ข้อควรปฏิบัติเพื่อการนอนที่ดีของลูก (ตอนที่ 2)


The great lie of the ball01

ร้องตกใจกลางคืน (Sleep terror)

ลักษณะการร้องแบบนี้มักพบบ่อยในเด็ก 2-6 ปี ครับ เด็กมักกรีดร้องเหมือนร้องตื่นตกใจ บางคนหลับหูหลับตาร้อง บางคนมีเหงื่อออก หัวใจเต้นแรง การร้องมีลักษณะเฉพาะคือมักเกิดช่วงหัวค่ำ หลังการหลับไม่นาน ต่างจากฝันร้ายซึ่งมักเกิดตอนเช้ามืด ดังนั้นการร้องแบบนี้ไม่ใช่ฝันร้ายนะ เป็นคนละแบบกัน คุณพ่อคุณแม่หลายคนพอเห็นลูกร้องตกใจตื่นกลางดึกก็มักรีบอุ้มขึ้นมาและเขย่า ปลุกให้ตื่น ซึ่งไม่ควรทำ เพราะการร้องแบบนี้เกิดในช่วงของการนอนที่เรียกว่า Non REM Sleep เป็น ช่วงซึ่งเด็กจะจดจำเหตุการณ์ไม่ได้ เมื่อเด็กถูกพ่อแม่เขย่าตัวปลุกให้ตื่นขึ้นมาก็จะยิ่งตกใจ ที่ควรทำก็คือพยายามตอบสนองลูกให้น้อยที่สุด เช่น พยายามกอดและตบๆ ก้นให้หลับต่อ ถ้าลูกร้องมากจริงๆ ก็อุ้มปลอบได้บ้างแล้วรีบให้กลับไปนอนโดยเร็ว พอลูกโตขึ้นอาการร้องนี้มักจะค่อยๆ ดีขึ้น แต่ถ้าลูกร้องมากผิดปกติก็ควรปรึกษาแพทย์

ฝันร้าย (Nightmare)

ไม่ว่าใครก็คงจะเคยฝันร้ายกัน ฝันร้ายมักเริ่มเกิดในช่วงอายุ 3-6 ปี ซึ่งช่วงวัยอนุบาลมักมีเรื่องของจินตนาการค่อนข้างมากอยู่แล้ว ฝันร้ายมักเป็นเรื่องตื่นเต้นน่ากลัว เช่น หนีผี ปีศาจ ตกจากที่สูง หรือเรื่องความตาย ฝันร้ายมักเกิดในช่วงการนอน REM Sleep ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถจดจำเหตุการณ์ได้ และมักเกิดเวลาเช้ามืดครับ ซึ่งแตกต่างจากการร้องตกใจกลางคืน(Sleep terror) ซึ่งมักเกิดช่วงหัวค่ำ หลังจากนอนไม่นาน

ปัญหาการนอนในเด็กเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย และแตกต่างจากปัญหาการนอนของผู้ใหญ่ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ให้ความสำคัญกับการนอนของลูก คอยป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น หรือถ้ามีปัญหาก็ปรึกษาแพทย์เพื่อคำแนะนำที่ถูกต้อง ถ้าทำได้อย่างนี้ก็จะช่วยให้พัฒนาการและสุขอนามัยของลูกดีขึ้น

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์กุมารเวช

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 16 ธันวาคม 2559
Last Update : 16 ธันวาคม 2559 11:00:26 น.
Counter : 360 Pageviews.

