็จะได้ลอนน้อยๆออกมามากมายเป็นลูกลอน 55 น่ารักเนอะ



รูปบน :ถ้าไม่เด้งได้ใจก็ใส่ครีมจับลอนเข้าไปเลยจ้าขยำเข้าไปเลย ออกมาได้แบบนี้
รูปล่าง : อันนี้เทียบให้ดูทางซ้ายคือลอนเดียว ทางขวาคือลอนที่แยกออกมาแล้วจ้า

ไม่พอเทียบให้ดูอีกรูป (อันนี้ทำเมื่อวานจ้า)

ซ้ายคือใช้มือม้วนผมทั้งหมดไว้เป็นลอนเดียว ขวาคือแยกมันออกมาค่ะ ผมดูหนาขึ้นเลยเนอะ ไม่น่าเชื่อว่าคนเดียวกัน กริกริ

อีกสักรูปเพื่อลอนที่รักจ้า



ลากันไปด้วยรูปนี้ละกันจ้า พยายามทำลอนเด้งดึ๋งสุดฤทธิ์



หมดแว้ว หวังว่าสาวๆคงได้เทคนิคดีๆไปใช้กันนะคะ ^^
ขอบคุณล่วงหน้าที่เข้ามาชมจ้า
สำหรับวันนี้ ลูกแพร์ไปก่อนจ้า เมี๊ยวว




 

Create Date : 31 ตุลาคม 2553    
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2553 19:31:42 น.
Counter : 63210 Pageviews.  

How to : Vintage Charm ขอสวยเก๋ด้วยเสน่ห์แห่งความหลัง

สวัสดีจ้ากลับมาเจอกันอีกแล้วกับฮาวทูของลูกแพร์เน้อ เดือนที่แล้วส่งฮาวทูครั้งแรก เป็นปลื้มมากกับสาวๆทุกคนที่เข้ามาให้กำลังใจนะคะ รู้สึกอบอุ่นมากมาย แอบเก็บรางวัลที่สามมาด้วย ดีใจสุดๆเลยจ้า^^ ครั้งนี้ขอมาแนววินเทจบ้าง หลังจากนั่งชานอยู่นานก็ปิ๊งไอเดียแต่งออกมาแนวหวานๆค่ะ ลองดูน้า

อุปกรณ์

FACE
เบส : Lunasol creamy makeup base
รองพื้น : Fasio Ultra Fit & Stay Liquid Foundation
แป้ง : Beauty Credit-Lovely Powder mat , Camella Oil Free
Blush on : In2it waterproof blush set สี 02 romance

EYE
Eye Primer : Oriental Princess สี 04 Soft Silver
Eyeshadow : 4U2 , 60 colors Palatte matte , Estee Lauder
Mascara : Maybelline volum’express waterproof mascara

EYEBROW
คิ้วและสันจมูก : Kate designing eyebrow powder, 60 colors Palatte

LIP
ลิปสติก : Maybelline สีชมพูอมส้ม
Gloss : Nyx สี Peach

ขั้นตอนการแต่งหน้า
เริ่มด้วยการเตรียมสภาพผิวหน้าโดยหลังจากทาครีมบำรุงเสร็จก็ลงกันแดดเลยจ้า

1.ลงกันแดดของ Biore ตัวนี้ช่วยทำให้หน้าขาวขึ้นเล็กน้อยจ้ะเวลาทา ถ้าหน้าหมองอาจจะเหมาะสมเลย แต่ถ้าจะลงเครื่องสำอางในสภาพผิวปกติก็ต้องระวังวอกนิดนึงจ้า
2.ลงเมคอัพเบส อันนี้เหลือจาก Sample ครั้งที่แล้ว ตัวนี้ก็ทำให้หน้าขาวขึ้นกว่าสีผิวจริงจ้า แต่เกลี่ยง่ายเลย
3.ลงรองพื้นชนิดน้ำ โดยใช้นิ้วเกลี่ยๆก่อนแล้วเอาฟองน้ำที่เขาให้คู่กันมาเป็นตัวคอยกดๆๆเบาๆให้รองพื้นปกปิดทั่วหน้าจ้า ฟองน้ำจะเป็นตัวเก็บรองพื้นส่วนเกินออกจ้าทำให้หน้าเราเนียนธรรมชาติมากเลยนะ เทคนิคน้อยๆก็คือ ถ้ามีเวลาสักหน่อยขั้นลงเบสกะรองพื้นให้ใจเย็นๆเลยจ้า ค่อยๆกดเบาๆแตะๆๆไปทั่วหน้า เนียนกริบอย่าบอกใครเลยหละ ไม่ดูโบ๊ะด้วยน้า


