เด็กหญิงกล้วยไข่ กับ ใบไม้สีเขียว


เด็กหญิงกล้วยไข่
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อย่ารักโลกเพียงลมปาก*


...ฟ้า บอกเธอกี่ครั้งกี่หน ว่าใจคนควรยื่งใหญ่ดั่งใจฟ้า
...ภูเขา บอกเธอกี่ครั้งกี่หน ว่าใจคนควรหนักแน่นดั่งภูผา
...แม่น้ำ บอกเธอหรือเปล่า ว่าใจเราควรเยือกเย็น
...ตะวันบอกเธอหรือเปล่า ว่าใจเราควรซื่อตรง

ผู้พ่ายแพ้ บอกเรากี่ครั้ง
ผู้พลาดพลั้ง บอกเรากี่หน
คนหลงทาง บอกว่าทางนั้นวกวน

... แต่ใครบางคนไม่รับฟัง
...ก็หัวใจเรายัง คงเต้นรำ ในเสียงเพลงที่เราไม่เข้าใจ


.กวีซีไรต์ ศักด์สิริ มีสมสืบ.



(ปล.ขอบคุณเจ้าของรูปHeadที่ให้แอบเอารูปมาแปะไว้นะคะ)
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เด็กหญิงกล้วยไข่'s blog to your web]
Links
 

 

คุณล่ะ...รับข่าวสารกันอย่างไร??

อยากให้คนไทยได้รับสิ่งที่ถูกต้อง!!!


และนี่แหละคือสื่อสารมวลชนที่เป็นกลาง .. .... ....




รับข่าวสารอย่างไรในปีนี้...




“ที่
ผ่านมาคนส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่าสื่อที่เป็นกลางคือสื่อที่ไร้ความคิดเห็นหรือ
สื่อที่ไม่ด่าใครซึ่งไม่ใช่ คำว่าสื่อที่เป็นกลางคือสื่อที่เสนอเรื่องจริง
แสดงความคิดเห็นอย่างจริงใจไร้อคติ


นอกจากนี้
คนส่วนใหญ่ชอบดูรายการเล่าข่าวทางโทรทัศน์ ซึ่งเป็นการเลือกข่าวโดยผู้เล่า
อีกทั้งยังขาดการวิเคราะห์ใดๆ จึงเป็นการรับข่าวอย่างไม่สมดุล
ต่างจากหนังสือพิมพ์ที่ไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา
ซึ่งมีข่าวครบประเภทที่ละเอียดสมบูรณ์ จึงขอแนะนำให้เสพข่าวจากหลายแหล่ง
ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และออนไลน์ เพราะจะได้ความหลากหลาย
ทำให้เป็นคนรู้ลึกขึ้น


และอย่าจบแค่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้น
จะต้องรู้ว่าทำไมเกิดขึ้น รู้ว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตและสังคมของเรา
รู้ว่าทำไมเราต้องใส่ใจในเรื่องที่กำลังเกิด
อย่าอยู่อย่างคนที่คิดว่าไม่ใช่ธุระของเรา
เพราะการนำเสนอข่าวสารในปีนี้จะเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เช่น
มีการวิเคราะห์ข่าวมากขึ้น มีการให้ข้อเท็จจริงต่างๆที่เดิมไม่กล้าให้
และมีความหลากหลายของข่าวสารมากยิ่งขึ้น”



อ้างอิงจาก : 15คำแนะนำล้ำ รีดเดอร์สไดเจส ฉบับ เมษา53











Free TextEditor




 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 9 พฤษภาคม 2553 18:26:45 น.
Counter : 179 Pageviews.  

JC210 : วส210 : วิชาวารสารศาสตร์เบื้องต้น


ขอเอาบล็อกเก่ามาเล่าใหม่นะคะ ;)




Free TextEditor

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2551
ณ อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ ห้องSC3011
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

11.00 - 12.30 น.
วิชา JC210 วารสารศาสตร์เบื้องต้น
อาจารย์ผู้สอน รศ.มาลี บุญศิริพันธุ์
อดีตคณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มธ.


