Bancha
Group Blog
 
All blogs
 

ระหว่างทาง...ของการเดินทางถอยกลับ

ระหว่างทาง...ของการเดินทางถอยกลับ



เคยไหม...ที่คุณก้าวเดินไปข้างหน้า
แต่รู้สึกว่ามันเป็นการถอยหลังกลับ

เคยไหม...ที่ท้องฟ้าในโลกส่วนตัวของคุณ
กลับเปลี่ยนจากสีฟ้ามาเป็นเมฆครึ้มสีเทาหม่น
โดยไม่มีเค้าลางแห่งพายุร้าย

ทุกอย่างพัดพาคุณกลับไปสู่จุดเริ่มต้น
หรือไกลกว่านั้น...เปลี่ยนจากรอยยิ้มเป็นหยดน้ำตา
เปลี่ยนเสียงหัวเราะเป็นเสียงสะอื้นไห้
ความทุกข์เข้ามาทดแทน
วันเวลาแห่งความสุขของคุณจนหมดสิ้น

ความคาดหวังคือปัจจัยหลักของความทุกข์
ความฝันบางครั้งก็เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดทุกข์
ชีวิตคนเรามีปัญหา เพิ่มมากขึ้นตามวันเวลาที่หมุนไป

ทุกๆ วันเหมือนกับต้องตื่นขึ้นมา
เพื่อเดินเข้าไปในสมรภูมิรบ ฟาดฟันกับปัญหา
หากคุณชนะคุณก็จะเดินจากมา พร้อมความสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง
หากคุณแพ้คุณก็อาจล้มจมอยู่กับที่

แล้วจะมีใครสักกี่คนบนโลกใบนี้
ที่จะคอยยื่นมือให้ความช่วยเหลือเมื่อเราเจ็บปวด
เอาเข้าจริงในโลกใบนี้...เราจะมีใคร?
ใครที่เป็นของเราจริงๆ เกิดมาเพื่อเราจริงๆ

บทเรียนของการเดินถอยหลัง
ทำให้รู้ว่าความคาดหวัง มักมาพร้อมกับความผิดหวังเสมอ
เราคาดหวังว่าจะมีใครมาร่วมแบ่งปันความรู้สึก
คอยประคับประคองอยู่เคียงข้าง...คอยรับเมื่อเราล้ม
แล้วตั้งความหวังว่าเขาจะยืนอยู่เคียงข้างเราไปจนวันตาย
มีลมหายใจของกันและกันอย่างอบอุ่น

แต่ในโลกของความเป็นจริงก็คือ...เราต้องยืนด้วยตัวเองให้ได้
หายใจด้วยตัวเองให้ได้...ลุกด้วยตัวเองให้ได้
อ้อมแขนและลมหายใจของคนอื่น
เป็นเพียงส่วนประกอบ ที่ทำให้เราเต็มพร้อมสมบูรณ์

เราจำเป็นต้องก้าวเดินต่อไปให้ได้ แม้ไม่มีส่วนประกอบนั้นก็ตาม
ฉันได้เรียนรู้ว่า...ความฝันจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง
เพื่อลดความเจ็บปวดในชีวิต

เช่นเดียวกับความรัก
สิ่งที่เรามอบไปอย่างทุ่มเท...โดยไม่เคยคิดถึงความผิดหวังที่จะตามมา
มักทำให้เราเจ็บปวดจนสุดจะทน

ความรัก...เปลี่ยนแปลงได้
รอยเท้าของเราเหยียบย่ำไปท่ามกลางความสับสน
บางครั้งเข็มนาฬิกาก็เดินเร็วขึ้น...บางครั้งกลับเดินช้าลง
ทุกอย่างไม่เป็นดั่งที่วาดหวังไว้เสียที
เพราะเราควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้

ความคิดของเขา...อาจทำให้เราเจ็บปวดจนสุดจะทน
แต่เราก็ยังจำเป็นต้องมีชีวิตอยู่...เพื่อรับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้น
ดังนั้นเมื่อมีน้ำตาและตัดสินใจว่าจะต้องเปลี่ยนแปลง อย่าหันกลับไปทางเดิม
เพราะเรากำลังจะเดินจากมันมา...อาจไม่ใช่เขาหรือเราเป็นคนไม่ดี

แต่ในบางเรื่อง...ก็อาจมีเหตุผลมากกว่าหนึ่งอย่าง
อย่าพูดว่าเราทำเพื่อเขา...แต่กลับเอาตัวของเราเป็นที่ตั้ง
เพราะนั่นไม่ใช่รักที่แท้จริง

ถ้าบนทางเดินที่ผ่านมาเราก้าวเร็วเกินไป
มองย้อนกลับไปดูตัวเองใหม่...แล้วหัดเดินให้ช้าลง

แหล่งที่มา
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=buatong






 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 1 กรกฎาคม 2551 1:09:03 น.
Counter : 397 Pageviews.  

