Pink moss in Hokkaido # day 3 ...15-20/5/09
Day 3 - ออกเดินทางจาก Monbetsu ไปยังสวน Kamiyubetsu เพื่อชมทุ่งดอกทิวลิป
















จากนั้นเดินทางไปสวน Mokotoyama ชม Pink moss ทุ่งที่ 2 ซึ่งทุ่งนี้ใหญ่กว่าทุ่งแรก และมีสัญลักษณ์เป็น pink moss (ทำเป็น)รูปวัว
















คืนนี้ไปพักรร.ใน Sapporo




Create Date : 13 มีนาคม 2553
Last Update : 14 มีนาคม 2553 13:36:58 น.
Counter : 1118 Pageviews.

0 comment
Pink moss in Hokkaido # day 1-2 ..15-20/5/09
ทริปนี้เป็นทริปที่พี่หยี่กับพี่ชายพี่หยี่ตั้งใจจะพาหม่าม๊าไปเที่ยวดู pink moss ที่ฮอกไกโดค่ะ ไปกันทั้งหมด 4 คน เช่ารถขับ 1 คัน กำลังพอดี สบายๆ

จริงๆแพลนทริปล่วงหน้าได้ 2 เดือน แต่ก่อนไป 3 วัน ก็มารู้ตัวว่าท้องได้ 5 สัปดาห์ 5555 แต่ก็แบบว่าจะไปอ่ะ...คุณหมอเลยบอกว่า ระวังๆละกัน อย่าเดินเยอะ...ซึ่งพี่หยี่กะกิ๊กก็คิดว่าโอเค เพราะว่าเราเช่ารถขับกันเองอยู่แล้ว แล้วก็ไปกับหม่าม๊าด้วย น่าจะเป็นทริปกินดี อยู่ดี สบายๆ ไม่สมบุกสมบันมากอยู่แล้ว อิอิ

เนื่องด้วย รีวิวนี้มาทำย้อนหลังเกือบปี เพราะหลังจากกลับมาจากญี่ปุ่น ก็แพ้ท้อง ไม่มีอารมณ์ทำอะไรทั้งนั้น พอหายแพ้ ก็มัวแต่เห่อที่ท้อง 555 เลยไม่ได้ทำรีวิวเลย เพิ่งมามีเวลาทำตอนนี้ (มีนา 2010) เพราะเป็นช่วง maternity leave เลยว่างจัด อิอิ...เพราะฉะนั้น เลยใส่แต่รูปอย่างเดียวละกัน ไม่ได้รีวิวละเอียดนะคะ เอาไว้ดูเป็นไอเดียเฉยๆพอ เพราะคงช่วยใครๆวางแผนอะไรไม่ได้ เนื่องจากจำรายละเอียดต่างๆไม่ได้แล้วเด้ออ..

ทริปนี้ไปกันทั้งหมด 8 วันนะคะ แต่ว่าอยู่ที่ฮอคไกโดจริงๆ 5 วัน แล้วไปต่อที่โตเกียวอีก 3 วัน (กิ๊กกับพี่หยี่ไปแค่ฮอคไกโดแล้วกลับก่อน ส่วนหม่าม๊าและพี่ชายพี่หยี่เที่ยวโตเกียวกันต่อ)

Day 1 - ออกเดินทางจาก กรุงเทพ ไป Osaka เครื่องออก เกือบเที่ยงคืน ไปถึง Osaka ก็ 7.30 ของวันรุ่งขึ้น

ที่สุวรรณภูมิ...ใส่หน้ากากกัน 2 คน เพราะตอนนั้นไข้หวัด 2009 เริ่มมานิดๆล่ะ แล้วก็กิ๊กท้องด้วย เลยต้องป้องกันไว้ก่อน




Day 2 - ต่อเครื่องภายในประเทศจาก Osaka ไปยัง Asahikawa รับรถเช่าที่นี่ และขับไปชม Pink moss ทุ่งแรกที่ Takinoue Park จากนั้นขับไปพักค้างคืนที่ Monbetsu ที่รร. Monbetsu Central Hotel























