ต้อกระจก...สาเหตุอันดับ 1 ทำให้ตามัว


 การตามั่วในผู้สูงอายุดูจะเป็นเรื่องปกติธรรมดา จนหลาย ๆ คนไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งนี้เท่าใดนัก เพราะคิดไปว่า“แก่แล้ว หูตาก็ฝ้าฟางเป็นธรรมดา” แต่ในความเป็นจริงแล้ววิทยาการทางการแพทย์ในปัจจุบันสามารถช่วยรักษาอาการตามัวในผู้สูงอายุส่วนใหญ่ได้ ดังนั้น อย่าได้นิ่งนอนใจ ถ้าคุณหรือญาติผู้ใหญ่ของคุณตามัวลง

ต้อกระจกคืออะไร?

ต้อกระจก (Cataract) คือภาวะที่เลนส์แก้วตาขุ่น แสงจึงผ่านเลนส์เข้าไปยังจอประสาทตาได้น้อยลง หรือบางครั้งการขุ่นนั้น จะก่อให้เกิดการหักเหแสงที่ผิดปกติไปโฟกัสผิดที่ ทำให้จอประสาทตารับแสงได้ไม่เต็มที่ ผู้ป่วยจึงตามัวลง โดยไม่มีอาการอักเสบหรือเจ็บปวดใดๆ ยิ่งเลนส์แก้วตาขุ่นขึ้น การมองเห็นก็จะลดน้อยลงเรื่อยๆ ทั้งนี้ ต้อกระจกเป็นสาเหตุที่สำคัญอันดับหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุตามัวลง

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ตา

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 22 เมษายน 2559
Last Update : 22 เมษายน 2559 13:05:05 น.
Counter : 799 Pageviews.

1 comment
ฟันคุด


ฟันคุด คือ ฟันที่ไม่สามารถโผล่ขึ้นมาบนช่องปากได้ตามปกติ ที่พบเสมอ ๆ ก็คือ ฟันกลามซี่สุดท้าย ซึ่งจะขึ้นเมื่อประมาณ 18-20 ปี หรือฟันเคี้ยวซึ่งจะขึ้นประมาณ 11-13 ปี ฟันคุดที่เป็นฟันเคี้ยวอาจพบว่าแทงทะลุเพดานปากออกมา หรือชอนใต้รากฟันข้างเคียง หรือฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกรไม่โผล่เลยก็ได้

สาเหตุที่เกิดฟันคุดเนื่องจากพื้นที่ของขากรรไกรไม่เพียงพอที่จะให้ฟันซี่นั้นขึ้นได้ตามปกติ ผลเสียของฟันคุดมีหลายอย่าง เช่น ฟันคุดที่ขึ้นได้บางส่วน มักจะเป็นที่กักเศษอาหารได้ง่ายทำความสะอาดลำบาก แปรงฟันไม่ถึง ซึ่งจะมีผลให้ฟันข้างเคียงที่ถูกชน และฟันคุดนั้นผุทั้งคู่ หรือทำให้เหงือกอักเสบ บวม กลิ่นปากเหม็น แก้มบวม อ้าปากไม่ขึ้น การมีฟันคุดอยู่ทำให้มีการละลายตัวของขากรรไกรที่ถูกชน หรือเป็นถุงน้ำ กระดูกขากรรไกรจะเปราะไปกดเส้นประสาททำให้มีอาการปวดหัวโดยไม่รู้สาเหตุ ดังนั้นท่านควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และมอบความไว้วางใจให้ทันตแพทย์ถอนฟันคุดออก

