อพรัมจริยากับกาเมฯ ต่างกันอย่างไร ทำไมจึงให้สมาทานศีลว่าอพรัหมฯ
คำว่า อพรัหมฯ กับ กาเมฯ ต่างกันอย่างไร แล้วทำไมสมาทานศีลทำไมต้องอพรัมฯ

ก็...อพรัมหฯ ก็คือ การบวช การถือบวชไง อพรัหมจริยา
ตอนที่เราสวดเราก็บวชแล้ว เป็นพรหมจรรย์แล้ว
แต่เราไปบ้าน เราก็ขาด เราก็มาอพรัมใหม่ไง

คือ ถ้าเราจำได้จริงๆแล้วเนี่ย ในโอกาสข้างหน้า
เราสมาทานบ่อยๆเนี่ย มันจะจำได้ เพราะมันจำแม่น จิตมันจำแม่น
ถ้าบ่อยๆ สมัยก่อนฝึกกับท่านเนี่ย ก่อนนอนนะ
ปาณา อทินนา กาเม มุสา สุราฯ เช้ามาก็
ปาณา อทินนา กาเม มุสา สุราฯ ทุกวัน
สมาทานเองฮะ พอเราจะทำผิดศีล มันจะชะงักฮะ จะไม่ทำ
ท่านจึงให้สวดบ่อยๆฮะ นี่คือ กรรมฐานฮะ
ท่านจะให้สมาทานศีลทุกครั้งนะฮะ มันไม่ใช่ลดทีเดียวหรอก
ท่านบอกมันค่อยๆลด มันลดไปพร้อมๆกันนั่นแหละท่านบอก
เรื่องศีล สมาธิ ปัญญา มันไปพร้อมๆกันนะ

เรื่องปัญญาไม่ต้องเป็นห่วงหรอกท่านบอก มีคนถามนะ
เอ๊ย สวดมนต์อยู่มันมีปัญญาเหรอ
โอ้โห ท่านว่า เอ็งอยู่ในที่ทำงานเอ็งก็มีปัญญาแล้ว
อยู่ที่บ้าน อยู่ที่ถนนมันก็เป็นปัญญาทั้งนั้น ตราบใดที่ตายังมองเห็น
เห็นหมดแหละท่านว่า นั่นคือปัญญา ตามสภาพของความเป็นจริง
ที่เรามองเห็น นี่แหละคือปัญญา

ไม่ใช่ปัญญาต้องไปนั่งพิจารณานะ ไม่ใช่ ไอ้นั่นน่ะคือการสวดมนต์
ก็คือภาวนา ไอ้ปัญญาคือการมองเห็น สิ่งที่เรามองเห็นน่ะใช่ปัญญาหมด
ยุคปัจจุบันมันเห็นชัดๆเลยท่านว่า เอ็งเห็นรูปเห็นนามแล้วท่านว่า


ที่มา :
หลวงตาม้าตอบปัญหาธรรม 26 มีนาคม 2556



Create Date : 02 มิถุนายน 2557
Last Update : 9 มิถุนายน 2557 7:24:30 น.
Counter : 1581 Pageviews.

0 comment
เพราะเหตุใด ปัจจุบันมนุษย์นิยมให้ทานมากกว่าปฏิบัติ หรือว่าทานนั้นได้บุญมากกว่า
เพราะเหตุใดนะครับ ปัจจุบันนี้มนุษย์ถึงเน้นเรื่องการทำทาน แต่หย่อนเรื่องการปฏิบัติ หรือว่าทำทานนั้นได้บุญมากกว่าครับหลวงตาครับ