มีเรื่องโชคดีเล็กน้อย คือ ตอนที่ได้ห้องที่รร. monbetsu ห้องที่ได้มันมีกลิ่นบุหรี่แรงมากๆๆๆ แล้วกิ๊กท้องอยู่ ก็เลยไปขอพนักงานเค้าเปลี่ยนห้อง ตอนแรกเค้าก็ไม่ยอม ตื้อยังไงก็ไม่ยอม ก็ไม่รู้เพราะอะไร เราก็ให้เหตุผลเค้าไปว่าคนท้องนะ งู๊นงี้ แต่พอดีพี่ชายพี่หยี่พูดญี่ปุ่นได้ (เคยเรียนที่นี่ 1 ปี) เลยช่วยพูดให้ เค้าก็เลยยอม ...พอไปถึงห้อง ถึงรุ้ว่าทำไมเค้าถึงไม่อยากให้ห้อง non-smoking เพราะมันเป็นห้อง suite ที่ดีที่สุด (อยู่บนสุด กลางสุด เป็นวิวดีสุด เหอ เหอ) ของรร. ซึ่งมันคงแพงอ่ะ...แต่ก็เอาน่า คืนนั้นมันว่าง ก็ถือว่าทำบุญให้คนท้องละกัน อิอิ






Create Date : 13 มีนาคม 2553
Last Update : 14 มีนาคม 2553 13:37:22 น.
Counter : 1097 Pageviews.

1 comment
Mini Trip in Hong Kong - Macau...19-21/3/09
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม ถึงตั้งชื่อทริปนี้เป็น มินิทริป..เพราะจริงๆ ทริปนี้ก็ไป 3 วัน 2 คืน ระยะเวลาเท่ากับทริปฮ่องกงทั่วๆไป 555 แต่ความรู้สึกมันเหมือนกับว่า ไปกันแบบ chill chill ไม่ได้เที่ยวไรมากมาย เน้นช๊อปปิ้งมากกว่า

ซึ่งปีนี้ก็เป็นปีที่ 4 แล้ว ที่เราไปฮ่องกงติดต่อกัน..เหมือนรวยเลยเนอะ ไปช๊อปปิ้งฮ่องกงทุกปี หุ หุ แต่จริงๆ ป่าวหรอก พอดีทริปนี้ คุณพ่อของสามีเป็น sponsor ให้..ท่านจะไปมาเก๊าอยู่แล้ว ก็เลยชวนไปด้วย พอดีกับคุณสามี ยังไม่เคยไป Venetian (แต่เราเคยไปกะเดอะแกงค์แล้ว) ก็เลยไปกัน


โปรแกรมก็ไม่มีไรมากก...วันแรก ไปถึงฮ่องกง ก็เข้าที่พัก Langham hotel นับเป็นครั้งแรกที่ได้พักรร.ดีๆในฮ่องกง 555 (ปกติ ซื้อแพคเกจ ราคาประหยัดไป ก็จะได้ที่พักแค่ 3-4 ดาว) เอาไว้มีเวลา ก็จะรีวิวใน stay in my style นะจ๊ะ....เดินเล่นแถวรร.แหละ เพราะเป็นแหล่งช๊อปปิ้งเลย Mogkok กับ Nathan

วันรุ่งขึ้น ก็เดินทาง ข้ามเรือเฟอรี่ ไปมาเก๊า เข้าพักที่ Venetian .. ก็ไปเดินเล่นแถวๆ Senado Square

ส่วนวันสุดท้าย ก็เดินทางกลับมาฮ่องกงแต่เช้า...ช๊อปปิ้งต่อ อีกหน่อย และแวะไปหาครอบครัวพี่สาวคุณสามี (แต่งงานกะคนฮ่องกง) พี่เค้าก็พาไปทานหมูแดงเจ้าอร่อย และก็เดินทางกับกทม.

คราวนี้ไม่ได้พกขาตั้งกล้องไป ส่วนใหญ่เลยถ่ายแต่รูปเดี่ยว...รูปคู่ ก็ใช้วิธียื่นมือออกไป ถ่ายกันเอง หนุกหนานดีเหมือนกัน (ทำให้หน้าดูเรียวเล็กดีด้วยนะ อิอิ)...ดูรูปกันเลยดีกว่า มีแต่รูปวันที่ 2 วันเดียว

เริ่มจากถ่ายรูปเล่นใน Venetian











จากนั้น ก็นั่งรถ shuttle bus ของ รร. เข้าเมือง ไปยัง รร. Sand แล้วก็แวะเดินเล่นแถวๆ Fisherman's Wharf

ที่นี่ใหญ่โตมากมายย..มีทำเป็นเหมือนเมืองเล็กๆ ให้เดินช๊อปปิ้ง มีการจำลองสิ่งก่อสร้างๆสำคัญๆจากประเทศต่างๆ เช่น โคลอสเซียม ฯลฯ แต่แปลกใจมากก ที่ไม่ค่อยมีคนเลยค่ะ คนดูบางตา โหรงเหรงมากๆ ไม่รู้จะไปรอดมั้ย







รูปนี้ไม่ได้อยู่ที่อิตาลีนะจ๊ะ ... อิอิ



จากนั้นก็ไปเดินเล่น ที่ Senado Square ค่ะ...ก็ดูโบสถ์กับซากประตูเซนต์พอล







ระหว่างรอแท๊กซี่ เนื่องจากเดินกันไม่ไหวแล้ว...คุณสามีก็เกิดอาการอย่างงี้ อิอิ



แล้วพบกันใหม่ทริปหน้านะคะ...






