Veritatem dies aperit. เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงเสมอ

Justice of the Peace
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Justice of the Peace's blog to your web]
Links
 

 
11. พระราชวังเกียวโต (Kyoto Gosho)

พระราชวังเกียวโต (Kyoto Gosho)



พระราชวัง ที่เป็นทรัพย์สินของสำนักพระราชวังญี่ปุ่น ที่อนุญาตนักท่องเที่ยวให้เข้าชมได้มี 5 แห่ง เฉพาะที่เกียวโต มีอยู่ถึง 4 แห่ง คือ พระราชวังเกียวโต (Kyoto Imperial Palace), พระราชวังเซ็นโตะ (Sento Imperial Palace), พระตำหนักชุคะคุอิน (Shugakuin Imperial Villa) และพระตำหนักคัตสึระ (Katsura Imperial Villa) ส่วนแห่งที่ 5 คือ พระราชวังอิมพีเรียล ที่กรุงโตเกียว (The Imperial Palace)

แม้ว่าจะเข้าชมฟรี แต่ก็ต้องขออนุญาตเข้าชมล่วงหน้าจากสำนักพระราชวัง(The Imperial Household Agency Office) ไม่ว่าจะเป็นคนต่างชาติ หรือคนญี่ปุ่น การจองรอบเข้าชมผ่านทาง Website ของสำนักพระราชวัง ที่//sankan.kunaicho.go.jp/english/index.html จะสะดวกกว่าไปเขียนใบคำร้องที่สำนักงานในพระราชวัง เพราะจะต้องตรวจ VISA และต้องใช้เวลาในการพิจารณาคำร้อง 2-3 วัน แต่ถ้าจองผ่าน Internet แล้ว ถ้าจองได้ และเรา Confirm Date to Visit ระบบก็จะส่งใบอนุญาต เข้า Mail ของเราทันที เราก็แค่ Print out ใบอนุญาตที่เราได้รับมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ได้เลย โดยไม่ต้องตรวจอะไรอีก ซึ่งการเข้าชมในแต่ละวันจะมีการจำกัดจำนวนคนเข้าชม เต็มแล้วเต็มเลย อย่างเช่น พระราชวังเกียวโต จะมีรอบสำหรับคนต่างชาติ มีเจ้าหน้าที่นำเที่ยวบรรยายให้เป็นภาษาอังกฤษ วันละแค่ 2 รอบ คือ รอบ 10.00 น. และ 14.00 น. ใช้เวลารอบละประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนพระตำหนักแห่งอื่นในเกียวโต เท่าที่ดูจะมีแต่รอบภาษาญี่ปุ่น เวลาเข้าชมก็จะแตกต่างกันไป


ถนนโรยกรวดในเขตพระราชวัง


เราเดินทางไปถึงพระราชวังเกียวโต ในเวลาที่กระชั้นชิดมาก ๆ คือใกล้ 14.00 น. เต็มที แถมตามเอกสารก็บอกว่า ต้องมาถึงที่พระราชวัง 10 นาที ก่อนออกรอบ แต่เราออกมาจากสถานีรถไฟใต้ดินตอน 14.00 น. พอดี ดูจากแผนที่ ก็นึกว่า ประตูพระราชวังอยู่ใกล้ ๆ กับสถานีรถไฟใต้ดินแล้ว คงเดินอีกไม่เท่าไร น่าจะยังทัน แต่ความจริง มันเป็นเพียงแค่ประตูพระราชวังชั้นนอกเท่านั้น ยังต้องผ่านถนนในเขตพระราชวังอันกว้างขวาง ไปยังประตูพระราชวังชั้นในอีก เราเห็นท่าไม่ดี เลยต้องรีบวิ่งแล้ว เพราะตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่าต้องไปติดต่อ ต้องทำอะไร ต้องเสียเวลาไปอีกแค่ไหนบ้าง กลัวว่าถ้ามาสายแล้วเขาจะตัดไม่ให้เข้าชม