การถอนฟันคุดในช่วงอายุ 16-20 ปีง่าย และแผลหายเร็วกว่าปล่อยไปทำเมื่อสูงอายุ ซึ่งจะเสี่ยง เพราะอาจมีโรคประจำตัว และการถอนยุ่งยากกว่า แผลหายช้า เชื้อจุลินทรีย์ในช่องปากมีโอกาสใช้น้ำตาลที่สะสมได้มากขึ้น นานขึ้น กรดจะทำให้ความเป็นกรดในช่องปากสูงขึ้น สารอาหารของเนื้อฟันจึงสามารถละลายออกมาสู่ภายนอก ฟันจึงเกิดการผุขึ้นรวดเร็ว และกว้างขวาง และถ้าปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อย ทำเป็นนิสัยเด็กจะมีโอกาสฟันผุลุกลามทั้งปาก ซึ่งจะพบฟันผุชนิดนี้ในกลุ่มเด็กที่พ่อแม่ให้นมขณะหลับมากกว่าเด็กที่นมเวลาอาหาร

ข้อแนะนำในการให้นมลูกที่สำคัญ ภายหลังการให้นมลูกทุกครั้งต้องดูดน้ำตาม และทำความสะอาดช่องปากของลูกเสมอ ควรหย่านมเมื่อเด็กอายุ 8-9 เดือน แต่ไม่ควรเกิน 1 ปี เพราะเป็นช่วงอายุที่เด็กมีพัฒนาการที่อยากลองของใหม่ และช่วยตัวเองได้

ที่มา ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทันตกรรมความงามและรากเทียม

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 21 เมษายน 2559
Last Update : 21 เมษายน 2559 11:44:09 น.
Counter : 764 Pageviews.

1 comment
ประโยชน์ของการทำอัลตราซาวด์


ultrasound

การทำอัลตราซาวน์หรือการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง เป็นการตรวจดูเพื่อหาความผิดปกติของทารก ความพิการของอวัยวะต่างๆ ตลอดจนการติดตามดูการเจริญเติบโตของทารก กระบวนการตรวจค้อนข้างง่ายไม่ยุ่งยาก เพียงแต่ผู้ตั้งครรภ์นอนบนเตียงตรวจ แล้วแพทย์จะใช้น้ำยาทาบนบริเวณหน้าท้องที่จะตรวจ แล้วใช้หัวเครื่องมือเลื่อนไปมาบนส่วนของหน้าท้อง ถ้าตั้งครรภ์อ่อน ๆ ผู้เป็นแม่จะต้องกลั้นปัสสาวะเต็มกระเพาะปัสสาวะ เพื่อการตรวจจะได้ชัดเจน การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ยังไม่พบว่ามีผลแทรกซ้อนต่อทารก ในผู้เป็นแม่ก็ไม่พบว่ามีผลแทรกซ้อนเช่นเดียวกัน มีบางท่านเท่านั้นอาจแพ้สารตัวกลาง ซึ่งเป็นน้ำยาทาผิวหนังหน้าท้องเท่านั้น และในการตั้งครรภ์โดยทั่วไปกระบวนการฝากครรภ์ตามปกตินั้น อย่างน้อยผู้มาฝากครรภ์ควรจะได้ทำการตรวจด้วยการตรวจคลื่นเสียง1 ครั้ง

ระยะเวลาที่เหมาะสมและความจำเป็นในการตรวจอัลตราซาวน์ จะขึ้นอยู่ในดุลยพินิจของสูติแพทย์ที่ดูแลท่านนะคะ

ที่มา: BangkokHealth.com

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 20 เมษายน 2559
Last Update : 20 เมษายน 2559 13:39:53 น.
Counter : 701 Pageviews.

1 comment
การป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง


strok

การป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ทำได้โดยการค้นหาปัจจัยเสี่ยง และควบคุมรักษาปัจจัยเสี่ยง นั่นคือ ควรวัดความดันโลหิตเป็นระยะ และหมั่นตรวจสุขภาพประจำปี เป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้รู้ว่ามีความผิดปกติอะไรในร่างกาย ไม่เพียงเท่านี้ ควรปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตเพื่อควบคุมระดับความดันโลหิตสูงให้คงที่ด้วย เช่น ออกกำลังกาย งดกินเค็มเลี่ยงรสจัด กินอาหารไขมันต่ำ ลดการบริโภคแอลกอฮอล์ และหากมีอาการผิดปกติ เช่น แขนอ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดลำบาก ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด รวมทั้งควรตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจ เพื่อตรวจหาความเสี่ยง เพราะอาจเกิดลิ่มเลือดในหัวใจหลุดเข้าไปอุดตันในหลอดเลือดสมองได้

