Group Blog
 
All blogs
 

Workshop 2 : เทคนิคการ draft ภาพ illustration (แบบใช้ effect blur)

สวัสดีค่ะ

Workshop นี้เป็นการ draft ภาพคนด้วยโปรแกรม Adobe Illustrator เหมือนกันนะคะ แต่เป็นแบบใช้เทคนิค effect blur เข้ามาเสริมเพื่อได้ลักษณะของงานอีกแบบค่ะ
workshop ชิ้นนี้เลือกน้อง emmy กับ Patrick จาก Phantom of the Opera มา draft ค่ะ



คุณคงเคยประสบปัญหาในการผสมสีผิว จากนี้ปัญหาเหล่านี้จะบรรเทาได้ถ้าคุณใช้ Illus CS เพราะเพียงคุณเลือก window > swatch library > skintone เฉดสีผิวจะขึ้นมาให้จิ้มได้ตามสะดวกค่ะ เลือกสีผิวกันเสร็จแล้วก็เลือก pen tool ในการ draft งาน


ใช้ปากกาหรือดินสอก็ได้ในการวาดคิ้วโดยใช้ฝีแปรงที่เราเลือก


ธรรมชาติของดวงตาประกอบด้วย
1. ตาขาว
2. ตาดำ
3. นัยน์ตา
4. แววตา
5. เส้นเลือดในตา
6. ขนตาล่าง-บน
7. หัวตา
เราเริ่มเดินเส้นที่ตาขาวก่อน โดยตาขาวนั้นจะไม่ขาวจั๊วะ แต่ส่วนมากจะเหลืองอมเทา ตาดำก็ไม่ดำปี๋ แต่จะเป็นน้ำตาลเข้มค่ะ




วาดเสร็จทุกส่วนเป็นแบนๆไว้แล้วก็เริ่มใส่แสงเงา ด้านล่างลูกตาดำส่วนมากจะสว่างกว่าด้านบน (เพราะด้านบนจะโดนเงาของขนตาที่ยื่นออกมาบังอยู่จางๆไงคะ)

วาด highlight ด้านล่างดวงตาโดยเลือกสีเป็นสีเดียวกับนัยน์ตาดำ ใช้ effect guassian blur และทำให้สว่างขึ้นด้วย transparency > screen ปรับ opacity เอาตามสะดวกค่ะ


จากนั้นวาดเส้นเลือดในดวงตา ตามรูป ทำให้สีกลืนไปกับภาพโดยสูตรเดิม transprency > multiply เอา opacity แต่ 20-40% ก็พอ จะได้ดูไม่เด่นจนเกินไป เสร็จแล้ววาดขนตา ซึ่งจะใช้ pen tool ดัดไปที่ละเส้นก็ได้ หรือ ใช้ ดินสอลากก็ได้ค่ะ

จากนั้นใส่เงาใต้ขนตาบางๆ ให้ดูมีมิติ และเก็ยรายละเอียดส่วนอื่นเช่น หัวตา highlight ใต้ตา และเงาที่หางตา


เราได้ตาของเอมมี่แล้ว มาต่อจมูก ซึ่งจมูกนี้ เนื่องจากจมูกเป็นอวัยวะที่มีสีเดียวกับผิวหนัง และยื่นออกมา ความสำคัญจึงตกไปอยู่กับการลงน้ำหนัก (จะบ่งบอกเชื้อชาติกันอีตรงนี้แหละ) ซึ่งเราจะทำกันในภายหลังทีเดียวพร้อมกันทั้งใบหน้า ตอนนี้วาดเส้นที่เห็นเด่นชัดของจมูกก่อน เช่น รูจมูก

ไล่ลงมาถึงปากที่หลายคนบ่นว่ายาก เห็นควรว่ายากจริงๆ เพราะจะดูอื่มเอิบหรือแห้งเป็นบ๊วยก็อยู่ที่การให้สีและการปรับค่าความเข้มอ่อนของน้ ำหนักเหมือนเดิม คือ วาดที่อยู่ในสุดก่อน นั่นคือ ช่องปาก ฟันเหงือก(ถ้ามี) ตามลำดับ ในส่วนของฟันนั้น ก็จะไม่ขาวจั๊วะอีกเช่นกัน (เดี๋ยวโดย kanna แซวว่าใช้ดอกบัวคู่) จะออกเหลืองอมเทาโทนเดียวกับสีของตาขาว

