จอมยุทธหญิงตะลุยเดี่ยว 25วัน ในเมืองจีน ตอนที่ 5 --- แถบมณฑล Sichuan เมืองChengdu/Leshan/Emei
ออกเดินทางแต่เช้าตรู่ ตั้งแต่ตี5 นิดๆ จากโฮสเทลไปหน้าเมืองเก่า เพื่อที่จะเรียกแท็กซีไปสนามบิน Diqing ซึ่งเจ้าของโฮสเทลบอกไว้แล้วว่าจะมีเพื่อนเช็คเอ๊าต์พร้อมกันกับเรา เป็นสามีภรรยาชาวฮ่องกง เลยค่อยอุ่นใจหน่อย ที่ไม่ต้องนั่งไปคนเดียวโดดเดี่ยวเอกา แถมยังมีคนแชร์ค่ารถ หมดไปแค่คนละ 7หยวนSmiley

ลาก่อน Shangrila /Zhongdian
สวัสดีเสฉวน
เดินทางถึงที่หมายปลอดภัยกับ Sichuan Air แอบลุ้นอยู่ระหว่างทางว่าจะถึงมั้ยแว๊...Smiley
หลายท่านมาที่นี่ อาจจะเพราะต้องการมาดูหมีแพนด้า หรือไปดูทัศนียภาพอันงดงามของสวนมรดกโลก จิวไจ๋โก่ว Jiǔzhàigōu (九寨沟)
แต่สำหรับจอมยุทธ์หญิงเช่นเรา มาที่นี่เพื่อ... HOT POT!!! 555
เปล่าๆๆ ล้อเล่นค่าาา นั่นเป็นแค่ของล่อใจตัวหนึ่ง จริงๆแล้ว เรามาที่นี่ เพราะอยากไปเทือกเขา Leshan บุกเขาง้อไบ๊!!

เริ่มต้นหลังออกจากสนามบินกันเลยนะคะ
แอนก็ต่อรถบัสเข้าเมืองมาสักประมาณเกือบชั่วโมงได้ ในราคา 10หยวน จากนั้นต่อรถประจำทางอีก 2หยวน เพื่อจะไปลงแถบที่โฮสเทลตั้งอยู่ (Mix Hostel)การเดินทางที่เฉิงตู ใช้รถประจำทางสะดวก และถูกดีค่ะ

เขตมณฑลเสฉวนนี้ ขึ้นชื่อเรื่องอาหารรสจัดจ้าน เดินทางมาจนถึงตอนนี้ ต้องขอบอกว่าอาหารที่เสฉวน อร่อยถูกปากที่สุดแล้ว เป็นอาหารจีนแบบที่ชอบเลย พวกผัดๆ ทอดๆ มันเยิ้มมมมๆ รสเจ้มจ้นนนน กินกับข้าวสวยร้อนนนๆ
มื้อแรกนี้ได้มากินกับเพื่อนใหม่ที่เจอกันที่โฮสเทล ซึ่งวันนี้เราจะไม่ได้เที่ยวคนเดียวค่ะ มีเพื่อนกินแล้วววว 555

ขอแนะนำ Antoine และ Claire หนุ่มฝรั่งเศษ และสาวอังกฤษเพื่อนเที่ยวเพื่อนกินวันนี้
ขอท้าววววความนิดนึง....โลกกลมมาก หนุ่ม Antoine เนี่ย เจอกันผ่านๆมาแล้วที่ Lijiang แถมนอนพักห้องเดียวกันมาแล้ว(อย่าคิดลึก!) ตอนนั้นต่างคนต่างไม่ได้คุยไรกัน กลับมาถึงห้องพักก็ต่างคนต่างนอน ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอกันอีก
ส่วนสาว Claire เจอกันที่สนามบินเมื่อเช้า นำๆ ตามๆ กันไปมา สุดท้ายมาพักโฮสเทลเดียวกันอีก เลยทักทายกัน คุยไปคุยมาเลยชวนกันออกมาเที่ยว หาอะไรกินเรื่อยเปื่อย ซึ่งถือว่าเป้นเรื่องดี เพราะอาหารที่อยากกินเป็นเมนูที่ต้องกินหลายคนถึงจะคุ้มมม 555
ระหว่างเดินไปเดินมาก้อมาเจ๊อะนาย Antoine กำลังเดินชมวัดอยู่ ซึ่งสาว Claire ก้อเหมือนจะเคยเจอนาย Antoine มาก่อนแล้วเช่นกัน แจ๋วเลยวันนี้ กินได้เต็มที่!!

