All Blog
ไม่น่าเชื่อว่าจะมีวันน้ำหนักเท่าเดิม...(มิสา 9 เดือน)


คราวนี้ขออัพสั้นๆ
แต่เนื่องจากเป็นความดีใจ (ที่ได้มาแบบฟลุ๊คๆ) ส่วนตัว
ไม่ได้ๆ ต้องขอบันทึกไว้ 555

อย่างที่บอกว่า นน.กิ๊กคงค้าง 1 กก.มาหลายเดือนแล้ว
(จริงๆคือ ตั้งแต่มิสาได้ 6 เดือน)
ซึ่งกิ๊กก็คิดว่า มันคงอยู่ถาวรแล้วแหละ ... ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร
เพราะมันก็ไม่ได้อ้วนจนน่าเกลียดอะไรด้วย

แต่พอดี ช่วงมิสาได้ 9 เดือน
เค้าเริ่มมีผื่นแดงๆขึ้นที่หน้า
ซึ่งเป็นช่วงที่กิ๊กเริ่มมากินนมวัวจริงๆจังๆ (เหมือนที่เขียนไว้ในบล๊อคก่อนหน้านี้)
จริงๆแล้วอ่ะ กิ๊กไม่ได้ปักใจว่ามันจะมาจากนมวัวเลยนะ
เพราะกิน dairy product มาตลอด มิสาก็ไม่เคยผื่นขึ้น
นี่อยู่ดีๆ เกิดจะมาขึ้นอะไรเนี่ย
แต่เพื่อความสบายใจ
พี่หยี่เลยบอกว่า ลองเทสต์ซะหน่อย ก็ไม่เสียหาย
จะได้รู้ๆกันไป ...
แต่ถึงแพ้ ก็อาจจะปล่อยให้แพ้ไป
แพ้ๆๆๆ จนกว่าจะชนะ 5555 (ไม่ได้ห่วงลูกเล้ยย )

แล้วปฎิบัติการเทสต์การแพ้นมวัวก็เริ่มขึ้น
ตอนมิสาอายุได้ 9 เดือน 1 สัปดาห์
ซึ่งกิ๊กจะต้องงดนมวัว + dairy product ทั้งหมด
รวมถึง นมสต๊อคก็ต้องหยุดชั่วคราวด้วย
เพราะตอนที่ปั๊มนมสต๊อคไว้ ก็ไม่รู้ว่ากิน dairy product ไปรึป่าว จำไม่ได้
(ก็เลยต้องปั๊มนมมาให้มิสากินแบบวันต่อวันเลยอ่ะ ลุ้นดี อิอิ)


ช่วงระยะเวลาที่เทสต์นั้น ต้องบอกว่า ทรมานมากกก
เพราะอดกินขนมไปหลายอย่างมากก
ชานม + โกโก้ ก็อดหมด
ทำให้แทบไม่ได้กินขนมอะไรเลย
เพราะหนมปัง คุ๊กกี้ เค้ก เบเกอรี่ต่างๆ มันเป็น dairy product ทั้งนั้น
ไอติม โรตี ซุปครีมต่างๆ ฯลฯ
คือ เยอะแยะมากมายจริงๆ
ตอนบ่ายๆ ก็จะแบบว่า โค-ตะ-ระ หิวๆๆๆๆ
กลางคืน ก่อนเข้านอน ก็จะ โค-ตะ-ระ หิวๆๆๆๆ
คือ หิวมันไปตลอดน่ะแหละ
ก็คนมันกินจนเคยปากง่ะ


ซึ่งในช่วงที่เทสต์นั้น ผื่นมิสาก็ลดลงบ้าง
(คือ ผื่นเก่า มันก็ถึงเวลาที่ต้องหายของมันแล้วด้วย)
แต่ก็ยังมีขึ้นอยู่ 1 เม็ด...ก็คิดว่าคงไม่เกี่ยวแล้ว
เทสต์ทั้งหมด 2 อาทิตย์
พอครบปุ๊บ ก็ลองกิน dairy product ทันที
กินอย่างแหลก ทั้งชาเขียว โกโก้ หนมปัง ฯลฯ
กะว่า ถ้าแพ้ ก็ต้องมีผื่นขึ้นแน่ๆ
ปรากฏว่า ก็ไม่มี...
เย้ๆๆๆๆๆ ... หยั่งงี้ก็แสดงว่า มิสาไม่แพ้ ชิมิ ชิมิ


และผลพลอยได้ของการเทสต์ในครั้งนี้
ก็คือ นน.ที่เกินมา 1 กก. ได้หายไปแล้วเรียบร้อย 555
อย่างไม่น่าเชื่อ ว่าจะมีวันนี้ได้
พอลองชั่งนน. เหลือ 44.5 เท่ากับก่อนท้องแบบเป๊ะๆ
งงมากๆๆ...แต่ก็ดีใจนะ 555
อาจจะดูเหมือนน้อย เพราะลงแค่ 1 โล
แต่มันเป็น 1 โลสุดท้าย ที่เหมือนค้างไปแล้ว


แต่ข้อเสียของการเทสต์ ก็มีเหมือนกัน
คือ นมหด...
ตอนแรกนึกว่าเป็นเพราะ ปจด.มา (มาตอนมิสา 9 เดือนนี่แหละ)
แต่จริงๆ เป็นเพราะกินน้อยต่างหาก
เหมือนว่า กินข้าว 3 มื้อแค่นั้น ไม่มีขนม ไม่มีอาหารว่าง
พอกินน้อย นมมันก็น้อยตามอ่ะ

ที่รู้เพราะ พอตอนนี้ (ที่บันทึก มิสาครบ 10 เดือนแล้ว)
กลับมากินแหลกเหมือนเดิม
นมก็กลับมาเท่าเดิม อิอิ


สบายใจแล้วเรา



Create Date : 06 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2553 21:09:37 น.
Counter : 608 Pageviews.

1 comment
เมื่อการปั๊มนมเข้าสู่ cool down process (มิสา 8 เดือน)
ไม่ได้อัพเดทตัวเองไปเสียนาน
ขอกลับมาอัพเดทนน.ตัวเองนิดนึงก่อนนะคะ

เป็นที่น่าดีใจมากๆ ที่นน.กลับมาเกือบเท่ากับก่อนท้องแล้ว Smiley
ตอนนี้คงค้างอยู่ประมาณ 1 โล
(ก่อนท้อง 45 กก. ตอนนี้ประมาณ 46 กก.)
ซึ่งก็คาดว่า คงจะไม่ต่ำไปกว่านี้แล้ว
เพราะว่ากินเยอะมากกก กินมโหฬาร 555
เนื่องจากมีข้ออ้างว่า ให้นมอยู่ อิอิ

อันที่จริง นน.กลับมาที่ประมาณ 46 กก. ตั้งแต่มิสาได้ประมาณ 5 - 6 เดือนแล้วแหละ
ซึ่งในความคิดตัวเอง ถือว่า เร็วมากกก สำหรับคนที่ไม่ได้อดอาหารเลย
ต้องยกความดีความชอบให้กับ การให้นมแม่ อย่างแท้จริง
ทีทำให้ใช้พลังงานเยอะ เลยทำให้นน.ลดลงเร็ว
มีคนถามเยอะมากก ว่าทำไงถึงผอมเร็ว
แต่ก็ไม่ค่อยกล้าบอกเท่าไร่ว่า เพราะให้นม (กลัวคนอื่นงงๆ) แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ



หลังจาก 6 เดือน ก็เริ่มเอาเสื้อผ้าเก่าๆกลับมาใส่ได้แล้ว
ซึ่งเสียดายมาก เพราะนึกว่าจะไม่มีวันใส่ได้แล้ว
ก็เลยโล๊ะทิ้งเกือบหมด
(และยิ่งกว่านั้น คือ ให้ลูกจ้างไป แล้วเค้าก็เอามาใส่ด้วย อยากจะขอคืนจริงๆ 555)
ยังดีที่มีเหลือไว้นิดหน่อย (แอบมีความหวัง)


ซึ่งจริงๆ แล้ว ต้องบอกว่า ไม่ได้เป็นห่วง หรือ กังวลอะไรกับนน.มาก
เพราะอย่างที่บอก รู้ตัวว่าเราให้นมอยู่ ก็เลยไม่ได้คิดว่าจะลดอะไร
แต่พอนน.ลดเอง มันก็เหมือนได้ใจ 555
ทีนี้เลยกินแหลกกก กินเยอะกว่าเดิมมากๆ
แล้วเริ่มพามิสาออกไปกินข้าวนอกบ้านแล้ว
เพราะงั้นก็เลยกินเยอะ (ช่วงแรก กินแต่ข้าวบ้านเลยกินน้อย 555)

