Group Blog
 
All blogs
 
สมุนไพร.....29-9-2008



อัญชัน

อัญชันเป็นไม้เลื้อยซึ่งปลูกเป็นไม้ประดับตามรั้ว หรือซุ้มทั่ว ๆ ไป มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ ชนิดดอกสีขาว และ ชนิดดอกสีน้ำเงินขาบ แต่ละชนิดมีทั้งที่ดอกเป็นชั้นเดียวและดอกซ้อน ชนิดพันทาง เกิดจากการผสมระหว่างดอกสีขาวและสีน้ำเงินมีดอกสีม่วง

กว่าจะมาเป็นที่นิยมและมีการนำเอาสารสกัดจากดอกอัญชันมาผสมลงในผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมหลากหลายชนิดตามท้องตลาดในสมัยนี้ คนไทยแต่โบราณรู้จักนำคุณค่าของอัญชันมาใช้กันมานานแล้ว มาถึงปัจจุบันจึงได้มีการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เพื่อรองรับภูมิปัญญาไทยดังกล่าว จนเป็นที่พิสูจน์แน่ชัดว่าในดอกอัญชันมีสารแอนไทรไซยานิน (anthrocyanin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบมากในพืชที่ให้ดอกสีแดง สีน้ำเงิน หรือ สีม่วงอยู่มาก แอนไทรไซยานินมีคุณสมบัติกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เมื่อนำอัญชันบดละเอียด แล้วนำน้ำคั้นที่ได้มาชโลมศีรษะ จะช่วยให้โลหิตไหลเวียนมาหล่อเลี้ยงรากผมได้ดียิ่งขึ้น ทำให้เส้นผมหรือคิ้วดกดำแข็งแรงและเป็นเงางาม

หรืออีกวิธีการหนึ่งคือ หลังสระผมแล้วให้ใช้น้ำต้มดอกอัญชันสดมาชโลมผมและหนังศีรษะ ทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงล้างออก เรือนผมจะนุ่มมีน้ำหนักและเป็นเงางามได้ยิ่งกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่อาจจะไม่ได้มีสารสกัดจากอัญชันมากเพียงพอ

นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยยืนยันว่า การเพิ่มการไหลเวียนโลหิตจากสารดังกล่าวจะช่วยบรรเทาอาการอ่อนล้าจากการใช้สายตามากเกินไป





มะกรูด

มะกรูดเป็นสมุนไพรที่นำมาทำประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ใช้ในการปรุงแต่งกลิ่นและรสอาหาร ดับกลิ่นคาวอาหาร และใช้ในการแต่งกลิ่นเครื่องสำอาง เป็นส่วนผสมของแชมพูในการป้องกันรังแค ผสมในสบู่อาบน้ำ โคโลญจน์ ครีมโกนหนวด ฯลฯ ด้วยกลิ่นหอมอันสดใสจากน้ำมันหอมระเหยของมะกรูดสดที่ช่วยปลุกเร้าความสดชื่นมีชีวิตชีวา ซึ่งเป็นที่นิยมกันมานานนับแต่สมัยโบราณในฐานะ " ยาแก้ลม "

สารที่พบในมะกรูดเป็นน้ำมันหอมระเหยที่พบทั้งในใบและเปลือกของผลมะกรูด ผิมะกรูดมีน้ำมันหอมระเหยประมาณ 4% ใบมีประมาณ 0.8% สารที่พบในน้ำมันหอมระเหย เช่น ไพนีน (pinene), แคมฟีน (camphene), ซาบินีน (sabinene), ซิโตรเนลลัล (citronellal), เยอรานิออล (geraniol) และสารอื่น ๆ

มะกรูดช่วยขจัดรังแค ใช้ผลมะกรูด 1 ผล อังไฟให้ร้อนทั่ว คั้นเอาแต่น้ำมาขยี้บนศีรษะให้ทั่ว ทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

มะกรูดทำให้ผมดกดำ นำผลมะกรูด 1 ผล บีบเอาน้ำผสมกับหัวกะทิ คนให้เข้ากัน แล้วนำมาชโลมทั่วศีรษะ นำผ้าอบร้อน ๆ มาโพกทิ้งไว้ราว 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำวันละหนึ่งครั้ง ติดต่อกัน 7 วัน

มะกรูดทำให้ผมนิ่ม ตั้งน้ำ 2 แก้ว ต้มให้เดือด ใส่มะกรูดผ่าซีก 1 ลูก ปิดฝาแล้วยกลงจากไฟทิ้งไว้ 5 นาที บีบเอาน้ำออก ทิ้งเปลือก กรอกกาก เอาน้ำมะกรูดมาผสมน้ำ ใช้สระผม

หากผมร่วงหรือหงอกก่อนวัย ให้ใช้ผลมะกรูดสดเผาไฟแล้วคั้นน้ำมะกรูดมาผสมกับน้ำซาวข้าวให้ข้นพอดี ใช้นวดหลังสระผม ทำติดต่อกัน 3-5 ครั้ง





หัวไชเท้า

ส่วนรากหรือหัวของไชเท้ามีสารไกลโคไซด์ (glycosides) ที่ชื่อว่าสารไอโซไทโอไซยาเนต (isothiocyanates) รวมทั้งยังอุดมไปด้วยกรดแอสคอร์บิก และวิตามินเอ

หากนำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด แล้วฝานตามขวางเป็นแว่นบาง ๆ ถูเบา ๆ บริเวณผิวหน้าที่เป็นฝ้าประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ระหว่างถูนั้นอาจมีอาการร้อนหรือแสบบ้างพอรู้สึกได้แต่ก็จะช่วยบรรเทาอาการฝ้าได้ดี
















Create Date : 29 กันยายน 2551
Last Update : 29 กันยายน 2551 15:02:09 น. 6 comments
Counter : 163 Pageviews.

 


ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาใช้บล็อกแก็งครับ ไปที่ใหม่ที่นี่ myspace แวะไปดูสิครับ


//myspace.com/smchai



โดย: Yoawarat วันที่: 13 ตุลาคม 2551 เวลา:10:30:27 น.  

 
แวะมาทักทายครับ


โดย: boatboat วันที่: 16 ตุลาคม 2551 เวลา:11:54:22 น.  

 
หวัดดีลูกหมีน้อย คิดถึงเรามั่งเปล่าจ๊ะ


โดย: Perasa IP: 60.241.170.50 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2551 เวลา:14:00:43 น.  

 
พี่หมีมาเยี่ยมจ้า คิดถึงน้องทิพเช่นกัน


โดย: หมีสีชมพู วันที่: 29 พฤศจิกายน 2551 เวลา:5:44:09 น.  

 
พี่หมีขอให้น้องทิพมีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขกายสบายใจ พบแต่สิ่งดีๆคนดีๆตลอดไปนะคะemo


โดย: หมีสีชมพู วันที่: 26 ธันวาคม 2551 เวลา:10:54:43 น.  

 
emoemo


โดย: หมีสีชมพู วันที่: 4 เมษายน 2552 เวลา:7:56:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ลูกหมีน้อยจอมซน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มั้ง ?? - โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร
Friends' blogs
[Add ลูกหมีน้อยจอมซน's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.