ชาวยุทธ์มาชุมชุมกันแล้วววว 555




เรากับเพื่อนใหม่เดินเล่นชมเมืองเฉินตูกันขำๆ ฆ่าเวลา เพราะสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องการไปจริงๆแล้วจะอยู่ไกลเมืองออกไป ต้องใช้เวลาในการเดินทาง ดังนั้นวันนี้สื่งที่ทำได้คือเดินชมเมืองดูบรรยากาศ และหาของกินขึ้นชื่อกินกัน

พวกเราเดินกันเก่งมาก มีเพื่อนก้อเงี๊ยะ คุยไปเดินไป เพลินเลย เดินจนมาถึงใจกลางเมือง เขตชุมชน สาวแคลร์เธอชอบสวนหย่อม เราเลยมาเดินเล่นกัน ซึ่งถ้าถามเราว่าชอบมั้ย จริงๆแล้วเฉยๆ เพราะเราไม่ใช่คนเน้นเที่ยวธรรมชาติอ่ะค่ะ แต่เนื่องจากวันนี้เรามีเป้าหมายหลักคือ"กิน" เราต้องการเพื่อนนนน 555 เลยยอมเค้าก่้อนSmiley




ในสวนมีอาคารสวยๆ และปลูกต้นไม้แปลกตาหลายพันธุ์อยู่

สวนเค้าสะอาดและร่มรื่นดีค่ะ อากาศกำลังสบายเลย

นึกถึงบรรยากาศหนังจีนที่คุณชายสุดหล่อ เดินมาเจอนางเอกบนสะพานโดยบังเอิญ ท่ามกลางหิมะ แล้วก็ปิ๊งๆๆๆ
(เพ้อเจ้อเนอะ555)
่่่้่
ขอแอ๊บไว้สักรูป อิอิ

เอาล่ะ ไฮไลท์ตบท้ายวันนี้เราจะพาไปกินอาหารขึ้นชื้อของที่นี่กันค่าาาา
เปิบพิศดาร เมนูเด็ดสุด! "HOT POT" !
มาเฉินตู ไม่กินไม่ได้ โชคดีมีเพื่อนนะเนี่ย ไม่งั้นไม่รู้จะได้เข้ามานั
่งกินป่าวว
กินเดียวคงไม่ได้อ่ะ

บรรยากาศเหมือนMK บ้านเราเลยค่ะ แต่สั่งไม่เป็นสักอย่าง งานนี้พวกเพื่อนฝรั่ง2คนก็นั่งรอกินอย่างเดียว บอกให้เราเป็นคนจัดการ เหอๆๆ ได้ข่าวตูก้อไม่รู้เรื่องมั๊ยSmiley
สรุปก้อเลยงัดมุขเด็ด talking Dict เปิดให้เค้าดูที่ละคำ ทีละอย่าง แต่คนที่นี่น่ารักมาก พนักงานเข้ามามุงดูกระเหรี่ยงกับฝรั่ง พยายามช่วยสื่อสารกันเต็มที่ สุดท้ายพาเราเดินเข้าครัว ไปชี้ของที่ต้องการเองเลยทีเดียววว!! ประทับใจมากค่ะ แทบอยากจะร้องไห้Smiley คงเห็นแววแล้วว่าถ้าไม่ให้ยัยกระเหรี่ยงนี่เข้าครัว วันนี้คงไม่ได้เสิร์ฟแหง๋ๆ 555
อารมณ์ตอนนั้นรู้สึกเหมือนเป็นคนพิเศษ ฮ่าๆๆ
หลังจากได้ของที่ต้องการแล้ว พนักงานเข้ามาสอนวิธีการกิน รวมถึงปรุงซอสให้เราด้วยค่ะ น่ารักที่สุด
น้ำซุป HOT POT ถ้าดูจะเห็นว่ามี 2 ช่อง ช่องกลางเป็นช่องสำหรับพวกคออ่อน ไม่กินเผ็ด
ส่วนรอบนอกมันเผ็ดสุดจะบรรยาย !!Smiley

