Group Blog
 
All blogs
 

ออกรอบเจอเพื่อน ที่เค้กคอตเทจ ไอเบอร์รี่ และ ปุ้มปุ้ย

วันที่ 23 ที่ผ่านมา นัดเจอเพื่อนๆ ที่คบกันตั้งแต่สมัยประถมและ ม. ต้น ค่ะ
เนื่องด้วย 1 ในกลุ่มเพื่อนของเรากำลังจะจัดงานแต่ง วันที่ 26 ที่จะถึงนี้ ก็เลยมานัดคุยกันซะหน่อย ว่าใครจะช่วยงานประจำตำแหน่งไหนบ้าง

นัดเจอกันตอนเที่ยงที่ร้านเค้กคอตเทจ อยู่ตรงซอยศิริมังคลาจารย์ ... ซอยที่เท่าไหร่จำไม่ได้
จำได้แต่ว่า นัดเจอกันเที่ยง แต่เริ่มไปถึงร้านกันจริงๆ บ่ายสองค่ะ ... อันนี้ขนาดนัดเวลากะเลทซัก 1 ชั่วโมงให้มาเจอกันบ่ายแล้วนะ ... เลทได้โล่กันเลยทีเดียว

เริ่มจากเมนูอาหารนะคะ

มีอาหารให้เลือกไม่มากค่ะ .. นอกจากในเมนูนี้ วันนี้ก็จะมีข้าวคลุกกะปิ และสปาเกตตี้เขียวหวานกุ้ง เพิ่มมาอีก 2 อย่าง
ด้วยความที่ไปกันเยอะ 8-9 คนเนี่ยแหละ . . ก็เลยสั่งมาแทบจะครบทุกเมนูกันเลยทีเดียว

เริ่มจากของเราก่อนนะคะ เป็นข้าวคลุกกะปิค่ะ


สปาเกตตี้เขียวหวานกุ้ง


ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่


สลัดน้ำใส


ไก่อบโรสแมรี่


สปาเก็ตตี้ปลาเค็ม จะเสิร์ฟพร้อมกับสลัดถ้วยเล็กๆ ค่ะ


อาหารนี่ก็รู้สึกจะสั่งครบทุกเมนูที่มีขายในวันนั้นแล้วนะคะ แต่ก่อนที่จะสั่งอาหาร เราไปสั่งขนมไว้ก่อนเลยค่ะ เนื่องจากครั้งที่แล้วไปที่ร้านตอนบ่าย 2 ปรากฎว่า ขนมหมดเกลี้ยง
เพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เราจึงโชว์ตะกละด้วยการ สั่งขนมทุกอย่างที่อยู่ในตู้ อย่างละ 1 ชิ้นไว้ค่ะ แล้วค่อยเสิร์ฟตอนทานข้าวเสร็จ(อย่าตกใจ ไม่เยอะค่ะ แค่ ไม่กี่อย่าง)

ขอลงภาพรวมเลยนะคะ เพื่อความประหยัดพื้นที่

วนจากซ้ายบนตามเข็มนาฬิกานะคะ banana creamcheese pie, lemon meringue pie, coconut cake, blueberry cheese pie, carrot cake, brownie (ขนมบางอย่างอาจมีชื่อพิสดาร หรือร้านอาจไม่ได้ตั้งชื่ออย่างที่พิมพ์ แต่จำไม่ได้ค่ะ ขอเรียกตามชื่อสากลละกัน)

