Live Love Laugh Learn Bake Shop^^

Group Blog
 
All blogs
 
1st Day in Tokyo

เราบินกับแอร์เอเชียค่ะ 5 ชั่วโมง เหนื่อยและเพลียมากกกกก
เครื่องลงที่สนามบินนาริตะ ประมาณ 8 โมงกว่า 
ลงมาถึงก็ตั้งสติแปปนึง ผ่านอิมมิเกรชั่น รับกระเป๋า แล้วก็หาทางไปขึ้นรถไฟค่ะ
เอาจริง ๆ ก็เดินไปมั่ว ๆ แล้วก็เฮ้ย!!! เจอที่แลกตั๋วเฉยเลยย
เราก็เปิดใช้ตั๋ว JR ตั้งแต่วันแรกเลย แล้วก็บอกเจ้าหน้าที่ไปว่าอยากไปสถานี Higashi-jujo 
คือเค้าเข้าใจภาษาอังกฤษนะ และก็พอจะพูดได้บ้าง 
แต่ปัญหาคือ เราฟัง accent ของเค้ายากมาก มาก มาก แต่ก็เข้าใจมาได้ยังไงก็ไม่รู้
เจ้าหน้าที่ดีมากกก reserved ตั๋วของ Narita express มาให้ ลงที่สถานีโตเกียว
แล้วก็พูดอะไรซักอย่างซึ่งเราฟังไม่ออก แต่ก็รับตั๋วมา 
ซึ่งเราก็เข้าใจว่านางคงให้เราไปสถานีโตเกียวก่อน ซึ่งมันเป็นสถานีใหญ่ 
แล้วยูค่อยหาทางไปต่อเอานะ
(จริงๆ แล้วนางอาจจะบอกก็ได้ ว่าไปต่อยังไง...แต่เราฟังไม่เข้าใจนิ!)



ได้ตั๋ว มาก็ งง งง เพราะมันเป็น reserved seat 
CAR 5 Seat 8C และ 9C --- ที่นั่งที่โอเค แต่ Car 5 นี่คือ อันไหน? แล้วรถไฟเที่ยวไหน? 
มีเวลายืนงงแค่ประมาณ 10 วินาที รถไฟมา ??????? เอาไง??
ขึ้นรถสิ ค่อยไปลุ้นเอาข้างในรถล่ะกัน
แต่ปรากฏว่าเราเข้าไป Car 5 พอดี จ้าาา โชคดี จีจี แล้วก็หาที่นั่ง
จริงๆ แล้วถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้นะว่าถูกขบวนป่าว 
ตอนนั่งก็แบบ..ถ้ามีคนอื่นมาถามหาที่นั่งก็ค่อยลุกล่ะกัน

นั่งไป ก็ชมวิวไป ตื่นเต้นกับวิวเบาๆ เพราะเพลียมากกก 
แล้วก็ต้องค่อยนั่งจ้องหน้าจอว่ามันจะถึงสถานีโตเกียวตอนไหน
ใช้เวลานั่งเกือบชั่วโมง (เพิ่งรู้ว่าสนามบินนาริตะมันอยู่ห่างจากโตเกียวไกลเลย)

สถานีโตเกียว ใหญ่มาก คนเยอะมากก คนญี่ปุ่นเดินกันเร็วมากกกกก แต่ไม่มีชนกันเลยนะ
เรายืนตะลึงอยู่แปปนึง ก็เริ่มหาทางไปต่อ ซึ่งตอนนี้สติในการหาทางด้วยตัวเองแทบจะไม่เหลือแระ
วิธีการที่จะได้ไปเร็วที่สุด คือ ถามค่ะ  เจอบูท information ของ JR พอดี 
ก็โชว์ Hyperdia (ซึ่งตอนนั้นยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่) ให้นางดู 
ว่าเราจะไป Higashi-jujo นะ ใช้ JR pass เลยได้ป่าว 
นางก็พยักหน้า แล้วก็ชี้ ๆ ..... เราก็เข้าใจได้ฟัง ใช้ได้ 
จากนั้นเราก็มาดู Hyperdia อีกที แล้วก็เก็ทว่า มันมีบอกชื่อขบวนรถนี่หว่า แล้วก็คอยดูว่าไปขึ้นขบวนนี้ที่ Gate ไหน
แต่ที่ไม่รู้คือ สถานีที่เราจะไปนี่ มันอยู่ตรงไหนว่ะ ซ้าย หรือ ขวา 
ครั้งแรก ก็ เสี่ยงทายเลยค่าาาาา 
ปรากฏว่า ขึ้นผิดทาง!!
ใช้เวลาตั้งสติอยู่ประมาณ 3 สถานีผ่านไป เลยคิดได้ว่าต้องลง แล้วกลับไปขึ้นอีกฝั่งนึง
ตอนที่เปลี่ยนรถไฟ เราหลงกับน้อง  ... ด้วยความที่พอเดินมาถึงแล้วรถไฟมันเปิดประตูอยู่ 
เราก็เดินเข้าไปก่อน แต่น้องของเราช้าค่ะ นางขึ้นไม่ทัน ติ้ง ติ้ง ประตูปิด 
เอาแล้วไง.......