Create Date : 28 เมษายน 2552
Last Update : 30 เมษายน 2552 16:03:45 น.
Counter : 510 Pageviews.

1 comment
Swiss Trip Day 1 : Zurich - Stein Am Rhein - Rheinfall
ในที่สุด เรา 2 คน ก็เดินทางมาถึงสวิส ดินแดนในฝันของหลายๆคน (รวมถึงของเราด้วย) อีก 10 วันต่อไปนี้ เราต้องลุยกันแบบสุดๆ กระเป๋า 2 ใบ..พร้อม..



สำหรับโปรแกรมวันแรกนี้ เราตามรอยหนังสือเที่ยวไม่ง้อทัวร์ ของคุณมดเอ็กซ์เลยค่ะ (แต่เป็น day 2 ในหนังสือนะคะ เพราะ เราตัดโปรแกรมเที่ยว Zurich ในวันแรกออกไป เนื่องจากเราไม่สนใจอ่าค่ะ) เครื่องลงที่ Zurich ตอนเช้าๆ ซัก 7 โมงได้ เอากระเป๋าเสร็จ ก็นั่งรถไฟไป Zurich HB เพื่อเตรียมตัวนั่งรถไฟ ไปเมือง Stein Am Rhein ค่ะ...หาที่รับฝากกระเป๋าเรียบร้อย ก่อนไปต่อ ขอออกมาเดินเล่น สูดอากาศ หน้าสถานีรถไฟซะหน่อย



เดินเล่น ซื้ออะไรกินเล้กน้อย ก็กลับไปที่สถานีค่ะ...รถไฟจะไป Stein Am Rhein ต้องไปเปลี่ยนขบวนที่เมือง winterthur แต่ด้วยความผิดพลาด (และรีบร้อน) ไม่รู้ดูป้ายยังไง มันมีรถไฟ 2 ขบวน ออกเวลาใกล้ๆกันแค่ 2-3 นาที (ละเอียดมาก) แล้วเราดันขึ้นผิดขบวนไป ทำให้ขบวนที่เราไปนั้น มันอ้อมกว่าอีกขบวนนึง...ตอนแรกนั่งไปเรื่อยๆ ยังไม่รู้ แต่ดูแล้ว เอ๊ะ ทำไมมันคลาดเคลื่อนจากในหนังสือจัง 555 แต่ก็ไม่เป็นไร ครั้งแรกก็โดนซะแร้วว อิอิ

ถึง winterthur อดไม่ได้ที่จะไปเดินเล่นเล็กน้อย แล้วก็อดไม่ได้ที่จะลองชิม kebab เห็นเค้าทำร้อน คนกินเยอะเชียว...มันน่ากินอ่ะ



คราวนี้ รถไฟที่จะวิ่งไปยัง Stein Am Rhein เป็นรถไฟใหม่ ชื่อ Thurbo ออกแบบได้น่านั่งมากๆ สีสัน น่ารักดี



ภายในกว้างขวาง น่านั่ง...ถ้าสังเกตให้ดี รถไฟของสวิสทุกขบวน หน้าต่างจะบานใหญ่มากก แบบว่า ให้ชมวิวกันชัดๆไปเลย (ก็วิวเค้าสวยอ่ะ)



ไปถึงเมือง Stein Am Rhein ซึ่งจริงๆแล้วตามหนังสือฯ ต้องมีเวลาได้นั่งเล่น chill chill ที่เมืองนี้เป็นชม. แต่เนื่องจาก รถไฟที่เรานั่ง มันอ้อม ทำให้เสียเวลาไปนิด เลยไม่มีเวลา chill มากมาย แต่ก็มีเวลาเดินเล่นถ่ายรูป พอได้อยู่นะ อิอิ





และที่จะต้องไม่พลาด คือ การกินเครปที่ร้าน Le p'tite ตามที่หนังสือฯแนะนำ 5555





หลังจากได้เครปเรียบร้อย เราก็เดินไปขึ้นเรือกันค่ะ เรือนี้จะล่องแม่น้ำ Rhein ไปยังเมือง Schaffhausen ค่ะ...

วิวสวยๆ 2 ข้างทาง...



