Vacances dans un appartement…
อาทิตย์นี้เป็นวันหยุดพักร้อนของพวกฉัน หลังจากที่ฉันทำงานแปลอย่างขยันขันแข็งสองเดือน ฉันจึงขอวันหยุดทำตามใจตัวเองสักอาทิตย์นึงและไม่จับต้องหนังสือใดๆ ทั้งสิ้นก่อนกลับไปสรรหาหนังสือมาอ่านอีกครั้งหลังเทศการ ส่วนสามีฉันถือโอกาสพักร้อนไปด้วย (เหตุผลของเขาคืออากาศหนาว ฟ้ามึดอึมครึมตลอดเวลา ไม่ชวนให้ทำงาน...)

พวกฉันได้รับการอุปการะคุณจากแม่สามีให้อยู่ในอพาร์ตเม้นท์ได้หนึ่งอาทิตย์ช่วงที่เธอไม่อยู่บ้าน แรกๆ พวกฉันไม่ชินกับการอยู่อพาร์ตเม้นท์ขนาด 90 ตร.เมตร วันแรกสามีฉันเดินไปเดินมาไม่หยุด ฉันเข้าใจว่าหาของ ที่ไหนได้ คุณเธอกำลังพยายามใช้พื้นที่ทั้งหมด ส่วนฉันงงๆ เดินไปนั่งตรงโน้นทีตรงนี้ที ไม่รู้จะไปอยู่ตรงไหนดี เลยจองที่ประจำบนโต๊ะกินข้าวนี่แหล่ะ พวกฉันพูดกันเล่นๆ ว่าเหมือนเราอยู่ห้องสวีทในโรงแรม เว้นแต่ว่าไม่มีคนเก็บห้องเปลี่ยนผ้าปูเตียง ไม่มีแม่บ้านทำความสะอาดบ้าน ทำกับข้าวเองฯลฯ รวมๆ แล้วก็ไม่เลว นานๆ ทีเท้าจะติดดินสักที หลังจากที่ฉันได้ลองใช้ชีวิตบนเรือมาจนถึงวันนี้ ถ้าเอาบ้านกับเรือมาเปรียบเทียบกันล่ะก็ ข้อดีของการอยู่บ้านคือ ฉันสามารถทำกับข้าวที่ต้องต้มตุ๋นนานๆ ได้อย่างสบายใจ บนเรือฉันก็ทำได้ แถมเตาพร้อมเตาอบที่พวกฉันทุ่มทุนซื้อจนกระเป๋าแฟบต้องกินไข่เจียวอยู่เป็นเดือนก็ออกจะน่าทำกับข้าว แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง ฉันไม่สามารถทำกับข้าวที่ต้องใช้เตานานๆ ได้ เพราะหน้าหนาวแบบนี้ ไอน้ำที่พวยพุ่งออกมาทำให้หยดน้ำเกาะตามเพดาน กระจก โดยเฉพาะพวกฉันไม่ได้ติดฉนวนทุกจุด น้ำหยดติ๋งๆ แถมควันต่างๆ นานาเต็มเรือไปหมด ทุกครั้งที่ทำกับข้าว ฉันเลยต้องเปิดประตูหน้าต่าง แต่ไอ้ครั้นจะเปิดนานๆ ก็ไม่ได้ อากาศไม่อำนวยให้เปิดประตูทิ้งไว้สักเท่าไหร่ พอได้มาอยู่บ้านฉันเลยถือโอกาสทำก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อยที่ไม่ได้กินมาหลายเดือนแล้วซะเลย ตุ๋นเนื้อมันทั้งวัน แถมต่อด้วยก๋วยเตี๋ยวไก่ เอาให้หายอยากซะเลย... ส่วนข้อเสียคือ เตียงไม่สะดวกสบายเหมือนเตียงฉันที่อยู่บนเรือ บางคนอาจจะงงว่าที่นอนบนเรือจะไปสู้ที่นอนบ้านได้ยังไง ขอบอกว่าได้ค่ะ ที่นอนที่ฉันนอนบนเรือคือที่นอนบ้านดีๆ นี่เอง พวกฉันซื้อที่นอนควีนไซส์อย่างดี แล้วเอามาตัดครึ่งเป็นสองส่วน จากนั้นสามีฉันก็ตัดให้มีความโค้งเว้าด้านข้างตามทรงเรือ แล้วฉันก็เอาสองส่วนมาเย็บใส่ซิบตลอดความยาวแล้วรูดติดกันซะเลย เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายและเปลี่ยนผ้าปูเตียง ในขณะที่เรือทั่วๆ ไปมักจะใช้ฟองน้ำธรรมดาขนาด 8 หรือ 10 ซม. ส่วนเตียงบ้านแม่สามีฉันเป็นโซฟาที่ยึดเป็นเตียงได้ เบาะบางๆ ไม่สบายนัก แต่ก็โอเคพอถูไถ... ส่วนข้อเสียอีกข้อคือ พวกฉันต้องตื่นแต่เช้าเพราะเสียงที่ดังมาจากถนนหรือไม่ก็เสียงประตูปึงปังในตึกนั่นเอง ในขณะที่พวกฉันมักจะนอนตื่นสายตอนอยู่บนเรือ เพราะไม่มีเสียงรถ ไม่มีเสียงคน หรือเสียงประตูปึงปัง เลยหลับกันเพลิน ถึงขนาดบางครั้งรู้สึกผิดที่นอนเยอะเกินความจำเป็น (พวกฉันมันเป็นพวกนกฮูก กลางคืนตาสว่าง กลางวันตาจะปิด) สรุปว่าการมาอยู่บนดินของพวกฉันถือเป็นการเปลี่ยนบรรยาการที่มีทั้งดีและไม่ดี




