การกำพระ คือ อะไร , อานิสงส์ของการนอนสวดมนต์ ,เรื่องการเวียนว่ายตายเกิด
การกำพระ คือ อะไร

กำพระ หมายถึงว่า
เอาพระ(พระผงจักรพรรดิ์)ที่แจกน่ะมากำ
(ขอฟรีได้จากเว็บวัดถ้ำเมืองนะ)
มากำไว้ในมือ จิตอยู่ที่พระนะฮะ
น้อมจิตเข้าไปที่พระ นึกถึงพระที่กำ
ใช้ความรู้สึกอยู่ที่พระนะฮะ

สมมติว่าเรากำพระเนี่ย รู้สึกนะ มีความรู้สึก
เราสัมผัสได้นะฮะ ไม่ใช่สัมผัสไม่ได้ ทุกคนสัมผัสได้นะฮะ

เราเกิดมาเนี่ย มีความรู้สึกทุกคน ไม่มีใครไม่มีความรู้สึก
ออกจากท้องมา เวลาหิวก็ร้องแล้ว เวลาป่วยก็ร้อง
นั่นคือความรู้สึกนะฮะ ตั้งแต่เด็กยันเดี๋ยวนี้ ความรู้สึกทั้งนั้นน่ะ
จากรูป รส กลิ่น เสียง จากตา หู จมูก ลิ้น กาย เข้าที่จิตหมด
ความรู้สึกเกิดหมด แต่ความรู้สึกนั้นจะเป็นบวกหรือลบ
จะเป็นความเพลิดเพลิน ความเศร้า มันอยู่ในนั้นเองความรู้สึก
ที่เรารับมาเนี่ยแหละ

เพราะฉะนั้น หลวงปู่ท่านว่า พุทธศาสตร์
ท่านว่าท่านสอนนะฮะ พุทธศาสตร์
เป็นศาสตร์ที่ว่าตามสภาพของความเป็นจริง จริงทุกอย่าง
เรื่องจริงคือพุทธศาสตร์ ไม่มีอ้อมค้อมนะฮะ ท่านสอนไม่มี
ท่านพูดเรื่องข้างนอกก็คือตาเห็น ข้างในก็คือจิตเห็นนะฮะ
มันเห็นได้สองด้าน

อย่างรูปหลวงปู่เนี่ย ถ้าเรามองธรรมดาเนี่ย มันก็เห็นรูปท่าน
ตาเราจะเห็น แต่ถ้าเรามองท่านบ่อยๆเนี่ย จิตเราก็จะสัมผัส
ก็คือความรู้สึกไง เนี่ยแค่นี้ก็เป็นกรรมฐานได้แล้ว

ทำไมท่านถึงให้กำพระ เพราะจิตมีที่ยึดนะฮะ มีที่ยึด
พระเป็นสื่อพลังงานนะฮะ เป็นสื่อนะฮะ รูปหลวงปู่เป็นสื่อนะฮะ
เป็นสื่อที่ท่านทำในอดีตจนถึงเดี๋ยวนี้ เป็นสื่อพลังงาน
เป็นสื่อของความดีทั้งหมด เพราะเป็นสื่อของพระ

คนที่ทำกรรมฐาน ไม่มีที่ยึดนะฮะ ทำยากนะฮะไม่ใช่ทำง่ายๆ
โดยจิตไม่มีที่ยึดเนี่ย ยากนะฮะ
เคยทดลองทำอาณาปานนุสติ 1 ปีนะฮะ ไม่ไหวฮะ
ลมมันละเอียดมากเลยฮะ จับไม่ได้ ต้องเพิ่มอีกหลายปีนะฮะ
ก็เลยหยุด ไม่เอา มาจับภาพ มาจับภาพให้มันอยู่ มันไวกว่า

เพราะฉะนั้น ถ้าเรามองท่านเนี่ย เราจะรู้เลย ท่านทำอะไรมาเราก็รู้ฮะ
มีข้อมูลหมดเลย เหมือนพระที่แจกให้ไปเนี่ย จิตเราอยู่ที่พระใช่ไหม
พระนี่ก็ดึงพลังงานมาที่พระ พลังงานอยู่ในโลกเนี่ยไม่ไปไหน


ทำไมท่านถึงให้กำพระ เพราะอย่างเนี้ย พระ ท่านให้กำ
ว่างๆนึกถึงพระ ว่างๆนะ ใช่ไหม เออ ทุกคนว่างไหมทุกวัน
อย่างน้อยๆ 10 20 นาที 30 นาทีว่าง จิตติดอยู่ที่พระ
อยู่บ่อยๆนะไม่ไปไหนนะฮะ จิตไม่ไปไหนจิตอยู่ที่พระนี่แหละ
ลืมเรื่องราวทั้งหมดแหละ สิ่งที่ทำในอดีตมันลืมได้ฮะ
เพราะจิตมันเพลินในพระ ลืมทั้งความทุกข์ความสุขด้วย ลืมฮะ
กรรมฐานทำได้ตลอด 24 นะฮะ ไม่ใช่จะไปวัดแล้วค่อยทำนะฮะ
ไม่ใช่ คิดผิดแล้วฮะ หลวงปู่ท่านบอกว่า เอ็งตื่นขึ้น รู้สึกทำเลย
นอนก็ทำจนกว่าหลับ เพราะฉะนั้น 24 ชม. จิตทำงานตลอด 24
ไม่มีพักเลย


