คนบางคนเกิดมาเพื่อให้เรารัก แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา
Group Blog
 
All Blogs
 

ยัยตัวจุ้น ป่วนหัวใจนายคาสโนว่า ตอนที่ 3 เจ้านาย

--- ตอนที่ 3 ---

เมื่อเดินเข้าไปในบริษัท ฉันก็พบกับพี่พีเป็นคนแรกเลย
“เป็นอะไรไปครับน้องเม ทำไมทำหน้าอย่างกับยักษ์วัดแจ้งแหน่ะ ไปตีกับยักษ์วัดโพธิ์มาเหรอ”
“ทำนองนั้นล่ะพี่ เมื่อเช้าเจอไอ้บ้าคนนึงขับรถไม่ดูเล้ย เกือบชนเมอ่ะ” ฉันตอบกลับไปขณะที่หน้าก็ยังเป็นยักษ์อยู่
“ใครที่ไหนน๊า มาทำกับที่รักของพี่ได้เนี่ย” พี่พีไม่พูดเปล่า ยังมาทำตาเจ้าชู้ใส่ฉันอีก
“ไม่รู้อ่ะพี่ แต่ที่เมรู้ตอนนี้ คือ คนที่เมกำลังคุยอยู่ด้วยเนี่ย กำลังจะโดนรังสีอำมหิตจากเมเนี่ยแหล่ะค่ะ” แล้วฉันก็มองตาค้อนๆกลับไปทางพี่พี เล่นอะไรไม่รู้จักดูเวล่ำเวลาเล้ยยย คนกำลังโมโหอยู่นะ
เท่านั้นแหล่ะพี่พีก็รีบแจ้นไปที่โต๊ะเลย แต่ยังไม่วายหันมาทำตาเจ้าชู้ใส่อีกแน่ะ เฮ้อ จริงๆเล้ย จากนั้นฉันเดินไปนั่งที่โต๊ะตัวเอง

ฉันกำลังเปิดคอมพิวเตอร์ ทำโน่นทำนี่ แต่พอเงยหน้าขึ้นมาก็ต้องตกใจรอบสอง ก็จะอะไรซะอีกล่ะ ก็ภาพที่ฉันเห็นตรงหน้าก็คือ ยักษ์วัดโพธิ์ เอ้ย นายคาสโนว่านั่น กำลังเดินมาทางแผนกที่ฉันอยู่ และเค้าก็กำลังเดินเข้าไปในห้องเจ้านายน่ะสิ หรือว่า...
“น้องเม ว่างอยู่ไหม พี่จะพาไปแนะนำตัวกับนายภีมน่ะ” อะไรกันเนี่ย ไม่นึกเลยว่ามันจะบังเอิญอะไรขนาดนี้ จะโดนอะไรไหมเนี่ยช้าน
“เอ่อ ว่างค่ะ” เอาวะเป็นไงเป็นกัน อย่างที่โบราณบอกไว้เลยอ่ะ ยิ่งเกลียดยิ่งเจอ กรรมของสาวน้อยน่ารัก(มั้ง)อย่างฉันจริงๆ TOT

ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
“ครับ” เสียงจากข้างในห้อง
แอ๊ดดดด (เสียงเปิดประตูค่ะ)
ฉันเดินหลบอยู่ข้างหลังพี่กร ก็แบบว่ากลัวอ่ะ (แหมทีเมื่อกี้นะยังทำเป็นเก่งอยู่เลยยัยนี่)
“ไงเพื่อน เป็นไงบ้างวะ ไปเที่ยวหนุกไหม” พี่กรทักทายหมอนั่นอย่างสนิทสนม
“เฮ้ย ฉันไปทำงานนะเว้ย ไม่ได้ไปเที่ยว จะหนุกอะไรล่ะ… ว่าแต่นายมีอะไรเหรอ แล้วนั่น...ใครน่ะ หลบอยู่ข้างหลังนาย”
“อ่อ นี่น้องใหม่แผนกเรา ชื่อเมษา หรือจะเรียกเม ก็ได้น่ะ” พี่กรพูดพร้อมกับดึงแขนฉันให้ออกมาจากด้านหลังเค้า
“เอ่อ สวัสดีค่ะ แหะๆ” ฉันทักไปแบบเก้ๆกังๆ
“อืม”
“^_^!!” ฉัน
“...” หมอนั่น
“เอ่อ งั้นพวกเราขอตัวไปทำงานก่อนนะ ไว้ค่อยคุยกัน” พี่กรคงเห็นว่าบรรยากาศไม่ค่อยจะดี เลยรีบขอตัวพาฉันออกไปทำงาน
“อืม... แต่เดี๋ยวก่อน... คุณเมษาครับ อยู่ก่อนสักครู่นะครับ ผมมีงานจะให้คุณทำพอดี” ตายแล้ว หมอนั่นจะรั้งตัวฉันไว้ทำไมเนี่ย
“อืม” พี่กรพยักหน้า แล้วก็จากไปพร้อมกับเสียงปิดประตูห้องเย็น (ประตูห้องของนายภีมน่ะแหล่ะ ตอนนี้มันเปรียบเสมือนห้องเย็นอ่ะ)

“นั่งสิ”
“ค่ะ”
“ผมว่าเราเคยเจอกันมาก่อนหน้านั้น 3 ครั้งแล้วใช่ไหมครับ” ตายแล้วทำไมนายนั่นน้ำเสียงน่ากัวๆเนี่ย แล้วทำไมต้องยิ้มมุมปากด้วย
“คุณกับผมนี่เจอกันบ่อยนะ เอ๊ะ หรือว่าคุณจงใจกันแน่ ทั้งที่สนามบิน ที่ร้านอาหาร แล้วก็ที่หน้าบริษัท” คนไรฟระหลงตัวเองชะมัด
“คุณภีมคะ ไม่หลงตัวเองไปหน่อยเหรอคะ ไหนคุณบอกว่าจะสั่งงานฉันไม่ใช่เหรอคะ แล้วนี่คุณกำลังพูดถึงเรื่องส่วนตัวในเวลางานนะคะ” หึ นึกว่าฉันจะหลงเสน่ห์นายเหรอยะ ยาก
แล้วอยู่ๆหมอนั่นก็ลุกเดินมาตรงที่ฉันนั่ง แล้วเค้าก็มากระซิบอยู่ข้างหูฉัน แก้มฉันสัมผัสได้กับไออุ่นๆที่ออกมาจากจมูกเค้าเลยอ่ะ ตายแล้วหมอนี่จะทำอะไรเนี่ย -///-
“คุณไม่ชอบผมจริงๆน่ะเหรอ ผมไม่เชื่อหรอก เดี๋ยวผมขอพิสูจน์หน่อยนะ” กรี๊ดดดดดดดดด จั๊กจี้หูอย่างบอกไม่ถูก

