เมื่อคนกำลังลดน้ำหนักต้องไปกินบุฟเฟต์

ช่วงนี้ โปรโมชั่นของบัตรเครดิตกับห้องอาหารก็แสนจะยั่วกิเลสบีบี้เสียเหลือเกิน ตั้งแต่ "มา 2 จ่าย 1" หรือ "ลด 50%" พอเข้าไปดู review ตามเว็บ ก็ไม่วายจะเจอรูปของอาหารที่เจ้าของกระทู้ post ขึ้นมา ซึ่งภาพของอาหารที่เห็นก็สามารถทำให้คนกำลังลดน้ำหนักอยู่อย่างบีบี้ขวัญกระเจิงได้

เมื่อหลีกเลี่ยงบุฟเฟต์ที่เกินห้ามใจไม่ได้แล้ว บีบี้จึงต้องมีการวางกฎ วางแผนและเตรียมตัวก่อนและขณะที่กินบุฟเฟต์มื้อนั้นๆ รวมทั้งการรับมือหลังจากเสร็จภาระกิจอันแสนอร่อยที่เกิดความทุกข์ตามมา ดังนี้

1. การเตรียมตัวก่อนเริ่มมื้อใหญ่ - หลักการสำคัญคือเผาผลาญพลังงานที่จะได้เกินจากบุฟเฟต์มื้อนั้นล่วงหน้า ซึ่งบีบี้จะมีวิธีปฏิบัติดังนี้

• อาหาร ก่อนที่จะไปกินประมาณ 2 - 3 วัน บีบี้ต้องลดปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายควรจะได้รับลงเพิ่มอีกประมาณ 100-200 KCal ต่อวัน (โดยปกติ เวลาลดน้ำหนัก เราจะต้องลดปริมาณแคลอรี่ลงจากปกติอยู่แล้วประมาณ 500 KCal ต่อวัน)

• การออกกำลังกาย พยายามเผาผลาญไขมันโดยการออกกำลังกายแบบแอโรบิก โดยการเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือเต้นแอโรบิก ให้ได้ประมาณ 1 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่องทุกวันถ้าเป็นไปได้ (ได้ยินมาว่าวิธีนี้จะช่วยเผาผลาญไขมันที่สะสมตามร่างกายด้วย)

• ระยะเวลาในการกิน บีบี้ตั้งกฎไว้ว่าจะต้องกินบุฟเฟต์ไม่เกิน 1 มื้อต่อ 1 สัปดาห์เพื่อที่ว่าบีบี้จะได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนและหลังมื้อบุฟเฟต์

• การเลือกมื้ออาหารสำหรับบุฟเฟต์ สมัยก่อนบีบี้จะชอบกินบุฟเฟต์มื้อค่ำเนื่องจากความอลังการของอาหารซึ่งผิดกับบุฟเฟต์มื้อกลางวันราวฟ้ากับเหว แต่ ... หลังจากที่ได้รับรู้ข้อมูลจากหลายๆ ทางทำให้บีบี้รู้ซึ้งว่า การกินอาหารมื้อหนักในตอนค่ำจะเป็นผลเสียต่อร่างกาย เมื่อคำนวณบวกลบคูณหาร (แบบว่าเก่งเลขเสียเหลือเกิน) จึงพบว่าการกินบุฟเฟต์มื้อค่ำจะไม่คุ้มราคากับอาหารที่ควรจะได้กิน ดังนั้นแล้วบีบี้จึงเลือกที่จะกินแต่บุฟเฟต์มื้อกลางวันตั้งแต่นั้นมา (นอกจากจะประหยัดเงินได้อีกหน่อยแล้ว ยังมีเวลาเหลือพอที่จะให้อาหารได้ถูกย่อยก่อนถึงเวลานอนด้วย)

2. วิธีปฏิบัติขณะที่อยู่ในบุฟเฟต์ - หลักการสำคัญคือการมีสติอยู่กับสิ่งที่กิน โดยในวันนั้นบีบี้จะดำเนินการตามหลักการดังนี้

• ในวันนั้นก่อนมื้ออาหารใหญ่ บีบี้จะไม่กินอะไรหนักๆ อย่างมากก็นมหรือไม่ก็โยเกิร์ตกับขนมปังโฮลวีตซัก 1 แผ่น (เพื่อหลีกเลี่ยงการหิวเกินไปซึ่งจะทำให้บีบี้ขาดสติเมื่อเห็นอาหารละลานตาอยู่ตรงหน้า)

