Group Blog
 
All blogs
 

ฝ่าเท้าของใคร

คุณเชื่อเรื่องผีๆ สางๆ มั้ย
เราเชื่อนะ เพราะว่าเรากลัวผีมากกกกกกกกกก แบบสุดๆ ไปเลย
ตอนเด็กๆ ถ้าแถวบ้านมีใครตาย เราจะไม่กล้าเข้าห้องน้ำ ไม่กล้าอยู่คนเดียวและไม่กล้าออกจากบ้านตอนกลางคืนเลย จนแม่เรารำคาญมาก
แม่เราบอกว่า "ผีหน่ะเค้าไม่มาหลอกเอ็งหรอก ถ้าเค้ามาได้หน่ะ เค้ากลับไปหาลูกหาเมียเค้าไม่ดีกว่าหรือ"
เราก็บอกแม่ว่า "แต่ยังไงมันก็กลัวอยู่ดีหนิ"

และเราเชื่อว่าสิ่งที่แม่เราพูดหน่ะ ถูกเพียง 50% เท่านั้น เพราะสิ่งที่เราเจอหน่ะ เราก็จำได้ว่า ไม่น่าจะใช่ญาติข้างไหนของเราน่ะ

ตอนเราเรียนอยู่ ม.5 พ่อเราย้ายที่ทำงานไปอยู่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เราก็ย้ายโรงเรียนตามพ่อไปด้วย
บ้านที่เราไปอยู่เป็นบ้านเช่า ยกพื้นสูง ใต้ถุนบ้านเป็นห้องครัว และมีพื้นที่หน้าบ้านให้ปลูกต้นไม้ได้ ก็นับว่าน่าอยู่นะ เพราะเป็นบ้านที่มีบริเวณ และที่สำคัญค่าเช่าบ้านถูกมาก

จำได้ว่าเข้าไปอยู่วันแรก ตอนกลางวันเราอยากกินส้มตำ ก็เลยไปซื้อที่ร้านค้าข้างๆ บ้าน แม่ค้าถามเราว่า เราอยู่บ้านไหน เราก็บอกว่าบ้านหลังนั้น แม่ค้าและลูกค้าที่อยู่ในร้านมองหน้าเราแบบแปลกๆ
เราก็งงๆ อยู่นะ ว่าทำไมเหมือนเราเป็นของแปลกเลย
แต่เจ้าน้องชายตัวยุ่งของเรา มันบอกว่า ชาวบ้านบอกว่าบ้านนี้มีผี มีผีผู้หญิงผูกคอตาย เราก็กลัวนะ แต่คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลย ก็ธรรมดา

บนบ้านชั้นสองมีห้องนอน 2 ห้อง และมีห้องโถงใหญ่กลางบ้าน พ่อกับแม่เลี้ยงเรานอนห้องด้านใน เรานอนห้องด้านนอกคนเดียวบางวันน้องชายก็จะมานอนด้วย น้องชายนอนบ้านลุง
ก็อยู่มานานพอสมควรเราก็ยังไม่เจออะไรผิดปกตินะ มีแต่แม่เลี้ยงเราเหมือนกลัวโน่นกลัวนี่อยู่ตลอดเวลา แต่เราก็ไม่สนใจอะไร

จนมาวันหนึง มีตุ๊กแกตัวใหญ่มาเกาะตรงบันไดขึ้นชั้นสอง เราก็กลัวมาก กลัวมันจะกระโดดเกาะขาเราเวลาเราขึ้นบ้าน พ่อเราก็เอาไม้มาไล่ แต่พอตุ๊กแกตกลงพื้น มันกลับไม่หนีน่ะ แต่วันคลานเข้ามาหาพ่อเราจะกัดพ่อเรา เรางี้สยองมากเลย ไม่เคยเห็นตุ๊กแกสู้คนมาก่อน แต่พ่อเราก็เอามันไปทิ้งได้สำเร็จ

อีกเหตุการณ์นึง แม่เลี้ยงเราฝันว่า ตัวเค้าเองไปอยู่ในงานแข่งกีฬาสีที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้เจออาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนนั้น ในฝันแม่เลี้ยงบอกว่าอาจารย์ใหญ่คนนั้นขับรถประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต และมาทำให้แม่เลี้ยงฝันเห็น ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แม่เลี้ยงก็เอาไปเล่าให้คนข้างบ้านฟัง คนข้างบ้านก็บอกว่า โรงเรียนหน้าหมู่บ้านมีอาจารย์ใหญ่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจริงๆ และรูปร่างหน้าตาก็เหมือนกันกับแม่เลี้ยงบอก ในความเข้าใจคือ คนอีสานจะคิดว่าถ้าบ้านไหนเป็นบ้านร้างนานๆ ผีจะเข้ามาอยู่ และบ้านเราก่อนที่จะมาอยู่ก็เป็นบ้านร้าง วิญญานอาจารย์ท่านนั้นเลยมาอยู่ แต่เราก็ไม่ค่อยเชื่อหรอกนะ แม่เลี้ยงเราเป็นชาวเขา เค้านับถือเรื่องผีสางกัน มาเล่าให้เราฟังบ่อยๆ เราก็เฉยๆ ก็ไม่ได้เจอกับตัวก็เลยไม่รู้อ่ะน่ะ