ขณะที่อีกหนึ่งวิธี คือ การตรวจสอบความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง ด้วยการทำอัลตราซาวด์หลอดเลือดคอ (carotid duplex ultrasound) เพื่อตรวจภาวะการอุดตันของหลอดเลือดบริเวณคอ ซึ่งเป็นหลอดเลือดที่สำคัญที่ไปเลี้ยงสมอง หรือ MRI เป็นการถ่ายภาพเอกซเรย์สมองด้วยสนามแม่เหล็กที่สามารถให้รายละเอียดของสมองได้ดีและชัดเจนมากยิ่งขึ้น บอกได้ว่าหลอดเลือดอุดตันและเนื้อสมองที่ตายเกิดมานานหรือยัง การรักษาสามารถช่วยให้เนื้อตายกลับฟื้นมาใหม่ได้หรือไม่ แถมยังตรวจสภาพหลอดเลือดได้อย่างดี โดยไม่ต้องฉีดสีเข้าร่างกายด้วย และอีกหนึ่งวิธีคือ การถ่ายภาพสมองด้วยคอมพิวเตอร์ (CT scan) ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเฉียบพลัน มาถึงโรงพยาบาลภายใน 3 ชั่วโมงแรกที่มีอาการ ว่าสมองมีเลือดออก หรือขาดเลือดไปเลี้ยง

จากข้อมูลที่กล่าวไปข้างต้น...ถึงเวลาแล้ว ที่ต้องทุกคนต้องหันมารักตัวเองให้มากขึ้น ด้วยการควบคุมระดับความดันเลือดให้เป็นปกติ กินอาหาร และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงไปพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติตามลักษณะอาการที่กล่าวไปข้างต้น เช่น แขนขาอ่อนแรง พูดผิดปกติ ตาพร่ามัว ปวดศีรษะ วิงเวียน ยืนไม่อยู่

นอกจากนี้ แม้ว่า โรคหลอดเลือดสมองอุดตันหรือตีบ จะเกิดกับกลุ่มคนที่มีอายุมากเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับโรคนี้ ถึงไม่แก่ แต่ถ้ามีพฤติกรรมเสี่ยง ก็สามารถเกิดโรคได้เช่นกัน ดังนั้นอย่าละเลยอาการวูบโดยเด็ดขาด เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงโรคหลอดเลือดสมองได้ และถ้าไปพบแพทย์ช้าเกินไป อาจทำให้เสียชีวิตได้ ปัญหาสุขภาพมีค่าเกินกว่าที่คุณจะมองข้ามไป

ที่มา ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สมองและระบบประสาท

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 19 เมษายน 2559
Last Update : 19 เมษายน 2559 13:14:50 น.
Counter : 628 Pageviews.

1 comment
ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิต ในโครงการ พลังเลือดใหม่ เพื่อโลกใบนี้ ปีที่ 8


newblood01

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา  ร่วมกับ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย

ขอเชิญทุกท่านร่วมบริจาคโลหิต ในโครงการ “พลังเลือดใหม่ เพื่อโลกใบนี้”  ปีที่ 8

  • ครั้งที่ 2 วันพฤหัสบดีที่  21  เมษายน  2559

เวลา 09.00 – 12.00 น.

ณ  Lobby อาคาร E โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา

*ข่าวประชาสัมพันธ์ สภากาชาดไทย

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  สภากาชาดไทย ระดมขอรับบริจาคหมู่โลหิตหายาก (Rh-negative)  อาทิกรุ๊ป O Rh-,  A Rh- และ B Rh- เพราะผู้ที่มีหมู่โลหิตหายากในประเทศไทยพบจำนวนน้อยมาก [1,000 : 3 คน] และในทะเบียนผู้บริจาคโลหิตของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ มีผู้ที่มีหมู่โลหิตหายากเหล่านี้เพียง  5,000 คน  เท่านั้น

ขอเชิญผู้ที่มีหมู่โลหิตหายาก มาบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วยได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์  

วันจันทร์,พุธ,ศุกร์         เวลา  08.00-16.30 น.  