จากนั้นใส่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆเข้าไป เช่น ผิวริมฝีปากที่หยักเป็นลอน ส่วนนี้ต้องบางนิดนึง เพราถ้าสีตัดกันกับสีริมฝีปากมากจะดูเป็นปากแห้งทันที พอตกแต่งจนหนำใจแล้วก็ลากช่องปากที่เอาไปรอไว้มาซ้อนไปด้านหลังเป็นอันว่าเสร็จค่ะ


เราก็ได้หน้าน้องเอมมี่ครบทุกส่วน แต่ยังแบนแต๊ดแต๋เนื่องจากยังไม่ได้ลงน้ำหนักอะไรเลย


หลังจากได้หน้าเอมมี่แบบแบ๊นแบนไปแล้ว ก็ถึงมหากาพย์แห่งการลงน้ำหนัก เริ่มจากจมูกก่อน ช่วงทีโซนของใบหน้าจะเป็นบริเวณที่เป็นไฮไลท์ แอ้มใช้ดินสอวาดขอบเขตบริเวณที่แสงตกแล้วใส่ effect guassian blur จากนั้นกำหนด transparency > screen (ยิ่งเบลอมาก สียิ่งกระจายมาก) หน้าผาก สันจมูก และใต้ปากจะเป็นส่วนที่เกิดแสง เพราะอยู่ใกล้แหล่งกำเนิดแสงมากกว่าบริเวณ ดังนั้นสีจะอ่อนกว่า ใบหน้าซีกซ้ายของเอมมี่จะเกิดเงา เพราะจมูกบังแสงไว้ส่วนหนึ่ง ส่วนที่เป็นเงาใช้ guassian blur & transparency > multiply
ขอแนะนำว่าให้กำหนด opacity เปอร์เซ็นต์น้อยๆไว้ก่อน และค่อยวาดซ้อนเพิ่มเข้าไป การไล่สีจะเนียนกว่าค่ะ


ใบหน้าสวยใสแล้วก็มาถึงส่วนร่างกายค่ะ หลักการเดียวกับการลงน้ำหนักที่หน้า ค่อยๆใส่ไปทีละนิดๆ เพิ่มตรงนิด ลดตรงนี้หน่อย ไม่ต้องใจร้อนค่ะ

และแล้วเราก็ได้เอมมี่ที่ดูมีชาติตระกูลขึ้นมาแล้ว ต่อไปต้องให้เธอใส่อะไรบ้างนะจ๊ะ อิอิ


จากนั้นเรามาเริ่มทำผมให้เอมมี่
รูปซ้าย > ใช้ปากกาเดินเส้นรูปทรงของทรงผม หาสีพื้นของสีผมค่ะ
รูปขวา > จากนั้นเป็นการประดิษฐ์ช่อผม โดยการใช้ brush tool ที่เราได้สร้างไว้ตอนทำคิ้ว ก็สามารถมา adapt ได้ในการทำเส้นผม สีให้อ่อนกว่าสีพื้นเล็กน้อย ต้องศึกษาเส้นทาง ทิศทางของผมให้ดีนะคะ เดี๋ยวผมเป็นสังกะตัง

ขั้นนี้จะเสียเวลาค่อนข้างมาก (อันนี้แอ้มใช้เมาส์ปากกาช่วยลากเส้นผมด้วยค่ะ)


พอลากช่อปมของเอมมี่ได้ที่ (คือทั้งศีรษะ) แล้ว ก็มาลงน้ำหนัก ซึ่งหลักการก็เหมือนกันกับส่วนอื่นเดี๊ยะ นั่นคือ ตรงไหนเงาใช้ multiply ตรงไหนสว่างใช้ screen จ้ะ ค่อยลงไปทีละจุดๆ

