Group Blog
 
All blogs
 

เบิ้ลจ้า L'oreal Paris Mat Magique All - In - One




โอ้วชื่อจริง L'oreal Paris Mat Magique All - In - One Matte Transforming Powder SPF 34+++ / 12H Shine Resistant*

แหม่ กว่าจะมารีวิว ก็เลิกฮอตไปแล้วมั้งไอเทมนี้ แต่เรารอทดลองใช้ดูก่อนว่าดีจริงมั้ย
คือถ้าสิ่งไหนที่เราสามารถใช้ต่อได้ 2 อันติดถือว่าติดใจนะ ประมาณนี้

ตั้งชื่อบล็อกว่า "เบิ้ล" ก็เพราะว่าเป็นการใช้ครั้งที่ 2 แล้ว เอ๊ะใช้คำพูดงง ๆ
คือว่าเราใช้แป้งตัวนี้มาหมด 1 ตลับ จริง ๆ ยังไม่หมดหรอก แต่พัฟมันพังแบบแหลกลุ่ยเป็นเศษร่วงเต็มพื้นเลยจ้า
ก็เลยตัดสินใจไปซื้อแบบรีฟิลมาใช้ ตอนไปซื้อก้ไปเลือกทาที่มือที่แขนอีกครั้ง โดยที่จำไม่ได้ว่าอันเก่าสีอะไร
สรุปว่าเอากลับมาบ้าน อ๊าวววว สีเดิมนี่นา (สี rose อะไรซักอย่าง) แม่นเว่อร์อะ

ถามว่าทำไมถึงใช้รุ่นนี้ซ้ำ จริง ๆ ก็งงนะ แต่รู้สึกได้ว่าแป้งตัวนี้มันแมทท์ดี หน้าไม่ค่อยมันเท่าไหร่
แถมเอามาใส่กับตลับอันเก่าได้ด้วย ประหยัดจะตาย เนอะ

ความรู้สึกตอนเอารีฟิลมาเปลี่ยนก็คือ อ้าวเฮ้ย พัฟมันเล็กกว่าอันเก่าปะเนี่ย ทำไมช่องวางมันเหลือเยอะจัง

คุณสมบัติ
คุมมัน - เราคิดว่าคุมมันค่อนข้างดีนะ เค้าเน้นแมทท์มานิ จะไม่มีมาฉ่ำ โกลว อะไรทั้งนั้น แต่ถามว่าถึง 12 ชม.มั้ย ก้ไม่ขนาดนั้นหรอก แต่ก็ดีกว่าหลายยี่ห้อที่เคยใช้มา
ปกปิด - ระดับนึงอะ ไม่ปิดมาก หน้าเรามีกละเยอะ ก็ไม่ค่อยปกปิดเท่าไหร่ เพราะปกติเราไม่ค่อยลงรองพื้นก่อน

สรุปความคิดเห็นต่อเจ้าแป้ง L'Oreal Mat Magique Matte Transforming Powder
ข้อดี
สำหรับเรา ผู้ซึ่งมีใบหน้าฉ่ำโบ๊ะไปด้วยความมัน เราว่ามันดีอะ ไม่ค่อยมันเท่าไหร่ เทรนด์ปีนี้ (จะหมดปีละ)
เป็นเทรนด์ผิวแมทท์กำลังอิน การหน้าไม่มันเป็นลาภอันประเสริฐนะเท้อออ

ข้อเสีย
แบบมหันต์ ๆ คือพัฟมันห่วยมากกกกกกกก คือคุณภาพต่ำแบบมหาศาล
ถ้าคนมีตังค์ แนะนำให้ไปซื้อพัฟดี ๆ มาใช้แทนเหอะ ไม่งั้นจะเป็นขุยร่วงหล่นเลอะบ้านแบบเรา

จบดีกว่า

วันหลังจะมีอีกตัวที่ไม่ชอบมาก ๆ มาแนะนำนะ รอติดตามค่ะ Smiley




 

Create Date : 25 กันยายน 2557    
Last Update : 25 กันยายน 2557 11:34:54 น.
Counter : 768 Pageviews.  