หัวข้อที่เรียนวันนี้ : บทบาทของหนังสือพิมพ์
                        อิทธิพลของหนังสือพิมพ์

สาระสำคัญของ บล็อก นี้อยู่ที่ว่า . . .



วันนี้เรียนเจซีสองหนึ่งศูนย์เป็นปกติ
แน่นอนวิชานี้ เป็นวิชาว่าด้วยข่าวสารและหนังสือพิมพ์
การบ้านที่ต้องทำเป็นประจำคือ อ่านหนังสือพิมพ์ทุกวันทุกฉบับ
เพราะอาจารย์จะถามหรือจะquizเมื่อไหร่ก็ไม่อาจคาดการณ์ได้
และแน่นอน ฉันไม่เคยทำได้ ไม่เคยอ่านหนังสือพิมพ์ครบทุกวัน

จนวันนี้ อาจารย์พูดถึงบทบาทของสื่อหนังสือพิมพ์
ซึ่งเป็นสื่อที่มีอิทธิพลมากต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
และการพัฒนาประเทศนั้นๆ
อาจารย์ย้ำอยู่ตลอดว่า "หนังสือพิมพ์สะท้อนสังคม"

อยากรู้ว่าประชาชนและสังคมนั้นๆเป็นอย่างไร ให้อ่านหนังสือพิมพ์ของเขา

อาจารย์บอกว่า วัยรุ่นสมัยนี้เค้าดู ทีวีพูลกัน เค้ารู้จักดารากันเยอะแยะ
ถ้าใครไม่ดู ไม่รู้จักดารา ไม่รู้ข่าวดารา ที่ทีวีพูลเค้าก็ได้บอกไว้
ไอ่คนนั้นมันคงเชยมากกกกก (เฮอะ แต่ช้านไม่ดูว่ะ ไม่ชอบแจ๊คกาลีนด้วย)
แต่ถ้าวัยรุ่นคนไหนดู กรองสถานการณ์ จะมองว่าไอ่นี่ เครียดเกิ๊นนน
จริงจัง ดูอะไรก็ไม่รู้ หนักเหลือเกิน ไม่เห็นรู้เรื่อง ไม่เห็นน่าสนใจเลย

เลยสรุปได้ว่า
"เยาวชนไทยยุคนี้ไม่ค่อยใส่ใจการเมืองและเศรษฐกิจ"

จะสังเกตุได้ว่าเรื่องพวกนี้จะมีคนที่ติดตามอยู่แค่กลุ่มเดียว
ซึ่งพวกนี้เขาก็จะทันเกมทางการเมืองเสมอๆ
รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น บ้านเมืองเดินไปทิศทางไหน


ซึ่งคนกลุ่มนั้นก็คือคนอายุรุ่นพ่อแม่พวกเรา

แน่นอนผู้ที่ไม่สนใจดูข่าว ติดตามกระแส
"ก็จะถูกหลอกได้ง่าย"
สื่อเสนออะไรก็เชื่อหมด
จึงโยงไปถึงด้วยว่า "สื่อไทยสมัยนี้ ถูกครอบงำ"


สื่อควรเ็ป็น ศูนย์กลางความจริงของประชาชน
ควรเป็นผู้คอบสังเกต รายงานและสัมผัสได้ถึงความผิดปกติดที่ซ่อนเร้น
และนำมากรอง แล้วเสนอให้ประชาชนได้รู้ความจริง


ประชาชนจะรู้หรือไม่รู้ความเป็นไป ข่าวสารต่างๆ
ก็ล้วนขึ้นอยู่กับสื่อ กับหนังสือพิมพ์ทั้งสิ้น

ซึ่ง ทุกวันนี้ สื่อไทยส่วนมาก ล้
วนถูกครอบงำด้วยกันทั้งสิ้น
ไม่มากก็น้อย



สื่อหนังสือพิมพ์ถือว่ามีอิทธิพลมากต่อสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ
ดังที่ได้เห็นตัวอย่างอยู่แล้ว.  .  . . ..