น่ากินเนอะ Smiley

ดูกันให้เต็มๆค่ะ ไม่ต้องบอกก้อคงพอจะเดาได้ว่าจัดจ้านแค่ไหน สารพัดพริกมากๆ กินไปซี๊ดดดดไป มันเผ็ดแบบเผ็ดร้อนมากๆ แถมชาลิ้นด้วย ตอนแรกนึกว่าเป็นเพราะเค้าใส่ผงชูรสเยอะ แต่มารู้ทีหลังว่ามันเป็นผลมาจาก"พริกหอม" เป็นพริกของจีนชนิดหนึ่ง ไม่ได้เผ็ดมาก แต่จะให้ความซ่า ชาๆเวลากินเข้าไป
มื้อนี้หมดไปคนละ 37หยวนหรือ 175บาทเท่านั้นเองค่ะ คุ้มค่ามากๆ ถูกใจจริงๆ

วันนี้ทริปชมเมืองหลวงเฉิงตูจบแล้วค่ะ เพื่อนเดินทางในวันนี้ก็แยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง เพราะแต่ละคนมีแผนท่องเที่ยวต่างกันออกไป สาวแคลร์ชอบเที่ยวธรรมชาติแบบสบายๆ ชิวๆ ไปกับทัวร์ หนุ่มอันทอยน์ มีนัดเจอเพื่อน ส่วนจอมยุทธหญิงจะไปบุกง้อไบ๊ค่ะ Smiley
ทุกคนแยกย้าย และทำการแลกอีเมลล์กันไปตามระเบียบ เผื่อในอนาคตจะมีโอกาสได้ท่องเที่ยวหรือเจอกันอีก

มาต่อกันที่เช้าวันรุ่งขึ้นกันเลยดีกว่าค่ะ วันนี้เรามีนัดกับหมีแพนด้าช่วงเช้ากันค่ะ โดยแอนใช้บริการทัวร์ที่ทางโฮสเทลจัดให้ ในราคา 98หยวน หรือเกือบ500บาท ซึ่งถือว่าเหมาะผม เพราะรวมค่าเดินทางรับส่ง และไกด์นำทางแล้ว เค้ามีหลายโปรแกรมให้เลือก แต่แอนเลือกแค่ไปดูหมีแพนด้า เพราะช่วงบ่ายมีแพลนว่าจะต่อรถไป Leshan เอง เพื่อจะค้างคืนที่ Emei เตรียมขึ้นเขาง้อไบ๊ค่ะ

ไปดูความน่ารักเจ้าหมีแพนด้ากันนะคะ

ใครจะไปดูหมีแพนด้าต้องไปช่วงเช้าเท่านั้น เพราะหลังเที่ยงจะเป็นเวลานอนของพวกมันค่ะ ยกเว้นคนที่ซื้อทัวร์แบบทั้งวันที่ต้องการใกล้ชิดหมีแพนด้าเป็นการพิเศษ โดยจะได้เรียนรู้เรื่องราวของพวกมันจากผู้เชี่ยวชาญ ได้ให้อาหาร อาบน้ำ ทำความสะอาดกรง ฯลฯ ก็สามารถทำได้นะคะ

