การใช้เครื่อง AED เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน


การช่วยชีวิตผู้เข้าให้การช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินจะต้องตระหนักถึงหลัก “3H” คือ

1. Hazard ก่อนการช่วยเหลือผู้ช่วยเหลือควรตรวจสอบอันตรายหรือภาวะเสี่ยงก่อนโดยจะต้องดูว่าบริเวณที่ผู้ป่วยอยู่นั้นมีอะไรอันตรายบ้างที่จะมีผลกระทบต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน 
2. Help คือการช่วยเหลือโดยโทรผ่านสายด่วน 1669พร้อมทั้งทำการปฐมพยาบาลตามคำแนะนำของผู้ปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉิน
3. Hello คือการเข้าไปปลุกเรียกผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งหากผู้ป่วยไม่ตอบสนองจากการช่วยเหลือตามแนวทางสามH แล้วให้ผู้เข้าให้การช่วยเหลือทำการฟื้นคืนชีพทันทีและรีบนำเครื่องAED เข้ามาช่วยในการฟื้นคืนชีพก็จะทำให้โอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้นได้

สำหรับเครื่อง AED เป็นเครื่องมือ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแบบอิเล็กทรอนิกส์พกพา ซึ่งประชาชนทั่วไปที่ได้รับการฝึกฝนการใช้ก็สามารถใช้เครื่องนี้ได้ ภายใต้คำแนะนำของผู้ปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉินผ่านสายด่วน1669 โดยเมื่อมีการเปิดการใช้งานของเครื่อง AED เครื่อง ก็จะสามารถวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ และสามารถให้การรักษาด้วยการช็อกไฟฟ้ากระตุกหัวใจได้โดยใช้กระแสไฟฟ้าหยุด รูปแบบการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะ เพื่อเปิดโอกาสให้หัวใจกลับมาเต้นใหม่ในจังหวะที่ถูกต้องได้ โดยการรักษานั้นระบบอิเล็กทรอนิกส์ในเครื่องจะออกคำสั่งให้เราเป็นผู้ ปฏิบัติตามได้ คือเริ่มแรกผู้ที่ทำการช่วยเหลือจะต้องเปิดฝาเครื่องAED และฉีกซองบรรจุอิเล็คโทรด โดยแผ่นอิเล็คโทรดจะมีอยู่ 2ชิ้น คือ ชิ้นแรกจะต้องนำไปติดบนทรวงอกตอนบนของผู้ป่วย และแผ่นที่สองจะต้องติดบนผิวทรวงอกตอนล่างของผู้ป่วย จากนั้นเครื่อง AED จะ ทำการวิเคราะห์จังหวะการเต้นของหัวใจ ซึ่งขณะนี้ห้ามผู้ที่ช่วยเหลือสัมผัสตัวผู้ป่วยเด็ดขาด จากนั้นเมื่อเครื่องวินิจเสร็จเสร็จแล้วจะขึ้นสัญญาณให้ทำการช็อคไฟฟ้า ให้ผู้ช่วยเหลือกดที่ปุ่มช็อคตามสัญญาณที่ปรากฏอยู่บนตัวเครื่อง และสลับกับการช่วยเหลือฟื้นคืนชีพผู้ป่วยหรือCPR อย่างต่อเนื่อง จนกว่าเจ้าหน้าที่กู้ชีพจะมาถึง โดยการช่วยเหลือควรทำภายใน 3-5 นาที จะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉินได้มากขึ้น

ข้อมูลอ้างอิง: กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 13 ตุลาคม 2559
Last Update : 13 ตุลาคม 2559 14:26:47 น.
Counter : 512 Pageviews.