และบนเรือนี้เอง ที่เราได้เจอสาวไทย 2 ท่าน ซึ่งตอนแรก ก็ยังไม่แน่ใจว่าใช่รึป่าว แต่พอมองไปที่โต๊ะ ก็เจอจานเครป (เหมือนกับของเราเด๊ะ) วางอยู่ เลยมั่นใจได้เลยว่า ใช่แน่ 555 แถมยังมีหนังสือ เที่ยวไม่ง้อทัวร์เหมือนกันอีก เรียกว่า ตามรอยเล่มเดียวกันมาเลย ก็เลยทักทายกัน และผลัดกันถ่ายรูป ขำดี

บรรยากาศบนเรือ ก็สบายๆดีค่ะ นั่ง chill chill คุณสาซื้อเบียร์มานั่งดื่มแก้วนึง เพลินๆ...









นั่งเรือเพลินๆ ประมาณ 1 ชม. นิดๆ ก็ถึงเมือง Schaffhausen ค่ะ...ร่ำลา 2 สาวแล้ว (ซึ่งคิดว่าคืนนี้ก็อาจจะเจอกันอีก เพราะพักที่ YHA Zurich เหมือนกัน 555) เดินเท้าต่อไปยังป้อม Munot ค่ะ

ป้ายทางเข้าป้อม เล้กนิดเดียว เป็นตรอกแคบๆด้วย ...ถ้าไม่สังเกตดีๆ นี่จะไม่เห็นเลยค่ะ



ทางเดินขึ้น ก้โหดไม่ใช่เล่นนะคะ เหอ เหอ (เอาน่า อดทนหน่อย เพื่อวิวสวยๆ)



เริ่มเห็นแวว วิวสวยๆแล้วนะคะ



พอขึ้นไปถึงด้านบน...ก็หายเหนื่อยค่ะ วิวสวยมากๆๆๆ เห็นวิวเมือง Schaffhausen แบบพาโนรามาเลย



จากนั้นก็เดินชมป้อมด้านใน มันจะเป็นห้องมืดๆ แต่ใหญ่ทีเดียวค่ะ แล้วก็มีพวกปืนใหญ่อะไรพวกนี้





จากนั้นก็เดินลง ซึ่งทางเดินลง จะเป็นคนละทางกับขาขึ้นนะคะ ผ่านไร่องุ่น 2 ข้างทาง สวยดีเหมือนกัน



ลงมาด้านล่าง เราก็ได้เดินเล่นชมเมืองเก่าของ Schaffhausen อีกเล็กน้อย ก็นั่งรถเมล์สาย 1 เพื่อไปชมน้ำตกไรน์กันค่ะ

พอลงรถเมล์ ก็จะมีรูปรอยเท้าสีเหลือง นำทางเราไปยังน้ำตกค่ะ เรียกว่า เดินได้ ไม่มีหลงค่ะ...(แอบชอบไอเดียนี้มากๆ)



เดินไม่ทันเหนื่อย ก็มาถึง น้ำตกไรน์ ค่ะ...เราเองเคยมาเมื่อซัก 10 ปีที่แล้ว มากับทัวร์ รถทัวร์เค้าก็จอด ให้วิ่งลงมาถ่ายรูป ตอนนั้น จำได้ว่าก็รู้สึกว่ามันใหญ่มากแล้วนะ แต่ตราวนี้ ได้มาแบบใกล้ชิดจริงๆ ยิ่งรู้สึกว่ามันใหญ่มากกว่าเดิมอีก เสียงน้ำตกนี่ดังสนั่นไปหมด



และเนื่องจากเป็นความตั้งใจของเราตั้งกะสมัยมากับทัวร์ แต่ไม่มีเวลาได้นั่งเรือไปที่เกาะกลางน้ำตก มาคราวนี้จะะต้องได้นั่งเรือไปที่เกาะกลางของน้ำตกให้ได้...ก็จัดการซื้อตั๋ว 2 คน...



เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูประหว่างนั่งเรือ เพราะกลัวว่ากล้องจะเปียก เนื่องจากเรือต้องเข้าไปจอดใกล้ๆกับเกาะกลาง ซึ่งมีคลื่นน้ำตก (ขอเรียกว่าคลื่นเลยนะ) ใหญ่มากก ตอนแรกเรายังนึกว่า เรือคงโคลง ต้องได้มีกรี๊ดกร๊าดกันแน่...แต่ก็เปล่าเลยนะ มีแค่ละอองน้ำตกกระเซ็นมาเท่านั้น เนื่องจากคนขับเรือ เค้ารู้ทิศของกระแสน้ำจากน้ำตกดี ทำให้เรือไม่โคลงเลย