ไม่ใช่ฮะ การทำทานเนี่ย อานิสงส์น้อยกว่ากรรมฐานเยอะ
หลวงปู่ท่านว่า เอ็งสวดมนต์ภาวนาไป เห็นแสงสว่างเท่าหัวไม้ขีดเนี่ย
เอ็งมีบุญมากกว่าใส่บาตรจนขันลงหินทะลุ บางคนยังแปลไม่ออกนะฮะ
เราฝึกกรรมฐาน เราฝึกที่ตัวเรานะฮะ การเวียนว่ายตายเกิด
เราเห็นแสงสว่างเนี่ย มันไปกับเราอีกนานนะฮะ ไม่มีที่สิ้นสุดเลยฮะ
ไม่รู้กี่กัปป์กี่อสงไขยนะฮะ แต่เราให้ทานคือการให้นะฮะ
ให้แล้วก็ได้ ได้แล้วก็ให้ แต่กรรมฐานมันติดอยู่กับเรา
อานิสงส์ต่างกันเยอะนะฮะ

ลืมนะฮะ บางคนชอบให้ทาน แต่ก็รวยนะฮะ แต่ก็ลืม
อาจจะทำบาปได้นะฮะ เพราะมันลืม ถ้าฝึกจิตไว้เนี่ยไม่ลืมฮะ
ข้อมูลมันอยู่ในจิตไม่ลืม มีความรู้สึกอยู่นะฮะ เพราะฉะนั้น
ไม่ใช่ว่าไม่ให้ทานนะฮะ ท่านบอกทานมันประกอบกัน บารมีทั้งหมด
มันเป็นลูกโซ่กันอยู่ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่ได้

ท่านได้อธิบาย เรื่องทานที่เต็ม คนที่ทานเต็มนะฮะ มีโอกาส
มีเวลา มีสถานที่ มีของ ทานไม่เดือดร้อนตัวเอง ไม่เดือดร้อนคนอื่น
บริจาคทานทันที สมมติว่าหลวงตามีเงินอยู่ 100 บาทเดินไปนี่
เห็นขอทานคนหนึ่งให้ไปแล้ว 5 บาท ให้ทันที นั่นคือคนที่ทานเต็ม
เขาทานไม่ได้เดือดร้อน นั่นคือเรื่องการให้ทาน ไม่ใช่มีอะไรขายหมด
แล้วไปให้ทานนะ ไม่ใช่ อันนั่นมันเกินนะ ท่านว่า เกินมากไป
เป็นทุกข์ ตัวเองไม่ทุกข์ แต่คนอื่นทุกข์นะฮะ ลูกเมียทุกข์ ญาติทุกข์ไง


ที่มา :
หลวงตาม้าตอบปัญหาธรรม 26 มีนาคม 2556



Create Date : 02 มิถุนายน 2557
Last Update : 9 มิถุนายน 2557 7:25:28 น.
Counter : 173 Pageviews.

0 comment
มนุษย์เราตายแล้วไปไหน , จะเชื่อได้อย่างไรว่า นรก สวรรค์มีจริง
มนุษย์เราตายแล้วไปไหนครับ

ข้อมูลมีอะไรก็ไปตามนั้นนะฮะ เคยฝึกดูนะฮะ สมัยฝึกกับท่าน(หลวงปู่ดู่)
เพราะว่าเราไม่ได้เชื่ออะไรง่ายๆ ไม่ฮะ ถ้าเราไม่ได้พิสูจน์เราจะไม่เชื่อ
พิสูจน์ได้นะฮะ ไปสวรรค์เลย ไปได้นะฮะ ไม่ใช่ไปไม่ได้ ไปได้
ไปคุยกับใครได้

มนุษย์ทุกคนที่ทำไว้ในโลกเนี้ยนะฮะ เวลาตายไปนั่นคือไปตามนั้น
ถ้าทำไม่ดีคือข้างล่าง ข้างล่างนะฮะ ข้างล่างไปได้ไง
ก็ทำจากมนุษย์นะ มันมีสายใยอยู่ข้างล่างด้วย หมดแล้วก็ขึ้น
มันก็เวียนไปเวียนมา คนอยู่ข้างบน บุญมันมาจากไหน จากโลก
สิ่งที่ทำไว้ในโลก มันเวียนไปเวียนมาฮะ โลกอยู่ตรงกลาง
โลกเราเนี่ย มีทุกอย่างโลก มีดีสุดๆและเลวสุดๆ ในโลกเนี้ย ยุคนี้นะ
เพราะฉะนั้นเราสามารถมองเห็นได้เลย ทั่วโลกนะ
ไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียว ทั่วโลกนะ
แล้วสวรรค์หรือนรกอันเดียวกันนะ ไม่ได้แยกกันนะ อันเดียวกัน
เพราะอยู่ในโลกอันเดียวกัน เราทำอะไรไว้ในโลก ก็คือพลังงานที่ทำ
แต่ตัวจิตเป็นตัวบันทึก

