ตะลุยเดี่ยวเที่ยวฮ่องกงมาเก๊า ตอนมาเก๊า มาเก๊า
อะื อะ อะ อะ อ่าว ตอนที่แล้วกล่าวถึง วันแรกในฮ่องกง วันนี้วันที่สอง

แผนการคือ ไปมาเก๊า 5555 กร๊ากกกกกกกกกก สนุกอีกแล้ว


--------------------------------------------------------------------------

ตอนมาเก๊า มาเก๊า (วันที่2)

เริ่มจากตื่นนอนกะว่าตื่นหกโมงเช้า ตื่นมาก็นอนบนเตียงสักพัก ดูนาฬิกาแปดโมง

- * - นี่แหละหนา การตื่นเปลี่ยนแปลงการเดินทาง ข้าวไม่ต้องได้กินแล้ว

สมควรรีบไปสุดๆ แต่ไม่ลืมอาบน้ำ

ขอบอกว่าที่ฮ่องกงช่วงที่ไปนั้นร้อนชื้นมาก

ไม่ไหวแล้ววว อยากจะอาบน้ำวันล่ะ 10 หนจริงๆ

กว่าจะอาบเสร็จแต่งตัวปาเข้าไป 9 โมงแล้ว อุแม่เจ้า

ผิดแผนๆอย่างแรง

ออกมาข้างนอกตึกก็ฝนตกอีกล่ะ อยากจะบ้าตายมา 2 วันแล้วนะ

ฝนจะไม่คิดจะอ่านหนังสือบ้างเหรอไงเนี่ยทำไมต้องตกตลอดเลย

จะตกใจถึงวันที่ช้านกลับเลบมั้ย

จากนั้นก็ข้ามถนนไปขึ้นรถไฟใต้ดินตามเดิม

สถานีมงก๊ก สถานที่นี้คงไม่มีทางลืมแน่ๆ

เริ่มจากนั่งรถไฟใต้ดินจากมงก๊ก (สายสีแดง) ไปที่สถานีเซ็นทรับ เพื่อเปลี่ยน

เป็นสายสีน้ำเงิน จากนั้นนั่งต่อไปที่สถานี Sheung Wan ซึ่งเป็นสถานีของ

ท่าเรือที่จะไปมาเก๊า

ก็นั่งง่วงๆ เพลียๆ มาเรื่อย จึงถึงสถานี Sheung Wan เดินไปที่ทางออก D

เดินไปเรื่ีอยๆอ่ะค่ะ จนกว่าจะถึงห้าง Shun Tak Centre

นี่คือสิ่งที่วางแผนไว้

แต่ในความเป็นจริง อิชั้นก็โง่ๆ นั่งไปที่สถานี Sheung Wan ได้จริง

มันมีลูกศรชี้ไปท่าเรือจริง แต่อิชั้นหาท่าไม่เจอค่ะ 55 (โง่)

เลยเดินออกไปเรื่อยๆ ออกไปไหนก็ไม่รู้ เมื่อคิดว่าผิดทางแน่แท้แล้ว

ก็เดินกลับมา บังเอิญไปเห็นว่ามันมีเหมือนท่าน้ำ ตรงลาดจอดรถ

ก็เลยเดินไปที่นั่นคิดว่าถูกทางชัวร์ป๊าด

ปรากฎว่าไม่ใช่ค่ะ ไม่มีท่าเรือ ท่าเรือมันต้องอยู่ในตัวตึก - * -

สรุปอิชั้นไม่น่าออกมาเลย แค่ขึ้นไปที่ชั้น 3 ก็เจอท่าเรือแ้ล้ว (โง่ได้อีก)

ก็เลยจำใจขึ้นลิฟต์ทั้งๆที่คนเยอะมากมาย - * -

เสียเวลาอีกเจ้าค่ะ

พอขึ้นไปที่ท่าเรือ Turbo jet เพื่อซื้อตั๋วมุ่งสู่มาเก๊า

ก็ไปพบกับเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ ตั๋วราคา 300 กว่าเหรียญ