พลั่ก...
“อึก”
เสียงอะไรน่ะเหรอ ก็ฉันเอาศอกน้อยๆของฉันนี่แหล่ะถองไปที่ท้องของหมอนั่น แต่ดีนะที่ฉันมีปฏิกริยาตอบสนองเร็ว หมอนั่นเลยยังไม่ทันเอาจมูกมาแตะแก้มฉัน ฮึ่มไอ้หื่น ไอ้โรคจิต ฉันไปทำกรรมอะไรไว้เนี่ยต้องมาเจอเจ้านายแบบนี้ ฉันรีบผลักหมอนั่นให้ออกไปห่างๆจากเก้าอี้ที่ฉันนั่งแล้วก็รีบลุก
“ขอโทษนะคะ ถ้าคุณไม่มีงานอะไรจะสั่ง ฉันขอตัวค่ะ” นี่ถ้านายไม่ใช่หัวหน้านะ ฉันฆ่านายแน่
“เดี๋ยวก่อนสิคุณ เอาล่ะผมเลิกเล่นแล้ว” นี่นายคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆเหรอ ฉันไม่ใช่ของเล่นนายนะยะ
แต่ฉันก็จำใจต้องนั่งลง เพื่อให้เค้าบรีฟงานให้ฟัง

เมื่อฉันบรีฟงานเสร็จ ฉันก็รีบออกมานอกห้อง แล้วก็เห็นแอนมองมาทางฉันพร้อมกับยิงคำถาม
“ทำไมเมเข้าไปนานจัง งานยากเหรอ”
“ก็นิดหน่อยอ่ะ แต่ว่าเมอยากให้เคลียร์ๆไปเลยน่ะ เพราะว่างานจะได้ไม่ต้องแก้บ่อยน่ะจ้ะ” ที่จริงจะได้ไม่ต้องเข้าห้องเย็นบ่อยต่างหาก
“อืม มีอะไรให้แอนช่วยก็บอกนะจ๊ะ”
“จ้า ขอบใจน้า” แอนนี่เป็นนางเอกจริงๆเลยอ่ะ ซาบซึ้ง

วันนี้ทั้งวันฉันก็นั่งหาข้อมูล ปั่นงาน พอพักเที่ยงก็ไปกินข้าวกับคนที่แผนกตามปกติ ส่วนนายภีมน่ะเหรอ โน่น เที่ยงปุ๊บ รีบไปไหนของเค้าก็ไม่รู้ สงสัยว่าคงจะไปหาเหล่าบรรดาสาวๆแหงมๆ ดูสิ บ่ายสองก็ยังไม่กลับ เป็นเจ้านายมันก็ดีอย่างนี้ล่ะน๊า ลูกน้องทำงานกันงกๆๆๆ ส่วนตัวเองมีความสุข เชอะ

ฉันนั่งนินทาหมอนั่นอยู่ในใจไม่นาน เค้าก็เดินเข้ามา แถมหน้าเครียดเชียว เอ่ ไปหาสาวๆทำไมต้องหน้าเครียดกลับมาแบบนี้ด้วยนะ สาวๆทำอะไรไม่ถูกใจหรือไง เอ๊ะ หรือว่าฉันจะมองเค้าในแง่ร้ายเกินไป เค้าอาจจะไปคุยกับลูกค้าก็ได้ ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องของเราสักหน่อย แต่พอหมอนั่นเข้าไปในห้องไม่ถึง 10 นาที ก็ออกมาแล้วเรียกทีมงานทุกคนเข้าประชุมทันที

ในห้องประชุม

“เมื่อกี้ผมไปพบลูกค้ารายใหม่มา เป็นบริษัทเกี่ยวกับเกมส์คอมพิวเตอร์”
(ตายจริง ฉันก็แอบด่าหมอนั่นในใจไปซะเยอะเลยอ่ะ ที่แท้หมอนั่นก็ไปพบลูกค้านี่เอง -.- ไม่ว่ากันน้านายโรคจิต)
“เกมส์นี้กำลังจะออกสู่ท้องตลาดวันจันทร์หน้า แต่เค้าต้องการให้เราทำทีทีเซอร์ของเกมส์ โดยเค้าให้เวลากับทางเรา 3 สัปดาห์”
(โอ๊ะโอ หมอนั่นจริงจังก็เป็นแฮะ นึกว่าดีแต่หลีหญิงซะอีก ^O^)
“ผมคิดว่า project นี้ ผมจะมอบหมายให้เมษาเป็นคนทำ เพราะว่าดูจากผลงานที่เธอส่งมาให้ทางบริษัทพิจารณาตอนสมัครเข้าทำงาน ผมจำได้ว่า เธอเคยทำโฆษณาแนวนี้มาก่อน... ว่าไงครับคุณเมษา คุณสามารถทำได้ไหม”
“…”
“คุณเมษาครับ”
“...”