กิจวัตรประจำวันของเหล่าหมีแพนด้าก้อมีไม่มากค่ะ คือ กิน และ นอนSmiley


หลบมุมจากผู้คนตลอด ต้องหามุมถ่ายรูปเอาเอง คาดว่าพวกมันคงรู้ตัวว่าเป็น Celeb เลยเล่นตัวแบบเนี๊ยะ
พร้อมใจกันหันหลังหลบกล้องน่าดู หมีใจร้ายยยย อุตส่าห์มาหา

นั่นไง...กินอิ่มแล้วเริ่มนอน มีความสุขที่สุดอ่ะ

นี่ก็หมีแพนด้านะคะ เรียกว่า red panda เป็นหมีผสมพันธุ์ใหม่ ซึ่งทาง Chengdu Panda Research Base of Giant Panda Breeding นี้ ถือเป็นศูนย์เพาะเลี้ยงแพนด้าที่สำคัญที่สุดในเฉินตูค่ะ มีพื้นที่กว้างขวาง และที่สำคัญไม่กักขังแพนด้าไว้ในกรง แต่สร้างพื้นที่ส่วนตัวให้ ราวกับว่าพวกมันอยู่ในป่าไผ่อันอุดมสมบูรณ์กันเลยทีเดียว บรรยากาศดีมากเลยค่ะ

อร๊ายยย เขิลลลลSmiley
 หมดแล้วค่ะรูปถ่ายกับน้องหมีในเช้านี้ ไกด์จะพาเราเดินกลับไปพิพิธภัณฑ์ที่รวมประวัติความเป็นมา และการดำรงชีวิตของหมีแพนด้า ก่อนปิดท้ายที่ร้านขายของที่ระลึกค่ะ

ต่อกันเลยนะคะ NEXT STOP....Leshan!!!

ทัวร์แพนด้าเสร็จก้อตัดสินใจ รีบไปสถานีขนส่งต่อรถทัวร์ไป Leshan ทันที!! โดยแพลนของแอนก้อคือ ก่อนอื่นต้องเช็คเอ๊าต์จากโฮสเทล แต่ฝากกระเป๋าเป้ใบใหญ่ไว้ จากนั้นนำแต่สัมภาระที่จำเป็นสำหรับไปค้างคืนที่ Emei 1คืน ซึ่งก่อนไปถึง Emei จะต้องแวะสักการะ และชื่นชมความงดงาม อลังการของวัด Leshan ที่มีประวัติยาวนานนับพันปี และมี Grand Bubbha ที่เป็นมรดกโลกประดิษฐานอยู่ ซึ่งอย่างที่บอกว่าโฮสเทลที่เมืองจีนอำนวยความสะดวกเรื่องฝากเก็บสัมภาระเป็นอย่างดี แถมบางที่ฟรี่อีกตะหาก อย่างเช่นที่ Mix Hostel ที่แอนพัก เป็นต้น เราเลยเดินทางตัวเบาเลย อิอิ
ที่ไม่เอาสัมภาระไปหมด เพราะว่ายังไงเดี๋ยวก้อต้องกลับมาเฉินตูอีกรอบ เพื่อต่อรถไฟไป Xi'an

จากโฮสเทลไปสถานีขนส่ง เดินทางโดยรถเมล์ ราคา 2หยวน พอถึงสถานีขนส่ง
ปรากฏว่าโชคดีเกินคาด เพราะแทนที่จะได้นั่งรถทัวร์คันใหญ่กินเวลาเดินทางนาน กลับได้นั่งรถตู้เล็กไป ในราคา 250บาท เพราะเป็นช่วงเวลาที่คนเดินทางไม่เยอะ ซึ่งสบายมากๆเลย มีผู้โดยสารแค่ 5คนเท่านั้น ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณเกือบ2ช.ม. จึงถึงเขตเทือกเขาเลอซาน 1ในดินแดนและเทือกเขาศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความสวยงาม และประวัติศาสตร์ทางพุทธศาสนา รวมถึง...ง้อไบ๊แห่ง Emei หนึ่งในสุดยอดเจ้าสำนักในตำนานที่เราอยากจะไปเยี่ยมเยียนสักครั้ง 555 Smiley