วันอังคาร, พฤหัสบดี    เวลา 07.30 - 19.30 น.  

วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์          เวลา 08.30-15.30 น. 

*สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต   โทร. 0 2256 4300

(ประกาศ ณ  วันที่  18 กรกฎาคม 2557)

คุณสมบัติของผู้บริจาคโลหิต

  • อายุระหว่าง 17 ปี ถึง 60 ปีบริบูรณ์
  • น้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป สุขภาพสมบูรณ์ดี ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง
  • ไม่มีประวัติโรคตับอักเสบ หรือดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง
  • ไม่เป็นไข้มาเลเรียมาในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา และไม่เป็นกามโรค โรคติดเชื้อต่างๆ ไอเรื้อรัง ไอมีโลหิต โลหิตออกง่ายผิดปกติ โรคเลือดชนิดต่างๆ โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ โรคลมชัก โรคผิวหนังเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคไต โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์
  • ไม่อยู่ในระหว่างทานยาแก้อักเสบในระยะ 7 วันที่ผ่านมา
  • ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ หรือสำส่อนทางเพศ
  • สตรีไม่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือน หรือตั้งครรภ์

ดูแลตนเองก่อนมาบริจาคโลหิต

  • ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง
  • ควรมีสุขภาพสมบูรณ์ดีทุกประการ ไม่เป็นไข้หวัด หรืออยู่ระหว่างรับประทานยาแกอักเสบใดๆ
  • ควรรับประทานอาหารก่อน และเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ไม่มีไขมัน
  • งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนมาบริจาคอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี

ผู้บริจาคโลหิตโปรดทราบ ท่านที่มีประวัติดังต่อไปนี้ ควรงดการบริจาคโลหิตคือ

  • ท่านหรือคู่สมรสของท่าน เคยมีเพศสัมพันธ์กับหญิงหรือชาย ที่ขายบริการทางเพศ โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา
  • เคยเป็นผู้ที่เสพยาเสพติดโดยใช้เข็มฉีดยา
  • รู้ตัวว่าติดเชื้อเอดส์

ข้อปฏิบัติหลังบริจาคโลหิต

  • นอนพักบนเตียงอย่างน้อย 3-5 นาที ห้ามลุกจากเตียงทันที จะเวียนศีรษะเป็นลมได้
  • ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีบริการให้ และดื่มน้ำมากกว่าปกติเป็นเวลา 2 วัน
  • ไม่ควรรีบร้อนกลับ นั่งพักจนแน่ใจว่าเป็นปกติ
  • หากมีอาการเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลมระหว่างลุกจากเตียงหรือขณะเดินทางกลับ ต้องรีบนั่งก้มศีรษะต่ำ ระหว่างเข่าหรือนอนราบ เพื่อป้องกันอันตรายจากการล้ม
  • หากมีโลหิตซึมออกมา ให้ใช้นิ้วมือ 3 นิ้ว กดลงบนผ้าก๊อสหรือพลาสเตอร์ที่ปิดรอยเจาะ ให้นิ้วหัวแม่มือกดด้านใต้ข้อศอกและยกแขนสูงจนโลหิตหยุดสนิท หากโลหิตไม่หยุดซึมให้กลับมายังสถานที่บริจาคเพื่อพบ
  • แพทย์พยาบาล

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 18 เมษายน 2559
Last Update : 18 เมษายน 2559 11:36:38 น.
Counter : 698 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  

pigget mui
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เป็นโรงพยาบาลในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยได้รับการรับรองมาตราฐานระดับสากล JCI สามารถให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาพยาบาลโรคที่มีความซับซ้อนได้อย่างครบวงจรและทันสมัยมากที่สุดในภาคตะวันออก
All Blog