Create Date : 24 ธันวาคม 2553
Last Update : 24 ธันวาคม 2553 4:54:41 น.
Counter : 169 Pageviews.

4 comment
ย้ายบ้าน
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วพวกฉันต้องระหกระเหินออกจากบ้านนอก เพราะทางอำเภอตัดน้ำตัดไฟตรงโป๊ะเรือ เนื่องจากน้ำขึ้นสูง พวกฉันตื่นเช้ามาพร้อมกับน้ำที่ขึ้นสูงกว่าเดิม เกือบถึงเข่า พวกฉันเลยต้องย้ายที่อยู่กระทันหัน รู้อยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง แต่ไม่รู้เมื่อไหร่เท่านั้นเอง เช้าวันนั้นสามีฉันเอาเรือล่องขึ้นแม่น้ำไปจนถึง Taillebourg เมืองเล็กๆ ที่เราเคยแวะช่วงหน้าร้อนเกือบสองอาทิตย์ ส่วนฉันขับรถไปรอที่โป๊ะ พอไปถืงพวกเราเอาเรือเทียบท่าโป๊ะลอยน้ำใหม่เอี่ยม แต่ปัญหาคือไม่มีน้ำไม่มีไฟ พวกฉันอยู่ไม่ได้ อากาศหนาวเกินไป ไม่มีไฟก็ไม่มีเครื่องทำควมร้อน ยังพอมีน้ำในแท้งค์เหลืออยู่บ้าง ไม่เป็นปัญหา แต่ไม่มีเครื่องทำความร้อนอาจตายได้ พวกฉันผ่านคืนหนาวจัดถึงขนาดเกิดหินย้อนภายในเรือ อากาศที่หนาวจัดภายนอกทำให้หยดน้ำที่เกิดขึ้นภายในเนื่องจากอุณหภูมิที่แตกต่างกันมากทำให้หยดน้ำที่ย้อยกำลังจะหยด แต่ไม่ทันได้หยดลงมาแข็งโป๊ก จะนอนหนาวเหมือนอยู่ในตู้เย็นคงไม่ไหว เลยต้องทิ้งเรือไว้สามสี่วันก่อนจะยกพลขึ้นบกไปตั้งหลักที่บ้านพ่อสามี จากนั้นจึงหาสถานที่ๆ เราจะอยู่ช่วงหน้าหนาวกันต่อ มีสองเมืองคือ Sainte savinien และ Porte d’enveaux ที่แรก รู้สึกจะยุ่งยากเนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนมือผู้รับผิดชอบ โยนกันไปมาวุ่นวายพอสมควร แม้จะมีรายเดือนไม่แพงมาก ผู้คนแถวนั้นไม่ sympa อย่างที่คิด ที่ๆ สองสวยงาม เงียบสงบ มีเพื่อนเรือเป็นคุณลุงคุณป้าชาวอังกฤษ แต่ค่ารายเดือนเปลี่ยนแปลแพงขึ้นตั้งแต่เดือนมกราเป็นต้นไป บวกค่าภาษีผู้อยู่อาศัย (แม้จะอาศัยในเรือตัวเอง) บวกค่าไฟที่นายกเทศมนตรีคิดว่าควรเก็บสำหรับคนที่อาศัยในเรือ คิดแล้วเบ็ดเสร็จชักจะแพง แต่ก็เป็นอีกตัวเลือก