จะว่าไป คนสร้างก็ช่างคิดเหลือเกิน เกาะกลางน้ำตก สูงก็สูง บนยอด ก็มีที่นิดเดียว น่าหวาดเสียวจะตาย ยังอุตส่าห์ไปสร้างจุดถ่ายรูป แถมติดธงสวิส ถูกใจนักท่องเที่ยวเป็นที่สุด...แต่อยากบอกว่า ขึ้นมาตรงนี้ คุ้มจริงๆนะคะ เพราะคุณจะได้สัมผัสกับน้ำตกอย่างใกล้ชิดจริงๆ เห็นถึงความยิ่งใหญ่ อลังการของน้ำตกค่ะ



มองลงไปเห็นกระแสน้ำของน้ำตกกระจายใหญ่มากๆ



แต่เนื่องจากคนเยอะ แทบจะทะลักออกมาจากยอด 555 (น่ากัวจริง) เราอยู่ได้แป๊บเดียวก็ต้องลงค่ะ ให้โอกาสคนอื่นได้ขึ้นมาชมความงาม และความยิ่งใหญ่ของน้ำตกบ้าง

เบียดเสียดคน ถ่ายรูปให้ติดธงซะหน่อย 555




ถ่ายรูปกับน้ำตกอย่างใกล้ชิด



ได้เวลาลงแล้ว...ขาสั่นกว่าขาขึ้นนะ 555



จากนั้น เรือก็พาเราไปลงอีกฝั่งนึงของน้ำตกค่ะ ซึ่งฝั่งนี้จะมีปราสาทโบราณให้เข้าชมด้วย...แต่เราขอบายค่ะ เพราะรู้สึกเหนื่อย + หิวด้วย ก็เลยตัดสินใจรอรถไฟ นั่งกลับไปที่เมือง Schaffhausen และกลับ Zurich ค่ะ

กลับไปถึง Zurich ก้หาไรกินดีกว่า หิวสุดๆแล้ว..ซึ่งได้ร้านแนะนำมาจากหนังสือคุณมดอีกนั่นล่ะ ...Zeughauskeller ค่ะ..อยู่ในซอยนี้ เห็นแค่หน้าร้านก็รู้ว่าเป็นที่นิยมจริงๆ เหอ เหอ



บรรยากาศภายในร้าน ก็คนเยอะเลยทีเดียวค่ะ เหมือนกับว่าคนสวิสเองก็มากินที่นี่กัน



อาหารก็ใช้ได้เลยค่ะ (ราคาก็ใช้ได้ด้วย 555) แตก็ปริมาณเยอะนะ...เราสั่งมาแค่ สลัดกับไส้กรอก ก็ทานกัน 2 คนแทบไม่หมดค่ะ



อิ่มเรียบร้อย เราก็กลับไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่ล๊อกเกอร์สถานีรถไฟค่ะ แล้วก็นั่งรถเมล์ + เดินเท้า ไปยังที่พักของเราคืนนี้



หมดไปแล้วสำหรับวันแรกที่สวิสของเราค่ะ เหนื่อย + เมื่อยขาสุดๆ 555 เห็นแววแล้วว่า ขาจะต้องทำงานมากแค่ไหนสำหรับทริปนี้

ติดตามต่อ วันพรุ่งนี้นะคะ



Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 5 พฤษภาคม 2553 18:21:18 น.
Counter : 3388 Pageviews.

7 comment
Happy trip..Happy time in Korea ...10-15/4/08
สำหรับทริปเกาหลีนี้ เกิดขึ้นจากการอยากใช้วันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ของพี่หยี่ให้คุ้ม แต่ไอ้เราเองก็ดันหยุดได้แค่ 5 วัน เดินหาทริปจนเมื่อยจากงานท่องเที่ยว ก็มาสรุปลงตัวที่ไปเกาหลีดีกว่า เพราะหยุดยาวทั้งที อยากไปต่างประเทศ อิอิ แล้วก็ราคาไม่แพงมาก (ต้องเก็บเงินไว้ไปถลุงอีก 10 วันที่สวิสอีก) ประกอบกับขี้เกียจเที่ยวแบบไปเองแล้ว เนื่องจากยังวุ่นวายกับทริปสวิสอยู่ และอีกอย่างไปช่วงสงกรานต์ ตั๋วก็คงเต็มหมดถ้าจองเอง ก็เลย..เอาะวะ...ไปกะทัวร์นี่แหละ เดินหาในงาน ในที่สุด พี่หยี่ก็เลือกได้ของ มาร์โค ซึ่งได้วันไปพอดีเด๊ะ เราไม่ต้องหยุดเพิ่ม โดยเลือกเอาโปรแกรมที่เที่ยวธรรมชาติ + ช๊อปปิ้งเป็นหลัก (วัฒนธรรมอะไรไม่สนฮ่ะ 555)

ก่อนไป ก็ไม่ได้หาข้อมูลอะไรเลย (ซึ่งผิดวิสัยเป็นอย่างมากสำหรับอิชั้น) เพราะยุ่งงาน ยุ่งทริปสวิส แต่ที่ยังไงก็ไม่พลาด ก็คือ เข้าไป search หา รีวิวพวกเครื่องสำอางค์เกาหลี 555 อันได้แก่ Etude และ skinfood หมายหมั้นปั้นมือมากๆ...