ภรรยา 4 คน ข้อคิดดีๆ ที่ควรจะอ่าน

ภรรยา 4 คน ข้อคิดดีๆ ที่ควรจะอ่าน






ข้อมูลจาก Forward Mail
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต


ชายคนหนึ่งมีภรรยา อยู่ 4 คน

ภรรยาคนที่ 1 เขารักที่สุด ไปไหนมาไหนด้วยกัน ตามใจตลอดอยากได้อะไร เขาหาให้ทุกอย่าง

ภรรยาคนที่ 2 เขารักมาก เขาจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อภรรยาคนนี้ และจะไปหาภรรยาคนนี้เสมอ

ภรรยาคนที่ 3 เขารักรองลงมา ดูแลเอาใจใส่พอควร แวะไปหาบางเป็นครั้งคราว

ภรรยาคนที่ 4 เขาไม่เคยสนใจ ไม่เคยดูแลเอาใจใส่ ไม่เคยไปหาไม่คิดถึงเลยด้วยซ้ำ

ต่อมาชาย คนนี้ไปกระทำความผิด ร้ายแรง และถูกจับต้องถูกประหารชีวิต ก่อนที่จะถูกประหารเขาขอร้องว่า เขาขอกลับบ้านเพื่อไปร่ำลาภรรยาสุดที่รักซักครั้ง ผู้คุมเห็นใจจึงอนุญาต เมื่อกลับมาถึงบ้านเขารีบตรงไปหาภรรยาคนที่ 1 เล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟังและถามภรรยาคนที่ 1 ว่า

"ถ้าเขาต้องตายภรรยาคนที่ 1 จะ ทำอย่างไร? "

ภรรยาคนที่ 1 ตอบน้ำเสียงที่เย็นชาว่า "ถ้าเธอตายเราก็จบกัน คำตอบที่ได้รับเหมือนสายฟ้าที่ผ่าเปรี้ยง!! ลงมาที่เขาอย่างจัง เขารู้สึกเจ็บปวดและเสียใจเป็นอย่างยิ่งนึกเสียดายว่า … เขาไม่ควรทุ่มเทให้ภรรยาคนนี้เลย จากนั้นเขาก็ไปหาภรรยาคนที่ 2 ด้วยอาการเศร้าโศก เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังและถามคำถามเดิมกับภรรยาคนที่ 2 ว่า

"ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคนที่ 2 จะทำอย่างไร? "

ภรรยาคนที่ 2 ก็ ตอบอย่างหน้าตาเฉย ว่า "ถ้าเธอตายฉันจะมีใหม่ " เหมือนสายฟ้า!! ผ่าลงมาซ้ำที่เขาอย่างจัง เขารู้สึกเสียใจมาก และนึกเสียดายว่าที่ผ่านมาเขาไม่ควรทุ่มเทให้ภรรยาคนนี้เช่นกัน เขาเดินคอตกมาหาภรรยาคนที่ 3 เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังและถามภรรยา คนที่ 3 ว่า

"ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคนที่ 3 จะทำอย่างไร?"

ภรรยาคนที่ 3 ตอบว่า "ถ้าเธอตาย ฉันจะไปส่ง" ทำให้เขา คลายความเศร้าโศกขึ้นมาได้บ้าง อย่างน้อยก็ยังมีภรรยาที่จริงใจกับเขา ก่อนกลับไปรับโทษเขานึกขึ้นมาได้ว่ามีภรรยาอีกคน ซึ่งไม่เคยไปหาเลยจึงไปหาภรรยาคนที่ 4

และถามว่า "ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคนที่ 4 จะทำอย่าง ไร?"