อย่างที่พูดเมื่อสักครู่นี่ไงว่า ถ้าเรานึกไป มันมา ถ้าเราไม่นึก
มันไม่มา ทั้งดีและไม่ดี มันไม่มา ตายไปแล้ว พอเริ่มตาย เริ่มมาแล้วฮะ
สิ่งที่ตัวเองทำดีมา สิ่งที่ทำไม่ดีก็มา นั่นคือ การเวียนว่ายตายเกิด

ท่านทำไมให้ทำกรรมฐานอ่ะ ท่านบอก
ให้รู้วิธีเวียนว่ายตายเกิดแค่นั้นเองท่านบอก
มันไม่ได้ยากอะไรท่านบอก
พุทธศาสตร์ท่านก็สอนอยู่แล้วท่านบอก
วิธีการท่านก็สอน สอนวิธีเวียนว่ายตายเกิด ใช่ไหม
ยากนะ เวลาตายนี่ ยากนะฮะ ไม่เหมือนมนุษย์นะฮะ
มนุษย์ยังขอได้นะ ตายไปแล้วขอใครไม่ได้
มีธาตุเดียวขอไม่ได้นะ

เพราะฉะนั้น ไอ้การเวียนว่ายตายเกิดเนี่ย มันไม่หลุด
ไปจากมนุษย์ ไปสวรรค์ ลงไปข้างล่าง มันเวียนไปเวียนมา
เริ่มต้นจากคนเป็นมนุษย์

ถ้าไปศึกษาจริงๆมันจะเพลินฮะ มันไม่เบื่อ มันบันทึกได้หมดฮะ
สมัยที่ฝึกใหม่ๆเนี่ย ก็อย่างนี้ฮะ ก็สงสัย พอเข้าใจก็ไม่สงสัยฮะ
ไม่ใช่ไม่มีนะ มีนะ นรก สวรรค์น่ะ

ถ้าฝึกน่ะ มันอยู่ที่การฝึกนะฮะ ฝึก ทุกคนฝึกได้นะฮะ ไม่ใช่ว่าจะ
มันไม่ยากอะไรนะฮะ ไม่ยาก ใช้อิริยาบถที่เราอยู่ทุกวันเนี้ย
ที่เรายืน เดิน นั่ง นอน ไปไหน ไปอะไรเนี่ย ทุกวันเนี้ย ไม่นานนะ รู้
ถ้าฝึกจริงๆน่ะรู้ ดีกว่าไปบันทึกบางเรื่องบางราวที่มันไม่ดี
มันทำให้ชีวิตธาตุขันธ์มันทำงานมาก ใช้ประโยชน์น้อย
มันควบคุมอยู่นะฮะ

เคยไปดูคนใกล้ตายที่โรงพยาบาล ไปดูมาแล้วนะฮะ
ไปดูบ่อยนะเมื่อก่อนนี้ คนที่อุบัติเหตุนะ รถชนตาย
ก็ไปดูกัน รอดู มันมามันก็ มันไม่ตายง่ายๆหรอกฮะ
มันเข้าๆออกๆฮะ มันเข้าไปเนี่ย มันบังคับธาตุไม่ได้ มันก็ออก
เข้าออกอย่างเนี้ย หลายรอบอ่ะ แล้วมันก็มาอยู่ที่ไหน
มันก็มาร้องอยู่ตรงข้างๆมันนั่นแหละ มันร้องเหมือนเราร้องอ่ะ
สะอึกสะอื้น อยู่ด้วยกันมานานไง ตั้งแต่อยู่ในท้องปฏิสนธิ
เขาเอาไปเผา มันก็ไป บ้านมันก็ไป ไม่มีใครคุยกับมันฮะ
มันไปไหนสุดท้ายเลย มันมาโรงพยาบาล เพราะมันคิดว่า
หมอจะรักษามันอยู่ ไม่สนุกฮะ เพราะมันไม่ได้เตรียมตัวที่จะต้องตาย