ขนมรสชาติอร่อยมาตรฐานค่ะ คือไม่ได้อร่อยโดดเด่นหรือหวือหวาอะไร แต่อร่อยแบบทานได้เรื่อยๆ จนหมด คุ้มราคา
แต่รสชาติขนมอร่อยยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นขนมในความทรงจำของเราค่ะ คือร้านนี้เมื่อก่อนจะเปิดแถวๆ นิมมาน แล้วตอนปี 1 เราอยู่หอพักในมช. กับเพื่อนๆกลุ่มที่ไปกันวันนี้แหละค่ะ แล้วตอนอยู่หอเนี่ย เป็นอะไรที่มาซื้อขนมที่ร้านนี้บ่อยมาก เพราะสมัยนั้น(ก็ไม่กี่ปีนะ ยังไม่ถึง 10 ปีแต่ก็เกือบอยู่) แถวนิมมานฯ ยังไม่เจริญขนาดนี้ และมีร้านขนมอร่อยๆ แค่ไม่กี่ร้านเท่านั้น ก็เลยซื้อบ่อย
ที่เลือกมาร้านนี้ก็เพราะอยากลำรึกความหลังตอนอยู่หอด้วยกันแหละค่ะ สนุกดี
ห้องเท่ารูหนู แต่มาอยู่รวมกัน 5 - 6 คน เตียงก็นิดเดียวแต่นอนยัดกันซะ ....
เงินไม่มีก็แบ่งกันใช้ .. ซึ้งกับคำว่าเพื่อนมากเลย

พอ ๆๆๆๆๆ เริ่มรู้สึกแก่ไปมากละ ... กลับมาดูบรรยากาศร้านกันดีกว่าค่ะ


ป้ายหน้าร้านค่ะ


เวลาเปิด-ปิด .. แต่ถ้าอาหารและขนมหมดก่อนก็ปิดก่อนนะจ๊ะ ... เห็นที่ใส่น้ำ(ลืมไปแล้วว่าเรือกว่าอะไร) แล้วนึกถึงแถวบ้านปู่สมัยก่อน ที่จะมีที่ใส่น้ำแบบนี้อยู่หน้าบ้านเกือบทุกบ้าน .. ปู่บอกว่าเผื่อแขกมาก็ให้ตักน้ำกินได้เลย หรือใครเดินผ่านแล้วหิวก็แวะกินได้ ... ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจว่าปู่พูดจริงหรือพูดเล่น ..


แอบถ่ายโต๊ะตัวเอง


โต๊ะอื่นกลับกันไปหมดแล้วล่ะ .. โต๊ะเราพูดมาก ไม่ยอมกลับซักที


ของตกแต่งร้านอีกซักรูปนะคะ

ค่าเสียหายมื้อนี้ ทั้งหมด ประมาณ 1,000 บาทค่ะ อาหาร 9 จาน ขนม 7-8 ชิ้น (บางอย่างมีเบิ้ล) น้ำผลไม้อีก 4-5 แก้ว แล้วก็น้ำเปล่า .. อิ่มอร่อยค่ะ

แต่ปอบอย่างพวกเรา ... แค่นี้ยังไม่พอยาไส้ ... ขอย้ายไปเม้ากระจายกันต่อที่ไอเบอร์รี่ ค่ะ ...
เปิดๆ ดูรูปไปถึงได้รู้ว่า ไม่ได้ถ่ายไอติมเลย ... ถ้ายมาแต่หน้าคนเต็มไปหมด ..
เลยขอลงรูปทางเดินเข้าร้านแทนละกันนะคะ เป็นหลักฐานว่ามาจริงๆ น๊าา

ขาคนในรูปก็ขาเพื่อนเราเองแหละค่ะ ...
ส่วนตัวเฉยๆ กับรสชาติไอติมที่นี่ .. ให้มากินเองคงไม่มา ราคาก็แพงอยู่(สำหรับเรา) ที่จอดรถก็ไม่ค่อยมี ที่นั่งกินก็ไม่ค่อยมี ... ถ้าให้เราเลือก เราคงไปสเวนเซ่นแทนดีกว่า จะได้เดินชอปปิ้งด้วย 55 แต่ที่เชียงใหม่มีน้ำเปล่าฟรีให้ด้วยนะคะ
ไม่รู้ตอนนี้ที่ กทม. มีรึยัง

จากนั้น ... ตอนเย็น นัดพี่สะใภ้ไปทานอาหารอิตาเลียนที่ ร้านปุ้มปุ้ยค่ะ ร้านอยู่ ถ. มูลเมือง ซอย 1 เลี้ยวเข้าซอยข้างมันดาเล ขับตามซอยที่แคบๆ และมีสาวๆ เต็มไปหมดเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เจอเองค่ะ