ภรรยาคนที่ 4 ตอบ ว่า "ถ้าเธอตาย ฉันจะตามไปด้วย" แทนที่เขาจะดีใจกลับนึกเสียใจหนักขึ้นไปอีก เพราะ...มัน สายเกินไปเสียแล้ว ช่วงที่เขามีชีวิตอยู่เขาไม่เคยเห็นค่าของภรรยาคนนี้ แต่ภรรยาคนนี้ไม่คิดที่จะทิ้งเขา จะติดตามเขาไปอยู่ด้วย แล้วชายคนนี้ก็กลับไปรับโทษประหารและเมื่อเขาตายภรรยาคน ที่ 4 ก็ตายตามไปด้วย

เราทุกคนก็ มีภรรยา 4 คน นี้ … มีคำถามว่า ภรรยาทั้ง 4 คนเป็นใคร? ทีนี้เรามาดูกันว่า ภรรยาคน ที่ 1, 2, 3 และ 4 เป็นใครกันบ้าง



ภรรยาคน ที่ 1

ร่างกายของเรา เพราะเวลาเรา มีชีวิตอยู่ เราจะบำรุงบำเรอด้วยของสิ่งทุกอย่าง อยากได้อะไรก็หาให้ แต่พอเราตายมันกลับไม่ไปกับเรา เมื่อเราตายร่างกายมันก็มีค่าเท่ากับท่อนไม้ท่อนหนึ่งเท่านั้น

ภรรยาคน ที่ 2

ทรัพย์สมบัติ เพราะเวลาเรามีชีวิตอยู่ เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา แต่พอเราตาย มันกลับไม่ไปกับเรา แต่ไปเป็นของคนอื่น

ภรรยาคนที่ 3

พ่อแม่ ลูกเมีย ญาติ พี่ น้อง เพราะพอเราตาย เขาจะทำศพให้เรา ทำบุญไปให้แปลว่า เขาแค่ไปส่งเราเท่านั้น

ภรรยา คนที่ 4

บุญกับบาปเมื่อเราตายไป เราไม่สามารถเอาอะไรไปด้วย ได้ มีเพียงแค่บุญกับบาปเท่านั้นที่จะตามเรา ไป …

อืมม… หลังจากอ่านจบแล้วได้แง่คิดอะไรกันบ้าง? จะให้ความสำคัญกับภรรยาคนไหนมากกว่ากัน? แล้วหากคุณถูกพันธนาการด้วยรัก คุณจะเป็นนักโทษที่มีความสุขมากที่สุด …




 

Create Date : 21 มีนาคม 2551    
Last Update : 21 มีนาคม 2551 19:10:23 น.
Counter : 287 Pageviews.  

อย่าเลิกล้ม....ให้มุ่งมั่นทำใน

ชายคนหนึ่งเพิ่งจะมาพูดได้ตอนอายุ 4 ขวบ
ชายคนนั้น...เพิ่งจะมาอ่านหนังสือออกตอนอายุ 8 ขวบ
ชายคนนั้น...เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน
ชายคนนั้น...เคยถูกปฏิเสธจากโรงเรียนอาชีวะแห่งซูริค
ชายคนนั้น...เคยถูกอาจารย์ระบุว่า "สมองช้า
ไม่ชอบสังคมและล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัวเองตลอดเวลา"
ชายคนนั้น...ชื่อ "อัลเบิร์ต ไอสไตน์" บิดาแห่งปรมาณู

ชายคนหนึ่งเคยถูกปฏิเสธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอยต์
ชายคนนั้น...ลองสมัครใหม่ดูอีกที
ชายคนนั้น...ถูกปฏิเสธอีกครั้ง
ชายคนนั้น...พยายามเป็นครั้งที่สาม
ชายคนนั้น...ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน
ชายคนนั้น...ได้เป็นทหารสมใจ
ชายคนนั้น...เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองได้สำเร็จ
ชายคนนั้น...ชื่อ "นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์"
ผู้พิชิตแปซิฟิคแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง

ชายกลุ่มหนึ่งเป็นนักดนตรี
ชายกลุ่มนั้น...เคยถูกปฏิเสธจากผุ้บริหารคนหนึ่งจากบริษัทเดคคาเรคคอร์ติ้ง
ชายกลุ่มนั้น...ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า "เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา
และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว"
ชายกลุ่มนั้น...มีนามว่า "เดอะ บีเทิลส์" สี่เต่าทองแห่งตำนาน

