จากโตเน่ย์-ชารองต์ (Tonnay-Charente)
ในที่สุดทริปออกทะเล ล่องแม่น้ำเข้าสู่คลอง Canal du Midi ก็เริ่มขึ้น หลังจากวางแผนกันมากว่าหลายเดือน ช่วงวันหลังๆ ออกจะยุ่งวุ่นวายกับการเตรียมตัว เตรียมเรือ การเตรียมตัวก็ไม่ได้มีอะไรมาก ก็แค่ทำการกักตุนอาหาร ข้าวสาร 20 กิโล เส้นสปาเกตตี้สี่ห้ากล่อง ปลากระป๋องหลายหลายรสชาติยี่สิบกว่ากระป๋อง (กะกินกันจนว่ายน้ำแข่งกับปลาได้) ถั่วแขกกระป๋องและเครื่องกระป๋องอื่นๆ ไข่แพ็คใหญ่ แอ๊ปเปิ้ล (เป็นผลไม้ที่เก็บได้นาน และคลายกระหายได้เป็นอย่างดี) สรุปว่าตุนของกินเหมือนจะออกทะเลไม่เจอฝั่งสองอาทิตย์ หลักประจำใจของพวกฉันคือ เหลือดีกว่าขาด ยังไงซะของพวกนี้ก็เก็บไว้ได้นาน ไม่เน่าไม่เสีย ส่วนเรือนี่เตรียมกันจนวินาทีสุดท้ายจริงๆ กำหนดวันเดินทางของพวกฉันเลยขึ้นอยู่กับวันที่ได้รับของที่สั่งซื้อ ปั๊มน้ำสำหรับกรณีน้ำเข้าเรือ สั่งซื้อจากอังกฤษเนื่องจากราคาถูกกว่าซื้อที่นี่ ลูกรอกที่สั่งซื้อทางอินเตอร์เนตเช่นกัน (อันนี้มาถึงหนึ่งวันก่อนเดินทาง ลุ้นกันแทบตาย) ส่วนลูกรอกที่ใช้สำหรับขึงใบเรือด้านหน้า หาซื้อยากเหลือเกิน อาจารย์ที่เคยสอนเรื่องเรือของสามีเลยเสนอให้เอามาทำที่โรงฝึก อุปกรณ์ครบครัน โล่งอกกันไป...