ไม่มีรูปหน้าร้านนะคะ ลืมถ่ายมา .. พอสั่งอาหารเสร็จ พนักงานก็จะเอาขนมปังและเนยมาให้กินแก้เก้อค่ะ


เฟรนช์ฟรายของพี่สะไภ้ .. ปกติจะสั่งพิซซ่า ซึ่งเป็นพิซซ่าแป้งบางเฉียบแบบอิตาเลี้ยน อิตาเลี่ยน .. แต่วันนี้อิ่มจัด กินไม่หมดชัวร์ เพราะถาดนึงก็ใหญ่อยู่ ก็เลยสั่งเฟรนช์ฟรายมาแทน


จานหลักของพี่สะใภ้ .. ลาซานญ่าเนื้อ ... วันนี้ไม่อร่อยเลย จืดจริงจัง


ของสามี .. กรีนเฟตตูชิเน กับแซลมอนวอดก้าซอส ... จานนี้เชฟฝีมือตกอีกละ


ส่วนเราสั่ง พอร์คชอป ... มากับซอสเห็ด(เสิร์ฟใส่ถ้วยแยก) ค่ะ .. ของเราก็ไม่อร่อย .. ไม่รู้ว่าเพราะเราอิ่ม ..เพราะก่อนหน้านั้นกินมาทั้งวัน หรือเพราะมาเร็วเกิน (ถึงร้านตอน6โมงกว่า) หรือเพราะเปลี่ยนเชฟก็ไม่แน่ใจ ... แต่วันนี้อาหารไม่อร่อยซักจานเลยอ่ะ ...

สรุปมื้อนี้จ่ายไป 575 บาทค่ะ ... จริงๆ หกร้อยกว่าบาท แต่ได้ส่วนลด 10% เำพราะบ้านเราเป็นขาประจำร้านนี้ ถึงวันนี้อาหารไม่อร่อย วันอื่นๆ หลังจากนี้ก็ยังคงจะมาอยู่ดีค่ะ ... เพราะบริการก็ยังดีอยู่ ใกล้บ้าน และัชินกับการมาค่ะ

จบแล้วค่ะสำหรับรีวิววันนี้ ... แต่การเดินทางของการกินวันนี้ยังไม่จบนะคะ เพราะตอนกลางคืน เรากับสามีก็ยังไม่ทานไก่ทอดเที่ยงคืนกันต่อค่ะ .. จริงๆ ไม่อยากไปเลย เพราะไปครั้งล่าสุดเราบังเอิญไปกัดใส่เศษกระดูกไก่ แล้วฟันกรามอันแสนอ่อนแอของเรามันแตกจนได้ถอนออก ... เศร้าไปเลย
แต่ก็ต้องไป เพราะนัดกับเพื่อนสามีไว้ ถ้าไม่ยอมไปเดี๋ยวมีงอน เำพราะตอนบ่ายเราก็ไปกับเพื่อนเราแล้ว ต้องเสมอภาคกันหน่อย

สรุปวันนี้ทานข้าวไปทั้งหมด 4 มื้อค่ะ รวมมื้อเช้าด้วย ... อิ่มอ้วนจนเป็นหมูเลยทีเดียว




 

Create Date : 24 ตุลาคม 2552    
Last Update : 25 ตุลาคม 2552 11:54:13 น.
Counter : 370 Pageviews.  

scoozi @ The Avenue Ratchayothin

มื้อนี้ก็ยังคงวนเวียนอยู่แถว กรุงเทพค่ะ .. หลังจากตระเวนทานร้านอาหารไกลๆ บ้านมาหลายวัน ก็เริ่มรู้สึกเหนื่อย วันนี้เลยเลือกทานใกล้ๆ บ้าน
อาหารอิตาเลียนเป็นอาหารที่ทุกคนในบ้านชอบทานอยู่แล้ว บวกกับร้านนี้เป็นร้านที่ยังไม่เคยมีใครไปทาน และอย่างสุดท้าย The Avenue Ratchayothin เป็นชอปปิงมอลที่อยู่ใกล้บ้านมากๆ ดังนั้น จะมัวช้าอยู่ใย รีบสวมรองเท้า แล้วออกไปทานข้าวกันดีกว่า อิอิ