ตกใจไหนมันร้อยกว่าไงฟะ ดูๆไปเอ๊ะมัน เฟิร์สคลาสนี่

แล้วตั๋วธรรมดาซื้อที่ไหนล่ะเนี่ย ตายแล้วชั้นหาที่ซื้อตั๋วไม่เจอ

เดินๆไปอีกหน่อย อ้าวที่ขายตัวอยู่ตรงนี่นี่หว่า 55+

ก็บอกเค้าไปว่าซื้อตั๋วไปเที่ยวเดียวพอ เพราะไม่รู้ว่าจะกลับมากี่โมง

จากนั้นก็เดินต่อไป

เดี๋ยวขั้นด้วยการให้ดูเรือก่อนว่าหน้าตาเป็นไง



หน้าตาก็ประมาณนี้ค่ะ

แ้ล้วเดี๋ยวให้ดูรูปตั๋วคือว่าตั๋วนี้ไม่ใช่ของเรานะ ตั๋วใครไม่ทราบ

จำไม่ได้ว่ามาจากที่ไหนเลยไม่ได้ให้เครดิต ถ้าจำได้ของใคร

หลังไมค์มาได้ค่ะ



ตรงสติ๊กเกอร์สีเหลืองๆนั่นคือหมายเลขที่นั่งค่ะ ต้องนั่งตามหมายเลขที่นั่ง

เท่านั้น

การเดินทางก็เหมือนการเดินออกจากประเทศปกติคือต้องผ่านตม.ฮ่องกง

แล้วก็ค่อยลงเรือ สนุกสนานใหญ่

แต่ขอบอกว่าเรือมันโคลงเคลงมากแทบจะอ้วกออกมา

แ่ต่ยังไม่ได้กินอะไรนี่หว่า ก็ไม่รู้จะเอาอะไรอ้วก

อันนี้รูปที่กำลังจะลงเรือค่ะ



มันก็คล้ายๆกันตอนที่กำลังจะขึ้นเครื่องนั่นแหละค่ะ

แต่เพียงเปลี่ยนเป็นลงเรือก็แค่นั้นเอง

แล้วก็มาดูรูปในเรือกันมั่ง



ในเรือก็เป็นแบบนี้ค่ะ เห็นคนขนกระเป๋าเยอะแยะเลยด้วย

ส่วนใหญ่จะเป็นคนตะวันตกนะ เยอะแยะเลย

อิชั้นนั่งติดหน้าต่างค่ะ แล้วก็มีคู่สามีภรรยา ชาวอเมริกันนั้งข้างๆ

ถามว่ารู้ได้ไงว่าอเมริกา ก็อิชั้นมารยาทดีค่ะ แอบฟังเค้าคุยกัน 55++

สอดเค้าตลอดศก กร๊ากกกกกกกกกกก

ก็นั่งไปเรื่อยๆ ใกล้หลับล่ะ ง่วงและเพลีย

แล้วก็มีพี่คนจีนเค้ามาบอกว่า ต้องรัดเข็มขัดเป็นภาษากวางตุ้งค่ะ

ในใจคิดว่า หัวทองนั่งตั้งเยอะ จะพูดภาษาอื่นไม่ได้เลยเหรอไง

ดีนะเห็นคนข้างหน้าทำเลยทำตาม (ไม่ได้ฟังออกเลย 55 )

