Workshop สุดชิค Healthy Lady 2017 "In a scene of flower"


Workshop สุดชิค Healthy Lady 2017


ผ่านไปด้วยความประทับใจ กับ Workshop สุดชิค คลาสสุดท้ายของ Healthy Lady 2017 ในหัวข้อ “In a scene of flower” เรียนจัดดอกไม้ ในสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร แบ่งปันประสบการณ์ดีๆ โดยนักจัดดอกไม้มืออาชีพ “คุณเอก สันติพงษ์ คงรักษ์” ผู้เข้าเรียนคลาสนี้ได้เคล็ดลับพร้อมไอเดียใหม่ๆ ในการรังสรรค์ช่อดอกไม้หลากหลายสไตล์ที่สวยงามไม่ซ้ำใคร


แล้วพบกันใหม่กับกิจกรรมดีๆ ที่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาตั้งใจมอบให้กับผู้รับบริการทุกท่าน





ติดตาม Bangkok Hospital Pattaya Channel ได้ที่นี่ https://m.bangkokpattayahospital.com/th/bangkok-hospital-pattaya-channel-th/b-event-th

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 31 ตุลาคม 2560
Last Update : 31 ตุลาคม 2560 13:51:59 น.
Counter : 179 Pageviews.

1 comment
AED ทางเลือกเพื่อทางรอด



เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator, AED) เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาชนิดหนึ่ง สามารถวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้โดยอัตโนมัติ  และสามารถให้การรักษาด้วยการช็อกไฟฟ้ากระตุกหัวใจได้โดยใช้กระแสไฟฟ้าหยุดรูปแบบการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะ เพื่อเปิดโอกาสให้หัวใจกลับมาเต้นใหม่ในจังหวะที่ถูกต้อง

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) รณรงค์อย่างต่อเนื่องถึงการเรียนรู้ขั้นตอนของห่วงโซ่การรอดชีวิต เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสการกู้ชีพให้ผู้ป่วยฉุกเฉิน หัวใจ หยุดเต้นฉียบพลันนอกโรงพยาบาล โดยสิ่งที่สำคัญของกระบวนการกู้ชีพ คือ การใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ หรือ AED  ซึ่ง ขณะนี้ในประเทศไทยยังไม่มีการใช้อย่างแพร่หลาย ด้วยเพราะข้อจำกัดหลายประการ อาทิ อุปกรณ์ดังกล่าวมีราคาสูง  แต่ถือเป็นโอกาสอันดีที่ สพฉ. ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานเอกชนจากหลายองค์กร บริจาคเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ จำนวนหนึ่ง ซึ่งขั้นตอนต่อไป สพฉ. จะนำเครื่องดังกล่าวไปติดตั้งให้กับหน่วยงานและพื้นที่สาธารณะต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เพื่อรณรงค์ให้มีการติดตั้งเครื่องAED ในที่สาธารณะ ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันของผู้มาใช้บริการ

ผู้เข้าให้การช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินจะต้องตระหนักถึงหลัก “3H” คือ 

  1. Hazard ก่อนการช่วยเหลือผู้ช่วยเหลือควรตรวจสอบอันตรายหรือภาวะเสี่ยงก่อนโดยจะต้องดูว่าบริเวณที่ผู้ป่วยอยู่นั้นมีอะไรอันตรายบ้างที่จะมีผลกระทบต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน
  2. Help คือการช่วยเหลือโดยโทรผ่านสายด่วน1669พร้อมทั้งทำการปฐมพยาบาลตามคำแนะนำของผู้ปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉิน และ 
  3. Hello คือการเข้าไปปลุกเรียกผู้ป่วยฉุกเฉินซึ่งหากผู้ป่วยไม่ตอบสนองจากการช่วยเหลือตามแนวทางสาม H แล้วให้ผู้เข้าให้การช่วยเหลือทำการฟื้นคืนชีพทันทีและรีบนำเครื่อง AED เข้ามาช่วยในการฟื้นคืนชีพก็จะทำให้โอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้นได้