1 comment
รู้จักอาการนอนไม่หลับ


sleep

นอนไม่หลับ ความต้องการในการนอนหลับพักผ่อนของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่ อายุ สภาพร่างกาย และสุขภาพ โดยทั่วไปผู้คนส่วนใหญ่จะใช้เวลานอนหลับพักผ่อนเป็นเวลาประมาณ 7-8 ชั่วโมง เมื่อตื่นขึ้นก็สดชื่น พร้อมที่จะทำงานและไม่ต้องการนอนพักผ่อนตอนกลางวันอีก อย่างไรก็ตามบางคนอาจจะต้องการเวลานอนน้อยหรือมากกว่านั้น การนอนไม่หลับไม่ใช่โรค แต่เป็นภาวะ หรืออาการที่เกิดขึ้นร่วมกับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันที่ทำให้เครียด หรือไม่สบายใจ ความผิดปกติทางกายหรือจิตใจ หรือสภาพแวดล้อมบางอย่าง เช่น การแปลกสถานที่ เป็นต้น บางคนสงสัยว่าเมื่อใดจึงจะเรียกว่า มีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ โดยทั่วไปมีข้อสังเกตง่ายๆ ว่า เมื่อรู้สึกว่านอนไม่หลับ หลับไม่สนิทหรือหลับไม่พอเป็นเวลา 3 วันในหนึ่งสัปดาห์ติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน และรู้สึกวิตกกังวลต่ออาการที่เกิดขึ้นร่วมกับหน้าที่การทำงานที่แย่ลง ก็จะถือว่านอนไม่หลับเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข

ลักษณะอาการที่พบร่วมกับอาการนอนไม่หลับ

นอนไม่หลับมักพบร่วมกับอาการของความเครียด ความไม่สบายใจ และเมื่อเริ่มนอนไม่หลับ เราก็มักจะเริ่มรู้สึกกลัวการนอนไม่หลับ หมกมุ่นเกี่ยวกับการนอนไม่หลับ พยายามบังคับให้ตนเองนอนให้หลับ โดยปกติการนอนเป็นธรรมชาติบังคับไม่ได้ ทำให้การนอนในคืนถัดไปแย่ลงจากความกังวลของเราเอง เกิดเป็นวงจรที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การนอนไม่หลับรุนแรงมากขึ้น ถึงแม้บางครั้งสาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับจะหมดไปแล้วก็ตาม

การที่มาพบแพทย์เร็วจะทำให้พบสาเหตุโดยเร็ว การรักษาจะง่ายขึ้นถ้าปล่อยให้เป็นมาก การรักษาจะยากขึ้น หรือถึงแม้ว่าจะไม่มีโรคใดๆ ก็ตาม ก็จะได้รับคำแนะนำการปฏิบัติเกี่ยวกับการนอนหลับที่ถูกต้อง ทำให้ป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคตได้

ชนิดของการนอนไม่หลับ

• หลับยาก พวกนี้จะหลับได้ อาจใช้เวลาเป็นชั่วโมง
• หลับไม่ทน พวกนี้หัวค่ำอาจพอหลับได้ แต่ไม่นานก็จะตื่นบางคนอาจไม่หลับอีกตลอดคืน
• หลับๆ ตื่นๆ พวกนี้อาจจะมีความรู้สึกคล้ายไม่ได้หลับเลยทั้งคืน เพียงแต่เคลิ้มๆ ไปเป็นพักๆ

ปัญหานอนไม่หลับอาจทำให้อ่อนเพลีย และเกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ศูนย์สมองและระบบประสาท รพ.กรุงเทพพัทยา หรือโทร.1719

ที่มา : ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาพจิต

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 15 ธันวาคม 2559
Last Update : 15 ธันวาคม 2559 14:01:45 น.
Counter : 382 Pageviews.

1 comment
ข้อควรปฏิบัติเพื่อการนอนที่ดีของลูก (ตอนที่ 1)


The great lie of the ball

• ให้ลูกหลับบนเบาะหรือเตียงเสมอ ไม่อุ้มเดินให้เด็กหลับคาอกแล้วจึงเอาไป วางบนเบาะ คุณพ่อคุณแม่บางคนเมื่อลูกร้องมักจะอุ้มไปมาเป็นชั่วโมงๆ ให้ลูกหลับคาอกขณะอุ้ม ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ไม่ถูกต้อง วันหลังก็ต้องทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ พ่อแม่บางคนปวดหลังไปเลย เพราะลูกโตขึ้น ก็หนักมากขึ้นเรื่อยๆ
• จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการนอนหลับ เช่น เงียบไม่มีเสียงรบกวน ปรับอากาศให้เย็นสบายมืดปิดไฟนอนไม่เปิดไฟหรือเปิดทีวีในห้องนอนทิ้งไว้
• ก่อนเข้านอนไม่กระตุ้นหรือเล่นกับลูกมากเกินไป คุณพ่อบางคนทำงานมาก กลับบ้านดึก มาถึงก็พยายามเล่นกับลูกการเล่นกับลูกก็ดีอยู่ครับ แต่ถ้าเล่นใกล้เวลาเข้านอนมาก หรือเล่นจนเด็กสนุกตื่นเต้นมากเกินไป อาจมีผลต่อการนอนหลับได้ อาจเปลื่ยนกิจกรรมเป็นอ่านนิทานให้ฟังสบายๆ ชวนพูดคุยให้เคลิ้มหลับไปจะดีกว่า