เพราะฉะนั้นหลวงปู่ท่านว่า ชีวิตนี้เอ็งเกิดมาดีแล้ว ดีที่สุดเลยท่านบอก
เพราะอะไรท่านว่า เพราะเอ็งเห็นได้ทุกอย่างเลย มนุษย์ยุคนี้
เห็นทุกอย่างเลย ท่านบอกเอ็งสามารถจะศึกษาได้เลย
ถ้าเอ็งไปเกิดในยุคศีลธรรมทั้งหมดเลยนะ มีแต่คนรวยท่านบอก
เอ็งดูไม่ออกเลยว่ามันจะตายเมื่อไร

ถ้าเอ็งเกิดในยุคที่กลียุคนะ เอ็งก็อยู่ไม่ได้อ่ะ มันมองด้านเดียวท่านบอก
แต่เดี๋ยวนี้มันมองได้หลายด้าน ดีมากเลยฮะท่านว่า ดีมากเลยฮะยุคนี้
ใช้ตาให้เป็นประโยชน์ฮะ ท่านว่า รักษาชีวิตให้อยู่นานๆหน่อย
โลกมันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆฮะ ไม่มีที่สิ้นสุดหรอก
มันเจริญแล้วเสื่อม มันเจริญแล้วเสื่อม เกิดจากมนุษย์เนี่ยแหละ
ท่านบอกไม่ได้เกิดจากใคร เพราะฉะนั้นเราอยู่กับใครก็ได้
แต่เราไม่เป็นทุกข์เท่านั้นเอง อืม กรรมฐานไง ใช้จิตวิเวกไง

เราไม่สามารถจะไปทำกายวิเวกคนเดียวได้ ก็ใช้จิตวิเวกเอา
เราใช้จิตวิเวกนะ บันทึกแต่ความดีนะฮะ ความไม่ดีเราไม่บันทึก
เราอยู่ที่ไหนก็ได้ท่านบอก อยู่ที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ท่านว่า
เป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนที่แผ่เมตตาบ่อยๆ
เป็นคนสวดมนต์บ่อยๆ แผ่บ่อยๆท่านบอก จิตจะได้เบา
มันประกอบกันท่านว่า พอจิตมันเบาแล้วจิตมันไปพรหม
ทีนี้พรหมมันไม่มีเพศ ไม่มีนะฮะ อยู่องค์เดียวนะ
นั่นคือจิตที่จะเกิดไม่เกิด เนี่ยตรงเนี้ยไม่ต้องไปเถียงกันหรอกท่านบอก
เถียงกันไม่มีประโยชน์ท่านว่า ทำให้มันเป็นพรหมฮะ
แล้วจะเกิดไม่เกิดนั่น แล้วแต่เราท่านว่า

อันดับแรกตอนนี้ท่านว่าอย่างเดียวเลยท่านบอก
เอ็งตัดการฝันร้ายให้ได้ โดยการสวดให้หลับ
จิตอยู่ในไตรสรณคม อยู่ในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ถ้าใครไม่เคยลองสวดแล้วหลับ ลองดูฮะ
ถ้าใครฝันร้ายบ่อยๆ ทำซะนะฮะ รีบทำซะ
มันเป็นการบั่นทอนนะฮะ บั่นทอนธาตุของเรา เวลาเราฝันเนี่ย
เพราะเรามีความรู้สึกเจ็บอยู่นะฮะ เวลาเราโดน โดนแทง
หรือโดนตีในความฝัน หรือวิ่งเนี่ย เพราะจิตมันบันทึกอยู่นะฮะ
ถ้าจิตมันไม่บันทึก เราจำไม่ได้หรอก แสดงว่ามันบันทึกอยู่
ถ้างั้นเราจะปลอดภัยทั้ง 24 ชม. ทั้งกลางวันและทั้งกลางคืน
นี่คือกรรมฐานนะฮะ ง่ายๆไม่ยาก ง่ายมากเลย