สำหรับเครื่อง AED เป็นเครื่องมือที่ใช้ระบบปฏิบัติการแบบอิเล็กทรอนิกส์พกพา ซึ่งประชาชนทั่วไปที่ได้รับการฝึกฝนการใช้ก็สามารถใช้เครื่องนี้ได้ ภายใต้คำแนะนำของผู้ปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉินผ่านสายด่วน1669  โดยเมื่อมีการเปิดการใช้งานของเครื่อง AED เครื่อง ก็จะสามารถวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ และสามารถให้การรักษาด้วยการช็อกไฟฟ้ากระตุกหัวใจได้โดยใช้กระแสไฟฟ้าหยุด รูปแบบการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะ เพื่อเปิดโอกาสให้หัวใจกลับมาเต้นใหม่ในจังหวะที่ถูกต้องได้ โดยการรักษานั้นระบบอิเล็กทรอนิกส์ในเครื่องจะออกคำสั่งให้เราเป็นผู้ ปฏิบัติตามได้  คือเริ่มแรกผู้ที่ทำการช่วยเหลือจะต้องเปิดฝาเครื่องAED และฉีกซองบรรจุอิเล็คโทรด โดยแผ่นอิเล็คโทรดจะมีอยู่ 2ชิ้น คือ ชิ้นแรกจะต้องนำไปติดบนทรวงอกตอนบนของผู้ป่วย และแผ่นที่สองจะต้องติดบนผิวทรวงอกตอนล่างของผู้ป่วย จากนั้นเครื่อง AED จะ ทำการวิเคราะห์จังหวะการเต้นของหัวใจ ซึ่งขณะนี้ห้ามผู้ที่ช่วยเหลือสัมผัสตัวผู้ป่วยเด็ดขาด จากนั้นเมื่อเครื่องวินิจเสร็จเสร็จแล้วจะขึ้นสัญญาณให้ทำการช็อคไฟฟ้า ให้ผู้ช่วยเหลือกดที่ปุ่มช็อคตามสัญญาณที่ปรากฏอยู่บนตัวเครื่อง และสลับกับการช่วยเหลือฟื้นคืนชีพผู้ป่วยหรือCPR อย่างต่อเนื่อง จนกว่าเจ้าหน้าที่กู้ชีพจะมาถึง โดยการช่วยเหลือควรทำภายใน 3-5 นาที จะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉินได้มากขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก: กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)

https://www.niems.go.th/th/View/ContentDetails.aspx?CateId=110&ContentId=25580217095723381


ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพื่อเติมได้ที่ ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 24 ตุลาคม 2560
Last Update : 24 ตุลาคม 2560 13:10:53 น.
Counter : 513 Pageviews.

1 comment
แบบไหนที่เป็นสัญญาณ 6 อาการฉุกเฉินวิกฤต




การเจ็บป่วยฉุกเฉินหมายถึง การได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการเจ็บป่วยกะทันหัน ที่มีผลต่อชีวิตหรือการทำงานอวัยวะสำคัญ จำเป็นต้องบริการตรวจและรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันการเสียชีวิตหรืออาการเจ็บป่วย บาดเจ็บรุนแรงขึ้น ลักษณะอาการฉุกเฉินที่ควรโทรแจ้ง 1669 คือ ปวดท้องรุนแรง อุจจาระร่วง หมดสติ ช็อค สะลึมสะลือ เจ็บท้องคลอด คลอดฉุกเฉิน ตกเลือด เลือดออกทางช่องคลอด มีสิ่งแปลกปลอมอุดตันทางเดินหายใจ เจ็บหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย ชักเกร็ง ชักกระตุก บาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจร อุบัติเหตุอื่นๆเช่น ตกจากที่สูง ถูกทำร้ายร่างกาย ไฟฟ้าช็อต ไฟไหม้ ได้รับสารพิษ ยาพิษ สัตว์มีพิษกัดต่อย ฯลฯ

6 อาการฉุกเฉินวิกฤต ที่ส่งผลต่อชีวิตและอวัยวะสำคัญ

1. หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ
2. หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัด และมีเสียงดัง
3. ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชักร่วมด้วย
4. เจ็บหน้าอกเฉียบพลันและรุนแรง
5. แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วน หรือมีอาการชักต่อเนื่องไม่หยุด
6. มีอาการอื่นร่วมด้วย ซึ่งเป็นอาการที่มีผลต่อการหายใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต และระบบสมองที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต

อาการเหล่านี้สำคัญมาก หากพบให้รีบแจ้ง 1669 โดยด่วน

ขอบคุณข้อมูลจาก: กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ


ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพื่อเติมได้ที่ ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 20 ตุลาคม 2560
Last Update : 20 ตุลาคม 2560 14:19:22 น.
Counter : 851 Pageviews.

1 comment
ปลูกผมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่



ปัจจุบันด้วยนวัตกรรมการปลูกผมที่พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นก่อให้เกิดวิธีการรักษาใหม่ที่รวมเอาเครื่องมือแพทย์ผสานเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์และหุ่นยนต์ เรียกว่า การรักษาโดยการใช้หุ่นยนต์ช่วยปลูกผม (Robotic assist FUE) ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการปลูกผมด้วยวิธี FUE แต่จะให้ระบบคอมพิวเตอร์สั่งและบังคับการทำงานด้วยรีโมทคอนโทรลพร้อมระบบแขนกลที่จะทำงานเองอย่างอัตโนมัติ มีกล้องวิดีโอความชัดระดับ HD จับภาพและประมวลผลการทำงานด้วยตัวเองได้ การทำปลูกผมด้วย Robot จะเป็นผู้ช่วยแพทย์ได้เป็นอย่างดี ลดภาระแพทย์ เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา เก็บกอผมได้อย่างแม่นยำและลดรอยแผลเป็นบนหนังศีรษะ เราเรียกหุ่นยนต์นี้ว่า ARTAS