และเนื่องจากไปช่วงสงกรานต์ และไปแบบขัดตาทัพ ก็เลยไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เอาหนุกๆ ไปช๊อป กะไปถ่ายรูปกะทิวลิปพอ ซึ่งก็คิดว่า สวนทิวลิปคงมีแต่หัวคน(ไทย)แน่ๆ เหอ เหอ...ก่อนไป 2 วัน เพิ่งได้ fax โปรแกรมล่าสุดมาให้ ปรากฎอะไรสับเปลี่ยนไปหมด รร.ก็ไมได้โซฟิเทล 2 คืน เหมือนแต่แรก ให้ไปพัก Lotte world อะไรก็ไม่รู้ แต่ก็ขี้เกียจ complain อะไรแล้ว เนื่องจากไม่มีเวลา

แต่พอไปถึงจริงๆ โปรแกรมต่างๆก็โดนเปลี่ยนอีกแหละ (ตามความเหมาะสมของไกด์)...ต๊าย ตาย เสื้อผ้าชั้น จัดมาแบบถูกวันเป๊ะๆ (เตรียมตัวถ่ายรูป)...เฮ้ออ ขี้เกียจคิดมาก มากะทัวร์นี่เนอะ ต้องทำใจ...แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ต้องนับถือคุณไกด์(ไทย)เค้าเลยนะ สลับสับเปลี่ยนก็จริง แต่ทุกอย่างลงตัวหมด ดีกว่าโปรแกรมเดิมซะอีก อย่างงี้ต้องยกความดีความชอบให้ อิอิ...เอาล่ะ มาดูโปรแกรมที่ได้ไปจริงๆดีกว่า

วันแรก - KBS studio - บลูเฮ้าส์ - พระราชวังเคียงบ๊อกซ์ - พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน - ช๊อปปิ้งทงแดมุน - ปิดท้ายด้วยดูการแสดง Nanta show - พัก รร.โซฟิเทล



















วันนี้จริงๆแล้วโปรแกรมโอเคเลยนะ ดูเหมือนจะเยอะและอัด แต่เอาเข้าจริงๆก็ไปได้เรื่อยๆ ที่ทงแดมุน มีเวลาเกือบ 2 ชม. ตอนแรกนึกว่าจะไม่พอ ปรากฏเหลือๆ เพราะพอเห็นราคาแล้ว ก็ไม่ได้ถูกเลย เสื้อผ้าสวยๆทั้งนั้น ยอมรับ แต่ราคาก็ 3-4 หมื่นวอนอัพ (ก็คือ เป็นพันขึ้นไป) ก็เลยคิดว่ากลับไปซื้อเมืองไทยจะถูกกว่า 555 ส่วน Nanta show เป็นการแสดงเคาะพวกอุปกรณ์เครื่องครัว นึกว่าจะหลับ แต่จริงๆก็สนุกดี เค้าเล่นได้ไม่น่าเบื่อ และต้องชมว่าคนเล่นนี่เก่งจริงๆ แต่วันนี้เสียอย่างเดียวคือ เมื่อคืนนอนบนเครือ่งไม่ถึง 5 ชม.ดี มันก็เลยออกเพลียๆไปหน่อย (เครื่องลงเช้า ก็เที่ยวต่อเลย)

วันที่ 2 - เกาะนามิ -อุทยานแห่งชาติโซรักซาน - วัดนักซาน - พัก รร. Kensington Flora





















วันนี้ไปเกาะนามิตั้งกะเช้า อากาศดีมากๆๆ เย็นๆ (ใส่ได้ครบเซ็ตที่เตรียมไป 555) แล้วก็มีหมอกๆ แถมไปถึงคนยังไม่เยอะ (ไปถึงกรุ๊ปแรกเลยอ่ะ) โอ๊ยย..บรรยากาศสุดจะบรรยาย ชอบมากๆ แต่พอให้หลังซัก ชม. นี่คนเพียบแล้วนะคะ แต่ก็โอเค เพราะเราก็ถ่ายรูปไปเยอะแล้ว 555 ช่วงบ่ายๆก็ไปอุทยาน ก็โอเคสวยดีเป็นธรรมชาติๆ