• เขม่วท้องตลอดการกินบุฟเฟต์เพื่อลดขนาดของกระเพาะ ทำให้บีบี้ได้รับปริมาณอาหารที่ไม่มากเกินไป (วิธีนี้ใช้ได้ผลมาหลายครั้งแล้ว เมื่อกินเสร็จ ก็ค่อยคลายท้องออกมาทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดหลังมื้ออาหาร)

• สั่งเครื่องดื่มที่มีแคลอรี่ต่ำ เช่น น้ำเปล่า ชาหรือกาแฟที่ไม่ใส่ครีมเทียม นมสด หรือน้ำตาล เพื่อจะได้ไม่เพิ่มแคลอรี่ให้มากไปกว่านี้

• ก่อนจะเริ่มตักอาหาร บีบี้จะเดินสำรวจอาหารในไลน์บุฟเฟต์ว่ามีอะไรบ้างเพื่อประเมินว่าบีบี้ควรจะกินอะไรและไม่ควรจะกินอะไร

• ทุกครั้งบีบี้จะต้องเริ่มต้นด้วยขนมปังธัญพืช 1 - 2 ชิ้นพอคำ บวกกับชีส 1 - 2 ชิ้นเล็กๆ หรืออาจจะเป็นสลัดผักจานเล็กๆ เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย (ด้วยเหตุผลเดิมคือไม่ต้องการให้ร่างกายเราหิวเกินไป)

• และถึงคราวที่ต้องตักอาหาร ถ้าเป็นอาหารที่ชอบและอยากกิน บีบี้จะตักมาพอกินประมาณ 2 - 3 คำ แต่ถ้าเป็นอาหารที่อยากกินเฉยๆ บีบี้จะตักมาชิมแค่คำเดียวเท่านั้น ส่วนอาหารที่ไม่อยากกิน (ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ - บางครั้งอาหารที่ชอบแต่ไม่อยากกินเพราะดูไม่น่ากิน) ก็ไม่ต้องไปแตะมันเลย

• ขนาดของจานก็มีผลกับปริมาณอาหาร บีบี้พยายามจะใช้จานขนาดเล็กซึ่งจะทำให้เราตักอาหารได้ไม่มากชนิด ผลที่ได้คือการเดินตักหลายๆ รอบ (แอบออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างมื้อด้วย)

• เคี้ยวอาหารนานๆ ให้ได้รับรู้รสชาติของอาหาร (แถมทำให้เราอิ่มเร็วด้วย)

• ควรมีจานสลัดผักจานเล็กๆ วางไว้ข้างๆ มี 1 จาน เพื่อเอาไว้กิน 1 คำ หลังจากที่อาหารหลักหมดไป 1 จานเล็กๆ

• หลังจากจบอาหาร 1 จาน บีบี้ก็จะจิบน้ำเปล่า พร้อมกับมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ร่วมโต๊ะ ซึ่งถือว่าเป็นการพักและตรวจสอบตัวเองด้วยว่าเราอิ่มแล้วหรือยัง (แต่ถ้ากินบุฟเฟต์แบบกำหนดเวลาก็จะแค่หยุดเพื่อตรวจสอบตัวเองเท่านั้น)

• การแย่งกินก็ทำให้บีบี้ได้ชิมอาหารในปริมาณไม่มากได้ เช่น เวลาคุณน้องสาวสั่งทำสเต็กเนื้อ บีบี้ก็แอบตัดสเต็กมา 1 ชิ้นเล็กๆ เพื่อชิม จะได้ไม่ต้องไปสั่งให้พ่อครัวทำให้

• การแบ่งกันกินก็ช่วยได้ โดยบีบี้จะตกลงกับผู้ร่วมโต๊ะแล้วสั่งอาหารมาจานเดียวเพื่อชิม โดยทั่วไปอาหารประเภทนี้จะเป็นอาหารที่มีแคลอรี่สูงที่บีบี้อยากกิน อย่างเช่น พาสต้าคาโบนาร่า หรือ พิซซ่า

• แต่ถ้าใช้ 2 วิธีข้างต้นไม่ได้ บีบี้ก็คงต้องสั่งให้พ่อครัวทำให้ แต่แอบกระซิบว่า "ขอชิ้นเล็กๆ" หรือไม่ก็ "ขอชิมนิดหน่อย"