ในชั้นเรียนวันนี้ อาจารย์ได้ยกตัวอย่างหนึ่ง
เกี่ยวกับอิทธิพลของสื่อ -  - -

สังเกตได้จากการชุมนุมของทั้งสองกลุ่ม
ทั้งฝ่ายนปช. และ พันธมิตร

มีสิ่งที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายนี้แตกต่างกัน

จะเห็นได้ว่า ทางฝ่ายของพันธมิตร
ผู้ร่วมชุมนุมจะเป็นชนชั้นกลาง
เปิดรับข่าวข้อมูลข่าวสารมากกว่าและหลายช่องทาง
ผู้ที่มาร่วมชุมนุมมีข้อมูลในหัวอยู่แล้วส่วนหนึ่งเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองและรัฐบาล
เมื่อมาร่วมชุมนุม หรือฟังปราศรัยทางวิยุ โทรทัศน์

พวกเขาเหล่านี้ก็จะถูกตอกย้ำ ทำให้รู้ข้อมูลมากขึ้นกว่าเดิม
จึงเป็นผลให้มีส่วนในการตัดสินใจเลือก


ส่วนฝ่ายของนปช.นั้น ไม่รู้ข่าวสารมาก่อนเลย
ผู้มาชุมนุมส่วนมาก มักไม่ค่อยติดตามข่าวสาร
ความจริงทางการเมือง และข้อมูลเกี่ยวกับรัฐบาล
ไม่ว่าจะมีคนพูดอะไรมาก็ตาม พูดอะไรก็ได้
ขอแค่ให้ถูกใจก็พอ
ขอเพียงให้มันตรงกับความรู้สึก

เหมือนจูนเจอคลื่นซ้ำกัน ซึ่งคลื่นนั้นก็ติดอยู่เพียงคลื่นเดียว
ไม่เคยได้เจอ ได้ดู ได้ฟัง คลื่นอื่นเลย


" สื่อ " จึงมีอิทธิพลอย่างมาก ต่อการตัดสินใจของประชาชน

และมีอิทธิพลต่อหลายๆอย่างที่หลายคนก็อาจไม่เคยรู้


ปรัชญาสูงสุดของงานวารสารศาสตร์ คือ
" การปฏิบัติหน้าที่ตอบสนอง
สิทธิเสรีภาพการรับสาร
ของประชาชนเพื่อผล
ทางการตรวจสอบรัฐบาล
อย่างเที่ยงตรง "





แต่ปัจจุบัน สื่อไทยถูกเปลี่ยนแปลงไปมาก

สื่อไทยยังคงตั้งอยู่บนฐาน
ของปรัชญานี้จริงหรือ?






Free TextEditor




 

Create Date : 26 มีนาคม 2553    
Last Update : 26 มีนาคม 2553 22:38:38 น.
Counter : 1263 Pageviews.  

ค่ายอาสาเชื่อมป่า พึ่งพา ผูกพัน

เอาบล็อกเก่ามาลงใหม่ ...
เมื่อปีที่แล้ว ก่อนที่ฉันจะย้ายคณะ ...


อาทิตย์ที่ผ่านมา8-12ตุลา (เมื่อปี'51)
ไปค่าย อาสา เชื่อมป่า พึ่งพา ผูกพัน มา
เป็นค่ายที่กลุ่มๆ หนึ่งของเด็กมหิดลจัดขึ้นมา