ฉันมารู้ตัวอีกที ก็ตอนที่มือของพี่เอ เข้ามาสะกิดที่แขนฉัน ฉันสะดุ้งเฮือกเลยล่ะ ก็คนกำลังคิดอะไรเพลินๆ แล้วฉันก็ได้เห็นหน้าหมอนั่น กำลังทำหน้าอย่างกับยักษ์วัดโพธิ์ (เพราะว่าฉันเป็นยักษ์วัดแจ้งไปแล้วไง หุหุ) มองมาที่ฉัน

“คุณเมษาครับ ตอนนี้เรากำลังประชุมอยู่นะครับ ขอความกรุณาคุณให้ความสนใจหน่อยครับ” ตายแล้วยักษ์กริ้ว
“ขอโทษค่ะ” ฉันตอบกลับไปด้วยความรู้สึกผิดจริงๆ
“ผมจะมอบหมายให้คุณทำโปรเจกต์นี้ คุณจะทำได้ไหมครับ” หมอนั่นถามฉันด้วยสีหน้าขึงขัง สงสัยว่ายังไม่หายกริ้วแน่ๆ
“แล้วโปรเจกต์ที่คุณเพิ่งจะมอบให้ฉันเมื่อเช้านี้ล่ะค่ะ” ฉันถามไปแบบงงๆ ก็จะให้ทำสองโปรเจกต์ซ้อนกันได้ไง
“โปรเจกต์นั้นผมจะให้คุณพักไว้ก่อน เพราะว่าเรายังมีเวลาตั้ง 2 เดือน แต่โปรเจกต์นี้เราต้องทำให้เสร็จภายใน 3 สัปดาห์”
“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นดิฉันก็ไม่มีปัญหาค่ะ”
“แล้วโปรเจกต์นี้คุณต้องทำกับผม เพราะผมกลัวว่าถ้าคุณทำคนเดียวจะไม่ทันแน่ คุณคงไม่มีปัญหานะครับ”

ห๊า นายว่าไงนะ ให้ฉันทำกับนายเนี่ยนะ แล้วงานนี้จะไปรอดไหมเนี่ย แต่เอาเถอะฉันน่ะ เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวฉันไม่เอามาปนกันอยู่แล้ว แต่ที่กลัวที่สุดคือนายจะมาทำลามกใส่ฉันน่ะสิ

“ไม่มีปัญหาค่ะ” แต่ก็ต้องตอบกลับไปแบบนี้ล่ะค่ะ ขืนมีปัญหา พาลจะได้โดนไล่ออกแน่ๆ
“ดีครับ งั้นพรุ่งนี้ 9 โมงครึ่ง คุณมาพบผมที่ห้องด้วยนะ ผมจะบรีฟงานนี้ให้คุณฟัง” ภีม
“วันนี้ผมขอจบการประชุมเพียงเท่านี้ครับ ใครมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับงานที่กำลังรับผิดชอบอยู่ก็เข้าไปคุยในห้องทำงานผมได้เลยครับ”
___________________________________________
โปรดติดตามตอนต่อไปคร่า




 

Create Date : 11 ธันวาคม 2550    
Last Update : 11 ธันวาคม 2550 21:14:02 น.
Counter : 201 Pageviews.  

ยัยตัวจุ้น ป่วนหัวใจนายคาสโนว่า ตอนที่ 2 ลิ้นกับฟัน

---- ตอนที่ 2 -----

เช้าวันเสาร์

“ไอ้ตัวยุ่ง เสร็จหรือยัง”
“ค่าๆ กำลังจะลงไปเดี๋ยวนี้แหล่ะ ใจเย็นๆก็ได้พี่ธัน ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นก็ได้”
“ไม่ต้องพูดมากเลยเราน่ะ ชักช้า เดี๋ยวก็ไม่รอซะเลย”
“ค่าๆ ผิดไปแล้วววว” ฉันจึงต้องรีบวิ่งลงมาสงสัยว่าตอนนี้หัวใจของพี่ชายฉันเนี่ยจะไปถึงสุวรรณภูมิแล้วมั้ง

ณ สนามบินสุวรรณภูมิ

“ประกาศ เที่ยวบินที่ XXX ต้นทางจากประเทศอังกฤษ จะเดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิช้ากว่าเวลาที่กำหนดประมาณ 30 นาทีค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวก” เสียงผู้ประกาศประจำสนามบินดังขึ้นทำให้พี่ชายฉันเซ็งเลยล่ะค่ะ ก็แหม เค้าต้องรออีกตั้งครึ่งชั่วโมง ถึงจะได้เจอคนรักนี่คะ ฮี่ฮี่ แต่ตอนนี้ฉันเบื่อจัง หาเรื่องไปเดินเล่นดีกว่า
“เอ่อ พี่ธัน เมหิวน้ำอ่ะ เดี๋ยวเมไปหาน้ำดื่มหน่อยนะ พี่ธันจะเอาอะไรไหม”
“ไม่ล่ะ ขอบใจ รีบไปรีบมาแล้วกัน ระวังหลงด้วยล่ะ เรายิ่งเอ๋อๆอยู่”
“เจ้าค่ะ -_-!” แน่ะ มารู้ดีอีกว่าฉันชอบหลงเป็นประจำอ่ะ

กิ๊ง....กึก กึก กึก
ฉันกดน้ำอัดลมมากระป๋องนึง แล้วก็เดินดื่มไปเรื่อยๆ แต่แล้วฉันก็ต้องสะดุดกึก

“-O-” อึ้งค่ะงานนี้ ก็ภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นผู้ชายกับผู้หญิงคู่นึง จูบกันอยู่ (แต่ถ้าผู้ชายสองคนจูบกันฉันคงอึ้งกิมย้งมากกว่านี้อ่ะ)โห ช่างไม่อายฟ้าดิน คนแถวนี้เล้ย แต่แล้วน้ำอัดลมกระป๋องเจ้ากรรมในมือฉันก็หล่นดังตุ๊บ ทำลายบรรยากาศของคนทั้งคู่ที่อยู่ก่อนหน้านั้น ทำให้ทั้งคู่หันมามองทางฉันโดยอัตโนมัติ แต่เท่าที่เห็นผู้หญิงคนนั้นนางแบบนี่ แสดงว่าหมอนั่นต้องไม่ธรรมดา อุ๊ย แต่ตอนนี้ดูเค้าไม่ค่อยพอใจฉันสักเท่าไหร่แล้ว
“เอ่อ ขอโทษค่ะ ^_^! แหะๆ”