• หลังจากที่กินครบทุกอย่างที่อยากินแล้ว ถ้ากระเพาะยังว่างพอจะใส่อาหารได้ บีบี้จะเลือกกินอาหารที่ชอบอีกโดยใช้ปริมาณเท่าเดิมคือ 2 - 3 คำ

• เมื่อรู้สึกว่าอาหารเริ่มจะเกิน 3 ใน 4 ของกระเพาะ บีบี้จะต้องยุติอาหารคาวแต่เพียงเท่านี้ เพราะหลังจากนี้คือส่วนสำคัญของบีบี้ นั่นคือ เบเกอรี่และไอศครีม (สำหรับคนที่ไม่กินของหวานก็เชิญกินต่อไปหรือไม่ก็หยุดกินได้)

• เบเกอรี่ก็ใช้หลักการแบ่งกันกินเหมือนข้างต้นเพื่อทำให้ได้กินของที่หลากหลาย (และเพื่อว่ามันไม่อร่อยด้วย)

• สำหรับบีบี้ซึ่งชื่นชอบไอศครีมเป็นอย่างมาก โดยทั่วไปจะไม่ใช้หลักการแบ่ง (เพราะอยากกินอย่างเต็มที่) แต่จะเลือกใส่ topping ที่จะไม่เพิ่มแคลอรี่ให้มากกว่านี้ ดังนั้นในบรรดาน้ำเชื่อมจึงถูกแตะทิ้ง ผลไม้เชื่อมเช่นตระกูลเบอรี่และของหวานๆ เช่น โอริโอ หรือช็อคโกแลตชิพจะถูกใส่มาแค่พอประดับจาน ส่วนผลไม้สดก็สามารถใส่ได้ (แต่ก็ไม่มากนัก)

• ยุติอาหารทุกอย่างเมื่อรู้สึกว่าอาหารจะล้นกระเพาะ

• ด้วยวิธีการข้างต้น น่าจะทำให้บีบี้ได้รับปริมาณแคลอรี่มากกว่าปกติไม่เกิน 600 - 800 KCal

3. วิธีปฏิบัติหลังจากมื้อบุฟเฟต์ - หลักการสำคัญคือการกำจัดส่วนที่กินเกิน (แบบค่อยเป็นค่อยไป) โดยบีบี้จะปฏิบัติดังนี้

• หลังจากที่กระเพาะเริ่มมีเนื้อที่ว่างจากการย่อยอาหารแล้ว บีบี้จะกินอาหารที่ทำให้บีบี้ถ่ายได้ (แบบว่ารับเข้ามาก็ขอเอาออกไป) เช่น มะละกอ มะขาม เม็ดแมงลัก (สำหรับบีบี้จะกินไฟโตไฟเบอร์คลีนส์ ซึ่งจะทำให้บีบี้ถ่ายหลังจากที่กินแล้วประมาณ 8 - 12 ชั่วโมง) ทั้งนี้เพื่อให้อาหารที่เรากินเข้าถูกเอาออกไปโดยเร็วโดยที่ถูกดูดซึมน้อยที่สุด

• (ไม่ขอแนะนำวิธีนี้ แม้ว่าจะได้ผลดี แต่ ... เสียสุขภาพ วิธีนี้บีบี้เลยใช้แค่ 1 - 2 ครั้ง) การเอาออกวิธีลัดคือ การอาเจียน โดยการกินน้ำให้แน่นท้อง แล้วใช้นิ้วจัดการทะลวงเอาสิ่งที่กินออก (โหดมากสำหรับวิธีนี้) ซึ่งบีบี้สามารถเอาออกได้ 30-80% ของอาหารที่อยูในกระเพาะ แน่นอนว่าสิ่งที่กินลงไปจะไม่ถูกดูดซึมแน่นอน แต่ผลที่ตามมาคือ เจ็บคอและคออักเสบ (แต่บีบี้ไม่เป็น) เนื่องจากน้ำย่อยในกระเพาะและนิ้วที่กระทำกับคออย่างรุนแรง

• หลังจากมื้อบุฟเฟต์ บีบี้จะงดอาหารประมาณ 2 มื้อ (บางครั้งก็สามารถอยู่ได้อีก 1 วันโดยไม่กินอะไรเลย) เพื่อให้ร่างกายเอาพลังงานที่กินเข้าไปนำไปใช้

• สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการผลาญพลังงานส่วนเกินออกไปโดยการออกกำลังกายเหมือนกับตอนที่เตรียมตัวก่อนที่จะกินบุฟเฟต์

ฟังๆ ดูแล้วเหมือนจะยาก แต่ถ้าปฏิบัติได้จนชินแล้ว ส่วนเกินก็จะไม่สิงสถิตอยู่กับเราตลอดไป อย่างเช่นบีบี้ซึ่งปฏิบัติได้ตามวิธีดังกล่าวมาตลอด ทำให้บีบี้ไม่ค่อยกังวลเวลาที่ต้องไปกินบุฟเฟต์กับใครๆ อีกต่อไป

Smiley บีบี้ Smiley




 

Create Date : 20 สิงหาคม 2552    
Last Update : 21 สิงหาคม 2552 0:47:14 น.
Counter : 4714 Pageviews.  

เมื่อครั้งที่พาคุณหม่ามี้ไปตรวจสุขภาพ

โดยปกติแล้ว คุณพี่สาวจะพาคุณหม่ามี้ไปตรวจสุขภาพในช่วงนี้ทุกปี แต่ปีนี้บีบี้ขอ (แบบว่าขออยากมีส่วนร่วมกับเค้าด้วยอะนะ) ว่าแล้วเลยโทรบอกคุณหม่ามี้ให้เตรียมตัว (งดน้ำและอาหารหลัง 3 ทุ่ม) ส่วนบีบี้ก็เตรียมหาโปรแกรมสำหรับคุณแม่ซึ่งบีบี้ก็เลือกโปรแกรม 40+ ของโรงพยาบาลพญาไท + ตรวจมวลกระดูกเพิ่ม (แบบว่าถูกดีและเคยมีประวัติที่นี่อยู่แล้ว )

ถ้าไปตรวจวันธรรมดาคงไม่ต้องรีบไปก็ได้ แต่พอเป็นวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุด แค่ไปถึงตอน 8 โมงเช้า คุณหม่ามี้ก็ได้คิวที่ 26 ซะแล้ว (ห้องตรวจอยู่ที่ชั้น 5 ของอาคาร 2) กว่าจะถูกพาไปห้องตรวจก็เกือบจะ 8 โมงครึ่ง โชคดีของบีบี้ที่ไม่ได้ตรวจสุขภาพ จึงนั่งดื่มโอวัลตินร้อนที่นางพยาบาลจัดให้พอประทังความหิวไปได้ แต่คุณหม่ามี้นะซิ ยังไม่ได้เจาะเลือดก็เลยยังกินอะไรไม่ได้ (มิหนำซ้ำยังต้องกลั้นปัสสาวะเพื่อเก็บไว้สำหรับตรวจอีก )

ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา คุณหม่ามี้ก็เรียกบีบี้ไปนั่งรอที่หน้าห้องตรวจ ระหว่างที่รอคิวตรวจแมมโมแกรม สองแม่ลูกก็นั่งคุยกัน เลยรู้ว่าเพิ่งจะชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ซักประวัติโดยแพทย์ และตรวจคลื่นหัวใจเท่านั้นเอง (ถ้าจะคนเยอะมาก เลยรู้สึกมีเคืองเล็กน้อย )

ไม่ทันไร คุณนางพยาบาลก็เรียกคุณหม่ามี้ไปตรวจต่อ คราวนี้หายไปนาน (แสนนาน) บีบี้นั่งอ่านนิตยสารจบหลายเล่มจนไม่รู้จะทำอะไรต่อดี ได้แต่นั่งทนหนาวกับความเย็นของแอร์ (จนอยากจะลุกขึ้นมาวิ่งจัง) ดูโทรทัศน์ก็ไม่ใช่รายการที่ชอบ มนุษยสัมพันธ์ก็ไม่ดีพอที่จะคุยกับคนรอบข้างที่เป็นใครก็ไม่รู้จัก เลยนั่งมองคนนั้นทีคนนี้ที (จะนั่งหลับแต่ก็กลัวเสียภาพพจน์อีก )