วันนี้ไปกัน 6 คนเหมือนเดิมค่ะ ข้อเสียของการมาทานอาหารที่นี่อย่างนึงคือ หาที่จอดรถยาก แต่ก็มิได้เป็นอุปสรรคขัดขวาง ... เพราะคนจะกินซะอย่าง อะไรก็ห้ามไม่ได้

มาดูกันเลยดีกว่า ว่าวันนี้เราสั่งอะไรไปบ้าง

เริ่มจากจานแรก ของเราเอง "สปาเกตตี้หมึกดำทะเล" .. รสชาติเผ็ดนิดๆ เรียกน้ำย่อยได้ดีนักแล


จานที่สองของพี่สาว "ผักโขมอบชีส" จานนี้เป็นเมนูแนะนำของร้าน .. ก็อร่อยสมกับเป็นเมนูแนะนำน่ะแหละ


ถัดมาเป็น"สปาเกตตี้กับซอสเนื้อ" ของสามี .. อร่อยได้มาตรฐาน


"สปาเกตตี้หอยลาย" ของคุณแม่ค่ะ .. แหว่งไปซีก .. รับประกันความอร่อย


"พิซซ่าหน้าซาลามี" เมนูเด็ดประจำครอบครัว จะร้านไหน ก็ไม่เคยพลาดที่จะสั่งจานนี้ค่ะ .. เสียอย่างเดียว บ้านเราชอบทานพิซซ่าแบบที่เค้าซอยพริกขี้หนูสดใส่ด้วย ร้านนี้ถ้าจะใส่ ต้องเพิ่ม 20 บาท ... ซื้อที่ตลาดได้เป็นกำอยู่อ่ะ


จานสุดท้ายของวันนี้ .. "สปาเกตตี้ผัดเบคอน" .. เมนูประจำของพี่สะใภ้ ..

รสชาติอาหารแต่ละจาน สำหรับเราให้คะแนนมาตรฐาน ค่อนไปทางดีค่ะ .. คือ อร่อยดี แต่ไม่ได้อร่อยขั้นเทพอะไร .. สถานที่ .. ก็เหมือนร้านแฟรนไชส์ ทั่วไป สถานที่สะอาด ร้านจัดได้ดูดีในระดับหนึ่ง ที่นั่งมาตรฐาน ราคาไม่แพง ไปกัน 6 คน สั่งสปาเกตตี้ไป 4 ที่ ผักโขมอบชีส 1 ที่ พิซซ่า 1 ถาด น้ำเปล่า และ ไอศกรีม 1 ถ้วย ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะจ่ายไปประมาณ 2,500 บาทนะ

ถ้าวันไหนคิดไม่ออกว่าจะกินอะไรดี หรืออยากกินอาหารอิตาเลียนกันอีก ก็คงเลือกที่จะมาร้านนี้แหละค่ะ .. ราคามิตรภาพกับครอบครัวดี ไปมาสะดวก และมั่นใจในรสชาติอาหารได้ หรือถ้าขี้เกียจออกบ้าน จะสั่งให้มาส่งที่บ้านก็ยังได้เลย ฮี่ฮี่




 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 25 พฤษภาคม 2552 23:44:18 น.
Counter : 358 Pageviews.  

ข้าวยำ เนื้อย่าง กับ ดูเร อาหารเกาหลี

คืนที่สอง ..หรือที่ 3 เนี่ยแหละ ของการไป กทม. เราไปทานอาหารเกาหลีกับครอบครัว ที่ร้านดูเร อยู่ที่สุขุมวิทพลาซ่า สุขุมวิท ซอย12
หลังจากใช้เวลาหาข้อมูลกว่าครึ่งวัน ว่าจะไปกินอาหารเกาหลีที่ไหนดี จริงๆ ตอนแรกเรากะไปทานเนื้อย่าง ที่ไจแอ้น หรือ คิงคอง แต่บ้านเราไม่ค่อยนิยมบุฟเฟต์เท่าไหร่ ก็เลยเลือกไปทานร้านอาหารเกาหลี ที่มีเนื้อย่างแทน
ส่วนที่เลือก ดูเร เพราะ เซิร์ชดูแล้ว ร้านนี้มีคนชมว่าอร่อยที่สุด .. ก็เลย ขอไปลองหน่อยเถอะ ... จะอร่อยสมคำร่ำลือรึเปล่า