กินเค้ก กินคุกกี้ (ช่วงนี้กิน pepperridge farm 2 วัน/ถุง เหอ เหอ)
กินโกโก้เย็นเกือบทุกวัน กินชานมบ้าง บางวัน
กินขนมช่วงบ่ายตลอดทุกวัน (มันหิว) หนมเปี๊ยะ หนมถ้วย ฯลฯ ตามแต่จะมาขายที่ออฟฟิศ
กินขนมตลอดทางเวลาขับรถกลับบ้าน (ปากมันว่าง)
และตอนนี้ (มิสา 8 เดือน) เริ่มทดลองกินนมวัว
(จากเดิมไม่กล้ากิน เพราะกลัวมิสาแพ้นมวัว ได้แต่ลองเชิงกินพวก dairy product)
ก็เลยกินนมทุกวัน วันละ 2 กล่อง 555 นมหวานบ้าง นมช๊อคบ้าง
บ้าไปแล้วเรา


แต่สุดท้าย นน.ก็ไม่ขึ้นนะ
ยังคง 46 กก.เหมือนเดิม อาจจะขึ้นบ้างตอนเย็นๆ (กินอิ่ม)
แต่พอถ่ายท้อง...ก็กลับมาเท่าเดิมอยู่ดี อิอิ


สรุปว่า ยังคงกินแหลกไปได้เรื่อยๆ
จนกว่าจะหยุดให้นม 555
ถ้าหยุดเมื่อไร่ คงต้องอดอาหารจริงจัง
ไม่งั้น นน. ได้กลับมากระฉูดแน่นอน



Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley




อีก 1 เรื่องที่อยากอัพเดท
นั่นคือเรื่อง ปั๊มนม
ผ่านมาถึงเดือนที่ 8 แล้ว นมก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง
(คือ ไม่ได้เยอะแต่แรกอยู่แล้ว แต่ให้ลูกดูด + ปั๊มสม่ำเสมอ เลยมีตลอด)
จนกระทั่ง ไม่มีที่เก็บ ล้นตู้แล้ว
และมิสา ก้เริ่มกินน้อยลงด้วย (กินวันละ 2-3 ถุงเอง)
เลยตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการ cool down process (พี่หยี่เป็นคนตั้ง)


เนื่องจาก ไม่ได้อัพเดทเสียนาน
ขอเรียงลำดับการปั๊มนมตั้งแต่สมัยแรกๆ ตอนกลับมาทำงานใหม่ๆ


มิสา 3 เดือน - 6 เดือน


6.00 น. ตื่นให้นมมิสา ให้นมเสร็จ หลับต่อนิดนึง 555 แล้วก็อาบน้ำ กินข้าว

7.30 น. ปั๊มนมก่อนไปทำงาน 1 รอบ

11.30 น. ปั๊มนมที่ออฟฟิศรอบที่ 1

16.00 น. (+,- 30 นาที แล้วแต่งาน) ปั๊มนมที่ออฟฟิศรอบที่ 2

18.00 น. ถึงบ้าน ให้นมมิสา 1 รอบ (ให้เวลาไหน ขึ้นกับนมขวดครั้งสุดท้ายที่คุณยายให้ไว้)

20.00 น. ให้นมรอบ 2 และเอามิสานอน

22.00 น. ปั๊มนมรอบก่อนนอน

02.00 น. ตื่นมาปั๊มนมกลางดึก ซึ่งเป็นเวลาโค-ตะ-ระ ง่วง

03.00 น. พึ่งได้หลับ (ปั๊มนมจริงๆไม่เกินครึ่งชม. แต่กว่าจะหลับได้ น่าจะกินเวลาเป็นชม.)

06.00 น. ตื่นมาให้นมมิสา


หลัง 6 เดือน - 8 เดือน


ช่วงนี้มิสาเริ่มกินอาหารเสริมแล้ว ทำให้กินนมระหว่างวันลดลง
แล้วก็มาตื่นกลางดึก กินนมกลางดึกอีก 2-3 รอบ
ก็เลยลดรอบปั๊มตอนดึกเลย ลดไป 2 รอบ คือ รอบก่อนเข้านอน กับรอบตี 2
เพราะไม่สามารถจริงๆ ตื่นไม่ไหวแล้ว 555
(และนมก็ไม่คัดด้วย ก็เล่นให้มันทั้งคืนแล้วนิ)



6.00 น. ตื่นให้นมมิสา ให้นมเสร็จ หลับต่อนิดนึง 555 แล้วก็อาบน้ำ กินข้าว

7.30 น. ปั๊มนมก่อนไปทำงาน 1 รอบ

11.30 น. ปั๊มนมที่ออฟฟิศรอบที่ 1

16.00 น. (+,- 30 นาที แล้วแต่งาน) ปั๊มนมที่ออฟฟิศรอบที่ 2

18.00 น. ถึงบ้าน ให้นมมิสา 1 รอบ (ให้เวลาไหน ขึ้นกับนมขวดครั้งสุดท้ายที่คุณยายให้ไว้)

20.00 น. ให้นมรอบ 2 และเอามิสานอน

23.00 น. มิสาตื่น ให้นมจนหลับ

03.00 น. มิสาตื่นอีกรอบ ให้นมจนหลับ

06.00 น. มิสาตื่นจริงๆ เราก็ตื่นมาให้นมมิสา


ช่วงนี้ ยังคงได้นมมาฝากมิสาวันละ 3-4 ถุงอยู่



หลัง 8 เดือน


อย่างที่บอกว่า นมไม่มีท่าทีว่าจะลด
แล้วตู้ที่บ้านก็ไม่พอเก็บ


มาถึงตรงนี้ขอเล่านิดนึง ด้วยความแค้น
เนื่องจากตู้ที่บ้านเต็ม (ตอนมิสา 6 เดือน นมก็เริ่มล้น ลามไปตู้เย็นที่ใส่กับข้าว)
และกิ๊กเองก็อยากกระจายความเสี่ยง
เนื่องจากกลัวไฟดับ แล้วนมจะเสียยกตู้
เลยทำการแบ่งนมบางส่วนไปไว้ที่บ้านคุณแม่
ซึ่งการขนย้าย ก็ยุ่งยากมากมาย แต่ก็พยายามจนได้
แบ่งไปประมาณ 60 ถุงได้

แล้ววันนึง พอคุณแม่กลับบ้านไป
ก็พบว่า นมฟรีซที่เก็บอยู่ มันขึ้นเขียวๆ
สอบถามเด็กที่บ้าน ได้ความว่า มีวันนึง ไฟดับ
แต่เจ้าเด็กตัวดี ก็ไม่มีโทรบอกอะไรเลย
(ถ้าโทรบอก กิ๊กก็จะได้ไปย้ายซะ)
แล้วก็ปล่อยมันผ่านไปๆๆๆๆ
จนคุณแม่มาเห็น นมมันก็เสียแล้ว
มันไม่ได้เขียวทุกถุง แต่มันอยู่ด้วยกันทั้งหมด (ก็อนุมานได้ว่า น่าจะเสียหมด)
หมายความว่า นมเสียไปทั้งหมด 60 ถุงฟรีๆ
เศร้ามากกก เศร้าโคตร อยากร้องไห้
โกรธเด็กมากกก อยากจะไล่ออก แต่ทำไม่ได้
เพราะไม่งั้นบ้านคุณแม่ ก็ไม่มีเด็ก เฮ้ออ
ได้แต่ ช่างมัน...คิดซะว่า เรายังมีอีกเยอะ เฮ้ออ
ไม่ตาย ก็ปั๊มใหม่ได้เรื่อยๆวะ



อ่ะ เล่าต่อ

ซึ่งจริงๆ นมก็ลดลงบ้างแหละ แต่ลดลงอย่างที่รู้สาเหตุ
นั่นคือ เริ่มขี้เกียจ เลยปั๊มน้อยลง
(ซึ่งนั่นหมายความว่า ถ้าขยันปั๊มเหมือนเดิม นมก็จะได้เท่าเดิม
แต่ไม่ได้หมายความว่า พอให้นมไปนานๆ แล้วนมจะน้อยลงเอง
ไม่ใช่อย่างงั้นนะคะ แม่ๆมือใหม่ ทราบไว้ด้วยค่ะ)
แต่ไม่ได้ลดแบบฮวบฮาบ