จากนั้นเลยล่องไปถึง Tonnay Charente ที่ฝากเสากระโดงเรือไว้ที่ยอร์ชคลับเมื่อสี่เดือนก่อน (พูดว่ายอร์ชคลับดูหรูหรา แต่จริงๆ แล้วสมาชิกส่วนใหญ่เป็นเรือหาปลาสมัครเล่น คุณปู่เกษียณอายุที่มักจะมาสังสรรกันตอนสี่โมงเย็นพร้อมกับนั่งกินเค็กและเม้าท์กันสนุกสนานในโกดังของคลับ) เป้าหมายเราคือหาเอาเสาขึ้นเรือก่อน จากนั้นพวกเราเลยไปสอบถามที่ท่าเรือ Rochefort เผื่อเค้าจะมีที่ให้เรือเราอยู่บ้าง หน้านาวแบบนี้จะระหกระเหินในที่ไม่มีน้ำไฟคงยากหน่อย ที่ท่าเรือมีห้องอาบน้ำพร้อมน้ำอุ่น มีไฟฟ้าใช้ เอาเก็บเป็นหนึ่งตัวเลือก ต่อด้วยท่าเรือเมือง Marenne ท่าเรือเล็กๆ เป็นแหล่งเลี้ยงหอยนางรมที่นับว่าเป็นหนึ่งในหอยนางรมที่ดีที่สุดในโลก คนดูแลท่าเรือ sympa มีที่ว่างให้เราในเดือนมกรา แต่ราคาคิดแล้วแพงที่สุด แถมจะอาบน้ำที่ไม่อุ่นก็ต้องหยอดเหรียญ ถือว่าตกไปหนึ่งตัวเลือก ระหว่างคิดกันปวดหัวนายกคลับก็เสนอให้เราอยู่ที่ท่าเรือคลับตลอดหน้าหนาวได้ไม่มีปัญหา เพราะไม่มีการเคลื่อนไหวช่วงนี้ (ใครจะบ้าออกเรือทั้งหนาวๆ) แถมในโกดังมีห้องน้ำ น้ำอุ่นให้อาบน้ำชำระความโสโครกที่ไม่ต้องเก็บสะสมหลายวันอีกแล้ว มีแหล่ะที่ถูกใจฉันที่สุด นายกยังใจดีฮึกเหิมจะช่วยต่อเสากระโดงเรือกลับเข้าที่เข้าทางหลังจากที่แกเป็นคนยกลงเมื่อหลายเดือนก่อน พวกฉันพากันดีอกดีใจไม่ต้องหาที่อยู่ให้ปวดหัวอีกแล้ว แถมได้เข้าเป็นสมาชิกชมรมซึ่งหมายความว่าเราจะไปจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ พวกเราป็นสมาชิกแล้วด้วยการจ่ายค่าธรรมเนียม 30 ยูโรต่อปีเท่านั้น บ้านใหม่ของเราในหน้าหนาวนับจากนี้สามเดือนคือที่นี่ cool...

ปล.ใกล้ช่วงเทศกาลแบบนี้ ไม่ว่าจะวันเกิดสามี วันคริสต์มาสอีฟ วันคริสต์มาส วันเกิดฉัน ตบท้ายด้วยปีใหม่ แผนการลดความอ้วนที่ยืดเยื้อมาหลายเดือนเป็นอันต้องยกยอดไปปีหน้า ปีนี้คงต้องอ้วนต่อเนื่อง...



