Group Blog
 
All blogs
 

เค้กนมสด สูตรตามใจฉัน แอ่ะๆ


เค้ก นมสด(สปันจ์ชิฟฟ่อนสไตล์ เนื้อเค้กนุ๊มนุ่มอ่า ดัดแปลงเอง ตามใจข้าพเจ้า 555)

ส่วนผสม(1)

แป้งเค้กพัดโบก 15 ช้อนโต๊ะ

ผงฟู 1/2 ช้อนชา

เบคกิ้งโซดา1/4 ช้อนชา

น้ำตาลทรายป่น6 ช้อนโต๊ะ

เกลือป่น1/4 ช้อนชา

ส่วนผสม(2)

ไข่แดง 2 ฟอง (เบอร์ 2)

เนยสดจืด 2 ช้อนโต๊ะ

นมสดรสจืด 9 ช้อนโต๊ะ

วนิลา 1 ช้อนชา

ส่วนผสม(3)

ไข่ขาว 2 ฟอง (เบอร์ 2)

น้ำตาลทรายป่น 4 ช้อนโต๊ะ

ครีมออฟทาทาร์ 1/4 ช้อนชา

เตรียมอุปกรณ์

ช้อนตวงมีดหั่นเนย ที่ร่อนแป้ง พิมพ์เค้กขนาด 2 ปอนด์เส้นผ่าศูนย์กลาง 7-8 นิ้ว ตะกร้อมือ ชามผสม 2 ใบ ถ้วยเล็ก1 ใบ ถ้วยใหญ่ 1 ใบ กระดาษไขตัดกลมสำหรับรองก้นพิมพ์ หม้ออบลมร้อน ด้ายเย็บผ้านิดหน่อย แผ่นฟอยด์ตัดกลมขนาดเท่าพิมพ์เค้กไม้เสียบผลไม้ เอาไว้จิ้มทดสอบเค้กสุกละยัง

รองก้นพิมพ์เค้กด้วยกระดาษไขไม่ทาเนย เราอยากให้หลุดง่ายๆ ก็เลยโรยผงแป้งที่ก้นพิมพ์นิดหน่อยแล้วค่อยวางกระดาษไข

แยกไข่แดงไข่ขาว รอให้ไข่คลายความเย็นได้อุณหภูมิห้อง แล้วค่อยเริ่มลงมือทำต่อวันนี้เราใช้ใข่ไก่ซีพีเบอร์ 2 ที่แช่ตู้เย็นไว้น่ะ เราแอบสังเกตว่าใช้ไข่ซีพี แล้วตีขึ้นฟูดี และก็ได้เค้กฟูดีกว่าไข่ยี้หออื่นอ่ะอันนี้คิดไปเองป่าวมะรู้นะ แต่มันเป็นงี้จริงๆ

วิธีทำตัวเค้ก

ร่อนแป้งผงฟู เบคกิ้ง รวมกัน 3 รอบ

นำส่วนผสมเนย นมสด ใส่ถ้วยเล็กแช่ในชามน้ำร้อนจัดในถ้วยใหญ่ คนให้เนยละลายตีๆให้เข้ากันยกออกมาพักไว้

โรยน้ำตาล 6 ช้อนโต๊ะ และเกลือป่น ลงบนแป้งที่ร่อนแล้ว

ทดสอบอุณหภูมิเนยนมพออุ่นๆ ใส่วนิลา แล้วนำมาเทใส่แป้ง คนไวๆ ใส่ไข่แดง คนส่วนผสมให้เข้ากัน คนไม่นานแล้วพักไว้

หันไปอุ่นหม้ออบโดยอุ่นไว้ประมาณ 10 นาที ตั้งไฟอบทิ้งไว้ แล้วก็เริ่มตีไข่ขาวทันที

**ขั้นตอนตีไข่ขาวจะเป็นช่วงชี้ชะตาว่า จะได้เค้กไตหรือเค้กฟู**

ตีไข่ขาวกับครีมออฟฯพอขึ้นฟองหยาบเติมน้ำตาล 4 ช้อนโต๊ะ โดยทะยอยใส่ ทีละช้อน ตีเร็วๆ รัวๆแบบบ้าพลังสุดๆ

ตีไข่ด้วยความเร็วสูงไปเรื่อยๆเราใช้ตระกร้อมือตีนานประมาณ 10 นาที พอกลายเป็นโฟมละเอียดตั้งยอด จับตัวเป็นกลุ่มก้อนได้ (ตรงนี้ละค่ะ ชี้ชะตาสุดๆ ถ้าไข่ไม่ขี้นโฟมไม่จับตัวเป็นก้อนได้ เหลวไหลไปมา ไตแน่นอนค่ะ ทำใจเลย)