ไม่ได้ถ่ายรูปหน้าร้านมานะคะ .. แบบว่าตะกละ สนใจแต่อาหาร อย่างอื่นไม่อยู่ในสายตา

หลังจากสั่งเสร็จแล้ว พนักงานก็จะเอาเครื่องเคียงมาเสิร์ฟ อย่างแรกเป็นผัก .. อะไรซักอย่าง แต่อร่อยดี กับน้ำจิ้ม เพราะสั่งเนื้อย่างไปด้วย


อย่างที่ สอง ยำหอยแครง(เราตั้งชื่อเอง) อร่อยเพราะชอบกินหอยแครง .. และปกติร้านอาหารเกาหลีที่เราทานที่เชียงใหม่ ก็จะไม่มียำหอยแครงเสิร์ฟให้ด้วย (รู้สึกบ้านนอกยังไงไม่รู้เนอะ)


ยำสาหร่ายค่ะ ... ของชอบของครอบครัว ภาพเบลอหน่อยนะคะ กำลังมือสั่นด้วยความหิว ต้องขออภัย


กิมจิ .. จำไม่ได้แล้วล่ะ ว่าทำจากผักอะไร ไม่ค่อยนิยมผัก


จานนี้หน้าตาเหมือนไข่เจียว แต่รสชาติเป็นแป้งทอด ... พนักงานจะเสิร์ฟใส่จานมาให้ทีละ 3 ชิ้น แฟนเราคีบใส่ปากทีเดียวก็หมดจานละ ... ตะกละเนอะ


เครื่องเคียงอย่างสุดท้าย(ที่ถ่ายรูปมา) กิมจิหัวไชเท้าค่ะ .. รสชาติมาตรฐาน
ที่เหลือก็มีกิมจิผักกาด กับ ปลาที่คล้ายๆกับปลาข้าวสาร แต่อย่างที่บอก ตอนนั้นหิวมาก จนไม่สนใจจะถ่ายรูปเท่าไหร่ รูปที่ถ่ายมาส่วนใหญ่ก็จะเบลอๆทั้งนั้น ...

ระหว่างแทะเล็มเครื่องเคียงประทังความหิวซักพัก พนักงานก็เอาเนื้อที่สั่งมาย่างให้

เนื้อคาลบี้ .. เมื่อไหร่จะสุกเนี่ย หิวแล้ว ..


หมูอะไรซักอย่างที่แฟนสั่ง ... เลือกเพราะราคาถูก


ระหว่างที่รอเนื้อสุก .. อาหารที่เราสั่งก็มาถึง .. ข้าวยำเนื้อ .. เป็นข้าวยำที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมา(เพราะเคยกินครั้งแรก และครั้งเดียวในชีวิต)


มันอร่อยตรงที่ได้ยำเองเนี่ยแหละ ฮิฮิ


ซุปหางวัวของคุณมามี๊ .. เสิร์ฟพร้อมข้าว


ซุปกิมจิ ของพี่ชาย ... เราว่าร้านอาหารเกาหลี ตรงนิ่มซิตี้ ที่เชียงใหม่ อร่อยกว่านะ


หมี่ยำแบบเย็นของพี่สาว อากาศร้อนๆ กินจานนี้คงจะเหมาะ แต่ความเห็นส่วนตัวเราว่ารสชาติมันคล้ายๆกับ กุ๊งกิ๊งวุ้นเส้น รสต้มยำที่คุ้นเคยเลยอ่ะ

มื้อนี้ไปกัน 6 คนเหมือนเดิม สั่งเนื้อย่างไป 3 ที่ ข้าวยำเนื้อไป 2 (จานเดียวไม่เคยพอ) ซุปหางวัวอีก 2 หมี่ยำ 1ที่ และซุปกิมจิอีก 1 ที่ น้ำเปล่ากี่ขวดไม่ได้นับ ราคารวมทั้งหมดประมาณ 3200+- แต่อิ่มแบบสุดๆ

รสชาติ เราว่าอร่อยเลยทีเดียว สถานที่ก็สะอาดสะอ้านดี ราคาก็คุ้มค่าดี แต่คงไม่สามารถเปรียบเทียบได้ว่าอร่อยกว่าร้านอื่นๆ ที่อยู่แถวนั้นหรือเปล่า ..