อัตราการปั๊มนม (จำนวนถุงที่ใส่เพิ่ม) เริ่มมากกว่า จำนวนนมถุงต่อวันที่มิสากิน
นั่นคือ ปั๊มได้ที 3-4 ถุง แต่มิสาเล่นกินแค่ 2-3 ถุง
นมมันก็เริ่มไม่มีที่เก็บ
และไม่สามารถเอาไปไว้บ้านคุณแม่ได้แล้ว ไม่ไว้ใจเลย

จนพี่หยี่บอกว่า ไหนว่าจะเลิกให้นมตอน 1 ขวบไม่ใช่หรอ
ทำไมยังไม่ลดความซีเรียสเรื่องการปั๊มนมอีกล่ะ
พี่หยี่เลยเสนอให้เข้าสู่โหมด cool down process

จริงๆพี่หยี่ให้ cool down มานานล่ะ
แต่กิ๊กก็กังวล คือ อยากให้มิสามีนมแม่ทานไปให้นานที่สุดไง
วันไหนเราเลิกปั๊ม ก็ยังมี stock นี่แหละที่ช่วยยืดเวลาการกินนมแม่
แต่ในที่สุด ก็ตัดสินใจเข้าสู่ cool down process จริงๆเสียที
ด้วยเหตุผลหลายๆประการ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

รอบปั๊มก็จะเหลือแค่ 2 รอบ ต่อวัน คือ เที่ยง กับ ก่อนกลับบ้าน
แต่เวลาอยู่บ้านก็ยังให้ลูกดูดตลอดเหมือนเดิม



6.00 น. ตื่นให้นมมิสา ให้นมเสร็จ หลับต่อนิดนึง 555 แล้วก็อาบน้ำ กินข้าว

11.30 น. ปั๊มนมที่ออฟฟิศรอบที่ 1

16.00 น. (+,- 30 นาที แล้วแต่งาน) ปั๊มนมที่ออฟฟิศรอบที่ 2

18.00 น. ถึงบ้าน ให้นมมิสา 1 รอบ (ให้เวลาไหน ขึ้นกับนมขวดครั้งสุดท้ายที่คุณยายให้ไว้)

20.00 น. ให้นมรอบ 2 และเอามิสานอน

23.00 น. มิสาตื่น ให้นมจนหลับ

03.00 น. มิสาตื่นอีกรอบ ให้นมจนหลับ

06.00 น. มิสาตื่นจริงๆ เราก็ตื่นมาให้นมมิสา


สรุป ณ ตอนนี้ ก็ได้นมมาฝากมิสา 2 ถุงต่อวัน (ซึ่งจริงๆ ก้พอดีกับที่มิสากินอยู่ดี)
ส่วนเสาร์-อาทิตย์ ก็ยังคงให้มิสาดูดเต้าทั้งวันเช่นเดิม



ก่อนจบ..
ขอเล่าไว้นิดนึง เผื่อแม่ๆมือใหม่มาอ่าน

ปั๊มนมมาถึงตอนนี้ (8 เดือน)
มีเพื่อนๆที่ออฟฟิศหลายคน เค้าเห็นกิ๊กยังปั๊มนมอยู่
เพื่อนก็จะชม บอกว่า เก่งจัง ยังมีนมให้ลูกกินอยู่เลย
นมไม่ลดลงบ้างเหรอ


สำหรับกิ๊กแล้ว บอกได้เลยว่า ความยากลำบากของการปั๊มนม
อยู่ที่ช่วง 3 - 6 เดือนแรกเท่านั้นล่ะ
(จริงๆ คือ แค่ 3 เดือน แต่เผื่อถึง 6 เดือน สำหรับการไปปั๊มที่ออฟฟิศ)
พอให้นมได้พ้น 6 เดือนแล้ว
กิ๊กว่า หลังจากนั้น มันคือ chill chill แล้วจริงๆนะ
หลังจากนี้ คือ ขึ้นกับความขยันเท่านั้นเอง
ถ้ามีแรงปั๊ม ขยันหน่อย ปั๊มให้มันรอบเท่าเดิม
นมมันก็จะเท่าเดิม
แต่ถ้าเริ่มขี้เกียจ เบื่อๆ อยากทำนู่นนี่ แล้วไปลดรอบปั๊ม
นมมันก็ลดลงเป็นธรรมดา



เพราะฉะนั้น ที่เคยได้ยินกันมาว่า
หลัง 6 เดือน นมจะลดลง นมจะใส
ส่วนตัวกิ๊ก กิ๊กว่ามันไม่จริงนะ
นมมันก็มาเท่าเดิมแหละ
ส่วนความใส มันก็ใสเท่ากับ 6 เดือนน่ะแหละ (ก็แม่กินเหมือนเดิมอ่ะ)
สำหรับกิ๊ก คือ มองว่า ก็ไม่ได้ใส
นมที่มันข้นๆจริงๆ มันก็แค่ช่วงเดือนแรกๆเท่านั้นเอง

เพราะงั้นแล้ว...
เป็นกำลังใจให้แม่มือใหม่ที่อยากให้นมลูกนานๆ
ไม่ต้องกังวลไปนะคะ



Create Date : 28 กันยายน 2553
Last Update : 28 กันยายน 2553 22:57:24 น.
Counter : 5180 Pageviews.

8 comment
ความในใจถึงมิสา...สู้เพื่อลูก เพราะวันนี้ของลุกมีวันเดียว
บล๊อคนี้ ขอเขียนถึงมิสาหน่อยนะคะ เป็นความในใจที่เลี้ยงมิสามาได้ครึ่งปีแล้ว....


มิสาลูกแม่

แม่เขียนบันทึกตอนนี้ตอนที่แม่เลี้ยงหนูมาได้ 7 เดือนแล้ว ผ่านอะไรมา ไม่มากก็น้อย ได้ประสบพบเจอ ได้อ่านเรื่องราวการเลี้ยงลูกของใครหลายๆคน แต่ละคน ต่างก็มีสไตล์แตกต่างกันไป...แล้วได้ย้อนกลับมาดูตัวเอง ... อยากบอกแบบ self self (แปลว่า มั่นใจลูก 555) เลยว่า...แม่ภูมิใจในตัวเองเองมากๆอ่ะลูก 555 แม่รู้สึกว่า แม่ได้ทำในสิ่งที่ดีที่สุดที่แม่(คนนี้)ทำได้ แม่ชอบ แม่ปลาบปลื้ม แม่มีความสุข กับทุกๆสิ่งที่แม่ได้ทำกับลูกมา...

งงมั้ยลูก ???

ก็แค่จะบอกว่า...เมื่อมองย้อนกลับไป แม่ไม่เสียดาย ไม่เสียใจอะไรเลย เพราะแม่ทำดีที่สุดแล้ว และได้ทำอย่างที่แม่อยากจะให้มันเป็น...ถ้าให้ย้อนกลับไปตอนลูกเกิดอีกครั้ง...แม่ก็จะเลี้ยงลูก แบบที่แม่ทำมานี่แหละ !!!


ย้อนกลับไปเมื่อตอนประมาณ 2 เดือนแรก แม่บอกตามตรง แม่รู้สึกผิดหวังกับตัวเองมากๆ แม่นอยด์ไปหมดทุกเรื่อง ทำอะไรก็ไม่มีความมั่นใจ เครียดเรื่องการให้นมแม่ด้วย สมกับเป็นแม่มือใหม่จริงๆ ตอนกลางคืน แม่นอนร้องไห้นะ เพราะว่าเครียด รู้สึกว่า ตัวเองเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง รู้สึกผิดหวังในตัวเอง

วันครบรอบแต่งงานปีที่ 3 ของแม่กับพ่อ (ลูกได้ 1 เดือนกว่าๆ) แม่เขียนอีเมลล์ไปขอโทษพ่อที่แม่ทำให้พ่อผิดหวัง เพราะพ่ออุตส่าห์เลือกแม่มาเป็นแม่ของลูก แต่แม่ก็ห่วยมากๆอ่ะ ทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง....ผิดกับพ่อของลูก อุ้มลูกก็เก่งกว่าแม่ อาบน้ำให้ลูกทุกวัน ป้อนนม(ขวด)ลูก ก็เป็นหน้าที่พ่อ คือ พ่อทำได้ดีกว่าแม่เกือบหมดอ่ะ...แม่มีหน้าที่หลักอย่างเดียว คือ ให้นม(จากเต้า)กับลูก

พ่อของลูก ตอบอีเมลล์แม่มา ด้วยใจความแบบนี้...




