คนบางคนเกิดมาเพื่อให้เรารัก แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา
Group Blog
 
All Blogs
 
ยัยตัวจุ้น ป่วนหัวใจนายคาสโนว่า ตอนที่ 7 งานเลี้ยง

ตอนนี้ฉันขับรถมาถึงหน้าร้านกาแฟนั้นแล้ว ร้านนี้ขึ้นชื่อกับคนแถวนี้มาก ภายนอกร้านมีสวนเล็กๆด้วย ซึ่งตกแต่งได้อย่างน่ารัก เหมาะกับร้านกาแฟ ฉันจอดรถเรียบร้อยแล้ว ก็มุ่งหน้าไปยังประตูร้านกาแฟ ดีนะว่าฉันมีรองเท้าแตะติดรถไว้เลยไม่ต้องหวั่นว่าจะล้มหัวฟาดพื้นเพราะส้นสูงเมื่อไหร่

เมื่อฉันเปิดประตูร้านกาแฟเข้าไป ได้กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นเลย นอกร้านว่าตกแต่งสวยงามแล้ว ภายในร้านก็ดูสบายตา เพราะว่าร้านตกแต่งด้วยสีเบจ โต๊ะ ก็เป็นสีเบจ ฉันมองหาโต๊ะที่แอนนั่ง มองไปมองมาสักพักก็เห็นแอน จึงเดินไปยังโต๊ะนั้น

“สั่งอะไรมากินกันก่อนดีไหมจ๊ะ” แอนเริ่มบทสนทนา
“ดีเหมือนกันจ้ะ”

เราเรียกให้บริกรมารับออเดอร์ ผ่านไปไม่ถึง 10 นาทีของทุกอย่างที่เราสั่งก็มาวางอยู่ตรงหน้าแล้ว

“ว่าแต่แอนมีเรื่องอะไรจะปรึกษาเมเหรอ”
“แอนขอถามเมตรงๆไม่อ้อมค้อมนะจ๊ะ คือ...เอ่อ...เมชอบคุณภีมหรือเปล่า”
“เย้ยย จะเป็นไปได้ยังไง เมกับหมอ...เอ้ย..คุณภีม กัดกันจะตาย ไม่ถูกกันน่ะสิไม่ว่า... ว่าแต่ ทำไมแอนคิดแบบนั้นอ่ะ”
“ก็แอนเห็นเมทำงานใกล้ชิดกับคุณภีม และคุณภีมกับเมก็ดูสนิทกันมาก แอนก็เลย...”
“ก็เลยคิดว่า เมกับคุณภีมชอบพอกันงั้นล่ะสิ จริงๆแล้วอ่ะนะ เมกับเขาทะเลาะกันตลอดเลย... แต่...เอ แอนถามแบบนี้แสดงว่า แอบชอบคุณภีมใช่ไหม คิคิ”
“ >///< ”
“ฮั่นแน่ หน้าแดงเลย”
“แอนก็เครียดมาตั้งนาน คิดว่าเมกับคุณภีมชอบพอกันอยู่ งั้น แอนอยากให้เมช่วยให้แอนกับคุณภีมสมหวังกันได้ม๊า”
“แล้วทำไมต้องเป็นเมด้วยอ่ะจ๊ะ ก็เมเพิ่งบอกแอนไปเองว่า เมกับคุณภีมไม่ถูกกัน”
“ก็เมใกล้ชิดคุณภีมมากกว่าใคร อีกอย่างเมก็เป็นคนที่รู้เรื่องนี้คนเดียว”
“เอ่อ...เมไม่รับปากละกันนะ แต่ว่าถ้าเมช่วยได้ เมก็จะช่วยจ้ะ” มันก็จริงอย่างที่แอนว่าอ่ะนะ แต่ว่าขนาดพูดดีกับหมอนั่น ยังนับประโยคได้เลย แล้วนับประสาอะไรจะให้ฉันไปพูดกล่อมหมอนั่นเรื่องแอนได้ล่ะ โอ๊ย เจ๊อยากตาย