ประตูเซอิโชมง


พอไปถึงที่ Office สำนักพระราชวัง เขาก็บอกว่า เราจองผ่าน Internet แล้ว ให้เอาใบจองไปขอเข้าทางหน้าประตูพระราชวังชั้นใน คือ ประตูเซอิโชมง (Seishomon) เลย เพราะเขามี List คนที่จะเข้าชมพระราชวังในวันนั้นอยู่แล้ว และก็มีเจ้าหน้าที่ใส่สูทมารอรับเราอยู่แล้ว เขารู้ด้วยว่า เราคือนักท่องเที่ยวอีก 2 คนที่ยังขาดตาม List แล้วเขาก็รีบพาเราตามคณะที่เพิ่งออกเดินทางไปได้สักพัก...

ระหว่างที่วิ่งตามคณะให้ทัน พอดีเราเห็นซุ้มประตูหนึ่งสวยดี เราเลยหยุดถ่ายรูป เจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่ใส่ชุดเหมือนตำรวจ เห็นเราหยุดถ่ายรูปก็หันมาดุเราทันที แต่ก็ดุเป็นภาษาญี่ปุ่นอ่ะนะ คงประมาณว่า ไอ้พวกนี้มาสาย แล้วยังชักช้า มัวโอ้เอ้ถ่ายรูปอยู่อีก แล้วก็โบกไม้โบกมือเร่งให้เรารีบ ๆ วิ่ง แต่ว่าเจ้าหน้าที่คนที่ใส่สูทที่มารอรับเราไม่ได้ว่าอะไรเราเลยนะ แต่ยิ้มแล้วก็ก้มหัวให้เรานิดนึง แบบว่า เตือนด้วยรอยยิ้มและสายตา... เรารู้สึกอายมาก ๆ เลย ที่เผลอทำเรื่องที่ไม่สมควร ไม่รู้กาละเทศะ จนถูกดุ ถูกตำหนิ อย่างนั้น แล้วเรากับดาวก็รีบวิ่งไปจนในที่สุดก็ทันกับคณะนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ

เอาเข้าจริง ๆ แล้ว ตลอดการชมพระราชวัง เราไม่ได้ฟังที่เจ้าหน้าที่นำเที่ยวบรรยายให้ฟังเลย เพียงแค่เดิน ๆ ตาม แล้วก็ถ่ายรูป เท่านั้น และก็ดูเหมือนว่า นักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ก็ทำเหมือนกัน…

ประวัติของสิ่งก่อสร้างแต่ละอย่าง เราก็อาศัยอ่านเอาจากแผ่นพับที่เขาแจกให้ ซึ่งในบล็อกนี้ เราก็จะขอเรียบเรียงเอาไว้ให้เผื่อว่าจะมีผู้สนใจ และเป็นประโยชน์สำหรับท่านอื่น ๆ บ้างไม่มากก็น้อย โดยเราจะเรียงลำดับไปตามสถานที่ได้ชมนะ...


โอคุรุมะโยเซะ (Okurumayose) เป็นทางเข้าสำหรับขุนนางหรือพระราชอาคันตุกะซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าเฝ้าพระจักรพรรดิอย่างเป็นทางการ


โชไดบุโนะมะ (Shodaibunoma) เป็นห้องรับรองสำหรับขุนนางหรือพระราชอาคันตุกะที่รอเข้าเฝ้าพระจักรพรรดิ ด้านในจะมีห้อง 3 ห้อง คือ ห้องเสือ, ห้องนกกะเรียน และห้องซากุระ ซึ่งตั้งชื่อตามภาพที่วาดบนประตูบานเลื่อน และผู้ที่จะเข้าเฝ้าจะต้องนั่งรอในห้องที่แตกต่างกันไปตามลำดับชั้นยศ


ประตูเค็นเรอิมง (Kenreimon) เป็นประตูใหญ่ของรั้วกำแพงวังชั้นในที่ตั้งอยู่ด้านหน้าสุด (ทิศใต้) ของพระราชวังเกียวโต ใช้เป็นทางเสด็จเข้าออกของพระจักรพรรดิ