แต่เอาเป็นว่ามื้อนี้ประทับใจก็แล้วกันค่ะ




 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 25 พฤษภาคม 2552 1:12:45 น.
Counter : 1082 Pageviews.  

บ้านกลางน้ำ

เมื่อเดือนที่แล้วไปหาครอบครัวที่ กทม. มา และรวดพักร้อนไปด้วย วันๆไม่ได้ไปเที่ยวไหนเป็นพิเศษหรอก รอเวลาให้ถึงตอนเย็น แล้วก็ชักชวนกันออกไปหาอะไรกิน เป็นอย่างนี้ทุกๆ เย็น จนกลับเชียงใหม่กันเลยทีเดียว

วันแรกที่ไปถึง พี่ชายพาไปทานที่ร้าน "บ้านกลางน้ำ" ที่ความจริงอยู่ริมน้ำต่างหาก แต่อย่าถามเลยนะว่าอยู่แถวไหน ไปยังไง เพราะจำได้แต่หน้าตาอาหารอย่างเดียวเท่านั้นแหละ

อย่ามัวแต่รีรอเลย มาดูรายการอาหารที่สั่งดีกว่า

อย่างแรก ปูผัดผงกะหรี่ อร่อยจนอยากเอากลับเชียงใหม่ด้วย


ส่วนจานนี้เป็นปลาทอดกระเทียม หรืออะไรซักอย่างเนี่ยแหละ จำไม่ได้ ตอนนั้นความหิวกำลังครอบงำ จานนี้เป็นเมนูแนะนำของร้านเค้าเชียวน๊า ... ก็อร่อยสมเป็นเมนูแนะนำน่ะแหละ


ถัดมาเป็นกุ้งเผา ... โอย ... ดูรูปไปก็หิวไป ... กุ้งที่ร้านนี้คิดราคาเป็นกิโล กิโลกรัมละ1000 สั่งไปสองตัว หนักรวมกัน 1 กิโลกรัม ก็ตกตัวละ 500 บาท พอดี ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งมีโอกาสได้กินกุ้งที่ตัวใหญ่ที่สุดในชีวิต ก็ครั้งนี้เนี่ยแหละ


เอามืออันแสนบอบบางของเรามาเทียบกันขนาดน้องกุ้งหน่อยซิ


แบบว่าชอบกินกุ้งมาก เลยขอโชว์รูปมันหัวเยิ้มๆ อีกซักรูปนะจ๊ะ ..

นอกนั้นก็สั่ง หน่อไม้ฝรั่งผัดเนื้อปลา, ข้าว 1 โถ, น้ำเปล่า, ข้าวเกรียบปากหม้อ 1 จาน, ขนมหวานอะไรซักอย่างอีก 1 ถ้วย รวมจ่ายค่าเสียหายไป ประมาณ 3,500 +- 200 บาท จำราคาแน่นอนไม่ได้ แบบว่ามื้อนั้นมัวแต่กินกุ้ง กินปลาน้อยไปหน่อย ความจำเลยไม่ค่อยดี .. แหะแหะ เกี่ยวไหมเนี่ย

เป็นการทานอาหารทะเลที่น่าประทับใจครั้งหนึ่งในชีวิตเลยทีเดียว เนื่องด้วยแถวบ้าน(เชียงใหม่) ไม่ค่อยมีอาหารทะเลดีๆ ให้กิน และเราก็ไม่ชอบไปเที่ยวทะเล (ที่จริงไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปต่างหาก)

ไม่ไหวแล้วล่ะ หิวจนถึงขีดสุด .. ขอตัวไปหาอะไรทานก่อนนะ




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2552 13:27:42 น.
Counter : 451 Pageviews.  


รักไส้อั่ว
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ระลึกถึงไส้อั่ว
Friends' blogs
[Add รักไส้อั่ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.