Group Blog
 
All blogs
 
ความแตกต่างในความเหมือน

Vincent van Gogh (1853)
เมื่อลองสังเกตตัวเองก็พบว่าศิลปะแบบ Post-Impressionism (จริงๆ ให้ไปจนถึง Neo-Impressionism เลย) เป็นยุคที่มีภาพเขียนที่เราโปรดปรานมากที่สุด
จริงๆแล้วศิลปินแต่ละคนมีสไตล์ของภาพเขียนต่างกันไปคนละทิศ คนละทาง แต่ที่เหมือนกันก็คือ แต่ละสี และสโตรคที่ใช้มันมีความหมายซ่อนอยู่ และไม่เน้นเขียนภาพให้มีรายละเอียดเหมือนจริง แต่สัมพันธ์ต่อชีวิตจริง ดูแล้วรู้สึกคล้อยตามแทน
ส่วน Neo-Impressionism นี่ถึงขนาดมีทฤษฎีวิทยาศาสตร์มาปนด้วย แต่จะไม่ขออธิบายรายละเอียด เพราะไม่เกี่ยวกับประเด็น Smiley
หนึ่งในศิลปินโปรดในยุค Post-Impressionism ก็ต้องมีคนนี้แหละ Van Gogh
ภาพโปรดของเรามีหลายภาพ หนึ่งในนั้นก็ได้แก่

The Cafe Terrace on the Place du Forum, Arles, at Night, 1888



Eric Clapton (1945)
ห่างจาก Van Gogh ตั้งเกือบร้อยปี...นักกีต้าร์บลูส์/ร็อคชื่อดัง จากเกาะอังกฤษ
ผู้ดร็อปจาก Kingston College of Art ด้วยเหตุผลที่ว่า "สนใจดนตรีมากกว่า"
เมื่อพูดถึง Eric Clapton เพลงที่คนนึกถึงบ่อยสุดคงเป็น "Tears in Heaven"
เพลงที่แต่งขึ้นมาจากความเจ็บปวดในการสูญเสียลูกชายวัย 4 ขวบของเค้า ที่พลัดตกจากหน้าต่างอพาร์ทเมนต์ชั้นที่ 53 ที่นิวยอร์คในปี 1991
แต่เพลงโปรดสุดของเราคือเพลงนี้


อาจจะเป็นเพราะช่วงนั้นบ้า Babyface อยู่ด้วย เพลงนี้นำความบลูส์ของ Eric มารวมกับรสชาติของ Babyface ได้กลมกล่อมมากๆ

MC Hammer (1962)
ถ้าให้แทนคำว่า 'แร็พ' เป็นรูปภาพ เราคงนึกถึงภาพเค้าคนนี้จาก MV "U Can't Touch This"
น้อยคนนักที่รู้ว่าชื่อจริงของเค้าคือ "Stanley Kirk Burrell" แล้วเค้าก็เป็นเจ้าของ 3 รางวัลแกรมมี่, 8 อเมริกันมิวสิคอวอร์ดส์ และเป็นศิลปินฮิปฮ็อปคนแรกที่ได้รางวัลบิลบอร์ดไดม่อนด์
เพลงของเค้าส่วนใหญ่จะมีลูกเล่นคือชอบ sample เพลงดังๆในอดีตมาไว้ในท่อนฮุค
เช่น U Can't Touch This ที่ sample เพลง "Super Freak" ของ Rick James
จนพี่เจยังเอาไป sample ซ้ำซ้อนเข้าไปอีกเป็นฝากเลี้ยง
เพลงนั้นได้ยินบ่อยแล้ว แต่เพลงที่เราชอบก็คือเพลงนี้..(ก็บ่อยเหมือนกันแหละ)

(จะมีภาพ 2PAC เปิดทำไมหว่า)

Tracy Chapman (1964)
เป็นหนึ่งในศิลปินที่เราพก cd ของเธอมาจากเมืองไทยด้วย
จากผู้หญิงคนหนึ่งที่หัดเล่น ukulele (กีต้าร์ฮาวายตัวเล็กๆ) ที่คุณแม่ซื้อให้ตอน 3 ขวบ เพราะฐานะค่อนข้างยากจน มาถึง 4 รางวัลแกรมมี่
เพลงสุดโปรดของเราก็คือ

Give Me One Reason
เพลงที่ใช้โครงสร้างแบบ twelve-bar blues ง่ายๆวนไปวนมา ทั้งคอร์ด และเนื้อร้อง (ใครนึกไม่ออกว่า twelve-bar blues เป็นไง ให้นึกถึงเพลงแบบ boogie woogie เข้าไว้)
และเมื่อสองคนนี้มาเจอกัน !