เมื่อมาถึงเทือกเขาเลอซาน คนขับรถตู้ ก้อส่งเราต่อให้รถตู้อีกคันนึง เพื่อให้พาเราไปส่งที่วัด Leshan ที่มี Giant Buddha ฟรี!!
ด้วยความที่ไม่เข้าใจ สื่อสารไม่รู้เรื่อง ตอนแรกเข้าใจว่ารถจากเฉินตู ถึงเขตเลอซาน ก้อคือไปถึงหน้าวัด Leshan เลย เลยแอบโกรธ นึกว่าเค้าแอบเอาเรามาปล่อยลงมั่วๆ ไม่ยอมพาไปวัดตามสัญญา ปรากฏว่าไม่ค่ะ เค้ามาส่งเราตรงนี้ แล้วฝากบอกคนขับรถตู้ในพื้นที่ให้พาเราไปส่งที่หน้าวัดอีกที ไม่ได้เก็บเงินเพิ่มแต่อย่างใด แถมคนขับรถตู้ที่เลอซานใจดี เดินเป็นเพื่อนเราไปที่หน้าช่องขายบัตร บอกว่าเราเป็นนักศึกษา อร๊ายยยยSmiley
เราเลยได้บัตรเข้าวัด
Leshan ในราคานักศึกษา แค่ 120หยวน เท่าน๊านนน!! 555
ราคานี้รวมค่าผ่านประตูทุกสิ่งอย่างในบริเวณวัดหมดแล้วค่ะ



เรียกน้ำจิ้มกันก่อน ขอบอกว่านี่แค่ทางเริ่มต้น
ก้อตื่นตาตื่นใจขนาดนี้แล้วค่ะ งานแกะสลักตามหินต่างๆนี้ สวยงามและน่าทึ่งมาก ตลอดทางเข้าไปยังส่วนในของวัด มีแต่งานแกะสลักสวยๆแบบนี้เต็มไปหมด ซึ่งอายูนับพันปีกันเลยทีเดียว

ทางเข้าถ้ำ เหมือนเป็นภูเขาที่ถูกเจาะเ
ป็นอุโมงค์ทะลุไปอีกทาง ที่จะเดินไปสู่ Giant Buddha
วัดนี้ใหญ่โต กว้างขวางมาก มีทางเข้าออกหลายทิศ
ค่ะ


ภายในอุโมงค์ มีพระพุทธรูปแกะสลักอยู่ในผนังอุโมงค์เต็มไปหมดเลยค่ะ

เดินออกมาก้อมาเจอหินสลักเป็นพระนอนบนผนัง บอกได้เลยว่าไม่มีตรงไหนที่เดินไปแล้วจะไม่มีงานแกะสลักสวยๆแบบนี้ให้เห็น




ระหว่างทางเดินไป grand buddha จะมีโอกาสได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย อย่างเช่น Guanyin,the goddess with Thousand Arms พระแม่พันพระหัตถ์นี้(แอนเรียกชือท่านเป็นภาษาไทยไม่ถูก ต้องขออภัยนะคะ) เลยขอพรท่านไปว่าขอให้การเดินทางท่องเที่ยวครั้งนี้ราบรื่น และพบเจอแต่มิตรสหายที่ดีตลอดการเดินทางท่องเที่ยวเมืองจีนในครั้งนี้