แต่สุดท้ายก็พูดแมนดารินค่ะ เออดีหน่อยถ้าไม่พูดนะ

ก็ไม่ต้องพูดไง 55 กร๊ากกกกก คู่สามีภรรยาก็งงเล็กน้อย

แต่เห็นเราทำก็เลยทำตามมั่ง

แ้ล้วพี่แกก็ดูวิธีการเดินทางไปมาเก๊าต่อ

ด้วยความที่ช่างจ้ออิชั้นก็กำลังจะชวนคุยค่ะ

แต่เห็นอ่านหนังสืออยู่เลยปล่อยไปก่อน เดี๋ยวจะต้องตกเป็นเหยื่ออิชั้นชัวร์

รอแป๊ปนึงขอหลับล่ะกัน เพราะมันโคลงมากไม่งั้นอาจจะอ้วกรดพี่ฝรั่งได้

เริ่มก็แล่นๆๆๆไป แล่นๆๆๆไป แล่นๆๆๆไป อิชั้นก็ไปเข้าเฝ้าพระอินทร์

รายงานความเป็นไปของโลกมนุษย์แล้ว ท่านก็บอกว่าให้ตื่น

ืตื่นมาถึงมาเก๊าแล้วค่ะ

ใ้ช้เวลาประมาณ 1 ชม.เท่านั้นเอง อดคุยกะพี่ฝรั่งเลยแง้

ก็เดินๆ งงๆ ออกมาจากเรือค่ะ เรือก็โคลงไปเคลงมาปกติ

เดินไปที่ตม.มาเก๊า ใบตม.หน้าตาเหมือนของฮ่องกงเด๊ะๆเลย

ตรงที่บอกให้กรอกที่อยู่ในมาเก๊า อิชั้นไม่ได้กรอกนะคะ

สรุปที่ตม.ปั๊มมาคือ อยู่ได้แค่ 1 วันเท่านั้น - * -

เหอะๆ 1 วันเอง คือหมายถึงต้องกลับในวันนั้น แต่ก็เป็นประสงค์ของอิชั้นอยู่แล้ว

เดินออกมาจากที่นั่นอย่างเอ๋อๆ เข้าไปในตัวตึกท่าเรือค่ะ

เอารูปมาอวดดีก่า







นี่คือรูปในท่าเรือ คล้ายสนามบินเลยเนอะ เสียดายไมไ่ด้ถ่ายรูป

ประชาสัมพันธ์มาให้ดู เค้ามีเอกสารการท่องเีที่ยวในมาเก๊าเยอะมากเลย

เลยไปเก็บๆมา ในตอนนั้นก็เดินออกไปค่ะ คนก็จะมาถามกันใหญ่

ต้องการรถมั้ย เราก็ไม่ ไม่ อย่างเดียว

จากนั้นก็ไปนั่งรถฟรี เริ่มแรกไปเวเนเชี่ยนก่อนเลยค่ะ



ออกมาจากท่าเรือนี่ก็จะเจอรถของคาสิโนจอดเรียงรายกันแบบนี้ค่ะ

พวกโรงแรมส่วนใหญ่ของเป็นในเครือ มิราจ เครือใหญ่ในเวกัส

มาลงทุน (ดีนะเนี่ยไปเวกัสมาแล้ว) 55+

เราก็เลยพอรู้จักสัญลักษณ์ของโรงแรมต่างๆ มั่งน่ะ

รถของเวเนเชี่ยนไม่ได้ถ่ายมาแง้ๆ

ก็นั่งรถไปเรื่อยๆ (มันฟรีนี่) 55

ระหว่างทางก็ได้เห็นทิวทัศน์ในมาเก๊า สวยมากๆเลย แต่ว่าไม่ได้ถ่ายมา

อยากเห็นต้องไปดูด้วยตาตัวเองล่ะค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

จากนั้นก็นั่งรถมาถึงเวเนเชียน ส่วนตัวเคยไปเที่ยวที่เวเนเชี่ยนเวกัสแล้วค่ะ

แต่ว่ามองๆไปชอบของเวกัสมากกว่านะคะ

เรามาดูภายในเวเนเชี่ยนมาเก๊าักันบ้างแล้วกัน















นี่ก็เป็นรูปคร่าวๆในเวเนเชี่ยนค่ะ

มันก็คล้ายที่ลาสเวกัสนั่นล่ะ แต่ว่ารู้สึกว่าที่เวกัสสวยกว่า

ส่วนตัวชอบที่ลาสเวกัสมากกว่าค่ะ

แล้วก็จะมีบริการเรือแบบนี้ด้วยนะคะ ที่เวกัสก็มีประมาณ 18 ดอลล่าห์สหรัฐ

แต่ที่เวเนเชียนไม่ได้ถามค่ะว่า เท่าไหร่อะไรยังไง

ชมได้สักพักก็เริ่มอยากออกแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าไปดูที่เค้าเล่นคาสิโนแล้วไม่ไหว

คือที่ลาสเวกัสเนี่ยนะ คนเล่นคาสิโนอ่ะมีจริง แต่ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่

แต่มาเก๊านี่ อ่ะโหยยยย ไม่ไหวแล้วคนเยี่ยงหนอน

แถมเยอะมากๆด้วย แล้วก็มีการสูบบุหรี่ควันงี้เต็มไปหมดเลยค่ะ

ตัวเองไม่ชอบบุหรี่ทนไม่ไหวค่ะ ที่ต่อไปที่จะไปคือ 55

หมุ่บ้าน "โคโลอาน"