แม่อ่านไป น้ำตาคลอไป (พ่อไม่รู้หรอกนะ ลูกอย่าไปบอก) รู้สึกว่า แม่เลือกคนไม่ผิดจริงๆ...และแม่ก็ตั้งใจว่า แม่จะต้องพยายามเพื่อลูกให้มากกว่านี้...


เวลาผ่านไปอย่างเรื่อยๆ แม่เริ่มพยายามใช้เวลากับลูกให้เต็มที่ขึ้น แต่ก็ยังอดหวั่นๆทุกครั้งที่ต้องอยู่กับลูกแค่ 2 คน (เลี้ยงเดี่ยว) อ่านได้จากที่แม่มาบ่นๆในตอน "คิดถึงวันพุธ"...

จนกระทั่งเวลาตี เป๋ง ! บอกเวลาครบ 3 เดือน(กว่าๆ)...ช่วงลาคลอดจบลงแล้ว และแม่ต้องไปทำงานแล้ว...แม่ก็ยังคงเครียดๆกับเรื่องให้นมแม่อยู่..จะปั๊มนมยังไง เก็บนมยังไง วนเวียนคิดแต่นมๆๆๆเหมือนคนโรคจิต 555

และแล้วสวรรค์ก็มาโปรด....แม่เข้าเว็บๆนึง แล้วแม่ก็ไปเจอข้อความๆนึง ซึ่งแม่ถูกใจมาก นั่นก็คือ

"สู้เพื่อลูก...อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง เพราะ วันนี้ของลูกมีวันเดียว"

แม่ปิ๊งเลยลูกเอ๋ย...วันนี้ของลูกมีวันเดียว....แม่มองย้อนกลับไป 3 เดือนที่ผ่านมา มันช่างผ่านไปไวมากๆๆๆๆ 3 เดือนที่ผ่านมา แม่ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้กับลูกเลย ...ลูกเองก็โตขึ้นๆๆ มีพัฒนาการอะไรตั้งหลายอย่าง แต่ละวันของลูกก็ผ่านไป ผ่านไป...แต่แม่ก็มัวเอ๋อๆ เบลอๆ ทำตัวเป็นแม่ paranoid คนนึงอยู่...รู้สึกเลยว่า 3 เดือนผ่านมา ยังใช้เวลากับลูกไม่คุ้มค่าเลย

เหมือนฟ้ามาผ่ากลางกบาล(ศีรษะ)แม่...ตั้งแต่วันนั้น แม่ตั้งปณิธานเลยว่า จะทำเพื่อลูกให้ดีที่สุด เพราะแต่ละวันของลูกมันมีค่ามากๆ แต่ละวัน ผ่านแล้ว ผ่านเลย..ลูกตอนอายุ 3 เดือน 12 วัน ก็ไม่เหมือนลูกตอน 2 เดือน 24 วันแล้ว และก็ไม่เหมือนตอน 3 เดือน 11 วันด้วย......วันนี้ลูกยังนอนเป็นผัก พออีกวัน ลูกก็เป็นผักยิ้มได้แล้วอ่ะ....เห็นมั้ย แต่ละวันมันมีความหมายมากๆเลยนะ และเราก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ด้วย ผ่านแล้วผ่านเลย


และจากวันนั้น...ถึงวันนี้...วันที่แม่นั่ง(พิมพ์)บันทึกอยู่นี่ ไม่เคยมีเวลาไหนที่ไม่ทำเพื่อลูกเลย...มันฟังดูเหมือนเหนื่อยนะ แต่แม่ไม่เหนื่อย แม่กลับมีความสุขมากๆ มันเป็นความภูมิใจของแม่ ซึ่งถ้าให้แม่เขียนตั้งแต่ 3 เดือนแรก แม่คงเขียนไม่ได้ อย่างที่บอกว่า แม่ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันกับลุกให้ตัวเองภูมิใจเลย...แต่ ณ วันนี้ แม่มีเยอะแยะเลยลูก เริ่มตั้งแต่..


เรื่องให้นมแม่ล้วน 6 เดือนแรก


ถือเป็นความภูมิใจอันดับ 1 ของแม่ ..เพราะใครจะคิดว่า ไอ้เต้าเล็กๆ (555)ของแม่ จะมีน้ำนมให้ลูกกินได้ถึง 6 เดือนล่ะ...แต่กว่าจะได้ มันไม่ได้ง่ายเลยนะ แม่ทั้งทนเจ็บ (หัวนมแตกอ่ะลูก) ทั้งต้องอดทนเวลานมคัด (มันทรมานสุดๆลูกเอ๊ย และที่ตลก คัดนมครั้งแรก แม่คิดว่าแม่เป็นมะเร็งเต้านม 555 ทำเอาแม่กินไม่ได้นอนไม่หลับ) ตอนกลางคืนก็ต้องลุกมาปั๊มทุกคืนๆกลางดึก (จนถึงวันนี้ ยังไม่เคยมีคืนไหนที่แม่นอนเต็มตื่นเลยลูก)...นี่ยังไม่รวม เวลาในการ search หาข้อมูลต่างๆทาง internet และเวลาศึกษา อ่านหนังสือนมแม่ อบรมนมแม่ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องการให้นม...

แต่แล้ว ทั้งหมดทั้งมวล ก็นำมาซึ่ง การให้นมแม่ถึง 6 เดือน ได้อย่างสำเร็จสวยงาม...และจากนี้ไป แม่ก็ชิลล์ ชิลล์ (แปลว่า สบายๆ) แล้วลูก แม่ตั้งใจจะให้ลูกทานนมแม่ถึง 1 ขวบนะ ( 1 ขวบแล้ว พอก่อนนะ ขอแม่ได้นอนเต็มตื่นบ้าง แล้วก็ใส่ชุดสวยๆ บ้าง ทุกวันนี้ แม่ใส่แต่เสื้อที่เปิดนมสะดวกๆ 5555)


เรื่องเลี้ยงลูก


เมื่อมีเรื่อง อาหารการกินแล้ว ก็มาถึงเรื่องการดูแลลูกบ้าง...จากการเป็นแม่ที่กลัวการเลี้ยงเดี่ยวมากๆ 555 ตอนนี้ แม่คิดว่า แม่สามารถเลี้ยงลูกคนเดียวได้อย่างสบายๆ (พิสูจน์ได้จาก พ่อหนีพวกเราไปเซียงไฮ้ 4 วัน และแม่ได้ทำหน้าที่ทุกอย่างที่พ่อต้องทำ + หน้าที่แม่เดิมๆ แม่สามารถทำได้สบายๆ ไม่เหนื่อย ไม่เครียด และลูกก็ไม่งอแง แข็งแรง ปลอดภัยทุกอย่าง 555) ...แต่ก่อนแม่เคยคิดว่า แม่ถูก spoil นะ เพราะมีพ่อของลูกทำให้หลายๆอย่าง และมีคุณยายมาช่วยเลี้ยงด้วย ทำให้แม่ไม่เคยมั่นใจในตัวเอง (เหมือนว่า ไม่มีสถาณการณ์บังคับให้ต้องทำ) ว่าแม่เลี้ยงลูกได้...แต่พอได้ทำ ก็เลยรู้ว่า เฮ้ย จริงๆชั้นก็ทำได้นะ


การเลี้ยงดูลูกในสไตล์แม่...ซึ่งแม่คิดว่า แม่ใช้ทั้งสัญชาตญาณของความเป็นแม่ และศึกษาหาข้อมูลไปพร้อมกันด้วย แม่อ่านหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก แม่หาข้อมูลทาง internet คือ จะทำอะไรซักอย่าง ต้องหาข้อมูลอ่ะลูก เพราะแม่อยากให้ลูกได้ในสิ่งที่ "เหมาะกับลูก" ที่สุด...แม่ไม่อยากเสียใจว่า รู้งี้ ทำแบบนี้ดีกว่า เพราะบอกแล้วว่า วันนี้ของลูกมีวันเดียว แม่เลยต้องหาข้อมูลมากๆ...ทฤษฎีหลายๆอย่างต้องปรับใช้ เอามาผสมกันบ้าง ไม่ใช่แค่หยิบมาทั้งดุ้น เพราะเด็กแต่ละคนแตกต่างกันเหลือเกิน...ซึ่งเวลาที่ใช้ในการหาข้อมูล ก็เยอะอยู่นะ

ยกตัวอย่าง 1 เรื่อง คือ เรื่องการพาลูกไปว่ายน้ำ กับ Gymboree ...แม่ไม่ได้คิดอยากให้ลูกไปตามกระแส ตามแฟชั่น (ว่าต้องไป ถึงจะดี)...แต่แม่ศึกษาหาข้อมูล แม่ไปดูสถานที่ ไปคุยกับเจ้าหน้าที่ (กระเตงลูกไปด้วย) หาข้อมูลในเน็ต ถามจากเพื่อนๆ ปรึกษาหมอ ฯลฯ แล้วถึงจะเลือกว่า ลูกควรไปเรียนอะไร (ซึ่งอาจจะสรุปว่า ไม่ควรเรียนทั้ง 2 อย่างก็ได้ ตอนนี้แม่ยังไม่ได้สรุป 555)..เห็นมั้ยว่า แต่ละอย่าง ใช้เวลานะ ไม่ใช่ ตัดสินใจได้ปุ๊บปั๊บ...