จนกระทั่ง 11 โมง คุณหม่ามี้มาเรียกไปกินข้าว ตอนแรกนึกว่าเสร็จแล้ว แต่ที่ไหนได้ ยังต้องไปแผนกสูติเพื่อตรวจช่วงล่างอีก ไปแผนกรักษ์นมเพื่อฟังผลมะเร็งเต้านม และกลับมาที่เดิมเพื่อฟังผลสรุปทั้งหมดอีก (คิดอยู่ในใจว่า ขอให้เสร็จก่อนบ่ายเถิด ไม่อยากทนนั่งหนาวอีกแล้ว) สองแม่ลูกเลยตัดสินใจกินกาแฟด้านล่างที่ Au Bon Pain ละกัน (ด้วยความที่มีบัตรกินข้าว 150 บาทบวกกับบีบี้ยังบริสุทธิ์กับที่นี่) บีบี้ก็เลยสั่งกาแฟร้อนให้คุณหม่ามี้ และก็สั่ง เบเกิลโฮลวีทไส้ไข่กวนกับเบคอนและซอสซัลซ่า กับ ครัวซองทูน่าและเชดด้าชีส โดยแบ่งกันกิน (ดูเหมือนจะดีและก็ดีจริงๆ ในราคาที่ต้องเพิ่มเงินอีกแค่ 19 บาท )

หลังจากกินเสร็จก็รีบไปภาระกิจที่เหลือกันต่อ ซึ่งแต่ละจุดก็ต้องรอไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง โดยเฉพาะแผนกรักษ์นมที่รอนานมาก (จนสองแม่ลูกหมดเรื่องที่จะคุย ) สาเหตุเพราะผลการตรวจของคนก่อนหน้าเหมือนจะมีปัญหา คุณหมอเลยต้องอธิบายซะนาน (ในใจยังคิดว่าผลตรวจของคุณหม่ามี้คงไม่น่าจะมีปัญหานะ )

และก็คุ้มค่ากับการตรวจและการรอ ผลของการตรวจสุขภาพของคุณหม่ามี้อยู่ในเกณฑ์ดี ไม่มีปัญหาหรืออาการที่บ่งบอกถึงความผิดปกติเลย แต่!! ยกเว้นอยู่อย่างเดียวที่มีปัญหา นั่นคือ ปัญหาน้ำหนักเกินเหมือนเดิมนั่นเอง (อันนี้ก็จนปัญญาจริงๆ เพราะบ้านนี้ออกจะ Enjoy Eating กันทั้งนั้น )

Smiley บีบี้ Smiley




 

Create Date : 16 สิงหาคม 2552    
Last Update : 17 สิงหาคม 2552 22:43:40 น.
Counter : 189 Pageviews.  

ผลการตรวจเลือดประจำปีที่ทำให้ ... ตะลึง

โดยปกติแล้วบีบี้จะตรวจสุขภาพประจำปี (หมายถึงตรวจเลือด) ตอนใกล้ๆ สิ้นปี แต่ยกเว้นปีนี้ เนื่องจากบีบี้ได้ฉีดภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเษบบีครบเข็มที่ 3 เมื่อต้นเดือนมิถุนายน บีบี้เลยอยากจะรู้ว่าตัวเองสามารถสร้างภูมิขึ้นมาได้ไหม และที่สำคัญคือช่วงนี้มีคนทักว่าตัวเหลืองซีดหลายคน (แม้แต่หมอเอง) ปีนี้เลยขอให้คุณหมอเน้นตรวจค่าของตับ

ว่าแล้วก็เลยไปให้คุณพยาบาลเจาะเลือดกับเก็บปัสสาวะเมื่อศุกร์ที่แล้ว โดยนัดฟังผลเลือดในวันนี้ (ใช้เวลาตรวจ 1 สัปดาห์ เนื่องจากมีพนักงานมาขอตรวจเลือดอยู่ทุกๆ วัน) ซึ่งผลการตรวจเลือดก็เป็นดังนี้