1 comment
เบาหวาน และอาการแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย




diabetes


ผู้ป่วยเบาหวานที่รับการรักษาอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี บางท่านรักษาโดยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายเท่านั้น ไม่ต้องอาศัยยา ก็สามารถรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี บางท่านก็อาศัยในปริมาณที่มากจึงจะสามารถคุมได้

ผู้ที่สามารถคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีสม่ำเสมอ จะมีโอกาสเกิดอาการแทรกซ้อนได้น้อยกว่าผู้ที่คุมระดับน้ำตาลไม่ได้ดี

อาการแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย มีดังนี้

ความผิดปกติของตา ได้แก่ จอรับภาพของตาผิดปกติ จากการที่ชั้นจอประสาทในลูกตามีการเสื่อมทำให้เกิดตามัว ตาเห็นเป็นจุดดำ ถ้าไม่รักษาอาจทำให้ตาบอดได้

ความผิดปกติของไต เบาหวานจะทำให้การทำงานของไตเสียไปทีละน้อยและถ้าไม่รักษาเบาหวานให้ดี อาจกลายเป็นไตวายเรื้อรังได้

ความผิดปกติของระบบประสาท ที่พบได้บ่อยๆ คืออาการชาของส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลายมือปลายเท้า ทำให้เกิดแผลได้ง่าย บางทีลุกลามจนกระทั่งต้องตัดขาในบางราย ส่วนอาการแทรกซ้อนที่เกิดกับระบบประสาทอัตโนมัติ อาจทำให้เกิดกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ท้องอืด ท้องผูก ความรู้สึกทางเพศลดลง คลื่นไส้อาเจียนเป็นลมได้ง่ายถ้าหากท่านหรือญาติผู้ใหญ่ของท่านที่เป็นเบาหวาน ยังไม่มีอาการแทรกซ้อนเหล่านี้ กรุณาปฏิบัติตนให้ดีเพื่อที่จะไม่เกิดโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานตลอดไป 


ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิง : ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 12 ตุลาคม 2559
Last Update : 12 ตุลาคม 2559 14:10:08 น.
Counter : 363 Pageviews.

1 comment
การออกกำลังกายกับโรคหัวใจ


exheart

คนที่ขาดการออกกำลังกายมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจพอๆ กับคนที่มีความดันโลหิตสูง การหันมาออกกำลังกาย แม้เพียงพอประมาณจะเกิดประโยชน์ต่อคุณอย่างมหาศาล

ประโยชน์ของการออกกำลังกาย

  • ลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง ความอ้วน ระดับคลอเรสเตอรอลสูง เบาหวานและภาวะเครียด
  • เพิ่มหรือคงระดับความแข็งแรง ความทนทาน และเพิ่มระดับพลังงานของร่างกาย
  • ปรับปรุงรูปร่าง และเพิ่มความรู้สึกของการมีสุขภาพดี
  • ช่วยให้หลับสบายขึ้น
  • ทราบปริมาณอาหารที่เหมาะสมกับความต้องการ
  • เพิ่มความกระฉับกระเฉง ซึ่งนำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก

ข้อแนะนำ

การออกกำลังกายแบบแอโรบิค เช่น การวิ่งเหยาะ ๆ การเดินเร็ว การขี่จักรยานหรือการว่ายน้ำ ช่วยให้หัวใจแข็งแรงขึ้น ควรใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 30 นาที 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ การออกกำลังเบาๆ เช่น การเดิน การทำความสะอาดบ้าน การทำสวนหรือการเต้นรำ ก็เป็นประโยชน์ต่อคุณ ถ้าคุณทำอย่างสม่ำเสมอ หากิจกรรมใดก็ได้ที่ทำให้ร่างกายคุณได้เคลื่อนไหว

ที่มา ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์หัวใจ

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 11 ตุลาคม 2559
Last Update : 11 ตุลาคม 2559 13:29:26 น.
Counter : 547 Pageviews.