Create Date : 19 ธันวาคม 2553
Last Update : 19 ธันวาคม 2553 20:38:57 น.
Counter : 186 Pageviews.

2 comment
ต่อ...
ฉันเริ่มที่จะเคยชินกับการใช้ชีวิตบนเรือที่ไม่ได้มีความสะดวกสบาย แต่ก็ไม่ได้ลำบากลำบนอะไร ไม่ได้รู้สึกทุกข์ทรมาน น้อยอกน้อยใจในโชคชะตาเหมือนเมื่อก่อน ฉันมีกิจวัตรประจำวันของฉัน เกือบสองเดือนที่ผ่านมา ฉันไปนั่งแปล La fille de papiers ของกิโยม มุสโซ นักเขียนคนแรกที่ฉันได้มีโอกาสแปลงานของเขาเป็นเล่มที่สอง ฉันใช้เวลาแปลหนังสือเกือบสี่ร้อยหน้าอยู่เดือนครึ่ง นั่งทำงานวันละแปดชั่วโมง (บางวันก็ไม่ได้แปล เพราะการเดินทางเข้าเมือง La rochelle ไปกลับทำให้เสียเวลาเป็นวันๆ) ดีหน่อยที่ฉันไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปทำงาน ตื่นมาน้ำท่าไม่อาบ กินกาแฟเสร็จแล้วพุ่งไปที่โต๊ะทำงานได้เลย


ตั้งแต่เริ่มแปลฉันไปนั่งแปลเกือบทุกมุมของเรือแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบนเตียง ตอนที่สามีจำเป็นต้องทำงานที่โซฟา ที่โซฟาตอนที่สามีต้องทำงานบนเตียง ช่วงหลังสามีเร่งทำโต๊ะทำงาน ซึ่งจริงๆ แล้วคือโต๊ะสำหรับอ่านแผนที่หรือใช้เกี่ยวกับการเดินเรือ โดยทั่วไปก็จะมีการติดตั้งอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกต่างๆ อย่างเครื่องวัดความลึกของน้ำ เรดาห์ จีพีเอส วิทยุสื่อสาร ทั้งหมดนี้บนเรือฉันไม่มีอะไรสักอย่าง มันเลยกลายเป็นโต๊ะทำงานของฉัน ตั้งแต่ฉันได้ทำงานบนโต๊ะเป็นเรื่องเป็นราว งานก็เดินหน้าอย่างรวดเร็ว น่าจะเป็นเพราะระดับความสูงของโต๊ะที่เหมาะสมและกว้างพอที่จะให้ฉันวางของรกๆ ของฉันอย่างเต็มที่ แม้อาการปวดหลังเหมือนอาม่าของฉันจะยังคงมีอยู่ แต่ก็ไม่ปวดจนแทบร้องไห้อย่างที่เคยเป็น ฉันกำหนดว่างานแปลต้องเสร็จภายในสองเดือน ซึ่งก็เป็นไปตามที่วางไว้ เดือนครึ่งในการแปล และสองอาทิตย์สำหรับตรวจทานสองรอบ งานเสร็จตามกำหนดส่งสำนักพิมพ์เรียบร้อย ติดอย่างเดียวระหว่างแปล คนที่ฉันต้องส่งงานกลับไม่มีหน้าที่ตรงนี้แล้ว เลยส่งให้ฉันไปติดต่ออีกคนซึ่งฉันไม่เคยรู้จักพูดคุยมาก่อน เลยงงๆ ส่งงานให้เธอไป หวังว่าเธอจะไม่ตอบฉันว่าไม่ได้ดูแลงานตรงนี้แล้ว และส่งฉันให้คนต่อไป(ฉันไม่ใช่ลูกเมียน้อยนะ) ยังไงซะฉันก็ทำงานเสร็จตามกำหนด และเป็นที่น่าพอใจสำหรับฉัน เพราะครั้งนี้ฉันทำอย่างละเอียดรอบคอบที่สุดเท่าที่จะทำได้ หาข้อมูลแน่นเปี๊ยะ ตรวจทานสองรอบ (ฉันน่าจะตรวจอีกที แต่ในใจคิดว่า ถ้าตรวจอีก ฉันก็คงต้องแก้บางจุดไปเรื่อยๆ ไม่เสร็จไม่สิ้น งานฉันก็คงไม่เสร็จซะที สองรอบถือว่าสมเหตุสมผลดี...ตรงนี้คิดเอาเอง) สรุปฉันได้ใช้เวลาในช่วงเทศกาล(กิน)อย่างสบายใจ...