วันแรกของการเดินทาง
พวกฉันเลือกวันนี้เนื่องจากดูพยากรณ์อากาศแล้ว ฟ้าเป็นใจ ไม่ร้อนไม่หนาว ดูกระแสน้ำขึ้นน้ำลง น้ำก็เป็นใจอีก และเป็นวันก่อนพระจันทร์เต็มดวง พระจันทร์มาเกี่ยวอะไรน่ะรึ ก็เพราะจากที่สังเกตุกันมาหลายครั้ง หลังพระจันทร์เต็มดวง อากาศมักจะเปลี่ยนแปลง เช่นถ้าอากาศดี แดดส่อง ฟ้าโปร่ง หลังพระจันทร์เต็มดวง อาจจะฝนตก หรืออุณหภูมิลดลง สรุปว่าทุกอย่างเป็นใจ เวลาสำหรับการเดินทางคือสี่โมงเย็น ซึ่งเป็นเวลาน้ำลง กระแสน้ำจะได้ช่วยพาเรือออกปากแม่น้ำได้เร็วขึ้น ช่วงเช้าตระเตรียมใบ เก็บของเข้าที่เข้าทาง ตกบ่ายครอบครัวสามีพากันมาส่งครบถ้วนทั้งพ่อ แม่ ยาย น้องชาย น้องสะใภ้ บอกลากันเสร็จศัพท์ก็ชักใบขึ้นเสา ติดเครื่องยนต์ มุ่งสู่ปากแม่น้ำชารองต์ ช่วงแรกๆ เรือล่องตุปัดตุเป๋ เพราะสามียุ่งอยู่กับการเตรียมเชือก ลมไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่ ล่องไปได้ห้าร้อยเมตร เห็นแม่สามียืนสังเกตุการณ์อยู่ที่โป๊ะเรือถัดไป เข้าใจว่าจะเป็นกังวล เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกฉันจะออกทะเลกับเรือลำนี้ อยากบอกว่าฉันเองก็แอบหวั่นๆ เล็กน้อย ครั้งแรกก็งี้แหล่ะนะ ระหว่างทางเห็นผู้หญิงผู้ชายสองคนกำลังยืนถ่ายรูปพวกฉันแล้วโบกมือให้ พอดูไปดูมาเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของบ้านสามีนั่นเอง เรือค่อยๆ ล่องไปตามทางสู่ปากแม่น้ำ ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง สามีเริ่มชักใบที่สองขึ้นแล้วดับเครื่องยนต์ ให้ลมและน้ำเป็นคนนำทางแทน ส่วนฉันแอบลุ้นแอบตื่นเต้น พยายามไม่แสดงออกให้สามีรู้ว่าแอบกลัว เกรงว่าจะทำให้เขากดดัน พอถึงปากแม่น้ำ สามีชี้ให้ดูเกาะเอ็กซ์ (Ile d’Aix)ที่พวกฉันจะทอดสมอนอนคืนนี้ แล้วจู่ๆ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น เรือหมุนกลับ กระแสลมเปลี่ยนทิศทาง พอสามีหันหัวเรือกลับมาตั้งหลักใหม่ พวกฉันกลับรู้สึกว่าเรือไม่ขยับเขยื้อนเหมือนท้องเรือติดอะไรอยู่ สองคนผัวเมียพากันงง น้ำเพิ่งลงได้สองชั่วโมง ไม่น่าจะเกยตื้นได้ พวกฉันเลยจำเป็นต้องติดเครื่องเพื่อดันเรือออกจากตรงนั้นให้ได้ เพราะจะทอดสมอนอนค้างคืนตรงนั้นคงไม่สนุกเท่าไหร่ ยื้อกันอยู่ครึ่งชั่วโมงก็ออกมาได้ เฮ้อ...มันต้องมีอะไรสักอย่างอีกตามเคย จะราบรื่น เรียบง่ายดูจะไม่เหมาะกับพวกฉันสักเท่าไหร่ แล้วเราก็มุ่งหน้าสู่เกาะเอ็กซ์ พวกฉันเลาะไปทางทิศใต้ของเกาะ เพื่อจะทอดสมอในอ่าวเล็กๆ ที่สามีบอกว่ากันคลื่นลมได้ดี ฉันไม่รู้จักก็เชื่อสามีตามเคย ในอ่าวนั้นมีทุ่นลอยสามทุ่นสำหรับเรือที่ต้องการค้างคืนที่นั่นได้ลอยคอรอคอยยามค่ำคืน ส่วนพวกฉันต้องไม่เหมือนใคร ขอทอดสมอเท่านั้น ไม่ได้กลัวโขดหินใต้น้ำอะไรกับเค้าเล้ย ด้วยเห็นว่าท้องเรืออยู่ใต้น้ำแค่ห้าสิบเซนติเมตร กะว่าไม่เจออะไรแน่นอน ตลอดทางฉันไม่ได้มีอาการเมาคลื่นแต่อย่างใด แต่ดันมาเมาตอนทอดสมอนี่แหล่ะ เรือโคลงเคลงไม่หยุด ทั้งลทม ทั้งคลื่นลูกเล็กๆ ฉันกินข้าวไม่ลง ระหว่างทำกับข้าวก็โยกไปโยกมา ฉันเลยตัดสินใจขึ้นเตียงไปนอนแผ่สามสลึงหมดแรง ไมได้มีอะไรดีขึ้น ตลอดคืนนั้นพวกฉันไม่ได้หลับได้นอน โยกเยกกันทั้งคืน นี่ขนาดเป็นอ่าวที่กันคลื่นลมได้ดีนะ ถ้าไม่กันนี่ของที่กินเข้าไปคงออกมาหมด...