ต่อไปมาลงแป้งกัน ตอนแรกลง Camella ที่กรอบหน้าก่อนเพราะแป้งสีเข้มกว่าหน้าจริงช่วยเป็นเฉดดิ้งอ่อนๆได้เลยจ้ะ แถมซับความมันได้ด้วย ตามด้วยลง แป้งม้าโยก อันนี้ใช้แปรงปัดจะได้ลุคส์บางเบากว่าค่ะ แต่บริเวณไหนอยากให้เนียนมากๆเช่นแก้ม ก็ใช้พัฟกดได้เลยจ้า แต่ระวังน้าตรงหน้าที่ไม่เรียบเนียนพยายามอย่าโบ๊ะมากค่ะ จะเห็นสิวเป็นเม็ดๆเลยหละ

ต่อไปมาดูขั้นตอนแต่งตากันบ้าง





1.ลง Eye Primer ของ OP ค่ะ เนื้อเป็นสีขาววิ๊งๆ ทำให้สีเครื่องสำอางเด่นชัดขึ้นมาแต่สีอาจจะเพี้ยนจากสีจริงไปบ้าง และไม่หลุดง่ายด้วยติดทนเลยหละเมื่อเทียบกะไม่ใช้ อันนี้ไปทดลองมาเองละจ้า ถ้าอายแชโดวของเราเนื้อแมทจะกลายเป็นเนื้อShimmerขึ้นมาโดยปริยายสวยเลยๆ
2.ทาแป้งฝุ่นโบ๊ะใต้ตาไว้หน่อยกันอายแชโดว์ตกใส่น้า
3.ทาสีขาวหมายเลข3 จาก 4U2 Onyx ให้ทั่วเบ้าตาไปจนใต้คิ้วเลยค่ะ เน้นช่วงบนๆ
4.ลงสีครีมหมายเลข4จาก 4U2 Citrine ทั่วเปลือกตาล่างไปจนถึงครึ่งตาก็พอจ้า





5.เอาสีน้ำตาลหมายเลข 5-6 เขียนกรอบเบ้าตาให้ตาดูลึกมีมิติเหมือนฝรั่งค่าา วิธีคือทำตาปรือๆแล้วลองมองหาเส้นเงาที่เป็นร่องเบ้าตาเราแล้ววาดตามเลยค่ะ (จริงๆสีน้ำตาลนี้เป็นตัวทำเฉดดิ้งแหละแต่สีเค้าเข้มได้ใจจริงๆเลยเอามาใช้ซะเลย)
6.เบลนเส้นที่วาดไว้ให้ฟุ้งๆขึ้นไปทางคิ้วเล็กน้อยค่ะ และเบลนเข้ามาจากทางหางตาด้วยเข้ามาหากลางตาจ้า
7. จะเห็นพื้นที่ว่างใต้กรอบที่เราระบายไว้ ให้ลงสีทองหมายเลข7 ในกรอบนั้นเลยจ้า ขอบอกว่าสีทองนี้ วิ้งจริงอะไรจริง เริศมากค่า
8. ลงสีน้ำตาลส้มอิฐจาก4U2 หมายเลข8อ๊ะ จากหางตามาจนเกือบถึงบริเวณตาดำ