ลูกน้อยกลายเป็นมนุษย์ค้างคาว

เด็กทารกบางคนอาจมีปัญหามนุษย์ค้างคาว คือกลางคืนตื่นมาเล่นไม่ยอมนอน แต่พอกลางวันกลับหลับยาว มักเกิดในเด็กเล็ก แรกเกิดถึงอายุ 1-2 เดือน ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ก็คือสมองที่ควบคุมการนอนของเด็กเล็กยังไม่ค่อยพัฒนา เมื่อเด็กโตขึ้นอาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้น แต่ก็มีวิธีช่วยปรับพฤติกรรมการนอนได้บ้าง โดยเวลากลางคืนแนะนำให้ คุณพ่อคุณแม่พยายามตอบสนองลูกให้น้อยที่สุด เช่นพยายามกอดและตบๆ ก้นให้หลับต่อ ถ้าลูกไม่ยอมนอนจริงๆ ก็อย่าตอบสนองโดยการอุ้มเดินไปมา หรือถ้าลูกจะมาเล่นด้วย (ตอนกลางดึก) ก็พยายามอย่าตอบสนอง พอโตขึ้นก็มักจะดีขึ้น นอนเวลากลางคืนได้ตามปกติ

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์กุมารเวช

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 14 ธันวาคม 2559
Last Update : 14 ธันวาคม 2559 13:39:29 น.
Counter : 392 Pageviews.

1 comment
ชุดปฐมพยาบาล สิ่งจำเป็นยามเดินทาง !!!!


ชุดปฐมพยาบาล(First aid kit) คือ อุปกรณ์เบื้องต้นสำหรับช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ถือเป็นสิ่งจำเป็นยามเดินทาง เพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ดังนั้นการเตรียมพร้อมจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยชุดปฐมพยาบาลควรเก็บไว้ในกล่องพลาสติกที่มีฝาปิดได้สนิทหรืออุปกรณ์ที่กันน้ำ และอาจติดหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินของหน่วยงานต่างๆ ไว้ด้วย นอกจากนี้อาจจดข้อมูลทางการแพทย์ของคนในครอบครัว เช่น หมู่เลือด ยาที่แพ้ และโรคประจำตัว 

โดยสิ่งที่บรรจุอยู่ในชุดปฐมพยาบาล ประกอบด้วยชุดอุปกรณ์ทำแผล และยารักษาโรคเบื้องต้น อาทิ