ต่างฝ่ายต่างนิ่งกันไปสักพัก เสียงมือถือฉันก็ดังช่วยชีวิตพอดี

“สวัสดีค่ะ” ฉันรีบรับ และรีบเดินออกจากตรงนั้นไปทันที โดยไม่หันไปมองสองคนนั้นเลย เพื่อจะได้หลุดพ้นจากรังสีอำมหิตที่แผ่มาจากคนทั้งคู่
“อยู่ไหนน่ะเรา ไปหลงที่ไหนหรือเปล่า ตอนนี้มินท์มาถึงแล้วนะ จะให้พี่ไปหาไหม” พี่ชายฉันน่ะเอง อู๊ยยย ต้องขอบคุณพี่ชายอย่างแรง แหม ช่างเป็นพี่ชายที่รู้ใจจริงๆ โทรเข้ามาได้จังหวะพอดีเลย สงสัยกระแสจิตเราจะไปถึง ^^'
“ไม่เป็นไรพี่ธัน เมกำลังเดินไปค่า รอแป๊บบบนึงน้า”

ฉันเดินมาถึงตรงที่เดิม ตอนนี้มีพี่ธัน กับพี่มิ้นท์กำลังมองหาฉันอยู่ทั้งคู่ แหม จะกลัวฉันหลงทางอะไรกันขนาดนั้น (แต่ก็ชอบหลงประจำแหล่ะ แหะๆ)

“พี่มิ้นท์ท์ท์ท์ท์”
“เป็นไงบ้างจ๊ะ น้องเม พี่ไม่อยู่ตั้งครึ่งปี สวยขึ้นนะเรา”
“แหม ยังไงก็สวยน้อยกว่าพี่มิ้นท์แหล่ะค่ะ จริงไหม พี่ธัน ^_^” ฉันหันกลับไปทางพี่ชาย แอบเห็นพี่ชายหน้าแดงด้วยล่ะ ใครจะไปคิด เจ้าชายภูเขาน้ำแข็งอย่างพี่ชายฉันจะเขินเป็น
“ไว้ค่อยคุยกันไปในรถดีกว่า ตรงนี้คนเยอะ เดี๋ยวพวกแฟนคลับมิ้นท์จะมารุม” พี่ชายฉันรีบทัก ดูท่าจะเขินจริงๆแฮะพี่เรา

ที่บ้าน

“นี่ๆ น้องเม พี่ซื้อของมาฝากเยอะเลย มีทั้งน้ำหอม เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์...” พี่มิ้นท์พูดอย่างอารมณ์ดีเวลาที่เค้าอวดของฝาก
“^__^” ฉัน
“ซื้อมาทำไมเยอะแยะ ยัยนี่น่ะใช้พวกน้ำหอม เครื่องสำอางค์ไม่เป็นหรอกน่า” พี่ชายที่นิ่งดูอยู่นาน ท่าจะเริ่มไม่พอใจที่เห็นพี่มิ้นท์ซื้อของไม่จำเป็นมาฝากฉัน
“-3-” ฉัน
“แหมธัน ของพวกนี้มันฝึกกันได้ เคยได้ยินมะ อัจริยะสร้างได้อ่ะ เดี๋ยวมิ้นท์สอนน้องแป๊บเดียว เดี๋ยวก็เป็น เนอะ น้องเม” ดีใจจังที่พี่มิ้นท์เข้าข้างฉัน อะไรกัน พี่ชายฉันแท้ๆนะเนี่ย ไม่เข้าข้างน้องสาว แง่งๆๆ
“เฮ้อ งั้นผมปล่อยให้สาวๆคุยกันไปดีกว่า เดี๋ยวผมไปทำอาหารเย็นก่อนล่ะ” กิ๊วๆ รีบหนีเลย เพราะแฟนตัวเองไม่เข้าข้างล่ะสิ โฮะโฮะ ^O^

ที่โต๊ะอาหาร

บรรยากาศมื้อค่ำวันนี้เป็นไปอย่างสนุกสนาน พี่มิ้นท์เล่าเรื่องราวต่างๆมากมาย ระหว่างที่เธอไปอยู่ที่อังกฤษมาครึ่งปี พี่ธันก็คอยตักกับข้าวให้พี่มิ้นท์ ดูแล้วตาร้อนผ่าวๆ แอบคิดในใจ เมื่อไหร่เราจะมีอย่างนี้บ้างน้า

“น้องเม พรุ่งนี้พี่ยังไม่มีคิวงาน เราไปเดินเล่นช๊อปปิ้งกันดีไหมจ๊ะ ^_^”
“ไปค่ะๆๆ เย้ๆ ^___^”
“นี่ๆ เราน่ะเพิ่งทำงาน เงินเดือนก็ยังไม่ได้ แล้วจะไปช๊อปปิ้ง ถ้าใส้แห้งขึ้นมาตอนปลายเดือนพี่ไม่ช่วยนะ”
" -3- " ฉัน
“ไม่เป็นไรจ้ะน้องเม อยากได้อะไรเดี๋ยวพี่ซื้อให้.. แบร่” พี่มิ้นท์ก็หันไปแลบลิ้นใส่พี่ธัน หุหุ สมน้ำหน้าอยากบ่นดีนัก
“แหม เข้ากันได้ดีจริงนะสองสาวเนี่ย”
" ^__^ " ฉันกับพี่มิ้นท์ยิ้มพร้อมกัน
“ว่าแต่ พี่ธันไปด้วยกันไหม”
“ไม่ล่ะ ไปกันสองคนเถอะ พอดีพี่ต้องเร่งทำงานให้เสร็จน่ะ ใกล้จะต้องส่งแล้ว เราก็อย่าไปทำไรเซ่อซ่าที่ห้าง ให้พี่มิ้นท์เค้าอายล่ะ”
“ค่า -3- ”

วันรุ่งขึ้น ณ ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง

ฉันกับพี่มิ้นท์เดินถือของกันพะรุงพะรัง แต่ของส่วนใหญ่รู้สึกจะเป็นของพี่มิ้นท์นะ ส่วนของฉันเองอ่ะ อยากได้นะ แต่แพงง่ะ เกรงใจพี่มิ้นท์ด้วย เพราะถ้าพูดว่าอยากได้พี่มิ้นท์ก็ต้องซื้อให้แน่ๆ อดใจไว้ก็ได้ แง่มมๆๆ เราสองสาวสวยเดินกันไปเดินกันมาก็เริ่มเมื่อย และหิว พี่มิ้นท์เลยชวนไปกินอาหารญี่ปุ่น ของโปรดของพี่มิ้นท์เขาล่ะ