9. ลงสีม่วงอมน้ำตาลจากพาเลทของ Estee Lauder ที่ปลายหางตาเบลนเข้ามาจนกลางๆสีส้มอิฐจ้า (ขอยืมรูปมา อิอิ ลืมถ่าย)
10.ลงสีเทาเข้มเลข10จิ๋งเดียวที่ปลายหางตาเบลนเข้ามาเล็กน้อย และเบลนออกไปเป็นตัววียาวๆไปทางหางตาจ้า
11.ปัดแป้งๆ ใต้ตาเราก็จะวิ๊งผ่องเลยจ้า
12.เสร็จแล้ว ออกมาได้สีตาเป็นแบบนี้จ้า ปล ขออภัยในความวุ่นวายของการลงสีตา เนื่องด้วยความสนุกสนานในการครีเอทแพทเทิร์นแต่งตาจนหยุดไม่อยู่เลยออกมาวุ่นวายวึ่นวือแบบนี้อะจ้า สาวไหนเทพๆเเลวเราว่าสามชั้นก็เสร็จแระ ^^!

ต่อไปมาแต่งคิ้วกัน ^^ ! เริ่มเหนื่อย แฮกๆ





ใช้ Kate designing eyebrow เขียนสีเข้มที่หางคิ้ว(อันแหว่งๆของเรา) ไล่สีอ่อนมาทางหัวคิ้วจ้า จากนั้นเติมร่องที่กลบไม่มิดด้วยดินสอเขียนคิ้วและเติมปลายคิ้วเรียวแหลมไปด้วยจ้า



- เอาชิปเล็กๆแตะอายแชโดว์สีเดียวกับที่ทาตามาเขียนไล้บริเวณขอบตาล่างเพิ่มความสวยหรูจากการเล่นสีจ้า ปลายหางตาไล่สีม่วงน้ำตาลมาเลย แล้วตามด้วยสีส้มอิฐ จากนั้น ใช้สีครีมไล้จากหัวตามาจนกลางตาดำบรรจบกันพอดีจ้า
- ดัดขนตา และปัดขนตาด้วยมาสคาร่าตามสะดวกจ้า อย่าลืมปัดขนตาล่างด้วยน้า งวดนี้เราไม่กรีดตานะคะ ขอแบบวินเทจๆเลย
- สุดท้ายแระ ติดขนตาปลอมค่ะ เลือกแบบที่ไม่หนามากเอาพอดีๆธรรมชาติจ้า





- เอาสีขาวจาก 60 Palatte มาทำไฮไลท์จ้า อยากบอกว่าพาเลทนี้คุ้มจริงๆมีทั้งอายแชโดว์ ไฮไลท์ เฉดดิ้ง ลิป และ เขียนคิ้วด้วยจ้า^^
- แตะสีน้ำตาลกลางมาทำดั้งหน่อยนึง
- ปัดแก้มด้วย In2it เน้อ ปัดเข้มหน่อยจ้า ไล้ไปถึงผมเล็กน้อย





สุดท้ายแระๆ ทาลิปสติกและตามด้วยกลอสแตะๆกลางปากจ้า

มาแล้ว Before After ค่ะ พร้อมแระ ไปแปลงโฉมนั่งไทม์แมทชีทย้อนยุคกลับไปเป็นนังพิกุลบนเรือนใหญ่ 55 เอ๊ะหรือเป็นแหม่มสมัยอังกฤษเรืองยุค ไหวมั้ยเนี่ย



มาดูเมคอัพกันชัดๆ










ปิดท้ายด้วยเห่อคอลเลคชั่นรูปจ้า

ขอมุมแปลกๆกันบ้าง



Special Thanks : Photographs by NoctisX ^^ ฉึกๆ

บ๊ายบายจ้า เจอกันฮาวทูหน้า ลูกแมวลาก่อนน ^^




 

Create Date : 20 ตุลาคม 2553    
Last Update : 24 ตุลาคม 2553 22:12:25 น.
Counter : 2278 Pageviews.  