โทรศัพท์นางก็ไม่ได้เปิดโรมมิ่ง..โทรไม่ได้ 
แต่ยังโชคดีที่น้องเราเป็นคนถือ pocket wifi  
เราก็เลยเปิดใช้เน็ตกับโรมมิ่ง แล้วก็ส่งข้อความไปว่าเราจะลงไปรอที่สถานีถัดไป
ลุ้น อยู่ประมาณ 15 วินาที นางก็ตอบกลับมา ..ดีใจแทบกระโดด
ตอนนั้นสมง สมอง นี่คิดไปเยอะแระ ว่าจะทำยังไงดี ถ้าติดต่อนางไม่ได้
พอนางตอบกลับมา เราก็เลยบอกว่า ไม่ต้องลง เดี่ยวเราขึ้นต่อไปเลย (สติเริ่มมาแระ)

ในที่สุด ก็ถึงสถานี Higashi-jujo ก็ลากกระเป๋ากันออกมาหน้าสถานี 
โรงแรมคือดี ใกล้สถานีมากกก แต่ไปถึงแล้ว ยังเช็คอินไม่ได้จ้าาา 
แต่คือ ณ จุดนั้น ไปไหนไม่รอดแล้ว เลยตั้งใจว่า หาอะไรกินแล้วก็รอแถว ๆ นั้นแหละ
ตรงข้ามโรงแรมเป็น 7-11 

.................................
เราซื้อข้าวจากเซเว่น มี ข้าวปั้นไข่ปลาเมนไทโกะ 
นี่คืออย่างแรกที่หยิบเลย ตั้งใจไว้ตั้งแต่มาจากเมืองไทยว่าต้องกินไอ้ไข่ปลานี้ให้ได้
คำแรกที่คือกิน ไป คือ เอิ่ม ..กินได้ แต่ แต่ มันก็ไม่ได้อร่อยเว่อร์เหมือนในทีวีนี่หว่า
ยิ่งพอกินไปหลาย ๆ คำ นี่เริ่มคาว 
แต่อาจเป็นเพราะเราเพลียมากด้วยมั๊งเลยไม่ค่อยอร่อย



อีกอย่างนึงคือเป็น ข้าวกล่อง มีหลาย ๆ อย่าง
อันนี้กินได้ แต่ก็ไม่ได้อร่อยนะ คือกินได้ อะ แต่เราชอบอีบ๊วยเค็มมาก ๆ 
มันเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ แก้เมาเครื่องบินได้ดี 



อันที่อร่อยสุดคือ บิบิมบับ 5555+++
มาญี่ปุ่นแต่หยิบบิบิมบับมา และก็ปรากฏว่ามันอร่อยสุด 
หรือว่าอาจจะถูกปากเราที่สุดในสามอย่างนี้ก็ได้



นี่ก็พยายามเดินเล่นแถว ๆ นั้น รอเช็คอิน 
บ้านหลังนี้น่ารัก 



เดินได้ไม่เยอะ แทบจิคลาน ก็มานั่งตากแอร์รอ ประมาณบ่ายโมงก็ได้เช็คอิน
ห้องเล็กมากกกกกแค่เตียงก็เต็มห้องแระ 
แต่ของใช้นี่ครบมากกก นะ เราก็ยังอึ้ง ว่าเค้ามีครบทุกอย่างเลย 

