Veritatem dies aperit. เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงเสมอ

Justice of the Peace
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Justice of the Peace's blog to your web]
Links
 

 

2. Welcome to KANSAI !!!

วันที่ 2 : 13 พ.ย. 2552 : คันไซ - โกเบ - ฮิเมจิ



ในที่สุดเราก็มาถึงสนามบินคันไซ เมืองโอซาก้า เวลาประมาณ 06.50 น. ของวันที่ 13 พ.ย. 52 แต่กว่าจะออกมาจากสนามบินได้ก็ปาเข้าไปเกือบ 09.00 น. แล้วล่ะ ตามโปรแกรมวันนี้ จะต้องเอาข้าวของไปเก็บไว้ที่โรงแรมที่โกเบกันก่อน แล้วจะไปเที่ยวเมืองฮิเมจิ ซึ่งเป็นเมืองที่ไกลที่สุดของภูมิภาคคันไซ ดังนั้น ถ้าซื้อบัตรเหมาจ่าย JR Kansai Area Pass 1 วัน ราคา 2,000 เยน จะคุ้มกว่า เพราะวันนี้ต้องเดินทางด้วยรถไฟ JR ทั้งวัน

พอลงมาที่ ชั้น 1 ก็เจอ Tourist Information Travel Desk เราเลยซื้อ Osaka Unlimited Pass 2009 สำหรับ 2 วัน คนละ 2,700 เยน ซะเลย เพราะมีโปรแกรมเที่ยวในโอซาก้า 2 วันอยู่แล้ว แต่ที่นี่ไม่มีขายบัตร JR Pass ต้องไปซื้อที่ชั้น 4 ที่บู้ทหน้าสถานีรถไฟ JR ที่เข้ามาเทียบให้ถึงในสนามบิน



ตอนซื้อบัตร JR Pass เราบอกว่า จะไปลงสถานี Sannomiya ที่เมืองโกเบ เจ้าหน้าที่ที่บู้ท JR บอกว่าให้ขึ้นขบวน Haruka ไปลงที่ Shin-Osaka แล้วค่อยต่อรถไปโกเบ แต่พอไปถึงที่ชานชลาจริง ๆ เจ้าหน้าที่ที่ชานชลากลับชี้ให้เราขึ้นขบวนรถ Limited Express บอกว่าให้ไปลงที่สถานี Osaka แล้วต่อรถไปโกเบ เราก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไร เห็นว่ารถจะออกแล้ว เลยรีบขึ้น ๆ ไปก่อน

จริง ๆ แล้วก็ไม่ผิดหรอก เพราะมันเข้าตัวเมืองโอซาก้าเหมือนๆ กัน แต่มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รถไฟขบวนที่เรานั่ง มันจอดซะทุกสถานีเลย หวานเย็นจริง ๆ แถมมองไปอีกที รถขบวน Haruka ที่ออกหลังเรา ดันวิ่งแซงหน้าไปซะแล้ว เราถึงรู้ตัวว่า ถ้าขึ้นรถ Haruka จะไปถึงปลายทางเร็วกว่า ก็เลยไหวตัวทัน ลงที่สถานี Tennoji ดักรอ Haruka ขบวนใหม่เพื่อไปลงสถานี Shin-Osaka จากนั้นก็ไปต่อรถขบวน JR Kobe Line ไปลงสถานี Sannomiya ซึ่งกว่าจะถึงโกเบ ก็ปาเข้าไป เที่ยงกว่าแล้ว ผิดเวลาไปจากที่คิดว่าจะถึงโกเบ สักประมาณไม่เกิน 10.00 น.



จากนั้นเรากับดาวต่างก็แยกย้ายเอากระเป๋าไปเก็บที่โรงแรม แล้วนัดกันให้มาเจอกันที่สถานี Sannomiya ตอน 12.45 น. เพื่อทานข้าวเที่ยง ซึ่งอาหารมื้อแรกของเราในแผ่นดินญี่ปุ่น ก็คือ คะเระไรซึ หรือ ข้าวแกงกะหรี่หมูชุบแป้งทอด ที่ร้าน Café Terrasse ก่อนที่เราจะเดินทางเริ่มต้นเที่ยวแห่งแรก คือ เมืองฮิเมจิ.