วันที่สองเกาะเอ็กซ์ถึงเกาะโอเลรง (Ile d’Oléron)
ตอนเช้าพากันตื่นขึ้นมาแบบมึนๆ รีบเอาเรือออกเพราะตั้งใจจะเข้าปากแม่น้ำจีรง (Gironde) ตอนช่วงน้ำขึ้น วันนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ออกทะเลจริงๆ คลื่นในมหาสมุทรแอตแลนติกเรียบชายฝั่ง เป็นคลื่นลูกใหญ่ ห่างๆ กัน ทำให้การเคลื่อนไหวของเรือค่อยๆ เป็นไปอย่างนุ่มนวล ไม่กระแทกแรงๆ เหมือนในแม่น้ำ เรือค่อยล่องไปตามกระแสลม ฉันบอกได้เลยว่าอยู่กลางทะเลน่ากลัวน้อยกว่าอยู่ในแม่น้ำ เพราะในแม่น้ำเราต้องคอยระวังสองฝั่ง เกิดลมเปลี่ยนทางเรืออาจจะหมุนกลับได้ง่ายๆ ๆ ส่วนกลางทะเลเราใช้วิธีปรับใบตามกระแสลม และทะเลก็กว้างพอที่จะเลี้ยวกลับไปกลับมาสามรอบยังได้ ฉันชอบทะเลมากกว่าแม่น้ำ ฉันมีหน้าที่ดูแผนที่แทบกับตำแหน่งที่ระบุในจีพีเอส ในแผนที่จะมีบอกละติจูด ลงจิจูด ตรงไหนมีประภาคาร ตรงไหนมีโขดหินอันตราย ถ้ามีโขดหินก็ต้องมีคลื่นแรง ด้วยความที่เราแล่นเรียบชายฝั่ง จะเห็นได้จุดน่ากลัวชัดมาก แค่เห็นก็รู้แล้วว่าไม่ควรเฉียดไปแถวนั้น เป้าหมายวันนี้คือเข้าปากแม่น้ำให้ได้ แต่ดูเวลาแล้วสรุปว่าไม่ทันแหงๆ ฉันเลยดูแผนที่หาที่ๆ สามารถทอดสมอได้ พวกฉันจึงตัดสินใจทอดสมอค้างคืนที่จุดสุดท้ายที่สามารถทอดสมอได้ของเกาะ พวกฉันค่อยๆ เอาเรือเข้าใกล้ชายฝั่งเกาะโอเลรง (เกาะใหญ่เป็นอันดับสองของฝรั่งเศส รองจากเกาะคอร์ซิก้า) เห็นอ่าวเล็กๆ อยู่ไม่ไกล ดูแล้วน่าจะเป็นจุดนี้ พวกฉันมองเห็นคนเล่นเซิร์ฟเต็มไปหมด พยายามจ่อเข้าไปที่จุดที่ว่างที่สุด แล้วก็มีคนเล่นคาตามารันเล็กลำหนึ่งเข้ามาใกล้ พวกฉันเลยสอบถามว่าใช่จุดทอดสมอรึป่าว พี่คนนั้นเลยว่าใช่ แต่เรือพวกฉันเข้าไปไม่ได้หรอก มันติ้น สามีฉันตอบกลับด้วยความภาคภูมิใจว่าท้องเรือลึกแค่ห้าสิบเซนติเมตร ยกคีบ (อันนี้ไม่รู้ภาษาไทยเรียกอะไร เลยเอาอวัยวะของปลามาใช้ไปก่อน) ขึ้นได้ พี่แกเลยบอกให้ตามเขาไป ใจง่ายอย่างพวกฉันก็พุ่งเข้าไปเลย เห็นทุ่นลอยเต็มไปหมด เลือกตามใจชอบได้เลย เพียงแต่อย่าใกล้เรือลำอื่นมากไปเท่านั้นเอง สามีฉันเป็นคนคว้าทุ่น ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะนอกจากจะเต็มไปด้วยคนเล่นเซิร์ฟที่ไม่รู้ติดใจอะไรพวกฉันนักหนา คอยจะพุ่งเข้าหาเรือพวกฉันกันจริง พวกฉันเลยต้องระวังมากขึ้น แถมต้องช่วยกันเล็งทุ่นที่ถูกใจ ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ในที่สุดทุ่นนั้นก็เป็นของเราจนได้ คราวนี้เป็นอ่าวที่คลื่นลมสงบจริงใจ ไม่ไก่กาเหมือนเมื่อคืน ระยะเวลาเดินเรือวันนี้แปดชั่วโมงเต็ม หน้าตาเกรียมแดดไปตามๆ กัน แม้ลมจะเย็นแต่แดดก็แรงพอที่จะเผาไหม้พวกฉันได้ คืนนั้นพวกฉันนอนหลับกันเป็นตาย พร้อมกับอาการแสบร้อนที่ใบหน้า (ซื้อของตุนมากมาย แต่ดันลืมครีมกันแดด)...