How to be the Aurora of the night (Kanebo How to contest)

How to be the Aurora of the night




อุปกรณ์

FACE
เบส : Lunasol creamy makeup base
รองพื้น : Lunasol water cream foundation
แป้ง : Beauty Credit-Lovely Powder mat , Camella Oil Free
Blush on : In2it waterproof blush set สี 02 romance

EYE
Eye Primer : Oriental Princess สี 04 Soft Silver
Eyeshadow : สีขาว 4U2 Gemtone
สีชมพูจาก KLEANCOLOR Super Shiny Eyeshadow
สีม่วงดำจาก พาเลตของ Beauty treats
Eyeliner : Mistine Cat eyes
Mascara : Maybelline volum’express waterproof mascara

EYEBROW
คิ้วและสันจมูก : Kate designing eyebrow powder, 4U2 Gemtone

LIP
คอนซีลเลอร์ : Oriental Princess Phenomenal Stop Age Concealer
ลิปสติก : In2it lip สี Salmon

Gloss : Estee Lauder High gloss ultra brillance

ขั้นตอนเตรียมสภาพผิวหน้า

มาดูหน้าเพียวๆตามสไตล์แพนด้าหลังสอบเสร็จเน้อ(เล่นเอาเกือบส่งไม่ทันแน่ะ) ฮ่าๆ ก่อนอื่นเลยก็ต้องลงครีมกันแดดหรือครีมบำรุงตามสะดวกกันก่อนเลยจ้า ขออภัยในหน้าอันโทรมและผมที่ชี้ฟู - - !



เริ่มลงเมคอัพเบสอันนี้เลยของ Lunasol ผู้สนับสนุนที่ใจดีของเรา โดยเกลี่ยๆให้เนียนทั่วหน้านะค้า อยากบอกว่าพึ่งเคยลองใช้ของยี่ห้อนี้เนอะ เกลี่ยง่ายมาก




ต่อมาก็ลงรองพื้นเกลี่ยๆทั่วหน้าแล้วใช้ฟองน้ำกดๆช่วยให้รองพื้นเซ็ตตัวบนหน้าได้เรียบขึ้นเป็นธรรมชาติกว่าถูเป็นปื้นๆนะค้า ส่วนตัวรองพื้นของเค้าก็เนียนและปกปิดค่อนข้างมิด ใช้ได้ดีเลยค่ะอาจเพราะเป็นแบบเนื้อครีมเข้มข้น เราไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยเลยหละ เห็นมั้ยหน้าเริ่มเนียนขึ้นแล้ว ^^



ต่อไปก็มาถึงขั้นลงแป้งค่ะ เราใช้สองตัวคือ อันซ้ายของ Beauty credit ทางขวาของ Camella โดยลง Camellaก่อน เพราะแป้งเนื้อสีค่อนข้างเข้มกว่าผิวหน้าเรา เลยจับมาทำเฉดดิ้งข้างแก้มซะเลย ลงที่ขอบหน้า เชิงผม ข้างสันจมูกเพื่อเป็นตัวแรเงานะคะ แป้งตัวนี้มีคุณสมบัติคุมความมันได้ด้วยเลยลงไว้กันหน้ามันเลยจ้า ต่อไปก็ลงแป้งม้าโยกต่อที่ หน้าผาก แก้ม และส่วนอื่นที่เหลือนะคะ จะทำให้หน้าเนียนผ่องขึ้นทันตาเลยค่ะ เราเลือกใช้พัฟกดๆเอาเพราะงานนี้ค่อนข้างต้องการหน้าที่เรียบเป๊ะ แต่ถ้าใครอยากให้ดูเป็นธรรมชาติก็ใช้แปรงปัดแทนจะไดลุคส์บางๆกว่าค่ะ



ขั้นตอนการแต่งสีให้ดวงตา

ด้วยคอนเซปแสงออโรร่าเราเลยเลือกโทนสีม่วงชมพูและดำเพื่อสื่อแทนสีท้องฟ้ายามกลางคืนที่มีแสงออโรร่าสวยงามนะคะ ^^ เริ่มกันเลย มาดูอุปกรณ์กันก่อนเลย