• ถุงมือ- สำหรับผู้ช่วยเหลือ เพื่อป้องกันมิให้ผู้ช่วยเหลือสัมผัสถูกเลือด อาเจียน สารคัดหลั่งต่างๆ
• ยาล้างแผล เช่น แอลกอฮอล์ ยาฆ่าเชื้อ
• ผ้าทำแผล (ผ้าก๊อซ) ขนาดต่างๆ โดยหากแผลมีเลือดออกมากให้ปิดทับหลายๆแผ่นเพื่อห้ามลือด
• พลาสเตอร์เทปปิดแผลขนาดต่างๆใช้สำหรับปิดแผลหลังจากล้างทำความสะอาดแล้ว
• กรรไกร ใช้ตัดผ้าก็อซหรือตัดผ้าหรือขากางเกงเช่น เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
• เทปติดแผล
• ผ้าปิดตาใช้สำหรับการบาดเจ็บที่นัยน์ตา เช่น กระจกตาถูกบาด ฝุ่นละอองเข้าตา เป็นต้น
• เข็มกลัด ใช้ติดผ้าสามเหลี่ยม ผ้าคล้องคอ ผ้ายืด 
• สำลี ไม้พันสำลี ใช้สำหรับทายาล้างแผลรอบๆ แผล 
• ผ้ายืด(อีลาสติกแบนเอด) ใช้สำหรับพันเมื่อเกิดการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ข้อ เพื่อลดการบวม ลดการเคลื่อนไหว หรือใช้พันยึดกับอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อดามกระดูก ผ้ายืดยังสามารถนำมาพันทับผ้าก๊อซหรือพลาสเตอร์ติดแผลเพื่อห้ามเลือด แต่ห้ามพันแน่นจนเกินไปเพราะทำให้อวัยวะส่วนปลายเกิดการบวมและขาดเลือดมาเลี้ยงได้
• ผ้าสามเหลี่ยมคล้องแขน ปัจจุบันใช้ผ้าคล้องแขนแทนเพราะสะดวกและง่ายต่อการใช้งาน
• ถุงพลาสติก 1ใบ สำหรับใส่เศษขยะ เช่น ผ้าเปื้อนเลือด เป็นต้น

ยาฉุกเฉินสำหรับรับประทาน โดยกล่องบรรจุยานี้ต้องปิดมิดชิด และ มีข้อความระบุข้างกล่องชัดเจนว่า เป็นยาสำหรับรับประทาน ควรมียาเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น อาทิยาลดไข้แก้ปวดผงเกลือแร่สำหรับการบาดเจ็บที่มีการเสียเลือดมาก หรือบาดแผลพุพองจากความร้อนที่มีบริเวณกว้าง หรือผู้ที่มีอาการอาเจียนและท้องเสีย

นอกจากนี้อาจมียาหรืออุปกรณ์อื่นๆ ตามความจำเป็น ทั้งนี้หากพบผู้บาดเจ็บหรือประสบอุบัติเหตุ ก่อนอื่นจะต้องตั้งสติและโทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ จากนั้นหากผู้ป่วยมีเลือดออกมากให้ปฐมพยาบาลโดยการห้ามเลือด โดยใช้ผ้าปิดปากแผล แล้วใช้ส้นมือหรือฝ่ามือกดให้แน่นประมาณ 10-15 นาที จนเลือดหยุดแต่อย่ากดจนซีดเขียว สำหรับภาวะเลือดออกภายในการห้ามเลือดอาจทำได้ยากหรืออาจทำไม่ได้เลย แต่สามารถช่วยปฐมพยาบาลเพื่อลดความรุนแรงได้คือให้ผู้ป่วยพักในท่าที่สบายที่สุด ปลอบใจให้ผู้ป่วยไม่ตื่นเต้นตกใจและสงบจะทำให้เลือดออกน้อยลง ห้ามให้อาหารและน้ำทางปาก จนกว่าแพทย์จะอนุญาต และหากไอเป็นเลือด ให้ผู้ป่วยพยายามไอเบาๆ จะทำให้เลือดออกน้อยลงนอกจากนี้หากกระดูกหักและจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายจริงๆ ให้ดามกระดูกก่อน โดยอาจใช้อุปกรณ์ใกล้ตัวเช่นกระดาษแข็งหนาๆ หรือไม้นำมามัดดามไว้ด้วยเชือกหรือผ้าพันแผลบริเวณที่กระดูกหักเพื่อลดการขยับ

ขอขอบคุณ: สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 13 ธันวาคม 2559
Last Update : 13 ธันวาคม 2559 11:47:38 น.
Counter : 492 Pageviews.