ARTAS ผลิตและคิดค้นโดยบริษัท Restoration Robotics ประเทศสหรัฐอเมริกาและได้รับการรับรองจาก US FDA (United states Food and Drug Administration) ARTAS เป็นหุ่นยนต์ที่สามารถช่วยศัลยแพทย์ปลูกผมในผู้ป่วยที่มีอาการผมร่วงจากความผิดปกติของฮอร์โมนเรียกว่า Androgenetic alopecia ซึ่งพบในเพศชายเท่านั้นได้อย่างมีมาตรฐาน ตัวเครื่องพัฒนามาจากการทำปลูกผมโดยวิธี FUE เป็นพื้นฐานแต่ได้ลดข้อจำกัดของวิธีดังกล่าวลงโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการคำนวณ
จับภาพ และเก็บกอผมแทนมนุษย์หากแต่ยังควบคุมได้ด้วยระบบ User Interface (UI) และรีโมทคอนโทรล สามารถวิเคราะห์สภาพผิวหนังศีรษะตรงบริเวณที่ต้องการปลูกได้ด้วยตัวเองพร้อมกับ Application ARTAS Hair Studio (AHS) บนไอแพดให้สามารถออกแบบจัดแต่งลักษณะทรงผม แนวผม องศาและความหนาของเส้นผมได้ควบคู่ไปกับการทำงานของหุ่นยนต์



ปลูกผม ด้วยหุ่นยนต์ ARTAS

1. การทำปลูกผมที่รวดเร็ว
2. บาดแผลน้อยหรือไม่มีเลย
3. การทำงานได้อย่างต่อเนื่องพร้อมประสิทธิภาพที่คงเดิม
4. ความแม่นยำ คุณภาพกอผมที่ดีกว่า
5. สามารถออกแบบทรงผมได้ก่อนเข้ารับการปลูกผม
6. คำนวณโดยระบบคอมพิวเตอร์


ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพื่อเติมได้ที่ ศูนย์ปลูกผมกรุงเทพพัทยา

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 19 ตุลาคม 2560
Last Update : 19 ตุลาคม 2560 15:30:02 น.
Counter : 471 Pageviews.

1 comment
การตรวจพบก้อนที่เต้านม




ในกรณีที่ตรวจพบก้อนผิดปกติได้ที่เต้านม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเต้านมด้วยตัวท่านเองหรือการตรวจโดยแพทย์ก็ตาม ท่านอย่าเพิ่งตกใจจนทำอะไรไม่ถูกหรือวิตกกังวลมากมายเกินไป เพราะจากสถิติเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมของประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า ผู้ที่พบว่ามีก้อนที่เต้านมประมาณ 80 % ไม่ได้เป็นมะเร็งเต้านม ก้อนเหล่านั้นอาจเป็นซิสต์ซึ่งภายในนั้นจะมีน้ำหรือของเหลวอยู่ภายใน ซึ่งสามารถใช้เข็มดูดเอาน้ำออกมาได้ และถ้าหากก้อนนั้นเป็นเนื้องอกธรรมดา ก็สามารถผ่าตัดเอาก้อนเนื้องอกนั้นออก โดยไม่ต้องมีการรักษาเพิ่มเติมอะไร ในผู้ป่วยบางรายก้อนที่ตรวจพบอาจไม่ต้องการการรักษาใดๆ เลย ถ้าแพทย์ไม่สงสัยว่าจะเป็นมะเร็ง แพทย์อาจนัดมาตรวจเช็คเป็นระยะๆ เพื่อติดตามดูว่าก้อนนั้นๆ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง เช่น โตเร็วหรือไม่ มีการเจ็บปวดหรือไม่ และคลำได้ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นหรือไม่


สำหรับ กรณีที่พบก้อนที่เต้านมแล้ว แพทย์ผู้รักษาพิจารณาแล้วว่าต้องเอาชิ้นเนื้อไปตรวจ แพทย์อาจใช้วิธีเอาเข็มเจาะเอาชิ้นเนื้อไปตรวจหรือ การเจาะเอาเนื้อไปตรวจโดยอาศัยภาพเอกซเรย์ช่วยเพื่อให้เกิดความแม่นยำว่าเอา เนื้อจากก้อนที่พบว่าผิดปกติจริง หรือ อีกวิธีหนึ่งคือการผ่าตัดลงไปถึงก้อนที่ผิดปกติและเอาชิ้นเนื้อไปตรวจ


ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพื่อเติมได้ที่ ศูนย์เต้านม

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 18 ตุลาคม 2560
Last Update : 18 ตุลาคม 2560 14:29:25 น.
Counter : 432 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  

pigget mui
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เป็นโรงพยาบาลในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยได้รับการรับรองมาตราฐานระดับสากล JCI สามารถให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาพยาบาลโรคที่มีความซับซ้อนได้อย่างครบวงจรและทันสมัยมากที่สุดในภาคตะวันออก
All Blog