หมู่บ้านนี่ที่จะไปเพราะสิ่งเดียวค่ะ นั่นคือ "ทาร์ตไข่" ที่ร่ำลือว่าอร่อยสุดๆ

ตอนจะไปก็ไปขึ้นรถหน้าเวเนเชี่ยนเจอคนแถวนั้นเลยถามๆเค้าว่า

จะไปหมู่บ้านนี้ไปยังไง ตอนนั้นถามเค้าว่า หมู่บ้านโคโลญไปไง

เค้าก็บอกว่า หมู่บ้านไคปา เหรอ ฟังไม่รู้เรื่อง สรุปเค้าพูดอังกฤษไม่ค่อยได้

- * - ใครบอกว่ามาเก๊า ฮ่องกงพูดไ้ด้ว้า ใครมันบอก

เราก็นึกขึ้นได้ว่าเฮ้ย ไ่่ม่มีเงินมาเก๊าเลย

*เสริม มาเก๊าใช้สกุลเงิน MOP (Macau Pataca)

ก็เลยเดินไปแลกในคาิสิโนด้วยดอลล่าห์ฮ่องกง

ได้ความว่า ไม่มีให้แลก สกุลเงินที่ใช้ในคาสิโนต้องเป็นดอล์ลาห์ฮ่องกงเท่าันั้น

แป่ว --- ----* กรรมของเวร

ด้วยความโง่ + เซ่อเลยตัดสินใจนั่งรถกลับไปที่ท่าเรือ ด้วยรถเวเนเชี่ยน

เพื่อไปแลกเงินมาเก๊า โง่มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ไปถึงท่าเรือ จะแลกไง ก็กดตู้เอ ที เอ็มอ่ะดิ

มันก็ออกเป็นเงินมาเก๊าให้เลย เออดีกดมาซะได้ 400 เหรียญมาเก๊า -*-

เอามาทำไรฟะ เออสุดท้ายก็เลยนึกขึ้นได้ต้องแลกเิงิน

สรุปเดินไปซื้อของฝากที่ชั้นบน เพื่อจะเอาเงินขึ้นรถเมลล์

ซื้อไปซื้อมา 50 กว่าเหรียญมาเก๊า ซิ้อขนมไรก็ไม่รู้

มันบอกว่า ออริจินอลมาเก๊า เหมือนตุ๊บตั๊บไงงั้น เลยซื้อมา

- * - ซื้อสักพักนึกขึ้นได้ว่าต้องรีบไปล่ะ ก็อีหรอบเดิม รถของเวเนเชี่ยน

(ในใจคิดโง่จริงๆ คิดนั่งอย่างอื่นไม่เป็น) (ฮา)

มาลงที่จุดเดิมๆขอเมื่อกี้ แต่ว่าจำได้ว่าต้องนั่งรถสาย 15 หรือ 21 หรือ 25

เค้าบอกว่าให้ดูหน้ารถเมล์ที่มีคำว่า Coloane Village หรือ Hac Sa

คราวนี้ก็เลยเดินชมวิวไปเรื่อยๆ ดีหน่อยฝนอ่านหนังสือแล้วไม่งั้นคนเปียก

ทีนี้ด้วยความที่เราต้องหาข้อมูลแล้วล่ะนั่งอะไรไปดีนั่งตรงไหนอะไรยังไง

ก็มาที่ป้ายรถเมล์ ที่มาเก๊าเนี่ยเซ็งมากมันทำป้ายแต่ภาษาโปรตุเกสกะจีน

อังกฤษ อะไรอย่าหวังให้ยาก เจอทีดีใจอย่างกะ 3 ล้อถูกหวยไงงั้น

สักพักก็มีพี่ผู้หญิงกะพี่ผู้ชายเดินมาสองคน

เรากะจะถามล่ะ แต่พี่เค้าพูดภาษาโปรตุเกส

สรุปไม่กล้าค่ะ ประเมินแล้วไม่น่าพูดภาษาอังกฤษได้ - *-

อาจจะได้ก็ได้แต่กลัวแล้วอ่า

แล้วรถเมล์ก็มา อิชั้นก็รอเหยื่อรายต่อไปเรื่อยๆ

แล้วก็มีน้องผู้หญิงใส่แว่นคนนึงเดินมาค่ะ เหยื่ออิชั้น

อิชั้นก็ถามว่า น้องๆพี่จะไปหมู่บ้านโคโลอานเนี่ยพี่จะไปไง

น้องเค้าก็มองหน้าแป๊ปนึง

ได้ความประมาณนี้

เรา : Excuse me, I would like to go to Coloane Village. How can I get there?

น้อง : ummm aaaaa Ummmmmm eeeeeeee แล้วมองซ้ายขวา

เรา : Actually, I know that I have to take a bus no. 15 ,21 ,25 but I don't know which side the I have to get on.