ระหว่างที่ฉันกำลังจะเดินไปนั่งยังโต๊ะที่ว่างอยู่ ฉันก็ดันมองไปเห็นผู้ชายคนนึง ซึ่งฉันจำได้ดี ก็ที่เจอกันที่สนามบิน ชายคนเดียวกับที่ฉันไปทำลายบรรยากาศของเค้า วันนี้เค้าก็ควงสาวมาอีกแล้ว แต่ว่าเป็นคนละคนกับที่สนามบิน แหม ควงกันไม่ซ้ำหน้าเลยแฮะ แค่ข้ามวันเนี่ยนะ
และระหว่างที่ฉันกำลังหยุดมองอยู่นั้น พี่มิ้นท์ก็เดินเข้าไปถึงตัวบุคคลทั้งสองนั้นซะแล้ว ฉันก็เลยได้แต่เดินไปนั่งที่โต๊ะเพื่อรอพี่มิ้นท์ สักพักพี่มิ้นท์ก็ตามมานั่งที่โต๊ะ

“พี่มิ้นท์ รู้จักสองคนนั้นด้วยเหรอคะ” ฉันถามไปตรงๆ ก็ฉันไม่ชอบอ้อมค้อมนิ
“รู้สิจ๊ะ ก็ผู้หญิงคนนั้นอยู่วงการเดียวกันกับพี่นี่” โอว์ นางแบบซะด้วย หมอนี่ร้ายไม่เบา เลือกควงแต่นางแบบซะด้วย
“แล้วผู้ชายคนนั้นอ่ะคะ”
“อ๋อ คนนั้นน่ะ เค้าเป็นลูกชายของเพื่อนพ่อพี่เอง ทำไม เราปิ๊งเค้าเหรอ แต่พี่ไม่แนะนำนะ” แล้วพี่มิ้นท์ก็มากระซิบบอกฉันอีกว่า “เค้าเป็นคาสโนว่าตัวฉกาจเลยล่ะ”

อ๋ออออ มิน่าเลยกล้าทำแบบนั้นที่สนามบิน หึหึ รู้ไหมคะเค้าน่ะเป็นผู้ชายประเภทที่ฉันเกลียดที่สุดน่ะสิ ดีนะที่ฉันไม่ต้องไปรู้จักกับผู้ชายแบบนั้น

และวันจันทร์ เริ่มต้นการทำงานของสัปดาห์ก็มาถึง

“ฮ้าววววว แจ๊บๆๆ กรี๊ดดดดดดด จะเจ็ดโมงอีกแล้ว ทำไมพี่ธันไม่มาปลุกเนี่ยยยยยย”
กึก กัก กึก กัก โครม ตึง
ตื่นสายอีกแล้วฉัน พี่นะพี่ ไม่ยอมปลุกกันเลยอ่ะ ลงไปล่ะน่าดู - -*

ฉันรีบแต่งตัวอย่างลวกๆ แล้ววิ่งลงไปข้างล่าง ก็เห็นพี่มิ้นท์กับพี่ธันรอกันพร้อมหน้าอยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว อ้อลืมบอกไปค่ะ พี่มิ้นท์อยู่บ้านเดียวกับฉัน พ่อแม่ของพี่มิ้นท์อยู่ที่อังกฤษทั้งคู่เลย พี่มิ้นท์เลยอยู่ที่ไทยคนเดียว จริงๆพี่มิ้นท์ก็มีคอนโดส่วนตัวค่ะ แต่ว่าพี่ธันเป็นห่วงไม่อยากให้อยู่คนเดียวเพราะเดี๋ยวนี้อันตรายรอบตัวเลย ก็เลยให้พี่มิ้นท์มาอยู่ด้วยกัน เพราะว่าบ้านนี้ก็ยังมีห้องว่างอยู่ แล้วฉันก็อยู่ด้วย เลยดูไม่น่าเกลียดเท่าไหร่

“พี่ธัน ทำไมไม่ปลุกเม เลยอ่ะ –*- ” ฉันโวยวายระหว่างกำลังวิ่งลงมา แทบจะตกบันได
“ดูสิ อย่างที่ผมบอกมิ้นท์ไหมล่ะ แค่เวลาแต่งตัวธรรมดายัยนี่ยังสายเลย แล้วจะให้แต่งหน้ากับทำผมตอนเช้าเนี่ยนะ หึหึ ยากกกกก”
“ -3- ” ฉัน
“รีบๆกินเร็วเข้า อย่ามัวแต่ทำหน้ามุ่ย เดี๋ยวไปทำงานสายกันพอดี เราน่ะ”
ฉันรีบกิน ไม่ได้กินสิ ยัดเลยแหล่ะ เพราะว่ากลัวจะไปทำงานสาย อิ่มแล้วฉันก็รีบบึ่งรถไปที่ทำงานทันที

บริษัท กังหันลมครีเอชั่น จำกัด

“เฮ้อ รอดตัว...-_-!!” ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อมองนาฬิกาแล้วเห็นว่ายังเหลือเวลาอีกประมาณ 10 นาที ฉันนั่งจัดแจงข้าวของอยู่สักพัก แล้วลงจากรถ เดินไปยังไม่ทันจะห่างจากรถเท่าไหร่ ก็มีรถหรูคันนึงเข้ามาเฉี่ยวฉันน่ะ เฮ้ยย นี่มันตั้งใจนี่หว่า ใครขับฟระลงมาจะด่าให้…

แต่แล้วก็ต้องอึ้งเพราะว่าคนที่เปิดประตูรถลงมานั้นเป็นนายคาสโนว่าคนนั้นน่ะเอง เค้ามาทำอะไรที่นี่นะ แต่ฉันก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้เราเกือบถูกชนนี่นา ไม่ย๊อมมมม