ชายคนหนึ่ง...เป็นนักกีฬา
ชายคนนั้น...เล่นบาสเกตบอลให้ทีมโรงเรียนมัธยม
ชายคนนั้น...เคยถูกคัดออกจากทีมโรงเรียน
ชายคนนั้น...ชื่อ "ไมเคิล จอร์แดน"
หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำเงินมากที่สุดในโลก

ชายคนหนึ่ง...เป็นนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน

ชายคนนั้น...สูญเสียความสามารถในการฟังลงเรื่อยๆ
ชายคนนั้น...หูหนวกสนิทเมื่อมีอายุได้ 46 ปี
ชายคนนั้น...ได้ใช้ช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตประพันธ์เพลงที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ชายคนนั้น...ชื่อ "ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน" นักประพันธ์เพลงชื่อก้องโลก

ชายคนหนึ่งสอบตกประถม 6
ชายคนนั้น...เคยมีชีวิตที่พ่ายแพ้และล้มเหลวมาตลอด
ชายคนนั้น...ล้วนทำประโยชน์ครั้งใหญ่ๆ เมื่อเขากลายเป็นผู้สูงอายุแล้ว
ชายคนนั้น...ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่ออายุ 62 ปี
ชายคนนั้น...ชื่อ "วินสตัน เชอร์ชิล" อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ

ชายคนหนึ่งเรียนปริญญาตรี
ชายคนนั้น...เคยถูกจัดให้เป็นแค่นักศึกษาระดับกลางเท่านั้น
ชายคนนั้น...เคยสอบได้อันดับที่ 15 จากนักศึกษา 22 คนในวิชาเคมี
ชายคนนั้น...ชื่อ "หลุยส์ ปาสเตอร์"



ชายคนหนึ่งเป็นนักร้อง
ชายคนนั้น...เคยถูกผู้จัดการของ แกรนด์โอเลโอเพรย์ไล่ออก
ชายคนนั้น...เคยโดนดูถูกว่า "แกมันไปไม่ถึงไหนเลย
แกควรกลับไปขับรถบรรทุกมากกว่า"
ชายคนนั้น...ชื่อ "เอลวิส เพรสลีย์"

หญิงคนหนึ่งเป็นนางแบบผู้เปี่ยมไปด้วยความหวัง
หญิงคนนั้น...ทำงานให้บริษัท บลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่
หญิงคนนั้น...เคยโดนผู้อำนวยการบริษัท บลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ดูถูกว่า
"เธอควรไปเรียนด้านเลขาฯ หรือไม่ก็แต่งงานเสียดีกว่า"
หญิงคนนั้น...ชื่อ นอร์มา จีน เบเกอร์ หรือที่รู้จักกันในนาม "มาริลีน
มอนโร" นั่นเอง

ชายคนหนึ่ง หลงใหลวิชาการเงินอย่างมาก
ชายคนนั้น...ยื่นใบสมัครกับมหาวิทยาลัยธุรกิจฮาวาร์ดอันเลื่องชื่อ
ชายคนนั้น...ถูกปฏิเสธในเวลาต่อมา
ชายคนนั้น...ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจโคลัมเบีย
ชายคนนั้น...สำเร็จการศึกษา
ชายคนนั้น...ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมกว่า 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
จากเงินลงทุนเพียง 100 เหรียญสหรัฐ
ชายคนนั้น...ชื่อ "วอเรน บัฟเฟตต์" นักลงทุนอัจฉริยะ
อภิมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก



ชายคนหนึ่ง หลงใหลในคอมพิวเตอร์อย่างมาก
ชายคนนั้น...ชอบหมกตัวกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
ชายคนนั้น...ถูกเพื่อนมองว่า "สกปรก - บ้าคอมพิวเตอร์"
ชายคนนั้น...เคยเสนอซอฟต์แวร์ระบบให้ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...ถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี
ชายคนนั้น...ปัจจุบันคือผู้ให้การช่วยเหลือด้านเงินทุนกับ แอปเปิ้ล
คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...เคยถูก ไอบีเอ็ม มองว่า "แค่เด็ก"
ชายคนนั้น...ปัจจุบันเป็นผู้นำบริษัทซอฟต์แวร์ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก
ชายคนนั้น...ชื่อ วิลเลี่ยม เฮนรี่ เกตส์ ที่สาม หรือที่รู้จักกันในนาม
"บิลล์ เกตส์" ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก
ผู้ถือครองสินทรัพย์กว่า 46,000 ล้านเหรียญ


ผมเชื่อว่าทุกคนเคยแพ้ ผมเชื่อว่าทุกคนเคยล้มเหลว
แต่คนแพ้ไม่ใช่คนที่ล้มเหลว
คนล้มเหลวคือ...คนที่ล้มเลิกต่างหาก

บนโลกกลมๆ ใบนี้ สิ่งเดียวที่ทำไม่ได้คือ "การยอมแพ้"
ขอให้ทุกคน ตั้งใจทำงาน และเอาชนะอุปสรรค




 

Create Date : 04 มีนาคม 2551    
Last Update : 4 มีนาคม 2551 8:19:13 น.
Counter : 324 Pageviews.  