ไชโย!!! และแล้วเอมมี่ก็เสร็จได้ดั่งใจ ส่วนหนุ่มแพทริคก็ใช้หลักการเดียวกันนะจ๊ะ

เป็นอันว่าเสร็จสมบูรณ์ค้า (เฮือกๆ) สำหรับชิ้นนี้อยากสรุปเป็นข้อๆสำหรับการ illustrate ภาพในลักษณะ semi-realistic (คิดขึ้นเอง ) แบบนี้
1. การเลือกรูปที่จะมาดราฟท์ สำหรับผู้เพิ่งเริ่ม ขอแนะนำว่ารูปใหญ่หน่อย เอาแบบซูมเข้าไปเยอะๆ ไม่แตก เพราะจะทำให้เห็นขอบเขตของสีต่างๆชัดเจน (หมายถึง หน้าของแบบก็จะผิดเพี้ยนน้อยลงค่ะ)
2. วิเคราะห์ทิศทางของแสง จะทำให้เราลงน้ำหนักได้ง่ายขึ้น
3. พิจารณาธรรมชาติของส่วนต่างๆในร่างกาย สังเกตและนำมาประยุกต์ใช้ได้ (เช่น ดวงตาประกอบด้วยอะไรบ้าง ลักษณะของหู หรือ ริมฝีปาก ฯลฯ) การสังเกตสังกาเหล่านี้ จะช่วยเราได้เวลาเราเจอรูปต้นฉบับที่ไม่เคลียร์ค่ะ
4. หัดใช้เครื่องมือต่างๆให้ชำนาญ แล้วจะรู้สึกสนุกในการดราฟ์ภาพขึ้นเป็นกอง
5. อย่าใจร้อนนะคะ ค่อยๆทำ พอใจร้อนมือมันจะไม่แม่นค่ะ รูปก็ยิ่งเละ


ขอบคุณที่ติดตามนะคะ


เทคนิคเหล่านี้น่าจะเป็นทางเลือกให้เพื่อนๆได้เข้าใจกับงาน illustration และรู้สึกสนุกที่ได้อยู่กับมันในอีกสไตล์หนึ่งค่ะ




 

Create Date : 14 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 24 กรกฎาคม 2548 1:59:45 น.
Counter : 6065 Pageviews.  

Workshop : เทคนิคการ draft ภาพคนด้วย Adobe Illustrator

สำหรับท่านที่มีพื้นฐานกับโปรแกรม Adobe Illustrator มาบ้างนะคะ อันนี้เป็น workshop ที่เขียนขึ้นเผื่อถ่ายทอดเทคนิคส่วนตัวในการวาดภาพด้วย illustrator CS ในลักษณะของการ draft จากภาพต้นฉบับค่ะ

เรามาดูภาพต้นฉบับและวิเคราะห์กันนิดนึง
นวลนางท่านนี้คือ แคธรีน ซีต้า โจนส์ นะคะ

รูปต้นฉบับรูปนี้สำหรับแอ้มว่ายากนะคะ เพราะ
1. แสงเงาชัดเจนเกินไป (มีงี้ด้วย)
2. ขยายใหญ่แล้วภาพแตก ทำให้ต้องเดาเอาเองอยู่หลายจุด
3. ผมของเธอ ไร้แสงเงาโดยสิ้นเชิง



งานนี้จะเป็นแนว Vector จ๋าๆ เลยนะคะ ดังนั้นจะไม่ใช้ effect blur เลยค่ะ
เริ่มจากใช้ Pen tool พระเอกของเราสร้าง shape ของใบหน้าขึ้นมา แล้วใช้ เครื่องมือดูดสี (eyedropper) ดูดสีผิวของแบบ (เลือกดูดสีกลางๆนะคะ คือไม่เข้มไปอ่อนไป) จากนั้นก็เริ่มวาดคิ้ว