จะเชื่ออย่างไรครับว่านรก สวรรค์มีจริง

ก็ไปฮะ คือ หลวงปู่ท่านสอนตั้งแต่แรกๆเลยนะฮะ
ก็เราเนี่ย เรามีสองท่านบอก เรามีรูปกับนาม
รูปคือสิ่งที่เราเห็น เห็นทั่วไปเนี่ย เห็นด้วยตา
แต่นามคือจิตเนี่ย สัมผัสที่ใจ ความรู้สึกที่ใจ
เหมือนเรา คนถามต้องสัมผัสมาแล้วนะฮะ
เวลาเขาเดินไปคนเดียวในมืดๆเนี่ย มีความรู้สึก
มีคนเดินมาข้างหลัง แล้วไม่เห็นเนี่ย นั่นแหละคือ ผีล่ะ
คือผีล่ะนั่นน่ะ พิสูนจน์ได้ง่ายๆ นะฮะ ไม่จำเป็นต้องเห็นนะผีน่ะ
ถ้าอยากพิสูจน์มันจริงๆ ลองไปอยู่ที่คนตายเยอะๆสิ
ลองไปนั่งสบายๆแล้ว มันก็มีความรู้สึกอยู่ ว่าไอ้ตรงนั้น
มันเป็นอย่างนั้นๆ ใช้ความรู้สึกเอาฮะ ไม่ต้องเห็นมันหรอกฮะ
มันอาจจะน่ากลัว นั่นล่ะคือผีล่ะ มันไม่ยาก ถ้าอยากเจอ
ไปที่ถ้ำเมืองนะฮะ เดี๋ยวจะให้แม่ชีเขาพาไปดู

ที่มา :
หลวงตาม้าตอบปัญหาธรรม 26 มีนาคม 2556



Create Date : 02 มิถุนายน 2557
Last Update : 9 มิถุนายน 2557 7:25:54 น.
Counter : 240 Pageviews.

0 comment
ทำไมต้องกำพระสวด และต้องมองภาพหลวงปู่ดู่ , สัพเพฯ คืออะไร
ทำไมต้องกำพระสวด และต้องมองภาพหลวงปู่ดู่
หลวงตาหรือหลวงปู่ทวด


ท่านอยากให้บล็อกจิตมันไว้ มือกำพระ จิตอยู่ที่พระ ตาอยู่ที่ภาพ
หูอยู่ที่บทสวด แล้วก็สวดตามไป ถามว่าบล็อกมันนะฮะ
บล็อกมันให้มันอยู่ ขนาดบล็อกมันอยู่นะ มันยังไม่อยู่เลยนะฮะ
นี่ท่านบอกลักษณะนี้ใช้เวลาไม่นาน

ลองสิลอง ธรรมดาลองมานั่งหลับตาแล้วสวดไปสิ
มันไม่อยู่ มันไม่อยู่หรอก ไปมันไป มันไม่อยู่หรอก ยากฮะ

การสัพเพฯ คือ อะไรครับหลวงตา

การสัพเพฯ คือ การแผ่เมตตา
แต่ในศาสตร์หลวงปู่ดู่นี่ ท่านว่า ครอบวิมานให้ตัวเราเอง
จิตอยู่ที่พระ พลังงานพระมาที่เรา มันก็แผ่ออกที่ร่างกายเรา
เพราะฉะนั้นเวลาเรามองพระ มันจะเกิดปิติ นั่นคือ
เราดึงพลังงานพระมาที่เรา จิตเป็นตัวรับ-ตัวส่งนะฮะ
จิตเราเนี่ยรับและส่งด้วยนะฮะ พอเรานึกมันมา
พอเรานึกมาและมองไปมันก็ไปตามที่เรามอง
มันไปด้วยเข้าๆออกๆ

