The Labyrinth of Perfumnista!
Group Blog
 
All Blogs
 

REVIEW - Givenchy Pi

 

คำว่า Classic ถือว่าไม่มากเกินไปที่จะยกให้น้ำหอมขวดสวย ๆ ที่ออกปี 1999 ขวดนี้ครับ ผมเห็นมันวางบนเคาน์เตอร์ Givenchy มานานแล้ว แต่ไม่เคยสนใจจนกระทั่งมาคลั่งน้ำหอมนี่แหละครับ ตอนลองครั้งแรก ทึ่งครับ ทึ่งในความหอมหวานคมของมัน Givenchy Pi เป็นน้ำหอมที่มีวานิลลาเป็นตัวชูโรง จัดอยู่ในประเภท oriental ครับ ไม่ใช่ gourmand เพราะมันไม่หวานนุ่มแบบ A Men, Rochas Man, หรือ Hanae Mori



ขวดดีไซน์โดย Serge Manseau ซึ่งทำได้สวยมาก แค่ขวดก็บ่งบอกถึงความหรูหราแล้ว ส่วนกลิ่นก็เข้ากับขวดดีครับ เพราะกลิ่นนั้นติดทน หอมแบบมีระดับ และบ่งบอกถึงความเป็นชายได้อย่างดี กลิ่นประกอบด้วย bergamot, lemon, sage, jasmine, orris และ sandalwood แปลกมากที่ไม่พบวานิลลาเป็นส่วนผสม หากทว่า...กลิ่นมันเด่นชัดมาก ๆ ครับ



เวลาใช้ จะรู้สึกมั่นใจครับ Givenchy Pi ถือเป็นกลิ่นที่ versatile พอสมควร ในความรู้สึกผม เหมาะกับการออกงานในโรงแรมหรู การพบปะทางธุรกิจ การออกเดท ไปเดินเที่ยวในห้างหรู หรือการพบปะที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ



สิ่งที่ทำให้ผมชอบกลิ่นนี้มาก ๆ คือความทนของมันครับ ใส่แค่ 3 สเปรย์ อยู่ได้ไม่ต่ำกว่า 10 ช.ม. สบาย ๆ ช่วงต้นอาจจะหนักหน่อย แต่ช่วงเบส หอมกำลังดีด้วย vanilla และ orris ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้เกิดความรู้สึกเซ็กซ์ซี่และอบอุ่น ผมให้ 5 ดาวทั้งความชอบและความทนของกลิ่น





Free TextEditor




 

Create Date : 03 สิงหาคม 2551    
Last Update : 3 สิงหาคม 2551 19:00:48 น.
Counter : 1179 Pageviews.  

REVIEW - Armand Basi

Armand Basi Homme ออกปี 2002 ครับ และยังผลิตอยู่แต่ในจำนวนที่ค่อนข้างจำกัด ตัวนี้ถือเป็นน้ำหอมผู้ชายกลิ่นแรกจากดีไซเนอร์คนนี้ ผมมั่นใจนะ ว่าถ้าฉีดออกมาปุ๊บ เพื่อน ๆ ต้องนึกถึง Le Male แน่นอน



คนที่เคยใช้ Le Male จะรู้นะครับ ว่าช่วง top กลิ่นไม่ดีเอาซะเลย ต้องรอสักพัก ซึ่งถือเป็นข้อเสียของมัน แต่ Armand Basi หอมตั้งแต่วินาทีแรกจริง ๆ ครับ

กลิ่นประกอบด้วย cardamom, cinnamon, tonka bean, sandalwood และ cedar

โดยส่วนตัว น้ำหอมขวดไหนมีส่วนผสม 3 ตัวนี้ ได้แก่ cardamom, tonka bean และ cedar ผมซื้อค่อนข้างแน่นอนครับ

ว่ากันว่า cardamom เนี่ย ผู้หญิงมีครรภ์ไม่ควรได้กลิ่น เพราะกลิ่นช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศเป็นอย่างดี ส่วนตัว มี essential oil กลิ่น cardamom อยู่ครับ เอาไว้จุดเตา กลิ่นจะมึน ๆ เหมือนอยู่ในโลกของแม่มด พ่อมดประมาณนั้นเลย กลิ่นแน่นมาก ๆ แต่ไม่ค่อยหอมนะ ต้องผสมกับกลิ่นอื่นเอาเอง แต่ที่รู้สึกได้เลยคือ มันเชื่อมโยงกับเซ็กซ์จริง ๆ ได้กลิ่นแล้วรู้สึกผ่อนคลายมาก ๆ ประมาณอยากให้คนนวดให้น่ะครับ 555