แบ่งโฟมไข่ขาวใส่ส่วนผสมแป้งที่ผสมพักไว้ 3 ครั้งใช้พายตะล่อมให้เข้ากัน เบาๆ แต่เร็ว เราใช้พายแทงให้ถึงก้นชามงัดขึ้นบนแล้วพลิกไปมาให้ส่วนผสมไหลรวมกันพร้อมกับหมุนชามไปด้วย คอยสังเกตเนื้อแป้งกับโฟมไข่ขาวพอเข้ากันดีก็เทใส่พิมพ์ทันที เราใช้หม้ออบลมร้อน อบไฟ 200 องศา c ใช้ฟอยด์เจาะรูให้ทั่วคลุมหน้าพิมพ์ อบไปสัก 25นาที นำฟอยด์ออก อบต่อจนสุกดี (ประมาณ 5 นาที) เอาไม้แหลมจิ้มกลางเค้กถ้าไม่มีเนื้อเค้กติด คือสุกแน่นอน

นำเค้กออกมาผึ่งไว้ให้คลายความร้อนคว่ำหน้าเค้กไว้บนตะแกรง รอซักครู่ พอเริ่มเย็นลง ก็เอามีดแซะๆ ขอบให้หลุดจากพิมพ์


ใช้มีดทำแนวแบ่งเค้กคือผ่ารอบๆ เค้ก เป็นแนวไว้ แล้วใช้เส้นด้าย ด้ายเย็บผ้าธรรมดาๆ วนรอบเค้กตามแนวมีดที่ทำรอยไว้ แล้วก้อผูก (เหมือนจะผูก) มัดกลางเค้กเส้นด้ายมันจะหั่นเค้กออกเป็นสองแผ่นได้ ง่ายๆเลยค่ะ เนียนเรียบ เค้กไม่หลุดลุ่ยพอได้เค้กสองชิ้นแล้ว พักไว้ให้เย็นสนิท ค่อยเริ่มทำหน้าเค้กวันนี้เราทำหน้าวิปปิ้ง บลูเบอรี่ (มีบลูเหลืออยู่เลยเอามากำจัด)

ส่วนผสมวิปปิ้งครีม

วิปปิ้งครีมสด 24 ช้อนโต๊ะ หรือ 1+ ½ ถ้วย

นมสดจืด 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทรายป่นละเอียดหรือไอซิ่ง 3 ช้อนโต๊ะ

เจลลาตินละลาย2 ช้อนโต๊ะ (เราใช้แบบแผ่น 2แผ่น ละลายกับน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ)

วิธีทำ

แช่ชามที่จะใช้ตีวิปปิ้งใบเล็กใบใหญ่ ในตู้เย็น ใส่ช่องแข็งเลยค่ะ เอาให้เย็นจัดๆ

เทคนิคนิดหน่อยเอาชามวิปปิ้งฯ วางบนชามใบใหญ่อีกใบที่ใส่น้ำแข็งไว้จะได้รักษาอุณหภูมิให้เย็นๆไว้

เวลาตีจะขึ้นยอดง่ายหน่อยค่ะแล้วมันจะอยู่ทรงได้นาน

แช่แผ่นเจลลาตินในถ้วยใส่น้ำธรรมดา2 ช้อนโต๊ะ พอนิ่ม เอาถ้วยแช่ในถ้วยน้ำร้อนอีกใบคนให้ละลายพักไว้

พอเย็นแล้วตวงวิปปิ้งครีม ใส่ชามที่แช่ตู้เย็นไว้ แล้วตามด้วยเจลลาติน โดยเทเจลลาตินให้เป็นสายเอาตะกร้อมือคนเร็วๆ อย่าให้มันเป็นก้อน เติมไอซิ่ง แล้วตีด้วยความเร็วสูงจนตั้งยอดแข็ง ใช้เวลาตีประมาณ 7-10 นาที แขนโตเลยค่ะหายบ้าพลังซะที

พอได้หน้าวิปปิ้งแล้วก็เอามาโปะๆปาด เค้กของเราเลย หนุกหนาน โปะแต่งไปตามสไตล์ใจฉัน เหอๆ

ปาดเรียบบ้างขุยๆบ้าง คลื่นซึนามิบ้าง ก็มะเป็นไร ทานกันเองหนุกๆ อุอุ อิอิ





 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2555 14:25:42 น.
Counter : 6238 Pageviews.  

ทำหมูแดดเดียวกันมั๊ยค๊า

ชวนทำอาหารอีกแล้ว... วันนี้ ทำหมูแดดเดียวกันเนาะ เริ่มเลยดีก่า
หาของทำก่อนค่ะ ก็มีตามนี้น่ะ

เนื้อหมู เอาสันคอหมู มานจะนุ่มๆหนึบๆดี แบบที่แล่เป็นชิ้นๆแล้วซัก 2 ขีด
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วดำ 1 ช้อนชา (ใส่เยอะไม่ดีค่ะ เดี๊ยวหมูสีคล้ำไป)
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
รากผักชีโขลกละเอียด นิดหน่อย กะว่าประมาณ 1ช้อนชา