 

Create Date : 12 เมษายน 2553    
Last Update : 19 เมษายน 2553 7:58:55 น.
Counter : 555 Pageviews.  

1. Let's go to KANSAI !!!



ดาวกับเรา ตกลงกันไว้ว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่น ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน 2552 โดยเป็นการเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตของเราทั้งคู่ ทั้งยังทำซ่า ไม่ไปเที่ยวกับทัวร์ด้วย !!! โดยเราคิดกันว่าจะไปกันเพียงแค่ แถบภูมิภาคคันไซเท่านั้น เพราะช่วงที่จะไปคันไซ จะเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีพอดี ไหน ๆ ไปเที่ยวกันเองก็อยากไปแบบสบาย ๆ ไม่อยากเที่ยวแบบชะโงกทัวร์ ทั้งโปรแกรมเที่ยวก็ต้องถูกวางไว้ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของดาวด้วย คือ จะไปเยี่ยมเพื่อนที่ไปเรียนต่ออยู่ที่โกเบ และเขามีเวลาว่างอยู่ที่เมืองโกเบ เพียงแค่วันที่ 13 พ.ย. 2552 เท่านั้น เพราะวันที่ 14 เขาก็จะไปโตเกียวแล้ว

แต่ด้วยปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ นานา ทำให้กว่าเราจะได้วันกำหนดตายตัวแน่นอนที่จะไปเที่ยวและการซื้อตั๋วเครื่องบินนี้มา มันช่างยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก... แต่ก็เอาเถอะ ในที่สุดก็เคาะวันที่จะเดินทางออกมาได้ที่ วันที่ 12 – 21 พ.ย. 2552 เฮ้อ...ในที่สุดก็จะได้ไปญี่ปุ่นซักที

วันที่ 1 : 12 พ.ย. 2552 : สุวรรณภูมิ - คันไซ



พวกเราเดินทางด้วย JAL เที่ยวบินที่ JL728 ออกจากสุวรรณภูมิ 23.45 น. ของวันที่ 12 พ.ย. 52 ซึ่งในเที่ยวบินนี้ มีเพื่อนสมัยมัธยมของเราที่ชื่อว่า “ฝน” เป็นแอร์โฮสเตส JAL เดินทางไปด้วย (ติดเครื่องไปเฉย ๆ ไม่ได้ทำงาน) วันแรกที่ไปถึงญี่ปุ่น ดาวจะไปเยี่ยมเพื่อนของดาวที่มาเรียนต่ออยู่ที่โกเบตอนเย็น แล้วจะแยกไปพักกับเพื่อนเลย ส่วนฝนพักโรงแรมของพวกแอร์ฯ ที่โอซาก้า แล้วจะไปหาเราที่โกเบ เพื่อไปทานข้าวเย็นด้วยกัน



เครื่องออกไม่ทันไร ก็เสริฟเครื่องดื่มกับอาหารว่างทันทีเลยครับ...อาหารว่างงงงงงง จริงๆ (มีแค่ถั่วญี่ปุ่นกับน้ำส้มอ่ะ) แถมตอนนั้นก็เที่ยงคืนกว่า จะตีหนึ่งแล้ว พอใกล้ ๆ จะตีสอง ถึงได้ปิดไฟให้นอน….

แต่ยังหลับไม่ทันได้ที่ดีเลย ตอนเกือบ ๆ ตีห้า เขาก็ปลุกมาทานข้าวเช้าแล้วครับ มีข้าวต้ม(เศษ)ปลาทูน่า ผักต้ม หมี่เย็น ผลไม้ แล้วก็โยเกิร์ต จากนั้นเราก็ไม่มีโอกาสได้หลับกันอีกเลย ได้แต่นั่งดูทีวีไปเรื่อย ๆ และคอยลุ้นกันอยู่ตลอดว่าจะถึงญี่ปุ่นรึยัง และคอยชะโงกหน้ามาดูแผ่นดินญี่ปุ่น ยิ่งตอนถึงญี่ปุ่นและลดระดับลงมาเรื่อย ๆ จนเห็นพื้นดินข้างล่างชัดเจนนี่ยิ่งตื่นเต้นมากจริง ๆ.




 

Create Date : 12 เมษายน 2553    
Last Update : 19 เมษายน 2553 7:58:26 น.
Counter : 551 Pageviews.  

1  2  3  4  5  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.