จากนั้นก็วาดดวงตา ส่วนประกอบของดวงตา วิธีคือ วาดตาขาว แล้วตาดำ ใช้วงกลมแปะลงไปบนตาขาว แล้วใช้คำสั่ง pathfinder > devided ตัดแบ่ง แล้วตัดส่วนเกินออกไปค่ะ จากนั้นก็เริ่มใส่ส่วนประกอบเข้าไปตามภาพค่ะ



ค่อยๆเพิ่มไปจนเสร็จค่ะ



จมูก เดี๋ยวค่อยมาลงเงาทีหลัง ตอนนี้วาดไปเส้นร่างไว้ก่อน


ปาก เริ่มจาก pen tool วาด shape ของริมฝีปากขึ้นมา
ค่อยๆใส่แสงเงาค่ะ เริ่มจากมุมปาก รอยแยกระหว่างปากบนปากล่าง ส่วนนี้จะเข้มกว่าส่วนอื่นนะคะ ใส่รอยหยัก ใช้ transpency > multiply เปอร์เซ็นต์น้อยๆนะคะ
ใส่ไฮไลท์ที่ริมฝีปากล่าง transpency > screen ค่ะ


จากนั้นเรามาลงแสงเงาที่ใบหน้าค่ะ การลงแสงเงาแบบไม่ใส่ blur จะยากตรงที่ไม่มี blur มาช่วยกลบเกลื่อนรายละเอียด คือเราต้องลงน้ำหนักสีให้กลมกลืนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะดูแล้ว ไม่รู้สึกว่าแสงเงาโดดน่ะค่ะ

ภาพนี้ แสงมา 2 ทิศทางคือ ด้านข้างขวาหน้า และด้านหลัง แสงเงาจะปรากฏตามภาพค่ะ


ช่วงลำตัวก็เช่นเดียวกันจ้า
สูตรเด็ดครองโลกของเราก็คือ ตรงไหนมืด transprency > multiply ตรงไหนสว่าง transparency > screen สองคำสั่งพาเพลินนะจ๊ะ


ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนซาลอน ที่หลายคนโอดโอยว่ามันย้ากยาก (ก็เห็นด้วยแหละค่ะว่ายาก) แต่ไม่มีอะไรนอกจากคำว่าขยันและอดทนนะคะสำหรับขั้นตอนนี้

เริ่มจากวาด shape ของทรงผมมาห่อนอีกเช่นเคย ภาพนี้ยากตรงที่ภาพต้นฉบับไม่มีแสงเงา ต้องอาศัยความมั่นใจ (ในการเดา) ค่ะ ภาพนี้ขอเปลี่ยนสีผมจากดำเป็นแนวน้ำตาลๆทองๆนะคะ

แอ้มสร้างแปรงสำหรับทำเส้นผมโดยเฉพาะ คือ art brush แบบปลายแหลม มีหลายๆแฉก เพื่อประหยัดเวลา (ลากทีเดียว ได้ 5 เส้นเลย ) ทำเส้นใหญ่เล็กเอาไว้ใช้ผสมๆกันนะคะ

ลากไปทีละช่อๆ จนหมดทั้งศีรษะ อาจจะแซมสีอื่นๆเข้าไปก็ได้ค่ะ

ลากเสร็จแล้วก็ลงแสงเงาด้วยสูตรเด็ดประจำชาติของเรา ค่อยๆลงจากอ่อนๆ แล้วลงทับไปเรื่อยๆ จนได้เข้มที่ต้องการ ใช้สีอื่นเข้ามาทำ shade ด้วยก็ได้ค่ะ เช่น แดงเลือดหมู ไม่จำเป็นต้องสีผมอย่างเดียว โทนสีก็จะได้สว่างๆร้อนแรง