บรรยากาศจากมุมสูงด้านในวัด (ยังไม่ถึง Grand buddha ค่ะ ใจเย็นๆ อิอิSmiley)
การเดินทางไปสักการะ grand buddha นั้นทำได้หลายทาง อีก1ทางเลือกคือขึ้นเรือไป ซึ่งจะไปโผล่ที่ด้านล่าง/ฐานของ grand buddha ค่ะ แต่เราว่าเดินแบบนี้ได้บรรยากาศกว่า

ว่าแล้วก้อมาดูบรรยากาศที่ว่ากัน 555 นี่เป็นช่วงบ่ายๆแล้วค่ะ คนเยอะมากกกก ขอแนะนำว่าควรจะไปแต่เช้า หรือไปเส้นทางอื่น ถ้าคิดแล้วว่าไม่อยากต่อคิว แล้วยังต้องค่อยๆเดินลงบันไดชันๆแบบนี้

ถึงแล้วค่ะ พระพุทธรูป Grand buddha ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูงประมาณ 71เมตร เป็น1 ในมรดกโลก สร้างโดยมือมนุษย์ตัวเล็กๆ
มีความเชื่อที่เค้าเล่ากันมาว่า พระพุืธรูปยักษ์องค์นี้ ช่วยคุ้มครองชาวบ้านในสมัยก่อน ป้องกันไม่ให้เรือต่างๆถูกน้ำวนกลืนหายไป แต่ตามหลักวิทยาศาสตร์เค้าก้อว่ากันว่า การที่แกะสลักพระพุทธรูปขึ้นมาริมแม่น้ำนี้ แสดงถึงสมองอันชาญฉลาดของคนสมัยก่อน เพราะมันช่วยลดกระแสน้ำเชียวกับน้ำวนไปได้ ซึ่งพอคิดตามหลักเหตุและผลแล้ว อาจจะเป็นสาเหตุว่าทำไมเรือไม่ถูกน้ำวนกลืนลงไปอีก

Hemmen หนุ่มดัช เพื่อนแปลกหน้าคนใหม่ เจอกันสั้นๆ ตอนเดินลงมาถึงพระพุทธรูปนี่ล่ะ
หนุ่มคนนี้ back pack ทริปนี้มานาน 1ปี กับอีก 1เดือนแล้ว(--!) ไปทั่วเอเชีย โดยใช้วิธี hitchhiking ตลอดทาง และอีกไม่นานจะปิดทริปตัวเองที่ปักกิ่ง โดยจะทำการปั่นจักรยานกลับเนเธอร์แลนด์จากที่นั่นต่อ!!
สุดยอดมั่กมาก ข้าน้อยขอคารวะ
Smiley

ยกเครดิตภาพถ่ายให้ Hemmen

เรื่องตลกๆกับเพื่อนใหม่
เราเดินออกมาจากวัดด้วยกัน โดยมาโผล่ที่นี่ เหมือนภาพวาดเลยใช่มั้ยคะ บังเอิญมาออกผิดทางอ่ะ  เราก้อชักเริ่มกังวลใจ เพราะเกือบเย็นแล้ว เดี๋ยวยังต้องต่อรถไป Emei อีก กลัวไม่มีรถ กลัวไปไม่ทััน
แต่ Hemmen ใจเย็นมากกก บอกไม่เป็นไร เดี๋ยวก้อมีรถผ่านมา แล้ว hitch hiking กัน  เราก้อรู้สึกงงๆนะ ไม่คิดว่าจะทำได้ ปรากฏว่าพอออกมาจากวัด ไม่มีรถสักคัน  มาโผล่ทิศไหนก้อไม่รู้ อีตา hemmem ยังมีหน้ามาบอกว่า เดินๆไปเถอะ เดี๋ยวก้อถึงที่หมาย...คือชิวมากอ่ะค่ะ
สักพักมีรถชาวบ้านโผล่ออกมา Hemmen ก้อโบกทันที รถจอดด้วย!!Smiley แถมพอขึ้นไปนั่งทักทายฮาโหลๆ กันนิดหน่อย รถก้อออกตัว ไม่ได้มีการสื่อสารอะไรกันมากมาย Hemmen บอกว่า นี่ไง Hitch hiking ง่ายมั้ย อยากลงเมือ่ไหร่ก้อบอก
เออ..แปลกดี ครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่ hitch hiking ถึงแม้ว่าจะแค่5นาที เพราะว่าสักพักรถก้อผ่านมาตรงด้านหน้าวัดที่เรามาลงตอนแรก
ต้องขอบคุณนาย Hemmen กับการสอน Hitch hiking ครั้งแรก และคงเป็นครั้งเดียวในชีวิต เพราะมันน่ากลัวเกิ๊น ยังไงชั้นก้อผู้หญิงนะ โบกมั่วซั่ว ไม่ไหวมั๊ย??