น้อง : I ......I I I I

เรา : Can you speak English?

น้อง : A little bit. Sorry! (ทำหน้าตาแบบว่าใครก็ได้ซอยข้อยแน่)

หน้าตาน้องเค้าแบบว่าไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้วเลิกพูดเถิด

สุดท้ายเราเอาเหรียญมาเก๊าให้น้องดูแ้ล้วถามว่าใช้นี่ขึ้นรถได้เปล่า

เ้ค้าก็พูดเป็นแมนดารินว่า ได้สิ ใช้นี่แหละขึ้นรถ

แล้วรถเค้าก็มาพอดี แล้วน้องก็ไปเลย สรุปพูดแมนดารินได้

ไม่พูดแต่แรกว้า ........อิอิ เราชอบแกล้งเด็ก กรั่กๆ

ต่อมารถสาย 25 ก็มาพอดีอิชั้นก็ขึ้นไปด้วยความงงหยอดเหรียญด้วยความงง

ว่ามันจะน้อยไปมั้ย ถ้าน้อยมันคงด่าแล้วล่ะ ก็หยอดไป

สรุปให้มากไปค่ะ แต่ที่นั่นเค้าไม่มีเงินทอนแบบ ปอพ.นั่นแหละค่ะ

ก็เลยเซ็งเป็ดไปอีก 1 ตัว - * -

พอมาถึงหมู่บ้าน



เห็นหมู่บ้านประมาณนี้ก็ลงได้ค่ะ แสดงว่าถึงหมู่บ้านโคโลอานแล้ว



นี่ก็คืออีกหนึ่งมุมของหมู่บ้าน ดูๆไม่ค่อยน่าไปเ่ท่าไหร่เลยอ่ะ แต่ก็มาแล้วนี่




นี่ก็อีกมุมของหมู่บ้าน เผอิญว่าถ่ายมาน้อยไป แง้ๆ

เลยได้ประมาณนี้ มองดีๆจะเห็นว่ามีร้านขนมชื่อว่า Lord Stow

ร้านไม่ใหญ่อะไร แต่ขนมเพียบแล้วคนก็ต่อคิวกันซื้อทาร์ตไข่กันใหญ่

อิชั้นก็สอยมา 1 กล่องตามระเบียบ 55+

ให้ดูขนมสักหน่อย ยั่วน้ำลาย กร๊ากกกกก



ซื้อมาแค่ 6 ชิ้นค่ะ เพราะว่ามันแพง ราคาเท่าไหร่จำไม่ได้ล่ะลืม

ขี้ลืมงี้แหละแก่แล้ว กร๊ากกกกกกก

แล้วก็นั่งเล่นๆแป๊ปนึง ก็เลยเดินไปเรื่อยไปถึงถือ โบสถ์ St. Francis Xavier

เป็นโบสถ์สไตล์โปรตุเกส สวยดีเหมือนกัน



แล้วก็ได้เวลาไปที่อืี่่นต่อ อย่าลืมว่าอยู่ได้แค่วันเดียวเองนะ

ต่อไปก็ไปนั่งรถตรงข้ามกับร้านที่ขายทาร์ตนี่แหละค่ กะว่าจะไปที่วันอาม่า

ก็เลยรอรถสาย 21 แต่ระหว่างรอก็เห็นมีคนจีีนหลายคนมาพูดกันประมาณว่า

จะไปสนามบินยังไงกันอะไรประมาณนี้

สรุปเค้าหันมาถามเราว่า สนามบินมาเก๊านั่งรถอะไรไป

อิชั้นจะรู้มั้ยเราก็ ยังไม่ทันพูดอะไรเลย รถสาย 25 มาพอดี

พี่แก 3 คนก็รีบขึ้นไปเลย เรากำลังจะบอกว่าขึ้นสาย 21 ค่ะ

แ่ป่วๆๆ แล้วมีการกลับมาขอบคุณเราอีกนะ -*- เออดีแฮะ

นั่งสักพักสาย 21 ก็มา คราวนี้ชั้นมีเหรียญขึ้นแล้วจากร้านทาร์ตไข่ โฮะๆ

แล้วก็นั่งรถด้วยความโง่(อีกแล้ว) ไม่รู้ว่าวัดอาม่าที่จะไปเนี่ยลงไหนก็นั่งเรื่อย

จนหมดระยะ(โง่ตามเคย) -*- โง่บ่อยจริงว่ะ

เสร็จแล้วก็เอ๋อสักพัก เลยต้องจำใจเดินตามคนที่เ้ค้าลงกันว่าไปไหน

พี่น้องครับสรุปมาที่เซนดาโด้ สแควร์ครับพี่น้อง

อ่ะ เอารูปมาแปะซะหน่อย



เซนดาโด้สแควร์ก็ประมาณนี้อ่ะค่ะ เดี๋ยวดูรูปอื่นๆต่อล่ะกัน



ดูได้ว่าเริ่มจะมืดๆแล้ว 55+



ขอโม้ต่อว่าเดินไปแป๊ปนึงก็เดินไปอีกทางค่ะ



เดินไปถึงนีี่่แ้ล้วก็เดินกลับมา 55+

เดินกลับมาเห็นร้านลดราคาค่ะ เดินเข้าร้านเฉยเลย

ร้านนี่ก็ขายพวกแบรนด์ดังเช่น บอดี้โกลฟ แต่ที่สำคัญ

เืสื้อเหลือตัวล่ะ 20 เหรียญฮ่องกง ก็ประมาณ 100 บาทไทย

คนก็เลยซื้อกันใหญ่ อิชั้นก็ซื้อมา 2 ตัว ไม่รู้ของปลอมเปล่า

แต่เจอพี่ 3 คนเป็นคนสุพรรณค่ะ มาเที่ยวพี่เค้าพักที่ลิสบัว

ส่วนเราก็เลยชวนพี่เค้าคุย สรุปว่าพี่เค้าจะไปนองปิง 360 องศาพรุ่งนี้

เราก็จะไปเช่นกันก็น่าจะเจอพี่เค้า แ่ต่หนูจำชื่อพี่ๆไม่ได้แ้ล้วค่ะ

ขอโทษไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

เสร็จแล้วก็ถามพี่เค้าว่า หนูจะไป รูอินออฟเซนต์ปอลยังไง

(พลางชี้ที่รูป)