ประตูเก็กคะมง (Gekkamon) เป็นประตูเล็กด้านซ้าย (ทิศตะวันออก) ของพระที่นั่งชิชินเด็น


ประตูโจเมอิมง (Jomeimon) เป็นประตูเล็กด้านหน้า (ทิศใต้) ของพระที่นั่งชิชินเด็น


ประตูนิกคะมง (Nikkamon) เป็นประตูเล็กด้านขวา (ทิศตะวันตก) ของพระที่นั่งชิชินเด็น


พระที่นั่งชิชินเด็น (Shishinden) เป็นพระที่นั่งที่สำคัญที่สุดของพระราชวังเกียวโต เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญ ๆ เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระที่นั่งสร้างชั้นเดียว สร้างด้วยไม้ ยกพื้นสูง หลังคาปูด้วยไม้สน ด้านขวาของพระที่นั่ง (ตะวันออก) ปลูกต้นซากุระ ส่วนซ้ายของพระที่นั่ง (ตะวันตก) ปลูกต้นทาจิบานะ หรือต้นส้ม ด้านใน มีพระราชบัลลังก์ของพระจักรพรรดิ และพระจักรพรรดินี พระที่นั่งชิชินเด็นองค์เดิมนั้น ถูกไฟไหม้เมื่อปี ค.ศ. 1854 องค์ปัจจุบันนี้สร้างขึ้นใหม่เมื่อปี ค.ศ.1855 (ตอนที่เราไป เจ้าหน้าที่ให้ชมพระที่นั่งชิชินเด็นด้านนอกผ่านประตูโจเมอิมงเท่านั้น ไม่อนุญาตให้เข้าไปภายในลานหน้าพระที่นั่ง)


ประตูเค็นชุนมง (Kenshunmon) เป็นประตูใหญ่ของรั้วกำแพงวังชั้นในด้านทิศตะวันออกของพระราชวังเกียวโต


ชุนโคเด็น (Shunkoden) เป็นห้องเก็บของ หรือทรัพย์สินของพระราชวัง หลังคาที่เห็นเป็นสีเขียวนั้นคือทำด้วยทองแดง


เซอิเรียวเด็น (Seiryoden) เป็นพระตำหนักที่ประทับ หรือที่บรรทมของพระจักรพรรดิ


สะพานเคยะคิบะชิ (Keyakibashi)



สวนโออิเคะนิวะ (Oikeniwa)



พระที่นั่งโคโงะโช (Kogosho) เป็นสถานที่ประกอบพิธีเก็มปุคุ หรือ พิธีบรรลุนิติภาวะ และเป็นที่ที่พระจักรพรรดิเสด็จออกประทับรับโชกุน หรือไดเมียว ที่มาเข้าเฝ้า


พระที่นั่งโองะคุมนโจ (Ogakumonjo) เป็นสถานที่ทรงพระอักษรของพระจักรพรรดิ และเป็นสถานที่ที่รวมเหล่าขุนนางมาแต่งกลอนกัน


พระที่นั่งโอทสึนะโกะเท็น (Otsunagoten) เป็นที่เก็บรักษาพระแสงดาบ และตราพระราชลัญจกร และเป็นที่ประทับของพระจักรพรรดิ




สวนโกนะอิเทย์ (Gonaitei)



พระที่นั่งโอมิมะ (Omima) เป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะอย่างไม่เป็นทางการ และใช้ประกอบพิธีในช่วงเทศกาลทานาบาตะ หรือเทศกาลแห่งดวงดาว และเทศกาลโอบ้ง หรือเทศกาลไหว้วิญญาณบรรพบุรุษ