เราสองคนคุยกันหลังจากนั้นอีกไม่นาน จนขนมและเครื่องดื่มหมด เราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เมื่อกลับมาถึงบ้าน ฉันก็นั่งคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ ระหว่างฉันกับนายคาสโนว่า วันนี้บอกตามตรง ฉันประทับใจเขามาก แต่จะไม่ประทับใจตอนจับฉันพาดบ่า แล้วโยนลงโซฟานี่แหล่ะ ตาบ้า ฉันผู้หญิงนะยะ ไม่ปราณีกันบ้างเลย แต่สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดเห็นจะเป็นตอนที่เขามาดูแลฉัน ตอนนั้นเขาดูเป็นผู้ชายที่อบอุ่นมาก

ฉันนั่งคิดถึงหมอนั่นได้สักพัก ก็ต้องสบัดหัว เพื่อสลัดความคิดเรื่องของหมอนั่นทิ้ง บ้าน่ะ หมอนั่นก็แค่เคยชินกับการดูแลผู้หญิงแบบนี้ ไม่ได้เห็นว่าเราพิเศษอะไรหรอก อีกอย่าง ก็เป็นคนที่เพื่อนเราชอบด้วย เราจะไปคิดถึงเขาทำไมนะ

เวลาผ่านไป และวันเสาร์ก็มาถึง ฉันตื่นแต่เช้า เก็บบ้าน จัดการงานบ้านให้เรียบร้อย ตอนนี้อยู่บ้านคนเดียว เพราะว่าพี่ธันกับพี่มิ้นท์ออกไปข้างนอก บอกว่า บ่ายนิดๆจะกลับ ไม่รู้ออกไปทำไมกัน แต่ก็นะปล่อยให้พี่เค้าได้ไปเดทกันบ้าง หุหุ พอตกบ่ายนิดๆ พี่ธันกับพี่มิ้นท์ก็กลับมา พี่มิ้นท์บอกให้ฉันเตรียมตัวอาบน้ำ เพราะเดี๋ยวจะมีช่างมาแต่งหน้า กับทำผมให้ โอว์ ไฮโซไหมล่ะคะท่านผู้อ่าน มีช่างหน้าช่างผมมาที่บ้านเลย

เมื่ออาบน้ำเสร็จ ฉันเช็ดตัว ยังไม่ทันจะแห้งดีเลย ก็โดนจับมานั่งที่เก้าอี้แล้ว ช่างหน้า กับช่างผมก็มารุมยำ หัวกับหน้าฉัน และแล้วก็ยำเสร็จพร้อมเสิร์ฟเมื่อเวลาประมาณ 6 โมงเย็น ฉันแต่งตัว แล้วมองดูตัวเองในกระจก โห คนในกระจกนั่นใครน่ะ ทำไมฉันถึงเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้นะ แค่เครื่องสำอางค์ กับทำผม แล้วก็แต่งตัวอย่างนี้เนี่ยนะ (เปลี่ยนเยอะเหมือนกันนะยะ) เมื่อฉันเดินลงมา พี่ธันถึงกับอึ้งเลย

“ไอ้ตัวจุ้นของพี่เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”
“เห็นไหมคะธัน มิ้นท์บอกแล้วว่าน้องเมอ่ะสวยออก แค่รู้จักแต่งตัว เผลอๆนะ ธันต้องปวดหัว เพราะต้องคอยกันน้องสาวจากเหล่าหนุ่มๆเลยล่ะ คิกคิก”
“อ่ะจ้า เราไปกันเถอะ เดี๋ยวจะสาย”

และเราทั้งสาม ก็มุ่งหน้าไปยังโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว รู้สึกว่าจะอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยล่ะ เมื่อไปถึงหน้าโรงแรม มีพนักงานต้อนรับออกมา คอยรับรถเพื่อเอาไปจอดให้ ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองไฮโซขึ้นมาถนัดเลยล่ะค่ะ พวกเรามุ่งหน้าไปทางท่าเรือ เมื่อมาถึงท่าเรือ ก่อนเราจะขึ้นเรือ ก็จะมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งคอยต้อนรับแขก