พี่เค้าก็บอกว่าน้องเดินไปเดี๋ยวก็ถึง

เรายิ้มรับแล้วเดินออกมา - * - แต่มันจริงนะมันมีป้ายเรื่อยๆ

เดินตามป้าย บ๊ะ แป๊ปเดียวก็ถึงจริงๆด้วย เว้ยเฮ้ย



หน้าตามันก็ประมาณนี้ มาถึงปุ๊ปเริ่มหิวล่ะ เลยซื้อลูกชิ้นข้างๆ กินพลาง

แ้ล้วก็เดินถือถ้วยลูกชิ้นจะเข้าไป

พี่ยามหญิงเค้าบอกว่าห้ามเอาอาหารเข้า เราก็จ๋อยเลย

ต้องกินให้หมดก่อนดิเนี่ย โอเค ไม่เป็นไรกินๆๆ กินเสร็จ พี่เค้าปิดพอดี

แง้มาถึงแล้วอดเข้า แง้...ไม่เป็นไรคราวหน้ามาใหม่ (เมื่อไหร่ล่ะ) -*-

ตกเย็นก็เริ่มคนน้อยค่ะ ช่วงนี้ก็เป็นช่วงเริ่มต้องช้อปแล้ว

ร้านบอสสินี่ถูกมากๆเลยสอยเสื้อให้คุณพ่อได้หนึ่งตัว





แถวนั้นก็มีร้านขายของ ขายขนม ขายอะไรเยอะมาก

แต่ส่วนใหญ่ที่เจอก็พวกหมูแผ่น หมูอะไรต่อมิอะไรนี่แหละ

มีให้ชิมด้วยนะ เออ แต่ไม่ไหวล่ะ กลัวถูกชวนเชื่อให้ซื้อ

ซื้อของเสร็จพ่อใจก็เริ่มอยากกลับล่ะ ตอนนั้นก็ทุ่มกว่าแ้ล้วมืดแล้ว

แล้วฝนตก(อีกแล้ว) เบื่อมากๆ ฝนไม่อ่านหนังสือสักที

ไม่เป็นไรไ่ม่ง้อ กลับเองก็ได้แต่เอ๊ะ กลับไงล่ะเนี่ย จริงๆแล้วเรากะว่า

จะไปคาสิโนลิสบัว แล้วค่อยนั่งรถของลิสบัวไปที่ท่าเรือ

แต่ลิสบัวไปไงฟะ ยังไงก็ต้องถามทางคนแถวนั้น

ก็เลยถามน้อง 2 คน ว่าไปฮ่องกงไปไง

สรุปน้องเค้าพูดอังกฤษไม่ค่อยได้อีกแล้ว - * - ดูๆแล้วน้องเค้าน่าจะประมาณปี2

ใครบอกว่ามาเก๊า ฮ่องกงพูดอังกฤษได้ เซ็ง

สรุปเราก็เลยต้องถามเป็นแมนดาริน น้องพูดกวางตุ้งค่ะ

-*- ภาษาีจีนเราก็โง่ๆนะ เราพยายามบอกว่ากลับฮ่องกงเค้าเลยบอกว่า

ไม่ใช่ทางนี้ เราก็โอเค เรียกแท๊กซี่ดีกว่า

เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดค่ะ ฝนตกแล้วเราก็พยายามเดินหาแท๊กซี่

ก็ไม่มีซะด้วย เอาไงดีวะ เริ่มน่ากลัวแล้วนะเี่นี่ย ในใจเริ่มคิดถึงแม่ล่ะ