วันที่ 3 - สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ - เย็นๆช๊อปปิ้งที่เมียงดง - พัก Lotte World hotel





















ได้ใช้เวลาเต็มๆที่เอเวอร์แลนด์ ตอนแรกคิดว่าไม่มีอะไร ทำไมให้อยู่เกือบทั้งวัน (ไปถึง 10 โมงกว่า กลับ 4 โมงเย็น) แต่เอาเข้าจริงๆเอเวอร์แลนด์ ใหญ่มาก มีอะไรมากกว่าที่คิด เป็นสวนสนุกที่น่าไปแห่งนึงเลยทีเดียว (เราว่าก็พอๆกับดีสนีย์แลนด์นะ ใหญ่กว่าที่ฮ่องกงดีสนีย์อีก) และที่สำคัญ สวนทิวลิปสวยมากๆๆๆๆ ไปถึงกรุ๊ปแรกๆเช่นเคย ก็เลยถ่ายรูปทิวลิปซะเพลินเลย ไม่ได้มีหัวคนยั๊วะเยี้ยอย่างที่คิด อิอิ ตกเย็น ก็ไปช๊อปปิ้งที่เมียงดง ได้ Etude กับ skinfood มาพอสมควร ส่วนเสื้อผ้า ก็ไม่ได้ซื้อเลยแหละ มีเวลา 2 ชม.ที่นี่ แต่ก็เหลือๆนะ เพราะพอช๊อปคสอ.ก่อนแล้ว อย่างอื่นก็แค่ window shopping

วันที่ 4 - ช๊อปปิ้งโสม + อเมทิส (แต่ไม่ได้ซื้อซักอย่าง 555) - ดิวตี้ฟรี - ช๊อปปิ้งอิเทวอน - ชีอปมาม่า + สาหร่าย - กลับกทม.



วันนี้เป็นวันช๊อปปิ้งเลย ลุยมันหลายที่มากๆ แต่ก็โอเคอีกน่ะแหละ คือ แต่ละที่ก็ไม่ได้ให้อยู่นาน หรือน้อยเกินไป 2 ที่แรกอิชั้นไม่ซื้อเลย (เพราะไม่ใช่ที่ของเรา 555) แต่อีก 3 ที่หลังได้ของมาพอควรค่ะ แต่จริงๆ อิเทวอน ก็ไม่ค่อยมีอะไรนะ เป็นพวกของก๊อป แต่ว่ามันเป็นก๊อปแบบไม่ค่อยเหมือนอ่ะ ไม่ใช่เกรด AA หรือ AAA ก็เลยไม่สน 555 ไกด์บอกว่า พวกของดีๆเค้าจะไม่เอามาโชว์ ต้องถามเค้าเอา แต่เราก็ถามแล้วนะ เค้าก็ว่ามีเท่าหน้าร้านนี่แหละ เลยไม่ได้อะไรเท่าไร่

เอาล่ะ มาสรุปกันเป็นข้อๆเลยดีกว่า

บรรยากาศ - ขอบอกว่าชอบเกาหลีมากๆๆๆ ติดใจจริงๆ ที่สำคัญช่วงที่ไป ซากุระบานเต็มเมืองเลยอ่ะ สวยมากๆๆ ไม่ได้คาดหวังมาก่อน แต่เห็นเต็มไปหมด ทุกๆที่ ตามถนน รายทาง บนเขา โอ๊ย เยอะแยะ แฮปปี้มากๆ ตอนไปญี่ปุ่น (เพื่อดูซากุระจริงๆ) ต้องลุ้นแทบตายว่าซากุระยังมีรึป่าว แต่นี่ไม่ต้องเลย เต็มไปหมด สวยมากๆ แถมอากาศก็ดีตลอด เย็นสบายๆ ไม่หนาวมากจนทรมาน แล้วก็ไม่ร้อนจนเหงื่อไหลไคลย้อย สรุปได้ใจไปเต็มๆ อยากกลับไปอีก คราวนี้จะไปช่วงฤดูใบไม้ร่วงดีกว่า

อาหาร - อร่อยทุกมื้อ (เว้นมื้อ seafood) เป็นอาหารเกาหลีหมด กินอิ่มสุดๆตลอด พี่หยี่พุงพลุ้ยขึ้นมาทันตาเห็น 555 เสียดายที่ไมได้ทานเนื้อย่าง T_T เพราะทัวร์เค้าไม่จัดให้ เนื่องจากคนไทยไม่กินเนื้อเยอะ ก็เข้าใจ...เข้าใจ