Eye Primerของ Oriental Princess และ Eye shadow โทนสีชมพูจาก KLEANCOLOR Super Shiny Eyeshadow ส่วนโทนสีม่วงดำจากพาเลตของ Beauty treats ค่ะ พูดไปคงไม่มีใครรู้จักเนอะ มันเป็นอายแชโดว์ตลับแรกในชีวิตของเราค่ะ คุณย่าซื้อมาฝากจากไหนไม่รู้เลย เพราะเราไม่เคยคิดจะแต่งตาเลย จึงไม่มีเป็นของตัวเอง แต่เพราะฮาวทูนี้ เราเลยได้เริ่มเรียนรู้ที่จะแต่งตาจริงๆจังๆกะเขาสักที ก็ขอโทษไว้ในที่นี้เลยค่ะที่ไม่มีอายแชโดว์ดีๆมานำเสนอเน้อ แต่จะพยายามแต่งให้สวยที่สุดจ้า



1. ลง Eye Primer ของ OP เราไปเจอโดยบังเอิญเลยซื้อมา มันวิ๊งๆดีช่วยให้อายแชโดว์สีสวยและติดทนขึ้นด้วยค่ะ
2. ลงแป้งฝุ่น (แป้งอะไรก็ได้) ทาใต้ตาไว้เลยค่ะ กันอายแชโดว์ตกเลอะเทอะ
3. เริ่มลงสีแระน้า ลงสีชมพูมุกวาวๆหมายเลข 1 ทั่วเปลือกตาค่ะ มันออกสีขาวๆวาวๆมากกว่าชมพูซะอีก
4. ลงสี 2 เป็นสีชมพูสดเลย ลงบริเวณเปลือกตาด้านล่างและเบลนขึ้นไปถึงประมาณรอยพับชั้นตาค่ะ เราเป็นคนที่พอลืมตาแล้ว เมคอัพหายเข้าในชั้นตาหมดเลย เลยต้องทาเยอะหน่อยจ้า





5. แตะสีม่วงเผือก หมายเลข 4 มาลงบริเวณหางตาและเบลนมาจนถึงกลางตาค่ะ
6. เอาสีชมพูมุกหมายเลข 1 ไล้ตรงหัวตาทำให้ตาดูซอฟต์ๆลงกว่าเป็นสีม่วงทื่อๆจ้า
7. แตะสีที่5 คือสีม่วงเข้มผสมสีดำเล็กน้อย ลงบริเวณหางตาเป็นรูปตัววี เพื่อคัดเบ้าตาให้ดูมีมิตขึ้นค่ะ
8. ทำสเต็ปเดียวกับขั้นที่ 7 เลย แต่เราจะลากสีม่วงผสมดำนั้นออกมาเป็นหางตาเฉี่ยวๆนะคะ โดยวิธีทำคือลงบริเวณที่คัดเบ้าก่อนแล้วค่อยๆเบลนออกไปเป็นเส้นฟุ้งๆค่ะ ลากออกไปจนถึงบริเวณหางคิ้วลากลงมาตัดพอดีกำลังสวยค่ะ เราไม่อยากได้เส้นที่ชัดมาก เลยไม่ใช้วิธีติดสก๊อตเทปนะคะ



9. เก็บรายละเอียดหางตาของเราโดยคัตตอนบัตค่ะ เพื่อให้เส้นที่ลากเมื่อสักครู่ดูเรียวและเข้ากับลูกตาค่ะ สำหรับสาวๆที่ชำนาญแล้วเราว่าใช้แปรงลากเลยก็เป๊ะแล้วค่ะ แต่สำหรับมือใหม่อย่างเรา ก็อาศัยการลากเกินไปแล้วค่อยเก็บรายละเอียดก็จะได้เส้นฟุ้งๆสวยไปอีกแบบนะคะ
10.แตะสีชมพูลิ้นจี่หมายเลข 6 มาทาจากหัวตาไปจนประมาณกลางบริเวณที่คัดเบ้าค่ะตามรูปเลยนะคะ
11.แตะสีขาวจาก อายแชโดว์ของ 4U2 Gemtone มาทาบริเวณตาสี(กลางเปลือกตา) เพื่อสร้างมิติทำให้ตาดูกลมขึ้นค่ะ
12.นำสีขาวนั้นไล้บริเวณใต้คิ้วค่ะ เสร็จแล้วได้ออกมาประมาณนี้ค่ะ รูปสีไม่ค่อยชัดเลยรูปนี้