“นี่คุณ ขับรถดีๆหน่อยเซ่ ฉันเกือบถูกชนเลยนะ ถ้าฉันพิการทำงานไม่ได้ แล้วคุณจะรับผิดชอบฉันยังไงห๊า” ฉันตะโกนออกไปแบบไม่เกรงกลัว แต่หมอนั่นก็ยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเปิดปากพูด
“หึหึ จะให้ผมรับผิดชอบยังไงดีล่ะ เป็นแฟนกับผมให้ผมดูแล จนกว่าคุณจะหายดีไหม แหมนี่คุณ…ไม่ต้องหาโอกาสเข้าใกล้ผมด้วยวิธีแบบนี้ก็ได้นะ ก็เข้ามาจีบผมตรงๆก็ได้ ไม่เห็นต้องเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงเลย” แน่ะ หมอนั่นยังจะหลงตัวเองอีก คนอะไร๊ หลงตัวเองชะมัด แค่หล่อ รวย ก็เท่านั้นเอง (เอ่อ เท่านั้นจริงๆเหรอ)
“เหอะๆ คุณน่ะหลงตัวเองมากไปป่าว แต่ช่างเหอะ ฉันขี้เกียจพูดกับคนแบบคุณ เสียเวลาทำงานทำการฉันหมด” ฉันรีบเดินออกจากตรงนั้นทันที ขี้เกียจต่อความยาวกับหมอนั่น คนกำลังรีบๆอยู่ ฝากไว้ก่อนเห๊อะ แต่ เอ๊ะ ไม่เอาดีกว่า จองเวรหมอนั่น เดี๋ยวก็ต้องได้เจอกับหมอนั่นอีก
__________________________________________________________
โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^^




 

Create Date : 10 ธันวาคม 2550    
Last Update : 10 ธันวาคม 2550 9:04:17 น.
Counter : 178 Pageviews.  

ยัยตัวจุ้น ป่วนหัวใจนายคาสโนว่า ตอนที่ 1 เปิดตัวยัยตัวจุ้น

---- ตอนที่ 1 -----

"ตื่นได้แล้วยัยขี้เซา บ้านจะหมดหลังแล้ว"
โอ๊ยย... กำลังนอนฝันหวาน ว่าได้ไปเดทกับลีจุงกิอยู่แท้ๆเลยอ่ะ เสียงพี่ธันเข้ามาทำลายฝันหมดเลยอ่า แง๊
"ค่า ตื่นก็ได้ ไม่รู้จะรีบปลุกกันทำไมแต่เช้า" ฉันตอบกลับไปอย่างเสียไม่ได้ แต่เมื่อหันไปดูนาฬิกาก็ต้องตกใจ
"ตายแล้ววววววว จะเจ็ดโมงแล้ว เริ่มงานวันแรกจะไปสายแล้วเหรอเรา T^T" เท่านั้นแหล่ะ ฉันก็รีบไปทำภาระกิจส่วนตัว
เมื่อเสร็จภาระกิจส่วนตัวแล้วก็รีบลงมาเนื่องจากได้กลิ่นข้าวต้มกุ้งหอมๆ ลอยมาเตะจมูกเข้าอย่างแรง อิอิ เรื่องทำอาหารนี่ต้องยกให้พี่ชายเค้าล่ะ รายนี้ทำอาหารอร่อยพอๆกับกุ๊กโรงแรมระดับห้าดาวเชียวนา (ไม่ค่อยจะเชียร์พี่ชายตัวเองเล้ย)

"ไงเรา วันนี้ทำงานวันแรกไม่ใช่เหรอ จะไปทำงานสายตั้งแต่วันแรกรึไง"
"ก็ใช่อ่ะ แต่เมื่อคืนตื่นเต้นไปหน่อย เลยนอนไม่ค่อยหลับ ก็เลยยังง่วงอยู่ไง แหะๆ ^_^' "
"แก้ตัวไปเรื่อยนะเราอ่ะ" พี่ชายยิ้มอย่างเอ็นดู "รีบกิน แล้วรีบไปทำงานได้แล้ว สายกว่านี้รถจะติด"
"ค่า ^___^"

อ้อ ก่อนอื่นฉันขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ฉันชื่อเมษาค่ะ ที่มาของชื่อคงไม่ต้องบอกก็พอเดากันออกใช่ไหมคะ หุหุ ก็เพราะว่าฉันเกิดเดือนเมษาไงล่ะ พ่อกับแม่เลยลงมติกันว่าจะให้ชื่อเมษา ส่วนพี่ชายฉันก็ไม่พ้นชื่อเดือนเกิดเหมือนกัน พี่ชายชื่อธันวาค่ะ เราอยู่กันสองคนพี่น้องมาตั้งแต่ฉันอายุ 16 ตอนนั้นพี่ชายอายุ 19 คุณพ่อคุณแม่ของเราไปอยู่สวรรค์แล้วล่ะค่ะ ช่วงนั้นพี่ธันเรียนอยู่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพ ส่วนฉันก็กำลังขึ้น ม.4 พอดี พี่ธันก็เลยตัดสินใจขายบ้านและที่ไร่ของพ่อกับแม่ แล้วก็พาฉันมาเรียนที่กรุงเทพ แล้วเราก็มาเช่าอพาร์ทเมนต์เล็กๆ ราคาถูกๆแห่งหนึ่งที่กรุงเทพ เพื่อจะได้เก็บเงินส่วนนึงไว้เป็นทุนการศึกษาของฉัน ส่วนตัวพี่ธันเอง เค้าเป็นพวกเด็กเก่งค่ะ ได้ทุนเรียนดีแบบได้เปล่าทุกปีจนกระทั่งจบ แล้วยังได้ทุนไปเรียนต่อเมืองนอกอีกต่างหาก กลับมาก็ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ระดับต้นๆของเมืองไทยเลย (หล่อ และก็เก่ง เพอร์เฟคไหมล่ะคะพี่ชายฉัน อิอิ ภูมิใจ) กลับมาไทยก็มีบริษัทจองตัวไปเรียบร้อย ระหว่างพี่ธันทำงานอยู่ที่เมืองนอก ฉันก็ย้ายไปอยู่หอพักของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการประหยัดเงิน พี่ธันเรียนไปทำงานไปด้วยในขณะที่เรียนอยู่ที่เมืองนอก พอเรียนจบกลับมา ก็ซื้อบ้านหลังที่พวกเรากำลังอยู่ปัจจุบันนี้แหล่ะค่ะ