เรื่องใช้เวลากับลูก


7 เดือนที่ผ่านมา ....เรายังไม่พรากจากกันเลยซักวันนะลูก...แม่ดีใจ แม่รู้สึกว่า แม่ได้ใช้เวลากับลูกอย่างเต็มที่ (เราไม่ได้อยู่ด้วยกันเฉพาะเวลาแม่ไปทำงานเท่านั้นเอง ) ...แม่ได้เห็นพัฒนาการของลูกทุกๆอย่าง ไม่เคยพลาดแม้วันเดียว..แม่จดบันทึกไว้ด้วยนะ วันไหนลูกทำอะไรได้ แม่จดไว้หมด ...วันไหนคว่ำได้ วันไหนหัวเราะได้ วันไหนไปเที่ยว วันไหนแต่งตัวสวย เพลงไหนลูกชอบฟัง ของเล่นอะไรลูกชอบเล่น (แม่ถ่ายรูปด้วย) ฯลฯ...บอกแล้ว วันนี้ของลูกมีวันเดียว 5555 (กลับมา วลีเดิม)

พูดถึงพัฒนาการ...มันไม่ใช่แค่ แม่เฝ้ามอง หรือ รอคอยมันนะลูก...แต่อย่างที่บอก แม่เป็นพวกชอบหาข้อมูล...แม่ก็ไปหาข้อมูล หาวิธีต่างๆ เพื่อกระตุ้นพัฒนาการของลูกด้วย...ของเล่นอะไรเหมาะ ต้องเล่นอะไร ต้องฟังเพลงยังไง ห้ามดูทีวี....ถ้าแม่ได้อยู่กับลูก แม่จะใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อลูก...

แม่รู้ว่า คุณยาย ก็พยายามเพื่อลูกหลายอย่างมากๆ แม่เลยไม่อยากบังคับท่านมาก แม่ปล่อยให้คุณยายเลี้ยงลูกสบายๆ ท่านจะได้ไม่เหนื่อย ไม่เครียด...แต่แม่จะมา strict กับตัวแม่เอง แม่จะไม่ดูทีวี (แต่อดไม่ได้ 3 รายการอ่ะลูก คือ คันปาก ช่อง 7 แม่บ้าข่าวบันเทิง 555 กับเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ แม่ชอบดู wherever กับ อิ่มละไมล่ะ)...แม่จะเปิดเพลง แม่จะหัดให้ลูกนั่ง ให้ลูกคลาน ปล่อยให้ลูกทำอะไรเอง ฯลฯ ก็อ่ะนะ...แม่ก็ย่อมเป็นคนที่ให้อะไรที่ดีที่สุดกับลูกอยู่แล้วล่ะ แม่คิดงี้จริงๆ



เรื่องอดหลับอดนอน


งงมั้ยลูก ??? ทำไมการอดหลับอดนอน มันกลายเป็นความภูมิใจของแม่ได้ 555 ก็แบบว่า อย่างที่บอกว่า เหมือนแม่โดน spoil มาตลอด...เลี้ยงลูกแบบสบายๆ แต่จะบอกว่า เวลานอนนี่ไม่มีใครมาช่วยแม่นะลูก...ไม่ว่าจะอดหลับอดนอนตอนลูกตื่นหิวนมกลางดึก ช่วง 2 เดือนแรก หรือ แม้ว่ามิสาจะนอนยาว แม่ก็ต้องตื่นมาปั๊มนมตอนตี 2 (ซึ่งอยากบอกว่า ทรมานมากก เพราะมันง่วงสุดๆลูก พอปั๊มเสร็จ นอนไม่หลับเป็นชม.อีกต่างหาก) หรือ ช่วงหลังๆ มิสาเริ่มตื่นมาร้องกลางดึกอีกครั้ง...บางคืน 2-3 รอบ ... ก็แม่นี่แหละ ตื่นทุกครั้ง ตื่นมานอนกอด ตื่นมาให้นม....เรียกว่า หลับคาเต้ากันไปเลย แต่ที่หลับอ่ะ แม่นะ 555 ให้ไปหลับไป ...นึกภาพตัวเองสัปงกให้นม แม่ยังขำเลยอ่ะลูก...ทำไปได้...

แม่ภูมิใจและดีใจนะ ที่ได้นอนกับลูกทุกคืน...เพราะ"วันนี้" มันมีทั้งกลางวันและกลางคืนนี่นา


อ้อ ! แต่สิ่งนึงที่แม่ทำไม่ได้หลังจาก อดหลับอดนอน คือ การตื่นเช้าตามลูก ...อันนี้ยกความดีความชอบให้พ่อของลูกนะ..พอลูกตื่น ตี 5 หรือ 6 โมงเช้าเนี่ย แม่ไม่ไหวจริงๆ ก็ได้พ่อนี่แหละ พ่อจะตื่นมารับช่วงตอนเช้าต่อ จัดการเอาลูกไปอาบน้ำ....แม่ก็จะได้ซักงีบนึง ก่อนที่จะต้องตื่นไปทำงาน


เรื่องบันทึกของลูก


มิสา...ถ้าแม่ไม่อยู่ อยากบอกลูกเลยว่า แม่มีตัวแทนของแม่อยู่หลายที่มากๆ 555 เริ่มจากบล๊อคนี้ แม่บันทึกเรื่องราวตั้งแต่ลูกอยู่ในท้อง (ทั้งหมดมี 34 ตอน เขียนไปได้ไงเนี่ย แล้วเดี๋ยวจะมีเพิ่มเติมอีกตอน 2 ตอนด้วย) จนกระทั่งลูกคลอด ไปหาหมอ พัฒนาการกี่เดือนๆ อ่านเอานะลูก...มันอาจจะดูน้อยถ้าเทียบกับแม่ๆท่านอื่นใน bloggang (ถ้าลูกอ่านของคนอื่นนะ) แต่ว่า เพื่อนๆแม่เค้ามาอ่านกัน แต่ละคนงงกันมากว่าแม่เอาเวลาไหนไปเขียน 555 แม่ก็งงตัวเอง เพราะการเขียนบล๊อคแต่ละตอน ใช้เวลามากๆๆๆ แม่ต้องเรียกว่า อดหลับอดนอน และหลังขดหลังแข็งจ้ะลูก (แต่แม่ก็ไม่พลาดการใช้เวลากับลูกนะ เพราะแม่เขียนตอนลูกหลับ คิดดู)...ลูกสามารถอ่านความลำบากในการเขียนบล๊อค จากบล๊อคตอนก่อนหน้านี้ "กว่าจะได้แต่ละบล๊อค ช่างยากเย็นเข็ญใจ" 555


นอกจากนี้ยังมี Scrapbook หลายๆเล่ม ที่แม่เตรียมให้ลูก...ทั้งเขียนบันทึก ตั้งแต่ตอนท้อง พอลูกเกิด ก็เก็บสายรัดข้อมือ เส้นผม ฯลฯ แล้วก็มาตกแต่ง แปะรูป มากมายหลายอย่าง...ลูกเก็บไว้ดูนะจ๊ะ เพราะแม่คิดว่า ตัวพิมพ์อาจจะไม่เพียงพอ..การได้เขียน ลูกจะได้เห็นลายมือพ่อกับแม่ด้วย มันดู real กว่าอ่ะ...ซึ่งแต่ละเล่มก็ใช้เวลาใช่น้อยอยู่นะ ต้องอาศัยหัวศิลปะด้วย 555 (ซึ่งแม่ไม่ค่อยมี)


แต่ทั้งหมดที่แม่ทำ ก็เพื่อลูกอีกนั่นแหละ...แม่บันทึกเรื่องราวต่างๆของลูก ไว้ให้ลูกอ่านตอนโต แม่ว่า มันเป็นความทรงจำที่ดีอ่ะ หรือแม่คิดเองเอง 555 ลูกตอบแม่หน่อยนะ ว่าลูกชอบอ่านรึป่าว 555


เรื่องรูปของลูก



ลูกเป็นเด็กที่มีรูปเยอะมากนะจ๊ะ 555 เพราะแม่ แม่ๆๆๆคนเดียว (พิมพ์แบบเคืองพ่อในใจ เช๊อะๆ) แม่บ้าถ่ายรูป 555 แต่ในขณะเดียวกันก็คือ แม่อยากบันทึกความน่ารักของลูกเอาไว้ เรียกว่า อยากได้ทุกช๊อต ทุก moment กันเลยทีเดียว...แม่อยากเก็บรูปสวยๆไว้ให้ลูกดู...ก็อีกนั่นแหละ แม่คิดจากตัวเองแม่เอง เวลาดูรูปตัวเองตอนเด็กๆ แม่ช้อบ ชอบ...แม่เลยคิดว่าลูกน่าจะชอบเหมือนกัน...แม่ก็เลย ถ่ายๆๆๆๆ (จนโดนพ่อด่าไม่เว้นแต่ละวันที่ถ่าย)...