เพราะฉะนั้นบทสัพเพฯมันคือการบล็อกไว้เฉยๆ
มันคือการแผ่เมตตานะฮะ

สมัยก่อนเราแผ่เมตตา เราไม่ได้นึกถึงพระ
ไม่ใช่นะฮะ เวลาเราแผ่ เราไม่ใช่เอากำลังเรานะฮะ
เรานึกถึงท่านแล้วเราก็แผ่ไป ใช้บทสัพเพฯ
พลังงานมาที่เรา กระแสมาที่เรา มันก็ไปที่อื่นได้
เราสามารถจะส่งไปได้ฮะ แล้วมันจะเพลิน

สูตรท่านมีอะไรฮะ กำพระ จิตอยู่ที่พระ สวดมนต์ แผ่เมตตา
และก็โมทนาบุญ ใช้สามสูตรนี้ฮะ ใช้เวลาไม่นาน
จิตจะเบา เบาฮะ เบา เพราะคนมีเมตตาเนี่ย จิตมันจะเบา
เบามากนะฮะ จิตเบา จิตมีกำลัง จิตไม่สะเทือน จิตมันเบา
เบาขนาดไหนอ่ะ ไม่รำคาญในเสียงฮะ ถึงรำคาญก็ไม่นาน
นั่นคือจิตเบา ลองสิ ลองฝึกดู ลองสังเกตตัวเองสิ

บางคนฝึกกรรมฐานมานานแล้วนะฮะ เรายังหงุดหงิดไหม
ในรูป รส กลิ่น เสียงที่เราสัมผัสเนี่ย นั่นไม่ได้นะฮะ
เรายังไม่ได้นะฮะ จิตเบาคือจิตพรหมท่านบอก ถ้ามันเริ่มเบา
เบานานๆเข้า มันนิ่งเลยนะฮะ จิตมันจะสบายก่อนอันดับแรกนะ
ถ้าเราทำกรรมฐาน จะกองไหนก็ช่างท่านบอก มันจะเบาๆ
มันจะไม่วุ่นวาย แล้วจิตมันถึงจะนิ่งท่านบอก

ความวุ่นวายเนี่ย ยังไง ไม่อยู่หรอกฮะ มันไม่อยู่
มันอยู่ไม่ได้ บางคนมันยังเข้าใจเรื่องกรรมฐานนะฮะ
บางคนมันไม่เข้าใจ มันเป็นฐานฮะ มีฐานแล้วเนี่ย
มันมีประโยชน์มากนะฮะ ไม่ใช่ว่าฝึกกรรมฐานแล้ว
มันจะเป็นคนที่เซื่อมซึมนะ ไม่ใช่นะฮะ เป็นคนที่มีประโยชน์มากนะฮะ
ประโยชน์กับตัวเอง ประโยชน์กับสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองอยู่
เป็นประโยชน์ทั่วๆไป ไปไหนก็มีประโยชน์ฮะ ทำงานหนักด้วยนะฮะ
ทำงานหนักกว่าคนธรรมดานะฮะ ทำงานไม่พลาดด้วยท่านบอก
ทั้งทางโลกและทางธรรมไม่พลาด
เพราะจิตเกาะอยู่ที่ไตรสรณะคมหรือจักรพรรดิ์

ท่าน(หลวงปู่ดู่)มีมาก่อนเรา ท่านผ่านก่อนเรา
เพราะฉะนั้นข้อมูลที่ท่านมีทุกอย่าง
มีทุกอย่างฮะ เว้นเราไม่ฝึกให้ เราสงสัยแค่นั้นเอง