ตอนนี้พวกฉันมาอยู่บ้านแม่สามีหนึ่งอาทิตย์ เนื่องจากแม่เขาไปเที่ยวเลยทิ้งบ้านให้พวกเราได้เอาเท้าเหยียบแผ่นดินบ้าง อ้อ...ก่อนหน้านี้แม่สามีใจดีให้ของขวัญครบรอบวันแต่งงานเมื่อวันที่ 12 ที่ผ่านมาด้วยการไปนอนเล่นในปราสาท Château mouillepied หนึ่งคืน ตอนแรกพวกฉันดีอกดีใจได้นอนปราสาท ศตวรรษที่ 18 แต่น่าเสียดายที่เจ้าของซึ่งซื้อปราสาทมาเมื่อปีครึ่งตกแต่งไม่ดีเท่าไหร่ ห้องที่ฉันอยู่เป็นห้องใหญ่สุด เดิมทีเป็นห้องนั่งเล่น เพดานสูง มีเตาผิง และกระจกใหญ่สามบานยื่นไปยังสวน ห้องขาวโพลน ไม่มีสีสัน ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ มีเตียง ตู้ไม้ใหญ่เก่าแก่ โต๊ะวางทีวี เก้าอี้สามตัวที่เจ้าของพยายามเอาผ้าขาวมาคลุม แต่ฉันว่าไม่มีเลยจะดีกว่า ไม่มีความหรูหราสมฐานะปราสาท ฉันเข้าใจว่าเจ้าของคงไม่รู้จะตกแต่งยังไง ด้วยอาจจะติดขัดเรื่องงบประมาณ เพราะจะตกแต่งห้องนี้ ทั้งม่าน โต๊ะ โซฟา คงยากอยู่ แถมด้วยความที่เพดานสูง เครื่องทำความร้อนไม่สามารถทำความร้อนได้เต็มที่ พวกฉันเลยต้องเอาเครื่องทำความร้อนเคลื่อนที่ๆ ติดรถไว้มาเป่าเพิ่มความร้อน สรุป...ผิดหวังเล็กน้อย แต่แอบติดใจหมอน กะจะดูยี่ห้อไปซื้อมาใช้ แต่ตอนเช็คเอ้าท์เจ้าของเร่งพวกเราฉันเลยลืมดู ไม่ประทับใจอย่างที่หวังไว้...




Create Date : 19 ธันวาคม 2553
Last Update : 19 ธันวาคม 2553 20:36:40 น.
Counter : 231 Pageviews.