ปล. ทริปนี้ยังเหลืออีกเป็นเดือน ปกติฉันจะไม่ค่อยได้มีอินเตอร์เนตใช้ ไว้จะค่อยๆ มาอัพข้อมูลเมื่อมีโอกาส หนึ่งเดือนผ่านไปตอนนี้พวกฉันล่องเข้าคลอง Canal latéral à la Garonne มาได้ 100 กิโลเมตรแล้ว ส่วนรูปจะเอามาลงเมื่อจบทริปจ้า...



Create Date : 14 พฤษภาคม 2554
Last Update : 31 กรกฎาคม 2554 2:27:55 น.
Counter : 241 Pageviews.

2 comments
  
โดย: เด็ก(อยาก)แนว วันที่: 14 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:40:55 น.
  
"อยากบอกว่าฉันเองก็แอบหวั่นๆ เล็กน้อย" หุๆๆ น่าตื่นเต้นครับ

"ถ้าไม่กันนี่ของที่กินเข้าไปคงออกมาหมด" คลื่นคงแรงมาก

"ใจง่ายอย่างพวกฉันก็พุ่งเข้าไปเลย" แฮ่ๆๆ ขำ

"ซื้อของตุนมากมาย แต่ดันลืมครีมกันแดด" ของสำคัญเสียด้วย

อ่านไปลุ้นไป น่าตื่นเต้นมาก จะคอยติดตามต่อครับ
โดย: bayesian วันที่: 17 พฤษภาคม 2554 เวลา:14:12:15 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Tibou
Location :
Phisanulok  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เด็กอ้วนถือกำเนิดกลางตลาดเมืองสองแคว เมื่อ 31 ปีที่แล้ว จากนั้นก็ชีพจรลงเท้าไปเรียนประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้วยแรงบันดาลใจอะไรสักอย่างชีพจรก็พาสองเท้าเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังเมืองน้ำหอมพร้อมกับความตั้งใจที่จะพูดภาษาฝรั่ีงเศสที่ใฝ่ฝันอยากเรียนสมัยมัธยมให้ได้ แล้วอุบัติรักกับหนุ่มเมืองน้ำหอม(สามีสุดเลิฟ)ก็เกิดขึ้น ปัจจุบันย้ายกลับมาอยู่ฝรั่งเศสอีกครั้งพร้อมทำหน้าที่แม่บ้าน กรรมกร(บนเรือ)กับสามีอันเป็นที่รัก พร้อมกับพยายามสานฝันอาชีพนักแปลให้สำเร็จ เพื่อให้นักอ่านบ้านเราได้มีโอกาสสัมผัสวรรณกรรมฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น สองคนผัวเมียตั้งฝันเดินทางรอบโลกด้วยเรือลำน้อยของเราในอีกสามปีข้างหน้า จุดหมายไปทางยังไม่ระบุ ที่แน่ๆขั้วโลกอยู่นอกเส้นทาง