ส่วน cedar เนี่ย ของโปรดผมเลย ถ้าเป็นอาหาร ก็พาสต้าเลยครับ ชอบมาก ไม้ซีดาร์นี่หอมจริง ๆ ครับ กลิ่นออกแน่น ๆ ไม่ light นะครับ แต่ทันสมัยมาก ๆ ไม่ใช่กลิ่นแมกไม้แบบ sandalwood หรือไม้แบบใน Gucci pour Homme I ถ้าอยากทำความรู้จักกับ cedar มากกว่านี้ ลอง Azzaro Visit หรือ Tumulte ดูครับ ตัวหลังหายาก แต่ Visit หาง่ายครับ ไป test ดูได้ ซีดาร์ชัดมาก ๆ

จากส่วนผสมที่เห็นอยู่ด้านบน กลิ่นนี้จัดอยู่ในประเภท oriental ครับ เหมาะกับช่วงเย็น หรืออากาศเย็น ๆ ก็แบบเดียวกับ Le Male นั่นแหละครับ แต่ในความเห็นผม Armand Basi ดีกว่าครับ

1. ไม่ฉุนเท่า
2. หอมตั้งแต่วินาทีแรก
3. ติดทนพอ ๆ กัน
4. ไม่ซ้ำกับคนอื่นมากนัก เพราะ Le Male นี่เกลื่อนเหลือเกิน
5. Aroma หรือ Sillage ที่ลอยออกมาในช่วง base note หอมเซ็กซ์ซี่บาดใจจริง ๆ ครับ

ตอนนี้มีเคาน์เตอร์ในไทยแล้วนะครับ แต่ผมเห็นรุ่น In Blue เท่านั้นครับ ไม่เห็น Armand Basi Homme และ Basi Homme เลยครับ สงสัยเอาของผู้ชายมารุ่นเดียวเท่านั้น แต่ถ้าเห็น ก็ลองได้เลยครับ




 

Create Date : 22 มิถุนายน 2551    
Last Update : 22 มิถุนายน 2551 15:37:02 น.
Counter : 733 Pageviews.  

น้ำหอมปลอมระบาด มี 2 ขนาดที่ต้องเลี่ยง

าอีกแล้วครับ กับการทำน้ำหอมปลอมที่พยายามทำให้ใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด เอาตัวที่ห่างชั้นก่อน นั่นคือขนาด 11ml ที่มาในขวดพลาสติกยาว ๆ แล้วมีแพคเกจที่พิมพ์ตามรุ่น เป็นเรื่องเป็นราว พบได้ตามตลาดนัด ราคาขายสนนที่ 100 บาทโดยประมาณ ซึ่งถือว่าแพงมากสำหรับของเทียม เพราะแบบเป็นขวดเลย ขายกันที่ 100-150 ครับ คุณภาพอยู่ในระดับเดียวกัน แต่ความต่างอยู่ที่ 100ml กับ 11ml ครับ

แต่ที่มาในรูปแบบใหม่นั้นคือขนาด 3ml ครับ มาในขวดแก้วหัวสเปรย์ แบบเดียวกับที่ยี่ห้อต้นแบบเขาทำกัน ซึ่งขนาด 3ml พวกนี้ ตัวขวดแก้วก็พิมพ์ชื่อรุ่นด้วย ซองกระดาษที่ใส่มาก็พิมพ์ลายรุ่นนั้น ๆ แบบเป็นเรื่องเป็นราว พูดง่าย ๆ มาแบบมืออาชีพเลย แต่ก็ยังบกพร่องในเรื่องของขนาดครับ เพราะของต้นแบบ ส่วนมากมาในขนาดดังนี้ครับ
-1ml
-1.2ml
-1.5ml
-1.6ml
-2ml
-2.5ml

จากประสบการณ์จะมีขนาดดังกล่าวครับ เป็นหลอดแก้ว มีหัวสเปรย์ซะส่วนมาก บางยี่ห้อก็ไม่มีหัวสเปรย์ครับ ผมเห็น 3ml ระบาดออกมาซักพักแล้ว และคนก็นึกว่าเป็นของแท้ต้นแบบด้วย แถมขายกันในราคาราว ๆ 70-90 บาท เท่ากับพวกของแท้ที่ขาย ๆ กันอยู่ ลองหาดูตามเวบขายของได้ครับ เริ่มทยอยมากันแล้ว ส่วนเรื่องกลิ่น ผมไม่เคยลองนะครับว่าทำได้ดีแค่ไหน แต่คิดว่าคงแนวเดียวกับขนาด 11ml ครับ