แล้วต่อมาอีกไม่นาน แม่เลี้ยงก็ฝันอีกทีนี้ฝันถึงผีผู้หญิง เค้าบอกว่าเค้าอยู่ที่บ้านนี้ เค้าผูกคอตาย (เริ่มเหมือนกับที่น้องชายเล่าน่ะ) แต่ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าเค้าไม่ได้ผูกคอตายที่บ้านนี้ แต่ว่าบ้านนี่ไปเอาไม้จากบ้านของเค้ามาสร้าง เค้าเลยตามมา แม่เลี้ยงก็กลัวมากเลย ไปเอาพระมาปัดรังควาญ แต่ไม่ได้บอกเรานะ เพราะเค้ากลัวเรากลัว

มาถึงคิวเราบ้าง เราเป็นคนที่ไม่ชอบออกไปไหน วันเสาร์อาทิตย์ก็จะนอนอยู่บ้าน อ่านหนังสือ ทำการบ้านบ้างไปตามประสา พ่อเราก็ไปทำงาน แม่เลี้ยงก็จะไปคุยที่ยายข้างบ้านบ่อยๆ เราก็อยู่บ้านคนเดียว วันนั้นจำได้ไม่ลืมจนถึงวันนี้เลย สิ่งที่เรียกว่า "ผี" มีจริงมั้ย ยังไม่รู้ แต่ที่เห็นไม่น่าจะใช่คนนะ วันนั้น เรานอนอยู่ใต้ถุนบ้าน อย่างที่บอกว่าเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง เรานอนอยู่ใต้ถุนบ้านก็จะมองเห็นบ้านชั้นสองได้ บ้านไม้จะเป็นซี่ๆ กระดานไม่ถี่นักพอมองเห็นด้านบนไม้ กลางวันแสกๆ เลย ขณะที่เรานอนอ่านหนังสืออยู่นั้น รู้สึกเหมือนมีคนเดินอยู่บ้านบ้าน เราก็เลยเหลือบตาขึ้นไปมอง เห็นเป็นฝ่าเท้าของคน ฝ่าเท้าจริงๆ เดินไปเดินมาอยู่บนบ้าน เท่านั้นแหล่ะ เราทิ้งทุกอย่างวิ่งอย่างเดียว วิ่งไปบ้านยายฝั่งตรงข้ามบ้านเรา และสิ่งที่เราไม่เข้าใจตัวเองเลย เราร้องไห้ไม่หยุดเลย ไม่รู้ว่าร้องทำไมเหมือนกัน แต่มันเป็นความตกใจสุดๆ ไปเลยยายต้องปลอบอยู่นาน ไม่กล้าเข้าบ้านเลย ต้องรอพ่อกับแม่เลี้ยงกลับมาก่อน ที่ตกใจมากก็เพราะบ้านเราที่รอบบ้านประมาณ 2 งาน บ้านปลูกอยู่ตรงกลางที่ ไม่ติดกับบ้านใครทั้งสิ้น แล้วใครจะอยู่บนบ้านของเรา เราอยู่คนเดียวไม่มีใครเลย และกลางวันแสกๆ เลยนะ

เรื่องราวของแม่เลี้ยงเรารู้มาจากยายข้างบ้านทั้งหมดเลย ที่เรารู้เพราะว่าเราเจอจังๆ ตอนกลางวัน ยายข้างบ้านเลยเล่าให้ฟังไม่งั้นไม่มีใครเล่าให้เราฟังเลย ทุกคนกลัวเราจะกลัว เลยไม่บอก ปล่อยให้เราอยู่บ้านคนเดียว นี่ถ้ายังไม่เจอก็คงจะไม่กลัว

จากนั้นไม่นานเราก็ย้ายบ้านไปอยู่ บ้านใกล้ๆ กันนั่นเอง ไม่ห่างมากนัก เพียงแต่ว่าเจ้าของเดิมเค้าย้ายไปทำงานที่อื่นไม่ใช่บ้านที่ปล่อยร้างไว้

เข็ดจนตาย ประสบการณ์เห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นครั้งแรกของเรา

เพื่อนๆ คิดว่าสิ่งที่เราเห็นเป็นอะไร *** ฝ่าเท้านั้นเป็นของใครกัน ***




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2551    
Last Update : 21 ตุลาคม 2551 13:42:45 น.
Counter : 156 Pageviews.  