ต้องศึกษาแสงเงาอีกเช่นกันนะคะ อะไรบังอะไร จะเกิดเงาที่ไหน เพื่อความกลมกลืนจ้ะ


จากนั้นก็มาถึงขนเฟอร์ค่ะ จริงๆแล้วแอ้มใช้ดินสอวาดเป็นแหลมๆไปเรื่อยอ่ะค่ะ แบบโบราณ แต่ว่ามีเทคนิคใหม่ๆมานำเสนอ คือ การใช้ wrinkle tool นะคะ ตามภาพ คือเป็นเครื่องมือสร้างรอยหยักอัตโนมัติค่ะ เอาวงกลมไปแปะที่ไหน ตรงนั้นก็จะหยักๆๆๆๆ ความกว้างใหญ่ของหัวพ่นอันนี้ปรับได้ค่ะ คลิกเลือก wrinkle tool และ ดับเบิ้ลคลิก 2 ทีที่หน้ากระดาษ ปรับเลือกได้ค่ะ


ทำสีพื้นแล้วก็ต้องมาทำเงาด้านในค่ะ ใช้สีที่ใกล้เคียงกันละเลงได้ตามสะดวกค่ะ
ด้านหลังอยู่ไกล เฉดสีไม่ต้องละเอียดมาก จะได้ให้ความรู้สึกเบลอๆหน่อย


เสร็จกิจในอิลัสนะคะ
เราย้ายบ้านไปที่ Photoshop โดยการ select เลือกสิ่งที่เราต้องการ retouch > Copy > และ Paste ใน Photoshop ไม่มีอะไรมากค่ะ อาจจะเสีย gen บ้าง หรือสีดร็อปลงไป ไม่ต้องตกใจน้า เดี๋ยวย้ายกลับมาทำในอิลัสก็สวยเหมือนเดิมค่ะ

ใน PS เราเลือก Smudge Tool แล้วก็เลือกฝีแปรง เอาแปรงที่แตกๆหน่อยค่ะ ขนจะได้ฟุ้ง เมื่อเลือกได้แล้วก็ ถูๆๆๆๆๆ จนกว่าขนเฟอร์นั้นจะนุ่มสวยดังใจ ถูเสร็จเก๊าะเป็นอันเสร็จ
(ง่ายใช่ม้า) ก่อนย้ายกลับมาทำในอิลัสต่อ อย่าลืมทำให้ด้านหลังภาพเป็นใสๆ น้า (จะได้มาซ้อน BG ในอิลัสได้)


ก่อนจะย้ายจาก PS เซฟเป็น PSD ก้ได้ค่ะ ละเอียดดีแล้วก็ transparency ได้ด้วย

ทำเสร็จแล้วดูไม่ค่อยเหมือนนะคะ เพราะว่ารูปมันเล็กกกกกก (หาข้ออ้างไปวันๆ)
แต่เสน่ห์ของ Vector อย่างนึงก็คือ ความไม่เหมือนเปี๊ยบๆนี่แหละค่ะ อยากบอกว่า ทำๆไป ไม่จำเป็นต้องให้เหมิอนแบบเป๊ะทุกตารางนิ้ว เราสามารถใส่เพิ่มลด ให้ชิ้นงานดูเป็นสไตล์เราได้ โดยศึกษาจากการลงแสงเงา การใช้สี การใช้แปรง

ต้องบอกอีกครั้งว่า ไม่ได้เก่งกาจขนาดจะมาบอกว่าวิธีนี้ดีและถูกต้อง ทุกท่านต่างมีวิธีเป็นของตัวเองอยู่แล้วค่ะ เพียงแต่เราจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานในรูปแบบต่างๆได้ดีแค่ไหน อันนี้ต้องฝึกฝนและศึกษากันไป ขอแค่ให้คุณสนุกในการทำก็พอค่ะ

เหมือนแม่ชีศันสนีย์เคยกล่าวไว้เมื่อมีคนถามท่านตอนเดินจงกรมว่า "แม่ชีจะเดินไปไหน ไปหาความสุขสงบหรือ" ท่านตอบว่า "เราไม่ได้จะเดินไปหาความสุขหรอก แต่เรามีความสุข...ที่ได้เดิน"

ภาพที่เสร็จแล้วค่า




 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 24 กรกฎาคม 2548 1:59:25 น.
Counter : 22241 Pageviews.  


next station - Asoke
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add next station - Asoke's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.