ยังไงก็ระวังหน่อยนะครับ เพราะครั้งนึง ผมเคยซื้อ Le Male ตัวอย่าง 1.2ml จากร้านนึง ซึ่งผมเห็น Polo Black และ Polo Blue ขนาด 3ml ซึ่งตอนนั้นยังไม่เคยลอง 2 กลิ่นนั้น แต่ด้วยที่ไม่คุ้นขนาด 3ml เลยไม่ได้ซื้อครับ พอกลับมาบ้าน คิดว่าคงไม่ปลอมมั้ง แล้วจะกลับไปซื้อ ปรากฏว่าร้านเขาหายไปแล้ว (แถวตึก ITF สีลม) มาถึงตอนนี้ รู้สึกดีมากที่ร้านเขาหายไป ไม่งั้นเสียค่าโง่แน่ ๆ ครับ 555




 

Create Date : 06 มิถุนายน 2551    
Last Update : 6 มิถุนายน 2551 14:43:48 น.
Counter : 2571 Pageviews.  

วิธีการดูน้ำหอม No Box ปลอม

สวัสดีครับ วันนี้ขอพูดถึงเรื่องน้ำหอม No Box นะครับ เพราะเห็นขายกันระบาดเหลือเกินในเวบต่าง ๆ ซึ่งคนใกล้ตัวเจอของปลอมก็มี ตัวเองเคยเจอ 1 ครั้ง และที่สำคัญ หลาย ๆ คนซื้อไปก้ไม่รู้ด้วยว่าปลอม เพราะ...

1. ไม่เคยลองของแท้
2. เคยลอง แต่จำไม่ได้เท่าไหร่ และคิดไปเองว่า ไม่ปลอมมั้ง Feedback คนขายดีจะตาย!
3. ไม่กล้าฟันธงว่าแท้หรือไม่


จริง ๆ แล้วผมก็ไม่รู้วิธีเติมของปลอมเข้าขวดแท้แบบเทพ ๆ นะครับ รู้แต่แบบงัดอลูมิเนียมที่รัดปากขวด จากประสบการณ์ของผม พอจะจับได้ดังนี้ครับ

1. น้ำหอมปลอมจะมีความมันสูง ฉีดออกมา จะเคลือบผิวไว้ยังงั้นเลย ไม่หายไปไหน ชูแขนขึ้นส่องกับแสงดู จะเห็นความมันวาวชัดเจนมาก และจะเป็นแบบนี้ตลอดเวลาตราบเท่าที่ไม่ได้ล้างออก ซึ่งใช้แล้วคงไม่ให้ความรู้สึกที่ดีเท่าไหร่นะครับ แต่...ของแท้ที่มัน ๆ ก็มี หากทว่า...มันจะทิ้งความมันไม่นานนัก เต็มที่ก็ไม่เกิน 15-20 นาที แล้วจะซึมเข้าผิวหมด

2. ดูที่ปากขวดครับ โดยให้ดึงหัวสเปรย์ออก (หัวสเปรย์ที่มีรูพ่นน้ำหอมออกมา) จากนั้นจะเห็นแท่งพลาสติกสีขาวที่เป็นตัวเชื่อมกับสายสเปรย์ในขวด แล้วมองดูอลูมิเนียมรัดปากขวด สังเกตุให้ดีครับ ว่ามันเนียน หรือมีรอยงัด แล้วปิดลงไปใหม่ อาจจะมองยากในบางรุ่น แว่นขยายควรมีไว้ อิ ๆ

3. น้ำหอมแท้จากโรงงาน เขาไม่ค่อยเติมกันเต็มขวดนักนะครับ จะเหลือช่องอากาศไว้นิดนึง แต่น้ำหอมแอบเติม จะใจดี เพราะของมันถูก! เลยอัดให้เต็มขวดแทบไม่เห็นช่องอากาศเลยครับ จุดนี้สังเกตุให้ดี รวมถึงสีของน้ำหอมด้วย บางรุ่นอาจมีการเปลี่ยนสีจากโรงงาน หาข้อมูลก่อนนะครับ

