อพรัมจริยากับกาเมฯ ต่างกันอย่างไร ทำไมจึงให้สมาทานศีลว่าอพรัหมฯ
คำว่า อพรัหมฯ กับ กาเมฯ ต่างกันอย่างไร แล้วทำไมสมาทานศีลทำไมต้องอพรัมฯ

ก็...อพรัมหฯ ก็คือ การบวช การถือบวชไง อพรัหมจริยา
ตอนที่เราสวดเราก็บวชแล้ว เป็นพรหมจรรย์แล้ว
แต่เราไปบ้าน เราก็ขาด เราก็มาอพรัมใหม่ไง

คือ ถ้าเราจำได้จริงๆแล้วเนี่ย ในโอกาสข้างหน้า
เราสมาทานบ่อยๆเนี่ย มันจะจำได้ เพราะมันจำแม่น จิตมันจำแม่น
ถ้าบ่อยๆ สมัยก่อนฝึกกับท่านเนี่ย ก่อนนอนนะ
ปาณา อทินนา กาเม มุสา สุราฯ เช้ามาก็
ปาณา อทินนา กาเม มุสา สุราฯ ทุกวัน
สมาทานเองฮะ พอเราจะทำผิดศีล มันจะชะงักฮะ จะไม่ทำ
ท่านจึงให้สวดบ่อยๆฮะ นี่คือ กรรมฐานฮะ
ท่านจะให้สมาทานศีลทุกครั้งนะฮะ มันไม่ใช่ลดทีเดียวหรอก
ท่านบอกมันค่อยๆลด มันลดไปพร้อมๆกันนั่นแหละท่านบอก
เรื่องศีล สมาธิ ปัญญา มันไปพร้อมๆกันนะ

เรื่องปัญญาไม่ต้องเป็นห่วงหรอกท่านบอก มีคนถามนะ
เอ๊ย สวดมนต์อยู่มันมีปัญญาเหรอ
โอ้โห ท่านว่า เอ็งอยู่ในที่ทำงานเอ็งก็มีปัญญาแล้ว
อยู่ที่บ้าน อยู่ที่ถนนมันก็เป็นปัญญาทั้งนั้น ตราบใดที่ตายังมองเห็น
เห็นหมดแหละท่านว่า นั่นคือปัญญา ตามสภาพของความเป็นจริง
ที่เรามองเห็น นี่แหละคือปัญญา

ไม่ใช่ปัญญาต้องไปนั่งพิจารณานะ ไม่ใช่ ไอ้นั่นน่ะคือการสวดมนต์
ก็คือภาวนา ไอ้ปัญญาคือการมองเห็น สิ่งที่เรามองเห็นน่ะใช่ปัญญาหมด
ยุคปัจจุบันมันเห็นชัดๆเลยท่านว่า เอ็งเห็นรูปเห็นนามแล้วท่านว่า


ที่มา :
หลวงตาม้าตอบปัญหาธรรม 26 มีนาคม 2556



Create Date : 02 มิถุนายน 2557
Last Update : 9 มิถุนายน 2557 7:24:30 น.
Counter : 1579 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

basicka
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



All Blog