คิดไม่ตก
ช่วงนี้คิดไม่ตกเรื่องการเลือกวันกลับเมืองไทย ตอนแรกฉันคิดว่าจะกลับช่วงกลางมีนาถึงกลางเมษา หลังต่อวีซ่าช่วงมีนาเรียบร้อย แต่สามีฉันดันเตรียมแผนการเดินเรือล่องแม่น้ำของปีนี้ช่วงต้นเมษา หลังจากที่คุณเธอดูตารางเวลาน้ำขึ้นน้ำลง และช่วงนั้นยังไม่ค่อยมีคนออกเรือมากนัก ด้วยความไม่อยากออกเรือช่วงเดียวกันคนอื่น ก็เลยเลือกช่วงนั้น แล้วทีนี้ฉันจะทำยังไงล่ะ พอฉันคุยกับสามี เขาก็ว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือพฤศจิกา-ธันวา ช่วงนั้นอากาศเริ่มหนาว แถมฟ้ามืดเร็ว เวลาในแต่ละวันสั้นลง มักเป็นเดือนที่หดหู่ ฉะนั้นช่วงนี้จึงดีที่สุด แต่ตัวฉันเกรงว่าจะลงแดงอยากกลับบ้านซะก่อน สุดท้ายคิดไปคิดมา เอาเท้าก่ายหน้าผาก เลยตกลงว่า มันดูยุ่งยากติดขัดเหลือเกิน ถ้างั้นก็กลับเดือนพฤศจิกาละกัน จะได้ไปด้วยกันทั้งสองคน ไม่ต้องทิ้งอีกฝ่ายอยู่คนเดียว เดี๋ยวจะหดหู่...

จริงๆ ฉันก็อยากกลับเมืองไทยคนเดียว แอบคิดเห็นแก่ตัวว่าจะได้เป็นโสด ว่างๆ โล่งๆ อยากทำ อยากซื้อ อยากไป อยากกินอะไรได้สะดวกใจ ไม่ต้องคอยดูแลเป็นห่วงสามี แต่คิดอีกทีไปด้วยกันก็ดี สามีฉันจะได้เห็นสวนที่พ่อแม่ฉันเพิ่งไว้บนเขาใกล้น้ำตกแก่งซอง สวนผลไม้หกไร่ที่ๆ บ้านฉันกำลังเห่อ พ่อถึงกับบ่นไม่อยากไปทำงานตั้งแต่มีสวน กลัวคนขโมยผลไม้บ้างล่ะ ตอนนี้ก็กำลังตัดแต่งสวนใหม่ให้ดูเรียบร้อย วางระบบน้ำไฟใหม่ พ่อฉันถึงขนาดต้องแวะขึ้นไปดูหัวกะโหลกที่ซื้อมาใหม่สำหรับบ่อน้ำ แม่ฉันที่ขี้เห่อพอๆ กันยังแซวว่า หัวกะโหลกอันละห้าร้อยกว่าบาท ถึงกับกลัวคนขโมย ต้องหลบงานขึ้นเขา ส่วนแม่ฉันก็ใช่ย่อย เห่อจัด ตรากตรำกรำแดดทำสวน รดน้ำต้นไม้เอง ขึ้นไปเฝ้าคนงานทั้งวันจนถึงกับเป็นหวัดแดด ส่วนน้องสาวฉัน นั่นก็ไม่เคยเห็นสวนเหมือนกับฉันนี่แหล่ะ เห่อไม่แพ้กัน ถึงขนาดโทรทางไกลจากอเมริกามาเกณฑ์ให้พ่อแม่ปลูกมะนาวขาย เพราะมะนาวเป็นทอง (มะนาวเป็นทองตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะ) ปลูกมะลิบ้าง อะไรบ้าง แถมยังส่งเมลล์มาบอกฉันว่า ยกสวนให้ฉันกับสามี ส่วนเธอขอปลูกไม้สักหนึ่งไร่(เอากะมันสิ ทำเหมือนเป็นของตัวเอง...)

ส่วนฉันก็เห่อไม่น้อยหน้าใคร
เห่อที่พ่อแม่จะได้ไปพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติวันเสาร์-อาทิตย์ตามประสา พ่อฉันจะเกษียณอีกสองปีจะได้มีอะไรทำไม่เบื่อ นั่งแก่หน้าทีวีอยู่ที่บ้าน พ่อแม่จะได้ไม่ต้องเอาแต่คอยดูแลหอพัก วุ่นวายกับบรรดาเด็กวัยรุ่นวัยร้ายทั้งหลายตลอดเวลา
เห่อที่ความฝันที่จะได้มีที่ๆเป็นธรรมชาติบนฝั่ง นอกเหนือจากทะเลที่สองคนผัวเมียจะพากันไปเผชิญ เอ้ย ผจญภัย ฉันแอบหวังว่าวันหนึ่งพ่อคุณจะอยากไปอยู่เมืองไทยบ้านเกิดเมียบ้างเป็นระยะๆ หลังจากที่อยู่มาสี่ปี ไม่ประทับใจ เข้าขั้นรังเกียจ สร้างความอึดอัดใจให้ฉันอย่างแรง เพราะวันนึงฉันก็อยากกลับบ้านไปอยู่ใกล้พ่อ แม่ น้องสาวนี่นา ฉันเลยคิดว่าสวนที่พ่อแม่ซื้อไว้อาจะเป็นเครื่องดึงดูดใจบ้าง อย่างน้อยก็สงบ ธรรมชาติ ไม่มีรถราวิ่งวุ่นวาย ไม่มีคนพลุกพล่านให้เวียนหัวอย่างที่พวกฉันชอบ...





Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2554 17:55:36 น.
Counter : 203 Pageviews.

1 comments
  
โดย: xyzjung วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:57:52 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Tibou
Location :
Phisanulok  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เด็กอ้วนถือกำเนิดกลางตลาดเมืองสองแคว เมื่อ 31 ปีที่แล้ว จากนั้นก็ชีพจรลงเท้าไปเรียนประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้วยแรงบันดาลใจอะไรสักอย่างชีพจรก็พาสองเท้าเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังเมืองน้ำหอมพร้อมกับความตั้งใจที่จะพูดภาษาฝรั่ีงเศสที่ใฝ่ฝันอยากเรียนสมัยมัธยมให้ได้ แล้วอุบัติรักกับหนุ่มเมืองน้ำหอม(สามีสุดเลิฟ)ก็เกิดขึ้น ปัจจุบันย้ายกลับมาอยู่ฝรั่งเศสอีกครั้งพร้อมทำหน้าที่แม่บ้าน กรรมกร(บนเรือ)กับสามีอันเป็นที่รัก พร้อมกับพยายามสานฝันอาชีพนักแปลให้สำเร็จ เพื่อให้นักอ่านบ้านเราได้มีโอกาสสัมผัสวรรณกรรมฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น สองคนผัวเมียตั้งฝันเดินทางรอบโลกด้วยเรือลำน้อยของเราในอีกสามปีข้างหน้า จุดหมายไปทางยังไม่ระบุ ที่แน่ๆขั้วโลกอยู่นอกเส้นทาง