1 comment
งานประชุมวิชาการโรคหัวใจ เรื่อง “Clinical Practice in Cardiology; The next chapt


บรรยากาศงานประชุมวิชาการโรคหัวใจ เรื่อง “Clinical Practice in Cardiology; The next chapter”


ติดตามตัวเต็มได้ที่นี่ //m.bangkokpattayahospital.com/th/bangkok-hospital-pattaya-channel-th/b-event-th/item/1059-clinical-practice-in-cardiology-th.html

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 10 ตุลาคม 2559
Last Update : 10 ตุลาคม 2559 14:03:35 น.
Counter : 341 Pageviews.

1 comment
ความผิดปกติของการหายใจที่เกิดขึ้นในขณะหลับเกิด (OSAS)


Obstructive Sleep Apnea Syndrome (OSAS) คือความผิดปกติของการหายใจที่เกิดขึ้นในขณะหลับเกิดจากทางเดินหายใจที่มีการอุดกั้นบางส่วน หรืออุดกั้นอย่างสมบูรณ์ซึ่งมักเกิดขึ้นเป็นพัก ๆ ขณะหลับ ทำให้เกิดการรบกวนต่อระบบการระบายลมหายใจและระบบการนอนหลับ

อัตราการเกิดพบประมาณ 2% ของประชากร พบในเด็กผู้หญิงพอ ๆ กับเด็กผู้ชายจะเห็นได้ว่าการนอนกรนแบบไม่เป็นอันตรายพบได้บ่อยกว่ามากอย่างไรก็ตามแพทย์มีความจำเป็นจะต้องตรวจวินิจฉัยเด็กที่นอนกรนแบบมีอันตรายหรือมีความผิดปกติของการหายใจ และให้การรักษาอย่างทันท่วงทีเนื่องจากหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เกิดมีภาวะแทรกซ้อนตามมาได้

เด็กที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการนอนกรนผิดปกติ (OSAS) ได้แก่

•             มีต่อมทอนซิล และ/หรือ ต่อมอดีนอยด์โต

•             เด็กที่อ้วนมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน

•             มีความผิดปกติของโครงสร้างของระบบทางเดินหายใจ เช่น มีกรามเล็ก, มีขนาดทางเดินหายใจแคบกว่าปกติ

•             มีความผิดปกติของสมองที่ทำให้การคุมการทำงานของกล้ามเนื้อระบบทางเดินหายใจผิดปกติ เช่น Cerebral Palsy

•             เด็กที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากสาเหตุต่าง ๆ

•             เด็กที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น ดาวน์ซินโดรม

•             เด็กที่มีปัญหาโรคปอดเรื้อรัง

•             อาการที่น่าสงสัยว่าลูกมีปัญหานอนกรนแบบมีอันตราย

•             มีอาการหายใจติดขัด, หายใจลำบาก หรือหยุดหายใจเป็นพัก ๆ ร่วมกับการนอนกรนนอนกระสับกระส่าย, เหงื่อออกมากเวลานอน, ตื่นนอนกลางดึกบ่อย ๆ

•             ปัสสาวะรดที่นอนทั้งที่เคยควบคุมได้มาก่อน

•             อ้าปากหายใจ

•             มีปัญหาด้านการเรียน, เรียนได้ไม่ดี

•             มีปัญหาทางพฤติกรรม, สมาธิสั้น, อยู่นิ่งเฉยไม่ได้

•             ระดับสติปัญญาต่ำกว่าปกติ

•             ง่วงเหงาหาวนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน

•             มีความดันโลหิตสูง

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ //m.bangkokpattayahospital.com/th/newsroom-th/health-articles-th/item/1048-obstructive-sleep-apnea-syndrome-th.html

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สมองและระบบประสาท

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 07 ตุลาคม 2559
Last Update : 7 ตุลาคม 2559 14:16:37 น.
Counter : 376 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  

BlogGang Popular Award#13



pigget mui
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เป็นโรงพยาบาลในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยได้รับการรับรองมาตราฐานระดับสากล JCI สามารถให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาพยาบาลโรคที่มีความซับซ้อนได้อย่างครบวงจรและทันสมัยมากที่สุดในภาคตะวันออก
All Blog