1 comment
การนอนกับพัฒนาการของเด็ก


Trained night crier


การนอนก็เป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการเด็ก จากการศึกษาวิจัย เด็ก ทารกจะใช้เวลากับการนอนมากถึง 16 ชั่วโมงต่อวัน โดยมักตื่นร้องทุก 3-4 ชั่วโมง ซึ่งสัมพันธ์กับความหิว เนื่องจากเด็กทารกต้องกินนมทุก 3-4 ชั่วโมงนั่นเอง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เด็กทารกจะตื่นกลางคืนทุก 3-4 ชั่วโมง ในช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่คงต้องทนเหนี่อยไปก่อน แต่เมื่อเด็กโตขึ้นก็จะหลับกลางคืนได้นานขึ้น โดยพบว่าร้อยละ70 ของเด็กอายุ 3 เดือนจะเริ่มหลับยาวได้เกือบตลอดคืน และที่อายุ4 เดือนเด็กหลายคนจะหลับต่อเนื่องได้ถึง 8 ชั่วโมง ดังนั้นพอลูกอายุ 3-4 เดือนคุณพ่อคุณแม่หลายคนก็จะเริ่มสบายขึ้น แต่ก็พบว่าเด็กส่วนหนึ่งยังตื่นร้องกลางคืนไปเรื่อยๆ ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการที่พ่อแม่ให้นมลูกบ่อยเกินไป เช่นในตอนกลางวันพ่อแม่ให้นมลูกทุก 1-2 ชั่วโมง หรือให้นมทุกครั้งที่ลูกร้องเด็ก (ซึ่งเราเคยคุยกันไปแล้ว) กลางคืนลูกก็ตื่นร้องบ่อยเพื่อกินนมเหมือนช่วงกลางวัน (Trained night feeders)

อีกปัญหาหนึ่งเกิดจากการที่พ่อแม่ตอบสนองต่อการตื่นของลูกทุกครั้งด้วยการให้นม (Trained night crier) อัน นี้พบบ่อยมากจริงๆ ครับ คือเวลากลางคืน ถ้าลูกร้อง ไม่ว่าจะร้องดัง หรือแค่ร้องแอ๊ะๆ ก็รีบเอาขวดนมใส่ปากทันที ถ้าทำอย่างนี้เด็กจะถูกฝึกให้ตื่นร้องมากินนมกลางคืนไปตลอด คราว นี้ล่ะครับ แทนที่จะได้หลับยาวๆ ตามที่ควรจะเป็น ก็เลยร้องตื่นคืนละ 3-4 รอบ พ่อแม่อดหลับอดนอนไปตามๆ กัน การที่เราเอาขวดนมใส่ปากแล้วเด็กทารกหยุดร้องชั่วคราวนั้นเกิดจากกลไกทาง ระบบประสาทที่เรียกว่ารีเฟลกซ์ (Sucking reflex) โดยเมื่อมีวัตถุเช่นจุกนมหรือหัวนมแม่เข้ามาสัมผัสในปาก ระบบประสาทจะสั่งให้เกิดการดูดโดยอัตโนมัติ เมื่อต้องดูดก็ต้องหยุดร้อง เพราะไม่มีใครสามารถดูดไปด้วยร้องไปด้วยในเวลาเดียวกัน เหตุการณ์ซ้ำๆ แบบนี้ล่ะ จะทำให้พ่อแม่หลายคนคิดว่าลูกร้องเพราะหิว เพราะเอานมใส่ปากทีไร ก็หยุดร้องทุกที เด็กเองก็ถูกฝึกให้คุ้นเคยกับการตื่นขึ้นมากินนมตอนกลางคืน ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงเงื่อนไขนี้เมื่อลูกร้องกลางคืนก็ควรปฏิบัติตามขั้น ตอนตามที่ได้แนะนำไปแล้วในตอนที่แล้ว เช่นหาสาเหตุก่อน เช่นเปียกอุจจาระ ปัสสาวะหรือไม่ อากาศร้อน เย็นเกินไป ถ้าไม่เจอสาเหตุลองตบก้นให้หลับหรืออุ้มปลอบดูก่อน ถ้าไม่หยุดจริงๆอาจให้ดูดน้ำจากขวดนม เด็กหลายคนก็จะหลับต่อได้โดยไม่ต้องให้นม

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์กุมารเวช

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 09 ธันวาคม 2559
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 14:02:04 น.
Counter : 452 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  

pigget mui
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เป็นโรงพยาบาลในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยได้รับการรับรองมาตราฐานระดับสากล JCI สามารถให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาพยาบาลโรคที่มีความซับซ้อนได้อย่างครบวงจรและทันสมัยมากที่สุดในภาคตะวันออก
All Blog