...ความจริงแล้ว แรงบันดาลใจแรกที่ทำให้เราอยากที่จะมาพระราชวังเกียวโตแห่งนี้ คือ อยากมาดูศูนย์กลางการปกครองของญี่ปุ่นที่มีอายุยาวนานนับพันปี ว่าเป็นอย่างไร จะใหญ่โตโออ่าขนาดไหน... แต่พอได้มาดูของจริงแล้ว บรรยากาศทั่วไปของพระราชวังเกียวโต จัดได้ว่าเป็นพระราชวังขนาดค่อนข้างเล็ก ธรรมดา และเรียบง่ายมาก ไม่ได้ใหญ่โตมโหฬารอย่างที่พระราชวังกู้กง กรุงปักกิ่ง หรือไม่ได้หรูหราฉูดฉาดอย่างพระราชวังแวร์ซายส์ ที่ฝรั่งเศส

แต่ถึงกระนั้น เราก็รู้สึกประทับใจกับสถาปัตยกรรมของพระที่นั่งองค์ต่าง ๆ ที่แม้จะดูเคร่งครึม มืด ๆ ทึม ๆ ด้วยสีของเนื้อไม้ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความสง่างาม น่าเกรงขาม ที่แผ่กระจายไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ อย่างที่สามารถทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกเคารพเลื่อมใส และอ่อนน้อมถ่อมตนลงได้…

...สอดรับกับสวนญี่ปุ่นสวย ๆ ที่ทำให้เราหลงใหลไปกับความงดงามของธรรมชาติที่เมื่อได้ดูแล้วก็สบายตา พาให้สบายใจ ทำให้รู้สึกสงบนิ่ง และจิตใจได้ผ่อนคลายลง... สะพานหินกลางสระน้ำใสแจ๋ว ที่โรยรอบด้วยกรวดหินอ่อนสีขาวนวล โดยมี Background เป็นสีสันของต้นไม้ใบหญ้า ต้นสนดัดทั้งใหญ่และเล็กชูช่อสีเขียวอ่อน ประสานกับใบสีแดงสดของต้นโมมิจิ ใบสีส้มของต้นซากุระ และใบสีเหลืองของต้นโออิจิ ทำให้ดูงามราวกับภาพในความฝัน...





หลังจากชมพระราชวังเกียวโตเสร็จแล้ว ก็ไปซื้อของที่ระลึก ที่ร้านค้าของพระราชวัง จากนั้นก็ออกมาเดินเล่นถ่ายรูปรอบ ๆ แถว ๆ ถนนหน้ากำแพงพระราชวังที่เต็มไปด้วยต้นไม้หลากสี...





...จากนั้น ก็นั่งรถบัสกลับไปสถานีเกียวโต เพื่อรับประทานอาหารเย็นที่ Porta วันนี้ เราได้ทานอาหารญี่ปุ่นที่เราชอบมากที่สุด แต่ว่าตั้งแต่มาถึงญี่ปุ่นเราก็ยังไม่มีโอกาสได้ทานเลย นั่นก็คือ ซูชิ นั่นเอง...

อิอิ...วันนี้ Happy มาก ๆ ที่ได้ทั้งเที่ยวในที่ ๆ ใฝ่ฝันมานาน และได้กินของโปรดสุดอร่อย.


Create Date : 30 เมษายน 2553
Last Update : 30 เมษายน 2553 14:31:52 น. 3 comments
Counter : 3260 Pageviews.

 
สวยจัง ทั้งบรรยากาศ และคนถูกถ่ายด้วย

หวังว่าจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวบ้างนะ

น่ากินจัง เมื่อวานก็เพิ่งกินอาหารญี่ปุ่นไปเอง อร่อย


โดย: woosung วันที่: 30 เมษายน 2553 เวลา:14:45:23 น.  

 

ตั้งใจมาเยี่ยม ในบ่ายวันเสาร์น้อยครับ


โดย: nuyect วันที่: 30 เมษายน 2553 เวลา:16:33:39 น.  

 


สวัสดีครับ คุณ woosung ญี่ปุ่น...ไม่ว่าใครไปก็หลงรักทุกคนครับ ผมยังหาโอกาสกลับไปอีกสักหลาย ๆ รอบเลยครับ

สวัสดีครับ คุณ nuyect อย่าลืมแวะมาเยี่ยมใน Blog อื่น ๆ ของผมด้วยนะครับ



โดย: Justice of the Peace วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:12:54:53 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.