เดี๋ยวพรุ่งนี้มาต่อนะคะ ยิ่งทริปหลังๆ ยิ่งสนุก เพราะเป็นเมืองที่มีประวัติทางประวัติศาสตร์ทั้งนั้น แถมได้ยินในหนังจีนบ่อยๆ ด้วย
 วันนี้ขอไปนอนก่อน มะไหวแล้วววววSmileyไนท์ๆ



Create Date : 05 มกราคม 2556
Last Update : 6 มกราคม 2556 0:20:29 น.
Counter : 1899 Pageviews.

6 comments
  
ตามไปเที่ยวเมืองจีนด้วยคน ตื่นตา ตื่นใจ นึกถึงความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาที่เจริญมายาวนานนันพันๆปี จากหลักฐานหินแกะสลัก

นับถือท่องเที่ยวคนเดียว สุดยอด


ขอบคุณเรื่องและภาพที่แบ่งปันครับ

โดย: story_dnp วันที่: 6 มกราคม 2556 เวลา:0:04:15 น.
  
ขอบคุณที่เข้ามาติดตามนะคะ ยินดีมากๆเลยค่ะ ทริปเมืองจีนเป็นทริปที่สนุกมาก เลยอยากแบ่งปันให้ทุกคน เผื่อจะทำให้อยากไปเที่ยวกันบ้าง
โดย: wickedspell วันที่: 6 มกราคม 2556 เวลา:0:24:06 น.
  
มาชื่นชมด้วยคนครับ เก่งจริงๆ น่าจะเป็นเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคนได้เลยนะครับ
ป.ล. Guanyin,the goddess with Thousand Arms น่าจะหมายถึงเจ้าแมีกวนอิมพันกรนะครับ
โดย: pitman IP: 103.1.28.9 วันที่: 14 มกราคม 2556 เวลา:1:01:29 น.
  
ติดตามอยู่นะคะ ขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์ค่ะ
โดย: constantine IP: 119.46.70.20 วันที่: 21 มกราคม 2556 เวลา:21:40:23 น.
  
ใช่แล้วค่ะคุณ Pitman แอนนึกชื่อตั้งนาน เจ้าแม่กวนอิมพันกรนี่เอง
โดย: wickedspell วันที่: 25 มกราคม 2556 เวลา:22:18:04 น.
  
คุณ constantine อย่าลืมเข้ามาติดตามอีกนะคะ ช้าหน่อย แต่จะลงให้ครบให้ได้
โดย: wickedspell วันที่: 25 มกราคม 2556 เวลา:22:19:07 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pulsedownfoot
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



ท่องเที่ยว ในระหว่างที่ยังมีแรง และโอกาส แบกเป้ลุยไปเรื่อยๆ เหนื่อยก้อพัก หลงก้อขำๆไป(^^) การหลงทาง ทำให้เราค้นเจออะไรสนุกๆ และการหลงทางจริงๆแล้วก้อเป็นความสนุกอย่างนึงในการเดินทาง อยากแชร์ความสุข และความสนุกจากการเดินทางของเราให้เพื่อนๆได้อมยิ้มกันนะคะ