อานิสงส์ของการนอนสวดมนต์

อันดับแรก ถ้านอนแล้วสวด ฝันร้ายไม่มีแล้วฮะ
ตัดการฝันร้ายนะ ฝันร้ายก็คือกรรมในอดีตนะฮะบางอย่าง
นั่นล่ะ มันจะมารับประทานเรานะฮะ เราทำทั้งดีและไม่ดีในอดีตเนี่ย
เราสามารถไม่รู้ แต่เราใช้ความรู้สึกได้นะฮะ อย่างที่พูดเมื่อกี้นี่
ความรู้สึกเนี่ยฮะ ถ้าเราสวดมนต์ไปบ่อยๆเนี่ย
ความรู้สึกเราจะเริ่มบวกขึ้นไปแล้วนะฮะ บวกนะ ไม่มีลบแล้วต่อไป
ถ้าเราฝึกไป ไม่นานนะฮะ อย่างน้อยๆก็ 4-5 ปีประมาณนี้
ถ้าทำทุกวันนะฮะ ก็จะรู้แล้วว่าจิตเรายังไง เราควบคุมโดยพระ

เรื่องการเวียนว่ายตายเกิด

ชัดๆท่านบอก อธิบายแบบชัดๆ คนในโลกเนี้ยทั้งหมดนี่
มีใครเอาบุญและบาปไปได้ไหม ไม่ได้ท่านบอก
มันอยู่ในโลกเนี่ย แต่ตัวจิตเป็นตัวบันทึกแค่นั้นเอง
ถ้าเราคิด มาฮะ ถ้าเราคิดถึงความสบายในอดีต
มาเป็นฉากๆเลย ถ้าเราคิดถึงความทุกข์ล่ะ มันก็มา
ถ้าเราไม่คิดล่ะ ไม่มาฮะ นั่นคือพุทธศาสตร์นะฮะ
พุทธศาสตร์จริงๆ คือ การเวียนว่ายตายเกิดของมนุษย์เนี่ย

มนุษย์ โลกมันกลมนะฮะ มันเปลี่ยนเรื่อยฮะ มันเปลี่ยนฮะ
ไม่มีใครอยู่ได้นาน พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันเต็มที่นะ
100 เดียว กลางๆด้วย ถ้าคนอารมณ์ดีนะ ฝึกกรรมฐานอารมณ์ดี
ก็อยู่ได้ 200-300 อ่ะได้ อยู่เป็นกัปป์ก็ได้ เพราะอารมณ์ดี
ชัดนะฮะ จิตควบคุมธาตุเราอยู่นะฮะ จิตเราเนี่ย มันควบคุมอยู่
คุณควบคุมได้มันอยู่ ถ้าควบคุมไม่ได้ เผา ยังไงก็เผาฮะ
นี่คือจริง เรื่องจริงฮะ

เพราะงั้น หลวงตาทำงานแบงค์นะฮะ เมื่อก่อนนี้
บอกก่อนนะฮะ ทำงานแบงค์ ไปฝึกที่หลวงปู่มา 10 ปีนะฮะ
ท่านสอนสภาพตามความเป็นจริงนะฮะ
ท่านสอนเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดฮะ

มนุษย์เอาอะไรไปไม่ได้หรอกท่านบอก ทิ้งไว้แต่สิ่งที่ตัวเองทำ
แล้วก็กลับมา ความรู้สึกเดิมก็ทำ เจอสภาพสังคมที่ดีก็ดี
เจอสังคมที่ไม่ดีก็ไม่ดีท่านบอก ถ้าไม่มีพื้นฐานก็ไปตามสังคมนั้นๆ
ถ้ามีพื้นฐานก็หลีกท่านบอก ก็หลีกโดยกรรมฐาน
เราอยู่ที่ไหนก็ได้ท่านบอก เราอยู่กับใครก็ได้ ถ้าเรามีกรรมฐานไง
เราไม่จำเป็นต้องไปวิเวกท่านบอก กายวิเวกไม่ต้อง ถ้าเราทำจิตวิเวก
จิตวิเวกก็อยู่อย่างนี้ อยู่กันหลายๆคนแบบนี้ อยู่เยอะแยะเนี่ย
ทำในใจ สวดมนต์ในใจ ไม่รับรู้เรื่องอะไร นั่นคือจิตวิเวก ชัดเจนนะ
ถ้ากายวิเวกก็อยู่คนเดียว ในป่า หรือ ในห้อง
จิตวิเวก กายมันก็วิเวก กายวิเวก จิตมันก็วิเวก ก็มันอยู่ด้วยกันไง
นั่นชัดเจนนะ

ที่มา :
หลวงตาม้าตอบปัญหาธรรม 26 มีนาคม 2556



Create Date : 02 มิถุนายน 2557
Last Update : 9 มิถุนายน 2557 7:29:00 น.
Counter : 398 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

basicka
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



All Blog