“อ้าวสวัสดีจ้ะธันวา หนูมินตรา สบายดีไหมจ๊ะ แล้วนี่พาใครอีกคนมาด้วยเนี่ยน่าตาน่ารักเชียว”
“สวัสดีครับคุณหญิงอริสา สบายดีนะครับ นี่น้องสาวผมน่ะครับ ชื่อเมษา”
“สวัสดีค่ะ” ฉันไหว้คุณหญิงงามๆ ตามแบบฉบับสาวไทย คิคิ
“สวัสดีจ้ะ ไม่เคยรู้เลยนะว่าธันวามีน้องสาวด้วย และก็สวยด้วย” หนูเขินนะคะคุณหญิง >///<
“จ้ะ งั้นเชิญกันตามสบายเลยนะ”

เมื่อขึ้นเรือแล้ว บังเอิ๊ญบังเอิญสายตาพี่มิ้นท์ ก็มองเห็นเพื่อนซึ่งดูท่าทางว่าจะซี้กันมากกกก เพราะว่าพี่มิ้นท์ถึงกับบอกให้ฉันกับพี่ธันเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงก่อน ท่าทางว่ามีเรื่องต้องคุยเยอะแยะ เมื่อฉันกับพี่ธันเดินเข้าไปในงาน ฉันเห็นสายตาหลายคู่มองมาทางฉันกับพี่ธัน สงสัยจะต้องเข้าใจผิดกันแน่ๆเลยว่าฉันกับพี่ธันเป็นแฟนกัน ก็ไม่แปลกหรอกค่ะ ก็ฉันน่ะหน้าตาไม่ค่อยจะเหมือนพี่ชายสักเท่าไหร่ สงสัยพ่อกับแม่อุ้มฉันออกจากห้องเด็กมาผิดตัวแน่เลย

งานในวันนี้เป็นงานค๊อกเทลค่ะ สงสัยว่าวันนี้ฉันกลับบ้านไปต้องเมื่อยแน่เลยอ่ะ เพราะว่าไม่ค่อยจะมีเก้าอี้ให้นั่ง เมื่อเข้าไปในงานแล้ว พี่ธันได้แนะนำให้ฉันรู้จักกับเพื่อนพี่ธัน ตอนนี้พี่มินท์ก็ยังไม่ขึ้นมา สงสัยไม่ได้เจอกันนาน และฉันก็เริ่มหิว ก็เลยเดินไปที่โต๊ะวางอาหาร เพื่อจะหาขนมทานเล็กน้อย และก็หาน้ำดื่มแก้กระหาย เมื่อฉันกำลังตักอาหารอยู่ ก็มีเสียงคุ้นหูดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง

“วันนี้คุณสวยจังนะครับ คุณเมษา”
“เฮ้ยยย...นี่คุณก็มางานนี้ด้วยเหรอ” เมื่อฉันหันไปตามเสียงก็ต้องตกใจ หมอนั่นอีกแล้วเหรอ
“อ้าวคุณ ผมมาน่ะไม่แปลกหรอก แต่คุณมานี่สิแปลก คุณเคยเรียนที่อังกฤษด้วยเหรอ ทำไมผมไม่เห็นคุ้นหน้าคุณเลย”
“เปล่า” แหม หมอนี่ทำอย่างกับว่าไปทุกเมืองงั้นแหล่ะ อ๋อลืมไป สงสัยตระเวนจีบสาวล่ะสิ
“อ้าว แล้วคุณมากับใครอ่ะ... อ๋อ มากับคนนั้นนี่เอง” หมอนั่นพูดพร้อมกับมองหาคนที่คิดว่าน่าจะมากับฉัน แล้วหมอนั่นก็เห็นพี่ธัน คิคิ สงสัยยังไม่รู้ความจริง
“ใช่ค่ะ ฉันมากับเขา มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ ตอนนี้คุณไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวายกับฉันนะคะ เพราะว่าไม่ใช่เวลางาน แล้วก็กรุณาถอยออกห่างจากดิฉัน 2 ก้าวด้วยค่ะ อยู่ใกล้คุณมันอันตราย”
“โห นี่คุณพูดกับเจ้านายคุณแบบนี้เหรอครับเนี่ย ใจร้ายจังนะครับ อ่ะดูๆ ทำหน้าอย่างกับยักษ์ใส่ผมอีกและ โอเคผมไปก็ได้คร๊าบคุณผู้หญิง”