แม่คิดจะไปซื้อกล้องดีๆ เล่นกล้องแบบมืออาชีพกะเค้าบ้าง ลูกจะได้มีรูปสวยๆ(กว่าเดิม)...แต่แม่กลัวว่า การศึกษาเรื่องการถ่ายรูป จะมาทำลายเวลาที่ได้อยู่กับลูกไป (เพราะแม่ไม่มีหัวทางนี้เลย) คิดแล้วไม่คุ้มกัน (เพราะเวลาผ่านแล้วผ่านเลย) แม่เลยขอใช้กล้องปัญญาอ่อน แล้วได้อยู่ ได้เล่นกะลูกเยอะๆแทนละกัน...และอีกอย่าง ถ้าแม่มัวแต่เป็นคนถ่าย ก็จะไม่มีรูปแม่กะลูกน่ะสิ (แค่กล้องธรรมดา แม่ก็เป็นคนถ่ายอยู่คนเดียวนี่แหละ) 555 เพราะฉะนั้น เวลาลูกดูรูปตอนเด็กๆ ก็คิดถึงภาพ ผู้หญิงคนนึง ทั้งหลอกทั้งล่อลูกสารพัด (หลักๆคือ ให้ลูกยิ้ม 555) แล้วก็ถ่ายรูปไปด้วย ถ่ายๆๆๆๆ ถ่ายมันหลายๆ shot เดี๋ยวก็ต้องมีสวยๆซัก shot 555....ยังไม่พอนะ ถ่ายเสร็จ ก็เอามาตกแต่ง ใส่กรอบ ใส่คำบรรยายสวยงาม ใช้เวลาไม่ใช่น้อยๆนะ ...เพื่อนแม่ก็ถามแม่อีกแล้ว ว่าเอาเวลาที่ไหนมาทำ

เวลาไปไหนกับลูก นอกเหนือจากกระเป๋าตังค์ และโทรศัพท์มือถือที่แม่พกประจำแล้ว แม่ก็ต้องพกกล้องไปด้วยล่ะ เพื่อจะได้ถ่ายรูปลูก เผื่อเวลามี shot น่ารักๆ แม่ก็จะถ่ายรูปเก็บไว้ ถือเป็นการบันทึกไปในตัวด้วย (จริงๆแล้ว ทุกอย่างยังลืมได้ แต่กล้อง ลืมไม่ได้ !!)


เรื่องแต่งตัวลูก (เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็เป็นปัจจัย 4 นะ 555)

อันนี้ความสุขของแม่ล้วนๆ (ตังค์แม่ด้วย...ขอพ่อโดนด่า 555)...ก็แม่อยากให้ลูกของแม่น่ารักนี่นา อิอิ...มิสารู้มั้ย ลูกมีชุดสวยๆเต็มเลยนะ ดูจากรูปเอาได้...แล้วเวลาแม่ลงรูปสวยๆของลูก (ใน FB ของแม่) ...เพื่อนๆแม่ก็จะเข้ามาชมกันใหญ่ว่าลูกน่ารัก 555 แม่ภูมิใจ แม่ปลาบปลื้มมม 555 แม่ดีใจที่ได้ลูกสาวนะ แต่งตัวให้ลูกนี่มันสนุกที่สุด มีความสุข อิอิ...แม่ไม่รู้ว่าโตขึ้น ลูกจะชอบแต่งตัวรึป่าวนะ (พ่อคงไม่อยากให้ชอบหรอก) แต่ก็อยากให้ได้เชื้อแม่ไปนิดๆก็ยังดี 555


ถ้าลูกอยากเห็น collection ส่วนตัวของลูก...ก็ดูรูปเอานะจ๊ะ แม่ถ่ายไว้เยอะมากกก 555 แม่ตั้งใจ ประดิดประดอยมากเลยนะ นอกจากจะหาชุดน่ารักๆแล้ว ยังต้องมีที่คาดผม ,หมวก หรือ แว่นกันแดดน่ารักๆมาประกอบด้วย แม่มีความสุขมาก เวลาได้ matching ชุดของลูกกับเครื่องประดับต่างๆ 555 ซึ่งต่อไป ก็ต้องมีถุงเท้า และรองเท้าอีก..อืมม แค่คิดก็สนุกแล้ว 555


เล่นเน็ตเพื่อลูก


จากทั้งหมดที่แม่พูดมา สรุปได้ว่า เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตแม่ แม่มอบให้กับลูกนะ...อยู่บ้าน แม่ก็เลี้ยงลูก...หรือ ถ้าให้คนอื่นเลี้ยงลูก แม่ก็บอกได้อย่างมั่นใจว่า แม่กำลังทำอย่างอื่นเพื่อลูก แม่อาจจะเล่นเน็ต ...แต่ก็ confirm ได้เลยว่า เล่นเน็ตเพื่อลูก...เพราะการเข้าเน็ต 90% ของแม่ คือ เขียนบล๊อคและจัดรูป + หาข้อมูลเรื่องต่างๆเกี่ยวกับเด็กๆ + ช๊อปปิ้งของให้ลูก 5555 เพราะอย่างที่ลูกอ่านมาแล้วทั้งหมดนั่นแหละ ทุกกิจกรรม มันทำบนโลกแห่ง internet จ้ะ

ที่เหลืออีก 10% ของการเล่นเน็ต คือ เล่น FB ทักทายเพื่อนๆ เช็คเมลล์ และหาที่พักสวยๆไปเที่ยว 555....ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนนะ 80% ของการเล่นเน็ต แม่หาแต่ที่เที่ยวลูก เข้ารีวิวนู่นนี่นั่นเป็นว่าเล่น...แต่เดี๋ยวนี้ แทบไม่ได้เข้าเลย กลายเป็นมาหาข้อมูลต่างๆเพื่อลูกแทน


ตอนนี้แม่ยังพูดได้ไม่เต็มปากว่าเวลาทั้งหมด แม่ทุ่มเทให้ลูก เพราะแม่ยังต้องไปทำงานอยู่ วันจันทร์-ศุกร์ 8 โมงเช้า จนถึงกลับบ้าน 6 โมงเย็น แม่ไม่ได้อยู่กับลูก (แต่ในเวลางาน แม่ก็มีเบียดบัง เข้าเน็ต เพื่อหาข้อมูล+ช๊อปปิ้งบ้างเล็กน้อย 555)...แม่ก็ได้แต่เฝ้ารอวันที่ฝันเป็นจริง คือ ได้อยู่กับลูกเต็มเวลา...แม่รอคอยวันนั้นอย่างใจจดใจจ่อ หวังว่ามันจะไม่นานเกินรอนะจ๊ะ


ที่เขียน(พิมพ์)มาทั้งหมด เป็นเรื่องที่แม่ภูมิใจนะ...แต่แม่ก็ยังมีบางเรื่อง ที่รู้ว่าตัวเองยังทำได้ไม่ดี หรืออีกอย่างก็คือ ยังไม่ค่อยได้ทำ นั่นก็คือ