บางคนไปถามหลวงตานะฮะ ไปถ้ำ อยากเห็นผีฮะ ไม่เคยเห็น
มันไม่ยากนะฮะ อยากเห็นผีเนี่ย ไม่ใช่เห็นนะฮะ ใช้ความรู้สึกเอานะ
เวลาเราเดินไปไหนก็เหมือนมีคนเดินข้างๆมั่ง ข้างหลังมั่ง
นั่นคือความรู้สึก เวลาเราไปไหนทำไมเราขนลุกอ่ะ จิตมันรับ
จิตเราควบคุมธาตุเราอยู่ มันรับที่จิตออกที่ธาตุไง
แล้วฝึกได้มันจะเพลินฮะ มันจะเพลินมาก มันจะทำให้ไม่ขี้เกียจ
อย่าลืมว่า เตรียมตัวตายนะฮะ เตรียมตัวตาย ท่านบอกเตรียมตัวตาย
เนี่ยที่เราฝึกเนี่ย เวลาเราเจ็บป่วยเนี่ยลำบากนะฮะ ยิ่งป่วยเนี่ยลำบาก
เพราะเราควบคุมมันอยู่นะฮะ บุคคลที่เครียดนะฮะ นั่นคืออายุสั้น
ทำร้ายตัวเอง โรคสารพัดกินนะฮะ เพราะความเครียด
มันเป็นพลังงานที่ไม่ดี มันก็ดึงพลังงานที่ไม่ดีเข้ามาหาตัวเองนะฮะ
พลังงานไม่หนีไปจากโลกนะฮะ กรรมที่มนุษย์ทั้งหลายในโลก
ทำไว้ที่เวียนไปเวียนมานี้นะฮะ มันมานะฮะ ไม่ใช่ไม่มา
จิตมันเป็นตัวรับมา โรคมัน ไปรับมา ไม่ใช่ไม่อะไรหรอก
จิตเป็นตัวรับ เพราะมันควบคุมธาตุเราอยู่ ใช่ไหม

เพราะฉะนั้นฝึกไว้ท่านบอก ฝึกไว้เพื่อมีประโยชน์
เหตุที่จะเกิดมันมาจากอดีต เหตุทุกอย่างมันมาจากอดีต
มาที่ปัจจุบัน และก็ไปอนาคต เหตุที่จะเกิดของโลกท่านบอก
ของมวลมนุษย์ทั้งหมดท่านบอก เพราะว่าเอ็งฝึกไว้เตรียมตัว

สภาพจิตที่ดีนะฮะ ถ้าอยู่ในสิ่งที่ไม่ดีนะฮะ ไม่มีอันตรายนะฮะ
จิตมันไม่รับ มันไม่มา ทำไมรูปพระ เวลาไฟไหม้ เวลาอะไร
ทำไมมันไม่ไหม้อ่ะ สังเกตุง่ายๆ ทำไมไม่ไหม้

คนอารมณ์ดีอายุยืนนะฮะ อารมณ์ขุ่นมัวอายุสั้น
เรื่องอะไรเราจะต้องไปเสียเงินรักษาโรค ไม่ต้องท่านบอก
สวดมนต์เนี่ย สวดมนต์ไปเรื่อยๆฮะ ขับรถไปก็สวด
ใช้อิริยาบถทั้ง 4 นะฮะ ปลอดภัยจากกรรมไม่ดีด้วยนะฮะ
ท่านบอก ปลอดภัยด้วย กรรมที่เคยทำด้วย สิ่งที่ไม่ดีที่เคยทำ
เพราะจิตมันไม่รับฮะ เพราะเราสวดอยู่ มันมีมากกว่านั้นนะฮะ
อยากให้สัมผัสเฉยๆหรอกฮะ

หลวงปู่ท่านเป็นพระโพธิสัตว์นะฮะ บารมีท่านยังไม่ได้รวมนะฮะ
บารมีท่านยังกระจายอยู่ เพราะฉะนั้นท่านบอก
เวลาท่านเสียชีวิตไปนะฮะ ท่านจะดังยิ่งกว่าตอนมีชีวิตอยู่ท่านบอก
เพราะบารมีท่านยังอยู่ ท่านให้สังเกตว่า ถ้าเป็นพระอรหันต์นะฮะ
คือท่านที่ไม่เกิดนะฮะ ไม่กี่ปี วัดท่านก็ร้างแล้วฮะ
เพราะบารมีท่านรวม ธุรกิจท่านรวมแล้ว ไม่ทำแล้ว ไม่เกิดแล้ว
ต่างกับพระโพธิสัตว์นะฮะ โพธิสัตว์เนี่ยอยู่วัดไหนเนี่ย
ท่านเสียแล้ว คนก็ยังเข้าไปอยู่ฮะ คนเป็นหนอนเลยฮะ
เพราะบารมีท่านยังอยู่ไง