ขี้เห่อ แกะห่อ Sleek จาก UK ^ ^

lozocat lozocat
ขี้เห่อมาแล้วจ้า อิอิ  
แต่แอบขอบ่นก่อนติ๊ดนึงว่าเป็นการสั่งของที่มาราธอนมาก
ปกติเราเคยสั่งซื้อของจาก ebay นะ
แต่นี่เป็นการสั่งจากเว็บโดยตรงครั้งแรก และครั้งแรกจาก UK ด้วย

เราสั่งและกดจ่ายเงินไปตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 55
และเพิ่งได้รับของเมื่อวาน 19 มิ.ย. ค่ะ
จริง ๆ มันก็ไม่นานมาก แต่ขาดการสื่อสารอะค่ะ
ดูทาง Sleek เค้างง ๆ เดี๋ยวจนท.ไปงาน
เดี๋ยวย้ายออฟฟิศอะไรไม่รู้ วุ่นวายวึดวือไปหมด
แต่ช่างมันเถอะ มาเห่อของกันดีกว่า

นี่คือห่อที่ได้รับ


แพคของมาอย่างดี


แกะออกมาเจออะไรบ้าง


และนี่คือเจ้าสิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจสั่งซื้อ
กล่องกระดาษแข็งเนื้อดีน้า  เค้าชอบ
Storm i-Divine Palette นั่นเอง


ด้านหน้า


ด้านหลัง

แพคเกจดูแข็งแรงบึกบึนดีค่ะ

มาเปิดดูสีกันดีกว่า สีอาจเพี้ยนไปบ้างนะคะ

น้ำตาจะไหลอะ อยากได้มาก และกว่าจะได้มา ยาวนานเหลือเกิน

จริง ๆ แล้วเราอะเข้าใจผิดค่ะ
เพราะเคยมีคนมาตั้งกระทู้ถามว่า
ระหว่าง Naked กับ Sleek Storm เอาอะไรดี
เราก็ดันคิดว่ามันเหมือนกัน สีเดียวกัน ไม่ดูให้ดี ๆ
แต่ไม่เป็นไรค่ะ เราคิดว่า Naked 1 อัน ซื้อ Sleek ได้ 3-4 อันอะ
ถ้าจะเอาสีแบบ Naked เดี๋ยวค่อยสั่งเพิ่มก็ได้ 

ต่อมาเป็นตัวแถมค่ะ ตอนจะสั่งซื้ออยากได้พอดี
คือ Glossed สี Rumour ค่ะ


จะว่าไปลิปกลอสอันนี้แพงเหมือนกันนะถ้าเทียบกับปริมาณ 5 ml
ความสูงของแท่งมัน 8.8 ซม. ตรงส่วนที่บรรจุลิป 4.6 ซม. เอง
แต่ไม่เป็นไรค่ะ เพราะสีน่ารักมาก 
 ชอบมาก ๆ เลยค่ะ

มาดูค่าเสียหายดีกว่า


เป็นอะไรที่เรางงมากค่ะ เพราะในเว็บ Sleek บอกว่าค่าส่ง $13.50
แต่พอตอนสั่งมันมีให้เลือกแบบเดียวราคานี้อะค่ะ
เรื่องนี้แหละที่เราพยายามติดต่อไปถามเค้า แล้วเค้าเงียบ ๆ
แต่ก็ดีละ ถูกดี 
 แถมโชคดีไม่โดนภาษีด้วย

บทเรียนการสั่งของครั้งนี้ทำให้เราคิดได้ว่า
บางทีถ้าของบางอย่างเราต้องรีบใช้ เราคงหาร้านหิ้วเอา
เพราะว่ารอไม่นาน คงประมาณ 3-5 วัน
แต่ก็นะ ต้องดูดี ๆ อะ เผื่อโดนโกง เผื่อเจอของปลอม

สำหรับวันนี้ขอจบการขี้เห่อแค่เพียงเท่านี้ค่ะ

คำค้น Tag :
Sleek , Sleek Make Up , Sleek Storm ,  Glossed Rumour



lozocat lozocat




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2555    
Last Update : 21 มิถุนายน 2555 8:51:23 น.
Counter : 4147 Pageviews.  

[CR] ดวล 2 แป้งมิสทีน ริบบอน กับ ฟลาวเวอร์ ^ ^"

lozocat lozocat

จริง ๆ ไม่ได้อยากรีวิวแป้ง 2 ตัวนี้เท่าไหร่
เพราะเท่าที่เห็นก็มีคนรีวิวเยอะแล้ว
แต่คราวนี้เราไม่ได้มาเน้นรีวิวประสิทธิภาพของแป้งค่ะ
จะรีวิวเรื่องอะไรนั้น เลื่อนอ่านต่อไป..