13.สุดท้ายเราก็ปัดแป้งใต้ตาออกค่ะ นอกจากอายแชโดว์จะไม่หล่นลงมาเปื้อนหน้าเราแล้ว ยังทำให้ใต้ตาผ่องเด้งอีกด้วยน้า



14.ต่อไปแต่งคิ้วด้วย Kate Designing eyebrow โดยลงหางคิ้วด้วยสีเข้มและไล่สีอ่อนมาเรื่อยๆจนถึงหัวคิ้วค่ะ ใช้สีอ่อนสุดของเคท ผสมสีกลางไล้บริเวณสันดั้งเพื่อเสริมความโด่งของดั้งอันน้อยนิดของ จขกท. นะคะ 55



15.แตะสีขาวจากพาเลท 4U2 ไล้บริเวณกลางสันจมูกเพื่อให้จมูกดูโด่งยิ่งขึ้นค่ะ อ๊างง ดั้งเสกได้ไม่ใช้มีดหมอ เห็นม้า



16.กรีดอายไลน์เนอร์ โดยให้เส้นตวัดขึ้นเล็กน้อยแต่ให้ดูเป็นเส้นแนวเดียวกับขอบตาล่างนะคะ ลากยาวเล็กน้อยเพราะต้องรับกับอายแชโดว์ที่เราลากยาวเกินมาในตอนแรกค่ะ



17. ดัดขนตาและปัดด้วย อ้วนดำชมพูจ้า มาสคาร่าของเมย์เบลลีน ตัวนี้เราปลื้มมากมันช่วยแยกเส้นขนตาดีมากเลย และยังไม่ทำขนตาตกด้วย เหมาะมากในเคสนี้เพราะเราจะดัดขนตาให้กลืนกับขมตาปลอมค่ะ



18. ขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งตาแล้ว ติดขมตาปลอมจ้า โดยเลือกอันที่หนาหน่อยเพื่อค่ำคืนที่เจิดจรัสนี้ โฮะๆ ติดให้ชิดขนตามากที่สุดค่ะ

ขั้นตอนการแต่งแต้มสีให้ใบหน้า



ปัดแก้มด้วยบลัชออนของ IN2it ตัวนี้มีเม็ดชิมเมอร์เล็กๆ วิ้งๆจ้า เราใช้แปรงแตะผสมทั้งสามสีทาบริเวณแก้มให้เป็นรูปตัวยูค่ะ ไม่ทาให้สีเข้มมากเดี๋ยวจะแย่งซีนของดวงตาค่ะ




1. ต่อไปเราจะมาแต่งปากกันจ้าเราไม่อยากทาทั่วปากเพราะเราเป็นคนปากบนหนาไม่เป็นรูปเลยค่ะเราเลยเลือกแต่งแบบไม่เน้นขอบปากค่ะ อันดับแรกลงลิปมันรอไว้เลยก็ได้จ้า จากนั้นลงคอนซีลเลอร์ของOP เพื่อกลมสีขอบปากค่ะ
2. ลงลิปของอินทูอิทโดยใช้แปรงทาที่ริมฝีปากด้านในทั้งบนและล่างและค่อยๆเบลนออกมาด้านนอกค่ะ
3. เอากระดาษทิชชู่ซับลิปที่เกินออกค่ะ ปากจะได้ไม่เป็นคราบ
4. เอาพัฟแตะแป้งเล็กน้อยทาทั่วขอบปากค่ะทำให้ปากดูไม่มีขอบ เราละเลงขอบบนเยอะหน่อยค่ะ เพราะหนามากทีเดียว แหะๆ
5. ลงลิปกลอสของ Estee Lauder สีชมพูอมส้มเหลือบทองให้ทั่วปากโดยทาเลยออกมาตรงเส้นขอบปากเล็กน้อยเพื่อความอิ่มเอิบ เอิ๊กส์ๆ กลอสสีนี้มีวิ๊งสีทองด้วยจ้า ออกมาแร้ว เป็นแบบนี้จ้า