โพธิสัตว์ก็คือ ผู้ที่ยังข้องอยู่กับสัตว์
แต่พระอรหันต์คือผู้ไม่เกิด ไม่มี
ถ้าเราไปนั่งในวัดที่เป็นพระอรหันต์ หรือวัดที่ต้นโพธิ์ที่ไปอ่ะ
มีความสุขฮะ เย็นสบายเลยฮะ อารมณ์นิ่งๆสบายฮะ
ไม่หวือๆหวาๆอะไร

แต่ถ้าไปนั่งที่วัดบางนมโคนะ หรือวัดสะแก หรือวัดหลวงปู่ทวดนะ
มันไม่เหมือนกันนะฮะ มันจะวูบๆวาบๆ ไม่เหมือนกัน
คือเราสัมผัส กำพระบ่อยๆ เราจะสัมผัสพลังงานพวกนี้ได้
เนี่ย กำพระบ่อยๆ นึกถึงพระบ่อยๆ พระเป็นสื่อ
ให้พระเป็นสื่อ พระนี่เป็นสื่อเอง

ที่มา :
หลวงตาม้าตอบปัญหาธรรม 26 มีนาคม 2556



Create Date : 02 มิถุนายน 2557
Last Update : 9 มิถุนายน 2557 7:26:28 น.
Counter : 445 Pageviews.

0 comment
ทำไมอินเดีย ถึงไม่มีพุทธศาสนาในตอนนี้
ทำไมอินเดียถึงไม่มีพุทธศาสนาในตอนนี้

หลวงตาไปอินเดียมานะฮะ ชอบไปดูพลังงาน
อินเดียทำไมไม่มีพุทธศาสนาตอนนี้
เออ แปลกนะ บางคนสงสัย ทำไมมาประเทศอื่นหมดเลย
เพราะสมัยที่ท่านอยู่ในอินเดียนะฮะ
ท่านกวาดเอาพวกท่านที่สร้างบารมีด้วยกันไปหมดเลย
แล้วอินเดีย ในสมัยนั้นก็มีลัทธิเยอะมากเลย ลัทธิเยอะเลย
ใช่ไหมไอ้พวกลัทธิทุกวันนี้ มันอยู่ที่อินเดีย
แต่พระอรหันต์ที่ท่านมาเผยแพร่ศาสนามาทางนี้
ไทยมั่ง ศรีลังกามั่ง จีนมั่ง ไปถึงจีนทางนี้ มันเจริญ
เพราะมันไม่มีลัทธิ

ในอินเดียไม่มีนะฮะ ศาสนา มีแต่เจ้าลัทธิทั้งหมดเลย
มีฮินดู มีอะไร มีรูปหนุมานมั่ง ที่เขานับถือตามถนนข้างๆ
พุทธไม่มีเลยฮะ มาอยู่ที่ไทยมั่ง มาศรัลังกา
อยู่ที่ต้นโพธิ์นั่น ก็มีแต่ชาติอื่นทั้งนั้น เต็มไปหมดเลย
มาจากธิเบต จากจีน จากไทย ไทยจะเยอะฮะ

เพราะฉะนั้น ศาสนามันก็เลยมาทางนี้ มาทางรอบๆอินเดีย
เพราะที่ท่านมาเมื่อก่อนนี้ มันยังไม่มีลัทธิอะไร
มันเป็นชนกลุ่มน้อยอย่างที่เรามาเนี้ย ศาสนามันก็เลยเจริญแถบนี้
นั่นล่ะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลย

ที่มา :
หลวงตาม้าตอบปัญหาธรรม 26 มีนาคม 2556



Create Date : 02 มิถุนายน 2557
Last Update : 9 มิถุนายน 2557 7:28:35 น.
Counter : 84 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  

basicka
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



All Blog