เริ่มเม้าตัวแรก แป้งริบบอน
ชื่อจริง: Mistine Ribbon BB Powder SPF25 PA++
ทำไมต้องตั้งชื่อว่าริบบอน เกี่ยวกับเนื้อแป้งมั้ย
ไม่รู้ค่ะ แต่เกี่ยวกับตลับแน่ ๆ Smiley

รูปที่จะเห็นต่อไปนี้
เป็นรูปตลับแป้งมิสทีนริบบอนของผู้ใช้จริง Smiley (คือเราเอง)



(ขออภัยที่ถ่ายรูปไม่สวยนะคะ Smiley )
ก่อนอื่นขอกล่าวถึงเนื้อแป้งก่อนแล้วกัน เพราะเรื่องสำคัญมันโหด ต้องตบท้าย!

แป้งตัวนี้ถือว่าค่อนข้างปกปิด และคุมมันพอสมควรค่ะ
แต่ต้องอธิบายนิดนึงว่า
เราเป็นคนผิวหน้ามันมากค่ะ
เราจึงใช้บีบีครีมของมิสทีนเหมือนกัน ตัวมูสอะค่ะ
ช่วยในเรื่องของการควบคุมความมันอีกชั้นนึง
พอมันผสานพลังกันแล้ว จึงออกมาคุมมันค่อนข้างดี
แต่ถามว่าถึงที่สุดหรือยัง? ยังอยากหาที่คุมมันได้ดีกว่านี้ค่ะ
และจะซื้ออีกมั้ย น่าจะไม่นะคะ
เพราะอะไร...

เพราะคุณภาพโดยรวมแล้ว 'ไม่โอเค' Smiley
อย่างที่เห็นในภาพ (แต่อาจไม่ชัด)
ว่าตัวล็อกที่กดเปิดปิดฝามันหายไปค่ะ แต่ก็ยังปิดเปิดได้นะ แค่ยากหน่อย
แล้วอีกอย่างนึง คือ ฟองน้ำ อะค่ะ
เราไม่ชอบฟองน้ำของแป้งมิสทีนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว
(เริ่มใช้ตั้งแต่แพลตตินั่มมั้ง ถ้าจำไม่ผิด)
แล้วยิ่งรุ่นนี้ ทำฟองน้ำเป็นสี่เหล่ยมผืนผ้า
จับไม่ถนัดอย่างแรงเลย ไม่ชอบ ขอแบน!!

มาอันที่ 2 ค่ะ
ชื่อจริง: Mistine Flower BB Powder SPF25 PA++
อันนี้ก็ตั้งชื่อตามแพคเกจอีกแระ
อันนี้ซื้อมาทีหลังตัวริบบอนค่ะ เพราะมาอ่านเจอรีวิว
สับสนมากมายบางคนบอกว่าริบบอนดีกว่า
บางคนบอกฟลาวเวอร์ดีกว่า
แหม อันนี้เมดอินโคเรียเชียวนะ เลยจัดมาลองซะหน่อย



(ยังคงถ่ายรูปไม่สวยเช่นเคย ก็มือถือมันกากง่ะ)
ดูจากรูปคงเห็นความผิดปกติบางอย่างแล้ว
บางท่านอาจจะยังไม่สังเกตเห็น เดี๋ยวเฉลยตอนท้ายค่ะ

สำหรับแป้งตัวนี้ เมื่อเทียบกับตัวริบบอน
(แล้วก็ยังใช้คู่กับบีบีครีมตัวมูสเหมือนเดิมนะคะ)
ตัวนี้พ่ายแพ้ย่อยยับเรื่องคุมมันค่ะ
ส่วนเรื่องปกปิด อืม เราว่าก็ด้อยกว่าริบบอนนิดนึงนะ
แต่ที่ดีกว่าคือความเนียนละเอียดค่ะ
ตอนทาออกมาใหม่ ๆ เราพอใจกว่าตัวริบบอนนะ
แต่พอไม่กี่ชั่วโมงต่อมาหน้าก็มันแผล่บ ๆ แล้วอะ

ทีนี้มาเรื่องสำคัญค่ะ
เรื่องตลับ หรือแพคเกจนั่นเอง
จากภาพ ตรงตัวล็อกก็เริ่มง้อกแง้กอีกแล้ว
แต่ที่หนักกว่านั้นคือแกนฝาพับมันพังค่ะ
ตอนแรกมันหายไปด้านนึง ก็ยังพอประคองให้ฝาอยู่กับตัวได้
แต่แล้วสุดท้าย มันก็แยกร่างออกจากกันค่ะ

เรียกได้ว่าผิดหวังอย่างมาก
เลยตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ซื้อแป้งมิสทีนใช้อีก
นอกจากฟองน้ำอันแสนแข็งกระด้างแล้ว
ยังมาเจอแพคเกจกาก ๆ อีก Smiley รับไม่ได้อะ
ถึงจะราคาไม่แพงก็เหอะ

Tag: #mistine #mistineribbon #mistineflower


lozocat lozocat




 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 18 มิถุนายน 2555 15:37:31 น.
Counter : 10857 Pageviews.  