Hepatitis Virus
• Anti-HBs Positive > 100 IU/L

Biochemistry
• Fasting Plasma Glucose 84 mg/dl
• BUN 11 mg/dl
• Creatinine 0.9 mg/dl
• Liver Funtion Test
   • Direct Bilirubin 0.4 mg/dl
   • Total Bilirubin 1.1 mg/dl
   • Alkaline Phosphatase 42 U/L
   • SGO-T (AST) 28 U/L
   • SGP-T (ALT) 29 U/L
   • Total Protein 6.9 g/dl
   • Albumin 4.4 g/dl
   • Globulin 2.5 g/dl
• Lipid Profile
   • Total Cholesterol 144 mg/dl
   • Triglyceride 50 mg/dl
   • HDL-Cholesterol 49 mg/dl
   • LDL-Cholesterol 74 mg/dl
Hematology
• Hemoglobin 11.9 g/dl
• Hematocrit 36 %
• Platelet count 158,000 cells/micro-L
• Platelet Smear Adequate
• WBC count 4,000 cells/micro-L
• WBC differential
   • Neutrophil 63 %
   • Lymphocyte 35 %
   • Monocyte 2 %
• RBC morphology Hypochromia & Anisocytosis slightly
• MCV 98 fL
• MCH 32 pg
• MCHC 33 g/dl
• RBC count 3.71 M/micro-L
Urine Semen & Stool
• Urine Appearance Yellow/Clear
• Urine pH 6.0
• Urine specific gravity 1.030
• Urine Sugare Negative
• Urine Albumin Negative
• Urine microscopic Exam RBC 0 cell/HPF, WBC 0-1 cell/HPF, Epith 0-1 cell/HPF

ดูเผินๆ เหมือนว่าค่าจะดี แต่ พอคุณหมอมาดูค่าปรากฎว่า คุณหมอได้ขีดเน้นข้อความกับค่าในช่องของ Hematology (ซึ่งเกี่ยวกับเลือด) หลายค่า ได้แก่ Hemoglobin, Hematocrit, WBC count และ RBC count ซึ่งค่าดังกล่าวทั้งหมดอยู่ตำกว่าเกณฑ์มาตรฐานทั้งนั้น

ด้วยเหตุนี้ คุณหมอจึงซักประวัติ อาหารการกิน และพฤติกรรมในช่วง 2-3 เดือน (ซึ่งบีบี้เพิ่งจะบริจาคเลือดเมื่อตอนสิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และก็กินธาตุเหล็กเสริม) แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปชี้ชัดว่า บีบี้อยู่ในภาวะโลหิตจางหรือไม่ ดังนั้นบีบี้เลยได้ยามากินเป็นธาตุเหล็ก กินเช้าและเย็นเป็นเวลาตั้ง 2 เดือน แล้วจึงกลับมาตรวจเลือดใหม่อีกครั้ง (ช่วงนี้เป็นอันงดการบริจาคเลือด คุณหมอสั่งมา)

ต้องรอลุ้นดูว่าผลตรวจเลือดครั้งหน้าจะเป็นอย่างไรหนอ (บีบี้คิดว่าไม่น่าจะร้ายแรงอะไรมากนักแต่ก็ประมาทไม่ได้)

Smiley บีบี้ Smiley




 

Create Date : 14 สิงหาคม 2552    
Last Update : 15 สิงหาคม 2552 22:50:47 น.
Counter : 357 Pageviews.  

และแล้ว ... วันแม่ก็มาถึง

ตื่นเต้นจัง วันนี้แล้วซินะที่จะต้องทำอาหารให้คุณหม่ามี้กิน ก่อนอื่นบีบี้ก็จะต้องกางเอาเมนูที่ต้องทำทั้งหมด (นอกจากเมนูแล้วยังมีสูตรอาหารที่ค้นหามาด้วย ดูแล้วยากกว่าที่คิดแหะ )

โชคดีที่ของบางอย่างถูกเตรียมทิ้งไว้ก่อนวันแม่แล้ว เช่นไส้ของซาโมซาซอสยากิโซบะ หรือแม้แต่น้ำสลัดซึ่งทำได้ไม่ยาก แต่ก็ไม่อยากให้มาวุ่นวายในตอนเช้า แค่หั่นผัก หมักปลา และเตรียมเครื่องปรุงก็เหนื่อยแล้ว (คิดในใจว่าสมัยคุณหม่ามี้ทำอาหารแต่ละมื้อจะวุ่นวายเหมือนตอนที่บีบี้ทำไหมหนอ )