@ วังน้ำเขียว จ.โคราช
นอนกันที่โรงเรียนวังหมีพิทยาคม

วันแรกไป ถึงก็เย็นมากแล้วสันทนาการเล็กๆน้อยๆ
วันที่สองไปที่แปลงปลูกป่า ไม่ได้ไปปลูกแต่ไปดูแล
ช่วยกันถางหญ้ากำจัดวัชพืชอะไรประมาณ นั้น
วันที่สามทำtrail เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ป่าชุมชนท่าวังไทร
แล้วก็ทำ ฝายต่อกันเลย เพราะเวลาเหลือ
วันที่สี่ย้ายมานอนที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างตรงปากช่องแทน
ก็ปลูกกล้าไม้กัน เตรียมเมล็กอะไรพวกนี้ แล้วก็เรียนรู้เกี่ยวกับช้างป่า
วันสุดท้ายก็เอาเมล็ดลงดินที่เตรียมไว้จากวัน ก่อน เก็บของ บอกลา
กลับกรุงเทพ

5วัน ผ่านไป กลับมาสู่ชีวิตปกติต่อ


แต่ สิ่งสำคัญที่อยากจะเล่า...ความจริงก็คือ


เช้า วันสุดท้ายที่อยู่ที่วังหมี

มีอาจารย์ผอ.โรงเรียนมาพูดให้ฟังแล้ว ก็เล่าอะไรมากมาย
แต่ ที่มันจึ๊ก!มาก โดนมากก็คือ
ประโยคเกือบสุดท้าย ที่เค้าฝากไว้

เค้าพูดประมาณว่า "อ่าวเนี่ย มีใครที่สนใจ ยุ่งกับการเมืองอะไรนี้มั้ย"...
เผื่อ ใครอะไรเกี่ยวกับพันธมิตร
แล้วก็ไม่มีใครยกมือ
เค้า ก็บอกต่อ...
"เอ่อเนี่ย อย่าไปยุ่งกับเรื่องการเมืองเรื่องพวกนี้เลย ดีแล้ว"

โหหหหหหห ฉันรู้สึกเหมือนถูกแทงเลยตอนนั้น

ถ้าเยาวชนไม่ยุ่งไม่สนใจการเมือง
แล้วเมืองไทยในวันหน้าจะเป็นยังไงล่ะ


ก็ปัญหาที่เกิดขึ้นปัจจุบัน เนี่ย
ไม่ใช่้เพราะประชาชนขาดความรู้ทาง การเมือง
ประชาชนไม่สนใจการเมืองไม่ใช่หรอ
ประชาชน เลยถูกปั่นหัวน่ะ

เยาวชนไม่สนใจชาติ
ประชาชน ไม่ช่วยบ้านเมือง
แล้วจะ อยู่ไปทำไม "ประเทศไทย"




ฟังแล้วฉันรู้สึกไม่อยากย้ายคณะเลย
ประมาณ ว่า... ฉันอยากเห็นอะไรอะไรดีขึ้น สักนิดก็ยังดี

อยากเรียน สิ่งพิมพ์ เพราะ
"สื่อ ... คือปากเสียงของประชาชน"
และ
"ประชาชนจะรับรู้เรื่องราว ทั้งที่จริงและเท็จ ก็จากสื่อเท่านั้นนี่แหละ!"


ทีนี้รู้หรือยังล่ะ ว่า.....
 "ทำไม ชาวบ้าน ประชาชนที่อยู่ตามต่างจังหวัด
ถึงไม่ยอมเปิดรับสื่อ ไม่ยอมเปิดรับข่าวสาร
ไม่ยอมเปิดรับอะไรๆเกี่ยว กับการเมือง
และความเปลี่ยนแปลงของบ้าน เมือง! "



เพราอย่างนี้ไงล่ะ

"ชาวบ้านถึงถูกหลอก
ชาว บ้านถึงถูกล้างสมองได้ง่ายๆ"



 จริงเท็จอย่างไร อยากให้พวกเราลองตรองดู...


และสนับสนุนให้คนไทยหันมาสนใจหาความจริง


สนใจข่าวสารบ้านเมืองให้มากขึ้น


ไม่เพียงแค่จับใส่หัว หากร่วมกันคิดวิเคราะห์ไปด้วยกัน.








Free TextEditor




 

Create Date : 19 มีนาคม 2553    
Last Update : 26 มีนาคม 2553 22:18:16 น.
Counter : 169 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.