เรื่องอาหารเสริม


แม่มีความตั้งใจในเรื่องการทำอาหารเสริมให้ลูกมากๆ แม่หาข้อมูลเยอะมากก แต่หลักๆก็คือ แม่จะ follow คำแนะนำของหมอประจำตัวลูก คือ เริ่มอาหารเสริมหลัง 6 เดือน คุณยายบอกว่าให้แม่ตื่นเช้ามาทำอาหารให้ลูกเอง (ส่วนคุณยาย ทำอาหารเช้าให้แม่กับพ่อ) ซึ่งแม่ก็ยินดี....แต่ๆๆๆ ด้วยความที่อยู่ดีๆ ลูกก็มาตื่นกลางดึกคืนละ 3-4 รอบซะงั้น...ทำเอาแม่สลบเหมือด ไม่มีแรงที่จะตื่นเช้าได้ สุดท้าย ก็เลยกลายเป็นคุณยายที่ต้องเตรียมอาหารเช้าให้ทุกๆคน รวมทั้งลูก 555 เห็นมันว่า คุณยายเป็น super grandma จริงๆนะ

แต่โชคดีที่คุณยายเองก็เป็นคุณยายสมัยใหม่ วันที่แม่ไปพบหมอเด็กของลูกเรื่องอาหารเสริม แม่ก็พาคุณยายไปด้วย ซื้อหนังสือที่หมอแนะนำให้คุณยายอ่าน และคุณยายเอง ก็หาข้อมูลใน internet เก่งอย่าบอกใคร เพราะฉะนั้น แนวทางการให้อาหารเสริมของคุณยาย จึงค่อนข้างไปในทางที่แม่ต้องการ (ตามตำรา 555) เพราะงั้นแม่ก็หมดห่วงไป ไม่ต้องมานั่งทะเลาะกันว่าต้องให้นู่นนี่นั่น ตอนเดือนนั้นเดือนนี้...

สรุปว่า แม่ยังไม่ค่อยทำอาหารให้ลูกเองเลยอ่ะ แต่แม่อ้างว่า ลูกตื่นกลางคืนบ่อยเหลือเกิน จนแม่ตื่นเช้าไม่ไหว 555 และแม่ก็ทำงานเต็มเวลาวันจ.-ศ. ด้วย ทำให้แม่ไม่ได้ป้อนข้าวลูกเองเลย ...มื้อเช้าแม่ก็ป้อนไม่ทัน ต้องไปทำงานก่อน มื้อบ่าย แม่ก็ไม่อยู่ (ทำได้เฉพาะเสาร์-อาทิตย์)...แต่ถ้าลูกนอนกลางคืนได้นานเหมือนเดิมเมื่อไร่ แม่จะพยายามตื่นมาทำให้ลูกนะ อิอิ


จม.ถึงลูกฉบับนี้ เขียนไปเขียนมา ทำไมมันยาวหยั่งงี้ไม่รู้...เอาเป็นว่า แม่แค่อยากจะบอกลูกว่า แม่จะเลี้ยงดูลูกให้ดีที่สุด เท่าที่แม่จะทำได้นะ ... แม่จะพยายามทำทุกวันเพื่อลูกให้ดีที่สุด...เพราะ วันนี้ของลูก มีวันเดียวจ้ะ



Create Date : 06 สิงหาคม 2553
Last Update : 14 สิงหาคม 2553 17:25:31 น.
Counter : 1256 Pageviews.

6 comment
กว่าจะได้แต่ละ blog ...ช่างยากเย็นเข็ญใจ

บล๊อคนี้แค่อยากจะบ่นๆๆๆไปงั้นแหละ 555
คือ แบบว่า รู้สึกว่า ตั้งแต่มีลูก + ไปทำงาน
มันไม่มีเวลาได้เขียนบล๊อคเล้ยยยย...จริงๆนะ

คือ อยากทำบันทึก + รูป ไว้ให้มิสาดูไง
แล้วก็ อยากแชร์ข้อมูล (อะไรก็ตาม) กับคุณแม่ๆท่านอื่นๆ
เผื่อมันจะเป็นประโยชน์กับเค้าบ้าง
เพราะเรามันก็ชอบไปอ่านเรื่องของคนอื่นเค้าเหมือนกัน
(อ่านด้วยความอยากรู้ และขอความรู้ อิอิ)

ก็พยายามอยากเขียนให้มันละเอียดที่สุด
แต่เริ่มเหนื่อยล่ะ...
ดองไว้หลายตอนจนเป็นดินพอกหางหมู...

เพราะมันไม่มีเวลาจะเขียนเลย
การเขียนบล๊อคๆนึง มันใช้เวลาเยอะมากก
(โดยเฉพาะบล๊อคไปเที่ยว...แต่ว่าตอนไม่มีลูก เขียนได้นะ มีเวลา)
ไหนจะย่อรูป ไหนจะจัดรูป ไหนจะเรียงลำดับความคิดอีก

เวลากลางวัน (จ.-ศ.) ก็ต้องทำงาน
พอกลับบ้านมา ก็เลี้ยงลูก...
กว่าจะเอาลูกเข้านอน 2-3 ทุ่ม
เสร็จแล้ว ถึงจะจัดการธุระส่วนตัว
อาบน้ำ ดูทีวีอะไรนิดหน่อย
ก็ต้องเข้านอนแล้ว เพราะต้องตื่นมาปั๊มนมตอนตี 2

คือ จะทำดึกๆหลังลูกนอน มันก็ไม่ไหว
เพราะกลางดึก มันจะไม่ตื่นเอา
พอเช้า 6 โมง ลูกก็ตื่นแล้ว ก็ต้องมาให้นม
อาบน้ำ กินข้าว...ไปทำงาน

ลองดูเสาร์-อาทิตย์
ก็คือ เช้าตื่นมา...เลี้ยงลูก
กลางวัน...เลี้ยงลูก
เย็น...เลี้ยงลูก
กลางคืน..เอาลูกเข้านอน
แล้วทุกอย่างก็จะเหมือน จ.-ศ. 5555

แล้วจะเอาเวลาไหนไปเขียนฟระ...
เฮ้ออ...

อย่าบอกว่า เสาร์-อาทิตย์...ให้สามีช่วยเลี้ยงสิ
ทำไปแล้วค่ะ ที่เขียนได้ ก็เพราะให้พี่หยี่เลี้ยงนี่ล่ะ
แต่จะรู้สึกผิดมากก
เพราะพอพี่หยี่เลี้ยง...กิ๊กก็จะนั่งอยู่หน้าคอม เล่นเน็ต 555
แล้วก็...เล่นเน็ตมันทั้งวัน..
ลูก เลิก ไม่สนใจ..
อนาถตัวเอง..

อย่างวันธรรมดาที่คุณแม่มาช่วยเลี้ยงมิสา
คุณแม่เค้าก็จะดูมิสาทั้งวันอยู่แล้ว เวลาเราทำงาน
พอเรากลับจากทำงาน คุณแม่ก็จะปล่อยทันที (เราก็เข้าใจ)
ถ้ากิ๊กยังให้คุณแม่ดูอีก..แล้วมาเล่นเน็ต
ก็จะโดนด่า 555
(แต่ถ้า ให้คุณแม่ดู แล้วเราทำธุระอย่างอื่น คุณแม่จะไม่ว่า เพราะมันคือ สิ่งที่ต้องทำ แต่ไม่ใช่ "เล่นเน็ต")

สรุป...นับถือ บรรดาแม่ลูกอ่อนที่มีเวลานั่งเขียนบล๊อคให้ลูกของตัวเองมากๆๆๆๆๆเลย
เอาเวลาที่ไหนไปทำกันคะเนี่ย...

มิสาลูกเอ้ย...
ถ้าได้มาอ่าน ก็ขอให้หนูได้รู้ไว้ว่า
บันทึกของหนูนี้...มันได้มาด้วยความยากลำบากนะลูก
บางบล๊อค ก็อดหลับอดนอน..
อ้อ รูปถ่ายหนูด้วย..แม่ถ่ายอยู่คนเดียว
โดนด่าตลอดว่าจะถ่ายอะไรเยอะแยะ

ไปล่ะ...
เข้ามาบ่นไปงั้นแหละ
แต่สุดท้าย ก็เขียนต่ออยู่ดี 555
สบายใจแระ...มีที่ระบาย อิอิ
แต่อยากให้หนูมีรูปน่ารักๆตอนเด็กไว้ดูนี่นา



Create Date : 04 มิถุนายน 2553
Last Update : 4 มิถุนายน 2553 22:40:27 น.
Counter : 335 Pageviews.

0 comment
แม่ลูกอ่อนเป็นหวัดนี่มันทรมานดีจริงๆ...