เมื่อแปรง Mei Linda ของฉัน ปัด Nars Orgasm ไม่ติด ฉันก็เลย..

.
.
เรื่องมันเกิดจากการอุตริอยากได้บลัชยอดนิยมอย่าง Nars Orgasm ค่ะ



พอดีจะรับปริญญา และจะแต่งหน้าเอง
และเห็นว่าเป็น must have บล็อกเกอร์ทุกคนต้องมี เลยต้องขอซะหน่อย
เค้าว่า..สีสวย,,ติดทน
แต่ตอนซื้อไม่ได้ศึกษาหรอกค่ะ ว่าต้องใช้แปรงอะไร
ก็ตามประสาคนอ่อนต่อโลก Smiley คิดว่าแปรงไหน ๆ ก็คงปัดได้
ซึ่ง ณ ขณะนั้นเรามีแต่แปรงของ Beauty Buffet ที่ปลายเฉียง ๆ อันเดียว

พอซื้อมาแล้วก็งานเข้าสิคะ
เอร๊ยยย ทำไมปัดยังไงสีก็ไม่ติดหน้า Smiley เริ่มช็อคแล้วค่ะ
ทีนี้เลยมาลอง search ดู เค้าว่าต้องใช้แปรงเฉพาะของยี่ห้อเดียวกันถึงจะจิกสีได้ดี
นั่นคือแปรง Yachiyo โอ้โห ทำไงดีล่ะทีนี้



ตอนนั้นไม่ค่อยมีตังแล้วด้วยค่ะ
ต้องซื้ออุปกรณ์แต่งหน้ามากมาย เริ่มมึนว่าเอ๊ะ คิดผิดหรือป่าวที่แต่งเอง
ดูราคาแล้วเราคิดว่า "มันไม่ใช่อ่า มันไม่ใช่"
เลยลอง search หาดูว่าจะซื้อแปรงที่ราคาไม่แพงมาก
ที่ไม่ใช่แบบเฉียง ๆ มาลองดู

ตอนนั้นไปมุ่งอยู่ที่ Skinfood ค่ะ รุ่นอะไรไม่รู้
แต่ไปดูในช้อปก็ทำใจไม่ค่อยได้ เพราะเห็นในเว็บหิ้วมันถูกกว่าเยอะ
พอดีไปหาซื้อพวกสเปรย์ฉีดสีผมแถวประตูน้ำ
เหลือบไปเห็นแปรงยี่ห้อ Mei Linda ถามราคาแล้วถูกดี เลยซื้อมา





พอเอามาลอง มันก็ยังไม่ติดค่ะ
หน้าเริ่มซีดแล้ว Smiley ว่า 'ทำไงดีวะเนี่ย ทำไมของแพงมันยากขนาดเน้!!'

แต่เท่าที่อ่านมา มีคนบอกว่าแปรง Yachiyo มันจะขนแปรงแข็งกว่านิดหน่อย
ทำให้จิกสีติด เราก็เลยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านของเรา
จับแปรงตรงช่วงโคนของขนแปรง
ทำให้ปลายขนแปรงหุบเข้าหากัน (นึกออกมั้ยคะ)
ขนแปรงมันก็จะแน่น ๆ ขึ้นอะค่ะ
ปรากฏว่าปัดสีติด Smiley ถึงกลับอึ้งเลยค่ะ
ในที่สุดก็ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อแปรงแพง ๆ แล้ว
ถึงจะจับลำบากไปหน่อยก็เหอะ

แค่นั้นยังแอดแว๊นซ์ (ออกเสียงให้กระแดะ) ไม่พอค่ะ
นังนี่มันยังไม่จบ Smiley ยังคิดว่าสีไม่เห็นติดทนเลยอะ
เราก็เลยปัดบลัชสีประจำของเราของ Beauty Buffet น่ะค่ะ
(วันหลังจะเอามาอวด) ลงก่อน แล้วค่อยปัด Orgasm ทับ

โอ้โห ทีนี้แหละค่ะ เจิดเลย ติดทนทั้งวัน
เพื่อน ๆ จะลองนำวิธีนี้ไปใช้ก็ได้ค่ะ ได้ผลยังไงก็มาบอกกันมั่งนะคะ

เครดิตรูปภาพสินค้า Nars จาก 
//www.narscosmetics.com

Tag: #meilinda #orgasm





 

Create Date : 08 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 8 พฤษภาคม 2555 10:32:11 น.
Counter : 7335 Pageviews.  