1 comment
พฤศจิกา...ธันวา...ฝนมา...หิมะตก...พกพาความหนาวมาอีกแล้ว
ฉันกลับมาดูบล็อกตัวเองอีกที เพิ่งรู้ตัวว่าหายไปนานโขอยู่ ครั้งสุดท้ายที่อัพบล็อกเป็นเรื่องเป็นราวคือปลายตุลา (นี่ฉันหายไปเกือบสองเดือนทีเดียว) ฉันหายไปเนื่องจากหลายเหตุผล หลักๆ เลย ฉันอยู่บ้านนอก แม้จะขึ้นชื่อว่าฝรั่งเศส แต่กลับไม่ได้หรูหราไฮโซพาให้อิจฉาแต่อย่างใด แม้แต่อินเตอร์เนตยังคลาดแคลน ชีวิตบนเรือของฉันยังไม่สามารถนำเทคโนโลยีที่ทุกวันนี้ทุกคนต้องได้มี ได้ใช้ ได้สัมผัสมาใช้บนเรือน้อยเปี่ยมรักได้ จริงๆ แล้วพวกฉันเคยคิดจะติดจานดาวเทียมเพื่อรับสัญญาณอินเตอร์เนต แต่เมื่อดูค่าใช้จ่ายรายเดือนแล้วไม่คุ้ม ราคาไม่ได้สูงจนจ่ายไม่ได้ แต่ปัญหาคือเราไม่สามารถใช้ได้ตามอำเภอใจ เพราะไม่ได้อันลิมิเตดอย่างที่คนที่อาศัยอยู่บนดินใช้กัน ประเด็นนี้จึงตกไป ด้วยเหตุนี้ทำให้ฉันไม่ได้เข้ามาอัพบล็อกเสียนาน แม้ฉันจะออกไปหาสัญญาณนอกเรือเพื่อใช้อินเตอร์เนตซึ่งได้รหัสมาจากเพื่อนสามีได้ แต่อากาศที่หนาวเหน็บ ฝนตกตลอดเวลาเหมือนฟ้าอัดอั้นตันใจที่ไม่ได้ส่งสายน้ำมาชะล้างแผ่นดินลูกหลานชาวโกลัวส์มานาน เลยตกลงมาตลอดเวลาถึงขนาดทำให้น้ำในแม่น้ำเอ่อขึ้นมาเหนือโป๊ะที่ลอยน้ำไม่ได้ จนพวกฉันต้องมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะไม่รู้จะพาตัวเองออกไปนอกเรือยังไง ถ้าก้าวเท้าลงไปก็จะเปียกปอนปลายเท้าที่ไม่ได้บอบบาง แต่น้ำมันเย็นเหลือเกิน จึงต้องรอให้น้ำลงถึงจะออกไปได้





น้ำที่ขึ้นสูงช่วงหน้าหนาวเป็นอีกปัญหานึงของการจอดเรือในแม่น้ำชารองต์ แม่น้ำชารองต์เป็นแม่น้ำที่ต่อมาจากมหาสมุทรแอตแลนติก(คล้ายๆ กับแม่น้ำเจ้าพระยาที่เชื่อมต่อกับอ่าวไทย) พอน้ำทะเลขึ้นสูง น้ำในแม่น้ำก็ขึ้นสูงไปด้วย แม้จะมีฝายกั้นนั้นคอยกันไม่ให้น้ำสูงเกินไปจนท่วมไร่นาฝรั่งก็ตาม แต่ฝายที่ทำจากมือมนุษย์สองมือสองขาก็ห้ามธรรมชาติไม่ได้ น้ำเลยขึ้นๆ ลงๆ ตามกระแสน้ำทะเล ช่วงนั้นฉันก็กังวลอยู่เนืองๆ กลัวว่าตื่นเช้ามาจะไปโผล่กลางสวนสาธารณะเพราะน้ำขึ้น แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นให้กังวล สิ่งที่พวกฉันเห็นเป็นประจำคือเมื่อตื่นเช้ามา(จะว่าเช้าก็ไม่ถูก เพราะปาเข้าไปเกือบเที่ยง) พวกเราจะเห็นไอน้ำกับหมอกจางๆ อยู่เหนือผิวน้ำ ฉันมักจะแซวเล่นว่า เราอยู่ท่ามกลางอ่างอาบน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก น้ำอุ่นจนมีควันฉุยลอยเหนือผิวน้ำ ช่างน่าลงไปแช่นัก จริงๆ แล้วน้ำเย็นจัดจนควันขึ้นต่างหากล่ะ