และแล้ว เมื่อถึงเวลา 11:00 น. อาหารทุกอย่างก็เริ่มถูกทยอยทำตั้งแต่ ซุปมิโซะที่ไม่ต้องทำอะไรมากมาย จากนั้นก็ตั้งกระทะทอดซาโมซา (ไม่ยากกว่าที่คิด) แล้วตามมาด้วยเห็ดเข็มทองผัดเนย ระหว่างนี้คุณพี่สาวก็อบปลาซาบะและปลาแซลมอน (ช่วงนี้ทำเอาท้องใส้ปั่นป่วนเพราะอาหารเช้ายังไม่ได้ลงท้องประกอบกับกลิ่นอาหารตลบอบอวน) หลังจากที่ทำเห็ดเข็มทองผัดเนยก็สามารถทำข้าวผัดกระเทียมได้โดยไม่ต้องล้างกระทะ (เพราะมีเนยกับกระเทียมเหมือนกัน) และอย่างสุดท้ายก็คือ ผัดยากิโซบะ (ไม่ได้ทำข้าวผัดกระเทียมห่อไข่อย่างที่คิดเพราะเกิดอาการขี้เกียจและอยากกินข้าวขึ้นมา )

แล้วก็ถึงเวลาเสี่ยงตายกินของที่บีบี้ทำ โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ที่น่าประทับใจ (เหมือนเดิม) คือข้าวผัดกระเทียมที่ยังคงความอร่อยเหมือนเดิม และแน่นอนว่าอาหารที่ฮอตสุดๆ ก็คือซาชิมิแซลมอนที่หมดก่อนใคร ส่วนอาหารก็ต้องเป็นสเต็กปลาแซลมอนที่ได้ 3 ช่องมาช่วยเพิ่มรสชาดให้ปลาแซลมอน แต่ที่น่าเศร้าคือ สลัดผักที่อุตส่าห์เตรียมไว้แต่ทุกคนก็เมิน ขนาดกินจนอิ่มก็ยังไม่นึกถึงจนกระทั่งเก็บโต๊ะ (คุณสลัดก็เลยกลายเป็นอาหารมื้อเย็นไปโดยปริยาย )

ค่าเสียหายโดยไม่น่าจะเกิน 1,500 บาท (ซึ่งไม่ขอเทียบกับการไปกินที่เซนหรือฟูจิ) หักลบกับความภาคภูมิใจและความสามัคคีของลูกๆ ทำให้ค่าเสียหายมื้อนี้มีค่าเป็น 0 บาท (และงานนี้คุณหม่ามี้ก็นั่งดูอย่างเดียวอย่างที่ตั้งใจไว้ด้วยประการฉะนี้ )

Smiley บีบี้ Smiley




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2552    
Last Update : 13 สิงหาคม 2552 22:21:14 น.
Counter : 124 Pageviews.  

เตรียมการสำหรับวันแม่

วันแม่ใกล้มาถึงแล้ว ปกติที่บ้านของบีบี้จะออกไปกินข้าวนอกบ้าน (เน้นเฉพาะโปรโมชั่นคุณแม่ทานฟรีหรือครึ่งราคาทั้งหมดเท่านั้น) แต่ปีนี้ที่บ้านตกลงกันว่าจะขอแสดงฝีมือการทำอาหารให้คุณหม่ามี้ปลื้ม (แต่อาจจะกินไม่ลง)

ก่อนอื่นก็ต้องวาง concept ของงานก่อน ซึ่งเป็นความคิดของบีบี้เอง เพราะที่บ้านชอบกินอาหารญี่ปุ่นกันมาก concept ของงานก็เลยเป็น "อาหารญี่ปุ่น" แต่จะทำคล้ายๆ กับร้านอาหารญี่ปุ่นคือจะจัดเป็นชุดๆ (ท่าทางจะกิ๊บเก๋ แต่ต้องไปหาซื้อจานชามที่ Daiso ซักหน่อย)

ต่อมาก็ต้องคิดถึงรายการอาหาร สิ่งที่คำนึงถึงคือต้องเป็นอาหารที่ที่บ้านชอบกินกัน และจัดเตรียมหรือปรุงไม่ยุ่งยาก รายการแรกที่ออกมาคือ ซาบะย่างซีอิ๊ว กับ สเต็กแซลมอน ซึ่งหาซื้อได้ตามห้างทั่วไป ต่อมาก็เป็น ซาชิมิแซลมอน ซึ่งทุกคนในบ้าน (รวมทั้งคุณหม่ามี้ด้วย) ชอบกันมากและหาซื้อแบบที่แล่แล้วในห้างทั่วไป (ได้อีก)