คิดถึงยายล่ะ คิดถึงพ่อล่ะ เริ่มจะร้องไห้ล่ะ สุดท้ายตัดสินใจเดินกลับทางเดิม

ก็ทางเดิมมันมีคนเยอะอ่ะ ทางนี้ไม่มีคนเลยอ่ะ เริ่มใจฝ่อ

พอใจฝ่อก็เลยเดินกลับ

ด้วยความหูไว ได้ิยินเสียงเป็นภาษาจีนว่า กลับฮ่องกงต้องขึ้นรถสาย 13 อีกฝั่ง

แค่นั้นแหละไม่สนใจล่ะ เดินไปเลย ไมู่รู้ใครพูด

ก็ตอนนนั้นมันจะ 3 ทุ่มแล้วนี่หน่า

กลัวไม่ทันเที่ยงคืน รถม้าจะกลายเป็นฟักทอง เอ๊ย กลัวหมดเวลา

ตอนนั่งรถคนบนรถก็อยู่เยอะมากเลย เหมือนกลับไปเวกัสอีกครั้ง

แต่เวกัสจะมีถนนชื่อ (Strip) สตริป ทั้งสายที่มีแต่คาสิโนสวยๆ

แต่ว่าที่มาเก๊าโรแรมมันกระจายค่ะ แต่ก็มีโรงแรมที่เหมือนในเวกัสเยอะมาก

แล้วตอนกลางคืนนี่ยิ่งสวยไปใหญ่เสียดายไม่มีรูป - -*

แต่ไม่เป็นไรโอเครับได้ นั่งๆสักพักคนเริ่มลงหมด

เราก็เริ่มงงล่ะ อ้าวกำ คนลงหมดแล้วจะถึงท่าเืรือมั้ยเนี่ย

ในรถก็มีคนนั่งกันอยู่ 3 คน 3 คนเท่านั้น

แต่เรานี่เริ่มเครียดล่ะ จะถึงมั้ยเนี่ย และแล้วสิ่งที่ไม่คิดคือ

ถึงด้วยกรี๊ดดดดด ในที่สุดก็ถึง แบบมืดๆๆ แล้วก็ง่วงด้วยตอนนั้นก็ 3 ทุ่มกว่าแล้ว

รีบซื้อตั๋วด้วยเงินมาเก๊า เท่าไหร่จำไม่ได้ แล้วก็รีบวิ่งไปนั่งเรือและก็หลับทันที

ด้วยความเหนื่อยที่สุดในชีวิต พร้อมถือข้าวของ

ถึงตม.ฮ่องกงคนก็ไม่่ค่อยมีแล้วเพราะมันประมาณ 4 ทุ่มจะ 5 ทุ่มแ้ล้ว

สรุปคือ ก็ต้องนั่งรถไฟใต้ดินกลับมาตามระเบียบ ถึงห้องด้วยเวลาเที่ยงคืนกว่า

อาบน้ำหลับเป็นตาย

แล้วมาต่อกันว่าอีก 2 วันข้าพเจ้าเจออะไรบ้าง



Create Date : 25 มกราคม 2552
Last Update : 25 มกราคม 2552 21:15:50 น.
Counter : 533 Pageviews.


กุหลาบคิมหันต์
Location :
Melbourne  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



www.facebook.com/Thcrazybackpacker