คำคม

เมื่อยิ่งใหญ่ให้มองฟ้า เมื่อด้อยค่าให้มองดิน

*การนินทาว่าร้ายเป็นเรื่องของเขา
การให้อภัยเป็นเรื่องของเรา
การชอบพูดถึงความดีของเขา คือความดีของเรา
การชอบพูดถึงความไม่ดีของเขา คือความไม่ดีของเรา

*เขามีส่วนเลวบ้าง ช่างหัวเขา
จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่
เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู
ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย
จะหาคน มีดี โดยส่วนเดียว
อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหา หนวดเต่า ตายเปล่าเลย
ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริง

*อันนินทา กาเร เหมือนเทน้ำ
ไม่ชอกช้ำ เหมือนเอามีด มากรีดหิน
แม้องค์พระ ปฏิมา ยังราคิน
คนเดินดิน หรือจะสิ้น คนนินทา

*นักปราช คือผู้ที่พูดคำยากแล้วคนอื่นเข้าใจง่าย
ผิดกับบางคนที่พูดคำง่ายๆให้เข้าใจยาก

*จงรักษาความถูกต้องมากกว่าความถูกใจ
คนเดี๋ยวนี้มันจัญไร รักษาความถูกใจ
มากกว่าความถูกต้อง


*ถ้าไม่ทำความดี ชีวิตอยู่ร้อยปีก็ไม่มีค่า

*ถ้าไม่ทำความดีที่บนดิน จะถวิลถึงสวรรค์นั้นอย่าหมาย

*ลิขิตเป็นของฟ้า ชะตาเป็นของคน
ชะตาดีหรือร้าย อยู่ที่การกระทำของตัวเราเอง

*แสงสว่างทำลายความมึด
ปัญญาทำลายความโง


*แสวงหาลาภจากการทำงาน
ดีกว่าบนบานบวงสรวง


*คนฉลาดที่ขาดคุณธรรม
เป็นผู้นำที่ดีไม่ได้


*จงอย่าทำบาปเพราะเห็นแก่ตัว
อย่าทำชั่วเพราะเห็นแก่คนอื่น


*เมื่อบุคคลไม่มีสิ่งที่ตนชอบ
บุคคลนั้นต้องชอบสิ่งที่ตนมี


*คนไหนที่พูดไม่จริง เสียงนั้น...
สู้เสียงไก่ขันและหมาเห่าไม่ได้


*มองทางโลก...ให้มองทางต่ำ
แต่ถ้ามองทางธรรม ..ให้มองทางสูง


*ไม่ต้องเป็นห่วงคนอื่นที่ไม่เข้าใจเรา
แต่ต้องเป็นห่วงว่าเรา ไม่เข้าใจคนอื่น


*บัณฑิตคิดถึงว่า ทำอย่างไรจะเพิ่มพูน
คุณธรรมของตนได้
คนพาลคิดถึงว่า ทำอย่างไรจึงจะเห็น
ความเป็นอยู่ของตนสะดวกสบายขึ้น
โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรม


*ยังปรนนิบัติคนที่มีชีวิตไม่เป็น
จะปรนนิบัติเซ่นไหว้เทพเจ้ากับผีได้อย่างไรเล่า


*ถ้าจะพัฒนาตัวเขา ให้พัฒนาตัวเราก่อน
ถ้าจะทำตัวให้เหมือนเขา ให้ดูเงาตัวก่อน


*ความมืดในสีขาวอันตรายมากกว่าความมืดในสีดำ


*ยอมลำบากเมื่อหนุ่มดีกว่ากลุ้มเมื่อแก่


*ตายเสียในการต่อสู้ ยังดีกว่าคนพ่ายแพ้ตนเอง


*อยู่ให้เขารัก จากให้เขาเสียดาย ตายให้เขาคิดถึง


* กินข้าวเขาแล้วมาขี้ ทำความดีคุ้มค่าเขาแล้วหรือยัง

*โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ไม่โกรธดีกว่าจะได้ไม่บ้าไม่โง่


*ใช้พระเดชด้วยเมตตา ใช้พระคุณด้วยปัญญา




 

Create Date : 02 มีนาคม 2551    
Last Update : 2 มีนาคม 2551 1:34:17 น.
Counter : 423 Pageviews.  