เมื่อช่วงต้นเดือนพวกฉันตื่นขึ้นมาท่ามกลางหิมะขาวโพลน ปกติแล้วแถบนี้ไม่ค่อยมีหิมะตกเท่าไหร่ ปีนึงจะมีสักครั้ง หรือไม่ก็ไม่ตกเลย ถ้าจะตกก็ตกอยู่ไม่กี่ชั่วโมง ตอนหิมะกอากาศไม่ได้หนาวจัดอย่างที่คิด พวกฉันยังออกไปเล่นหิมะกันซะอย่างนั้นแหล่ะ นานๆ ทีจะได้เห็นหิมะตอนอยู่ในน้ำ ฉันเลยออกไปแชะรูปเก็บไว้ ฉันมาดูรูปที่เคยถ่ายเก็บไว้แล้วคิดว่า หลายเดือนที่อยู่ในเรือกลางแม่น้ำพวกฉันเจอกับสภาพอากาศทุกประเภท ร้อน ฝน หนาว หิมะ...คิดอีกทีก็ตลกดี ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาใช้ชีวิตแบบนี้ จะว่าไปก็มีทั้งอึดอัด หดหู่ สุขใจไปอีกแบบ ที่อึดอัดคง หดหู่ต้องบอกว่า ฉันมีความจำเป็นต้องอาบน้ำ สระผม 3 วันครั้ง อาจจะเป็นเรื่องปกติของใครหลายคน แต่คนชอบอาบน้ำเป็นชีวิตจิตใจอย่างฉันทนไม่ได้ ห้องน้ำในเรือยังไม่เสร็จ ฉันเลยต้องใช้วิธีต้มน้ำใส่กะละมังแล้วเช็ดๆ ถูๆ เอา พยายามไม่ให้น้ำหกถูกพื้นมากนัก เดี๋ยวน้ำจะท่วมเรือ ส่วนการสระผมคือช่วงที่ทรมานที่สุด ฉันต้องใช้สายยางต่อมาที่อ่างล้างจานแล้วก้มหัวลงไปพร้อมเจอกับน้ำเย็นเฉียบ เท่านั้นไม่พอ ไอ้ผมที่ยาวเฝื้อยจนจะถึงก้นฉันไม่ได้ช่วยให้อะไรง่ายขึ้นเลย ทั้งอาบน้ำและสระผมฉันใช้เวลาทั้งหมดชั่วโมงครึ่ง ฉันเลยต้องทำแบบนี้สามวันครั้ง ไม่อย่างนั้นวันๆ คงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี

ปล. จะพร่ามถึงชีวิตเกือบสองเดือนในบล็อกเดียวดูจะยาวไปนิด ฉันเลยต้องแบ่งไปบล็อกหน้า




Create Date : 19 ธันวาคม 2553
Last Update : 19 ธันวาคม 2553 20:36:26 น.
Counter : 196 Pageviews.

0 comment
หายไปเสียนาน
หายไปนานเป็นเดือนกว่า เนื่องจากเหตุผลมากมายหลายประการ ช่วงนี้ฉันยังไม่มีเวลาโล่งๆ มาอัพเดทให้เต็มที่ อาทิตย์หน้าเป็นต้นไป ฉันคงจะได้มาขีดๆ เขียนๆ บ่อยขึ้น คิดว่าจะเขียนซะให้จุใจ สำหรับวันนี้มีเวลาแค่นี้ ในเมื่อมีแค่นี้ก็คงต้องจบแล้วล่ะ



Create Date : 09 ธันวาคม 2553
Last Update : 9 ธันวาคม 2553 16:48:38 น.
Counter : 176 Pageviews.

3 comment
1  2  3  4  5  6  

Tibou
Location :
Phisanulok  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เด็กอ้วนถือกำเนิดกลางตลาดเมืองสองแคว เมื่อ 31 ปีที่แล้ว จากนั้นก็ชีพจรลงเท้าไปเรียนประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้วยแรงบันดาลใจอะไรสักอย่างชีพจรก็พาสองเท้าเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังเมืองน้ำหอมพร้อมกับความตั้งใจที่จะพูดภาษาฝรั่ีงเศสที่ใฝ่ฝันอยากเรียนสมัยมัธยมให้ได้ แล้วอุบัติรักกับหนุ่มเมืองน้ำหอม(สามีสุดเลิฟ)ก็เกิดขึ้น ปัจจุบันย้ายกลับมาอยู่ฝรั่งเศสอีกครั้งพร้อมทำหน้าที่แม่บ้าน กรรมกร(บนเรือ)กับสามีอันเป็นที่รัก พร้อมกับพยายามสานฝันอาชีพนักแปลให้สำเร็จ เพื่อให้นักอ่านบ้านเราได้มีโอกาสสัมผัสวรรณกรรมฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น สองคนผัวเมียตั้งฝันเดินทางรอบโลกด้วยเรือลำน้อยของเราในอีกสามปีข้างหน้า จุดหมายไปทางยังไม่ระบุ ที่แน่ๆขั้วโลกอยู่นอกเส้นทาง