ที่พัก - รร.โซฟิเทล ก็โอเคอยู่แล้ว แต่ Lotte world นี่ต้องบอกว่า ดีมากๆๆๆ ดีกว่า โซฟิเทลเยอะเลย จากตอนแรก คิดว่าสลับให้มาพักอะไรฟะ ปรากฏว่า ดีกว่าโซฟิเทลซะอีก 55 ชอบๆ (ถ้าทัวร์ใครให้ไปพักที่นี่ ดีใจได้เลยค่ะ 5 ดาวของแท้)

ช๊อปปิ้ง - เน้นๆไปเลยที่เครื่องสำอางค์ เพราะเสื้อผ้ามันไม่ได้ถูกอย่างที่คิด ไม่รู้เหมือนกันว่าแม่ค้าคนไทย เค้าไปขนจากไหนมา ซื้อเมืองไทยท่าจะถูกกว่า เพราะฉะนั้น แหล่งช๊อปปิ้งอย่าง ทงแดมุน ไม่ได้ใช้เวลามากอย่างที่คิด (ที่ไปกันทั้งหมด ไม่มีใครได้เสื้อผ้าเลย เหอ เหอ) ส่วนอิเทวอน อย่างที่บอกว่า ก๊อปไม่เหมือน ก็ไม่น่าซื้อ สำหรับเมียงดง แนะนำให้ไปถึง ซื้อเครื่องสำอางค์เลย ซื้อไปเลยเป็นชม. แล้วค่อยเดินเล่นดูของอื่นๆ จะไม่รีบแล้ว แต่ถ้ามัวแต่เดินเล่น เก็บคสอ.ไว้สุดท้าย มันจะไม่ทันเอา เพราะคสอ.เสียเวลามากๆ

ทัวร์ - อันนี้ยกความดีความชอบให้ไกด์ไปเต็มๆ จัดโปรแกรมได้ดีอ่ะ ทุกอย่างพอดีๆหมด ไม่ได้ใช้เวลาที่ใดที่หนึ่ง มาก หรือน้อยเกินไป แล้วก็วางโปรแกรมได้ดี มีการจัดที่นั่งบนเครื่อง ที่ร้านอาหาร แก้ปัญหาต่างๆก็โอเค (แหม อยากเอ่ยชื่อ แต่เกรงใจ แหะ แหะ) ส่วนเพื่อนๆร่วมทัวร์ก็น่ารักมากๆ ทุกคนตรงต่อเวลามากๆ ไม่มีใครเรื่องมาก โวยวายอะไรเลย ทุกคนพูดคุยกันด้วยอัธยาสัยดีๆ เลยทำให้ทัวร์นี้เป็นอะไรที่ smooth มากๆ

สรุป - อาจจะไม่ต้องสรุปก็ได้ เพราะอ่านมาทั้งหมด คงรู้ว่า มันมีแต่อะไรดีๆ 555 ก็แฮปปี้จริงๆนะ เรียกว่าเป็นทัวร์ที่แฮปปี้มากๆอีกทัวร์นึงเลยแหละ perfect เลยนะ เท่าที่เคยไปทัวร์มาทั้งหมด ประทับใจทุกอย่าง ทั้งในแง่ประเทศเกาหลี และการจัดการทัวร์ (และที่สำคัญ คนที่ไปด้วย ก็ทำให้เราแฮปปี้ง่ะ อิอิ)

แล้วจะกลับไปอีกนะจ๊ะ...

ปิดท้ายด้วยรูปที่ถ่ายจากช่างภาพเกาหลี (เสียดายเค้าไม่ให้ไฟล์ภาพด้วย เลยมีแต่รูป 1 ใบ)







Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 28 เมษายน 2552 13:14:26 น.
Counter : 806 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  

Beauty & Bambi
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 36 คน [?]



นิยามตัวเองได้ว่า เป็นคนชอบ เที่ยว กิน ช๊อป ค่ะ...แต่ตอนนี้มีเจ้าตัวน้อยแล้วค่ะ อาจจะไม่ค่อยได้อัพเรื่องเที่ยวบ่อยๆ เพราะลูกยังเล็กอยู่...ส่วนใหญ่ตอนนี้ก็จะอัพเรื่องลูกซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ^_^

*** เราไม่ค่อยได้เข้ามาเช็คที่ blog เท่าไร่ ถ้าเพื่อนๆอ่านแล้วมีคำถาม รบกวนถามมาทางหลังไมค์ หรือ อีเมลล์เลยนะคะ (ดูอีเมลล์จาก profile ได้ค่ะ) เรายินดีตอบทันทีค่ะ แต่ถ้ามาทิ้งคำถามไว้ที่ blog มันอาจจะนานกว่าเราจะมาอ่านเจออ่ะค่ะ ***
New Comments