[CR] OPI - Suzi loves Cowboys ..ได้สัมผัสของแพงซะที ฮี่ ๆ


เก็บกดมานานค่ะ 
ถ่ายรูปเก็บไว้เยอะ แต่ไม่มีเวลารีวิวเท่าไหร่
ช่วงนี้ขอรีวิวรัว ๆ เลยค่ะ

เข้าเรื่อง ๆ
กว่าจะตัดสินใจซื้อ OPI ซักขวดนี่ใช้เวลานะ Smiley ขวดละตั้งแพงแน่ะ
แล้วเราก็ไม่เคยใช้ยาทาเล็บขวดไหนหมดซักที
แต่ในเมื่อต่อมกิเลสมันชักกะตุก ก็เลยต้องหามาลอง
ว่ามันจะเทพซักแค่ไหน

เราเลือกสีโทนน้ำตาลค่ะ
เหตุผลคือ อยากได้สีที่ทาแล้วมือขาว (ถ้าสีอ่อนกลัวมือจะดำ)
แล้วก็หาสีที่ที่บ้านยังไม่มีนั่นเอง
แล้วเจ้าประคุณ OPI นี่ก็มีซัก 18 ล้านเฉดได้มั้งคะ
แต่เราได้สีนี้มาค่ะ




ชื่อสีว่า Suzi Loves Cowboys
สีนี้รู้สึกจะอยู่ในคอลเลคชั่น Texas มั้งคะถ้าจำไม่ผิด
ตอนที่ตัดสินใจเลือกก็ก็อปชื่อสีจากร้านในเฟซบุคแล้วเอาไปหาใน #Google
ดูว่าคนอื่นทาออกมาแล้วเป็นยังไง

ไม่รู้ว่าสีอื่นเป็นยังไงนะคะ นี่เป็น OPI ขวดแรกของเรา
(และจะยังเป็นขวดเดียวไปซักพัก เพราะมันแพง Smiley)
เราว่ามันค่อนข้างทายากสำหรับเราค่ะ
ทั้ง ๆ ที่เราเคยอ่านคนอื่นรีวิวเค้าว่าทาง่าย เพราะหัวแปรงใหญ่อะไรนี่แหละ
แต่เราว่ามันยาวไปหน่อย บังคับยาก ต้องทาซ้ำหลายรอบ
แล้วมันก็หนา แล้วพอหนามันก็จะเป็นรอยง่าย
Smiley ของแพงมันยากอย่างงี้นี่เอง
แต่สีที่ออกมาก็โอเคนะคะ
ความจริงที่ได้มาเหมือนที่อ่านมาก็คือ ความเงาค่ะ
เราทาออกมาได้แบบนี้



จะเห็นว่าทาเองแล้วตรงรอบ ๆ เล็บจะไม่ค่อยสวยอะ 555
ถ้าไปร้านเค้าคงทาได้สวยเนียนกว่าเรา 100 เท่าอะ

ข้อดี
- ทาแล้วเล็บเงา ดูไฮโซอะ 555
- ติดทน

ข้อเสีย
- ทายาก
- ต้องทาซ้ำประมาณ 3 รอบ สีถึงจะเสมอกัน
- ราคาหฤโหด

ให้คะแนนจ้า กี่ดาวดีจาก 5 ดาว
แต่นแต๊น
Smiley Smiley Smiley Smiley




 

Create Date : 03 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 3 พฤษภาคม 2555 11:54:31 น.
Counter : 523 Pageviews.  

1  2  

bear brothers
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไม่อนุญาตให้นำภาพหรือเนื้อหาบล็อกไปแก้ไข ดัดแปลง หรือตัดต่อ เพื่อผลประโยชน์ใด ๆ หากพบเห็นจะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายทันที..

ถ้าอยากเผยแพร่ก็กดแชร์ให้เพื่อน ๆ อ่านนะคะ ^ ^

ขอบคุณกรอบสวย ๆ ทั้งหลายจากคุณ lozocat ค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add bear brothers's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.