มีกาต้มน้ำด้วยนะ ตู้เย็นอยู่ข้างล่าง มีอ่างล้างจาน
ทางแมวเดิน


นอนพัก 2 ชั่วโมง ค่ะ แล้วก็เริ่มเที่ยวเลย 
Tokyo Tower 



ไปถึงประมาณ 4-5 โมง คนไม่เยอะเท่าไหร่ ซื้อตั๋วแล้วก็ขึ้นไปเล้ยยยย
มีพนักงานค่อยกดลิฟท์ให้ด้วย 
ตอนที่อยู่ในลิฟท์ก็มีบรีฟเล็กน้อยเป็นซาว์แทรกภาษาญี่ปุ่น แบบไม่มีซับไตเติ้ล
ฟังไม่ออก..


เรากะว่าจะรอให้มืดเลย อยากดูวิวเมืองโตเกียวทั้งแบบกลางวันและกลางคืน
เลยนั่งรอด้วยซอฟครีมช็อคโกแลตและกาแฟ 
นั่งซักพักมีวงดนตรีมาเล่นให้ฟังด้วย...คนนั่งรอฟังเยอะเลย



พอมืดก็ลงมา ... มีพนักงานกดลิฟท์ไปส่งที่ชั้นของฝาก 
อยากซื้อทุกอย่างเลย แต่กลัวจะอยู่ไม่รอดจนถึงวันสุดท้าย



น่ารักอ่าาาา อยากได้ แต่ขี้เกียจหิ้ว ขี้เกียจแบกก กลัวตังค์หมดด้วย 



ณ จุดนั้น หิวมากมาก ทั้งวันกินแต่ข้าวเซเว่น ที่ อร่อยไม่มากก 
อยากกินนนนนอาหารญี่ปุ่นนนน
จำได้ว่าเดินผ่านร้านแกงกะหรี่ Coco ตอนขามา เลยกลับไปกิน
เป็นร้านนึงที่ตั้งใจมากิน เพราะเราชอบมาก 
หลายคนบอกว่าอร่อยกว่าที่เมืองไทยนะยูววววว...ต้องกิน ๆ 



อร่อยจ้าา ไม่มาก ไม่น้อย 
ของเราเป็น แกงกะหรี่เนื้อ ครอกเก้ปูกับสครัมเบิลเอ้ก
ของน้องเป็น แกงกะหรี่หมู หมูทอดและผัก
กินไม่หมดจ้าาาาา จานใหญ่โตมากก ขนาดลดข้าวลงแล้วนะ
เทียบกับที่ไทย ราคา พอๆ กัน ส่วนรสชาติ เราว่าเราแยกไม่ออกอ่ะ 555++

.............................. จบแระวันแรก 
กลับไปชาร์ตพลัง นอนนนนน พรุ่งนี้จะตื่นเช้าาาาา




Create Date : 03 กรกฎาคม 2558
Last Update : 6 กรกฎาคม 2558 16:20:17 น. 0 comments
Counter : 375 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
หมึกหน้ามึน
Location :
ภูเก็ต Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ราศีเมษ

บุคลิก : ผู้ที่เกิดในราศีนี้เป็นคนที่มีความอดทน จริงจัง อารมณ์ร้อน ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ วางฟอร์มนิดๆ แต่ก็มีสติปัญญาดีมาก คิดไวทำไว เน้นการแก้ไขปัญหา พูดในสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผล รักเสียงดนตรี ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมกับใคร ไม่ชอบพูดมากไม่เพ้อฝัน พูดจาขวานผ่าซาก ไม่กลัวใคร ถ้าดื้อก็เป็นประเภทดื้อเงียบ

งานที่เหมาะสม : งานที่ต้องใช้ความสามารถล้วนๆ เช่น นักวิทยาศาสตร์ นักแสดง นักร้อง นายทหาร นายตำรวจ ช่างไฟฟ้า ตัดเย็บเสื้อผ้า ช่างตัดผม ค้าขายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง เป็นต้น

Friends' blogs
[Add หมึกหน้ามึน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.