เฮ้อ เสร็จทุกกระบวนการแล้ว ขอแว๊บไปแต่งตัวเตรียมเฉิดฉายในคอนเซป
The Aurora of the night ก่อนจ้า

มาดูรูป Before After กันเลยค่ะ




ขออนุญาตใส่คอนแทคสักเล็กน้อย ไม่งั้นถ่ายรูปตาเขแน่เลย ฮ่าๆๆ
ขอปิดท้ายฮาวทูนี้ด้วยรูปจากคอลเลคชั่น Auroral Rose จ้า เยอะหน่อยน้าเห่อมากมาย




มาดูเมคอัพกันชัดๆ










สุดท้ายแระจ้า



สรุปว่าได้ประสบการณ์ดีๆเยอะเลยน้า จากคนที่เคยแต่ทาแป้งกับดัดขนตา ก็ต้องมาหัดแต่งคิ้ว กรีดตา ทาอายแชโดว์หรือแม้แต่ติดขนตาปลอม หัดทำเองใหม่หมดเลย สุดท้ายออกมาเป็นแบบที่ถูกใจกันหรือเปล่าก็ช่วยติชมด้วยนะคะ


เราจะได้ปรับปรุงพัฒนาฝีมือต่อไปจ้า


“ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมล่วงหน้าด้วยจ้า”




 

Create Date : 30 กันยายน 2553    
Last Update : 13 ตุลาคม 2553 17:05:40 น.
Counter : 2021 Pageviews.  

1  2  3  

bepearz
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 31 คน [?]




แด่..ที่พำนักของความทรงจำและแหล่งสะสมแห่งประสบการณ์ล้ำค่า ครั้งหนึ่งในชีวิตนักศึกษาแพทย์คนนี้...Bepear forever

สวัสดีจ้าผู้หลงเข้ามาทุกคน ที่นี่เป็นดินแดนส่วนตัวบนโลกออนไลน์แห่งแรกเลยของลูกแมวเหมียวตัวนี้ (ลูกแพร์จ้า)
ดีใจมากที่ได้ขึ้นบ้านใหม่สักที ทีนี้
ที่นี่ก็จะเป็นแหล่งเก็บตุนผลงานที่เรา
ภูมิใจเยอะแยะเลยน้า ยังไงฝากด้วยนะค้าา

เปิดบ้านอย่างเป็นทางการ : Oct 2010

เราเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่เกิดมาพร้อมความชอบศิลปะทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว ชอบขีดๆเขียนๆ ว่างๆก็นั่งครีเอทไปเรื่อยๆ เคยคิดว่าตัวเองชอบออกแบบมากจนอยากไปเรียนสถาปัตย์ แต่สุดท้ายก็มาจบลงกับการเรียนแพทย์ด้วยความชอบและปัจจัยอะไรอีกหลายๆอย่าง แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังรักในศาสตร์แห่งศิลปะที่เคยเป็นเพื่อนรักมาแต่นมนาน ทุกวันนี้เลยมีงานอดิเรกหลายต่อหลายอย่างที่ท่านผู้ผ่านมาอาจจะงงว่า 'มันช่างไม่เข้ากัน' เราชอบออกแบบตกแต่งภายใน คิดว่าสักวันคงจะออกแบบบ้านให้ตัวเองอยู่ สนใจในเมคอัพที่ตั้งใจว่าสักวันจะแต่งหน้างานรับปริญญาให้ตัวเอง และหลงใหลในการถ่ายภาพที่คิดว่าสักวัน ผนังของบ้านฉันจะประดับไปด้วยรูปที่ถ่ายมาด้วยมือและประสบการณ์ของตัวเอง ขอบคุณ..ความสุขทั้งหลายที่ให้เราเป็นตัวเรา

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.bepearz.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Bepearz Fanpage
ShoutMix chat widget
Friends' blogs
[Add bepearz's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.