4. น้ำหอมใหม่ ๆ เนี่ย จะมีฟองอากาศอยุ่ในสายสเปรย์ ในการใช้ครั้งแรก จะต้องฉีดหลายครั้งกว่าน้ำหอมจะออกมา ผมเคยซื้อน้ำหอม No Box จากต่างประเทศมา 5-6 ขวดแล้ว และมั่นใจ 100% ว่าแท้และใหม่ ไม่มีการใช้งานมาแล้ว ซึ่งพวกน้ำหอม No Box ในต่างประเทศเนี่ย เขาได้มาเพราะเกิด error ในโรงงานผลิตครับ เช่น อาจจะมีการทำทดลองออกมาเพื่อเอาไปแจก แล้วเหลือ หรือกล่องไม่พอ ซึ่งการผลิตสินค้าทุกชนิดจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอยู่แล้วครับ

5. สภาพขวดควรจะอยุ่ในระดับดี ไม่ใช่ตัวหนังสือหลุดลอก ก้นขวดเป็นรอยมากมาย บ่งบอกว่าผ่านการใช้งานมาแล้วอย่างสมบุกสมบัน หากเป็นเช่นนั้น สันนิษฐานก่อนเลยว่าน้ำหอมในขวด ไม่แท้แน่ ๆ (คนขายขวดเปล่า คงไม่ได้คำนึงถึงจุดนี้น่ะครับ 555) แล้วก็ดูการซึมด้วย หลาย ๆ ขวดจะปิดที่รัดฝาขวดกลับไปไม่ดี มันเลยไหลซึมออกมาครับ หรือตรงปาดขวดแน่น แต่ช่วงหัวสเปรย์มีปัญหา เพราะอาจถูกเสียบด้วยวัสดุบางอย่าง จึงก่อให้เกิดการรั่วซึม

6. เรื่องการเติมน้ำหอมลงไป ผมเคยได้ยินมาว่าเขามีเครื่องมือในการเติมลงไปโดยที่ไม่ต้องงัดปากขวด ดังนั้น ในบางกรณี ตัดข้อ 2 ออกได้ แล้วดูที่ตัวน้ำหอมอย่างเดียว ซึ่งคนที่เคยลองมาแล้ว หรือเคยใช้แล้ว น่าจะจับได้ ไม่มีพลาด


สิ่งเหล่านี้มากพอแล้วครับที่จะบอกได้ว่าปลอมหรือไม่ ของดีและถูกมาก ๆ นี่ต้องระวังไว้ครับ โดยเฉพาะรุ่นดัง ๆ เนี่ย ของปลอมกลิ่นแทบไม่ต่างไปจากของจริงมากนัก แต่ถ้าดมเป็นจับได้แน่นอน เพราะการเปลี่ยนระดับน้ำหอมไม่มีนะครับ มีแค่ระดับเดียว ถ้ามันอ่อนลง ก็เป็นเพราะฉีดมาหลาย ช.ม. แล้ว อย่าเข้าใจว่ามันดำเนินมาถึง base note นะครับ 555 อ้อ...มีเห็นรุ่นที่ไม่ดังด้วย ยิ่งน่ากลัวครับ เพราะส่วนมากคงไม่เคยได้กลิ่นของแท้มาก่อน เห็นว่าเป็นยี่ห้อดัง ก็บิดกระจายกันซะ ผมเห็นหลาย ๆ รุ่นขายกันที่ 1,700-2,000 แล้วสงสารคนซื้อครับ เพราะราคานั้นซื้อของแท้นอกเคาน์เตอร์ได้สบาย ๆ




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2551 18:10:17 น.
Counter : 2112 Pageviews.  

การ Layer น้ำหอมหลายกลิ่นเข้าด้วยกัน

วันสงกรานต์ อยู่บ้านเฉย ๆ พอจะว่างหน่อยก็มาคุยเรื่องน้ำหอมเพิ่มเติมกันดีกว่าครับ เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้ยินมาว่าในต่างประเทศ สเปรย์น้ำหอม AXE ได้ออกน้ำหอมเพิ่มออกมาอีกหลายกลิ่น และโฆษณาให้วัยรุ่นหันมาผสมน้ำหอมเอง เพื่อให้ได้กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ การผสมแบบฉีดทับลงไป เรียกว่า layering นะครับ เหมือนกับทำ photoshop เลย อิ ๆ