บริษัท กังหันลมครีเอชั่น จำกัด

เอี๊ยดดดด...ดดดด....ดด
"เฮ้อ ถึงได้โดยปลอดภัย เหยียบมาเกือบร้อย" มองดูนาฬิกาที่ข้อมือ
"เยส!! เพิ่งจะ 8.45 มาทันด้วย รอดตายแล้วเรา โฮะโฮะ ^O^"
ฉันก็รีบเดินเข้าไปในบริษัท แล้วก็ได้ยินเสียงหวานๆของ PR คนสวยประจำบริษัท
"สวัสดีค่ะ ติดต่อเรื่องอะไรดีคะ"
"สวัสดีค่ะ ติดต่อคุณกรวิทย์ค่ะ"
"ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรคะ"
"เมษาค่ะ"
"รอสักครู่นะคะ" แล้วเธอก็ต่อสายไปหาบุคคลที่ฉันต้องการติดต่อ แล้วไม่ถึง 5 นาทีก็มีชายหนุ่มเดินออกมาจากทางด้านใน
"สวัสดีครับ น้องเมษาใช่ไหมครับ พี่ชื่อกรวิทย์นะ เรียกว่าพี่กรก็ได้ ว่าแต่ให้พี่เรียกน้องสั้นๆว่าไงดี" พี่กรคุยอย่างเป็นกันเอง ทำให้ฉันรู้สึกค่อยลดความประหม่าลงมาหน่อย
"เรียกเมก็ได้ค่ะพี่" ฉันก็เลยเป็นกันเองกลับซะเลย ฮี่ฮี่
จากนั้นพี่กรก็พาฉันไปแนะนำตัวให้คนอื่นๆได้รู้จัก แต่ว่า แหะๆ ความจำฉันก็เหมือนปลาทองอ่ะนะ ก็แหม คนเยอะอ่ะ ให้จำในวันเดียวคงไม่ได้หรอกเนอะ แถมมีตั้งหลายแผนกด้วยอ่ะ ^_^!
แล้วสุดท้ายก็มาถึงหน้าห้องๆนึงที่ปิดไฟไว้ ท่าทางว่าเจ้าของห้องจะไม่อยู่แฮะ
"ห้องนี้เป็นของหัวหน้าพวกเรา พอดีว่าเค้าไปดูงานที่ต่างประเทศ ชื่อภีมน่ะ ไว้วันจันทร์หน้าพี่จะพาไปแนะนำให้รู้จักอีกทีนะ"
"(- -)(_ _)(- -)(_ _)"
หลังจากนั้น เราก็แยกย้ายกันไปนั่งประจำที่โต๊ะตัวเอง วันนี้ฉันยังไม่มีงานอะไร ที่ต้องรับผิดชอบ ก็เพราะว่าฉันเป็นเด็กเข้าใหม่ พี่กรทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคุณภีมก็กำลังยุ่งกับงานของตัวเอง ฉันก็เลยนั่งเล่นเน็ทแก้เซ็ง ออน msn แล้วก็ดูรายชื่อไปเรื่อยๆ เห็นชื่อพี่ธันออนอยู่พอดี

Mayme' says: ยะฮู้พี่ธัน อิอิ
Tanwa says: ไม่ทำงานหรือไงเรา
Mayme' says: งานมีก็คงไม่ออน นี่งานไม่มีเพราะงั้นก็เลยต้องออน
(แอบลอกเลียนแบบเพลงของพี่แท่ง หุหุ)
Tanwa says: อ่ะนะ ต๊องและเรา
Mayme' says: งานเยอะไหมพี่ธัน
Tanwa says: เยอะดิ
Mayme' says: เยอะแล้วออนทำไมอ่ะ ^O^
Tanwa says: …
Mayme' says: อ๋ออออ เมรู้และ เวลานี้ที่อังกฤษเป็นตอนกลางคืนนี่เนอะ กิ๊วกิ๊วววว
Tanwa says: เดี๋ยวเหอะ กลับบ้านเป็นโดน
Mayme' says: อุ๊ยๆ กลัวแล้วค่า งั้นเมไม่กวนดีกว่า อิอิ สู้ๆๆนะพี่ธัน ^_^v
Tanwa says: อืม ขอบใจ เราก็อย่าเล่นเน็ทให้มากนัก เดี๋ยวจะโดนเอา แล้วหาว่าพี่ไม่เตือน
Mayme' says: กั๊บป๋ม
เอ่ สงสัยว่าพี่ชายเราคงจะออนเพื่อคุยกับแฟนเค้านั่นเอง อ๊ะๆ อยากรู้ใช่ไหมล่ะว่าแฟนพี่ชายเราเปงยังไง ไม่ต้องบอกก็น่าจะเดากันออกนะคะ หนุ่มหล่อเพอร์เฟคแบบนี้ก็ต้องคู่กะสาวสวยเพอร์เฟคอยู่แล้ว แฟนพี่ธันเป็นนางแบบระดับแนวหน้าของประเทศเลยล่ะค่ะ

ฉันนั่งเล่นนู่นเล่นนี่ไปมาแก้เซ็ง มาเหลือบดูนาฬิกาอีกที ตายจริงจะเที่ยงแล้วนี่
"น้องเม ไปกินข้าวกัน" พี่กรชักชวนให้ไปกินข้าวด้วยกันทั้งแผนก
"ค่า รับทราบ อิอิ" เย้ ทีนี้แหล่ะ เมษาเอ๋ย จะได้จำคนในแผนกได้ซะที

แล้วเราก็ออกเดินทาง (ทำอย่างกับว่าไปกินไกลถึงเชียงใหม่งั้นแหล่ะ แหะๆ) ผู้ร่วมชะตากรรม มีพี่ผู้หญิงออกแนวห้าวๆ นามว่าพี่แก้ว แล้วก็พี่ผู้ชายไม่รวมพี่กรอีก 3 คน ชื่อพี่พี พี่เอ แล้วก็พี่หนึ่ง สุดท้ายก็สาวสวยประจำกลุ่ม (เธอน่ารักมากเลย ผมยาว ผิวขาว ดูคุณหนู) ชื่อแอน รุ่นเดียวกับฉันนี่แหล่ะ แต่เธอมาทำที่นี่ก่อนฉันได้ 1 เดือน