เฮ้อ...อะไรกันเนี่ย หนีไม่พ้นหมอนี่จริงๆเลยอ่ะ ไปที่ไหนก็ต้องเจอ เขาเป็นนักเรียนอังกฤษด้วยเหมือนกันเหรอเนี่ย ถ้าฉันรู้นะ ไม่มางานนี้ดีกว่า เจอกับหมอนั่นตั้ง 5 วันวันละ 8 ชั่วโมงแล้ว ยังต้องมาเจอวันหยุดแบบนี้อีกเฮ้อออ

หลังจากหมอนั่นเดินจากไปแล้ว ฉันตักอาหารจนพอใจ ก็เลยจะเดินกลับไปหาพี่ธัน ซึ่งตอนนี้ในกลุ่มมีพี่มิ้นท์ตามมาสมทบแล้ว แต่ฉันก็ต้องหยุดชะงัก เนื่องจากว่าฉันเดินสวนกับแอนพอดี

“อ้าว แอนมางานนี้ด้วยเหรอ”
“อ้าว เมเคยเรียนอยู่อังกฤษเหรอจ๊ะ”
“เปล่าๆ พอดีเมย์มากับพี่ชายน่ะ ว่าแต่แอนเถอะ เมไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ยว่าแอนเรียนที่อังกฤษด้วย”
“เปล่าหรอกจ้ะ พอดีแม่ของแอนเขาเป็นกรรมการสมาคมน่ะ เลยให้แอนมาช่วย”
“แม่ของแอนใครเหรอจ๊ะ”
“คุณหญิงอริสาน่ะจ้ะ”
“อ๋อ เมเจอแล้วล่ะจ้ะตอนเข้างาน แล้วนี่แอนทานอะไรหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วจ้ะ เดี๋ยวแอนขอตัวก่อนนะจ๊ะ เต็มที่เลยนะเม”
“จ้า”

ฉันกับแอนก็เดินแยกจากกันไปคนละทาง เมื่อฉันกลับมาเข้ากลุ่มของพวกพี่ธันกับพี่มิ้นท์ ไม่รู้ว่าสายตาฉันมันเป็นอะไร ทำไมถึงต้องมองหาหมอนั่นด้วยนะ และฉันก็เห็นหมอนั่นคุยอยู่กับคุณหญิงอริสา และก็แอนด้วยท่าทางว่าสนิทสนม ก็ดีแล้ว ฉันจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเป็นแม่สื่อให้

งานดำเนินไปอย่างน่าเบื่อ จะว่างานน่าเบื่อก็ไม่เชิง เป็นฉันเองแหล่ะที่เบื่อ ก็เพราะว่างานนี้นอกจากจะนัดรวมศิษย์เก่าแล้ว ก็ยังจัดงานปีใหม่ด้วย มีจับของขวัญกันด้วย ส่วนฉันไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วมอยู่แล้ว อีกอย่างก็ไม่รู้จักใครเลย รู้งี้ไม่น่ามาดีกว่า ฉันก็เลยขอตัวออกจากกลุ่ม เพื่อจะขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์บนดาดฟ้า และระหว่างที่ฉันกำลังขึ้นบันไดเพื่อจะไปดาดฟ้าอยู่นั้น ด้วยความที่ฉันก็ยังใส่ส้นสูงไม่คล่อง ก็เลยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

ตอนนี้ฉันกำลังจะหงายหลังตกบันไดแล้ว ตายแล้ว ก้นจ้ำบ๊ะแน่ๆ ยัยเมษาเอ๊ย ทำไมซุ่มซ่ามอีกแล้ว แต่แล้วในทันใด ฉันก็ไม่ได้ล้มลงไปอย่างที่คิดไว้ เนื่องจากว่ามีแขนอันแข็งแรงของใครบางคนเข้ามาประคองไว้
-------------------------------------------------------------------------------------
โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ มาลุ้นกันดีกว่า ว่าชายหนุ่มคนนั้นจะเป็นใคร เจอกันตอนที่ 8 นะคะ ขอบคุณที่ติดตามคร่า


Create Date : 24 มกราคม 2551
Last Update : 24 มกราคม 2551 21:26:45 น. 0 comments
Counter : 133 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
MysteryGirl
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add MysteryGirl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.