Miho Komatsu (1974)
4 ซิงเกิ้ลของเธอ เป็นเพลงประกอบ Anime เรื่องโคนัน
ชอบเพลงนี้ あなたがいるから


Simon Webbe (1978)
อดีตสมาชิกวง Blue ถึงแม้ไม่ใช่ขวัญใจสาวๆที่สุด แต่ก็มีน้ำเสียงนุ่มเป็นเอกลักษณ์
ดุจดัง Lighthouse Family (ความจริงคนโปรดของเราคือพี่ดั๊งค์ Smiley Smiley
555)
หลังจากออกอัลบั้มเดี่ยว ก็ประสบความสำเร็จเหมือนกัน
แต่เพลงที่เราชอบก็ยังมาจากตอนที่ยังเป็น Blue อยู่


Norah Jones (1979)
ลูกสาวนักซิต้าร์ชาวอินเดีย ชื่อเต็มๆของเธอคือ Geethali Norah Jones Shankar
คนนี้ 8 แกรมมี่ อัลบั้ม Come Away With Me เป็นอัลบั้มที่เหมาะกับการฟังตอนฤดูหนาว อากาศเย็นๆ บนดาดฟ้า จิบเบียร์ไปด้วยจะได้บรรยากาศ
อัลบั้มนี้ฟังวนไปวนมาบ่อยๆตอนช่วงทำทีสิส และนี่คือเพลงโปรดของเรา


Scott Moffatt (1983)
นี่ก็อดีตนักร้องพี่น้องตระกูล Moffatt ชาวแคนาเดี้ยนขวัญใจสาวๆสมัยนู้นนน
แต่เกิดอาการหลงใหลเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เป็นโปรดิวเซอร์ให้วง Slot Machine, Brandnew Sunset, Getsunova, Daylight Saving, อพาร์ทเมนต์คุณป้า
ได้ข่าวว่าล่าสุดมาโผล่ใน MV เจ้าพวกนี้ได้ยังไงเนี่ย..


Anna Nalick (1984)
สวยระดับเป็นนางเอกหนังได้สบาย เธอฝันอยากเป็นนักร้องตั้งแต่เด็กๆ เลยเริ่มหัดแต่งเพลงตั้งแต่ป.5
วันนึงครูชั้นประถมก็บอกเธอว่า ซักวันเธอต้องได้ไปโชว์สดในรายการ "The Tonight Show with Jay Leno" แน่ๆ
จนปี 2006 เธอก็ได้ไปโชว์จริงๆ เจย์ ลีโน เลยพูดว่า "เห็นมั้ยล่ะ ว่ารายการผมอ้ะอยู่มานานขนาดไหน"
เธอคนนี้เวลาร้องสดเสียงไม่มีตกเหมือนกัน


BENI (1986)
สาวที่ดูแล้วรู้สึกเหมือน J-Love (Jennifer Love Hewitt) ภาคญี่ปุ่น เกิดที่โอกินาว่า ย้ายไปแคลิฟอร์เนีย แล้วกลับไปโยโกฮาม่า
เพลงที่ชอบที่สุดคือเพลงนี้ แต่ MV จริงๆ เค้าไม่ให้ embed


เขียนจนมาถึงตรงนี้ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าฉันเกิดวันเดียวกับบุคคลเหล่านี้ได้ยังไง กร๊ากกก
โดนหลอกให้อ่านตั้งนาน...
แต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตฉันก็เคยขึ้นไปชั้น 43 แกรมมี่ หะหะหะะหะ ก่อนหน้านั้นตอนอยู่ปี 2 ก็เคยขึ้นชั้นสองมิวสิคบั๊คส์มาแล้วเหมือนกัน
ไม่ได้อยากเป็นนักร้อง ไม่ได้อยากเป็นนักเขียนเพลง แต่อยากเป็นนักแต่งเพลง ที่แต่งทำนองอย่างเดียว...ได้มั้ย
ซึ่งเวลาประกวด เค้าไม่มีประกวดแต่งทำนองอย่างเดียว มันต้องเขียนเนื้อด้วย..ก็อุตส่าห์เข้ารอบกับเค้าทุกงาน (ที่ส่งประกวด)
แต่ตอนถึงจุดต้องตัดสินใจ ก็ดันเลือกทางอื่นให้ชีวิตทุกที เลยไม่ได้ไปเทรนกับเค้า
ทุกวันนี้ถ้าไม่ทำงานเกี่ยวกับศิลปะ นั่งจ้องแต่คอมพิวเตอร์ 2-3 จออยู่รอบตัวจนแสบตา..ถ้าวันนึงฉันตาบอดขึ้นมา
ฉันจะกลับไปแต่งเพลง...อ่าว..เค้าเรียกว่าวางแผนไว้ไง...ไม่ประมาทในชีวิต 555

รูปเก่าแล้ว แต่คิดถึง...ห้องนอนสมัยอยู่ Savannah
ปัจจุบันไม่ได้แตะคีย์บอร์ดมาเป็นปี เปียโน(จริงๆ) ประมาณ 6 ปีกว่า

เพลงสุดท้ายที่แต่งที่เมืองไทย ไว้ฟังงุ้งงิ้งก่อนนอน ตอนจบมั่วหน่อยนึง
Get this widget | Track details | eSnips Social DNA





Create Date : 12 พฤษภาคม 2553
Last Update : 12 พฤษภาคม 2553 16:43:31 น. 0 comments
Counter : 567 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

be Amazing
Location :
77th United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add be Amazing's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.