เรื่อง layering นี่ผมทำมา 3-4 ครั้งแล้ว และแน่นอน ไม่ได้ใช้ Axe นะครับ สเปรย์น้ำหอมแบบนั้นมันไม่ทนเลย และกลิ่นที่ผมจับได้ จะมีแอลกอฮอล์ปนมาแบบเด่นมาก ๆ สมัยเด็ก ๆ ก็เคยใช้ Axe กลิ่น Africa นะครับ ผมว่าหอมดี แต่ไม่หมดกระป๋องก็ทิ้งไปแล้ว จำได้ว่าตอนนั้นหันมาใช้ Cool Water กับ Lacoste Booster เลยลืมสเปรย์อย่าง Axe ไปเลย หากทว่า...หลาย ๆ ครั้งผมเดินผ่านวัยรุ่นที่เพิ่งฉีด Axe ออกจากบ้านมา ผมว่าก็หอมดีนะ

การทดลอง layering ครั้งแรกของผม เกิดโดยไม่ได้ตั้งใจครับ จำได้ว่าวันนั้นใช้ A Men ของ Thierry Mugler ซึ่งถ้าใครเคยลองแล้ว จะรู้ว่ากลิ่นหนักมาก เด่นไม่ซ้ำใคร และข้อเสียคือ ไม่เหมาะกับหน้าร้อน เนื่องจากเป็นกลิ่นแนว gourmand ที่ถือว่าติดทนที่สุดตัวนึงของโลก

A Men

ผ่านไปหลายชั่วโมง กลิ่นยังคงเด่นชัดอยู่ พอจะไปยิมตอนเย็น รู้สึกว่ามันไม่เหมาะแน่ ๆ เลยคว้าเอา....Mugler Colgne มาฉีดทับจุดที่ฉีด A Men ไว้ตอนเช้าลงไปประมาณ 2 สเปรย์ครับ แล้วก็ออกจากบ้านไปยิม ในขณะที่เดินไปเรื่อย ๆ ผ่านไป 15 นาที กลิ่น Mugler Cologne เริ่ม develop ไปที่ Middle notes แล้วเจ้า A Men ก็โผล่ออกมาทักทาย กลายเป็นว่า พอผสมกันแล้ว หอมเทพครับ ความหนักของ A Men ถูกทำให้บางลงโดยความสดชื่นของ Mugler Cologne เลยกลายเป็นน้ำหอมแนว fresh gourmand ไปซะงั้น ไปถึงยิม พนักงานชมเลยครับ ว่าวันนี้น้ำหอมหอมจัง ปกติผมใช้ทุกวันอยู่แล้ว และไปยิมประมาณ 5 วัน/อาทิตย์ พนักงานที่นั่นจะชอบมาเดินตามหลังดมน้ำหอมผม แล้วบอกว่ากลิ่นไม่ซ้ำกันเลยนะ 555 แต่ไม่ค่อยเอ่ยปากชมเท่าไหร่ เพราะเขาเป็นผู้ชาย อาจจะกั๊ก ๆ การชมไว้หน่อย แต่ผมรู้ว่าเขาชอบ เลยเอา CK Be ขวดเล็ก (แบ่งให้) ให้ไปขวดนึง

Mugler Cologne

กลิ่นอื่นที่ลองก็มีนะครับ แต่จำไม่ค่อยได้แล้ว เพียงแต่ว่าประทับใจการรวมตัวของ A Men และ Mugler Cologne มาก ๆ

ในอนาคตอันใกล้ ว่าจะลอง B Men รุ่นน้อง A Men กับกลิ่นสดชื่น ๆ สักตัว ได้ผลยังไงจะมาเล่าให้ฟังครับ

เพื่อน ๆ เคยลอง layering กลิ่นไหนบ้างครับ มาแชร์กันหน่อย เผื่อจะลองมั่งครับ อิ ๆ




 

Create Date : 13 เมษายน 2551    
Last Update : 13 เมษายน 2551 16:49:29 น.
Counter : 1349 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

Benzac
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




สวัสดีครับ Benzac เองครับ จบด้านวรรณคดีอังกฤษมาครับ เคยทำงานด้านการท่องเที่ยวมา 4 ปี เป็นครูและนักเขียน freelance ด้วยครับ แต่ตอนนี้ทำธุรกิจส่วนตัวกับครอบครัวครับ มาคุยเรื่องน้ำหอมกันนะครับ

Bangkok

Friends' blogs
[Add Benzac's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.