เริ่มทำละค่ะ เอาส่วนผสมน้ำมันหอย ซีอิ้วขาว ซีอิ้วดำ รากผักชี พริกไทย
ใส่ชาม คนให้เข้ากันค่ะ พอเข้ากันดี ก็ใส่เนื้อหมูลงไปคลุกๆ
เสร็จแล้วก็ จัดเรียงหมูใส่จานแบนๆ แล้วก้อไปวางผึ่งแดดซัก 2 ชั่วโมงค่ะ
ครบชั่วโมงแรก ก็เอามากลับด้านซะหน่อย จะได้แห้งเท่าๆกันสองด้านน่ะ



แล้วก็ตั้งกระทะทอดเลยค่ะ ไฟกลางๆ ทอดสุกพอดี หรือสุกเกรียมก็ได้ค่ะ
แล้วแต่ชอบ เสร็จแร้วก้อจัดใส่จาน ทานกับผักสด มายองเนส ก็อร่อยดีค่ะ
แต่ถ้าต้นตำหรับ มักจะทานคู่กับ ข้าวเหนียว และน้ำจิ้มแจ่ว ค่ะ




 

Create Date : 08 มิถุนายน 2553    
Last Update : 8 มิถุนายน 2553 12:49:47 น.
Counter : 450 Pageviews.  

ซอนต๊อกมหาราชินีสามแผ่นดิน ตอนที่ 21 (ซับนรก) Chicken Story




 

Create Date : 07 มิถุนายน 2553    
Last Update : 7 มิถุนายน 2553 14:25:37 น.
Counter : 225 Pageviews.  

PSP ของเราเล่นเกมก็ได้ ใช้คุยโทรศัพท์ก็ได้ สุโก้ยยย





เห็นมั๊ยล่ะ มันใช้ได้ทั้งเล่นเกม และคุยโทรได้จริงๆง่ะ
ไม่พลาดทุกการติดต่อ แม้จะติดเกมงอมแงม




 

Create Date : 07 มิถุนายน 2553    
Last Update : 7 มิถุนายน 2553 13:40:30 น.
Counter : 324 Pageviews.  

เบค่อนพันเห็ดเข็มทอง ทำเองก็ได้ ง่ายซะจริง



วันว่างๆ บวกความหิวเล็กน้อย ก็เลยหาของในตู้เย็นมาจัดการค่ะ
ไปเห็นเบค่อน กับเห็ดเข็มทอง ก็เลยคิดถึงเมนูนี้ ที่ฟูจิ ทันทีทันใด
ก็จัดการเลยค่ะ ขั้นตอนก็ค้นของในตู้เย็นที่เกี่ยวข้องออกมาให้หมดค่ะ

เบค่อน
เห็ดเข็มทอง
เนยจืดก้อนเล็กสักสองก้อนไว้ทากระทะ
วาซาบิ
ซอสญี่ปุ่น
พริกไทย
ซอสหอยนางรม
ไม้จิ้มฟัน

เมื่อคุ้ยๆ ได้ของครบแล้วก็ลงมือค่ะ
แบ่งเห็ดเข็มทองเป็นกองเล็กๆ หลายๆกอง (ล้างก่อนน่ะห้ามลืม ฮิๆ)
เบค่อน ถ้ามันยาว ก็หั่นกลาง เป็นสองชิ้น
วางเบค่อน ตามด้วยเห็ดเข็มทอง เยาะซอสหอยนางรมที่เห็ด โรยพริกไทย
พันเบค่อนห่อเห็ดไว้ แล้วเอาไม้จิ้มฟัน เสียบไว้ค่ะ ให้มันอยู่ทรง
ตั้งกระทะไฟกลางๆ ทาเนยจืด พอร้อนดีแล้ว ก้อเอาเบค่อนที่พันไว้ลงกระทะ
สุกมากน้อยแล้วแต่ชอบค่ะ ชอบเบค่อนกรอบก้ออยู่ในกระทะนานหน่อย
ของเราชอบพอดีๆ ไม่เอาเกรียม ก็เลยได้อย่างในภาพค่ะ
สุกแล้วก้อตักใสจานเสิร์ฟเลยค่ะ ทานกับน้ำจิ้มซอสญี่ปุ่นใส่วาซาบิ ก็เด็ดค่ะ
หรือน้ำจิ้มอะไรก็ได้ แล้วแต่ชอบค่ะ (บางคนจิ้มมายองเนส อะจึ้ยย)

จบแล้วค่ะ ง่ายมะคะ ไปฟูจิทีไร สั่งเมนูนี้ทุกทีเลย ได้ไม่กี่ชิ้นเอง หุๆ




 

Create Date : 05 มิถุนายน 2553    
Last Update : 5 มิถุนายน 2553 21:52:55 น.
Counter : 1645 Pageviews.  

1  2  

nmr-modify
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ขอให้ความสงบสุข จงบังเกิดแก่ชาติไทย ในเร็ววัน สาธุ สาธุ
Friends' blogs
[Add nmr-modify's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.