ต้นไม้หน้าโรงครัววัด

คุณยายหลีก นุชเนตร
46 ม.9 ต.คลองนครเนื่องเขต อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา 24000

สมัยคุณยายยังสาวๆ มีอยู่คราวหนึ่ง วัดใกล้บ้านมีงานศพคนใหญ่คนโต และมีการแสดงลิเก ซึ่งคุณยายของฉันชอบลิเกมากๆ เพราะคุณตาก็เป็นลิเกเก่า คุณยายต้องเดินเท้าบนคันนาประมาณ 2 กิโลเมตร จึงจะถึงวัดชนะสงสาร (ปัจจุบันขับรถยนต์แป๊บเดียวถึง)
ระหว่างทาง จะมืดมาก แต่เพราะความอยากดู จึงต้องเดินไปให้ได้ มีเพื่อนร่วมเดินทางด้วยหลายคน ขณะนี้กำลังเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เพื่อให้ทันกับเสียงรัวโหมโรงของลิเกให้สัญญานว่าบัดนี้ กำลังจะเริ่มแสดงแล้ว พลันสายตาคุณยาย มองเห็น ชายวันกลางคน ใส่เสื้อป่านสีขาวนวล กางเกงแพร เดินอยู่ข้างหน้าไม่ไกลนัก แต่เมื่อเดินใกล้ เข้าไปมากขึ้น ชายดังกล่าวกลับไม่มีอยู่ คุณยายเป็นคนไม่กลัวผี จึงเดินไปเรื่อยๆ ไม่สนใจ
เมื่อไปถึงที่วัดแล้วก็ต่างแยกย้ายกันไป ปูเสื่อจับจองที่นั่งดูลิเกกัน ประมาณ ตี2 ลิเกกำลังมัน เจ้าตัวโกงกำลังลักลอบเข้ามาปล้ำพระธิดาผู้เป็นนางเอก คุณยายรู้สึกปวดท้องมาก จึงแยกตัวออกมาเพื่อไปเข้าห้องน้ำวัด ซึ่งสมัยก่อนอยู่ข้างๆ โรงครัวชายน้ำ บรรยากาศวังเวงสุดๆ ด้านหลังห้องน้ำเป็นป่าไผ่ เวลาลมพัดเสียดสี ช่างชวนให้ขนลุกยิ่งนัก ระหว่างทางที่เดินไปเข้าห้องน้ำ จะต้องผ่านชายน้ำหน้าศาลาการเปรียญ มีต้นไม้น้อยใหญ่หลายต้นปลูกเพื่อให้ล่มเงาแก่ผู้มาทำบุญเนื่องจากเวลาเช้า บริเวณนี้จะรับแสงอาทิตย์โดยตรงเพราะเป็นด้านทิศตะวันออก
ขณะที่คุณยายกำลังเดินผ่านต้นไม้ต้นที่ 1 อยู่นั้น ประมาณสัก 5 เมตรได้ คุณยายเห็นชายวัยกลางคนคนเดิม ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ ต้นที่ 3 สักพักก็เดินหายเข้าไปในต้นไม้อย่างหน้าตาเฉย ขณะนั้นคุณยายรู้สึกตกใจ แต่ไม่ได้กลัว ตกใจที่ ทำไมถึงต้องมาทำให้เห็นกันจะจะขนาดนี้ และคุณยายก็เดินผ่านไปเข้าห้องน้ำอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อทำธุระเสร็จก็เดินผ่านต้นไม้นั้นอีกครั้งเพื่อกลับไปดูลิเกต่อ
คุณยายบอกว่าเรื่องผีสางนางไม้ในสมัยก่อน เป็นเรื่องปกติที่พบเห็นกันได้ทั่วไป จึงเป็นความเคยชินที่ได้เจอ ไม่คิดว่าจะกลัวอะไร เพราะบางคืนคุณยายไปช้อนกุ้งฝอย เพื่อนำมาทำกะปิ ก็เจอบางสิ่งบางคลุมผ้าขาว อย่างยืนรออยู่ชายตลิ่ง ตลอด ถ้าไม่คิดว่าต้องหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เลี้ยงครอบครัวก็คงจะกลัวและกลับบ้านนอนไปแล้ว แต่นี่มันจำเป็น จึงเป็นความเคยชินที่ได้เจอ จึงไม่คิดกลัวอะไร คิดว่าเค้าคงมาขอส่วนบุญ
ถ้าเป็นเราคงจะกลับตั้งแต่เจอที่คันนาแล้ว แต่ว่าทุกวันนี้เราไปวัด เรายังมองไปบริเวณที่คุณยายเห็นชายคนนั้นเดินเข้าไปอยู่เลยนะ แต่ตอนนี้ต้นไม้ไม่มีแล้วทางวัดโค่นทิ้งปรับปรุงให้เป็นพื้นที่เอนกประสงค์ใช้จัดงานบวช หรือตั้งบาตรพระรับบาตรในวันสำคัญต่างๆ




 

Create Date : 03 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 3 พฤษภาคม 2551 11:38:27 น.
Counter : 120 Pageviews.  


มาดามโรส
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




lozocatlozocat
ที่แห่งนี้คือ..จินตนาการณ์
lozocatlozocat




Friends' blogs
[Add มาดามโรส's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.