ณ ร้านอาหาร
"น้องชื่อเมษาเหรอ ชื่อแปลกดี น่ารักดีนะ" เสียงพี่แก้วน่ะเอง
"เฮ้ย ไอ้แก้ว แกจะจีบน้องเค้าเหรอ" พี่กรแซวขึ้น
"เฮ้ย ไอ้กร ถึงฉันจะห้าว แต่ฉันก็มีใจเป็นหญิงแท้นะเว้ย ไม่ได้เป็นพวกนักอนุรักษ์นิยมหรอกน่ะ -*- "
"สองคนนี้เถียงกันประจำ ระวังเห๊อะสักวันจะเป็นแฟนกัน" พี่เอพูดขึ้น
"เฮ้ย ไอ้เอ พูดดีๆนะแก เดี๋ยวจะตายศพไม่สวย" พี่แก้วเริ่มขึ้นแล้วครับ หนุกๆๆ (เอ่อ ฉันบ้าหรือเปล่า ชอบดูคนเถียงกันเนี่ย)
"อ้าวๆ พวกแกทำตัวดีๆกันหน่อย เดี๋ยวน้องใหม่ก็ตกใจหรอก" พี่พีพูดขึ้น ไม่พูดเปล่าแถมยังหันมาทำตาเจ้าชู้ใส่ฉันซะงั้น "น้องเมอย่าไปถือสาพวกนี้เลยนะครับ คุยกับพี่ดีกว่า หนุกกว่าเยอะ ^_^"
"เฮ้ยๆๆ ไอ้พี แกนี่ม่อน้องใหม่อีกและ 55+" พี่หนึ่งเริ่มคุยบ้าง หลังจากเงียบมานาน ฉันก็ได้แต่นั่งขำอยู่กับแอน แอนเป็นคนดูเรียบร้อย เธอจะพูดน้อยมากๆ เน้นไปทางขำเนียนซะมากกว่า เรานั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่พอถึงเวลาบ่ายโมง ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง

ถึงเวลาเลิกงาน ฉันก็ออกมาจากออฟฟิสพร้อมกับแอน เลยชวนคุยกันนิดหน่อยก่อนที่แต่ละคนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน ฉันก็ตรงไปที่ Honda Jazz สีขาว สุดรักสุดหวง ก็เพราะพี่ชายซื้อให้เป็นของขวัญเรียนจบน่ะสิ เลยรักเป็นพิเศษ แล้วระหว่างที่ขับๆอยู่ เสียงมือถือฉันก็ดัง ยัยปัทมานั่นเอง เพื่อนซี้สุดเลิฟตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย
“ไงจ๊ะ เพื่อนสาว มีไรเหรอโทรมาเนี่ย”
“แหมเพื่อนเม เพื่อนปัทคนนี้ก็อยากรู้ไงว่าเพื่อนเมทำงานวันแรกเป็นไงบ้าง”
“ก็ดีนะ ทุกคนเค้าก็เป็นกันเองดีอ่ะ”
“แล้วเมื่อไหร่เธอจะพาฉันไปเลี้ยงฉลองงานใหม่ล่ะจ๊ะ”
“แหม ทวงจังเลยนะยะ รอเงินเดือนฉันออกก่อนสิ”
“แหม ฉันก็ล้อเล่น”
“อ่ะจ้า คิดไว้แล้วล่ะย่ะ ว่าแต่ตอนนี้ขอวางสายก่อนนะ เด๋วโดนตำรวจจับ”
“จ้า ขับรถดีๆนะยะ เพื่อนสาว”

โอ๊ยย ถึงบ้านสักที ทำไมกรุงเทพรถติดแบบนี้เนี่ย
“ไงน้องตัวแสบ กลับถึงบ้านก็หมดแรงเลยเหรอ ไหนบอกไม่มีงานไง” พี่ธันแซวฉันเมื่อเห็นว่าฉันหมดสภาพกลับมา
“ก็ไม่ได้เหนื่อยงานหรอกพี่ เหนื่อยเพราะรถติดอ่ะแหล่ะ เวลาเลิกงานเนี่ยไม่รู้รถมันมาจากไหนกันเยอะแยะอ่ะ -_-!”
“อ่ะเลิกบ่นได้แล้ว ไปอาบน้ำ แล้วลงมากินข้าว พี่ทำไว้ให้แล้ว”
“เย้ๆๆ พี่ธันน่ารักที่ซู๊ดดดดด” ฉันหอมแก้มพี่ชายไปฟอดใหญ่ ตั้งแต่พี่กลับมาอยู่ประเทศไทย ฉันก็สบาย ได้กินอาหารอร่อยทุกวันอิอิ
“เฮ้อ ยัยตัวแสบ” พี่ธันก็จับหัวฉันโคลงไปมา แล้วฉันก็วิ่งแจ้นไปอาบน้ำ เสร็จแล้วฉันก็รีบลงมาทานข้าวเย็นแสนอร่อย

โต๊ะกินข้าว

“งั่มๆ พี่ธัน เสาร์นี้พี่มิ้นท์มาถึงไทยใช่ป่ะคะ”
“เอ้าๆ เคี้ยวยังไม่ทันหมดคำ พูดแบบนี้เดี๋ยวก็ติดคอหรอก อื้ม มิ้นท์มาถึงไทยก็คงจะซัก 8 โมงอ่ะ ทำไม เราจะไปรับมิ้นท์เค้าด้วยเหรอ”
“ไปอยู่แล้นค่า คิดถึงพี่มิ้นท์ อยากเจอไวๆ” ^___^
“คิดถึงพี่มิ้นท์ หรือว่าคิดถึงของฝากกันแน่ห่ะเรา” แหมพี่ชายฉันนี่รู้ทันจริงๆ
“แหะๆ ทั้งสองอย่าง”
________________________________________________________
โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^^




 

Create Date : 10 ธันวาคม 2550    
Last Update : 10 ธันวาคม 2550 9:02:19 น.
Counter : 207 Pageviews.  

1  2  

MysteryGirl
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add MysteryGirl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.