เพื่อน

"เพื่อน" คือจมูก ถ้าไม่มีตายแน่นอนโดยเฉพาะตอนที่ทำข้อสอบ หรือไม่ก็ต้องหายใจทางปากไป แต่คงจะไม่สะดวกเท่าจมูกหรอกนะ

" เพื่อน" คือแหล่งเงินทุนมหาศาล เวลาที่ไม่มีเงินทีไรนึกถึงเพื่อนทุกที ตามด้วยคำพูดที่ว่า เฮ้ย! ยืมเงินหน่อยซิ

" เพื่อน" คือกรมประชาสัมพันธ์ เวลาที่มีข่าวคราวอะไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องส่วนรวมรับรองทั่วถึง

" เพื่อน" คือกระโถน เวลาที่มีความสุข ทุกข์ เศร้า เหงา ก็มาระบายกับเพื่อน

" เพื่อน" คือตู้เสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ กางเกง รองเท้า ถุงเท้า เข็มขัด ยืมได้ทั้งนั้น

" เพื่อน" คือคนช่วยหาร วันไหนอยากกินเหล้า หรือเที่ยวอาร์ซีเอ บอกเถอะเดี๋ยวก็มีคนช่วยหาร

" เพื่อน" คือคนที่เราต้องเลี้ยงดู ต่อจากเมื่อกี้ ถ้าเพื่อนไม่มีตังค์ก็ไปแจมเฉยๆก็ได้

" เพื่อน" คือคนที่พากลับห้อง วันไหนเมาไม่รู้เรื่องก็เพื่อนอีกนั่นแหละที่พากลับมานอนห้องอันอบอุ่น

" เพื่อน" คือคนที่ทะเลาะด้วย วันไหนไม่มีอะไรทำก็หาเรื่องทะเลาะเล่นได้

" เพื่อน" คือใบตองแห้ง วันไหนไม่มีอะไรทำก็เห่าเพื่อนซะเลย

" เพื่อน" คือคนที่ดูหนัง กินข้าวด้วย(เฉพาะตอนที่ไม่มีแฟนหรือว่าอกหัก ถ้ามีแฟนก็ไปกับแฟนน่ะซิ)

" เพื่อน" คือคนที่เล่นกีฬาด้วยกัน(แบบว่ามันต้องเล่นเป็นทีมน่ะเลยต้องพึ่งเพื่อนๆ)

" เพื่อน" คือคนที่จะทำงานด้วย โดยเฉพาะตอนที่มีรายงาน แฮ่ๆ กูอยู่ด้วยคนซิ นะนะนะ

" เพื่อน" คือคนที่มีการบ้านให้ลอกสม่ำเสมอ ว่าแต่ว่าตอนนี้การบ้านเสร็จหรือยังล่ะ เอามาลอกมั่งดิ

" เพื่อน" คือคนที่ทำให้รู้จักเสียเงินซื้อของขวัญวันเกิด เกิดกันทั้งปี

" เพื่อน" คือคนที่ไม่ทอดทิ้งกัน คำนี้พูดกันบ่อยๆโดยเฉพาะตอนที่เข้าห้องสอบ

" เพื่อน" ก็คือเพื่อนนั่นแหละ ...




 

Create Date : 02 มีนาคม 2551    
Last Update : 2 มีนาคม 2551 1:32:33 น.
Counter : 384 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  

BlogGang Popular Award#13


 
rajasit
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]








helplink


http://bancha.bloggang.com

ทันสมัยและปลอดภัยเสมอด้วยระบบการป้องกันไวรัส พร้อมการอัพเดตโปรแกรมเป็นเวอร์ชั่นใหม่ตลอดเวลาโดยไม่ต้องกังวลเรื่องลืมอีกต่อไป กับ True IDC Chromebook

Posted by True IDC on 4 มิถุนายน 2015


sand e-mail ถึงเจ้าของ blog



Friends' blogs
[Add rajasit's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.