แต่ความทรมานที่ว่าไม่ได้เกิดจากอาการไม่สบายนะคะ
มันเกิดจากว่า พอเราไม่สบายแล้ว (โดยเฉพาะเป็นหวัด)
มันทำให้กิ๊กไม่สามารถกอด + หอมมิสาได้เลย
เศร้าคอดๆๆๆๆ


จะว่าไปแล้ว ตั้งแต่ท้องมิสามาเลย
กิ๊กรู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้นเยอะมากๆๆ
หวัดนี่ไม่เคยเป็นเลย ไข้ก็ไม่เป็น
ไม่เป็นหวัดมาปีกว่า อเมซซิ่งมากๆ

กิ๊กเคยคิดว่า เวลาท้อง + ให้นมลูกต้องไม่ป่วย
แต่จะเป็นไปได้ยังไง เราไม่ใช่คนสุขภาพดีขนาดนั้น
แต่ถึงเวลา ก็ไม่ป่วยจริงๆด้วยอ่ะ
ตอนท้องใช้ลาป่วยไป 1 คร้งได้
(แต่ตอนไม่ท้อง อย่าให้ said ลาเป็นว่าเล่น 555 )

อย่างไมเกรน ซึ่งเป็นโรคประจำตัว เป็นเดือนละครั้งได้
พอท้องก็เป็นหนักตอน 3 เดือนแรก (ซึ่งก็ทรมานมาก เพราะกินยาแก้ไมเกรนไม่ได้)
แต่พอพ้น 3 เดือนไป ก็ไม่เคยเป็นไมเกรนอีกเลย
เคยคิดอีกเหมือนกันว่า ถ้าปวดไมเกรนตอนท้องต้องแย่แน่ๆ
เพราะมันจะปวดแบบทรมานมากๆ
แล้วแค่ยาพาราฯมันเอาไม่อยู่
แต่ไปๆมาๆ มันก็ไม่ปวดเลยซะงั้น
จนมาถึงตอนนี้ เกือบปีแล้ว..
เหมือนว่า มันหายแล้ว ซะงั้นแหละ...

แต่โรคประจำที่เป็นบ่อยมากๆ
ก็ยังคงเป็นอยู่บ้าง นั่นก็คือ เจ็บคอก่อนท้อง เจ็บกันจนเป็นเพื่อนกันไปแล้ว
ยา amoxil จิ๊บๆนี่เอาไม่อยู่แล้วนะคะ
มันดื้อยาไปแล้ว ต้องกินแบบแรงๆ หลายๆวัน
แต่พอท้อง ก็เจ็บคอแรงๆแค่ครั้งเดียวเองมั๊ง (น่าดีใจแล้วนะ)


จำได้ว่า ครั้งที่รุนแรงที่สุดในชีวิต
ก็ตอนก่อนจะรู้ว่าท้องนั่นแหละ
กินยาไป 3 ขนาน เพราะไปหาหมอถึง 3 ครั้ง (2 รพ.)
หายได้ไม่ถึงอาทิตย์...ก็ตรวจว่า ตั้งครรภ์
ตอนนั้นจิตตกมากมาย
กลัวว่ายาที่กินไป จะมีผลอะไรกับลูก
(แต่จริงๆก็ไม่มีผลอะไร เพราะตัวอ่อนกำลังเดินทางมาฝังที่มดลูก
เพราะฉะนั้น เลือดแม่ยังไม่ได้ผสมอะไรกับเลือดลูก
ก็เลยไม่มีผลกระทบอะไรเลย)


กิ๊กคิดว่าที่ร่างกายเราแข็งแรงดี
ส่วนนึง (น่าจะส่วนใหญ่) มาจาก เราดูแลตัวเองดี
กินอาหารที่มีประโยชน์ กินครบ 5 หมู่
ผัก ผลไม้ ไม่เคยขาด...
ดื่มน้ำเยอะ..ออกกำลังตามสมควร
มันก็เลยทำให้เราแข็งแรงขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งยา

จากนั้น หลังคลอดมา ... ช่วงให้นมมิสา
ก็ยังคงแข็งแรงดีเหมือนเดิม
ไม่เจ็บไม่ป่วย...ไม่เป็นหวัด ไม่เป็นไมเกรน ไม่เจ็บคอ
แต่มีข้อมือเดี๊ยงเพราะอุ้มมิสา ตอนมิสาได้ 3 เดือน 555

แต่อยู่ดีๆ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา..
ก็เจ็บคอซะได้...เจ็บแบบรุนแรงเลยนะ
ตอนแรกก็ยังชิลล์ ชิลล์...กินยาแล้วก็คิดว่าคงไม่เป็นไร
เพราะยาก็ถามหมอแล้วว่าสามารถให้นมได้

คือ ถ้าแค่เจ็บคอ มันจะไม่มีปัญหาอะไรเลยย
แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า เจ็บไป เจ็บมา...
ร่างกายคงอ่อนแอไปหน่อย..
ก็ดันมีน้ำมูกตามมาด้วย...ด้วยสาเหตุอะไรไม่ทราบได้
(แต่คิดว่า ถูกพัดลมที่บ้านเป่านี่แหละ เพราะหมอห้ามไม่ให้ถูกลม)

เอาล่ะสิ...กลายเป็น "หวัด" เต็มรูปแบบ
ซึ่งไม่เคยเป็นมาเป็นปี..

ทำให้กิ๊กไม่สามารถใกล้ชิดมิสาได้
เวลาให้นม ก็เอาผ้าปิดปากเอา..
แต่ก็ไม่สามารถเลี้ยงมิสาได้
อุ้มไม่ได้...กอดไม่ได้...หอมไม่ได้..เล่นด้วยไม่ได้
(คือ มันก็กลัวติดอ่ะนะ เลยไม่กล้าไปหมด)
ทรมานมากๆๆๆๆๆ
เวลาอยากหอมเค้า ก็จะไปหอมตรงเท้าเค้า
แล้วก็บอกว่า...แม่หอมได้แค่นี้นะลูก

แล้วอีกอย่าง...พอเป็นหวัด เราก็ต้องเช็ดน้ำมูกบ่อยๆ
ทีนี้มือมันก็เลยต้องล้างบ่อยๆด้วย
เรียกว่า ล้างกันจนมือเปื่อยเลยอ่ะ
เช็ดน้ำมูกที...ล้างที 555
เรียกว่า ป้องกันสุดฤทธิ์

ไม่อยากให้มิสาไม่สบายด้วย
จะโกรธตัวเองมากเลย ถ้าเป็นอย่างงั้น
เพราะมิสาเองเค้าก็แข็งแรงมาตลอด
5 เดือนแล้ว ยังไม่เคยป่วยเลย
กิ๊กคิดว่า นมแม่ก็คงมีส่วนสำคัญ
อุตส่าห์ให้นมแม่กับเค้า เผื่อเค้าจะได้มีภูมิต้านทาน
แต่ตัวเอง เอาหวัดมาติดลูกซะเอง จะรู้สึกแย่มาก...


แล้วแบบ...ลาป่วยมาอยู่บ้าน
แต่เลี้ยงลูกไม่ได้นี่..ทรมานนะ
แถมกลัวติดลูกอีก
เลยไปทำงานดีกว่า 555

แต่ ณ วันนี้ มิสาก็ยังไม่ติดหวัดจากกิ๊กนะ Smiley
ต้องคอยดูต่อไปว่า จนกิ๊กหายหวัด + เจ็บคอ
มิสาจะแข็งแรงได้ตลอดรอดฝั่งรึป่าว 555

สู้ๆๆๆนะ..มิสาลูกแม่



Create Date : 04 มิถุนายน 2553
Last Update : 4 มิถุนายน 2553 22:06:37 น.
Counter : 5313 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  

Beauty & Bambi
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]



นิยามตัวเองได้ว่า เป็นคนชอบ เที่ยว กิน ช๊อป ค่ะ...แต่ตอนนี้มีเจ้าตัวน้อยแล้วค่ะ อาจจะไม่ค่อยได้อัพเรื่องเที่ยวบ่อยๆ เพราะลูกยังเล็กอยู่...ส่วนใหญ่ตอนนี้ก็จะอัพเรื่องลูกซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ^_^

*** เราไม่ค่อยได้เข้ามาเช็คที่ blog เท่าไร่ ถ้าเพื่อนๆอ่านแล้วมีคำถาม รบกวนถามมาทางหลังไมค์ หรือ อีเมลล์เลยนะคะ (ดูอีเมลล์จาก profile ได้ค่ะ) เรายินดีตอบทันทีค่ะ แต่ถ้ามาทิ้งคำถามไว้ที่ blog มันอาจจะนานกว่าเราจะมาอ่านเจออ่ะค่ะ ***
New Comments