จากรายการเนื้อสัตว์ก็เป็นรายการข้าว ซึ่งแต่เดิมจะทำข้าวผัดกระเทียม แต่รู้สึกว่ามันจะธรรมดาไปหน่อย ก็เลยขอเอาไข่มาห่อข้าวเป็น ข้าวกระเทียมห่อไข่ (ไม่รู้ว่ามีรายการนี้ในร้านไหนบ้าง) และอีกรายการที่ชอบกินกันก็คือ ผัดยากิโซบะ (อันที่จริงคุณหม่ามี้เพิ่งจะทำเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเอง)

ส่วนเครื่องเคียงหลักๆ ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นจัดให้ก็มี กิมจิ (ซึ่งบีบี้เพิ่งดองไว้เมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว) กับ สลัดผักน้ำสลัดญี่ปุ่น และที่ลืมไม่ได้เลยคือ ซุปมิโซะ

บีบี้เพิ่งจะนึกถึงอาหารกินเล่นหลังจากที่ทุกคนคิดถึงกันแต่อาหารหลัก ซึ่งโดยทั่วไปก็จะมีเกี๊ยวซ่า โอโคโนมิยากิ หรือไม่ก็ทาโกยากิ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซากของอาหารที่กิน บีบี้เลยดัดแปลงรายการอาหารเป็น ซาโมซา (จริงๆ แล้วเป็นอาหารอินเดีย แต่คนญี่ปุ่นชอบกินเพราะข้างในเป็นไส้ใส่ผงกะหรี่) และ เห็ดเข็มทองผัดเนย ที่ทำได้ไม่ยากมาก

ปิดท้ายด้วยของหวาน ก็ต้องเป็นรายการโปรดของทุกคนคือ ไอศครีม ถ้าให้เป็น concept อาหรญี่ปุ่นก็ต้องเป็น ไอศครีมชาเขียว (ราดถั่วแดงกวนก็คงจะดี) และเครื่องดื่มก็คงแล้วแต่คนชอบ ก็คงหนีไม่พ้น น้ำอัดลม และ ชาเขียว

เป็นอันสรุปรายการอาหารทั้งหมด (ไม่รู้ว่าจะทำกันได้หรือเปล่า ต้องมารอดูกัน)


Smiley บีบี้ Smiley




 

Create Date : 10 สิงหาคม 2552    
Last Update : 10 สิงหาคม 2552 23:46:40 น.
Counter : 86 Pageviews.  

1  2  

bee4ever
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]









บีบี้รู้สึกว่าบีบี้ชอบทำอาหารเอามากๆ หลังจากที่บีบี้ทดลองอบขนมหลายๆ อย่าง หลังจากทำเสร็จก็จะมีขนมหลายแบบหลายรสชาติทั้งแบบที่แทบจะกินไม่ได้จนถึงกระทั่งแบบที่อร่อยจนหมดหลังจากอบเสร็จ แต่ขนมทุกอย่างก็ต้องผ่านการชิมจากบีบี้ทั้งสิ้น

ด้วยเหตุนี้ น้ำหนักตัวและสัดส่วนของบีบี้ก็เริ่มเปลี่ยนไป ทำให้บีบี้ต้องกลับไปเล่นโยคะร้อนอีกครั้ง ซึ่งภายใน 3 สัปดาห์นี้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก บีบี้กำลังรอลุ้นว่าโยคะร้อนคราวนี้จะทำให้สิวขึ้นเขรอะอีกหรือเปล่า

Smiley บีบี้ Smiley





Last Updated Blogs

Strawberry Cream Cheese Cookies


Pineapple Tart & Taro Tart


Valentine's Day Chocolate For Someone Special


Pumpkin Cake


Yoghurt Banana Cake


Strawberry Cheesecake


Chichi no O-Bento ข้าวกล่องของคุณพ่อ


Macadamia Brownies


Japanese Cheesecake


เรียกมาคุยให้เขียนใบลาออก ใบลาออกมีผลหรือไม่..?


50 เรื่องขำๆ ในโฆษณาไทย


เมื่อบีบี้อยากกินอาหารเวียดนามที่ ... Winner House


คิดไม่ออกว่าจะกินอะไร ... เลยไปที่ Atelier


Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add bee4ever's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.